More

    10 อันดับ เบียร์ที่คนชอบมากที่สุดในโลก ปี 2023

    เบียร์ที่คนชอบมากที่สุดในโลก

    เบียร์ถือเป็นเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอลล์ยอดฮิตสำหรับคนทั่วโลก กลายเป็นเหมือนเครื่องดื่มสำหรับพบปะสังสรรค์ของทุกคน แต่เบียร์นั้นมีประเภทที่หลากหลายมากตามแต่ต้นกำเนิดของแต่ละประเทศ วันนี้จึงขอพามารู้จัก 10 อันดับ เบียร์ที่คนชอบมากที่สุดในโลก จัดอันดับโดย TasteAtlas จะมีอะไรบ้างไปดูกันเลย 

    • Lager

      ลาเกอร์เป็นเบียร์ที่คล้ายกับ เอล (Ale) ซึ่งเป็นประเภทเบียร์ที่มีการผลิตมากที่สุดในโลก ความแตกต่างหลักระหว่างลาเกอร์และเอล (Ale) นั้นอยู่ที่ประเภทของยีสต์ ลาเกอร์ใช้ยีสต์ ซึ่งจะหมักช้ากว่า และที่อุณหภูมิที่เย็นกว่ายีสต์เอล เบียร์ลาเกอร์มีปริมาณแอลกอฮอลล์ไม่มาก จึงดื่มง่าย และเป็นที่นิยม รสชาติจะซ่า สดชื่น ไม่ซับซ้อน ที่สำคัญคือมีราคาถูกและเก็บไว้ได้นาน
      "</li

    • Pilsner

      พิลส์เนอร์เป็นสไตล์เบียร์ที่มีต้นกำเนิดในพิลเซน (Plzeň) เมืองทางตะวันตกของโบฮีเมีย เบียร์นี้ถูกผลิตขึ้นครั้งแรกในปี 1842 ทำให้เป็นหนึ่งในสไตล์เบียร์ที่ใหม่ที่สุดที่ปรากฏในการผลิตเบียร์สมัยใหม่ สไตล์นี้เกิดขึ้นเมื่อชาวพิลเซนซึ่งไม่พอใจกับคุณภาพของเบียร์จึงตัดสินใจสร้าง Bürger Brauerei (โรงเบียร์ของพลเมือง) ซึ่งต่อมากลายเป็น Pilsner Urquell และนำ Josef Groll ผู้เชี่ยวชาญด้านเบียร์ชาวบาวาเรียมาช่วยสร้างเบียร์ pilsner ครั้งแรก แม้ว่าแนวคิดแรกมีความต้องการจะสร้างเบียร์ลาเกอร์ในแบบสไตล์บาวาเรีย แต่เป็นเกิดสไตล์ใหม่ ซึ่งกลายมาเป็นเบียร์แบบ พิลส์เนอร์ ที่มีสีใสและอ่อน
      "<br

    • Pale Ale

      เบียร์ Pale Ale เป็นเบียร์ประเภทหนึ่งที่มีสีทองอ่อนถึงทองแดง มีกลิ่นหอมของมอลต์และฮอปส์ รสชาติจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับผู้ผลิต แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีรสชาติขมปานกลางถึงสูง เบียร์ Pale Ale มีแอลกอฮอล์ประมาณ 4-6% โดยมักจะถูกเสิร์ฟเย็นที่อุณหภูมิ 45-50 องศาฟาเรนไฮต์ และนิยมดื่มกับอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว เนื้อแกะ หรือไก่ และอาหารประเภทชีส เช่น ชีสเนยแข็ง หรือชีสคาราเมล เป็นต้น

      "</span

    • Stout

      เบียร์ Stout เป็นเบียร์หมักที่มีสีเข้มและมีรสชาติที่โดดเด่ดจากข้าวบาร์เลย์และมอลต์คั่ว ซึ่งเป็นเบียร์สไตล์ที่พัฒนาขึ้นในลอนดอนในช่วงศตวรรษที่ 18 พัฒนามาจากความต้องการที่จะสร้างเบียร์พอร์ตเตอร์ (Porter) ที่เข้มกว่าและมีดีกรีสูงกว่า ซึ่งในช่วงนั้น ถูกเรียกว่า Brown Stout แยกออกมาจากเบียร์พอร์ตเตอร์ (Porter) ซึ่งมีรสชาติและสีที่เบากว่า เบียร์ Stout ทั่วไปจะมีกลิ่นหอมของข้าวบาร์เลย์มอลต์คั่วและมอลต์คั่วที่ชวนให้นึกถึงกาแฟ ช็อคโกแลต หรือโกโก้ แบบดั้งเดิมที่มีรสแห้งจะมีตั้งแต่สีดำถึงน้ำตาลเข้ม และมักจะมีเนื้อปานกลางถึงเต็ม นุ่ม ครีมมี และเนียน รสชาติจะแห้งแต่รู้สึกสดชื่น

