Home Blog Page 846

พบกับ รูปโฉมใหม่ ! ของ INVESTORY พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน  

พบกับ รูปโฉมใหม่ ! ของ INVESTORY พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน

พบกับ

ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ชวนเยาวชนไทยและผู้สนใจเริ่มต้นลงทุน สัมผัสประสบการณ์เรียนรู้ด้านการวางแผนการเงิน และการลงทุนที่พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน INVESTORY โฉมใหม่ ที่พร้อมเติมเต็มความรู้ด้านการลงทุนเพื่อความยั่งยืน (Inspire to Invest for Sustainability) สร้างประสบการณ์ใหม่ผ่านเทคโนโลยีที่หลากหลายมากขึ้น

พร้อมกับการปรับโฉมใหม่ใน 5 ไฮไลท์ ได้แก่ New Content, New Characters, New Look, New Leaning Technology และ New Extra Exhibition ที่ช่วยให้การเรียนรู้แบบ Interactive Self-Discovery Museum สนุกกว่าเดิม

พบกับ

สำหรับ พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน (Investment Discovery Museum) ปักหมุดอยู่บนพื้นที่ 1,260 ตารางเมตร บริเวณชั้นใต้ดิน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ก่อตั้งขึ้นมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการเงินและการลงทุน

โดยมุ่งเน้นที่กลุ่มเป้าหมายหลัก คือ เยาวชนไทย ที่มีความสนใจในเรื่องการวางแผนทางการเงิน และเกิดแรงบันดาลใจที่จะเริ่มต้นลงทุน ตลอดจนเข้าใจถึงความสำคัญของตลาดทุน และบทบาทหน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

พบกับ

แถม INVESTORY ยังนำเสนอความรู้โดยใช้การเล่าเรื่อง (Storyline) ผ่านตัวละคร Money Monsters ศัตรูร้ายทางการเงิน และ SET Heroes ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องของหุ้น ตราสารหนี้ กองทุนรวม และอนุพันธ์

ตลอดจนสื่อการเรียนรู้ที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าชมได้รู้จักและตระหนักถึงปัญหาทางการเงินที่มีอยู่รอบ ๆ ตัว จนเกิดความต้องการที่จะหาทางแก้ไขปัญหาโดยการวางแผนทางการเงินและการลงทุนในรูปแบบต่าง ๆ จนสามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ในที่สุด

พบกับ

นอกจากนี้ INVESTORY ยังมีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย และสื่อการเรียนรู้อันหลากหลายสำหรับประกอบการเล่าเรื่องราว โดยเน้นการมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เข้าชม เพื่อให้ผู้สนใจได้ทดลองปฏิบัติจริง (Interactive Self-Discovery) ด้วยความสนุกสนานเพลิดเพลินในการเรียนรู้ทุกขั้นตอน

ส่วนท่านใดสนใจ พบกับ รูปโฉมใหม่ พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 เป็นต้นไป (เปิดให้เข้าชมทุกวันอังคาร – วันอาทิตย์) เวลา 09:30 – 17:00 น. โดยเยาวชนและผู้สูงอายุเข้าชมฟรี!

พบกับ

สำหรับบุคคลทั่วไปมีค่าเข้าชม 100 บาท พิพิธภัณฑ์เรียนรู้การลงทุน (Investment Discovery Museum) ตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดิน อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ (ติดรถไฟฟ้า MRT สถานีศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ทางออก 3) สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร. 02-009-9000 ต่อ 3566 (อีเมล [email protected])คลิก INVESTORY.set.or.th หรือ เยี่ยมชมเสมือนจริง (Virtual Tour)คลิกที่นี่ 

Cr.Photo : INVESTORY.set.or.th

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : Music for Dogs & Cats เพลย์ลิสต์เพลง สำหรับคนรักสัตว์

 

แนะวิธีเลี้ยงงู Ball Python ม้วนเดียวจบ!

0

แนะวิธีเลี้ยงงู Ball Python ม้วนเดียวจบ !

“งู” ซึ่งต้องบอกเลยว่าในปัจจุบันการนิยม เลี้ยงเป็นเพื่อนต่างสายพันธุ์นั้นถือว่าเป็นสิ่งที่คนนิยมมาก โดยเฉพาะในหมู่ของวัยรุ่นเจนZ ที่ค่อนข้างมีความเหงาเป็นพิเศษเพราะต้องมาเรียนในต่างที่นาน ๆ จะได้กลับไปบ้านสักครั้ง แน่นอน ! หลายคนมักจะนิยมหาเพื่อนรู้ใจต่างสายพันธุ์มาไว้เป็นเพื่อนคลายเหงา อาจจะเป็นแมว สุนัข กระต่าย ปลา และก็งูนั้นเองในบทความนี้จะกล่าวถึงงูหลามบอลไพธอน เพราะเป็นสายพันธุ์ของงูที่หลายคนนิยมนำมาเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนนั้นเองโดยงูหลามดังกล่าวนั้นมีชื่อเรียกสั้น ๆ ว่า งูหลามบอล ซึ่งเป็นงูที่อยู่วงศ์ตระกูลของงูหลามและงูเหลือม ในชื่อทางวิทยาศาสตร์งูหลามบอลมีชื่อว่า Python regius

เกร็ดความรู้
งูหลามบอลเดิมมีถิ่นกำเนิดในแถบทวีปแอฟริกา สามารถพบได้มากในเขตของแอฟริกาตอนกลางลงไปถึงตอนใต้เลย ซึ่งหลายคนอาจจะทราบกันมาว่างูหลามนั้นจะอยู่บนดินมากกว่าจะเลื่อนขึ้นไปตามกิ่งไม้

สำหรับงูหลามบอลไพธอนนั้นเป็นงูที่อาศัยอยู่บนต้นไม้เป็นหลัก ด้วยขนาดตัวของงูที่ไม่ใหญ่มากจึงไม่เป็นอุปสรรคในการเลือนไปตามที่สูงต่าง ๆ ลักษณะที่เด่นทำให้งูหลามบอลเป็นที่น่าเอ็นดูนั้น คือ การมีลำตัวที่ไม่ใหญ่ อ้วนกลม ๆ นั้นเอง เมื่อตัวโตเต็มวัยจะมีขนาดความยาวของลำตัวไม่เกิน 1.2 เมตร ซึ่งก็เหมาะสมในการนำมาเลี้ยงอีกด้วย

ต้องอธิบายก่อนว่าที่หลายคนนิยมนำงูหลามบอลไพธอนมาเลี้ยงนั้นไม่ใช่แค่ความน่าเอ็นตัวที่ดูจากลักษณะตัวอย่างเดียว ด้วยอุปนิสัยของงูหลามไม่ว่าสายพันธุ์ใด เดิมนิสัยของงูในกลุ่มดังกล่าวจะไม่มีความดุร้ายเลย ออกจะเป็นงูที่ไม่สู้คน

เมื่อพบกับอันตรายก็จะม้วนตัวเองให้เป็นก้อนกลม ๆ น่าปกป้องอีกด้วย ในส่วนของอาหารหลายคนอาจจะคิดว่างูหลามกินคนได้ ทว่างูหลามบอลนั้นมีขนาดตัวที่ไม่ใหญ่มาก ดังนั้นอาหารส่วนใหญ่จะเป็นหนูและสัตว์ฟันแทะที่มีขนาดเล็ก ๆ นั้นเอง ซึ่งงูหลามบอลที่กล่าวมานั้น

สำหรับผู้ที่สนใจอยากจะมีไว้ครอบครองสามารถหาซื้อกันได้ตามท้องตลอดหรือฟาร์มงูเลย ค่าสินสอดขั้นต่ำจะอยู่ที่หลักพันไปถึงหลักแสนเลยทีเดียว ขึ้นอยู่กับลวดลายของงูหลามบอลไพธอนว่าลายที่ผู้เลี้ยงต้องการนั้นหายากหรือไม่ ! ที่สำคัญก่อนเลี้ยงควรศึกษาข้อมูลและเตรียมความพร้อมของผู้เลี้ยงให้ดีก่อนเสมอ

แนะนำอุปกรณ์และการเตรียมตัวเลี้ยงงู Ball python ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรรู้ก่อนซื้องูบอลไพธอน

1. ศึกษาข้อมูลของเขาก่อน เช่น นิสัย อุปกรณ์ที่ใช้เลี้ยง อาหาร
เพราะว่า งูบอลเป็นสัตว์ที่มีอายุยืน (ประมาณ 20 ปีเลย)
หมายความว่าเราจะต้องอยู่กับเขาไปอีกนาน

2. ปรึกษาคนที่อยู่กับเรา ! ย้ำ ! ต้องปรึกษาก่อนเพราะด้วยความที่น้องเป็นงู
ผู้ใหญ่ หลาย ๆ คนมักมีภาพจำที่ลบเกี่ยวกับงู ควรอธิบายให้เข้าใจว่านิสัยของเขาเป็นยังไง

