เคยสงสัยไหมคะว่าทำไมเวลาเราคุยกับใครบางคนที่ดูภายนอกคือเก่งมาก มั่นใจสุดๆ แต่พออยู่ด้วยไปสักพักเรากลับรู้สึกว่าทำไมมันเหนื่อยขนาดนี้? แวบแรกเขาอาจจะดูมีเสน่ห์ พูดจาฉะฉาน จนดึงดูดความสนใจในออฟฟิศหรือในวงเพื่อนได้ไม่ยาก แต่พอเริ่มสนิทขึ้นเรื่อยๆ ความรู้สึกชื่นชมกลับกลายเป็นความอึดอัด เพราะทุกอย่างรอบตัวเขาดูเหมือนจะมีแค่เรื่องของเขาคนเดียวเท่านั้น
นี่คือสัญญาณของพฤติกรรมแบบ Self-Centered หรือคนที่มีลักษณะ Egotistical ที่เราต้องแยกออกจากความมั่นใจแบบปกติให้ออกค่ะ เพราะถ้าเราดูไม่ออก เราอาจจะกลายเป็นฝ่ายที่ต้องคอยประคองอารมณ์เขาจนเสียสุขภาพจิตไปเอง
ความมั่นใจกับอาการหลงตัวเอง มีเส้นกั้นบางๆ
จุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนระหว่างคนที่มี Self-Confidence กับคนที่มีพฤติกรรมหลงตัวเองคือเรื่องของพื้นที่และการรับฟังค่ะ คนที่เขามั่นใจจริงๆ มักจะรู้ว่าตัวเองมีดีตรงไหน กล้าตัดสินใจ และกล้าเป็นตัวของตัวเองโดยไม่จำเป็นต้องกดคนอื่นลงเพื่อให้ตัวเองดูสูงขึ้น แต่คนที่มีลักษณะ Self-Absorbed มักจะต้องการให้ตัวเองอยู่ตรงกลางสปอตไลท์ตลอดเวลา และจะแสดงอาการไม่พอใจทันทีหากรู้สึกว่าไม่ได้รับความสนใจแบบที่เขาคิดว่าควรได้
ความต่างมันวัดกันตอนที่อยู่ด้วยกันค่ะ ลองสังเกตดูว่าเวลาเราอยู่กับเขา เรายังมีพื้นที่ให้หายใจไหม? เวลาเราพูดมีคนฟังหรือเปล่า? หรือบทสนทนาทุกอย่างต้องถูกวกกลับไปเป็นเรื่องของเขาเสมอ ถ้าความสัมพันธ์เริ่มไม่สมดุลจนคุณรู้สึกเหมือนเป็นแค่ตัวประกอบในชีวิตเขา นั่นแหละคือจุดเริ่มต้นของ Toxic Relationship ที่ต้องระวัง

ทำไมคนบางคนยิ่งดูมั่นใจ คนรอบตัวกลับยิ่งเหนื่อย
สิ่งที่ทำให้เหนื่อยไม่ใช่ความมั่นใจ แต่คือการที่ทุกอย่างต้องหมุนรอบตัวเขามากเกินไป
- ในวงเพื่อน: หากเจอเพื่อน Toxic คนแบบนี้มักชอบพูดเรื่องตัวเองตลอด ต่อให้เริ่มจากเรื่องของคนอื่น สุดท้ายบทสนทนาก็มักพากลับมาที่เขา หรือเวลาใครมีเรื่องเด่นขึ้นมา เขาจะดึงความสนใจกลับมาที่ตัวเองทันทีจนคนในวงล้า
- ในที่ทำงาน: เมื่อต้องร่วมงานกับคนในออฟฟิศที่มีพฤติกรรมชอบพูดทับและรับเครดิต แต่พอมีปัญหากลับโยนให้คนอื่น หรือรับคำวิจารณ์ยากมาก ต่อให้พูดด้วยเหตุผลก็พร้อมทำให้บรรยากาศตึง คนที่ทำงานด้วยจึงต้องคอยอ่านอารมณ์ตลอดเวลา
- ในความสัมพันธ์: มักมาในรูปของการที่ทุกอย่างต้องเป็นไปตามเขา ต้องให้ความสนใจเขาก่อนเสมอ ทำให้คนรอบข้างรู้สึกว่าพื้นที่ตัวเองน้อยลงเรื่อยๆ จนกลายเป็นความสัมพันธ์เป็นพิษในที่สุด
เช็กสัญญาณเตือนว่าคุณกำลังเจอกับคนชอบเอาตัวเองเป็นศูนย์กลาง
