Home Blog Page 998

แนะนำ สครับ ST. IVES 8 สูตร สครับอันดับ 1 จากอเมริกา

แนะนำ สครับ ST. IVES 8 สูตร สครับอันดับ 1 จากอเมริกา

แนะนำ สครับ ST. IVES 8 สูตร… ดูแลผิวให้สนุก ปลุกผิวให้ใสโกลว์ กับแบรนด์สครับอันดับ 1 จากอเมริกา ความโดดเด่นของผลิตภัณฑ์จาก ST. IVES อยู่ที่เค้าใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ 100% ปราศจากพาราเบน แอลกอฮอล์ แถมยังผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังอีกต่างหาก

สูตรเด็ดเคล็ดลับของผิวเรียบเนียนกระจ่างใส คือต้องเพิ่มขั้นตอนของการ “สครับ” ไปด้วย… ST. IVES เป็นหนึ่งในแบรนด์สครับที่ครองใจสาว ๆ ทั่วโลกเลย เพราะสครับของเค้า คือ สครับบีดส์ที่ทำจากผงวอลนัท ผสานคุณประโยชน์ของสารสกัดธรรมชาติมาช่วยปรนนิบัติผิว เผยผิวให้ดูกระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมทั้งทำความสะอาดผิวได้อย่างล้ำลึก วันนี้ inzpy จะมาแนะนำผลิตภัณฑ์ของ ST. IVES กันแบบครบสูตร ทั้ง 8 สูตรเลย จะมีสูตรไหนบ้าง ตามไปดูกันเลยยยยยย

สครับ ST. IVES 8 สูตร

1.GENTLE SMOOTHING ROSE WATER AND ALOE VERA FACE SCRUB

แนะนำ สครับ ST. IVES 8 สูตร

สครับกุหลาบเนียนนุ่มและว่านหางจระเข้ สครับที่ช่วยฟื้นฟูและคืนสภาพผิวให้เปล่งปลั่งทันที ด้วยกลีบกุหลาบบดจากธรรมชาติ 100% และผงเปลือกวอลนัท ช่วยในการผลัดเซลล์ผิวอย่างเป็นธรรมชาติและอ่อนโยน ทำให้ผิวดูอ่อนนุ่ม เรียบเนียน สดใส เปล่งปลั่ง ดูไม่โทรม  สครับนี้ปราศจากน้ำมัน ปราศจากพาราเบน ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนังและไม่ก่อให้เกิดสิว ไม่อุดตันรูขุมขน

2.FRESH SKIN APRICOT SCRUB

แนะนำ สครับ ST. IVES 8 สูตร

สครับแอปริคอต ตัวช่วยรีเฟรชผิวหน้าใหม่ ให้สดใสกว่าเดิม ที่มีส่วนผสมจากแอปริคอตธรรมชาติ 100% ช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก ช่วยผลัดเซลล์ผิวเผยผิวใหม่สดใสอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะกับทุกสภาพผิว ไม่มีวัตถุกันเสียประเภท Paraben สูตรนี้ยังให้ความชุ่มชื้นกับผิว ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังการสครับด้วยนะคะ

3.ACNE CONTROL APRICOT FACE SCRUB

แนะนำ สครับ ST. IVES 8 สูตร

สครับผิวหน้า เพื่อคนเป็นสิวอุดตันและช่วยลดเลือนจุดด่างดำ ด้วยสารสกัดจาก Apricot ช่วยขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพช่วยทำความสะอาดผิวหน้าอย่างล้ำลึก มาพร้อมกรดซาลิไซลิก 2% ทำให้ลดการอุดตันของเซลล์ผิวที่ตายแล้วในรูขุมขน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว เมื่อการอุดตันน้อยลง สิวก็จะเกิดน้อยลง สครับบีดส์ เปลือกวอลนัทป่น 100% จากแคลิฟอร์เนีย ช่วยขัดทำความสะอาดผิวอย่างล้ำลึก สารสกัดจากผลแอปริคอต จากแคลิฟอร์เนียและแอฟริกาเหนือ ช่วยบำรุงผิวให้เนียนนุ่ม พร้อมให้กลิ่นหอมสดชื่น เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสิว สิวอุดตัน

4.ENERGIZING COCONUT & COFFEE FACE SCRUB

แนะนำ สครับ ST. IVES 8 สูตร

สครับกลิ่นกาแฟหอมละมุน มีส่วนผสมของสารสกัดจากมะพร้าว ช่วยทำให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม ชุ่มชื้นและสะอาดล้ำลึก กู้ผิวหมองให้กลับมาสดใสอีกครั้ง สูตรนี้มีความอ่อนโยน ไม่มีพาราเบน และสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ช่วยขจัดเซลล์ผิวเสื่อมสภาพได้อย่างหมดจดเลย แนะนำให้สครับตอนเช้า จะรู้สึกตื่นและสดชื่นมาก ๆ เลยค่ะ เหมาะสำหรับคนผิวแห้งนะคะ

