Home Blog Page 766

Kave Town Colony: คอนโดติด ม.กรุงเทพ รังสิต เริ่ม 1.39 ล้าน*

“บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)” พัฒนาคอนโดฯแห่งแรกของบริษัท ตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับ ม.กรุงเทพ รังสิต

ล่าสุด ราคาห้องชุดเริ่มต้น 1.3 ล้านบาท หลังจาก 6 ปีให้หลังจนถึงปัจจุบัน ราคาซื้อขายเปลี่ยนมือขยับไปอยู่ที่ห้องละ 2 ล้านบาท

เคฟทาวน์ โคโลนี่

KAVE Town Colony คอนโดติด ม.กรุงเทพ รังสิต โครงการใหม่จาก AssetWise คุ้มค่าการลงทุน รับ Yield สูงสุดถึง 8%* ที่ตั้งโครงการอยู่ติดถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เดินทางสะดวกสบายด้วยทางด่วนดอนเมืองโทลล์เวย์ และ BTS สายสีแดง สถานี ม.กรุงเทพ

รายล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย เช่น Mingle Mall, Future Park & Zpell รังสิต, Lotus คลองหลวง, ม.ธรรมศาสตร์ รังสิต, รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ, รพ.เปาโลรังสิต และรพ.ปทุมเวช

เคฟทาวน์ โคโลนี่

Kave Town Colony บริษัทค้นพบทำเลบลูโอเชียนโดยไม่ตั้งใจ นำมาสู่การลงทุนก้อนโตระดับพันล้านบาทจัดซื้อที่ดินแปลงใหญ่ตุนไว้ในมือ ขนาด 64 ไร่ วางแผนพัฒนาแคมปัสคอนโดฯ 4 เฟสด้วยกัน คราวนี้ทำเลอยู่ฝั่งเดียวกันกับ ม.กรุงเทพ รังสิต ระยะเดินเพียง 200 เมตร

ที่ผ่านมาประสบความสำเร็จจากการเปิดขาย 2 เฟสแรก ล่าสุด แอสเซทไวส์อยู่ระหว่างจัดอีเวนต์กระตุ้นยอดขาย เพื่อต้องการปิดการขายเฟส 3 แบรนด์ “เคฟ โคโลนี่” มูลค่าโครงการ 1,800 ล้านบาท จุดเด่นด้านทำเล อานิสงส์ของการเป็นแคมปัสคอนโดฯ ทำให้มีฐานลูกค้าเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 1.ซื้อเพื่ออยู่เองที่เรียกว่าลูกค้าเรียลดีมานด์ สัดส่วน 50% กับ 2.ลูกค้าซื้อลงทุนปล่อยเช่า เพราะมีดีมานด์เช่าจากนักศึกษา ม.กรุงเทพ ที่มีจำนวนถึง 20,000 คน

โดยค่าเช่าเฉลี่ยเดือนละ 10,000 บาทบวกลบ จากราคาห้องเริ่ม 1 ล้านต้น ๆ เฉลี่ยแล้วราคาอยู่ที่ 6.5-7 หมื่นบาท/ตารางเมตร เมื่อคำนวณออกมาทำให้มีผลตอบแทนค่าเช่า 6-8% ซึ่งเป็นอัตราผลตอบแทนที่ได้รับการพิสูจน์มาแล้ว 8 โครงการในปัจจุบัน

สิ่งที่ผู้ปกครองนักศึกษาอาจจะชอบมากที่สุดน่าจะเป็นโมเดลห้องชุดตกแต่งพร้อมอยู่ ในราคาเริ่มต้น 1.39 ล้านลง

ทะเบียนรับส่วนลดสูงสุด 200,000 บาท* คลิก : https://bit.ly/3myCOJN

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

Tel : 02-168-0000
Line :@kavetowncolony
https://lin.ee/Q16LiD7

Website : https://kavecondo.com/condominium/kavetown-colony


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

Casio: เปิดตัวนาฬิกา ECB-2000 รับแรงบันดาลใจจากรถแข่งฟอร์มูลา

บริษัท คาสิโอ คอมพิวเตอร์ จำกัด (Casio Computer Co., Ltd.) เปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ล่าสุด SOSPENSIONE ECB-2000 ในตระกูล EDIFICE (เอดิฟิส) ภายใต้คอนเซปต์ “ความเร็วและความชาญฉลาด” (Speed and Intelligence)

ประกอบด้วยสามรุ่นย่อยมาพร้อมดีไซน์ตัวเรือนที่ได้รับแรงบันดาลใจจากระบบกันสะเทือนของรถแข่งฟอร์มูลา นาฬิการุ่น SOSPENSIONE ECB-2000 เป็นนาฬิกาโครโนกราฟประสิทธิภาพสูงที่สะท้อนมุมมองของกีฬามอเตอร์สปอร์ตผ่านการออกแบบตัวเรือนที่มีเอกลักษณ์ โดยมีต้นแบบมาจากระบบกันสะเทือนแบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) ของรถแข่งฟอร์มูลา ซึ่งประกอบด้วยแกนเหล็กคู่บนและคู่ล่าง สะท้อนผ่านขานาฬิกา สี่ข้างที่เชื่อมสายเข้ากับตัวเรือน นอกจากนั้นยังเป็นครั้งแรกสำหรับนาฬิกาในตระกูล EDIFICE ที่มีตัวเรือนทำจากเรซินเสริมคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาและมีความทนทานสูง

เรือนเวลารุ่นใหม่วางจำหน่ายในสามรุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น ECB-2000PB ใช้สายยูรีเทนอ่อนนุ่ม ให้ความรู้สึกเบาสบายรับกับข้อมือ ส่วนรุ่น ECB-2000D และรุ่น ECB-2000DC มาพร้อมรูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวด้วยสายสเตนเลสสตีล ทั้งสามรุ่นสะท้อนโลกของกีฬามอเตอร์สปอร์ตด้วยการออกแบบที่ปลุกเร้าภาพของรถแข่งฟอร์มูลาได้อย่างเด่นชัด

ECB-2000 ใช้ระบบชาร์จทัฟ โซลาร์ (Tough Solar) ซึ่งสามารถเปลี่ยนแสงจากหลอดไฟและแสงจากแหล่งอื่น ๆ ให้เป็นพลังงานของนาฬิกา นอกจากนั้นยังมีฟังก์ชันโมบายล์ ลิงก์ (Mobile Link) ที่ช่วยจับคู่นาฬิกากับสมาร์ตโฟนผ่านทางบลูทูธ (Bluetooth®) ทั้งยังสามารถปรับเวลาได้อัตโนมัติเมื่อใช้ร่วมกับแอปคาสิโอ วอทช์ (CASIO WATCHES) และสามารถตั้งค่าเวลาทั่วโลกด้วยสมาร์ตโฟน รวมถึงถ่ายโอนและแสดงข้อมูลการจับเวลาบนนาฬิกา ซึ่งทั้งหมดนี้คือฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์กีฬาแข่งรถนั่นเอง

ตัวเรือนทำจากเรซินเสริมคาร์บอนไฟเบอร์

เคสคาร์บอนพร้อมดีไซน์ กันสะเทือนในรุ่นพลังงานแสงอาทิตย์

ตัวเรือนเรซินเสริมคาร์บอนไฟเบอร์ตัวแรกในกลุ่มผลิตภัณฑ์ EDIFICE ซึ่งใช้การออกแบบแขนกันสะเทือน หน้านาฬิกาเต็มไปด้วยลวดลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง และยิ่งไปกว่านั้น Smartphone Link และคุณสมบัติ Tough Solar ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมการแข่งรถ ฟังก์ชั่นการทำงานและความน่าเชื่อถือของทีมแข่งรถต้องการ, ประสบความสำเร็จด้วยวิธีการออกแบบที่ไม่ซ้ำกันและเทคโนโลยีขั้นสูงแจ้งโดยแนวคิด “มอเตอร์สปอร์ต”

