Home Blog Page 768

รวมฮิต Maroon 5 ซ้อมไว้ก่อนไปร้องตามให้สุดเสียงใน Maroon 5 World Tour 2022

0

รวมฮิตเพลงเจ้าของรางวัลแกรมมี่ซ้อมไว้ก่อนไปร้องตามให้สุดเสียงใน Maroon5 World Tour 2022

เจ้าของรางวัลแกรมมี่ระดับมัลติแพลทินัม เตรียมกลับมาเปิดคอนเสิร์ตในเมืองไทยอีกครั้งกับ Maroon 5 World Tour in Bangkok 2022 ปักหมุดมาไทยแล้วในวันเสาร์ที่ 10 ธันวาคมนี้ ณ ราชมังคลากีฬาสถาน ก่อนจะไปสนุกสุดเหวี่ยงร้องตามให้สุดเสียง Inzpy มี รวมฮิต จากวงดนตรีระดับโลกอย่าง Maroon 5 มาฝากกัน

บอกเลยว่านี่เป็นเพียง รวมฮิต Maroon5 แบบเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ใครที่อยากไปฟังแบบสด ๆ สามารถไปฟังกันได้ในงาน Maroon5 World Tour 2022 ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน (Rajamangala National Stadium) ในวันเสาร์ที่ 10 ธันวาคมนี้

รวมฮิต Maroon 5 World Tour in Bangkok 2022

สำหรับงานคอนเสิร์ตในครั้งนี้ก็ได้ผู้จัดเจ้าเก่าเจ้าเดิมอย่าง Live Nation Tero มาร่วมสร้างความสนุกสนานในครั้งนี้ โดยราคาบัตรมีตั้งแต่ 12,000 / 7,500 / 6,500 / 5,500 / 5,000 / 4,500 / 3,500 / 2,500 บาท สำหรับสิทธิ์ซื้อบัตรในรอบ Fan Club Pre-sale ได้ สามารถซื้อบัตรได้ในวันที่ 27 กรกฎาคม ตั้งแต่เวลา 10:00น. – 22:00น. ที่เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ 9 สาขา และทาง www.thaiticketmajor.com

และสำหรับสมาชิก Live Nation Tero รับสิทธิ์ซื้อบัตรในรอบ Pre-sale ได้ในวันที่ 28 กรกฎาคม รอบสำหรับจำหน่ายบัตรทั่วไปจะเปิดวันที่ 29 กรกฎาคม เวลา 10:00 น. เป็นต้นไปที่เคาน์เตอร์ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ 9 สาขา และทาง www.thaiticketmajor.com

รวมฮิต Maroon 5 World Tour in Bangkok 2022

งานนี้แฟนคลับชาวไทยของหนุ่ม ๆ ห้ามพลาด กับการเดินทางมาเปิดการแสดงในประเทศไทยอีกครั้ง แถมมาแบบจัดหนัก จัดเต็ม และยิ่งใหญ่กว่าเดิมแน่นอน กับ Maroon 5 World Tour in Bangkok 2022 เตรียมระเบิดความมันส์ให้ได้สนุกสุดเหวี่ยงกันในวันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม ณ สนามราชมังคลากีฬาสถาน (Rajamangala National Stadium)

Anabuki Thanahabitat: ราชพฤกษ์ เปิดชมบ้านตัวอย่าง 15-17 ก.ค.65

“อนาบูกิ ธนาฮาบิแทต ราชพฤกษ์” โครงการใหม่ล่าสุด จาก THANA จัดงาน Open House วันที่ 15-17 ก.ค.65 นี้ เปิดชมบ้านตัวอย่างใหม่ บ้านเดี่ยว-บ้านแฝด พร้อมเลือกบ้านแปลงสวยราคาพิเศษก่อนใคร

รายงานข่าวล่าสุดจาก ธนาสิริ กรุ๊ป แจ้งว่า ในวันที่ 15-17 กรกฎาคม 2565 นี้ เตรียมจัดงาน Open House พบกับบ้านเดี่ยว บ้านแฝด และทาวน์โฮม ในสไตล์ Modern Japanese จากโครงการ “อนาบูกิ ธนาฮาบิแทต ราชพฤกษ์” ใหม่ล่าสุด จากบริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THANA ที่ได้ร่วมทุนกับบริษัท อนาบูกิ โคซัน จำกัด เป็นกลุ่มบริษัทภายใต้ชื่อ “Anabuki Kosan Group” (ธุรกิจด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในจังหวัดคางาวะ ประเทศญี่ปุ่น) โดยโครงการ อนาบูกิ ธนาฮาบิแทต ราชพฤกษ์ เป็นบ้านที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ใกล้ชิดธรรมชาติ บนทำเลศักยภาพ ราชพฤกษ์-วัดสวนแก้ว ใกล้เมืองเดินทางสะดวก รายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก จากวิถีชีวิต ความคิด สู่สถาปัตยกรรมเรียบง่าย ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชันในการอยู่อาศัย ท่ามกลางธรรมชาติให้ความร่มรื่น มีสวนส่วนกลางหลายโซน ต้นไม้ขนาดใหญ่ และ Clubhouse ที่มาพร้อมกับสระว่ายน้ำระบบเกลือ ที่แยกสระเด็กและผู้ใหญ่ ฟิตเนส Co-working space ฯลฯ

โดยมีแบบบ้านให้เลือก 3 แบบคือ HANASIRI บ้านเดี่ยว รองรับความสุขทุกช่วงวัย บ้านเดี่ยวดีไซน์พิเศษ เพื่อความเป็นส่วนตัวของครอบครัว 4 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 3 จอดรถ 1 ห้องครัว พื้นที่ใช้สอย 242 ตร.ม.

และแบบ AMASIRI บ้านแฝด เติมเต็มพื้นที่ความสุข ใกล้ชิดธรรมชาติมากขึ้นด้วย…สัมผัสธรรมชาติได้อย่างอิสระมากกว่า 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ 1 ห้องครัว พื้นที่ใช้สอย 165 ตร.ม.