      "</li

    • Brown Ale

      เบียร์บราวน์เอล เป็นสไตล์เบียร์เก่าแก่ที่มีต้นกำเนิดในประเพณีการต้มเบียร์ของอังกฤษ ในศตวรรษที่ 19 ชื่อนี้ถูกใช้เป็นคำทั่วไปสำหรับเบียร์ประเภทต่าง ๆ ที่ผลิตจากมอลต์สีน้ำตาล ซึ่งที่เมืองนิวคาสเซิลนั้น เบียร์บราวน์ ถือเป็นต้นกำเนิดแรกที่ได้สร้างรากฐานของสไตล์สมัยใหม่ ทุกวันนี้ เบียร์บรัวน์มีสีน้ำตาลเข้มถึงสีน้ำตาลแดง มีรสชาติที่เข้มข้น มีกลิ่นหอมของมอลต์คั่วและผลไม้แห้ง มักจะมีปริมาณแอลกอฮอล์ปานกลาง (4-6%) ทำให้ดื่มได้ง่าย เป็นเบียร์ที่นิยมในสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาและได้แพร่กระจายไปทั่วโลก เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเบียร์ที่มีรสชาติเข้มข้นแต่ยังคงทานง่าย

      "</li

    • India Pale Ale

      India Pale Ale หรือที่เรามักเรียกย่อ ๆ กันว่า IPA เป็นหนึ่งในสไตล์เบียร์ที่คนนิยมมาก ๆ แต่ต้นกำเนิดนั้น ผู้คนยังคงถกเถียงกันอยู่ แต่เชื่อกันว่าปรากฏครั้งแรกจากความจำเป็นในการขนส่งเบียร์ที่ผลิตจาก Pale Ale ไปยังอาณานิคมของอังกฤษที่อยู่ห่างไกล ที่อินเดีย เนื่องจากระยะทางที่ไกลรวมถึงสภาพอากาศที่แตกต่างกันทำให้เบียร์บูด และเสียหาย จึงเริ่มมีการแก้ปัญหาด้วยการเพิ่ม ฮอปส์ (HOPS) เข้าไปมากขึ้น ซึ่งไม่ได้แค่ทำให้รสขมขึ้น แต่ฮอปส์เป็นเหมือนสารกันบูดด้วยวิธีการธรรมชาติ ทำให้อยู่ได้นานขึ้น และยังช่วยเพิ่มสมดุลความหวานของมอลต์ ให้เบียร์มีรสชาติกลมกล่อม และเกิดเป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง IPA กลายเป็นเบียร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ซึ่งเริ่มมีการแต่งกลิ่นฮอป ให้มีความหอมและหลากหลาย เพื่อให้ดื่มง่ายมากขึ้น
      "</li

    • Lambic
      Lambic หรือที่เรารู้จักกันว่า “เบียร์เปรี้ยว” เป็นสไตล์เบียร์แบบดั้งเดิมของเบลเยียมที่มีต้นกำเนิดในบรัสเซลส์ เบียร์สไตล์นี้ถือว่ามีรสชาติที่น่าสนใจเพราะเป็นเบียร์ที่ไม่สามารถควบคุมรสชาติให้เหมือนเดิมได้ตลอด เนื่องจากถูกหมักด้วยยีสต์ป่า และจุลินทรีย์ตามธรรมชาติในท้องถิ่นที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทำให้แต่ละครั้งที่หมัก รสชาติเบียร์จะแตกต่างกันออกไป เนื่องจากจุลินทรีย์ท้องถิ่นที่แตกต่างกัน เบียร์เหล่านี้จึงมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมักมีบุคลิกที่คาดเดาไม่ได้ ลักษณะของ Lambic ก็แบ่งออกมาได้อีกหลายประเภท Lambic คือเบียร์ที่หมักจากถังที่ไม่มีการผสมสิ่งใดเพิ่มทั้งสิ้น หรือการผสมผสานเบียร์เก่ากับเบียร์ใหม่เข้าด้วยกันจะถูกเรียกว่า Gueuze แต่ถ้าจะทำให้ดื่มง่ายขึ้น ก็มักจะเอา Gueuze ไปเพิ่มรสหวานของน้ำตาล ซึ่งจะถูกเรียกว่า Faro และสุด้ายคือ Lambic ที่มีส่วนผสมของผลไม้ เพื่อให้รสชาติมีความซับซ้อนมากขึ้น จะถูกเรียกว่า Fruit Lambic