รุ่นย่อย สีขอบตัวเรือน วัสดุขอบตัวเรือน
ECB-2000PB ดำ คาร์บอน/สเตนเลสสตีล
ECB-2000D เงิน สเตนเลสสตีล
ECB-2000DC เทา สเตนเลสสตีล

ทั้งนี้ โลโก้และคำว่าบลูทูธ® (Bluetooth®) เป็นเครื่องหมายการค้าจดทะเบียนของบลูทูธ เอสไอจี (Bluetooth SIG, Inc.) และทุกการใช้งานโดยบริษัท คาสิโอ คอมพิวเตอร์ จำกัด ได้รับอนุญาตแล้ว

รูปภาพ – https://mma.prnewswire.com/media/1858411/image_1.jpg
คำบรรยายภาพ – นาฬิการุ่น ECB-2000PB

รูปภาพ –  https://mma.prnewswire.com/media/1858412/image_2.jpg
คำบรรยายภาพ – นาฬิการุ่น ECB-2000PB, ECB-2000D และ ECB-2000DC

รูปภาพ – https://mma.prnewswire.com/media/1858413/image_3.jpg
คำบรรยายภาพ – ตัวเรือนทำจากเรซินเสริมคาร์บอนไฟเบอร์ มีต้นแบบมาจากระบบกันสะเทือนของรถแข่ง


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

Assassin’s Creed หลุดภาพภาคใหม่ ยุค Aztecs ?

0

หลุดมาอีกแล้วจ้า สำหรับ Assassin’s Creed ภาคใหม่ ซึ่งเอาจริง ๆ ไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะ Ubisoft (ค่ายเจ้าของเกม) มักจะมีข่าวลือ ข่าวหลุด หรือมีอะไรแบบนี้ออกมาเป็นประจำ และการหลุดในครั้งนี้ก็จะทำให้เห็นว่า AC ภาคใหม่นั้น มีฉากหลังเป็นในยุค Aztecs ช่วงศตวรรษที่ 15 นั่นเอง

Assassins Creed

หลุด Assassin’s Creed ภาคใหม่กับยุค Aztecz

Assassin’s Creed คือ 1 ในแฟรนไชส์ที่โด่งดังที่สุดของ Ubisoft ที่จะนำพาผู้เล่นไปยังโลกทัศน์ที่มีฉากหลังแตกต่างกันไปในทุกภาค ซึ่งภาคล่าสุด Valhalla เป็นภาคที่เล่าเรื่องราวในยุคที่ไวกิ้งกำลังรุกรานอังกฤษ และในขณะที่ภาค Odyssey และภาค Origins เป็นโลกทัศน์ในยุคของกรีกโบราณและอียิปต์ ซึ่งโลกทัศน์ของเกม AC จะอิงจากยุคตามประวัติศาสตร์ที่มีอยู่จริงๆ

และนั่นมักจะเป็นคำถามของแฟน ๆ ว่า แล้วเกมแห่งภราดรนักฆ่าในภาคต่อไปจะนำพาพวกเขาไปยังยุคไหน ? แม้ว่าตอนนี้ทาง Ubisoft ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดใด ๆ เกี่ยวกับภาคใหม่ แต่ล่าสุดก็มีข่าวลือหลุดออกมาแล้ว

โดยแหล่งข่าววงในคนนั้นมีนามว่า Jeremy Penter หรือ ACG ได้ออกมาเปิดเผยว่า AC ภาคใหม่จะมีฉากหลังในยุค Aztecs ซึ่งเฟื่องฟูในเม็กซิโกกลาง และมีอำนาจทางการเมืองและทางการทหารในบริเวณเมโสอเมริกา ช่วงปี ค.ศ. 1300 – 1521 และเป็นอะไรที่น่าสนใจสำหรับ AC เพราะเราเคยเห็นนักฆ่าจากอารยธรรมมายาใน ภาค Black Flag กันมาแล้ว

นอกจากนี้ ยุค Aztecs ยังน่าสนใจตรงที่เต็มไปด้วยเทพเจ้าและนักรบอันหลากหลายที่มีชุดเกราะที่ไม่เหมือนใคร และพวกเขายังขึ้นชื่อเรื่องการนำมนุษย์มาสังเวยเพื่อให้เทพเจ้าพึงพอใจด้วย หรือเรียกได้ว่า พวกเขามีด้านมืดที่น่ากลัวไม่น้อยและน่าจะทำให้ตัวเกมดูน่าสนใจขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม นี่ยังไม่ใช่การประกาศหรือยืนยันใด ๆ จากทาง Ubisoft ดังนั้นจึงต้องใช้วิจารณญาณในการรับฟังเช่นเดียวกับข่าวลืออื่น ๆ แต่ปีนี้เป็นช่วงครบรอบ 15 ปีของแฟรนไชส์ AC และทาง Ubisoft ก็เคยประกาศว่า เขาจะเปิดเผยเนื้อหา หรือรายละเอียดต่าง ๆ ของ AC ภาคใหม่ ในเดือน ก.ย. นี้ ดังนั้น เราก็คงต้องรอดูในตอนนั้นว่า ข่าวลือนี้จะเป็นจริงหรือไม่

สำหรับ AC นั้นออกมาหลายภาคมากครับ ทั้งภาคหลัก ภาคเสริมต่าง ๆ นา ๆ และแน่นอนว่าไม่ใช่ทุกภาคที่จะมีคนชอบ และนี่คือภาคที่เป็นที่สุดของเหล่าภราดรนักฆ่าครับ

1.เนื้อเรื่องดีที่สุด  AC 2 (2009)

นี่คือภาคที่ยกระดับระบบการเล่น กราฟิก หรือโลกของเกมให้ดีขึ้นเป็นเท่าตัว แต่สิ่งที่ทำให้ภาคนี้กลายเป็นภาคในตำนานคือเนื้อเรื่องของเกมที่ทำออกมาได้ยอดเยี่ยม เข้าถึงอารมณ์ได้หลากหลาย ทำให้ภาคนี้กลายเป็นภาคที่ยอดเยี่ยมที่สุดของแฟรนไชน์นี้

2.โดนตำหนิมากที่สุด ภาค Unity (2014)

กลายเป็นเรื่องที่ล้อกันอย่างสนุกปากสำหรับเหล่าสาวก AC และคนทั่วไปกับภาค Unity ที่เหมือนเป็นหนึ่งในจุดดำของซีรีส์อันแสนยิ่งใหญ่ โดยตัวเกมแม้จะให้ภาพที่สวยระดับ Next Gen พร้อมทั้งโหมดการเล่นที่หลากหลาย แต่ด้วยปริมาณ BUG จำนวนมหาศาล และกินสเปคมาก ๆ รวมทั้งเนื้อเรื่องที่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่ ทำให้ภาคนี้โดนตำหนิอย่างมากมาย

3.เปลี่ยนแปลงมากที่สุด ภาค Origins (2017)

ในช่วงที่ข่าวของเกมนี้ออกมาในช่วงแรก หลาย ๆ คนน่าจะตกใจที่ภาค Origins ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบของเกมการเล่นจากมือสังหารผู้มี Hidden Blade เสียบทีเดียวตาย กลายเป็นเกมแนว Action RPG ที่เน้นการเก็บ Level เพราะเราเสียบทีเดียวไม่ตายอีกแล้วหากเลเวลเราน้อย

นอกจากนี้เราไม่ใช่เทพศาสตราเหมือนเดิมที่ชำชองอาวุธทุกชนิด แต่เราจะต้องใช้อาวุธตามเลเวลที่ใกล้เคียงกันจึงจะมีประสิทธิภาพสูงที่สุด อีกทั้งภาคนี้ Eagle eye ของเราต้องใช้ผ่านนกอินทรีแทน รวมทั้งเนื้อเรื่องที่คราวนี้ภารกิจเสริมมีความสำคัญมากขึ้นและเนื้อเรื่องของเควสเสริมก็เข้มข้นขึ้น ดังนั้นภาคนี้จึงเป็นภาคที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