และแบบ MURASIRI L-Home ทาวน์โฮมดีไซน์ใหม่ ที่มีพื้นที่ส่วนตัว และห้องนอนไม่ติดเพื่อนบ้าน 3 ห้องนอน 3 ห้องน้ำ 2 ที่จอดรถ และมุมอเนกประสงค์ พื้นที่ใช้สอย 150 ตร.ม.บนทำเลศักยภาพสามารถเดินทางได้สะดวก เชื่อม 4 ถนนสายหลัก ราชพฤกษ์ รัตนาธิเบศร์ บางกรวย-ไทรน้อย กาญจนาภิเษก และใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย อาทิ ใกล้ถนนราชพฤกษ์ เพียง 500 เมตร ใกล้ MRT สถานีบางพลู เดอะวอลค์ ราชพฤกษ์, เซ็นทรัล เวสต์เกต, โลตัส พลัสมอลล์

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร : 02-005-8888 กด 5
Line ID : @anabuki_thb2 หรือ https://lin.ee/tfPuWQF
เว็บไซต์ : https://bit.ly/3yIRPzH
MAP : https://bit.ly/38aVdJq

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

สิ่งจำเป็นหลัก ในการ ตั้งแคมป์

สิ่งจำเป็นหลัก ในการ ตั้งแคมป์

กระแสแคมป์ปิ้ง มาแรงมาก ยิ่งปลายฝนต้นหนาว หลายคนคงกำลังเตรียมตัวไปสัมผัสทะเลหมอกกัน วันนี้เรามาดูสิ่งจำเป็นหลักในการ ตั้งแคมป์ กันว่ามีอะไรบ้าง

การเลือกสถานที่

ร้อยละ 90 ของการกางเต็นท์ ต้องเป็นภูเขา หรือตีนเขา แน่นอน ด้วยบรรยากาศ และอากาศที่สดชื่นกว่าทะเล ทำให้การเลือกสถานที่ คือสิ่งแรกที่สายแคมป์ปิ้งต้องเลือก ซึ่งก็มีหลากหลายมากในประเทศไทย อย่างช่วงหน้าฝนก็สามารถไปกางแถบสระบุรี หรือนครนายกได้ เพราะมีต้นไม้ร่มเย็น อากาศชื้น เหมาะแก่การตั้งกองไฟ และทำอาหาร หากขึ้นไปบนภูเขาแถบนี้ได้ อาจได้เจอกับหมอกก็เป็นได้

รถยนต์

ตั้งแคมป์

สิ่งจำเป็นที่สุดในการพาเราไปถึงสถานที่ตั้งแคมป์ อย่างรถยนต์ที่ต้องมีสมรรถนะดีเยี่ยม เพราะต้องลุยป่า ลุยเขา ข้ามลำธาร หรือปีนเขา ก็สามารถพาเราไปถึงจุดหมายปลายทางได้ อีกทั้งยังต้องมีสัมภาระที่ต้องขนอีกหลายอย่าง ดังนั้นรถยนต์ที่ตอบโจทย์ คือรถ SUV 4X4 จะดีที่สุด

เต็นท์ และ ทาร์ป

สิ่งที่ขาดไม่ได้อีกอย่างก็คือเต็นท์ ที่เปรียบเสมือนบ้านของผู้กางเต็นท์ การเลือกเต็นท์จะต้องคิดว่าจะนอนกี่คน และเพิ่มขนาดไปอีกหน่อยเพื่อการเก็บสิ่งของได้ง่ายขึ้น อีกส่วนที่จำเป็นต้องมีก็คือ ทาร์ป (Tarp) หรือ Fry Sheet ที่เราต้องออกมาทำกิจกรรมกันด้านนอก

เตา

อีกตัวที่ขาดไม่ได้ในการตั้งแคมป์ คือเตาที่ใช้สำหรับปิ้งย่าง หรือประกอบอาหาร และยังเป็นไฟส่องสว่างในยามค่ำคืนอีกด้วย จะเป็นเตาถ่าน หรือเตาแก๊สก็ได้ แต่อีกอย่างที่จำเป็นมากก็คือไฟส่องสว่างภายในเต็นท์ ที่ปัจจุบันเป็นแท่งเล็ก ๆ แต่ให้ความสว่างได้มาก

คูลเลอร์ (Cooler)

ตั้งแคมป์

ถังน้ำเก็บความเย็น ที่มีล้อลากจะดีที่สุด เป็นเหมือนตู้เย็นเคลื่อนที่ เอาไว้ใส่ของสด ของปิ้งย่าง หรือเครื่องดื่มที่เราเตรียมไป อีกทั้งยังเป็นโต๊ะประกอบอาหารให้เราได้อีก มีประโยชน์และจำเป็นมาก

เก้าอี้สนาม หรือ เก้าอี้พับ

ตั้งแคมป์

เก้าอี้สนามมีความสำคัญมาก ในการกางเต็นท์ ตั้งแคมป์ เป็นอุปกรณ์ที่เราต้องใช้ตลอดเวลาในการแคมป์ปิ้ง ทั้งประกอบอาหาร พูดคุย และเก็บบรรยากาศ การเลือกซื้อต้องน้ำหนักเบา และแข็งแรง เลือกครั้งเดียวใช้งานได้ตลอดเลย

ความจริงยังมีอุปกรณ์อีกหลายอย่างที่จำเป็น อย่างเช่นเครื่องครัว แท่งจุดไฟ หรือเครื่องไล่ยุง แต่เรานำเอาอุปกรณ์ที่สำคัญและจำเป็นหลักมาก่อน ที่เหลือลองไปเลือกซื้อกันได้ ซึ่งเราก็มีร้านแนะนำ ที่เป็นร้านขายอุปกรณ์การตั้งแคมป์ ตั้งแต่เริ่มต้น ไปจนถึงเดินป่าได้เลย อีกทั้งยังมีให้เช่าไปทดลองก่อน หากชอบแล้วกลับมาซื้อยังมี Voucher คืนค่าเช่า ในการเลือกซื้อต่อไปได้อีกด้วย ลองเข้าไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามด้านล่างนี้เลย

ร้านขายอุปกรณ์: http://outdoorstyles.co.th/

ร้านเช่าอุปกรณ์: https://outdoorstylesrental.shoplineapp.com/

หาแหล่งท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ใน: https://inzpy.com/travel/

Nene Korean BBQ Buffet บุฟเฟต์ปิ้งย่างเกาหลี รัชดาซอย 3

Nene Korean BBQ Buffet บุฟเฟต์ปิ้งย่างเกาหลี รัชดาซอย 3

ใครชอบกินปิ้งย่างเกาหลีบ้าง? ยกมือขึ้น วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาทานบุฟเฟต์ปิ้งย่างกันที่ร้าน Nene Korean BBQ Buffet อยู่ในรัชดาซอย 3 ค่ะ ใครที่ไม่สะดวกมาที่นี่ ก็สามารถไปอีก 2 สาขาได้ คือ สาขาบางกะปิ และสาขาพระราม 4 ค่ะ เลือกสาขาใกล้บ้านกันได้เลย

สำหรับสาขารัชดาซอย 3 นี้ ต้องบอกก่อนว่า ไม่เหมาะกับการขับรถมาเลยค่ะ เพราะในซอยค่อนข้างพลุกพล่าน มีรถเข้าออกเยอะ แต่ไม่มีที่จอดรถเลยค่ะ และซอยก็แคบมาก ๆ ถ้ามาที่นี่แนะนำว่าให้ลง MRT พระราม 9 ออกทางออกที่ 1 แล้วเดินต่อไปที่ร้าน หรือเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างไปก็ได้เช่นกันค่ะ