5.BLACKHEAD CLEARING GREEN TEA FACE SCRUB

แนะนำ สครับ ST. IVES 8 สูตร

สครับสูตรสารสกัดจากชาเขียวเนื้อละเอียด ช่วยขจัดสิวเสี้ยน เคลียร์สิวอุดตัน สามารถต่อต้านอนุมูลอิสระได้ดี นอกจากนี้ยังมีกรดซาลิซีลิค ที่ช่วยขจัดสิ่งสกปรกที่อุดตันในรูขุมขน ทั้งสิวเสี้ยน สิวหัวดำ และยังช่วยลดรอยดำรอยแดง ให้ผิวดุเรียบเนียน สีผิวดูสม่ำเสมอ พร้อมทั้งให้ผิวดูแข็งแรง กระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ เหมาะสำหรับผิวมันค่ะ

6.RADIANT SKIN PINK LEMON & MANDARIN ORANGE FACE SCRUB

แนะนำ สครับ ST. IVES 8 สูตร

 สครับพิงค์เลม่อนกับเปลือกส้มแมนดารินเนื้อละเอียด รีเฟรชผิว เพื่อผิวโกลว์ กระจ่างใส ไม่หมองคล้ำ ด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติ ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพออกไปได้อย่างอ่อนโยน ทำให้ผิวหน้าเฟรช สดชื่น กลิ่นหอมสดชื่นมาก หลังใช้จะรู้สึกได้เลยว่าผิวเรานุ่ม ลื่น เนียนละเอียด และดูกระจ่างใสขึ้นจริง เหมาะสำหรับคนผิวผสมค่ะ

7.SOFT SKIN AVOCADO & HONEY FACE SCRUB

สครับ สูตรอะโวคาโดและน้ำผึ้ง บอกลาผิวแก่เติมความชุ่มชื้นคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวสาวได้ไปต่อ ด้วยวิตามิน E ธรรมชาติเต็มหลอดจากอะโวคาโด ผลิตจากสารสกัดจากธรรมชาติ 100% ปราศจากพาราเบน (Paraben Free) ปราศจากน้ำมัน ผ่านการทดสอบโดยแพทย์ผิวหนัง ไม่อุดตันรูขุมขน, ไม่ก่อให้เกิดสิว ช่วยขจัดความแห้งกร้านเพื่อเผยผิวที่เนียนนุ่ม

8.GENTLE SMOOTHING OATMEAL FACE SCRUB & MASK

สครับข้าวโอ๊ต เป็นได้ทั้งสครับและมาสก์ในหลอดเดียว เพื่อผิวนุ่ม ชุ่มชื้น สะอาดใสพร้อมได้รับการบำรุงอย่างอ่อนโยน สูตรนี้เป็นสครับข้าวโอ๊ตกับน้ำผึ้ง กลิ่นหอมมากกกกกก ช่วยผลัดเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพอย่างอ่อนโยน และยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวหลังมาสก์อีก สูตรนี้ไม่มีพาราเบน ไม่มีสารระคายเคือง ทำให้หน้าสดใส เปล่งปลั่ง ผิวนุ่มเนียนละเอียด และดูอิ่มน้ำ

การสครับผิวหน้า ควรทำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง เพื่อขจัดสิ่งสกปรกอุดตันนะคะ สำหรับใครที่สนใจก็สามารถไปจัด ST.IVES กันได้ที่ Watson, Tops Supermarket, Boots หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.konvy .com เลยค่า ไว้คราวหน้าเราจะมีไอเทมเด็ดอะไรที่น่าสนใจมาฝากทุกคนกันอีก กดติดตามเราไว้เลย เพราะเราไม่พลาดที่จะมาอัปเดตอะไรดี ๆ ให้กับทุกคนแน่นอน วันนี้ขอลาไปก่อนนะคะ บายยยยยย

Cleaning วิธีการทำความสะอาดเสื้อผ้าลดกลิ่นอับชื้น!!

0

Cleaning วิธีการทำความสะอาดเสื้อผ้าลดกลิ่นอับชื้น!!

