More
    spot_img

    ไม่ต้องออกกำลังกายก็ผอมได้ กับทริคลดน้ำหนักแบบไม่ต้องเสียเหงื่อ

    ไม่ต้องออกกำลังกาย ก็ผอมได้กับทริคลดน้ำหนักแบบไม่ต้องเสียเหงื่อ

    ไม่ต้องออกกำลังกาย ก็ผอมได้ อันนี้เรื่องจริง ๆ นะคะซิส แม้ว่าการออกกำลังกายจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ที่สุดในการลดน้ำหนัก แต่ด้วยไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในปัจจุบันนั้นไม่ค่อยเอื้ออำนวยต่อการออกกำลังกายเท่าไร ถึงแม้ว่าเราจะอยากออกกำลังกายมากแค่ไหนก็ตาม วันนี้เราจึงขอเสนออีกหนึ่งตัวเลือกที่จะช่วยให้คุณลดน้ำหนักได้ดังใจที่ต้องการโดยที่ไม่จำเป็นต้องเข้าฟิตเนสให้ต้องเสียแรงและเสียเหงื่อสักหยดมาฝากกัน มาดูกันดีกว่ามีวิธีอะไรบ้าง

    ไม่ต้องออกกำลังกาย
    Cr.Photo: Pinterest
    1.รับประทานแป้ง และน้ำตาลให้น้อยลง

    การับประทานแป้ง และน้ำตาลให้น้อยลง นั้นคือการลดน้ำหนักแบบโลว์คาร์บไดเอต (Low-carb / Low-carbohydrate ) หรือ การลดน้ำหนักโดยพร่องแป้ง

    Low-Carb Diet คืออะไร?

    Low-Carb หรือย่อมาจาก Low Carbohydrate เป็นการเลือกทานอาหารโดยจำกัดปริมาณคาร์โบไฮเดรตหรืออาหารประเภทแป้งลง ไม่ว่าจะเป็น ข้าว-แป้ง ธัญพืช ผักที่มีแป้ง พืชหัว เผือก มัน ผลไม้ และขนมต่าง ๆ ที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ โดยจะเน้นทานอาหารกลุ่มโปรตีนเป็นหลัก

    เนื่องจากการกินอาหารจำพวกคาร์โบไฮเดรต(แป้ง) เมื่อทานเข้าไปร่างกายจะย่อยเป็นน้ำตาล หากร่างกายใช้น้ำตาลเหล่านี้ไม่หมดมันก็จะถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันและสะสมตามร่างกายเกิดเป็นภาวะอ้วน ดังนั้นเมื่อลดการกินอาหารประเภทแป้งลงจะทำให้ร่างกายดึงเอาไขมันที่สะสมอยู่ตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายออกมาใช้เป็นพลังงานแทน ทำให้น้ำหนักลดลงจากการเผาผลาญไขมันโดยตรง

    หลักสำคัญก็คือ การควบคุมอาหาร และเลือกสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากที่สุด โดยสิ่งสำคัญที่คุณควรทำเป็นอย่างยิ่งก็คือ การหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาล รับประทานได้แต่ควรจำกัดปริมาณต่อวัน เพื่อไม่ให้เกิดไขมันส่วนเกินภายในร่างกาย แค่จำกัดการกินแป้งให้น้อยลงแต่ไม่ใช่การงดหรืออดกินแป้ง เพราะไม่ว่าอย่างไรอาหารประเภทแป้งหรือคาร์โบไฮเดรตนั้นก็สำคัญกับร่างกายอยู่ดีค่ะ

    ไม่ต้องออกกำลังกาย

    2.ดื่มน้ำเปล่าแทนน้ำหวาน น้ำอัดลม

    “น้ำเปล่า” เป็นสารอาหารที่สำคัญต่อร่างกาย โดยน้ำเปล่านั้นแม้จะไม่มีสารอาหารใด ๆ ไร้แคลอรี่ การดื่มน้ำเปล่าจะช่วยปรับอุณหภูมิในร่างกายให้ลดลง ช่วยดึงไขมันและพลังงานที่สะสมอยู่ตามร่างกาย และช่วยในการเผาผลาญพลังงานเพิ่มขึ้น จึงทำให้น้ำหนักลดลงได้ และมีหลายผลงานวิจัยที่พิสูจน์มาแล้วว่า การดื่มน้ำเปล่าในปริมาณที่เหมาะสมสามารถช่วยลดพุงและลดน้ำหนักได้จริง

    และสำหรับคนที่ติดน้ำหวาน น้ำอัดลม แต่อยากมีหุ่นที่ผอมสวยโดยไม่ต้องออกกำลังกาย ควรเปลี่ยนมาดื่มน้ำเปล่าแทน เพื่อให้ร่างกายได้ปริมาณของน้ำในแต่ละวันอย่างเพียงพอ จะช่วยให้ระบบการเผาผลาญของร่างกายทำงานได้อย่างสมบูรณ์ และช่วยลดความอยากอาหารในแต่ละมื้อได้ดีด้วย