ร้านจะเป็นแบบห้องแอร์ทั้งหมดนะคะ มีโต๊ะค่อนข้างเยอะ ทุกโต๊ะจะมีที่ดูดควันให้ อาจจะมีหัวเหม็นบ้าง แต่ไม่มากค่ะ บุฟเฟต์ของที่ร้านจะมีให้เลือก 4 แบบนะคะ

Nene Korean BBQ Buffet

ราคา 199.- ทานได้เฉพาะเครื่องเคียง
ราคา 299.- เพิ่มเมนูปิ้งย่างมีหมูกับไก่
ราคา 499.- เพิ่มเมนูปิ้งย่างมีอาหารทะเล
ราคา 699.- เพิ่มเมนูปิ้งย่างมีเมนูเนื้อพรีเมียม

สำหรับวันนี้เราเลือก ราคา 299 นะคะ ไม่รวมน้ำดื่ม เพิ่มน้ำรีฟิล 50 บาท มาดูในส่วนของเครื่องเคียงกันก่อนนะคะ ที่ร้านมีเครื่องเคียงเยอะมาก ๆ เยอะแบบที่ว่าเราทานได้ไม่ครบทุกอย่างเลยค่ะ เครื่องเคียงที่สามารถไปตักมาทานเองได้เลย เช่น ไก่ทอดเกาหลี, หมูทอดทงคัตสึ, หมูผัดซอสโคซูจัง, ขาหมูตุ๋น, เกี๊ยวทอด และต็อกโบกี เป็นต้น

เมนูที่เราแนะนำเลยว่าต้องห้ามพลาด คือ ไก่ทอดเกาหลี ซึ่งจะมีให้เลือก 3 รสนะคะ อร่อยทุกรส ทอดมาร้อน ๆ กรอบนอก นุ่มใน ซอสเข้มข้นมาก

ส่วนเมนูเครื่องเคียงที่จะต้องสั่งจากพนักงาน ให้ทำมาเสิร์ฟ มีด้วยกัน 7 เมนู คือ จาจังมยอน, มาม่าเกาหลี, ข้าวแกงกะหรี่, ข้าวยำเกาหลี, จาจังบับ, มาม่าเกาหลีผัดไก่ และไข่ตุ๋น ซึ่ง 7 เมนูนี้ ต้องลองทุกอันเลยค่ะ แต่ละถ้วยก็เสิร์ฟมาสำหรับทาน 1 ท่านนะคะ ไม่ใหญ่ แต่ก็ไม่เล็ก วัดขนาดกระเพาะกันดี ๆ ระวังอิ่มก่อน จะหาว่าไม่เตือนนะคะ

ส่วนเมนูที่เป็นปิ้งย่าง ก็จะมีเนื้อสัตว์ให้เลือกแค่ 2 แบบ คือ หมูและไก่ หมูจะมีทั้งแบบหมูสามชั้น สันคอหมู หมูสไลซ์ และซี่โครง ส่วนไก่จะมีเป็นแบบหมักซอสเทอริยากิ และซอสโคชูจัง

สำหรับตัวปิ้งย่างนี้ เราชอบหมูสามชั้นหมักซอสโคชูจังที่สุดค่ะ แทบจะทานอยู่ตัวเดียวเลย ย่างเกรียม ๆ ทานคู่กับผัก กระเทียมย่าง พริกย่าง และน้ำจิ้มสูตรเด็ด ซึ่งมีให้เลือกหลายแบบ บอกเลยว่า อร่อยมาก ๆ เลยล่ะค่ะ

สำหรับใครที่เป็นสาวกอาหารเกาหลี ที่ชอบความหลากหลาย ได้ทานทั้งของทานเล่น และปิ้งย่าง เราขอแนะนำร้านนี้เลยค่ะ อาหารเยอะ รสชาติอร่อย และราคาไม่แพง คุ้มค่ามาก

รายละเอียดเพิ่มเติม
พิกัด : https://goo.gl/maps/RLhgafQb4pF16SYq9
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 11.30-23.00 น.
โทร : 095-662-0993
Facebook : https://www.facebook.com/Nenebbq
ลักษณะร้านค้า : ไม่มีที่จอดรถ
ระดับราคา : เริ่มต้น 199 บาท

ติดตาม Inzpy ได้ที่
Website:
https://inzpy.com/travel/
Youtube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy
Facebook:
https://www.facebook.com/inzpyth
ฝาก กดติดตาม กดไลก์ กดแชร์เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ

อุปกรณ์ดริปกาแฟ ที่ขาดไม่ได้ เวลาไป แคมป์ปิ้ง

ในวงการ แคมป์ปิ้ง กิจกรรมที่เราจะเห็นอยู่เสมอนั่นก็คือ ดริปกาแฟ การดริปกาแฟ ที่ต้องอาศัยระยะเวลาในการสกัดอย่างพิถีพิถัน มันจึงเหมาะกับชีวิต Slow Life ของชาวแคมป์ปิ้ง สายแคมป์จึงนิยมดริปกาแฟกัน วันนี้เราเลยจะพามาทำความรู้จักกับ อุปกรณ์ดริปกาแฟ ของสายแคมป์ว่าต้องใช้อุปกรณ์อะไรบ้าง

1. ดริปเปอร์ เหยือก ดริปกาแฟ

อุปกรณ์สำหรับ ดริปกาแฟ ที่ขาดไม่ได้ เวลาไป แคมป์ปิ้ง

เหยือกดริปกาแฟ หรือดริปเปอร์ เป็นอุปกรณ์หนึ่งที่ต้องใช้ในการ ดริปกาแฟ ลักษณะจะเป็นกรวยสำหรับสกัดกาแฟ มีทั้งแบบเซรามิก พลาสติก สเตนเลส ขึ้นอยู่กับการเลือกใช้งาน พร้อมกับเหยือกรองกาแฟส่วนใหญ่ที่เห็นกันจะเป็นเหยือกแก้วใส บางที่ก็จะมีขายมาเป็นเซต หรือบางคนก็ซื้อแยกเฉพาะกรวย หรือตัวดริปเปอร์ สำหรับราคาก็จะมีตั้งแต่ 1XX – 1,XXX ขึ้นอยู่กับวัสดุ และแบรนด์ที่เลือกใช้

2. เครื่องบดกาแฟ

อุปกรณ์สำหรับ ดริปกาแฟ ที่ขาดไม่ได้ เวลาไป แคมป์ปิ้ง

ตัวแรกที่จะแนะนำเลยคือ เครื่องบดกาแฟค่ะ ในการ ดริปกาแฟ ถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องมี ใช้สำหรับบดเมล็ดกาแฟให้มีความละเอียด ความหยาบที่แตกต่างกัน จะสกัดกาแฟได้เบาบาง หรือเข้มข้นขนาดไหนตัวบดกาแฟก็มีส่วนสำคัญเช่นเดียวกันค่ะ ในเรื่องของราคาก็ขึ้นอยู่กับเครื่องบดกาแฟนั้นบดได้กี่ระดับ และใช้วัสดุอะไร ราคาเริ่มต้นแบบใช้งานได้จริงก็จะอยู่ที่ 1,XXX – 5,XXX หรือมากกว่านั้น