Cleaning วิธีการทำความสะอาดเสื้อผ้าลดกลิ่นอับชื้น เชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ทำงานจนบ้างทีก็ลืมไปว่าผ้ากองเต็มตระกร้าในบ้านเลย พอจะซักทีก็เยอะเต็มไปหมด ซึ่งบางครั้งแดดก็อาจจะไม่ถึง ทำให้เสื้อผ้านั้นมีกลิ่นอับชื่นไม่น่าใส่ แถมยังไม่มีกลิ่นหอมอีกด้วย การรับมือวิธีการแก้ปัญหาเสื้อมีกลิ่นอับชื้น และ ยังช่วยให้เสื้อผ้านั้นมีกลิ่นหอมสดชื้นติดทนนานอีกด้วยไม่เพียงแค่การเลือกใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มเพียงอย่างเดียว แต่มีไอเทมที่ช่วยจะมีอะไรบ้าง ดังนั้นวันนี้ Inzpy มาแชร์ไอเดียการซักกผ้าแบบไม่ยุ่งยาก และ ทำให้เสื้อผ้านั้นน่าใส่อยู่ตลอดเวลา แต่ว่าจะมีวิธีการไหนบ้างไปตามกันจ้า

Cleaning

การใช้มะนาวกำจัดกลิ่น

มะนาวใช้กำจัดกลิ่น ที่จะช่วยทำให้เสื้อผ้าเราหอม และ ไม่มีกลิ่นเหม็นอับชื้น ก็คือการนำมะนาวมาผสม กับ น้ำเปล่า หลังจากนั้นเอาไปเช็ดในบริเวณคราบเหงื่อ หรือ บริเวณที่มีกลิ่นอับชื้น เพียงเท่านี้ ก็ช่วยทำให้กลิ่นเหม็นอับนั้นหมดไปได้อย่างง่ายดาย และ ยังทำให้เสื้อผ้านั้นสะอาดอีกด้วย

กากกาแฟสดที่เรากินกันอยู่ในทุกวัน ๆ หรือ การชอบดริปการบอกเลยว่าห้ามทิ้งกากกันเด็ดขาด เพราะว่ากากกาแฟเป็นตัวดูดกลิ่นอับชื้นชั้นดีเลยทีเดียว ด้วยประโยชน์อันมากมาย เพียงแค่เรานำไปใส่ถุงแล้ววางไว้ในตู้เสื้อผ้า หรือ วางไว้ในกล่องที่เราพับเก็บผ้า ก็จะช่วยดูดกลิ่นที่ไม่พึ่งประสงค์หมดไปได้เลย

การใช้เบกกิ้งโซดา

การใช้เบกกิ้งโซดาก่อนซักผ้า หากในครัวมีเบกกิ้งโซดาอยู่ แนะนำว่าให้เอามาโรยลงบนเสื้อผ้าก่อน ประมาณ 1 คืน หลังจากนั้นก็ให้นำผ้ามาสะบัดผงเบกกิ้งโซดาออกให้เรียบร้อย แต่หากกลัวว่าจะสะบัดออกไม่หมด สามารถเอาแปรงขนอ่อน ๆ มาช่วยปัดออก และ เมื่อนำเบกกิ้งโซดาออกจนหมดแล้ว สามารถนำไปตากต่อได้เลย หรือ จะเอาไปซักซ้ำอีกครั้งก็ได้ช่วยลดคราบอีกด้วย

Cleaning

เกลือ

สำหรับเกลือถือเป็นอีกหนึ่งในเท็มที่แต่ละบ้านต้องมีติดครัว เพราะฉะนั้น ให้เอามาใช้คู่กับมะนาวก่อนเอาผ้าไปซัก โดยให้บีบน้ำมะนาวลงบนคราบสกปรกก่อน แล้วค่อยทาเกลือตามลงไป ให้ถูกวน ๆ สัก 2 – 3 นาที รอน้ำมะนาวและเกลือแห้งก็เอาไปซักต่อก้ช่วยทำให้ผ้าขาว หอม สะอาด และ ก็ลดกลิ่นอับชื้นด้วยจ้า

วอดก้า

สำหรับไอเท็มเด็ดของสายดริ๊งก์อย่างวอดก้า นับเป็นตัวช่วยดับกลิ่นเหม็นอับบนเสื้อผ้าได้ดีไม่ใช่น้อย โดยให้เอาวอดก้ามาผสมกับน้ำยาหอมระเหย แล้วเอาฉีดลงบนเสื้อผ้า เพียงเท่านี้ ก็ได้ผ้าที่หอมสดชื่นแถมไม่มีกลิ่นแล้ว เรียกว่ากินได้ไม่พอ แต่ยังสามารถใช้ประโยชน์ต่ออีกได้

Cleaning

ทั้งหมดนี้บอกเลยว่าเป็นไอเดีย และ เทคนิคง่าย ๆ ที่ช่วยให้ให้นั้นไม่มีกลิ่นอับชื้น ช่วยสร้างความมั่นใจให้เส้อผ้านั้นใส่ได้อย่างมั่นใจ หากเพื่อน ๆ คนนั้นกำลังมองหาไอเทม หรือ กำลังมีปัญหาเรื่องกลิ่นอับชื้น ลองนำทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปใช้ดูกันได้น้า