3. ตอนแรกให้ตั้งราคาไว้ในใจก่อนเลย โดยน้องงูบอลไพธอนเนี่ยจะมีราคาเริ่มต้น ตั้งแต่ 1500 +
โดยที่เพศเมียจะราคาสูงกว่าเพศผู้ครับ

4. ต่อไป ราคาของน้องงูเนี่ย ขึ้นอยู่กับ morph หรือ มอร์พ ( morph คือ ลวดลาย + สี บนตัวงู)
เช่น งู normal ( ไม่มีมอร์พ “0” มอร์พ) ราคาประมาณ 1500-2500
งู 1 morph ราคาจะประมาณ 3500 – 6500  (ถึงมี 1 morph เหมือนกัน แต่บางมอร์พมันหายากกว่า)
ส่วนถ้าmorph มากกว่านี้ราคาก็จะสูงขึ้นไปเรื่อย ๆ อาจถึงหลักแสน
*แนะนำว่าเลือก morph ที่ถูกใจ และโอเคกับราคาไปก่อน เพราะน้องต้องอยู่กับเรานานมาก ๆ ไม่อยากให้ทิ้งน้อง*

5. ซื้องูบอลได้ที่ไหน ? มี 2 ทางเลือก
5.1 ซื้อออนไลน์ครับ ใช่ครับสามารถซื้อออนไลน์ได้ทเป็นวิธีที่ง่ายที่สุด การขนส่งคือ ems kerry ครับ
ด้วยความที่น้องงูเป็นสัตว์ที่อึดมาก ๆ ทำให้น้องสามารถอยุ่ในกล่องพัสดุได้ประมาณ 3-4 วัน ครับ
*แต่ สำหรับมือใหม่ผมไม่แนะนำครับ เพราะเสี่ยงถูกหลอก เช่น งูป่วย,โกงเงิน, การโกงเพศ และ บอก morph ผิดครับ
เพราะว่า morph งูเนี่ยมีความใกล้เคียงกันมาก มือใหม่มีโอกาสตี morph ผิดสูงครับ*
*และที่สำคัญที่สุด คือ รูปไม่ตรงปกครับ*
5.2 ซื้อที่ร้าน เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเลยครับ
– ได้เห็นน้องงูตัวเป็น ๆ
*ได้ลองอุ้ม* การได้อุ้มน้องเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ๆ มันทำให้เรารู้เลยแหละว่าชอบงูจริงรึเปล่า
– คำถามที่ควรถามตอนซื้องู
1. นิสัยงู  เพราะว่างูแต่ละตัวนิสัยไม่เหมือนกันครับ ก็เหมือนกับคนนิสัยแต่ละคนก็มีหลายๆแบบ ตัวไหนมันดุมันก็ดุครับ
2. อาหาร หนูเป็น หรือ หนูแช่แข็ง
3. ให้เขาเช็กเพศให้ดูครับ เอาให้แน่ใจว่า ช หรือ ญ (ช จะมีสปอร์ เหมือนดอกเห็ดเล็ก ๆ )
4. ขอให้เปิดปากเพื่อดูน้ำลาย ถ้ามีน้ำลาย แสดงว่าน้องสุขภาพค่อนข้างไม่ดี

อุปกรณ์เลี้ยงงู ควรมีเงินสำหรับซื้ออุปกรณ์ประมาณอย่างน้อย 1000 บาท

1. กล่อง ใช้กล่องล็อก ราคาไม่เกิน 300 บาท ขนาดเส้นรอบกล่อง = 2*ความยาวตัวงู
2. forcep หรือ แหนบยาว ราคาประมาณ 140 บาท – shopee lazada มี พิมพ์ว่า forcep long
3. ถ้วยน้ำ  – ไม่ต้องใหญ่มากเดี๋ยวน้องงลงไปนอนได้ เสี่ยงที่น้องนอนแช่น้ำจนป่วย
4. หนู โดย ถ้าเป็นงูเด็ก กินหนู size S-M ครับ
5. รองพื้น ใช้ทิชชู่แผ่นใหญ่ ซื้อได้ที่ 7-11
6. หัวแร้งบัตกรี ราคาประมาณ 140 บาท ใช้เจาะรูให้น้อง – shopee lazada
7. ไดเป่าผม ถ้ามีอยู่แล้วก็ไม่ต้องซื้อ แต่ถ้าไม่มีก็ซื้อถูก ๆ ครับ ไว้ใช้แค่สำหรับอุ่นหนู

แนะวิธีเลี้ยงงู Ball Python ม้วนเดียวจบ!
ภาพ – biggo.co.th

จบแล้วนะครับสำหรับการเตรียมตัวสำหรับคนที่ต้องการเลี้ยงงูบอล จะเลี้ยงอะไรก็ควรดูแลรักษาเขาให้ดีนะครับ ทุกชีวิตก็ล้วนมีความรู้สึก โชคดีขอให้เจอน้อง ๆ ที่น่ารักครับ

อ้างอิง
[SHOCKERBALLS] แนะนำการเตรียมตัวเลี้ยงงู Ball python ใน 5 นาที ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมทำก่อนซื้องูบอลไพธอน (blockdit.com)


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

เปิดตัว Tinted Moisturizer Blush จาก Laura Mercier ให้ผิวดูมีเลือดฝาด

0

เปิดตัว Tinted Moisturizer Blush จาก Laura Mercier ให้ผิวดูมีเลือดฝาด

เปิดตัว Tinted Moisturizer Blush

เปิดตัว Tinted Moisturizer Blush จาก Laura Mercier ให้ผิวดูมีเลือดฝาด… แบรนด์เครื่องสำอางชื่อดังอย่าง Laura Mercier (ลอร่า เมอร์ซิเอ) เมคอัพแบรนด์จากฝรั่งเศส  “Laura Mercier” ผู้ริเริ่มแนวความคิดและการแต่งหน้าแบบ Flawless Face เมคอัพอาร์ทิสต์ระดับโลกที่ผลักดันนวัตกรรมในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ชั้นเลิศเพื่อข้ามขีดจำกัดในการแต่งหน้า เป็นแบรนด์ที่ครองใจสาว ๆ ทั่วโลก และลบข้อจำกัดที่ว่ามีเพียงเมคอัพอาร์ทิสต์ฝีมือยอดเยี่ยมเท่านั้น ที่จะสร้างลุคสวยไร้ที่ติได้ Laura Mercier แบรนด์ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบอย่างเข้าใจความงามอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละบุคคล ผลิตภัณฑ์ของเธอจึงใช้ได้ง่ายให้ผลลัพธ์ที่งดงาม โดยไม่ต้องอาศัยความพยายามที่มากเกินความจำเป็น เพราะเธอเชื่อว่าทุกคนสามารถเป็นเจ้าของเสน่ห์อย่างที่หวังได้ด้วยฝีมือของตัวเอง

และล่าสุด ทางแบรนด์ Laura Mercier ได้เปิดตัว Tinted Moisturizer Blush บลัชออนเนื้อครีมบางเบา ผลิตภัณฑ์ตกแต่งแก้ม มอบฟินิชลุคผิวให้ดูเปล่งปลั่งดูอมชมพูอย่างเป็นธรรมชาติ เป็นการต่อยอดจากผลิตภัณฑ์เบสเมคอัพไอคอนนิกของแบรนด์อย่าง Tinted Moisturizer ที่ช่วยครีเอตลุคงานผิวดูสุขภาพดี สำหรับลิควิคบลัชที่เปิดตัวล่าสุดมาพร้อมสูตรที่พัฒนาขึ้นจากทิ้นท์มอยส์เจอไรเซอร์ ประกอบด้วยส่วนผสมของสกินแคร์อย่าง Water Emulsion ที่ช่วยมอบความชุ่มชื่นแก่ผิว รวมถึงส่วนผสมจากธรรมชาติอย่าง Fruit Seed Extract ที่ช่วยให้ผิวเนียนสวยตลอดวัน ทาแล้วแก้มก็จะดูแวววาว ดูเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่ชอบแต่งหน้าแบบ no-makeup

เปิดตัว Tinted Moisturizer Blush

ติดทนนานถึง 12 ชั่วโมง มีส่วนผสมของ Raspberry Seed และ Prickly Pear ที่ช่วยบำรุงและให้ความชุ่มชื้น ปราศจาก parabens และ sulfates SLS & SLES ที่อาจเป็นอันตราย มีมาให้สาว ๆ เลือกกันถึง 9 เฉดสี ประกอบไปด้วย Provence, Southbound, Promenade, Parasol, Croisette, Sun Drenched, Corsica, Coastline และ French Riviera

สีสันของพวงแก้มเป็นอีกสิ่งที่จะช่วยให้ใบหน้าดูสวยมีความสมดุล Tinted Moisturizer Blush ขนาด 0.5 oz  ราคา 990 บาท ถ้าสาว ๆ อยากมีพวงแก้มที่ดูสวยสุขภาพดี ก็สามารถตามไปชอปกันได้เลย หรือชอปออนไลน์ได้ที่ www.sephora.co.th เลย !