3. กาน้ำ หรือกาดริปกาแฟ

สำหรับกาน้ำที่ใช้สำหรับการ ดริปกาแฟ ก็จะมีความแตกต่างจากกาน้ำทั่วไป เพราะว่าการไหลของน้ำก็มีความสำคัญต่อการสกัดกาแฟเช่นเดียวกันค่ะ จะเห็นว่ากาน้ำสำหรับดริปกาแฟจะมีคอขนาดเล็กเพื่อให้น้ำไหลออกมาเป็นเส้นบาง ๆ ถ้าน้ำที่ไหลผ่านกาแฟรุนแรงเกินไป กาแฟมีการกระจายตัว ก็ทำให้รสชาติกาแฟเปลี่ยนไปได้ ราคาของกา หรือกาดริปกาแฟจะขึ้นอยู่กับวัสดุ และการเก็บรักษาอุณหภูมิค่ะ บางตัวน้ำร้อนแล้วเย็นเร็ว แต่บางตัวสามารถกำหนดอุณหภูมิที่พอเหมาะได้ ราคาจะมีตั้งแต่ 5XX – 5,XXX หรืออาจจะมากกว่านั้น

4. ก้านวัดอุณหภูมิ

อุปกรณ์สำหรับ ดริปกาแฟ ที่ขาดไม่ได้ เวลาไป แคมป์ปิ้ง

อย่างที่แจ้งไปว่ากาน้ำที่ใช้ ดริปกาแฟ นั้นบางตัวร้อนแล้วเย็นเร็ว เราจึงต้องมีตัวช่วยเสริมอย่าง ก้านวัดอุณหภูมิ เพราะว่าระดับความร้อนของน้ำก็มีผลต่อรสชาติของกาแฟเช่นเดียวกันค่ะ หากใครที่ไม่ได้ใช้กาน้ำแบบกำหนดอุณหภูมิได้ ก้านวัดอุณหภูมิก็ถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้ได้กาแฟมีรสชาติที่ดีที่สุดได้ ตัวนี้ราคาไม่แรง เริ่มต้น 1XX – 3XX แล้วแต่วัสดุ และการแสดงผลของอุณหภูมิ

5. ฟิลเตอร์ หรือกระดาษกรอง

อุปกรณ์สำหรับ ดริปกาแฟ ที่ขาดไม่ได้ เวลาไป แคมป์ปิ้ง

สำหรับตัวฟิลเตอร์ หรือกระดาษกรองกาแฟนั้น ก็เป็นตัวแปลอย่างหนึ่งที่ทำให้รสชาติกาแฟแตกต่างกันได้ ถึงแม้จะใช้เมล็ดกาแฟตัวเดียวกัน ปริมาณเท่ากัน วิธีทำเหมือนกันก็ตาม เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้ บางคนก็จะมีกระดาษกรองหลายเบอร์ กรองหนา กรองบาง แล้วแต่ความเหมาะสม ราคาสบายสุดในอุปกรณ์การ ดริปกาแฟ เริ่มต้นที่ หลักสิบ ไปจนถึงหลักร้อยต้น ๆ

6. ตาชั่ง สำหรับ ดริปกาแฟ

สำหรับตาชั่งนั้นก็ถือเป็นอุปกรณ์สำคัญตัวหนึ่ง เพราะในขั้นตอนการ ดริปกาแฟ เราจะต้องใช้ชั่งเมล็ดกาแฟก่อนทำการบด ชั่งปริมาณน้ำที่ใช้ในการสกัดกาแฟ ถือว่าขาดไม่ได้เลย แต่ละช่วงเวลาในการสกัดก็จะต้องมีการวัดปริมาณน้ำให้อยู่ในช่วงเวลาที่ดีที่สุดด้วยเช่นกัน ซึ่งก็จะมีตั้งแต่ตาชั่งแบบธรรมดาบอกตัวเลขแบบดิจิทัล หรือบางตัวก็จะสามารถจับเวลาได้ด้วย ราคาก็จะแตกต่างกันออกไป เริ่มต้นประมาณ 5XX – 1,XXX หรือมากกว่านั้น

จะเห็นว่า อุปกรณ์ดริปกาแฟ ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปก็จะไม่สามารถ ดริปกาแฟ ได้เลย รวมไปถึงการเลือกซื้ออุปกรณ์ก็มีผลต่อการสกัดกาแฟด้วยเช่นกัน แค่ใช้อุปกรณ์ต่างกันเพียงอย่างเดียวก็มีผลต่อรสชาติกาแฟแล้ว รวมไปถึงเรื่องของเวลาที่พอเหมาะในการดริปกาแฟด้วย มันจึงเป็นกิจกรรมหนึ่งที่เหมาะกับสายแคมป์ปิ้ง นั่งชิล ๆ ทำกาแฟโฮมเมดดื่มเอง ถ้าลองคำนวณราคาทั้งเซตเล่น ๆ แล้ว แทบจะได้เต็นท์หลังใหญ่หลังหนึ่งกันเลยทีเดียว 555

ติดตาม Inzpy ได้ที่
Website:
https://inzpy.com/travel/
Youtube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy
Facebook:
https://www.facebook.com/inzpyth
ฝาก กดติดตาม กดไลก์ กดแชร์เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ

Art Beat by the Beach: ที่โรงแรมดุสิตธานี พัทยาในวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2565

0

โรงแรมดุสิตธานี พัทยาจัดเทศกาลงานศิลปะ “อาร์ต บีท บาย เดอะ บีช” (Art Beat by the Beach)

ท่ามกลางบรรยากาศสบายๆ ริมชายหาด ในวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2565 ตั้งแต่เวลา 16:00 ถึง 22:00 น. จัดขึ้นที่บริเวณสระว่ายน้ำชบาและบริเวณริมชายหาดด้านหน้าโรงแรมดุสิตธานี พัทยา

Art Beat by the Beach: ที่โรงแรมดุสิตธานี พัทยาในวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2565
Art Beat by the Beach: ที่โรงแรมดุสิตธานี พัทยาในวันที่ 15-16 กรกฎาคม 2565