 

นิกกี้ ณฉัตร ลั่นอีก 3 ปีแต่ง “ก้อย” แน่นอน พร้อมเผยเส้นทางความรัก

0

ในอดีตชายคนนี้คือ จอมเจ้าชู้ แต่ปัจจุบันนั้นรักเดียว สำหรับ “นิกกี้ ณฉัตร จันทพันธ์” นักแสดงอารมณ์ดี หรือในอีกบทบาท คือ youtuber ที่มีคนติดตามกว่า 2.55 ล้านคน ซึ่งล่าสุดก็ได้ไปออกรายการ “รสวิวาห์” ทางช่อง “แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยอง กุ๊กกุ๊ก” ซึ่งเป็นช่องของ แจ๊ส ชวนชื่น และภรรยา นั่นเอง

โดยการมาครั้งนี้นิกกี้ก็ได้เปิดเผยเรื่องราวความรักของตัวเอง พร้อมพูดถึงการวางแผนอนาคตว่า แต่งแน่นอนอีก 3 ปี เรื่องราวจะเป็นยังไงเราดูกันครับ

นิกกี้ ณฉัตร

เปิดความรักของ นิกกี้ ณฉัตร จันทพันธ์

เรียกว่าเป็นดารา นักแสดง รวมไปถึงบทบาทพิธีกรที่อารมณ์ดีเหลือเกิน สำหรับหนุ่มนิกกี้ ซึ่งในอดีตเจ้าตัวยอมรับว่าเคยเที่ยวหนัก เคยเจ้าชู้ แต่ปัจจุบันยืนยันว่าไม่มีแล้ว นอกจากนี้ยังยืนยันด้วยว่า ไม่ได้มีคาแรคเตอร์ “หื่นกาม” เหมือนที่หลายคนคิดแต่อย่างใด โดยทุกสิ่งทุกอย่างที่ดูทะลึ่งตึงตังนั้น เป็นการสร้างคาแรคเตอร์เฉย ๆ

โดยนิกกี้ได้เผยว่ามีแฟนคนแรกตอนอายุ 17 ปี เจอกันผ่าน Hi5 โดยคบกันจนถึงช่วงที่ตนนั้นเข้าวงการ ซึ่งพอเข้าวงการแล้วก็ทิ้งแฟนเลย เพราะเจอแสงสี หลงแสงสี แล้วรู้สึกว่า “ผู้หญิงสวยมันมีเยอะขนาดนี้เลยหรอ” ซึ่งเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นความเจ้าชู้ของเจ้าตัว

แต่กระนั้นแจง ปุณณาสา ภรรยาของแจ๊ส ซึ่งรับบทพิธีกรร่วมก็ได้ถามถึงความรักครั้งที่เจ็บที่สุด ซึ่งนิกกี้ก็ตอบพร้อมยอมรับว่านั่นคือความรักที่เจ็บมาก ๆ ต้องจากกันเพราะถูกแม่ของฝ่ายหญิงกีดกัน

“เจอกันเพราะเม้าท์ (น้องชายนิกกี้) ติดต่อให้ เพราะเขาเล่น MV กับเม้าท์ เขาเป็นผู้หญิงสวยและตรงสเปคผมทุกอย่าง ทั้งนิสัยและการศึกษา ก็แอบคบกันประมาณ 3-4 เดือน สุดท้ายแม่เขาจับได้ว่าแอบคบกับผม เขาเลยบังคับให้ลูกสาวเลิกกับผม ซึ่งคุณแม่เขารู้สึกว่าเรากะล่อนจากการที่เห็นในทีวี”

“แล้วยังมีเรื่องของการที่มีคนรู้จักของแม่เขาเห็นลูกสาวเขาอยู่กับเราที่ห้างในเวลาเรียน ทั้งที่ลูกสาวเขาไม่เคยโดนเรียนเลย คุณแม่เขาก็โทรมาหาผมเลยบอกว่าให้เลิก ซึ่งก็ร้องไห้เลย ร้องไห้ทั้งคู่ มันเป็นความรักที่ทรมานมาก ทำตัวเหมือนพระเอก MV เลย อาบน้ำเอาฝักบัวราดหัวตัวเองร้องไห้ เพลงไหนที่เขาเล่น MV ผมก็ฟังไม่ได้มันจะร้องไห้ทุกครั้ง”

จากนั้นนิกกี้ก็ยอมรับว่ากับผู้หญิงเขาจะทำตัวไม่ดีมาตลอด แล้วเคยนอกใจแฟนแล้วโดนแฉในวงการจึงรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง พอได้มีโอกาสเจอรักครั้งใหม่ ก็เปลี่ยนตัวเอง โดยเลิกเที่ยวไปเลย นอนอยู่ห้อง ดูซีรีส์ เลี้ยงหมา แต่กลับกลายเป็นว่าผู้หญิงคนนั้นดันเป็นคนออกไปเที่ยวซะเอง

“คือคนนี้เที่ยวเก่ง ผมเลยตัดสินใจว่า ถ้าวันนี้กลับห้องไปเขาไม่อยู่ห้อง หมาผมไม่ได้กินข้าว เพราะเขามัวแต่เที่ยวผมก็จะเลิกเลย ซึ่งสุดท้ายมันก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ” จอมปีศาจของแฟน ๆ กล่าว

“วันต่อมาผมก็เลยอยากออกไปเที่ยว เลยนัดเพื่อนไป ปรากฎว่าเจอแฟนผมอยู่กับผู้ชาย กำลังนัวกันอยู่ในผับ ผมก็เดินไปถามเลยว่า “แฟนใหม่หรอ” (จริง ๆ ใช้คำหยาบกว่านี้) ไม่ร้องไห้นะ แต่แค้นใจ เพราะแฟนของผู้ชายคนนั้นส่งข้อความมาหาผมว่า ให้ดูแลผู้หญิงคนนี้หน่อย เพราะเห็นมานอนที่ห้องของผู้ชาย” ยอมรับว่าโกรธ แต่ไม่เกลียดอะไรขนาดนั้น

นิกกี้ ณฉัตร

อีก 3 ปีแต่ง ก้อย อรัชพร

ทีนี้มาถึงเรื่องราวของความรักครั้งปัจจุบันนั่นคือ “ก้อย” อรัชพร โภคิภากร ดาราสาวที่มีความสามารถมากมายทั้งเป็นนักแสดง เป็น Youtuber เป็นคนเขียนบทละคร (รักฉุดใจ… นายฉุกเฉิน ก็เป็นการเขียนของก้อย) ซึ่งปัจจุบันทั้งคู่คบกันมากว่า 2 ปี แล้ว

“เจอกันครั้งแรกคือถ่ายหกฉากครับจารย์ ซึ่งเราไม่ได้ชอบเขามาก่อนเลย สเปคผมจะเป็นอีกแบบหนึ่ง จนมีช็อตที่ผมเขาบังหน้า และเขาไม่เอามือปัดออก แต่สะบัดผมขึ้นมา เหมือนในหนังเลย รู้สึกว่าใจเต้นเลย คิดไม่ซื่อละ แต่ว่าตอนนั้นผมมีแฟนอยู่ จนมีข่าวว่าก้อยโสด ผมเลยทักไปเลยว่า โสดแล้วหรอ” นิกกี้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของความรักครั้งนี้

“จนวันหนึ่งซื้อไอติมไปให้เขาที่ห้อง เห็นเขาทำงานเหนื่อยเผื่ออยากกินอะไรให้ชื่นใจ แต่ก็ไม่ได้คุยอะไร แล้วพอดีวันนั้นวันเกิดผมพอดี ผมก็กำลังจะกลับ แล้วเหมือนเขาเห็นในไอจีว่าวันเกิดผม เขาเลยโทรมาถามว่า วันเกิดหรอ กลับมานั่งคุยกันก่อนไหมล่ะ อุตส่าห์มา ผมเลยซื้อโซจูมาเต็มรถเลย แล้วก็นั่งคุยกันในรถไม่ได้ขึ้นห้อง” นี่คือการคุยกันครั้งแรกอย่างจริงจังของก้อยกับนิกกี้

