After Holiday Blues: ใจยังติดเกาะ แต่ร่างต้องเคาะประตูออฟฟิศ รับมือความหน่วงยังไงให้ไม่สติแตก

เคยเป็นไหมคะ? วันหยุดยาวทีไร เหมือนโดนสูบวิญญาณทุกที พอถึงเช้าวันที่ต้องตื่นไปทำงานจริงๆ ร่างกายมันนิ่งเหมือนโดนสตาฟ สมองหน่วงจนคิดอะไรไม่ออก แถมยังเกิดอาการกลัวเสียงแจ้งเตือนแชตงานเข้าขั้นสุด อาการนี้ไม่ได้แปลว่าคุณขี้เกียจนะคะ แต่มันคือ After Holiday Blues จังหวะที่สมองปรับโหมดจากความฟินกลับมาสู่โลกความจริงไม่ทันนั่นเอง ซึ่งบอกเลยว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ต้องรู้สึกผิดที่วันนี้เรายังไม่อยาก Productivity พุ่งปรี๊ดเหมือนวันปกติค่ะ

 

เช็กลิสต์อาการหน่วงที่หลายคนเป็นแบบไม่ได้นัดหมาย

สัญญาณแรกที่บอกว่าคุณกำลังติดอยู่ในบ่วง After Holiday Blues คือความรู้สึกไม่อยากลุกจากเตียงที่รุนแรงกว่าปกติค่ะ ต่อให้นอนเต็มอิ่มแค่ไหนแต่พอรู้ว่าต้องกลับเข้ารูทีนเดิม ร่างกายมันจะต่อต้านด้วยความเหนื่อยล้าแบบไม่มีสาเหตุ ตามมาด้วยอาการกลัวการเปิดแจ้งเตือนที่เห็นเพื่อนเช็กอินออฟฟิศแล้วรู้สึกวูบวาบในใจ ไม่อยากเปิดอ่านอีเมล หรือแม้แต่การนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์เฉยๆ โดยที่ในหัวยังคิดถึงทริปที่เพิ่งจบไปอยู่เลย

สาเหตุหลักๆ มาจากการที่ช่วงวันหยุดเราใช้ชีวิตแบบหลุดจากระเบียบวินัยเดิมๆ ทั้งการนอนดึก ตื่นสาย หรือการกินข้าวไม่ตรงเวลา พอถึงวันที่ต้องกลับมาเป๊ะทันที สมองเลยเกิดอาการช็อกและสลับโหมดไม่ทันค่ะ สิ่งที่ทำให้เราเหนื่อยกว่าเดิมไม่ใช่ตัวงานเสมอไป แต่คือการกดดันตัวเองว่าต้องกลับมาทำงานให้ดีเท่าเดิมตั้งแต่วันแรก ทั้งที่ความจริงแล้ว วันแรกหลังหยุดยาว แค่ประคองตัวให้รอดโดยไม่พังคามือก็ถือว่าเก่งมากแล้ว เป็นการดูแลตัวเองเบื้องต้นที่ควรทำเลยค่ะ

 

Reset ร่างกายคืนก่อนเริ่มลุย เพื่อเช้าที่สดใสกว่าเดิม

การกู้ร่างที่พังให้กลับมาพร้อมทำงาน เริ่มต้นตั้งแต่คืนสุดท้ายของวันหยุดค่ะ สิ่งที่ควรเลิกทำทันทีคือการไถมือถือดูรูปย้อนหลังตอนตีสอง หรือการเปิดซีรีส์ตอนสุดท้ายทิ้งไว้เพราะคิดว่า “ขออีกนิด” ซึ่งเป็นวิธีรับมือการทำงานด้วยการปรับเวลานอนให้ไวขึ้นกว่าปกติสัก 1 คืน เพื่อให้ร่างกายได้รับรู้ว่าโหมดพักผ่อนกำลังจะสิ้นสุดลงแล้ว การขยับเวลานอนให้ใกล้เคียงกับวันปกติจะช่วยให้เช้าวันรุ่งขึ้นคุณไม่รู้สึกเหมือนโดนดึงกระชากออกจากเตียงจนเกินไป

อีกเทคนิคที่ช่วยลดความลนในตอนเช้าได้ดีมากคือการเตรียมของล่วงหน้าค่ะ ไม่ว่าจะเป็นชุดที่จะใส่ กระเป๋าที่จะถือ หรือแม้แต่ของใช้กุ๊กกิ๊กที่ต้องพกไปออฟฟิศ ลองจัดวางไว้ให้เรียบร้อยตั้งแต่คืนก่อน เพราะความวุ่นวายเล็กๆ น้อยๆ ในตอนเช้าอย่างการหาบัตรพนักงานไม่เจอ หรือนึกไม่ออกว่าจะใส่ชุดไหนดี มักจะเป็นตัวจุดชนวนให้อารมณ์เราบูดตั้งแต่อยู่หน้ากระจก การเตรียมพร้อมไว้ก่อนจะช่วยให้เรามีเวลาจิบกาแฟหรือนั่งสมาธิสั้นๆ ก่อนออกจากบ้านได้มากขึ้นเยอะเลยค่ะ