งานอาร์ต บีท บาย เดอะ บีช (Art Beat by the Beach) เป็นงานที่รวบรวมผลงานศิลปะและของอร่อยประจำท้องถิ่นมาไว้ในที่เดียว ภายในงานจะได้พบกับกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิเช่น การแสดง ผลงานศิลปะส่งต่อพลังบวกอย่าง Seat A Soul โดยศิลปิน Teayii Arts Works x RHYTHMthinker ให้ผู้ร่วมงานได้มารับกำลังใจจากเก้าอี้ 30 ตัวที่มีข้อความมอบพลังบวกเขียนไว้ ผลงานศิลปะ Head in the Cloud โดยศิลปิน Art of Hongtae ที่มาถ่ายทอดความคิดและความรู้สึกที่ฝังลึกในจิตใจของเราผ่านทางศิลปะก้อนเมฆ และชมผลงานศิลปะจากเหล่าช่างศิลป์เมืองพัทยา มาร่วมสนุกพร้อมกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ไปกับเวิร์กชอปงานฝีมืออาร์ตแอนด์คราฟต์ ชมการสาธิตการทำเครื่องดื่มและขนมประจำถิ่นโดยชุมชนตะเคียนเตี้ย พบกับผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพโดยวิทยาลัยดุสิตธานี พร้อมทั้งกิจกรรมออกกำลังกายริมชายหาดโดยทีมดีแคทลอนพัทยา สดชื่นกับเครื่องดื่มคลายร้อน มาปิคนิคอิ่มอร่อยไปกับอาหารทะเลและหลากหลายเมนูของอร่อยประจำท้องถิ่นในบรรยากาศแสนสบายริมชายหาด เคล้าคลอด้วยเสียงดนตรีฟังสบายสไตล์บอสซา จากวงดนตรีสดและเหล่าดีเจ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมสำหรับคุณหนูๆให้ได้สนุก อย่างเช่น แคมป์หนูน้อยนักผจญภัย เข้าร่วมชมงานได้ฟรี

แผนที่

พบกับความหรูหราและบริการอันอบอุ่นอย่างไทยที่ใจกลางของย่านรีสอร์ตริมหาดอันได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย โรงแรมห้าดาวริมชายหาดในพัทยาแห่งนี้ มีความสะดวกสบายด้วยทำเลที่ตั้งอยู่ใกล้กับแหล่งช้อปปิ้งและร้านอาหารในเมือง มีทัศนียภาพอันตระการตาด้วยตำแหน่งที่อยู่ในบริเวณส่วนโค้งเหนือสุดของอ่าวไทย พร้อมทางเดินสู่ชายหาดสองแห่ง โรงแรมแห่งนี้จึงโดดเด่นเหนือรีสอร์ตหรูริมหาดในย่านเดียวกันอย่างชัดเจน รายรอบด้วยสวนเขตร้อนและวิวอันสวยงามในมุมกว้างเหนืออ่าวพัทยา สถานที่พักอันหรูหราแห่งนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการพักผ่อนริมหาด

ห้องพัก

ห้องพักและห้องสวีตทั้งหมด 457 ห้อง ซึ่งออกแบบมาให้เหมาะกับครอบครัว นักธุรกิจ และแขกที่เดินทางคนเดียว ดุสิตธานี พัทยา พร้อมมอบบริการระดับ 5 ดาวสำหรับการเข้าพักที่หรูหราริมหาด ในบรรยากาศที่ตกแต่งอย่างทันสมัยและการประดับประดาอันมีเสน่ห์ของความเป็นไทย เช็คอินเวลา 14:00 น. และเช็คเอาท์เวลา 12:00 น.

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมโทร +66 3842 5611 หรือคลิก https://www.facebook.com/dusitthanipattaya


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

มาไทยอีกหนึ่ง ! Kim Woo Seok (คิมอูซอก) 1st Fan meeting in Bangkok: NNN

0

มาไทยอีกหนึ่ง ! Kim Woo Seok (คิมอูซอก) 1st Fan meeting in Bangkok: NNN

ต่อคิวเตรียมบินลัดฟ้ามาหาแฟนคลับชาวไทยอีกหนึ่งคนแล้ว ! สำหรับ คิมอูซอก ศิลปินหนุ่มสุดน่ารัก ที่จะบินมาอ้อน นีอา (ชื่อแฟนคลับ) ชาวไทยกันแล้วในวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคมนี้ กับงาน Kim Woo Seok 1st Fan meeting in Bangkok: NNN ที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี (Thunder Dome Muang Thong Thani)

สำหรับงานนี้ก็ถือเป็นงาน Fan meeting ครั้งแรกที่ประเทศไทยของหนุ่มคิมอูซอก โดยงานในครั้งนี้ได้ BE HEAR NOW KPOP มาเป็นผู้จัดด้วย ซึ่งก็เปิดให้ได้จับจองบัตรกันไปแล้วตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมา ทาง ThaiTicket Major ทุกสาขา

Kim Woo Seok 1st Fan meeting in Bangkok NNN คิมอูซอก

โดยราคาบัตรจะเริ่มต้นตั้งแต่ 2,500 / 3,500 / 3,900 / 4,900 / 5,900 และมาพร้อมสิทธิพิเศษอีกมากมายให้เหล่านีอาได้ฟินกันแน่นอน แถมบัตรราคา 5,900 และ 4,900 จะได้รับสิทธิ์ Hi-Touch ทุกที่นั่ง แบบไม่ต้องลุ้นให้เหนื่อยกันด้วย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 김우석 KIM WOO SEOK (@woo.ddadda)

งาน Fan meeting ในครั้งนี้ได้เล่าผ่าน Concept: NNN ที่ย่อมาจากคำว่า Now | Near | Nia คือความคิดถึงของคิมอูซอกที่ต้องการจะแสดงด้านต่าง ๆ ของเขา ให้แฟนคลับอย่างนีอาได้รับชมกันนั่นเอง เพราะงาน Fan meeting นี้ เป็นการพบกันครั้งแรกระหว่างหนุ่มคิมอูซอกและแฟนคลับต่างชาติ

Kim Woo Seok 1st Fan meeting in Bangkok NNN คิมอูซอก

คิมอูซอก หรือ อูชิน เป็นศิลปินที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากถึงความสามารถของเขา ทั้งเรื่องของงานดนตรีและการแสดงในฐานะนักแสดงหน้าใหม่ที่กำลังเป็นที่นิยม เขาเป็นสมาชิกวง UP10TION ในปี 2015 และได้ร่วมเข้าแข่งขันในรายการ Produce X 101 และได้รับตำแหน่งอันดับ 2 พร้อมร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกวง X1 ก่อนที่จะมีการยุติการโปรโมตไปในช่วงเดือนมกราคม ปี 2020

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 김우석 KIM WOO SEOK (@woo.ddadda)

ซึ่งหลังจากนั้นคิมอูซอกก็ได้มีผลงาน 1ST DESIRE [GREED] ซึ่งเป็นผลงาน Solo Album แรกและ Mini Album 3rd Desire (Reve) อีกด้วย นอกจากนี้หนุ่มน้อยคนนี้ก็ยังเป็นที่ยอมรับในด้านของทักษะการแสดงอีกด้วย เพราะเขาเคยได้รับบทนำในผลงานซีรีส์ Twenty-Twenty และ Bulgasal: Immortal Souls (Immortality)

ใครที่อยากไปสัมผัสกับความน่ารักของหนุ่มน้อยคนนี้ ไปเจอกันได้ใน Kim Woo Seok 1st Fan meeting in Bangkok: NNN ในวันเสาร์ที่ 6 สิงหาคมนี้ ที่ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี (Thunder Dome Muang Thong Thani) สามารถจับจองบัตรกันได้แล้วที่ ThaiTicket Major ทุกสาขา แล้วเตรียมไปเจอกับรอยยิ้มหวาน ๆ ของ คิมอูซอก ได้ในงานนะ 😊