Champion เปิดตัวคอลเลกชัน ร่วมมือครั้งแรกกับ Tokyo Label ANREALAGE

0

Champion เปิดตัวคอลเลกชัน ร่วมมือครั้งแรกกับ Tokyo Label ANREALAGE

Cr.Photo ; ANREALAGE x Champion

ANREALAGE x Champion เป็นความร่วมมือครั้งแรกของแบรนด์ชุดกีฬากับแบรนด์โตเกียว Tokyo Label นำโดยนักออกแบบ Kunihiko Morinaga การร่วมงานกับดีไซเนอร์ชาวญี่ปุ่น ผลงานการออกแบบที่โดดเด่นทั้งงานผ้า และรูปทรงเสื้อผ้าเป็นแพตเทิร์นต่าง ๆ

Cr.Photo ; ANREALAGE x Champion

การออกแบบของ Kunihiko Morinaga มักจะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาในเรื่องของแฟชั่นกับศิลปะดิจิทัล ด้วยต้นกำเนิดที่แข็งแกร่งในญี่ปุ่นบ้านเกิดของเขา ดีไซเนอร์คนนี้จึงหันมาสนใจทำแบรนด์ชุดกีฬาอย่าง Champion ซึ่งเป็นคอลเลกชันซิลลูเอทที่เปลี่ยนรูปร่างด้วยขนาดโอเวอร์ไซส์ ตีความเสื้อผ้า Champion แบบคลาสสิค คอลเลกชันนี้เปรียบเสมือนมีรูปร่างเป็นน้ำ เงาที่ไม่สมมาตรสร้างความรู้สึกเคลื่อนไหว โดยทำให้ลำตัวยาวขึ้น ราวกับอยู่ในรูปแบบของเหลว

Tokyo Label
Cr.Photo ; ANREALAGE x Champion

คอลเลกชัน Spring/Summer 2016 ของ ANREALAGE ประกอบด้วยเสื้อผ้าประติมากรรมที่มีเปลือกสะท้อนแสง ซึ่งกระตุ้นมองเห็นด้วยแสงแฟลช คอลเลกชันนี้นำเสนอภาพซิลลูเอทขนาดใหญ่ที่มีโลโก้สีแดง สีขาว และสีน้ำเงินของ Champion x Morinaga ปรับปรุงในเรื่องของรูปทรงโดยเฉพาะ ที่มีขนาดใหญ่ และใส่สบายเป็นอย่างมาก

Tokyo Label
Cr.Photo ; ANREALAGE x Champion

เสื้อสเวตเตอร์มีฮู้ดจำหน่ายในราคา 38,500 เยน (ประมาณ 334 ดอลลาร์สหรัฐ), 40,700 เยน (353 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับเสื้อสเวตเตอร์มีฮู้ดแบบมีซิป และ 20,900 เยน (180 ดอลลาร์สหรัฐ) สำหรับเสื้อปอนโช กระโปรงขนาดใหญ่พิเศษในคอลเลกชันขายปลีกในราคา 24,200 เยน ($210 USD) และ 23,100 เยน ($200 USD) เยน ส่วนเสื้อยืดราคาขายปลีกอยู่ที่ 16,500 เยน (143 ดอลลาร์สหรัฐ) ที่บอกเลยว่าน่ามีไว้สักตัวจริง ๆ คอลเลกชันนี้ สามารถเลือกซื้อคอลเลกชันนี้ที่ล้ำสมัยรุ่นลิมิเต็ดได้ที่เว็บไซต์หลักของ Champion’s และ ANREALAGE ซึ่งคาดว่าจะวางจำหน่ายในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ และในร้านค้าที่ Champion Brand House Shibuya Tokyo, Champion Brand House Shinsaibashi Osaka และ Unrealage Shibuya Parco ในโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ใครแวะเยี่ยมเยียนไปญี่ปุ่นอย่าลืมซื้อติดมือกลับมานะครับ

Inzpy ขอฝากช่องทางข่าวสารเกี่ยวกับแฟชั่น ให้เพื่อน ๆ ติดตามกัน เพื่อให้เรากลับมาเจอกันใหม่ คราวหน้าจะมีคอลเลกชันแบรนด์อะไร สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน สวัสดีครับ

Binance จับมือ YG ต้นสังกัด BLACKPINK บุกตลาด NFT

Binance จับมือ YG K-Pop ต้นสังกัด BLACKPINK บุกตลาด NFT

Cr.Photo ; Binance x YG

Binance บริษัทบล็อกเชนชั้นนำของโลกของการเทรด และผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานของสกุลเงินดิจิทัล ได้ประกาศการลงนาม MOU กับ YG Entertainment Inc เป็นหน่วยงานความบันเทิงเกาหลีใต้ก่อตั้งขึ้นในปี 1996 โดยยางฮยอนซอก บริษัทดำเนินการในฐานะค่ายเพลง หน่วยงานที่มีความสามารถ บริษัทผลิตเพลง การจัดการงานและบริษัทผลิตคอนเสิร์ต และสำนักพิมพ์เพลง ที่เรารู้จักมาอย่างยาวนานในวงการ K-Pop