กลยุทธ์จัดลำดับงานฉบับคนอยากรอดในวันแรก

พอถึงออฟฟิศแล้ว อย่าเพิ่งรีบตะลุยเคลียร์ Inbox ที่ค้างอยู่หลักร้อยค่ะ การทำ To-do list ที่ยาวเหยียดจะยิ่งทำให้สมองเราล้าตั้งแต่นาทีแรก ให้ยึดหลักเลือกทำแค่ 3 เรื่องสำคัญ ที่ต้องจบภายในวันนี้พอ อะไรที่ยังไม่เร่งด่วนหรือรอได้ ให้พักไว้ก่อน การโฟกัสแค่ไม่กี่อย่างจะช่วยให้เรารู้สึกว่างานยังอยู่ในคอนโทรลและไม่ถูกทับตายด้วยกองงานมหาศาลค่ะ เป็นเทคนิคสร้างแรงบันดาลใจเล็กๆ ให้ตัวเองมีกำลังใจทำงานต่อ

ที่สำคัญคือควรเริ่มจากงานที่ใช้พลังงานน้อยหรือสิ่งที่เราชอบทำก่อน เช่น การเช็กตารางประชุมของทั้งอาทิตย์ การจัดระเบียบโต๊ะทำงาน หรือการตอบอีเมลสั้นๆ เพื่อเป็นการวอร์มอัปสมองให้ค่อยๆ ไหลกลับเข้าสู่โหมดทำงานแบบ Smooth ที่สุด พยายามหลีกเลี่ยงการนัดประชุมใหญ่ในช่วงเช้าวันแรกถ้าเป็นไปได้ เพราะสมองที่ยังไม่ตื่นเต็มที่อาจจะทำให้คุณตัดสินใจพลาดหรือคุยงานไม่รู้เรื่องจนเสียเซลฟ์เปล่าๆ ค่ะ

 

ดูแลร่างกายให้ถูกจุด ความล้าไม่ได้มาจากใจอย่างเดียว

บางครั้งความหน่วงที่เรารู้สึก มันมาจากสภาพร่างกายที่ยังเพลียจากการเดินทางหรือการกินอยู่ที่ไม่สมดุลในช่วงวันหยุดด้วยค่ะ วิธีแก้ที่ง่ายแต่ได้ผลจริงคือการกลับมากินข้าวให้ตรงเวลาและดื่มน้ำเปล่าเยอะๆ เพื่อช่วยให้ระบบต่างๆ ในร่างกายกลับมาทำงานปกติ การที่น้ำตาลในเลือดตกหรือร่างกายขาดน้ำจะยิ่งทำให้เราเบลอและหงุดหงิดง่ายขึ้นไปอีก ดังนั้นอย่ามัวแต่ปั่นงานจนลืมมื้อเที่ยงนะคะ เป็นพื้นฐานสำคัญของสุขภาพจิตที่ดีเลยค่ะ

ระหว่างวันแนะนำให้หาจังหวะพักเบรกสั้นๆ ทุก 1 ชั่วโมง อาจจะเดินไปกรอกน้ำ เดินไปคุยเรื่องสัพเพเหระกับเพื่อนร่วมงาน หรือแค่ออกไปยืนรับลมตรงระเบียงสักพัก การเปลี่ยนบรรยากาศจะช่วยตัดวงจรความง่วงและความนอยด์ได้ดีมาก อย่าพยายามบังคับตัวเองให้นั่งจ้องหน้าจอนานเกินไป เพราะประสิทธิภาพในการทำงานจะลดลงเรื่อยๆ จนสุดท้ายเราก็จะจบที่การนั่งเหม่ออยู่ดีค่ะ

ปรับ Mindset ใหม่ วันแรกไม่ต้องดีมากก็ได้

สิ่งที่จะบอกคือ วันแรกหลังหยุดยาวเราไม่จำเป็นต้องเป็นเวอร์ชันที่พร้อมที่สุดเสมอไปค่ะ การที่วันนี้คุณรู้สึกช้ากว่าปกติ หรือไม่อยากคุยกับใครมากนัก ไม่ใช่เรื่องผิดปกติและไม่ได้แปลว่าคุณทำงานไม่เก่ง เป้าหมายที่แท้จริงคือการกลับเข้ารูทีนให้รอดแบบไม่เสียสุขภาพจิตไปซะก่อน ค่อยๆ พาตัวเองกลับเข้าจังหวะเดิม ให้วันที่สองดีกว่าวันแรก วันที่สามเริ่มเข้าที่ขึ้น แบบนี้จะยั่งยืนและดีต่อใจในระยะยาวมากกว่าการฝืนทำให้จบ 100% ตั้งแต่วันแรกค่ะ

สรุปแล้ว After Holiday Blues เป็นเรื่องธรรมชาติที่ใครๆ ก็เจอได้ค่ะ แค่เตรียมตัวตั้งแต่วันหยุดคืนสุดท้าย ลดความวุ่นวายตอนเช้า เลือกงานที่ต้องทำจริงๆ แค่ไม่กี่อย่าง แล้วค่อยๆ ปรับ Pace ของตัวเองกลับมา รับรองว่าในที่สุดคุณจะกลับมาลุยงานได้แบบเดิมแน่นอน สู้ๆ นะคะทุกคน พรุ่งนี้เราจะผ่านมันไปได้แบบสวยๆ ค่ะ!

 


8 หนังสือน่าอ่าน ที่ให้มากกว่าความรู้ และอาจเปลี่ยนวิธีมองชีวิตของคุณไปเลย

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ Digital Detox: 5 กิจกรรมวันหยุด ห่างจอแล้วใจเบาขึ้น

■ Weekend Reset Routine หยุดยาวนี้… พักให้พอ ก่อนเริ่มใหม่อีกครั้ง

Parichat
Parichat
ถ้าเขียนแล้วชอบ ก็แปลว่าใช่ -

Related Post