แจกพิกัด 5 ร้านเสื้อคู่ สำหรับเจ้าของใส่แมตช์กับน้องหมาสุดน่ารัก!

สวัสดีค่ะ สาวกสายแฟชั่นชาว Inzpy กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ วันนี้เราขอแหวกแนวสักเล็กน้อย ขอมาเอาใจชาวแฟชั่นนิสต้าที่มีสัตว์เลี้ยงโดยเฉพาะน้องหมา ทุกคนน่าจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า ‘มีหมาก็เหมือนมีลูก’ ก็ไม่ได้เกินจากความเป็นจริง เพราะเวลาเราเลี้ยงน้องหมา เราก็รัก ดูแล เอ็นดูเค้าเหมือนลูกจริง ๆ แน่นอนว่าเราก็ต้องมีความคิดที่อยากจะใส่เสื้อผ้าชุดคู่กับลูก(หมา)ของเรา จะได้มีโมเม้นต์ถ่ายรูปทำคอนเทนต์ลงโซเชียล เก็บไว้เป็นความทรงจำน่ารัก ๆ แบบครอบครัวสุขสันต์ ไม่ต้องไปมองหาที่ไหนไกล เพราะวันนี้ทางเราตั้งใจมาแจกพิกัด 5 ร้านเสื้อคู่ สำหรับเจ้าของใส่แมตช์กับน้องหมาสุดน่ารัก! อย่ารอช้า ตามไปส่องกันเลยค่ะ

cr.photo ; courtesy of @dogcornerpetshop (facebook)
Dog Corner

มาเริ่มกันที่ร้านแรกที่ชื่อว่า ‘Dog Corner’ ต้องบอกเลยว่า เป็นมุมสำหรับน้องหมาตามชื่อร้านเค้าจริง ๆ โดยเสื้อผ้าน้อง ๆ มีให้เลือกเยอะมาก มีมากกว่า 30 แบบให้เลือกสรร รับรองว่าใส่แล้วฟิตเป๊ะพอดีตัว เพราะทางร้านเค้าตัดเย็บและทำแพทเทิร์นเอง แบบไม่ได้รับมาขายนะจ๊ะ รับรองได้เลยว่าคุณภาพเยี่ยมค่ะแม่ ๆ ส่วนตัวเนื้อผ้าก็มั่นใจได้เลยว่าลูกจะสบายตัวไม่ร้อน ไม่อึดอัด เพราะทางร้านใช้เนื้อผ้านิ่ม ยืดหยุ่น ระบายอากาศได้ดี สบายผิว เกรดเดียวกับคนใส่เลย นอกจากนั้นถ้าสินค้ามีปัญหาทางร้านยินดีเปลี่ยนฟรี ซ่อมให้ฟรีอีกต่างหาก ทั้งหมดเป็นอันว่าเริ่ด ต้องลองตามไปเลือกชอปชุดคู่กับน้องหมาสุดที่รักจากร้านนี้กันแล้วล่ะ

cr.photo ; courtesy of @clawset.bkk (facebook)
Clawset.bkk

มาต่อกันที่ร้านที่สอง ที่โดดเด่นในเรื่องเสื้อคู่เจ้าของที่แมตช์กับน้องหมา ที่มาในธีมเสื้อมัดยอมสีสันสดใสจี๊ดจ๊าด ที่มีสีและแบบให้เลือกอย่างหลากหลาย แถมยังมาพร้อมสกรีนลายคำพูดกวน ๆ เป็นกิมมิกน่ารัก ๆ ที่แม่ ๆ เห็นแล้วจะต้องทั้งขำและตกหลุมรักเสื้อผ้าจากร้านนี้ได้ไม่ยาก โดยมีการสกรีนคำบนเสื้อคู่กับน้องหมาเด็ด ๆ ไม่ว่าจะเป็น บุพการี-อภิชาตบุตร / เกิดมามีกรรม-ชีวิตดี๊ดี / นักอนุรักษ์-สัตว์สงวน / คนมีภาระ-ภาระ / ไอ้อ้วน-ไอ้ต้าว น่ารักขนาดนี้ผู้ปกครองต้องรีบไปหามาใส่คู่กับลูกให้ไวเลย

ร้านเสื้อคู่
cr.photo ; lazada
Lazada

มาถึงร้านที่สาม ที่มาในธีมชุดนอน เพราะถึงแม้ว่าเรานอนเราก็จะไม่พรากจากกัน เพราะเชื่อว่าหลาย ๆ คนเลี้ยงน้องแบบที่เอาไปนอนด้วยกันทุกคืน ถ้าเราใส่ชุดนอน น้องก็ต้องมีชุดนอนใส่เหมือนกันจริงมั้ย? ไม่งั้นเดี๋ยวลูกน้อยใจแย่ งั้นเรามาดูชุดคู่จากร้านนี้กันเลยค่ะ โดยชุดของคนจะมาเป็นเซตแบบ Unisex สามารถใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง ทำมาจากผ้าไหมอิตาลี นุ่มลื่น ใส่แล้วเย็นสบายตัวเวลานอนทั้งคนทั้งหมา ตกแต่งกุ๊นขอบด้วยผ้าซาตินเกรดพรีเมียมสีสันสดใสตัดกันอย่างเก๋ไก๋น่ารัก โดยมีให้เลือกถึง 3 สีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสี Goodnight Green (สีเขียวเข้มลายจุด), Sleepy Navy (สีกรมลายริ้ว) และ Dreamy Purple (สีม่วงลายดอกไม้) ครอบครัวไหนเอาไปใส่นอนแบบพ่อ-แม่-ลูกรับรองว่าสุดคิ้วท์

ร้านเสื้อคู่
cr.photo ; courtesy of @moonies.style (instagram)
moonies.style

มาถึงร้านต่อไป ที่มาในรูปแบบชุดสไตล์น่ารักไฮโซ หวานกรุบ เกาหลีเกาใจ ลูกคุณหนูดูแพงสุด ๆ ที่มีให้ทั้งลูกและแม่เลือกใส่ได้ทั้ง เสื้อ ชุดเดรส ผ้าพันคอ รวมไปถึง Accessories ต่าง ๆ โดยชุดของทางร้านมีให้เลือกหลายสี หลายแบบ รวมไปถึงหลากหลายลวดลาย ที่มีทั้งลายดอกไม้ ลายตาราง สีสันสดใส สีเอิร์ธโทน ไปจนถึงสไตล์เรียบง่ายแบบมินิมอล เชื่อว่าทั้งคุณแม่และคุณลูก สามารถเลือกใส่แมตช์กันได้อย่างน่ารักน่าชังลงตัว และไม่เพียงแต่มีชุดน้องหมาเท่านั้น ยังมีชุดน้องแมวอีกด้วยนะ เหล่าทาสทั้งหลายอย่ารอช้า รีบตามไปส่องชุดจากร้านนี้กันเลยค่ะ

ร้านเสื้อคู่
cr.photo ; courtesy of @doodeedog3d (instagram)
doodeedog3d

ปิดท้ายกันไปด้วยร้านในไอจีร้านนี้ เป็นอีกหนึ่งร้านเสื้อผ้าชุดคู่เจ้าของกับน้อง ๆ ที่ทางร้านทำการตัดเย็บเอง ถ้ารีบเอารีบใช้ งานเร่ง ไม่ได้นะคะ เพราะร้านนี้เค้าต้องใช้เวลาในการผลิต อยากได้ของสวยของน่ารัก ต้องมีความอดทนกันหน่อยเนอะ โดยทางร้านมีให้เลือกชุดคู่ทั้งแบบเสื้อยืด และแบบเดรสสำหรับเจ้าของ ในส่วนของน้องหมาจะเน้นเป็นรูปแบบเสื้อยืด แต่มีลูกเล่นสนุกสนานน่ารัก ตรงที่ทางร้านมีการอัปเดตลายผ้าสีสันสดใส ลวดลายน่ารัก ๆ ใหม่ ๆ มานำเสนออยู่เสมอ ทำให้เหล่าแม่ ๆ สามารถเลือกชอปชุดให้ลูกใส่ได้ 7 วัน แบบไม่ซ้ำกันไปเลย

เป็นยังกันบ้างกับ 5 ร้านเสื้อคู่ สำหรับเจ้าของใส่แมตช์กับน้องหมาสุดน่ารัก! ที่เราชี้เป้าไปในวันนี้ สามารถตามพิกัดไปชอป ด้วยการคลิกลิงค์ตรงหัวข้อของแต่ละร้านได้เลยค่ะ ทางเรามั่นใจว่าร้านที่เราคัดเลือกมา แต่ละร้านมีความโดดเด่นและสไตล์ที่แตกต่างกันไปคนละแบบ หวังว่าจะสามารถเป็นไอเดียสำหรับไปชอปปิงชุดคู่สำหรับคนรักน้องหมาได้ง่ายขึ้นไม่มากก็น้อยนะคะ อย่าลืมติดตามคราวหน้า ว่าเราจะมาชี้เป้าหรือมัดรวมร้านเสื้อผ้าแฟชั่นที่น่าสนใจแบบไหน มาฝากทุกคนกันอีก เจอกันใหม่บทความหน้าค่ะ