    • Weissbier

      Weissbier หรือเบียร์ข้าวสาลี เป็นของเยอรมนีตอนใต้หรือ บาวาเรีย ต้นตำรับเบียร์ข้าวสาลีนี้ถูกหมักด้วยความร้อนสูง ซึ่งมีส่วนผสมของข้าวสาลีมอลต์อย่างน้อย 55% เป็นวัตถุดิบนอกเหนือจากข้าวบาร์เลย์มอลต์ยีสต์ที่ใช้ผลิตเอสเทอร์ ซึ่งจะทำให้เกิดทำให้ได้รส และกลิ่นผลไม้ ซึ่งเบียร์เบลเยียมสีขาว และเบียร์ weizen (ข้าวสาลี) เยอรมันนั้นมีความคล้ายคลึงกัน เป็นเบียร์ที่ได้รับความนิยมที่มีการแพร่กระจายไปทั่ว ทั้งที่เยอรมนี ใน เนเธอร์แลนด์ออสเตรียออสเตรีย สาธารณรัฐเช็ก และประเทศในแถบสแกนดิเนเวีย และมีโรงเบียร์หลายแห่งที่ผลิตเบียร์ชนิดนี้ เพื่อให้ที่มีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นผลไม้รวม ที่เกิดจากมอลต์ และ ข้าวสาลี รสชาติ กลมกล่อม และมีสีใส สวยงาม

      "</h3

    • Tripel

      เบียร์ทริเปิลสไตล์เบลเยียม เป็นสไตล์เบียร์ที่มีรสชาติเข้มข้น และดื่มง่าย มีก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สูงและมีรสชาติที่ค่อนข้างซับซ้อน เบียร์เหล่านี้มีปริมาณแอลกอฮอล์สูงอยู่ในช่วง 7 ถึง 10% ABV จึงมักถูกจัดประเภทเป็นเอลที่แรงมาก เป็นเบียร์สีเหลืองทองเหล่านี้มีกลิ่นมอลต์ที่เผ็ด ผลไม้ และหวานเล็กน้อย ลักษณะของยีสต์แตกต่างกันไป แต่มักมีกลิ่นหอมคล้ายกล้วยหรือกานพลู
      "</li

    • Imperial Stout / Russian Imperial Stout

      ในสมัยก่อนเมื่อยุค จักรพรรดิปีเตอร์ที่ 1 ของรัสเซีย ชื่นชอบเบียร์ Stout จากประเทศอังกฤษมาก จึงขอให้ส่งมาที่รัสเซีย แต่ระยะทางที่ห่างกันเกือบ 1,500 ไมล์ ส่งผลให้เบียร์เสียหายเป็นส่วนใหญ่ ผู้ผลิตจึงปรับเปลี่ยนการผลิตเพื่อเพิ่ม ฮอป เข้าไปมากขึ้นเพื่อให้เบียร์นั้นอยู่ได้นานขึ้น แต่สิ่งที่ตามมาคือ เบียร์มีแอลกอฮอลล์สูงมากขึ้น สีเข้มขึ้น รวมถึงรสชาติด้วยเช่นกัน จนเกิดเป็น Imperial Stout มีบอดี้เต็ม เข้มข้น ซับซ้อน และเข้มข้นด้วยรสชาติของมอลต์คั่ว ผลไม้แห้ง ช็อคโกแลต และกาแฟ พันธุ์ส่วนใหญ่จะมีแอลกอฮอล์สูง โดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 8 ถึง 20% ABV และส่วนใหญ่จะมีฮ็อปสูงและรสชาติฮ็อปขม ถือว่าเป็นเบียร์ที่มีปริมาณแอลกอฮอลล์สูง และดื่มยาก เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องชอบความเข้มข้นจริง ๆ
      "</li


    ติดตามข่าวสารจากเราได้ที่
    Website : https://inzpy.com/
    Youtube : https://www.youtube.com/c/Inzpy
    Facebook : https://www.facebook.com/inzpyth
    Facebook : https://www.facebook.com/inzpyjoy

    Chaipow
    Chaipow
    ชอบเที่ยว ชอบกิน ชอบสังสรรค์ ปัจจุบันเป็นความดันกับเบาหวาน

    Related Post