Handle ให้เป็น! เจอเพื่อนร่วมงานสาย ‘หักหน้า’ กลางที่ประชุมเพราะอะไร? เจาะพฤติกรรม Toxic ในออฟฟิศ พร้อมวิธีรับมือ

เคยเจอไหมคะ? กำลังพรีเซนต์งานแบบมั่นใจสุดพลัง อยู่ดีๆ ก็มีเพื่อนร่วมงานโพล่งขัดจังหวะกลางวงด้วยคำพูดที่จงใจให้เราหน้าแตก หรือดิสเครดิตเราต่อหน้าเจ้านายเพื่อให้ตัวเองดูเหนือกว่า พฤติกรรมแบบนี้ในสังคม คนทำงาน ยุคนี้เจอกันจนเป็นเรื่องปกติ แต่น่าสงสัยเหมือนกันนะว่าคนที่ชอบทำแบบนี้เค้าเป็นอะไรกันแน่? มันคืออาการทางจิตอย่างหนึ่ง หรือจริงๆ แล้วคือแค่คนนิสัยเสียที่ขาดการยับยั้งชั่งใจเฉยๆ กันแน่

 

เช็กเบื้องลึก… ทำไมบางคนถึงเสพติดการฉีกหน้าคนอื่นกลางวง?

ถ้ามองตามหลักจิตวิทยาพฤติกรรมชอบหักหน้าคนอื่นไม่ได้ถูกระบุว่าเป็นโรคทางจิตเวชแบบที่ต้องกินยาเป็นเรื่องเป็นราวค่ะ แต่มันสะท้อนถึงสภาวะทางใจที่ค่อนข้างเปราะบางและการจัดการ ทัศนคติ ที่ผิดเพี้ยนไป สาเหตุหลักมักเริ่มมาจากความไม่มั่นใจในตัวเอง ลึกๆ แล้วคนกลุ่มนี้อาจจะไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองเก่งจริง เลยต้องใช้วิธีการกดคนอื่นให้ต่ำลงเพื่อให้ตัวเองรู้สึกว่ามีอำนาจและเป็นที่ยอมรับในสายตาคนรอบข้าง เป็นการสร้างความมั่นใจที่ตั้งอยู่บนความอับอายของเพื่อนร่วมงานนั่นเอง

เพื่อนร่วมงาน toxic

 

นอกจากเรื่องปมด้อยแล้ว บางคนอาจจะมีลักษณะนิสัยแบบชอบเป็นศูนย์กลางของความสนใจ มองว่าความผิดพลาดของคนอื่นคือโอกาสทองที่จะทำให้เค้าได้โชว์ศักยภาพออกมา พฤติกรรมแบบนี้แสดงให้เห็นถึงการขาดความเห็นอกเห็นใจคนอื่นอย่างแรง และมองข้ามเรื่องของ มารยาทสังคม ไปอย่างสิ้นเชิง ซึ่งถ้าปล่อยไว้นานๆ นอกจากจะเสียความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานแล้ว ยังทำให้ภาพลักษณ์ความเป็นมืออาชีพของตัวเค้าเองดูแย่ลงไปเรื่อยๆ ด้วย การกระทำแบบนี้ไม่ได้ดูดีในสายตาผู้บริหารที่มองขาด แต่จะดูเป็นคนที่ไม่สามารถควบคุมอีโก้ของตัวเองได้มากกว่า

 

วิธีรับมือแบบนิ่งแต่ได้ผล ไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ Toxic People

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับพฤติกรรม หักหน้า กลางที่ประชุม สิ่งที่ต้องดึงสติให้ไวที่สุดคืออย่าใช้อารมณ์สวนกลับเด็ดขาดค่ะ เพราะนั่นคือสิ่งที่เค้าต้องการ เพื่อให้เราดูคุมอารมณ์ไม่อยู่และเค้าจะได้เป็นผู้ชนะทันที ลองเปลี่ยนมาใช้ความนิ่งสู้ดูค่ะ ถ้าเค้าพูดขัดขึ้นมาให้หยุดฟังนิ่งๆ สบตาตรงๆ แล้วตอบกลับด้วยประโยคที่ดู Professional อย่างการขอพรีเซนต์ให้จบก่อนแล้วค่อยมาคุยประเด็นนั้นช่วงท้ายวาระ วิธีนี้คือการประกาศขอบเขตที่ชัดเจนว่านี่คือเวลาของเรา และเรากำลังคุมเกมอยู่