งาน Rally Party “ริมเล” by Nade

วันนี้ inzpy มีกิจกรรมดี ๆ สำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นครอบครัว คู่รัก หรือเพื่อนฝูง ก็สามารถมาร่วมสนุกกในงานคอนเสิร์ต “ริมเล” ที่มีนักร้องดังอย่าง เจ เจตริน และ ลุลา มาแสดงอย่างเต็มรูปแบบ ที่ เบลล่า คอสต้า คอนโดริมหาดเขาเต่า หัวหิน แค่นี้เอง

ริมเล

ผลิตภัณฑ์คลอลาเจน อันดับ 1 สำหรับทุกคน อย่างนาเด้ (Nade) ชวนคุณและเพื่อน ๆ มาสนุกกันให้ออร่ากระจาย โดยมีการจัดแรลลี่จากลานจอดรถ Show DC เพื่อปล่อยตัว และพบปะกัน ก่อนจะไป Check In ที่ปั๊ม ป.ต.ท. วังมะนาว เพื่อเล่นเกม และหาผู้โชคดีกับหลากหลายรางวัลที่คุณต้องประทับใจ ก่อนจะเข้าสู่งาน “ริมเล”

ภายในงานยังมีร้านค้าสุดคิวท์แอนด์ชิคสำหรับสายบีชหลากหลายแบรนด์ มาเปิดให้เลือกซื้อสินค้าก่อนเข้างาน สำหรับกิจกรรมสุดมันส์ขนาดนี้ ทางผู้สนับสนุนหลักพร้อมมอบแพกเกจ Rally Party ชมคอนเสิร์ต พร้อมที่พัก และอาหารค่ำ 3 แพกเกจดังนี้

ริมเลสำหรับ Package A แพกเกจสุดหรู สำหรับ 2 ท่านที่มาร่วมงานแรลลี่ ชมคอนเสิร์ต และทานอาหารค่ำ พร้อมพักที่โรงแรม Inercontinetal Hua Hin Resort  ห้อง Cosy 1 คืน พร้อมอาหารเช้า เป็นแพกเกจสุดหรู ในราคา 15,000 บาท รีบจองด่วนก่อนหมด

สำหรับแพกเกจสุดคุ้ม อย่าง Package B สำหรับ 2 ท่าน สามารถเข้าร่วมกิจกรรมแรลลี่ ชมคอนเสิร์ต ทานอาหารค่ำ และพักที่โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหัน ห้อง Deluxe พร้อมอาหารเช้า และยังได้สิทธิ์ในการใช้สวนน้ำอีกด้วย แพกเกจสุดคุ้มนี้มีจำนวนจำกัด ต้องรีบจองก่อนเลย

สำหรับ Package C ราคาสุดคุ้ม กับโรงแรม อาร์ต เดอ ซี หัวหิน (Art De Sea Hua Hin) ที่ให้ห้องพัก Deluxe พร้อมอาหารเช้าแสนอร่อย มีเพียง 12 ห้องเท่านั้น พร้อมกับกิจกรรมเหมือนแพกเกจอื่น ๆ เลย สำหรับแรลลี่ ชมคอนเสิร์ต ทานอาหารค่ำ วัยรุ่นห้ามพลาดแล้วกับแพกเกจนี้

สำหรับลูกค้าที่จอง package ไว้แล้วหากต้องการเพิ่มเตียงเสริมสำหรับบุคคลที่สาม สามารถแจ้งกับทีมงาน เพื่อเพิ่มสมาชิกได้ ทั้งนี้ระเบียบการเข้าพักจะขึ้นอยู่กับโรงแรมผู้ให้บริการห้องพัก

สถานที่จัดงาน: Bella Costa
ตำบล ปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ 77220

เพิ่มเพื่อนไลน์ เพื่อติดตามข่าวสาร และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Line ID @Inzpy

ผู้สนับสนุนหลัก : Nade Collagen

ฉากจบปาหมอน ตำนานของ Shaman King

0

เราเคยพูดถึง ฉากจบปาหมอน Shaman King กันไปแล้วเมื่อนานมาแล้วล่ะหากใครจำกันได้ แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงมันอีกสักครั้ง ว่ามันเป็นอะไรยังไง ทำไมถึงติดตา และติดใจคนอ่านมาจนถึงทุกวันนี้ สำหรับฉากจบอันลือลั่น ของ 1 ใน การ์ตูนยอดฮิต ในอดีตอย่าง ราชันต์แห่งภูติ

ฉากจบปาหมอน พาเหวอ

สำหรับอนิเมะ Shaman King ก็ได้ฉายใน Netflix แบบครบทุกตอนแล้วครับ แต่ตัวผมนั้นยังดูไม่จบหรอก เลยยังไม่รู้ว่าจะปาหมอนหรือไม่ แต่เขายืนยันมาว่า ไม่ปาแน่นอน แต่วันนี้เราจะมาเล่าถึงเรื่องราวของ ฉากจบในตำนานนี้กัน

Shaman King คือเรื่องของกลุ่มคนที่สื่อสารกับวิญญาณได้ มาต่อสู้กันเพื่อชิงความเป็น 1 ใครที่ชนะจะสามารถบรรดาลสิ่งใดก็ได้จากพลังของ “Great Spirit” ซึ่งพระเอกของเรื่องคือ อาซากุระ โย ชายที่เก่ง มีพรสวรรค์และดึงดูดผู้คนเข้ามาร่วมกับเขา ละใคร ๆ ต่างก็คิดว่า โย นี่แหละที่ฝากความหวังไว้ได้

แต่แล้วอยู่ ๆ ก็มีชาแมนผู้เก่งกาจ เก่งเกินกว่าใครบนโลกใบนี้ เรียกว่า เหล่าวิญญาณทุกดวงจะต้องยอมสยบให้ นั่นคือ อาซากุระ ฮาโอ พี่ชายฝาแฝดของ อาซากุระ โย นั่นแหละ ฮาโอ คือ บรรพบุรุษของ ดย ที่กลับชาติมาเกิด ด้วยพลังชาแมนที่แข็งแกร่ง และมหาศาลเกินกว่าที่ใครจะเอาอยู่

จนสุดท้ายพวกของโย และเหล่าผู้ที่ถูกเลือกทั้ง เต๋า เรน, โฮโรโฮโร, ช็อคเกอร์เลิฟ และดีเซิร์ก รวมไปถึงกลุ่มต่อต้านอย่าง X LAW และกันดาระต้องยอมให้ ฮาโอ เป็นผู้ชนะ เพียงแต่ว่า พวกเขามีแผนการที่จะทำอะไรที่มากกว่านั้น นั่นคือการ ลอบสังหารฮาโอ ตอนที่ไม่รู้สึกตัวระหว่างที่รับพลังจาก “เกรท สปิริต”

ซึ่งนี่คือเนื้อหาในช่วงหลังของตัวมังงะและครับ ซึ่งมันมีสปอยเต็ม ๆ แต่ผมไม่สน เพราะการ์ตูนมันเกินกว่า 20 ปีมาแล้ว เนื้อเรื่องตรงส่วนนี้ เหล่าพระเอกจะลักลอบเดินทางไปที่ทวีปมู ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของเผ่าปัจ ซึ่งดูแล ชาแมนคิง และเกรท สปิริต พวกเขาจะต้องต่อสู้กับเผ่าปัจที่คุ้นหน้าคุ้นตาย ต้องฆ่าคนที่สนิทเพื่อไปให้ถึงฮาโอ

เนื้อเรื่องดำเนินมาถึง เผ่าปัจคนที่ 5 อย่าง เซริม ผู้ดูแลของ โฮโรโฮโร ซึ่ง โฮโรโฮโร พุ่งเดข้าใส่ทันทีแต่ก็พ่ายแพ้กลับมา จากนั้นฮาโอ ก็ได้ส่ง Spirit of Fire วิญญาณสุดแข็งแกร่งของตัวเอง และ โอปาโจ มาช่วยเหลือพวกโย ซึ่งทุกคนก็รู้สึกว้าวกันว่า โอเค อาวุธเริ่มมาแล้ว

แต่ในค่ำคืนที่บ้านของ เซริม นั้นเอง พวกเขากำลังจะเข้านอนกัน และทุกคนก็บอกว่า เรามองโลกในแง่ดี เราไมได้จะทำลาย แต่เราจะไปช่วยให้ฮาโอ ตื่นจากฝันร้าย และกลับมาใช้ชีวิตที่สงบสุขอีกครั้ง ก่อนที่ทุกคนเตรียมตัวจะเข้านอน เพื่อลุยต่อ ก็ได้เปิดสงครามปาหมอนใส่กัน เป็นอันจบเรื่องราวไว้แต่เพียงเท่านี้…