แนะนำ “แบรนด์เมคอัพสายคลีน” ไม่ทำร้ายผิว เป็นมิตรต่อผิวและสิ่งแวดล้อม

แนะนำ “แบรนด์เมคอัพสายคลีน” ไม่ทำร้ายผิว เป็นมิตรต่อผิวและสิ่งแวดล้อม

แนะนำ "แบรนด์เมคอัพสายคลีน"

เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนอาจจะกำลังอินกับแบรนด์สกินแคร์สายคลีนกันอยู่ นอกจากเทรนด์เมคอัพลุคธรรมชาติแล้ว เทรนด์เครื่องสำอางจากธรรมชาติก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เพราะมีส่วนผสมที่เป็นมิตรต่อผิว ปราศจากสารเคมี และบางแบรนด์ยังเป็น Vegan / Cruelty Free ที่ไม่มีการทดลองกับสัตว์ด้วย ซึ่งเมคอัพสายคลีนที่เราอยากจะมาแนะนำให้เพื่อน ๆ กันวันนี้ ความพิเศษอยู่ตรงที่มีส่วนผสมของสกินแคร์อยู่ในเครื่องสำอาง ช่วยในการบำรุงไปในตัว แถมยังมาพร้อมกับแพ็กเกจจิ้งสุดมินิมัลและสามารถนำไปรีไซเคิลต่อได้ด้วย สาว ๆ สายบิวตี้ที่ชอบแต่งหน้าเป็นประจำ และอยากได้เครื่องสำอางมาแต่งเติมสีสัน เติมความสวยให้ใบหน้าแบบเป็นมิตรต่อผิว วันนี้เราก็ได้ทำการรวบรวมมาให้เพื่อน ๆ กันแล้วค่า จะมีอะไรบ้างตามไปดูกันเลย !

1.ILIA Beauty

แนะนำ "แบรนด์เมคอัพสายคลีน"

เริ่มต้นกันด้วยแบรนด์เครื่องสำอางสายคลีนอย่าง “ILIA” จุดเด่นของแบรนด์นี้อยู่ที่การผสมผสานส่วนผสมจากสารสกัดจากธรรมชาติและสารสังเคราะห์ที่ปลอดภัยลงไปในเครื่องสำอาง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบำรุงผิว และปกป้องผิวไม่ให้ผิวเครียดจากมลพิษในสิ่งแวดล้อม มีการปรับเปลี่ยนแพ็กเกจจิ้งใหม่ให้ดูทันสมัย ดูคลีน ๆ ขึ้น เป็นแบบ sustainable ได้มาจากอะลูมิเนียมที่เกิดจากการรีไซเคิลและเน้นใช้วัสดุแก้ว ลดการใช้พลาสติกและกระดาษเพื่อลดการตัดต้นไม้ ผิวสวยแถมช่วยรักษ์โลกสุด ๆ

2.Vapour Beauty

แนะนำ "แบรนด์เมคอัพสายคลีน"

สายบิวตี้ที่ชอบเครื่องสำอางคลีน ๆ ดีต่อผิวแถมดีต่อโลก ต้องไม่พลาดแบรนด์นี้ค่ะ กับแบรนด์ “Vapour Beauty” แบรนด์ของเค้าผลิตเครื่องสำอางที่อัดแน่นไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ อ่อนโยนต่อผิว ไม่ผ่านการทดลองกับสัตว์ ปราศจากสารที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองผิวอย่าง พาราเบน ฟิลเลอร์ หรือสารกันบูด สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ไปเพิ่มพลังความสวยได้แบบไม่เป็นอันตรายต่อผิวเลย

3.RMS Beauty

แนะนำ "แบรนด์เมคอัพสายคลีน"

แบรนด์นี้เน้นเครื่องสำอางที่ให้ฟินิชลุคผิวแบบฉ่ำวาว ดูเป็นผิวที่สุขภาพดี ที่สำคัญมีส่วนผสมจากธรรมชาติที่อัดแน่นอยู่ในเครื่องสำอางแต่ละชิ้น ผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันเพื่อความอ่อนโยนต่อผิว เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้เครื่องสำอางเคาน์เตอร์แบรนด์อื่นเลยทีเดียว ความคลีนอีกหนึ่งอย่างของแบรนด์นี้คือแพ็กเกจจิ้งของขวดและกล่องสามารถนำไปรีไซเคิลได้ด้วย คอนเฟิร์มว่านอกจากจะได้ใช้เครื่องสำอางที่เป็นมิตรต่อผิวยังช่วยรักษ์โลกอีกต่างหาก

4.Bite Beauty

แนะนำ "แบรนด์เมคอัพสายคลีน"

BITE Beauty แบรนด์เมคอัพกึ่งสกินแคร์สายคลีนบิวตี้ แบรนด์บิวตี้สัญชาติแคนาดา เป็นการโคจรมาเจอกันของคลีนบิวตี้และนวัตกรรม เป็นแบรนด์บิวตี้ที่เน้นการใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” มาผสมผสานเข้ากับนวัตกรรมในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีประสิทธิภาพและปราศจากสารเคมี ซึ่งใส่ใจกับการคัดสรรส่วนผสมจากธรรมชาติที่ผิวต้องการ อย่างส่วนผสมซูเปอร์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ กรดไขมัน วิตามิน และแร่ธาตุ พร้อมให้ความสำคัญกับการเป็นแบรนด์ที่โปร่งใสในเรื่องของส่วนผสมต่อผู้บริโภค โดยในลิสต์ของส่วนผสมจะปราศจากสารเคมีอย่าง ซัลเฟต พาราเบน และ Mineral Oil

5.Kosas

Kosas แบรนด์เครื่องสำอางจากอเมริกาที่มาพร้อมแพ็กเกจจิ้งเรียบ ๆ แต่แฝงไปด้วยความชิค เครื่องสำอางของแบรนด์มีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ พร้อมสารสังเคราะห์ที่ปลอดภัยต่อผิว แถมเครื่องสำอางแต่ละชิ้นยังปราศจากพาราเบน สารพาทาเลต BHA/BHT น้ำมันแร่ และอื่น ๆ ที่อาจทำร้ายผิวได้โดยไม่รู้ตัว ผลิตภัณฑ์ของเค้าใช้แล้วอ่อนโยน ปลอดภัยต่อผิวและสบายผิวสุด ๆ เลยล่ะค่าา

และทั้งหมดนี่ก็คือแบรนด์เมคอัพสายคลีนที่เรานำมาฝากทุกคนกันในวันนี้ เราทำการคัดเลือกมาเป็นอย่างดี โดยเครื่องสำอางแต่ละแบรนด์ก็จะมีจุดเด่นคล้าย ๆ กันตรงที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติเป็นหลัก ปราศจากสารอันตราย ปลอดภัยและอ่อนโยนต่อผิว ดีขนาดนี้เพื่อน ๆ ต้องรีบไปหาซื้อมาใช้กันแล้วนะ รักผิวแถมรักษ์โลก ไปให้สุดเลยค่าพส.