อีกวิธีที่ได้ผลมากคือการดึงบทสนทนากลับมาที่ การสื่อสาร เรื่องเนื้องานและข้อเท็จจริงเท่านั้น ถ้าเค้าพยายามโจมตีตัวบุคคลให้ดึงกลับมาที่เป้าหมายส่วนรวมทันที เช่น การถามกลับนิ่งๆ ว่าประเด็นที่เค้ายกมาช่วยให้โปรเจกต์เดินหน้าไปในทิศทางไหนได้บ้าง วิธีนี้จะทำให้คนทั้งห้องเห็นชัดเจนว่าเค้ากำลังหลุดประเด็นไปเล่นเรื่องส่วนตัวในขณะที่คนอื่นกำลังตั้งใจทำงาน การทำแบบนี้จะช่วยรักษาบรรยากาศใน ที่ประชุม ไม่ให้พังลงไปมากกว่าเดิม และยังช่วยให้เราดูเป็นคนที่มีวุฒิภาวะมากกว่าเห็นๆ ใครที่คุมสติได้ดีกว่า คนนั้นคือคนชนะในเกมออฟฟิศนี้ค่ะ

 

สภาพแวดล้อมทำงานที่ดีเริ่มต้นจากการไม่ยอมรับพฤติกรรมแย่ๆ

การปล่อยให้มีคนชอบหักหน้าคนอื่นอยู่ในทีมโดยไม่มีใครตักเตือน จะนำไปสู่ สภาพแวดล้อมทำงาน ที่เป็นพิษในระยะยาวค่ะ คนเก่งๆ จะเริ่มไม่อยากแชร์ไอเดียเพราะกลัวโดนฉีกหน้า สุดท้ายไอเดียใหม่ๆ ก็จะหายไปจากองค์กร ดังนั้นถ้าเราอยู่ในฐานะที่มีสิทธิ์พูดหรือเป็นหัวหน้าทีม การจัดการเรื่องนี้เป็นสิ่งจำเป็นมาก อาจจะลองเรียกคุยส่วนตัวหลังจบประชุมเพื่อชี้ให้เห็นว่าพฤติกรรมแบบนี้ส่งผลเสียต่อการทำงานร่วมกันยังไง เป็นการส่งสัญญาณว่าองค์กรเราไม่สนับสนุนวัฒนธรรมการกดหัวคนอื่นเพื่อให้ตัวเองเด่น

ส่วนใครที่เป็นคนโดนกระทำบ่อยๆ การคุยหลังไมค์แบบแมนๆ ก็ช่วยได้นะคะ บอกไปตรงๆ เลยว่าสิ่งที่เค้าทำในที่ประชุมมันดูไม่เป็นมืออาชีพและทำให้งานติดขัด ถ้ามีข้อเสนอแนะจริงๆ ให้บอกกันตรงๆ จะช่วยให้งานเดินหน้าได้ดีกว่าการพูดขัดกลางห้อง การสื่อสารที่ชัดเจนแบบนี้จะช่วยให้เค้าเริ่มระวังพฤติกรรมตัวเองมากขึ้น เพราะรู้แล้วว่าเราไม่ได้ยอมให้ทำแบบนี้ได้ง่ายๆ อีกต่อไป ยิ่งเรานิ่งและมีจุดยืนที่ชัดเจน คนประเภทนี้จะยิ่งเกรงใจและไม่กล้าทำซ้ำในอนาคต

สำหรับใครที่ต้องวนเวียนอยู่กับคนประเภทนี้บ่อยๆ อย่าเก็บเอาคำพูดแย่ๆ มาทำลายความมั่นใจของตัวเองนะคะ จำไว้ว่าคนที่ชอบหักหน้าคนอื่นคือคนที่มีปัญหาเรื่องการจัดการตัวเอง ไม่ใช่ปัญหาของเรา การรักษาความเป็นมืออาชีพและโฟกัสที่ผลงานคือทางออกที่ดีที่สุด ใครมีทริครับมือกับพวก Toxic ในออฟฟิศแบบเจ๋งๆ อีกบ้าง แวะมาแชร์กันได้นะคะ เผื่อเป็นแนวทางให้เพื่อนๆ คนอื่นเอาไปปรับใช้กันบ้างค่ะ แล้วเจอกันที่บทความหน้านะคะ!

 


ใจลอยไปไกลจนดึงไม่กลับ? ลองใช้เทคนิค Grounding ดึงตัวเองกลับมาอยู่กับปัจจุบันตอนที่ใจเริ่มไม่ไหว

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ เลิกแบกโลก! เช็กสัญญาณ People Pleaser เมื่อความเกรงใจกลายเป็นพิษที่ย้อนกลับมาทำร้ายเรา

■ เมื่อ “พื้นที่ทำงาน” มีผลต่อพลังความสำเร็จ Modernform เปิดตัวแคมเปญ “The Way She Works”

Parichat
Parichat
ถ้าเขียนแล้วชอบ ก็แปลว่าใช่ -

Related Post