ครับ นี่คือความจริง การ์ตูนที่อ่านมาอย่างยาวนาน มีรวบเล่มแปลไทยทั้งหมด 32 เล่ม ในตอนนั้นเล่มละ 35-40 บาท มันจบแบบห้วน ๆ ไม่รู้ว่า ได้สู้ชนะฮาโอหรือไม่ ได้ไปถึงฮาโอหรือเปล่า แล้วชนะได้อย่างไร โลกหลังจากนั้นจริง ๆ เป็นอย่างไร เรียกว่าจบได้ค้างคาที่สุดในโลกเลยทีเดียว

ซึ่งนี่ก็คือตำนาน ฉากจบปาหมอน ของ Shaman King ครับ บอกเลยว่าเด็กยุคนี้โชคดีมาก ๆ ที่ทีมงานได้ทำอนิเมะตามต้นฉบับมา แถมมีตอนจบแบบไม่ปาหมอนมาให้ดู คือบทสรุปแบบเคลียร์ ๆ ซึ่งตัวของผมเองก็จะได้ดูพร้อมกับทุกคน แม้ส่วนตัวจะไปอ่านตอนจบจริง ๆ ที่เขียนออกมาทีหลังมาแล้วก็ตาม

ฉะนั้นใครที่ยังคาใจ สามารถติดตาม Shaman King ราชันต์แห่งภูติ ที่จบแบบดี ๆ ได้ใน Netflix แล้วตอนนี้ครับ

ดู 4KINGS แล้วคิดตาม วิจารณ์ได้แต่อย่าใช้อารมณ์

0

กระแสกลับมาร้อนแรงอีกครั้งครับหลัง ดู 4KINGS ใน Netflix อีกรอบหลังจากที่เข้าไปดูในโรงภาพยนตร์มาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งบอกเลยว่ากระแสรุนแรงมากครับ แบ่งออกเป็นสองขั้ว สองฝั่งอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่ม Community ที่ใหญ่ที่สุดกลุ่มหนึ่งของคนดูหนัง อย่าง Netflix Lover Thailand ที่มีโพสต์ที่กับ 4KINGS เยอะมาก เกินกว่า 20 โพสต์แน่นอน

ซึ่งส่วนใหญ่นั้นจะเป็นการรีวิว ซึ่งก็มีทั้งดี และแย่ ปะปนกันไปตามประสาอิสระชนที่สามารถแสดงความคิดเห็นอย่างไรก็ได้ และด้วยความที่ Inzpy สิงอยู่ในกลุ่มนี้ ก็ได้พบเห็น และได้อ่านอะไรมากมาย วันนี้เลยจะมาเล่าและมาชวนคุยกันครับ

ดู 4KINGS แล้วคิดตาม

ร้อนแรงตั้งแต่ก่อนเข้าโรงภาพยนตร์ พอฉายในโรงก็ทำรายได้เกือบ 200 ล้านบาท พอออกจากโรงและเข้าสู่สตรีมมิ่ง ก็ยังคงเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง ล่าสุดขึ้นอันดับ 1 ของ Netflix ไปเป็นที่เรียบร้อย โดยประเด็นวันนี้ที่เราจะมาพูดถึงคือ กลุ่ม Netflix Lover Thailand ที่มีโพสต์วิจารณ์และรีวิวหนังเรื่องนี้เกินกว่า 20 โพสต์

ดู 4KINGS

เรียกว่า การรีวิวนั้นหลากหลายความเห็นครับมีทั้งดี และแย่ ชอบและไม่ชอบ แต่สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้น และรู้สึกไม่ดีคือสิ่งที่เรียกว่า “การดูถูก” หรือ “การเหยียด” บุคคลก หรือกลุ่มคนที่เกี่ยวข้องกับตัวภาพยนตร์ อย่างเด็กช่าง ด้วยความที่กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างอิสระ

แน่นอนรวมถึงการคอมเม้นท์ต่าง ๆ ด้วย การปะทะคารมณ์ต่าง ๆ ก็ได้เกิดขึ้นมากมายครับ จะยกตัวอย่างรีวิวสั้น ๆ บางส่วนครับ

  • “ลองเปิดใจดู4Kings โอ้โห​ พ่อเปิดปนะตูไปช่วยลูกไม่ได้เพราะติดรถ​มอเตอร์​ไซต์​ทั้งๆที่ประตูรถมีตั้งหลายทาง หรือเป็นความล้ำลึกของผู้กำกับที่ต้องการสื่อว่าตัวพ่อสมัยเรียนเอาแต่ตีกันสมองเลยไม่พัฒนาถ้าเป็นแบบนั้นก็ถือว่าเป็นอุทาหรณ์​สอนใจครับ”
  • “จากที่ดู 4 Kings รู้สึกชอบนะ อย่างฉากที่จ๋าย ไททศ จะลงรถไปช่วยลูกสาว ที่คนบอกกันว่าฉากนี้ไม่เมคเซนซ์ เราว่าสิ่งนั้นเมคเซนซ์นะ เป็นปกติของ Human Error แต่ที่ไม่เมคเซนซ์จริงๆ คือ ไอ้วินมอไซค์ต่างหาก ถ้าเป็นเหตุการณ์จริง คงชั่วมาก บางที เราต้องดูต้นเหตุนะ ว่าอะไรทำให้เกิด แต่คนมักชอบตัดสินที่ปลายเหตุไง จะวิจารณ์มันก็ต้องเรียงตรรกะให้ถูกก่อน จริงปะ”
  • “เรื่องนี้คนชอบก็เยอะ ไม่ชอบก็มี ของแบบนี้ นานาจิตตังครับ ให้คะแนนตามที่ตัวเองชอบกันไป แล้วแต่คนครับ ชอบก็ชอบ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ แต่สิ่งนึงที่ควรทำคือ ไม่ควรแซะซึ่งกันและกันครับ ให้เกียรติความเห็นกันและกัน ผมค่อนข้างชอบนะ ส่วนตัวเพราะอาจอยู่ในยุคนั้นด้วย เลยเข้าใจอะไรหลายๆอย่าง ส่วนคนไม่ชอบก็เข้าใจครับ หลายอย่างมันยังขัดใจนิดหน่อย ตอนนี้ได้ข่าวว่ากำลังเขียนบทภาค 2 และตัวหนังก็ค่อนข้างได้กำไร เพราะต่างประเทศซื้อไปฉาย ก็มาลุ้นภาค 2 กันต่อไปครับ”

ทีนี้มามองในส่วนของ Inpzy ครับ ตัวผมนั้นรู้สึกว่า คนเรามีสิทธิ์จะแสดงความเห็นครับ เพียงแต่ว่ามันควรจะถูกตั้งอยู่บนอคติ ผมเป็นคนหนึ่งที่ชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ และตัวผมก็ไม่ใช่เด็กช่าง หรือเด็กในยุคนั้นแต่อย่างใด เพียงแต่ว่า รู้สึกอินกับมัน ยอมรับเลยครับว่า ตอนแรกผมคาดหวัง ฉากบู๊ ฉากตีกันเยอะ ๆ

แต่พอหนังมันพลิกมาเป็นหนังชีวิต เล่าเรื่องวัยรุ่น เล่าเรื่องของวัยคึกคะนองที่ทำอะไรไม่คิด เอะอะจะใช้กำลัง ไม่ได้คำนึงถึงผลที่ตามา เพื่อนข้าสำคัญที่สุด ผมรู้สึกว่า หนังมันเล่าเรื่องดีนะ หนังมันสนุกเลย มีดราม่ามีขึ้นมีลง ไม่ใช่หนังโมโนโทนที่จะเป็นเส้นตรงตลอดทั้งเรื่อง

โอเคยอมรับแหละว่า ภาพรวมของตัวหนังนั้น มันเรียกแขกไม่น้อย และมันชักชวนให้วัยรุ่นใจร้อนในยุคนี้ออกมาทำในสิ่งที่พวกเขาคิดว่าเท่ หลังจากได้ดูหนัง เพียงแต่ว่า นั่นไม่ใช่ทั้งหมดเสมอไป หากเรามองมันแบบเป็นกลางอย่างมีวุฒิภาวะ เรียกที่จะดูหนังให้จบ แล้วคิดตาม ไม่ใช่ดูเพียงแค่ 15 นาทีแรก หรือแค่ 2-3 ฉาก แล้วด่วนสรุปว่ามันไม่เมคเซ้นต์

ผมยอมรับในความคิดเห็นเชิงลบที่มีต่อหนังที่ชื่นชอบนะครับ อย่างความไม่เมคเซ้นต์ในหลาย ๆ ฉาก ความเว่อร์วัง หรือความที่แบบบางอย่างทำไมไม่ทำแบบนี้ ยอมรับครับว่าตอนดูก็คิด และไมได้มองข้ามแต่อย่างใด เพียงแต่ว่า โดยภาพรวมของหนัง มันทำให้เราสามารถที่จะ move on จะอะไรเล็กน้อยพวกนั้น (อาจจะใหญ่สำหรับหลายคน) และเอ็นจอยกับมันได้