Binance และ YG จะร่วมมือกันในโครงการบล็อคเชนต่าง ๆ ในโลกของ NFT โดย Binance จะจัดหาแพลตฟอร์มของ NFT ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยี ในส่วนของ YG จะจัดหาเนื้อหาที่เกี่ยวกับ NFT เนื้อหาของเกม ทั้งสองบริษัทยังมีแผนที่จะพัฒนาเกมบน Binance Smart Chain ร่วมมือกันสร้าง Metaverse และแสวงหาโอกาสด้านทรัพย์สินทางดิจิทัลอย่างแข็งขัน เพื่อพัฒนาประสบการณ์ และการบริการที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับแฟน ๆ

K-Pop
Cr.Photo ; Binance x YG

คาดว่าความร่วมมือระหว่าง Binance และ YG จะสร้างการทำงานร่วมกันในเชิงบวกระหว่างทั้งสองบริษัท ศิลปิน K-Pop ที่มีชื่อเสียงระดับโลกจำนวนหนึ่ง ได้รับการจัดการโดย YG เช่น BIG BANG, BLACKPINK, WINNER, iKON, AKMU และ TREASURE ซึ่ง YG มีศักยภาพมหาศาลในการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัล รวมถึง NFTs โดยใช้สิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาอย่าง (IP) ใช้ในหลากหลายสาขาธุรกิจ

NFT ย่อมาจาก Non-Fungible Token เป็นโทเค็นดิจิทัลที่ไม่ซ้ำแบบใคร ที่ช่วยให้ศิลปินสามารถแบ่งปันเนื้อหาของตนในรูปแบบที่ไม่เหมือนใคร การเติบโตของ NFT กำลังปูทางไปสู่การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ของดนตรี และอุตสาหกรรมเคป๊อบ โดยให้บริการสำหรับแฟน ๆ เคป๊อบ อยู่ในระดับแนวหน้าของความนิยมของเกาหลีดึงดูดแฟน ๆ นับล้านทั่วโลก คาดว่า MOU กับ Binance จะทำให้ YG สามารถขยายการเติบโตในตลาด NFT ได้อย่างจริงจังมากขึ้น

สำหรับใครที่ชอบเรื่องของ NFT โลกของดิจิทัล หรือสื่อ Entertainment ต่าง ๆ สามารถมาอ่านได้ที่ Inzpy ที่จะพาเพื่อน ๆ มารู้จักกับข่าวแวดวงความบันเทิงได้ตลอดเวลา อย่าลืมติดตามกันนะครับ

งบ 1000 เที่ยวไหนได้บ้าง ใกล้กรุงเทพฯ สไตล์สายชิล

งบ 1000 เที่ยวไหนได้บ้าง ในสถานที่ที่ ใกล้กรุงเทพฯ คือไปที่เดียวแล้วมีทั้ง มุมถ่ายรูปเก๋ ๆ มีร้านอาหาร หรือตลาด Street Food ทานง่าย ๆ สามารถเดินเล่น หรือนั่งชิลได้ โดยที่ไม่ต้องใช้งบเยอะ จะพาแฟนไปเดตเบา ๆ หรือ Pre-Valentines ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่กำลังจะมาถึง มาดูกันดีกว่าค่ะ ว่ามีที่ไหนน่าไปเช็คอินบ้าง

ที่แรกเลย น่าไปมากคือ เกาะเกร็ด

งบ 1000 เที่ยวไหนได้บ้าง ใกล้กรุงเทพฯ สไตล์สายชิล
Picture: Wiki Pedia

บนเกาะเกร็ดเป็นชุมชนเล็ก ๆ ที่มีอะไรให้น่าค้นหามากมายเลย มีบริการให้นั่งเรือรอบเกาะ เพื่อไปเที่ยวชมจุดสำคัญสถานที่ต่าง ๆ ค่าเรือประมาณคนบะ 50 บาท เค้าจะพาไปชม บ้านขนมหวาน ร้านอาหารริมน้ำ วัดวาอาราม หรือจะเที่ยวอยู่บนเกาะก็ได้ค่ะ ค่าข้ามเรือไปเกาะเกร็ด จากวัดสนาม ตกคนละ 2 บาท ข้ามไปฝั่งเกาะเกร็ดแล้วสามารถเช่าจักรยานปั่นเล่นรอบเกาะได้