ทีนี้เมื่อถูกถามเรื่องแต่งงานหลังจากที่คบกันมาได้ 2 ปีแล้วนั้น นิกกี้ก็บอกว่า “ปัจจุบันผมอายุ 32 แล้ว อยากแต่งตอน 35 ซึ่งก็ได้คุยกับก้อยไว้คร่าว ๆ แล้วเหมือนกัน ซึ่งถามว่ากลัวไหม ก็ไม่ได้กลัว กลัวอย่างเดียวว่าเขาจะทำแบบที่พี่แจงทำกับพี่แจ๊ส”

ว่าแต่แจงทำอะไรแจ๊ส แล้วทำไมนิกกี้ถึงกลัว ก็ต้องไปดูกันแบบเต็ม ๆ ใน รายการรสวิวาห์ EP.7 ครับ และทั้งหมดนี้คือเรื่องราวความรักของนิกกี้ ณฉัตร ชายที่หลาย ๆ คนขนานนามว่าเป็นปีศาจ เป็นจอมเจ้าชู้ แต่บอกเลยว่าลึก ๆ แล้ว เจ้าตัวนั้นมีอะไรมากกว่าที่คุณคิด ลองไปดูรายการแบบเต็ม ๆ ครับ

 

รวมฮิต 5 กระเป๋าแบรนด์ไทยดีไซน์เก๋ ราคาน่ารักในงบหลักพัน

แน่นอนว่าสำหรับสาวสายแฟชั่น การได้ครอบครองกระเป๋าแบรนด์เนมสุดหรูหราราคาแพงหูฉี่นับว่าเป็นสิ่งที่สาว ๆ ต่างใฝ่ฝัน แต่ในช่วงเศรษฐกิจย่ำแย่ขนาดนี้ จะใช้จ่ายอะไรแต่ละที ก็ต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดี ให้ถี่ถ้วนกันมากสักหน่อย อาจจะต้องขอห่างกันสักพักกับกระเป๋าแบรนด์เนมไฮเอนด์กันไปสักระยะ ซึ่งการที่เราไม่ได้ถือกระเป๋าแบรนด์เนมก็ไม่ได้ถือว่าเป็นอุปสรรคในการแต่งตัวแต่อย่างใดเลยล่ะสาว ๆ เพราะวันนี้ Inzpy อยากจะพาทุกคนไปรู้จักกับ 5 กระเป๋าแบรนด์ไทย ดีไซน์เก๋ ราคาน่ารักในงบหลักพัน แถมยังใช้วัสดุคุณภาพดีไม่แพ้แบรนด์ดังอีกด้วย ถ้าพร้อมแล้ว ตามไปดูพร้อมกันเลย!

cr.photo ; justincase.bag (Facebook Page)
Just In Case

มาเริ่มกันที่แบรนด์แรกกับแบรนด์ Just In Case แค่ฟังชื่อก็สะดุดหู เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยเห็นกระเป๋าแบรนด์นี้ผ่านตากันมาบ้าง เพราะทางแบรนด์เค้ามีหน้าร้านวางขายตามห้างสรรพสินค้าใหญ่ ๆ หลายที่เลยล่ะ เป็นแบรนด์กระเป๋าที่ต้องการสะท้อนถึงความเรียบง่าย ไม่หวือหวา แต่แฝงไปด้วยความพิเศษน่าสนใจ มีแนวคิดที่ต้องการให้สาวไทยเข้าถึงสินค้าคุณภาพดีในราคาที่จับต้องได้

โดยเลือกใช้หนังวีแกนคุณภาพเยี่ยมนุ่มมือที่มีผิวสัมผัสราวกับหนังแท้ ทำให้กระเป๋ามีน้ำหนักค่อนข้างเบาและสามารถใส่ลูกเล่นเข้าไปได้อย่างหลากหลาย โดดเด่นด้วยงานดีไซน์สุดน่ารักจนใจละลาย ใช้งานง่ายสะดวกสบาย สายกระเป๋าสามารถปรับเปลี่ยนได้หลายสไตล์ตามการใช้งานและสไตล์การแต่งตัวในแต่ละวัน ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขนมอบใหม่” ทำให้กระเป๋าของแบรนด์มีลักษณะนุ่มฟู มีสีสันสดใสน่ารักเหมือนขนมหวาน มาพร้อมดีไซน์เก๋ไก๋สดใหม่เหมือนพึ่งออกมาจากเตาอบเลยล่ะ

cr.photo ; madampeonybrand (Facebook Page)
Madam Peony

มาต่อกันที่แบรนด์กระเป๋าที่กำเนิดขึ้นมาจากความคับแค้นใจของเจ้าของแบรนด์ ที่ประสบกับปัญหาที่ว่า กระเป๋าดีไซน์สวยและมีคุณภาพดีในราคาที่เอื้อมถึงทำไมมันถึงหาซื้อได้ยากเย็นนัก ก็เลยแก้ปัญหาด้วยการผลิตมันเองซะเลย กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์กระเป๋าสัญชาติไทยที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทำขึ้นมาอย่างประณีตบรรจง มีหลากหลายสีให้เลือกสรรในแต่ละรุ่น

นอกจากนั้นทางแบรนด์ยังโฟกัสไปที่การใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติ ที่ทั้งให้ความสวยงาม ทนทานต่อรอยขีดข่วน และสามารถคืนตัวเมื่อโดนกดทับได้อีกด้วย ได้ผลสรุปออกมาเป็นการใช้หนังแท้ผสมผสานกับหนังเทียม เพื่อให้กระเป๋ามีคุณสมบัติตามที่ต้องการ การออกแบบดีไซน์ เน้นไปที่ความเรียบง่ายแต่หรูหรา ทำให้สาว ๆ สามารถนำไปใช้ได้ในหลากหลายโอกาส มิกซ์แอนด์แมตช์ครีเอทลุคใหม่ ๆ ได้แบบไม่จำเจ ช่วยทำให้ลุคของสาว ๆ มีความโดดเด่นสะดุดตามากยิ่งขึ้น

กระเป๋าแบรนด์ไทย
cr.photo ; labellabkk (Facebook Page)
Labella

เดินทางกันต่อกับกระเป๋าแบรนด์ไทยแบรนด์ถัดไป ที่เอาใจสาว ๆ ไปได้แบบเต็ม ๆ ด้วยการออกแบบดีไซน์ที่เรียบง่าย ให้สัมผัสหรูหรา มีขนาดกะทัดรัด แต่ภายในมีพื้นที่กว้างพอให้ใส่ของได้อย่างจุใจ สายกระเป๋าสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามการใช้งานและสไตล์การแต่งตัว สามารถใช้ได้ในหลากหลายโอกาส จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม Labella ถึงเป็นแบรนด์กระเป๋าแบรนด์แรก ๆ ที่สาว ๆ มักจะนึกถึง ทำให้กระเป๋าหลายรุ่นจากทางแบรนด์กลายเป็นรุ่นยอดนิยมตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา

โดยทางแบรนด์เลือกใช้วัสดุหนังสังเคราะห์ในการผลิตกระเป๋าเป็นหลัก ด้วยความตั้งใจที่อยากให้ทุกคนสามารถจับต้องผลงานคุณภาพเยี่ยมได้ด้วยงบที่ไม่ไกลเกินเอื้อม ถึงแม้ตัวกระเป๋าอาจจะมีน้ำหนักอยู่สักหน่อย แต่ถ้าเทียบกับดีไซน์ที่น่ารักสวยงามพร้อมคุณภาพแล้ว ก็คุ้มค่าคุ้มราคาอย่างแน่นอนค่ะ