Breitling Superocean Automatic นาฬิกาที่เกิดมาเพื่อคนรักทะเล

สวัสดีค่ะเหล่าสาวกคนรักนาฬิกา กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ วันนี้ Inzpy อยากจะมาเอาใจคนรักนาฬิกาขาลุย โดยเฉพาะคนที่ชอบไปเที่ยวทะเลเป็นชีวิตจิตใจ รวมไปจนถึงคนที่รักการเล่นกีฬาและกิจกรรมทางน้ำเป็นพิเศษ เพราะวันนี้เรามาพร้อมเหล่าเรือนเวลาจากแบรนด์นาฬิกาสัญชาติสวิตสุดลักชัวรีอย่าง Breitling (ไบร์ทลิ่ง) ที่พึ่งนำเสนอคอลเลกชันล่าสุดที่มีชื่อว่า Superocean Automatic” ที่ต้องบอกเลยว่า เป็นนาฬิกาที่เกิดมาเพื่อคนรักทะเลอย่างแท้จริง จะสวยงามน่าสนใจขนาดไหน ตามไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

cr.photo ; ablogtowatch.com

Breitling (ไบร์ทลิ่ง) แบรนด์นาฬิกาสุดหรูสัญชาติสวิตผู้ผลิตและพัฒนา ตีตลาดนาฬิกาดำน้ำด้วยนาฬิกาสุดไอคอนิกของแบรนด์รุ่น Superocean มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้ทางแบรนด์ได้เปิดตัว Superocean Automatic รุ่นใหม่ล่าสุด ที่เป็นการนำเสนอเหล่าเรือนเวลาที่ผ่านการปรับโฉมให้มีความสดใหม่รอบด้าน

cr.photo ; ablogtowatch.com

ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ รวมไปจนถึงขนาดของนาฬิกาที่มีให้เลือกสรรอย่างหลากหลายมากขึ้น แต่ก็ยังไม่ทิ้งความเรียบง่ายคลาสสิกของสไตล์การออกแบบในยุคแรกเริ่มของนาฬิกาในตำนานอย่างรุ่น Superocean Slow Motion ที่ได้นำกลับมาใช้ผสมผสานในการออกแบบ ทำให้นาฬิกาคอลเลกชันล่าสุดนี้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น

cr.photo ; ablogtowatch.com

ย้อนกลับไปในยุค 1960s ช่วงเริ่มต้นที่กีฬาดำน้ำเริ่มได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลาย ส่งผลทำให้ยุคนั้นกลายเป็นยุคบุกเบิกของวงการนาฬิกาดำน้ำไปโดยปริยาย แน่นอนว่า Breitling คือหนึ่งในแบรนด์นาฬิกาที่โด่งดังและเป็นที่ยอมรับในยุคนั้น ด้วยการเปิดตัวเผยโฉมนาฬิกา Superocean Slow Motion สู่สายตาประชาชนเป็นครั้งแรก ซึ่งเป็นนาฬิกาดำน้ำที่โฟกัสไปที่การจับเวลาแบบรายนาที เพราะนักดำน้ำส่วนใหญ่ไม่ได้ต้องการใช้งานในส่วนเข็มวินาที

cr.photo ; ablogtowatch.com

ทำให้การจับเวลาเต็มรอบหน้าปัด 1 รอบ จะใช้เวลาถึง 1 ชั่วโมง อันเป็นที่มาของฉายา ‘Slow Motion’ นั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้นนาฬิกายังถูกพัฒนาในเรื่องของดีไซน์ ควบคู่ไปกับการถอดรายละเอียดที่ไม่จำเป็นต่อการใช้งานออกไป เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับนักดำน้ำอย่างเต็มที่ อย่างเช่น เข็มนาทีทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ที่มีการเคลือบสารเรืองแสง ที่ทำให้ง่ายต่อการมองเห็นใต้น้ำ

Superocean Automatic
cr.photo ; ablogtowatch.com

โดยคอลเลกชัน Superocean Automatic ล่าสุดนี้ ทางแบรนด์ได้นำเอาแรงบันดาลใจจากดีไซน์สุดไอคอนิก อันโด่งดังของนาฬิกาดำน้ำในตำนานอย่าง Superocean Slow Motion กลับมานำเสนอในรูปแบบร่วมสมัยอีกครั้ง ที่คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็น หลักชั่วโมงและเข็มนาทีทรงสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่ ทำงานสัมพันธ์กับขอบตัวเรือนสำหรับการจับเวลา มาพร้อมขนาดตัวเรือนตั้งแต่ไซส์ 36 มม. จนถึง 46 มม. ที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย เหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชาย

Superocean Automatic
cr.photo ; ablogtowatch.com

ไม่ผิดนักถ้าจะบอกว่า เหล่าเรือนเวลารุ่นใหม่ล่าสุดถูกปรับปรุงพัฒนามาเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการใช้งานในท้องทะเลอย่างแท้จริง เริ่มต้นกันด้วยประสิทธิภาพการกันน้ำลึกได้สูงสุดถึง 300 เมตร (1,000 ฟุต) ขับเคลื่อนด้วยกลไก Automatic Calibre Breitling 17 ความถี่ 28,800 ครั้ง/ชั่วโมง ผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงระดับ Chronometer จากสถาบัน COSC ที่สามารถสำรองพลังงานได้ยาวนานถึง 38 ชั่วโมง มาพร้อมการรับประกันยาวนาน 2 ปี กระจกหน้าปัดเป็นแบบ Domed เคลือบตัดแสงสะท้อนทั้งสองด้าน ทำมาจากวัสดุ Sapphire

Superocean Automatic
cr.photo ; ablogtowatch.com

สามารถมองเห็นเข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงได้อย่างเด่นชัด มีการเคลือบสารเรืองแสง Super-LumiNova® ที่ทำให้ง่ายต่อการมองเห็นใต้น้ำอย่างชัดเจนในทุกสภาวะแสง ขอบหน้าปัดเป็น Diving Scale แบบ 2 ชั้น ทำมาจากวัสดุ Ceramic ทนทานต่อรอยขีดข่วน ช่วยให้สีคงทน ไม่ซีดจาง และเป็นเหมือนเกราะกันกระแทกตัวเรือน ในรุ่นตัวเรือน 36-42-44 มม. ขอบหน้าปัดจะหมุนได้ทิศทางเดียว ส่วนรุ่นตัวเรือน 46 มม. ขอบหน้าปัดสามารถหมุนได้ 2 ทิศทาง เป็นเทคนิคพิเศษเฉพาะของแบรนด์ ที่ได้มีการจดสิทธิบัตรไว้เป็นที่เรียบร้อย