อย่างเรื่องของฉาก คำพูดคำจา ไดอาล็อกของตัวละคร ที่รู้สึกว่า เออเราดูหนังที่เป็นช่วงเวลาเดียวกับยุค 4KINGS หรือศึกษาอะไรพวกนี้มาเยอะ รู้สึกได้เลยว่า มันสมจริง ผมรู้สึกว่า ตัวของผู้กำกับนั้นทำการบ้านมาได้ดีมาก ๆ ในเรื่องของการแต่งตัว ในเรื่องคิวบู๊หรืออะไรต่าง ๆ ที่สุดท้ายมันไม่มากเกินไป ไม่เยอะเกินไป

ขนาดหนังอย่าง “เรียกเขาว่าอีกา” ที่เน้นต่อยกันเน้น ๆ มันยังมีข้อบกพร่องเลยครับ หนังที่ถูกจริตค่อยชอบความบู๊ ซึ่งหลายคนก็รับมันได้ และมองข้ามจุดบกพร่องหลายจุด หรือ High&Low ที่เวลาเตะต่อยดูค่อยจะเบา หรือความเว่อร์เกินไปของทุกตัวละคร แต่ก็มีคนมองข้ามไปได้ ด้วยคำว่า มันส์สนุก และเอ็นจอยที่จะได้เสพหนังแบบนี้

ซึ่งย้อนกลับมาที่ 4KINGS ซึ่งมันไม่ได้บู๊สะใจคนที่คาดหวังฉาก Action มีให้เห็นหอมปากหอมคอ แต่สอดแทรกด้วยข้อคิด ที่ไมได้บังคับให้คุณคิดและรู้สึกเหมือนกับหนัง แต่ด้วยเนื้อเรื่อง การดำเนินเรื่องต่าง ๆ ผมอยากให้คุณลองเปิดใจ และลบภาพของคำว่า “เด็กช่าง” ออกไป และลองมองให้มันเป็นหนังที่เล่าเรื่องราวของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งดูครับ

ดู 4KINGS

และที่น่าเห็นใจยิ่งกว่าคือ เหล่าเด็กอาชีวะ ที่ถูกบลูลี่หรือใช้คำพูดที่มันเหยียดหยาม จากการรีวิว หรือคอมเม้นท์แบบมันส์มือจนเกินไป ผมว่าคนกลุ่มนี้ หรือคนที่เกี่ยวข้อง หรือแม้แต่คุณเองก็มีหัวใจครับ ไม่ใช่ก็ส่วนไม่ชอบหนัง แต่ไม่จำเป็นจะต้องไปต่อว่า อดีต หรือการใช้ชีวิตของใครก็ตาม ฝากไว้ให้คิดครับ

 

AVEDA กับสูตร SMOOTH INFUSION เพื่อผมสวยไม่ชี้ฟู

0

AVEDA กับสูตร SMOOTH INFUSION เพื่อผมสวยไม่ชี้ฟู

AVEDA แบรนด์ผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม เป็นแบรนด์ที่มีความเชื่อว่าผลิตภัณฑ์ความงามไม่ควรทดลองและทารุณกรรมในสัตว์ ทางแบรนด์จึงเป็นผู้นำและแสดงความรับผิดชอบในการใส่ใจดูแล ไม่ใช่เพียงแต่โลกของความงามแต่เป็นทุกอย่างรอบตัวเรา

ในปี 2022 ทางแบรนด์ได้รับการยอมรับว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากการทดลอง และทารุณกรรมในสัตว์ ผ่านมาตรฐานระดับ Gold Standard จากองค์กรที่เป็นที่ยอมรับระดับโลก และยังเป็นแบรนด์ความงามแห่งแรก ที่ใช้บรรจุภัณฑ์ PET ที่ผลิตจากพลาสติกรีไซเคิล 100% สำหรับบรรจุภัณฑ์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและผลิตภัณฑ์จัดแต่งผม

เรียกได้ว่าเป็นแบรนด์ที่น่าใช้มาก ๆ เลยใช่มั้ยล่ะ ทั้งด้วยประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์และการที่แบรนด์ใส่ใจในสิ่งแวดล้อมด้วย Inzpy เลยมีผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมสูตร SMOOTH INFUSION สำหรับผู้ที่มีปัญหาผมชี้ฟูมาฝากกัน

  • Smooth infusion™ style-prep smoother™ Hair Leave-On

SMOOTH INFUSION

ผลิตภัณฑ์เซรั่มไพรเมอร์ทรีทเมนต์ เนื้อบางเบาแบบไม่ต้องล้างออก ที่จะช่วยเตรียมผมก่อนจัดแต่งทรง และลดผมชี้ฟูได้อย่างมีประสิทธิภาพและยาวนานถึง 72 ชั่วโมง พร้อมช่วยปกป้องผมจากการจัดแต่งทรงด้วยความร้อน เป็นผลิตภัณฑ์วีแกนที่ผสานเทคโนโลยี Plant polymer shield และ Botanical smoothing oil blend เพื่อบำรุงให้ผมนุ่มลื่นยิ่งขึ้น

  • Smooth infusion™ anti-frizz shampoo Shampoo

AVEDA SMOOTH INFUSION

แชมพูสูตรเพื่อผมนุ่มสลวย ไม่ชี้ฟู ด้วยสูตรที่ปราศจากซิลิโคนและช่วยทำความสะอาดผมอย่างล้ำลึก แต่ยังคงมอบความชุ่มชื้นและเพิ่มความเงางามให้ผมอย่างอ่อนโยน พร้อมช่วยลดปัญหาผมชี้ฟู เป็นผลิตภัณฑ์วีแกนที่ผสานเทคโนโลยี Plant polymer shield และ Botanical smoothing oil blend เพื่อบำรุงให้ผมนุ่มลื่นยิ่งขึ้น

  • Smooth infusion™ perfect blow dry Hair Spray / Mist

AVEDA SMOOTH INFUSION

สเปรย์ทรีทเมนต์เพื่อลดปัญหาผมชี้ฟู และทำให้ผมนุ่มสลวยขึ้น 3 เท่าในทันทีที่ใช้ พร้อมช่วยปกป้องผมจากสิ่งต่าง ๆ ที่จะมาทำร้ายเส้นผม เพื่อป้องกันไม่ให้ผมชี้ฟูได้อย่างยาวนานถึง 72 ชั่วโมง แม้จะต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมที่ทำร้ายผม เป็นผลิตภัณฑ์วีแกนที่ผสานเทคโนโลยี Plant polymer shield และ Botanical smoothing oil blend ช่วยป้องกันความชื้นบนเส้นผม

  • Smooth infusion™ anti-frizz conditioner Conditioner

AVEDA SMOOTH INFUSION

ครีมนวดผมเพื่อผมนุ่มสลวย เรียบเนียนไม่ชี้ฟู ด้วยสูตรที่ปราศจากซิลิโคน พร้อมมอบความชุ่มชื้นและช่วยให้ผมเงางาม นุ่มลื่น พร้อมช่วยลดปัญหาผมหลุดร่วงเป็นผลิตภัณฑ์วีแกนที่ผสานเทคโนโลยี Plant polymer shield และ Botanical smoothing oil blend ช่วยป้องกันความชื้นบนเส้นผม

เป็นยังไงกันบ้างกับ 4 ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ AVEDA กับสูตร SMOOTH INFUSION เพื่อผมสวยไม่ชี้ฟู ใครสนใจสามารถสั่งซื้อหรือดูผลิตภัณฑ์ตัวอื่นได้ที่ Website เลยนะ

Music for Dogs & Cats เพลย์ลิสต์เพลง สำหรับคนรักสัตว์

Music for Dogs & Cats เพลย์ลิสต์เพลง สำหรับคนรักสัตว์

เรียกว่าตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำ Pet-Friendly Residences อย่างต่อเนื่อง สำหรับ “เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์” ที่ล่าสุดเดินหน้าต่อยอดสร้างสุขเท่าเทียม เปิดตัว “MAJOR PETSCAPE presents Music for Dogs & Cats” เพลย์ลิสต์เพลงแต่งใหม่สไตล์ มิวสิค เธอราปี มอบความสุขทั้งคน-สุนัข-แมวอย่างสมดุล