กระเป๋าแบรนด์ไทย
cr.photo ; pyrrhastudio.com
Pyrrha Studio

สาวชิค สาวเปรี้ยว จะต้องถูกใจกระเป๋าจากแบรนด์นี้อย่างแน่นอนค่ะ มาต่อกันที่แบรนด์กระเป๋าหนังคุณภาพเยี่ยมอย่าง Pyrrha Studio เป็นกระเป๋าที่ผลิตขึ้นจากช่างฝีมือคนไทยแท้ที่มีความเชี่ยวชาญมากประสบการณ์ มีการออกแบบดีไซน์กระเป๋าภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘มินิมอลแต่มีความคลาสสิกเหนือกาลเวลา’ เพราะทางแบรนด์ต้องการผลิตกระเป๋าที่มีความแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร ที่มาพร้อมลูกเล่นดูดีมีสไตล์และสามารถใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน

โดยกระเป๋าของทางแบรนด์เลือกใช้วัสดุคุณภาพเยี่ยมอย่างหนังวัวและหนังแกะ เน้นไปที่ดีไซน์สวยเก๋ มีน้ำหนักเบา และใช้งานง่ายสะดวกสบาย ซึ่งน้ำหนักของกระเป๋าเป็นสิ่งที่แบรนด์คำนึงถึงและใส่ใจเป็นอย่างมาก ทางแบรนด์จึงพยายามผลิตกระเป๋าที่มีน้ำหนักเบามากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะรู้ดีว่าแค่น้ำหนักของกระจุกกระจิกที่สาว ๆ แบกอยู่ทุกวันก็มากพออยู่แล้ว ถ้าต้องแบกน้ำหนักกระเป๋าเพิ่มเข้าไปอีกก็คงแย่กันพอดี ยิ่งไปกว่านั้นแล้วยังสามารถใช้งานได้ในแทบทุกโอกาส สามารถถือได้ตั้งแต่เช้าจรดเย็นมั่นใจได้ทั้งวัน

กระเป๋าแบรนด์ไทย
cr.photo ; myntestudio.com
Mynte Studio

ปิดท้ายกันไปด้วยกระเป๋าดีไซน์สวยสุดต๊าชจากแบรนด์ Mynte Studio ที่เน้นการออกแบบดีไซน์แบบมินิมอล เรียบง่ายไม่ซับซ้อน แต่ให้สัมผัสสุดชิคเก๋ไก๋ ที่จะเข้ามาช่วยเติมเต็มความสนุกสนาน เพิ่มความมีชีวิตชีวาให้กับการแต่งตัวของสาว ๆ ได้มากกว่าที่เคย เพราะกระเป๋าของทางแบรนด์ทั้งดีไซน์สวยเก๋แปลกตาไม่ซ้ำใคร แถมแต่ละรุ่นยังทำสีออกมาให้เลือกสรรอย่างหลากหลายจนตาลาย เลือกไม่ถูกกันเลยทีเดียวเชียวล่ะ

โดยกระเป๋าของทางแบรนด์ทำมาจากหนังแท้ 100% ใส่ใจในทุกรายละเอียด ผลิตกระเป๋าด้วยความประณีตบรรจง ทำให้กระเป๋าออกมาสวยคมเนียนกริบบาดใจอย่างที่เห็น และที่น่าสนใจก็คือ กระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุดที่ทำออกมาเป็นแบบสไตล์ Unisex สามารถสะพายได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง เป็นแนวคิดอันสร้างสรรค์ที่อยากให้สาวกสายแฟชั่นได้เป็นตัวของตัวเองอย่างเต็มที่ แบบไม่มีข้อจำกัดทางเพศ ซึ่งกระเป๋าจากทางแบรนด์ นอกจากจะสวยงามด้วยดีไซน์และสีสันแล้ว ยังมีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลายอีกด้วย

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับบทความ รวมฮิต 5 กระเป๋าแบรนด์ไทย ดีไซน์เก๋ ราคาน่ารักในงบหลักพัน ที่เราเอามาฝากทุกคนกันในวันนี้ หวังว่าวันนี้เราสามารถช่วยให้สาวกสายแฟชั่น ตัดสินใจเลือกกระเป๋าดีไซน์สวย คุ้มค่าคุ้มราคาแก่การลงทุนได้ง่ายมากขึ้นนะคะ อย่าลืมติดตามว่าคราวหน้าเราจะเอาไอเทมปัง ๆ แบบไหนมาฝากทุกคนกันอีก รอติดตามเลยค่ะ

Supalai: สร้างสนามเด็กเล่นผ่านศิลปะพื้นเมืองออสเตรเลีย 57 ล้านบาท

0

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เจ้าใหญ่ในวงการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โชว์การเติบโตอย่างมั่นคงและต่อเนื่องในการดำเนินธุรกิจ ที่ประเทศออสเตรเลีย ทุ่มสร้างสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ มูลค่า 57.6 ล้านบาท

บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน)  เผยความสำเร็จในโครงการ Arcadia โครงการที่อยู่อาศัยขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในนาม Supalai Australia Holding ร่วมทุนกับ Satterley Property Group Pty ตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน

โครงการ Arcadia มูลค่าทั้งสิ้น 13,000 ล้านบาท เป็นโครงการจัดสรรที่ดินแวดล้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เช่น สถานีรถไฟ โรงเรียนระดับอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา ศูนย์การค้า และสนามกีฬา ที่ได้รับกระแสตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าและทำยอดขายได้ดีอย่างต่อเนื่อง จึงปิดการขายได้ภายในระยะเวลา 8 ปี

รวมยอดขายโครงการ Arcadia มีมูลค่าทั้งสิ้น 11,000 ล้านบาท มียอดสัญญาจำนวน 30 เฟส เป็นจำนวนแปลงที่อยู่อาศัยจำนวนทั้งสิ้น 1,711 แปลง และขณะนี้เหลือที่ดินรอโอนกรรมสิทธิ์เพียง 226 แปลงเท่านั้น

Supalai: สร้างสนามเด็กเล่นผ่านศิลปะพื้นเมืองออสเตรเลีย 57 ลบ.
Supalai: สร้างสนามเด็กเล่นผ่านศิลปะพื้นเมืองออสเตรเลีย 57 ลบ.

เพื่อตอบแทนลูกค้าและสร้างสรรค์สังคมคุณภาพในโครงการ บริษัทจึงเนรมิตสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ มูลค่าทั้งหมด 2.4 ล้านเหรียญออสเตรเลียหรือ 57.6 ล้านบาท ถ่ายทอดศิลปกรรมพื้นเมืองของชนเผ่าอะบอริจิน ที่สวยงามเพื่อให้เด็ก ๆ ได้สร้างเสริมพัฒนาการทางร่างกาย สมอง และจิตใจ อีกทั้งยังเป็นสัญลักษณ์ที่หมายของชุมชน Arcadia ต่อไป

Supalai: สร้างสนามเด็กเล่นผ่านคอนเซ็ปต์ศิลปะพื้นเมืองออสเตรเลีย 57 ลบ.
คุณประศาสน์ ตั้งมติธรรม

นายประศาสน์ ตั้งมติธรรม กรรมการที่ปรึกษา บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) ผู้ดูแลโครงการลงทุนต่างประเทศ กล่าวว่าขยายการลงทุนในประเทศออสเตรเลียเพิ่มเติม ผ่านบริษัท Supalai Australia Holdings Pty Ltd ร่วมลงทุนระหว่างกลุ่มศุภาลัยและกลุ่ม Stockland บริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ประเทศออสเตรเลีย (ASX)
โครงการดังกล่าว ได้แก่ Katalia  ตั้งอยู่เลขที่ 975 DonnybrookRoad,Melbourne รัฐวิกตอเรีย มูลค่าการลงทุนในหุ้นของกลุ่มศุภาลัยกว่า 52.5 ล้านเหรียญดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือ 1,184 ล้านบาท