ที่ต้องไปแล้วลองชิมให้ได้คือ ข้าวแช่ ที่ร้าน ข้าวแช่คุณแดง เป็นอาหารขึ้นชื่อที่เกาะเกร็ดเลยค่ะ นอกจากนี้ยังมีคาเฟ่ริมน้ำให้นั่งมากมายเลย ไม่ว่าจะเป็น ร้าน Infinity Unplug Bar เกาะเกร็ด ร้านบ้านเลขที่ 1 ร้านมองละไม เยอะมาก มุมถ่ายรูปสวยด้วยค่ะ หรือจะแวะร้านเครื่องปั้นดินเผา ซื้อกระถางไปปลูกต้น ปลูกแคคตัส ก็ได้ค่ะ เพราะเครื่องปั้นดินเผาก็เป็นของขึ้นชื่อของ เกาะเกร็ด เช่นกันค่ะ

ที่ที่สอง กำลังฮิตเลยในตอนนี้คือ ย่านเจริญกรุง 22 ตลาดน้อย

งบ 1000 เที่ยวไหนได้บ้าง ใกล้กรุงเทพฯ สไตล์สายชิล

ที่นี่เหมาะสำหรับสาย Art มาก เพราะถนนในซอยตลอดน้อย แต่ละจุดจะมีงาน Street Art ให้ไปแชะภาพได้เยอะแยะเลยค่ะ แถมที่นี่ยังมีร้านอาหาร ร้านขนมโบราณขายเต็มไปหมด เดินเที่ยวเล่นได้ทั้งวัน ไม่มีเบื่อแน่นอนค่ะ วิธีเดินทางไปตลาดน้อย หากเรื่องนั่งรสบัสก็จะมีสาย 1 และสาย 75 หรือสามารถนั่ง MRT ไปลงหัวลำโพง แล้วเดินต่อไปที่ตลาดน้อยได้เลยค่ะ

มาที่นี่ก็จะมีจุดแวะ สามารถถ่ายรูปได้ เช่น โซว เฮง ไถ่ เป็นคาเฟ่สไตล์จีน ๆ และเปิดเป็นโรงเรียนสอนดำน้ำด้วยค่ะ หรือจะแวะไปที่ ฮงเซียงกง คาเฟ่สไตล์จีนเช่นกัน ที่นี่ก็มีจุดให้ถ่ายรูปสวย ๆ ได้หลากหลายมุมเลยค่ะ และอีกที่นึงที่น่าแวะคือ Mother Roaster ร้านของคุณยายพิณ บาริสต้ารุ่นใหญ่หัวใจวัยรุ่น ที่ทำการ คั่ว บด ชง กาแฟเองเลยค่ะ แถมหน้าร้านยังมีภาพวาดตรงกำแพงอาร์ต ๆ ให้เป็นจุดถ่ายรูปเช็คอินได้ด้วยค่ะ

ดู Video เพิ่มเติม > เดินเที่ยวตลาดน้อย เจริญกรุง 22

สถานที่ที่สาม ที่คิดว่าสายกินเที่ยวต้องชอบ เมืองทองธานี

Picture: Traveloka

ใครมาที่นี่บอกเลยมีร้านอาหารให้คุณได้นั่งกินตลอดเวลาเลยล่ะค่ะ แถมที่นี่ยังมีคาเฟ่น่ารัก ๆ อีกหลายร้านให้คุณได้แวะนั่งชิล ๆ อย่างเช่นร้าน DNA Do Not Awkward คาเฟ่ที่ติดริมทะเลสาบ ร้านน่ารัก มีโซนให้นั่งเยอะมาก, ร้าน DX Playground คาเฟ่แนว ๆ สไตล์ Retro Industrial ร้านนั่งชิล ที่อยู่ติดกับร้านก๋วยเตี๋ยวเรือ หากจะพักเบรคทำงาน สามารถมานั่งที่นี่ได้เลยค่ะ มี Wifi

นอกจากนี้ยังมีสถานที่ให้ฝึกยิ่งธนู เข้าไปดูได้ที่ Meeweekend มีสนามโกคาร์ท ที่อยู่ติดกับริมทะเลสาบด้วย และช่วงค่ำก็จะมีตลาดบุญเจริญให้เดินหาของกิน มีร้านหมูกระทะ ร้านย่างเนย ร้านขนมหวาน ร้านก๋วยเตี๋ยวปากหม้อ ร้านยำ หรือจะมาซื้อของกินที่ Food Truck ก็มีให้เลือกหลายเมนู ใครชอบกินต้องมาเที่ยวที่เมืองทองธานีเลยค่ะ