โดยอิง Insights สัตว์เลี้ยง คำนวณคลื่นความถี่และจังหวะที่เหมาะสม ภายใต้คำแนะนำจากสัตวแพทย์ พร้อมดึงค่ายเพลง Welfare6 มารังสรรค์ดนตรี 2 เวอร์ชั่น สำหรับทั้งน้องหมาและน้องแมว สร้างเพลงที่มอบ #สุขเท่าเทียม ให้แก่คนและสัตว์เลี้ยงที่ใช้ชีวิตร่วมกันในบ้าน-คอนโด พร้อมสร้างเพลย์ลิสต์ยาว 8 ชั่วโมง ตอบโจทย์ WFH ตั้งแต่เช้าจรดเย็น ซึ่งสามารถหาฟังได้แล้ววันนี้ที่ Spotify, JOOX, Apple Music และบน Youtube

Music

ด้าน นางสาวอาระตี เบญจาธิกูล ผู้ช่วยผู้อำนวยการสายงานสื่อสารการตลาด บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวแคมเปญ #สุขเท่าเทียม สะท้อนความมุ่งมั่นในการพัฒนาบ้าน และคอนโดมิเนียมที่ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงมีความสุขร่วมกันได้อย่างเท่าเทียมเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา

ล่าสุด เมเจอร์ฯ สร้างปรากฏการณ์ใหม่ พัฒนาเพลงเพื่อคนและสัตว์เลี้ยง โดยอิงจากข้อมูลเชิงลึก (Insights) ของสุนัขและแมว เกิดเป็นเพลย์ลิสต์ ที่ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงฟังร่วมกันอย่างมีความสุข ภายใต้ชื่อ “MAJOR PETSCAPE presents Music for Dogs & Cats”

เมเจอร์ฯ ในฐานะผู้นำคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ เราคิดถึงทุกรายละเอียดที่จะสร้างความสุขในการอยู่อาศัยให้คนและสัตว์เลี้ยงอย่างเท่าเทียม นอกเหนือไปจากฟังก์ชั่นต่าง ๆ ที่เรามอบให้ทั้งในยูนิตและส่วนกลาง ทั้งยังมีสิทธิประโยชน์เพื่อคนรักสัตว์เตรียมไว้ให้อีกมากมาย

เราทำดนตรีขึ้นมาใหม่ โดยมีที่ปรึกษาเป็นสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำแนะนำในการสร้างสรรค์เพลง มีความท้าทายในการเรียบเรียงเพลงให้ตอบความสุขของทั้งคน สุนัข และแมว ที่มีลักษณะทางกายภาพแตกต่างกันในการรับฟังเสียง ตั้งแต่คลื่นความถี่ ระดับเสียง จังหวะ แนวเพลง รวมถึงเครื่องดนตรีที่ใช้

เพลงที่ออกมาจึงมีจังหวะเท่ากับจังหวะการเต้นของหัวใจของสุนัขและแมว มีคลื่นเสียงในระดับที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง และเลือกเครื่องดนตรีที่ให้เสียงที่สร้างความผ่อนคลาย ทำให้เพลงเหล่านี้กลายเป็นเหมือนดนตรีบำบัดเบา ๆ ให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงฟังอย่างสุขใจไปพร้อมกัน

Music

ส่วนเพลงทั้งหมดในโปรเจกต์นี้ ถูกสร้างสรรค์และเรียบเรียงโดยค่ายเพลง Welfare6 เป็นทำนองบรรเลงแนว Lofi Pop และ Chillhop สไตล์ Music Therapy มี 2 เวอร์ชั่น คือ เวอร์ชั่นสำหรับสุนัข 12 เพลง และแมวอีก 12 เพลง จัดเตรียมเป็น เพลย์ลิสต์อยู่บนช่องทางต่างๆ ทั้ง Spotify, Joox, Apple Music และยังสามารถเปิดฟังผ่าน Youtube แบบจุใจกับ  เพลย์ลิสต์เวอร์ชั่นวนลูปยาว 8 ชั่วโมง สร้างความเพลิดเพลินให้เจ้าของสัตว์เลี้ยง ขณะนั่งทำงาน Work From Home พร้อมมอบความสุขให้กับสัตว์เลี้ยงที่อาศัยร่วมกันอย่างลงตัว

นอกจากนี้ จะมีการนำเพลงดังกล่าว ไปใช้กับพื้นที่ต่างๆ ของพันธมิตรที่มีจุดยืนด้าน Pet-Friendly เช่นเดียวกับเมเจอร์ อาทิ เซ็นทรัล เฟสติวัล อีสต์วิลล์ เป็นต้น

Music

ด้าน สพ.ญ.วัลลิยา กาญจนพงศ์กิจ ผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร/ สัตวแพทย์ประจำโรงพยาบาลสัตว์จัสโก้
ที่ปรึกษาโครงการนี้ กล่าวว่า

เสียงดนตรีจากโปรเจกต์ “MAJOR PETSCAPE presents Music for Dogs & Cats” ของเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ ที่แต่งขึ้นเพื่อสร้างสุขเท่าเทียมให้กับทั้งคนและสัตว์เลี้ยงในครั้งนี้ สะท้อนความใส่ใจอย่างลึกซึ้ง ถือเป็นปรากฏการณ์อันดีที่ตอบโจทย์คนยุคใหม่ที่เลี้ยงสัตว์ในที่อยู่อาศัยมากขึ้น

Music

ความแตกต่างของขีดความสามารถในการได้ยินเสียงของสุนัขและแมว มีความแตกต่างกับคน การแต่งเพลงเพื่อสร้างความสุขร่วมกันให้ทั้งคนและสัตว์เลี้ยงจึงจำเป็นต้องเข้าใจ Insights ของสัตว์เลี้ยงหลายส่วน เช่น สุนัขและแมวชอบดนตรีที่มีจังหวะใกล้เคียงกับจังหวะการเต้นของหัวใจ โดยสุนัขมีอัตราการเต้นหัวใจที่ 70-120 ครั้ง/นาที ส่วนแมวมีอัตราการเต้นหัวใจที่ 120-140 ครั้ง/นาที

แนวดนตรีที่เหมาะสมคือ คลาสสิก ป๊อป ไปจนถึง Soft String เครื่องดนตรีที่มีเสียงเหมาะสมและสบายต่อการได้ยิน ได้แก่ เช่น เปียโน ไวโอลิน เป็นต้น เพลงที่เรียบเรียงขึ้นใหม่นี้ตอบโจทย์ดังกล่าว และเมื่อนำไปทดลองให้น้องหมา
น้องแมวฟัง ได้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ สัตว์เลี้ยงหลายตัวผ่อนคลาย และบางตัวสามารถหลับไปพร้อมกับเสียงเพลงคลอ

ด้าน นายรังสรรค์ ปัญญาใจ หนึ่งในโปรดิวเซอร์จาก Welfare6 เผยว่า เป็นความท้าทายอย่างมากที่มีโอกาสทำดนตรีให้กับคนและสัตว์เลี้ยงได้ฟังร่วมกันอย่างสมดุล ซึ่งเป็นครั้งแรกของการแต่งทำนองที่คำนึงถึงความต้องการของสัตว์เลี้ยง โดยพยายามตีความให้ตอบโจทย์ “สุขเท่าเทียม” สร้างความสุขให้กับทั้งคนและสัตว์เลี้ยง

และทำดนตรีให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยของคนในยุคปัจจุบัน เพลงที่สามารถเปิดฟังได้ยาว ๆ ตลอดทั้งวัน สร้างสมาธิในการทำงาน ช่วยให้ผ่อนคลายจากความเครียด มีการทำการบ้านเรื่องความเร็วของจังหวะเพลง (BPM)
มีการทำงานร่วมกับทีมสัตวแพทย์ จนออกมาเป็นดนตรีและเพลย์ลิสต์ที่ทดลองกับกลุ่มตัวอย่างสุนัขและแมวมาแล้วว่า สามารถฟังเพลิน ๆ สร้างความสุขให้กับสัตว์เลี้ยงและคนไปพร้อม ๆ กันอย่างเท่าเทียม

ส่วนทาสแมวหรือทาสน้องหมาท่านใดสนใจ สามารถรับฟัง MAJOR PETSCAPE presents Music for Dogs & Cats ได้แล้วนะ รีบเลย… ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.major.co.th หรือ โทร. 02 116 1111

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : Reference Sathorn-Wongwianyai คอนโด ฯ แบรนด์ใหม่ ของ SC Asset

มัดรวม 7 กระเป๋าสตางค์แบรนด์เนม หรูได้ภายในงบไม่เกิน 20,000

ฮัลโหลสาว ๆ วันนี้ Inzpy ตั้งใจจะมาพาสาว ๆ สายแฟชั่นไปหัดหรูเข้าสู่วงการ แต่ขอเตือนก่อนว่าวงการนี้เข้าแล้วออกยาก และอาจจะออกไม่ได้ ถอนตัวไม่ขึ้นอีกด้วยนะ เตือนแล้วจะมาบอกว่าไม่เตือนไม่ได้นะจ๊ะ สำหรับใครที่พึ่งหัดเข้าวงการ เราขอแนะนำให้เริ่มที่กระเป๋าสตางค์เลยค่ะ เพราะถึงแม้จะมีราคาที่สูง แต่มีความทนทานและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน นอกจากนั้นแล้วยังมีดีไซน์ที่โดดเด่นสวยงาม เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละแบรนด์อีกด้วย มันจึงเป็นสิ่งที่คุ้มค่าน่าลงทุนยังไงล่ะ วันนี้ทางเรามาพร้อม 7 กระเป๋าสตางค์แบรนด์เนม พกง่าย หรูได้ภายในงบไม่เกิน 20,000 ตามไปดูกันเลย!