การประกาศขยายการลงทุนในครั้งนี้ถือเป็นการร่วมมือกับกลุ่ม Stockland ครั้งแรก นับตั้งแต่ บมจ.ศุภาลัยเริ่มเข้าไปลงทุนในประเทศออสเตรเลีย และเป็นโครงการลำดับที่ 11 ของการลงทุนในประเทศออสเตรเลีย

โครงการ Katalia ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของนครเมลเบิร์น รัฐวิกตอเรีย เป็นทำเลที่ได้รับความนิยมสำหรับการสร้างที่อยู่อาศัยในปัจจุบัน ตัวโครงการเป็นการจัดสรรที่ดินแบ่งขายขนาดรวมกว่า 1,500 แปลง จุดเด่นเรื่องทำเลและการคมนาคมที่สะดวกสบาย เริ่มก่อสร้างเดือนส.ค.นี้ เริ่มโอนเฟสแรกเดือนก.ค. 2564 คาดหวังว่าจะได้รับผลตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยในขนาดและราคาที่เหมาะสม


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

รวมอาหารเช้า ตลาดถนอมมิตร

ใครหาอาหารเช้ากันอยู่ แถบถนนรามอินทรา แนะนำให้เข้ามาซอยวัชรพล ตรงเข้ามาที่ ตลาดถนอมมิตร นี้เลย มีอาหารเช้าขายอยู่หลากหลาย ช่วงก่อน 7 โมงเช้า ก็เริ่มขายกันเยอะแล้ว ยิ่งสายก็ยิ่งมีร้านค้ามาเปิดกันมากขึ้น แต่สำหรับพนักงานออฟฟิศแล้ว ต้องมาแต่เช้าเพื่อไปทำงานให้ทัน ซึ่งผู้ค้าก็มาเอาใจพนักงานอย่างเรานี่แหละ มีร้านอะไรน่าทานบ้าง ลองมาดูกันเลย

เริ่มจากร้านโจ๊กกันเลย ที่มาพร้อมปาท่องโก๋ และเครื่องดื่มร้อนแบบโบราณ ทานคู่กันเซ็ตแบบนี้อิ่มไปถึงเที่ยงแน่นอน ปาท่องโก๋อร่อยมาก ทำกันไม่ทันเลย คนต่อคิวกันเยอะ ร้านอยู่แผงปลายสุด เข้ามาในตลาดแล้วมีที่จอดรถ ก็จะเห็นร้านโจ๊กอยู่ซ้ายมือสุด มีที่นั่งรวมที่ตลาดวางไว้ให้

สำหรับอาหารคิดสั้น หรือไม่รู้จะทานอะไร ก็จะสั่งกะเพราไก่ไข่ดาวนั่นเอง เพื่อตอบสนองการคิดสั้น ร้านนี้ก็เลยเปิดเป็นร้านกะเพราอย่างเดียวไปเลย มาในสูตรเผ็ดน้อย และเผ็ดมาก กับราคาที่เป็นมิตร เพียงแค่ 35 บาทเท่านั้น

ตลาดถนอมมิตร

อาหารทานเล่นอย่างไส้กรอกอีสานก็เด็ด ร้านนี้อร่อย มีความเปรี้ยว และทอดกรอบ ราคาไม่แรง ครบเครื่องเลยทีเดียว เรียกว่าเป็นสูตรเด็ดชาวอีสานเลย เพราะมีขายแมลงทอดอีกด้วย

อยากหาซื้อผลไม้ หรือของทานเล่น ก็มีร้านมันต้ม เผือกต้ม กล้วยต้ม ถั่วต้ม มาวางขายตั้งแต่ก่อน 7 โมงเช้า ไว้ซื้อกลับไปฝากเพื่อนที่ออฟฟิศเป็นดีที่สุด ราคาทุกอย่างเพียงแค่ 20 บาทเท่านั้น

สำหรับสายข้าวแกง ก็มีร้านมาเปิดกันแต่เช้า มีกับข้าวให้เลือกเยอะ เปิดร้านใหญ่ขนาด 2 แผงเลยทีเดียว ยังมีใส่ถุงเตรียมไว้เพื่อความรวดเร็วอีกด้วย หรือจะใส่กล่องไปทาน ทางร้านก็มีเตรียมไว้ให้

ของทอดทานเล่นอย่างเต้าหู้ทอด เผือกทอด ข้าวโพดทอด มันทอด ไช้เท้า ก็มี ร้านติดป้ายแบรนด์น่ารักไว้ ดูดี สะอาด เหมาะสำหรับซื้อไปทานรวมกลุ่มกันหลาย ๆ คน

ตลาดถนอมมิตร

ไก่ทอดหาดใหญ่ก็มา มีทั้งไก่ทอด หมูทอด ทอดกันตั้งแต่เช้าตรู่ ข้าวเหนียวยังร้อน ๆ อยู่เลย เช้า ๆ ได้ทานอะไรร้อน ๆ แล้วรู้สึกดี อย่างแน่นท้องขึ้นก็จัดข้าวเหนียว ไก่ทอด ไปสักชุดน่าจะดี

ร้านก๋วยเตี๋ยวหลอดก็มาเปิดแต่เช้า เส้นก๋วยเตี๋ยวใส ไส้บึ้ม มีทั้งไส้แซลมอน ปูอัด เห็ดหอม กุ้ง และหมูยอ แลดูชิ้นใหญ่ แป้งบาง ไส้เยอะ อย่างที่ว่าไว้

มาถึงผัดไทยราคาถูก มาในห่อขนาดกะทัดรัด มีทั้งเส้นวุ้นเส้น เส้นเล็ก เส้นใหญ่ที่เป็นผัดซีอิ๊ว ราคา 20 บาท จะไม่มีกุ้งหรือเนื้อสัตว์อะไรใส่ลงไปนะ ก็เป็นรสชาติผัดไทยธรรมดา

ตลาดถนอมมิตร

โซนฝั่งผัดไทยก็จะมีร้านค้าที่เป็นของซื้อกลับบ้าน ของทานเล่น หรือขนม อย่างโป้งเหน่ง ข้าวเม่าทอด หรือขนมครก ซื้อไปฝากใคร หรือซื้อกลับบ้านก็เป็นการดี

เช้า ๆ ลองเข้ามาหาอะไรทานกันได้ที่ ตลาดถนอมมิตร ยังมีโซนอาหารสด และร้านน้ำปั่น ร้านขนมจีน และอีกหลายร้าน และกำลังทยอยกันเปิดอยู่ก็มี เช่น ร้านก๋วยเตี๋ยว หรือร้านส้มตำ ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ตามด้านล่างนี้เลย

ที่อยู่: 88 ถ.วัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10230
พิกัด: Google Map มีที่จอดรถ
เวลาทำการ: 04.00 – 20.00 น.
Facebook: https://www.facebook.com/TanommitMarket/

ติดตาม Inzpy ได้ที่
Website:
https://inzpy.com/travel/
Youtube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy
Facebook:
https://www.facebook.com/inzpyth

Cultural District Bangkok 2022 ชมงานศิลปะรอบกรุงรัตนโกสินทร์!

0

Cultural District Bangkok 2022 ชมงานศิลปะรอบกรุงรัตนโกสินทร์!