Superocean Automatic
cr.photo ; ablogtowatch.com

ตัวเรือนทำมาจากโลหะ 3 แบบที่แตกต่างกันออกไป ที่มีให้เลือกทั้งสตีล, สตีล-ทองคำ และบรอนซ์ มาพร้อมขนาดหน้าปัดที่มีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ไซส์ 36, 42, 44 ไปจนถึง 46 มม. ซึ่งแต่ละไซส์ก็มีสีสันของหน้าปัดที่แตกต่างกันไป สายนาฬิกาก็มีให้เลือกถึง 2 แบบ ทั้งสายยางแบบสปอร์ตและสายโลหะแบบสามแถว ยิ่งไปกว่านั้นยังมาพร้อมตัวล็อกสายแบบบานพับที่สามารถปรับได้สูงสุดถึง 15 มม. ไม่ว่าจะใส่ในชีวิตประจำวันหรือสวมทับบนชุดดำน้ำก็สะดวกสบาย

Superocean Automatic
cr.photo ; ablogtowatch.com

สำหรับใครที่สนใจคอลเลกชันนาฬิการุ่นใหม่ อยากร่วมเปิดประสบการณ์เป็นส่วนหนึ่งในงานออกแบบสุดคลาสสิกที่ผสมผสานกับฟังก์ชันการใช้งานสำหรับท้องทะเลอย่างแท้จริง สามารถศึกษาข้อมูลและสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Breitling Boutique สาขาสยามพารากอน และเว็บไซต์ www.breitling.com

Superocean Automatic
cr.photo ; ablogtowatch.com

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับ Breitling Superocean Automatic นาฬิกาที่เกิดมาเพื่อคนรักทะเล นอกจากจะทำดีไซน์ออกมาอย่างสวยงามน่าหลงใหลแล้ว ยังมาพร้อมฟังก์ชันที่อัดแน่นอีกด้วย สาวกแบรนด์หรือใครที่ติดใจ ลองตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันนะคะ วันนี้ทางเราคงต้องลาไปก่อน อย่าลืมติดตามในคราวหน้าว่า Inzpy จะเอาข่าวล่าสุดในวงการนาฬิกา หรือเครื่องประดับแบบไหนมาฝากทุกคนอีก ฝากติดตามด้วยนะคะ

คาเฟ่ Specialty สไตล์ญี่ปุ่น

สำหรับคอกาแฟแล้วนั้น กาแฟสายลึกต้องเคยลองกาแฟ Specialty แน่นอน วันนี้ Inzpy จะพามาดูร้าน Hint คาเฟ่ ร้าน สไตล์ญี่ปุ่น ที่สุดจะมินิมอล ดูเรียบง่าย และมีเมล็ดกาแฟหลากหลายรสชาติ

Hint Coffee Roaster เป็นคาเฟ่ สไตล์ญี่ปุ่น เป็นร้านที่ซ่อนตัวอยู่ในซอยติวานนท์ 24 ถึงแม้จะเข้าไปอยู่ในซอยก็ยังมีลูกค้าแวะเวียนเข้ามาตลอดเวลา มีสถานที่จอดรถให้ลูกค้าอย่างกว้างขวาง ทั้งที่บริเวณนั้น เป็นบ้านพักอาศัยติดกันหมด และหาพื้นที่จอดรถกันยากด้วย แต่ทางร้านก็ยังมีที่จอดรถให้ลูกค้าเพียงพอ

สไตล์ญี่ปุ่น

หน้าร้านบริเวณทางเข้า มองไปแทบจะคิดว่าอยู่ญี่ปุ่น แนวเส้นดูเรียบง่าย มีต้นไม้ปกคลุมเล็กน้อย ดูมินิมอลเป็นที่สุด บรรยากาศเหมือนอยู่หน้าร้านแช่ออนเซ็นในญี่ปุ่นยังไงอย่างนั้นเลย

เข้ามาภายในร้านก็จะเจอกับเคาน์เตอร์ขนาดใหญ่ ที่มีเครื่องชงกาแฟดีไซน์แปลกตา เหมือนกับทองแดงทั้งแท่ง วางบนเคาน์เตอร์ที่มีลายไม้เป็นแนวตั้ง ดูเรียบง่าย อีกทั้งยังมีกลิ่นหอมของกาแฟ กับแอร์ที่เย็นอยู่ตลอดเวลา

สไตล์ญี่ปุ่น

ด้านข้างของเครื่องกาแฟ ก็จะเป็นอุปกรณ์การชงแบบสโลวบาร์ ที่มีทั้งดริปกาแฟ และแบบไซฟอน ที่มีความเท่ ด้วยสีสัน และตัวอุปกรณ์เอง คิดว่าเป็นร้านในใจของคอกาแฟ Specialty เป็นแน่

สำหรับกาแฟดริปที่ใช้วิธีการชงแบบสโลว์บาร์ คือการขับรสชาติที่ดีที่สุดของเมล็ดกาแฟสายพันธุ์นั้น ๆ ออกมาให้ได้กลิ่นตามการคั่ว ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดก็คือเมล็ดกาแฟ ที่ทางร้าน Hint มีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ และหลากหลายกลิ่น

วันนี้เราได้ลองซื้อเมล็ดไป 2 ถุง ถุงละ 100 กรัม ในราคา 445 บาท เป็นเมล็ดสายพันธุ์จากเอธิโอเปียทั้งหมด แต่การปรุงแต่งรสแตกต่างกันออกไป ในระดับความเข้มไม่มาก ทำให้ดื่มได้หลายครั้ง และไม่เกิดอาการใจสั่นจากสารคาเฟอีน ซึ่งเราได้นำไปลองแล้ว รสชาติดีมากเลย สำหรับสายแคมป์ปิ้งที่ต้องการไปกางเต็นท์ และดื่มด่ำกับธรรมชาติ แนะนำเลย

สไตล์ญี่ปุ่น

นอกจากเรื่องกาแฟที่มีความพิเศษมากแล้ว ร้านยังมีการตกแต่งสไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความเป็นมินิมอล เรียบง่าย และดีไซน์สวยงามด้วยสีของไม้สน กับบรรยากาศภายนอกที่มองออกไปเป็นต้นไผ่ ทำให้รู้สึกชิลเป็นพิเศษ หากใครอยากเข้ามาลองร้าน คาเฟ่สไตล์ญี่ปุ่น ที่มีความพิเศษมาก ลองดูรายละเอียดด้านล่างนี้เลย

รายละเอียดเพิ่มเติม:
ที่อยู่: 4 ซ. ติวานนท์ 24 บางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000
พิกัด: Google Map มีที่จอดรถ
เวลาทำการ: 07.00 – 17.00 น.
เบอร์โทร: 0621984854
Facebook: https://www.facebook.com/hintcoffeeroaster

หาร้านคาเฟ่เพิ่มเติมได้ใน: https://inzpy.com/travel/