cr.photo; gucci.com
Gucci : GG Marmont Card Case Wallet (ราคาประมาณ 17,000 บาท)

เริ่มต้นกันด้วยกระเป๋าสตางค์สี Dusty Pink สวยหรูหวานกรุบ จากแบรนด์ Gucci ที่มีดีไซน์ในรูปแบบกระเป๋าสตางค์หนังลายนูน (Matelassé) ที่เป็นลวดลายรูป Chevron ทำให้กระเป๋าดูสวยงามมีมิติ นอกจากนั้นแล้วยังผสมผสานฮาร์ดแวร์สีทอง GG เพื่อเพิ่มความร่วมสมัย ซึ่งเป็นโลโก้สุดไอคอนิกบนหัวเข็มขัดของ Gucci ในยุค 70 เพิ่มความเก๋ไก๋ด้วยการเย็บลวดลาย GG ที่ด้านหลังกระเป๋า มาพร้อมฟังก์ชันอัดแน่นครบครัน ที่สามารถเก็บได้ทั้งธนบัตร การ์ด และมีช่องซิปสำหรับใส่เหรียญอีกด้วย สาวคนไหนที่อยากได้ลุคลูกคุณหนูสวยหรู ต้องห้ามพลาดใบนี้

cr.photo; dior.com
Dior : Saddle Lotus Wallet (ราคาประมาณ 18,500 บาท)

สวยหรูดูแพงตั้งแต่แรกเห็น โดดเด่นด้วยวัสดุกระเป๋าที่ทำมาจากผ้าแจ็กการ์ดพิมพ์ลาย สุดไอคอนิกซิกเนเจอร์อย่าง Dior Oblique สีน้ำเงิน เป็นกระเป๋าสตางค์ในรูปแบบฝาปิดเก๋ไก๋ ด้วยดีไซน์รูปทรงโค้งเว้าไม่เท่ากัน เสริมความหรูหราไปอีกขั้นด้วยฮาร์ดแวร์สีทองรูปตัว D ตัวย่อชื่อแบรนด์ โดยมาพร้อมฟังก์ชันครบครัน ทั้งช่องเก็บธนบัตร ช่องใส่เหรียญ และช่องเก็บการ์ด แถมยังมีขนาดเล็กพกพาแสนสะดวก

กระเป๋าสตางค์แบรนด์เนม
cr.photo; ysl.com
YSL : Cassandre Saint Laurent Matelassé Small Envelope Wallet (ราคาประมาณ 15,000 บาท)

สายเปรี้ยวซ่า รวมไปถึงสาวเท่ จะต้องถูกใจกระเป๋าสตางค์ใบนี้อย่างแน่นอนค่ะ มาต่อกันที่กระเป๋าจาก Saint Laurent (YSL) มาพร้อมสีดำสนิทเปี่ยมเสน่ห์ให้สัมผัสลึกลับน่าค้นหา มาในรูปแบบฝาปิดเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมคล้ายซองจดหมาย โดดเด่นด้วยฮาร์ดแวร์อักษรย่อ YSL สีเงินที่ตัดกันกับสีดำอย่างสวยงาม ทำมาจากหนังลูกวัว 100% เพิ่มมิติด้วยการเย็บหนังแบบนูน มีขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย มีช่องใส่การ์ด 4 ช่อง ด้านหลังกระเป๋าอีก 1 ช่อง และยังมีช่องใหญ่สำหรับใส่ธนบัตรอีกด้วย

กระเป๋าสตางค์แบรนด์เนม
cr.photo; celine.com
Celine : Small Trifold Wallet in Triomphe Canvas and Lambskin (ราคาประมาณ 19,500 บาท)

มาต่อกันที่กระเป๋าสตางค์แบบพับ 3 ตอน สวยหรูดูยังไงก็แพง ทำให้สาว ๆ ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นได้ไม่ยาก ผลงานสร้างสรรค์จากแบรนด์ Celine มาในสีแทนผสมสีน้ำตาลเข้มตัดกันอย่างสวยงดงามลงตัว ทำมาจากวัสดุผ้าแคนวาสลวดลายแพทเทิร์น Triomphe อันเป็นซิกเนเจอร์ผสมผสานกับหนังแกะ ขนาดกำลังดี พกพาสะดวก ได้ฟีลสวยไฮโซแบบสุด ๆ

กระเป๋าสตางค์แบรนด์เนม
cr.photo; chanel.com
CHANEL : Classic Zipped Coin Purse (ราคาประมาณ 20,000 บาท)

มาต่อกันที่แบรนด์สุดหรูที่ราคาไม่เคยแพงธรรมดา ถ้างบยังไม่พอซื้อกระเป๋าสะพายใบเก๋ แอบไปซื้อกระเป๋าสตางค์ใช้แก้ขัดไปพลาง ๆ กันก่อนก็ได้เนอะ ยังไงก็ได้ขึ้นชื่อว่าใช้ CHANEL เหมือนกัน โดยเป็นกระเป๋าซิปใส่เหรียญหนังคาเวียร์ทรงคลาสสิก ขนาดกะทัดรัด ทำมาจากหนังลูกวัว ตัดเย็บด้วยลายเกรนข้าวหลามตัดอันเป็นซิกเนเจอร์ ประดับตกแต่งเพิ่มความหรูหราด้วยฮาร์ดแวร์โลโก้สีเงิน เป็นกระเป๋าที่จิ๋วแต่แจ๋ว เพราะมีฟังก์ชันการใช้งานครบครัน มีช่องเก็บการ์ด 1 ช่องด้านหลังกระเป๋า ด้านในมีช่อง 3 ช่อง สามารถใส่ได้ทั้งการ์ด เหรียญ รวมไปถึงธนบัตร ครบจบในใบเดียว

กระเป๋าสตางค์แบรนด์เนม
cr.photo; louisvuitton.com
Louis Vuitton : Zippy Coin Purse Monogram (ราคาประมาณ 15,900 บาท)

โดดเด่นเป็นสง่าด้วยลาย Monogram Canvas อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เป็นกระเป๋าใส่เหรียญขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวก โดยกระเป๋ารุ่นนี้มีชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องขนาดที่เล็ก แต่อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชันการใช้งานอย่างครบครัน ที่สามารถใส่ได้ทั้งการ์ด เหรียญ และธนบัตรอย่างน่าเหลือเชื่อ ด้วยขนาดที่เล็กจึงสามารถใส่ในกระเป๋าเสื้อผ้าหรือกระเป๋าใบเล็กได้อีกด้วย ยิ่งไปกว่านั้นด้วยความที่เป็นกระเป๋าแบบซิป จึงสามารถรูดเปิดปิดใช้งานได้อย่างสะดวกง่ายดาย เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของสาว ๆ สมัยใหม่

cr.photo; bottegaveneta.com
Bottega Veneta : Tiny Tri-Fold Wallet (ราคาประมาณ 19,100 บาท)

ปิดท้ายกันไปด้วยกระเป๋าเอาใจสาวกแฟชั่นสายมินิมอล ด้วยกระเป๋าสตางค์จากแบรนด์ Bottega Veneta ที่ถึงแม้จะมีรูปแบบการดีไซน์ออกแบบที่เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความหรูหราและฝีมืออันประณีตบรรจงขั้นสูง ที่จะสามารถเห็นได้ชัดเจนจากเทคนิคการสานหนัง Intrecciato อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ที่เห็นปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าเป็นกระเป๋าจากแบรนด์ไหน สวยงามสดใสด้วยสีเขียวจี๊ดจ๊าดกว่าใคร ด้านในประกอบไปด้วยช่องใส่การ์ด 3 ช่อง ช่องใส่ธนบัตร 1 ช่อง และช่องเก็บเหรียญ 1 ช่อง

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับบทความ มัดรวม 7 กระเป๋าสตางค์แบรนด์เนม หรูได้ภายในงบไม่เกิน 20,000 ที่เราเอามาฝากทุกคนกันในวันนี้ หวังว่าวันนี้เราสามารถช่วยให้สาวกแฟชั่น ที่วางแผนจะเปลี่ยนกระเป๋าสตางค์และกำลังมองหาแบรนด์ที่ถูกใจ ตัดสินใจเลือกกระเป๋าคู่ใจใบใหม่ได้ง่ายมากขึ้นนะคะ รับรองว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนแน่นอน อย่าลืมติดตามว่าคราวหน้าเราจะเอาไอเทมปัง ๆ แบบไหนมาฝากทุกคนกันอีก รอติดตามเลยค่ะ