Cultural District Bangkok 2022 ชมงานศิลปะเปิดเกาะรอบกรุงรัตนโกสินทร์! มิวเซียมสยามร่วมกับ 15 โรงแรม และชุมชมรอบเกาะรัตนโกสินทร์ ตอกย้ำความคึกคักในช่วงนี้ของกรุงเทพ ฯ โดยเชิญชวนผู้คนให้มาสัมผัสผลงานศิลปะในรูปแบบต่าง ๆ ของเหล่าศิลปินชื่อดัง ไปจนถึงผลงานของสถานศึกษา ที่ต่างมาช่วยกันสร้างสรรค์ผลงานศิลปะไม่ว่าจะเป็นผลงานจิตรกรรม, installation art, workshop, เสวนา ไปจนถึงการแสดงดนตรี  โดยจัดงานเทศกาลศิลปะโดยใช้พื้นที่ในโรงแรม และห้องพักแสดงผลงานจากศิลปินชื่อดัง ระหว่างวันที่ 9 – 15 ก.ค.นี้ ร่วมสร้างสรรค์ผลงานจากเหล่าบรรดาศิลปินมากฝีมือ

นำโดย ธนชัย อุชชิน, วรรณฤทธิ์ พงศ์ประยูร, นักรบ มูลมานัส, วศินบุรี สุพานิชวรภาชน์, สมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และหน่วยงานการศึกษา เช่น วิทยาลัยเพาะช่าง และคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เป็นต้นCultural District Bangkok

เทศกาลศิลปะเปิดเกาะรัตนโกสินทร์ Cultural District 2022: Arts in the Hotel จะจัดขึ้นทั้งในบริเวณมิวเซียมสยาม และในโรงแรมย่านวัฒนธรรมของคนกรุงทั้ง 15 โรงแรม โดยในแต่ละโรงแรมจะมีผลงานศิลปะต่าง ๆ กัน ดังนี้

📍The Deck by Arun Residence: ผลงานปากคลอง Pop-Up!: ตอน “Red Window | Yellow Sunrise | White Monster” โดย Arch SU x Humans of Flower Market x Dokmaai.com

📍Bangkok Bed and Bike: ผลงาน Photo Exhibitions: Postcard Fest. โดยสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

📍 Feung Nakorn Balcony: ผลงาน Parc d’Erawan โดยนักรบ มูลมานัส

📍The knight House Bangkok: ผลงาน Here comes the frequency โดยวรรณฤทธิ์ พงศ์ประยูร

📍  Neighbor Phuthon: ผลงาน “รัตนโกสินทร์ now & then” โดยธนชัย อุชชิน

📍1905 Heritage Corner: ผลงานโดยวศินบุรี สุพานิชวรภาษณ์

📍Mojo Old Town: ผลงาน Here comes the frequency โดยวรรณฤทธิ์ พงศ์ประยูร

📍Red Door Heritage Hotel: ผลงาน Photo Exhibitions:  Focus in a day. โดยสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

📍Baan Noppawong: ผลงานปากคลอง Pop-Up!: ตอน “Red Window | Yellow Sunrise | White Monster” โดย Arch SU x Humans of Flower Market x Dokmaai.com

📍Here Hostel Bangkok: ผลงาน Photo Exhibitions: Rhapsody of night โดยโรงเรียนสังเคราะห์แสง

📍Old Capital Bike Inn: ผลงาน “เสน่ห์รัตนโกสินทร์” โดยภาควิชาวิจิตรศิลป์ วิทยาลัยเพาะช่าง

📍Villa Phra Sumen: ผลงานหิมพานต์ โดยภาควิชาศิลปะประจำชาติ วิทยาลัยเพาะช่าง

📍1Villa De Pranakorn: ผลงานปากคลอง Pop-Up! : ตอน “Red Window | Yellow Sunrise | White Monster” โดย Arch SU x Humans of Flower Market x Dokmaai.com

📍CHERN Hotel: ผลงาน Faith in cellophane: ความศรัทธาในกระดาษแก้ว โดยภาควิชาศิลปะประจำชาติ วิทยาลัยเพาะช่าง

📍1Cacha Bed Heritage Hotel: ผลงาน Photo Exhibitions: คชา on the way. โดยสมาคมถ่ายภาพแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

N°5 คอลเลกชัน Fine Jewelry ซิกเนเจอร์ใหม่ล่าสุดจาก Chanel

‘N°5’ หรือ หมายเลข 5 นับว่าเป็นตัวเลขสัญลักษณ์ที่มีความสำคัญและเปรียบเสมือนเป็น Lucky Number อยู่คู่ประจำแบรนด์แฟชั่นไฮเอนด์ระดับโลกอย่าง Chanel มาเป็นระยะเวลาอย่างยาวนาน และแน่นอนว่าสาวกแบรนด์ตัวยงจะต้องคุ้นเคยกับตัวเลขนี้เป็นอย่างดี เพราะเป็นชื่อของน้ำหอมรุ่นฮิตสุดไอคอนิก ที่ได้รับความนิยมแบบอมตะตลอดกาล มีชื่อเสียงโด่งดังจนเป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก

cr.photo ; chanelofficialwebsite

ไม่เพียงเท่านั้น หมายเลข 5 ยังเป็นเลขโปรดของผู้ก่อตั้งแบรนด์อย่าง Gabrielle Chanel (Coco Chanel) และยังตรงกับสัญลักษณ์ลำดับที่ 5 ตามจักรราศีซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของเธอ ความพิเศษของหมายเลข 5 ยังไม่จบ เพราะวันที่ 5 ยังตรงกับวันที่เธอนำเสนอคอลเลกชันโอตกูตูร์อีกด้วย

cr.photo ; chanelofficialwebsite

อย่างที่เราทราบกันดีว่าแบรนด์ Chanel มักจะชอบนำเสนอมุมมองในด้านแฟชั่นอย่างสร้างสรรค์สดใหม่ ที่ไร้ขีดจำกัด ทลายขนบกฎเกณฑ์ดั้งเดิมอยู่เสมอ และไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่เพียงผลงานเสื้อผ้าและไอเทมแฟชั่นเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการรังสรรค์เครื่องประดับสุดงดงามหรูหราที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใครอีกด้วย

cr.photo ; chanelofficialwebsite

ซึ่งล่าสุดทางแบรนด์ได้เปิดตัวคอลเลกชัน Fine Jewelry ภายใต้ชื่อ ‘N°5’ ผลงานเครื่องประดับสุดหรูใหม่ล่าสุด ที่แน่นอนว่าได้รับแรงบันดาลใจหลักมาจากหมายเลข 5 ที่มีความสำคัญเกี่ยวข้องกับแบรนด์ในหลายแง่มุม เปรียบเสมือน Lucky Charm (ชาร์มนำโชค) อันล้ำค่า ที่ถูกถ่ายทอดรังสรรค์สู่เครื่องประดับซิกเนเจอร์แต่ละชิ้น ซึ่งประกอบไปด้วย จี้ สร้อยคอ ต่างหู และแหวน ที่มาพร้อมดีไซน์เลข 5 สุดเก๋ไก๋สวยงาม ที่ทำขึ้นมาจากวัสดุไวท์โกลด์และเบจโกลด์ประดับเพชร

โดยเครื่องประดับภายในคอลเลกชัน ‘N°5’ จะมีผลงานหลักอยู่ 5 แบบด้วยกัน ประกอบไปด้วย

cr.photo ; chanelofficialwebsite
ETERNAL N°5 NECKLACE

สร้อยคอที่ทำจากไวท์โกลด์ 18K โดดเด่นด้วยหมายเลข 5 บริเวณตรงกลาง ตกแต่งด้วยเพชรทรงกลมและทรงหยดน้ำ เป็นลักษณะเส้นสายห้อยระย้าพลิ้วไหวอ่อนช้อยสวยงาม 3 เส้น โดยแต่ละเส้นมีความยาวไม่เท่ากัน เสริมด้วยการประดับเพชรทรงกลมสอดแทรกอยู่ตามสายสร้อย เพื่อเพิ่มความหรูหราแวววาว

Chanel
cr.photo ; chanelofficialwebsite
ETERNAL N°5 NECKLACE

ถัดไปเป็นสร้อยคออีกแบบ ที่มีให้เลือกทั้งสีไวท์โกลด์และเบจโกลด์ 18K เรียบหรูสไตล์มินิมอล ด้วยสายสร้อยแบบเกลี้ยง เรียกความสนใจดึงดูดสายตาด้วยหมายเลข 5 บริเวณตรงกลาง ที่ตกแต่งด้วยเพชรทรงกลมและทรงหยดน้ำ สวยงามเก๋ไก๋อย่างมีเอกลักษณ์