สัญญาณแรกที่เห็นชัดที่สุดคือพฤติกรรมที่ชอบให้ทุกอย่างวนกลับมาที่ตัวเองค่ะ ไม่ว่าเราจะแชร์เรื่องงาน เรื่องเที่ยว หรือแม้แต่เรื่องทุกข์ใจ เขามักจะมีเรื่องที่ “ยิ่งใหญ่กว่า” หรือ “แย่กว่า” มาทับถมเสมอ อีกอย่างคือเขาจะรับคำทักหรือคำวิจารณ์ได้ยากมาก ต่อให้เราหวังดีแค่ไหน ถ้าเขารู้สึกว่าตัวเองถูกแตะพฤติกรรม เขาพร้อมจะสวนกลับหรือใช้วิธีเงียบใส่เพื่อให้เรากลายเป็นฝ่ายผิด
ที่สำคัญคนกลุ่มนี้มักจะไม่รับรู้ผลกระทบที่ตัวเองมีต่อคนอื่นค่ะ เขาอาจจะคิดว่าตัวเองแค่เป็นคน “พูดตรง” หรือ “ชัดเจน” แต่ความจริงคือคนรอบข้างต้องคอยปรับอารมณ์ คอยหลบแรงกระแทกจากท่าทีของเขาตลอดเวลา การที่เราต้องคอยเอาใจและระวังคำพูดอยู่เรื่อยๆ นี่แหละคือสิ่งที่ใช้พลังงานมหาศาลเกินความจำเป็น
วิธีรับมือกับคนยากสไตล์เพื่อนสาวแบบไม่เสียอาการ
อย่างแรกเลยคืออย่าเพิ่งเอาความผิดพลาดหรืออารมณ์ของเขามาลงที่ตัวเองค่ะ บางครั้งที่เขาหงุดหงิดไม่ได้แปลว่าคุณทำผิด แต่อาจเป็นเพราะเขาไม่โอเคที่ตัวเองไม่ได้เป็นจุดสนใจในขณะนั้น จากนั้นลองปรับวิธีรับมือตามสถานการณ์ดู
-
ถ้าเป็นเพื่อน: แนะนำให้ลดระดับความใกล้ชิดลงค่ะ ไม่ต้องเล่าเรื่องสำคัญทุกเรื่องให้ฟัง และเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องใช้พลังงานเยอะๆ นานๆ
-
ถ้าเป็นที่ทำงาน: เน้นคุยกันด้วยเรื่องงานและข้อเท็จจริง (Fact) เท่านั้น กำหนดขอบเขตให้ชัดเจนเพื่อลดโอกาสที่จะถูกดึงเข้าไปในเกมอารมณ์ของเขา
-
ถ้าเป็นคนใกล้ชิด: ต้องลองกลับมาถามตัวเองดูว่าความสัมพันธ์นี้ยังมีพื้นที่ให้เราอยู่ไหม? เรายังได้เป็นตัวเองในแบบที่เป็นปกติหรือเปล่า? หรือเราต้องคอยปรับตามเขาอยู่ฝ่ายเดียว
จำไว้ว่าความสัมพันธ์ที่ใช้งานได้จริงควรมีพื้นที่ให้ทั้งสองฝ่ายได้แสดงออกอย่างเท่าเทียมกันค่ะ ไม่ใช่มีแค่คนหนึ่งที่เด่นอยู่ตลอดเวลาจนอีกคนต้องหายตัวไป ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าต้องคอยอ่านอารมณ์และระวังคำพูดมากกว่าปกติ นั่นคือสัญญาณเตือนว่ามันไม่ใช่แค่ความมั่นใจธรรมดา แต่มันคือพฤติกรรมที่เป็นพิษต่อตัวคุณแล้วค่ะ ลองถอยออกมาตั้งหลักแล้วรักษาพลังงานไว้ใช้กับคนที่เห็นคุณค่าของเราจริงๆ จะดีกว่านะคะ
ใจลอยไปไกลจนดึงไม่กลับ? ลองใช้เทคนิค Grounding ดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบันตอนที่ใจเริ่มไม่ไหว
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ เช็กด่วน! 4 สัญญาณอันตราย คุณกำลังกลายเป็นคน Toxic แบบไม่รู้ตัวในที่ทำงานหรือเปล่า?