สำหรับคนมีรถ งบ 1000 เที่ยวไหนได้บ้าง

ข้ามไปเที่ยว เกะแสมสาร ที่สัตหับ

งบ 1000 เที่ยวไหนได้บ้าง ใกล้กรุงเทพฯ สไตล์สายชิล

ค่าเรือข้ามไป เกาะแสมสาร เป็นเกาะนะคะ ไม่ใช่อ่าวแสมสาร ต้องนั่งเรือข้ามเกาะไปค่ะ ไปกลับตกคนละ 300 บาท พอถึงแล้วก็นั่งรถรางฟรี ต่อไปยังหาดลูกลม และหากใครสนใจดำน้ำ ก็จะมีค่าเช่าอุปกรณ์ดำน้ำ Snorkeling คนละ 50 บาทเท่านั้น สามารถอยู่ได้จนถึง 16.00 น. ก่อนเรือข้ามจะหมด บอกเลยว่าที่นี่น้ำใสมาก หาดสวย ทรายขาวสะอาด ถ่ายรูปได้ไม่เบื่อเลย มีร้านขายอาหารด้วย

ใครไม่ชอบดำน้ำก็สามารถเช่าเสื่อนั่งชิล ชมวิวทะเลเพลิน ๆ อย่างเดียวก็ได้ ลงเล่นน้ำหน้าหาดเลยก็ได้ค่ะ ก็จะมีจุดให้ลงเล่นได้เหมือนกัน หรือจะแวะไปดูหาดอื่น ๆ บนเกาะแมสารก็ได้ค่ะ บนเกาะจะมีให้ชมวิวได้ทั้งหมด 5 หาดเลยทีเดียว

ใครสายมู สายวัด ต้องไปที่ พระนครศรีอยุธยาค่ะ

เป็นจังหวัดที่มีวัดเยอะมาก ซึ่งแต่ละวัดก็จะมีสถาปัตยกรรมของเรื่องราวในยุคสมัยก่อนหลายที่เลยค่ะ อย่าง วัดมหาธาตุ วัดนี้สามารถเดินดูความสวยงามของวัฒนธรรมไทยได้หลายจุด จุดที่คนให้ความสนใจอยากไปดูก็จะเป็น ตรงที่มีเศียรพระพุทธรูปอยู่ในต้นไม้ค่ะ ถ้าพูดแบบนี้ทุกคนคงจะ อ๋อ แล้วใช่มั้ยคะ นอกจากนี้ก็ยัง วัดใหญ่ชัยมงคล ก็เป็นอีกวัดที่มีความงดงามมาก ร่มรื่น น่าไปไหว้พระขอพรมากค่ะ

และอีกสถานที่เที่ยวในอยุธยาก็จะมี เมืองญี่ปุ่น Japanese Village ซึ่งเป็นสถานที่ที่ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับการค้าขายระหว่างคนไทยสมัยก่อน กับคนญี่ปุ่น มีของเก่ายุคโบราณ ที่เกี่ยวกับวัฒธรรมระหว่างความเป็นไทย ญี่ปุ่นให้เดินชมมากมาย ติดริมน้ำ สามารถเช่าชุดญี่ปุ่นเดินถ่ายรูปสวย ๆ ได้เลยค่ะ

ถ้ามี งบ 1000 เที่ยวไหนได้บ้าง ลองไปตาม 5 ที่เที่ยวที่แนะนำมาคือเป็นสถานที่ที่ไปง่าย เที่ยวได้ตลอด ไม่ต้องรอฤดู ส่วนใครที่สนใจหาที่พัก คาเฟ่ ร้านอาหารเด็ดดังเพิ่มเติมสามารถดูได้ที่ Inzpy Travel

ตัวหวานรับวาเลนไทน์ กับ “ครีมอาบน้ำกลิ่นขนม” หอมละมุน จนน่าชิมผิว

0

ตัวหวานรับวาเลนไทน์ กับ “ครีมอาบน้ำกลิ่นขนม” หอมละมุน จนน่าชิมผิว

ตัวหวานรับวาเลนไทน์ กับ "ครีมอาบน้ำกลิ่นขนม"

ตัวหวานรับวาเลนไทน์ กับ “ครีมอาบน้ำกลิ่นขนม”…ไหน ๆ ก็ใกล้จะวันวาเลนไทน์แล้ว สาว ๆ หลายคงก็คงอยากจะเพิ่มเสน่ห์ให้กับตัวเองกันสักนิดสักหน่อยเนอะ แต่ก่อนจะไปแต่งหน้าทาครีมปัดตาเพิ่มความจึ้งนั้น สิ่งสำคัญอันดับแรกเลยคือ ขั้นตอนของ “การทำความสะอาดร่างกาย” หรือ “อาบน้ำ” นั่นเองนะคะ เป็นสาวเป็นนางจะมีกลิ่นตัวไม่ได้ ต้องรักษาความสะอาด มีกลิ่นกายหอม ๆ เอาใจจมูกคนรอบข้าง (หนุ่ม) หน่อย และเนื่องด้วยวาเลนไทน์ เรามาเพิ่มความหอมให้กลิ่นกายละมุน ฟรุ้งฟริ้งกันดีกว่า วันนี้ Inzpy จะมาแนะนำครีมอาบน้ำกลิ่นขนม บอกเลยหอมมาก หอมม๊ากกกกกก หอมมากจนอยากกินผิวตัวเอง ขนาดเรายังอยากชิม แล้วคนอื่นล่ะ 😉 เดี๋ยวไปดูกันเลยดีกว่านะคะ ว่าจะมีตัวไหนน่าชิม เอ๊ย น่าใช้กันบ้าง ไปเลยยยยยย !