Chanel
cr.photo ; chanelofficialwebsite
ETERNAL N°5 SINGLE EARRING

ไปต่อกันที่ต่างหูที่โดดเด่นด้วยดีไซน์หมายเลข 5 ที่มีให้เลือกทั้งสีไวท์โกลด์และเบจโกลด์ 18K ตกแต่งด้วยเพชรทรงกลมและทรงหยดน้ำ ให้สัมผัสหรูหราสง่างาม ช่วยเพิ่มเสน่ห์น่าค้นหา พร้อมเข้ามาช่วยคอมพลีทลุคของสาว ๆ ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

Chanel
cr.photo ; chanelofficialwebsite
ETERNAL N°5 TRANSFORMABLE EARRINGS

ต่างหูที่นำเสนอดีไซน์ที่สามารถปรับเปลี่ยนพลิกแพลงสวมใส่ได้หลากหลายแบบ ได้ตามลุคและสไตล์การแต่งตัวของสาว ๆ ในแต่ละวันได้อย่างน่าหลงใหล มีให้เลือกทั้งสีไวท์โกลด์และเบจโกลด์ 18K ตกแต่งด้วยเพชรทรงกลมและทรงหยดน้ำ โดดเด่นด้วยหมายเลข 5 ดีเทลสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ ซึ่งข้างหนึ่งสามารถปรับความยาวได้ และยังสามารถใส่เป็นแบบสตั๊ดเดี่ยว ๆ ได้อีกด้วย

Chanel
cr.photo ; chanelofficialwebsite
ETERNAL N°5 RING

ปิดท้ายกันไปด้วยผลงานชิ้นสุดท้าย ด้วยแหวนดีไซน์เรียบง่ายหรูหรา แต่โดดเด่นด้วยหมายเลข 5 ที่ทำจากไวท์โกลด์ 18K ประดับเพชร สวยงามน่าหลงใหลอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้เลย

สามารถศึกษาและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.chanel.com

Chanel
cr.photo ; chanelofficialwebsite

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับ ‘N°5’ คอลเลกชัน Fine Jewelry ซิกเนเจอร์ใหม่ล่าสุดจาก Chanel ที่เราเอามาฝากในวันนี้ หวังว่าเราจะสามารถช่วยอัปเดตเรื่องราวความเป็นไปในวงการแฟชั่น ให้ทุกคนได้ทราบไม่มากก็น้อยนะคะ อย่าลืมติดตามว่าในครั้งหน้า Inzpy จะเอาข่าวสารที่น่าสนใจในวงการเครื่องประดับและเรือนเวลาแบบไหน มาฝากทุกคนอีก รอชมได้เลยค่ะ

Inzpy พากิน “ร้านไก่ย่างสองสาว” นครนายก

Inzpy พากิน “ร้านไก่ย่างสองสาว” นครนายก

ช่วงหน้าฝนนี้ นครนายกเป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที่เหล่านักเดินทาง ทยอยเดินทางไปเที่ยวกันอย่างล้นหลาม ซึ่งเราเองก็ไม่พลาดที่จะไปเที่ยวที่นี่ด้วยเช่นกัน สำหรับทริปที่เราไปนครนายกนั้น เราจะมารีวิวให้ฟังอีกครั้งในบทความหน้านะคะ ส่วนในบทความนี้เราจะมาแนะนำร้านอาหารชื่อว่า ร้านไก่ย่างสองสาว ซึ่งอยู่ใกล้กับเขื่อนขุนด่านปราการชล แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของนครนายกค่ะ

ร้านไก่ย่างสองสาว

ร้านไก่ย่างสองสาวนี้ เป็นร้านอาหารอีสาน ตัวร้านกว้างขวางมาก จอดรถได้เยอะ เมนูเด็ดที่ทุกคนต้องมาสั่งเลยก็คือเมนูไก่ย่างนั่นเองค่ะ ซึ่งในวันนี้เราก็สั่งมาทานกัน 1 ตัวใหญ่ ๆ เลย ไก่ย่างของร้านนี้จะมีความชุ่มฉ่ำ เนื้อไก่ไม่แห้ง หมักมาแบบมีรสชาติออกหวาน ๆ เค็ม ๆ และหอมเครื่องเทศ กลมกล่อมมาก

ร้านไก่ย่างสองสาว

มาร้านอาหารอีสาน ก็ต้องสั่งเมนูคู่ชีพค่ะ นั่นก็คือ ส้มตำปูปลาร้า หลาย ๆ คนอาจจะสงสัยว่า ไปร้านไหนก็สั่งแต่เมนูนี้ไม่เบื่อหรอ เอาจริง ๆ คือไม่เบื่อเลยค่ะ ส้มตำปูปลาร้า แม้จะหาทานได้เกือบทุกที่ แต่ว่ารสชาติของแต่ละร้านก็มีความแตกต่างกัน สำหรับร้านนี้ขอบอกว่าเราชอบมาก ๆ เลยค่ะ เพราะปลาร้านัวมาก ๆ ใส่มาเป็นตัว ๆ เลย รสชาติแซ่บ เค็ม เผ็ด แบบอีสานจ๋าเลย ที่สำคัญที่ร้านใช้พริกแห้งด้วย ซึ่งเราชอบส้มตำพริกแห้งเป็นการส่วนตัวอยู่แล้ว จึงชอบจานนี้เป็นพิเศษเลยค่ะ

จานที่สามนี้เป็นลาบเนื้อค่ะ เนื้อจะเป็นเนื้อสับนะคะ รสชาติจัดจ้าน เข้มข้น เนื้อไม่เหนียว หอมข้าวคั่ว อร่อยดีค่ะ ชอบตรงที่เค้าโรยกระเทียมมาแบบจุก ๆ

ร้านไก่ย่างสองสาว

ตับหวาน จานนี้ก็เด็ดไม่แพ้กัน รสชาติยังจัดจ้านเหมือนทุก ๆ จานที่ผ่านมา ตัวตับเค้าลวกมานุ่ม กำลังดี ไม่แข็ง และไม่เหม็นคาวค่ะ  ให้พริกทอดมาเป็นเครื่องเคียงอีกด้วย

สำหรับจานสุดท้ายปิดจบ ขอเป็นเมนูน้ำ ๆ มาซดให้คล่องคอหน่อย ซึ่งที่ร้านแนะนำเป็นเมนูปลาเขื่อน และเมนูไก่บ้าน เราตัดสินใจสั่งเป็นต้มยำไก่บ้านมาค่ะ เพราะความอยากทานจากร้านแรก แต่ไก่บ้านที่ร้านนั้นหมด เลยมาสั่งทานที่ร้านนี้แทน เนื้อไก่บ้านจะมีความเคี้ยวหนุบหนับ น้ำซุปหอม ๆ รสชาติจัดจ้าน เปรี้ยวจี๊ดจ๊าด ซดกันเพลิน ๆ เลย สำหรับเมนูนี้ให้ผ่านเลยค่ะ

สรุปโดยรวมแล้ว ร้านนี้ถือว่าดีในระดับหนึ่งนะคะ รสชาติดี ร้านสะอาด ราคาระดับกลาง ๆ อยู่ไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวยอดฮิต

รายละเอียดเพิ่มเติม
พิกัด : https://goo.gl/maps/MLS1YF1ZU9ztXqyq6
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 08.00-18.00 น.
โทร : 037 385 168
ลักษณะร้านค้า : ร้านใหญ่, มีที่จอดรถ
ระดับราคา : เริ่มต้น 80 บาท

ติดตาม Inzpy ได้ที่
Website:
https://inzpy.com/travel/
Youtube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy
Facebook:
https://www.facebook.com/inzpyth
ฝาก กดติดตาม กดไลก์ กดแชร์เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