    3.พักผ่อนให้เพียงพอ

    การลดน้ำหนักมีหลากหลายวิธี แต่คุณอาจจะไม่เคยได้ยินวิธีลดน้ำหนักด้วยการนอนมาก่อน ซึ่งการนอนหลับสนิท หรือการนอนอย่างมีคุณภาพ ถือเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้น้ำหนักลดได้อย่างไม่น่าเชื่อทีเดียว

    การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นสิ่งจำเป็นในช่วงลดน้ำหนัก โดยคุณควรเข้านอนเป็นเวลา ไม่นอนดึกมากเกินไป เพราะยิ่งคุณนอนดึกมากเท่าไหร่ ร่างกายก็จะยิ่งเรียกร้องพลังงานเพิ่มมากขึ้น เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณหันมากินจุกจิกมากขึ้นในช่วงก่อนนอน อีกทั้งการนอนหลับยังเป็นช่วงเวลาที่ระบบการเผาผลาญทำงานได้เต็มที่อีกด้วย

    Cr.Photo: Pinterest
    4.ท่องไว้ ไม่เครียด

    ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า ความเครียดนั้นทำให้คุณมีน้ำหนักตัวที่เพิ่มมากขึ้นได้ เนื่องมาจากฮอร์โมนคอร์ติซอล ที่หลั่งออกมาในร่างกายช่วงที่เราเกิดความเครียด เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดไขมันหน้าท้อง อีกทั้งความเครียดก็จะทำให้คุณไม่สามารถควบคุมพฤติกรรมการกินได้ดีเท่าที่ควร ทำให้กินไม่เลือก เห็นอะไรก็อยากกินไปหมด

    มีงานวิจัยพบว่าความเครียดยังส่งผลทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น และถ้าหากว่าคุณกำลังอยู่ในช่วงลดน้ำหนัก ก็จะไปขัดขวางทำให้ไม่ประสบความสำเร็จอย่างที่ควรจะเป็น คุณอาจไม่รู้ตัวว่าในช่วงเวลาที่มีปัญหาเรื่องเงิน กังวลเรื่องงาน หรือกดดันเรื่องครอบครัว เมื่อนั้นแหละ ฮอร์โมนความเครียดหรือคอร์ติซอลจะเพิ่มระดับสูงขึ้น เป็นสัญญาณให้ร่างกายเริ่มกระบวนการ “เก็บสะสมไขมัน” ที่บริเวณหน้าท้อง สะโพก และต้นขา สังเกตได้ว่าเวลาเครียด คุณมักอยากกินขนมหวาน ๆ รวมถึงอาหารประเภทไขมันทั้งหลาย โดยเฉพาะ “จังก์ฟู้ด”

    5.กินอาหารแบบ if 16/8

    การลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting แบบ 16/8 ถือเป็นวิธีลดน้ำหนักที่เหมาะกับมือใหม่และผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักแบบง่าย ๆ ไม่กระทบกับการกินในชีวิตประจำวันมากเกินไป!

    การลดน้ำหนักแบบ Intermittent Fasting 16/8 หรือการจำกัดเวลาการกินอาหารแบบ 16/8 คือมีช่วงเวลาการอดอาหาร (Fasting) เป็นเวลา 16 ชั่วโมง และมีช่วงเวลาการกิน (Feeding) เป็นเวลา 8 ชั่วโมง ซึ่งจำนวนชั่วโมงแบบ 16/8 นี้ก็ได้รับความนิมยมมากที่สุดค่ะ เพราะทั้งทำได้ง่าย ไม่เหนื่อยเกินไป และสามารถทำได้ในชีวิตประจำวันปกติได้เลย หากทำได้ล่ะก็ รับรองได้เลยว่าน้ำหนักตัวของคุณจะลดลงอย่างเร็วเลยทีเดียว

    ตารางการทำ IF : Intermittent Fasting แบบ 16/8

    7:00 น. ตื่นนอน

    8:00 น. งดอาหารเช้า เปลี่ยนเป็นดื่มน้ำเปล่า หรือเครื่องดื่มที่ไม่แคลอรี่ อย่างกาแฟดำ

    12:00 น. เริ่มช่วงเวลาการกิน (Feeding) กินอาหารกลางวัน

    15:00 น. กินอาหารว่าง

    18:00 น. กินอาหารเย็น

    20:00 น. เริ่มช่วงเวลาการอด (Fasting) โดยงดการกินอาหารจนถึง 12:00 น. ของอีกวัน

    สายชิลล์ที่ ไม่ต้องออกกำลังกาย ไม่ต้องกังวลใจไป เพราะคุณก็สามารถมีน้ำหนักตัวที่สมส่วน รูปร่างสเลนเดอร์สวยงามตามที่ต้องการได้ เพียงนำเอาเทคนิคทั้งไปปรับใช้กันในชีวิตประจำวัน หากมีวินัยและมีความอดทน เชื่อได้ว่าสาว ๆ จะได้เป็นเจ้าของหุ่นสวยสมใจอยากกันทุกคนแน่นอน

    กล้วยสาระพัดประโยชน์ของผิวสวย แม้กระทั่งเปลือกก็ห้ามทิ้ง! คลิกเลย

    Related Post

    spot_img
    spot_img

    Recommended