“ครีมอาบน้ำกลิ่นขนม” หอมละมุน จนอยากชิมผิว

1.Chupa Chups Vanilla Glistening Shower Serum

ตัวหวานรับวาเลนไทน์ กับ "ครีมอาบน้ำกลิ่นขนม"

จากแบรนด์ลูกอมหลากสี Chupa Chups ที่เรากินกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ตอนนี้น้องเค้าขยายไลน์มาที่สกินแคร์แล้วนะคะ หนึ่งในนั้นมีครีมอาบน้ำด้วย ตัวนี้ที่เรามาแนะนำเป็น เซรั่มอาบน้ำ สูตรเนื้อมุกเซรั่มเข้มข้น พร้อมชิมเมอร์เปล่งประกายแวววาว เพื่อผิวเปล่งประกาย ช่วยทำความสะอาดผิวได้อย่างหมดจด ล้ำลึก พร้อมบำรุงด้วยคุณค่าจาก Aloe Vera Extract , Seastar Collagen, Carrageenan Extract, Nano Vitamins และ Coenzyme Q10 ช่วยรักษาสมดุลของผิว ให้ความรู้สึกชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน พร้อมมอบความหอมหวาน ชวนหลงใหลจากกลิ่น

2.Yves Rocher Sensual Bourbon-Vanilla Shower Gel

ตัวหวานรับวาเลนไทน์ กับ "ครีมอาบน้ำกลิ่นขนม"

ครีมอาบน้ำกลิ่นหอมจาก Yves Rocher สบู่เหลวทำความสะอาดผิวกาย มอบกลิ่นหอมอบอุ่นนุ่มนวลชวนฝันจากวานิลลา ทำความสะอาดผิวอย่างหมดจดอ่อนโยน อ่อนโยนต่อผิวด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติมากถึง 98% ปราศจาก Alcohol Ethoxyl ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังอาบน้ำ ทั้งยังมีส่วนผสมจาก Organic Aloe Vera ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว ปราศจากส่วนผสมของมิเนอรัลออยล์และสารกันเสียพาราเบน ผสมผสานความหอมสดชื่นจากผลไม้และพืชพรรณจากธรรมชาติ

3.Philosophy Vanilla Birthday Cake

ตัวหวานรับวาเลนไทน์ กับ "ครีมอาบน้ำกลิ่นขนม"

รู้สึกสะอาดสดชื่นพร้อมความหอมอบอวลทั่วเรือนกาย ด้วย vanilla birthday cake shampoo, shower gel & bubble bath ครีมอาบน้ำจาก Philosophy มาแบบครบจบในหนึ่งเดียว เพราะเป็นทั้ง Shampoo, Shower Gel และ Bubble Bath เป็นครีมอาบน้ำที่กลิ่นหอมหวานมาก

มอบเนื้อสัมผัสโฟมเนียนนุ่ม ช่วยทำความสะอาดได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำความสะอาดได้อย่างอ่อนโยน ให้ผิวเนียนนุ่ม ไม่ทำให้ผิวแห้งตึงหลังอาบน้ำ พร้อมปรับสภาพผิว ทิ้งความรู้สึกนุ่มเนียนผิวเป็นพิเศษ พร้อมด้วยกลิ่นหอมหวานเกินห้ามใจ เฉลิมฉลองความหอมหวานทุก ๆ วันราวกับเป็นวันวาเลนไทน์ทุกวันไปเลย

4.Bath & Body Works Chocolate Covered

Bath & Body Works Chocolate Covered หอมช็อกโกแลตผสมกับเชอร์รี่ หวานเข้มน่าชิมมาก ขวดนี้จะให้ความรู้สึกเซ็กซี่นิด ๆ ดีทั้งกลิ่น ดีทั้งแพ็กเกจเลย มีความหรูหราน่าเปิดใช้มาก  ใช้อาบน้ำไปด้วยแล้วเปิดกินไปด้วยได้มั้ยยยย ไม่ได้เนอะ เดี๋ยวตายก่อน 🙂 วาเลนไทน์นี้ใส่สายเดี่ยวยั่ว ๆ ไปเลยค่า มั่นใจในกลิ่นหอมติดผิว รับรองว่ากลิ่นหอมเตะจมูกหนุ่ม ๆ แน่นอน

5.OLE Strawberry Jelly Wash

หวานมากกกก เปิดประตูสู่โลกแห่งสตรอเบอร์รีที่จะเนรมิตผิวคุณให้หอมหวานน่าหลงใหล…เติมความหอมให้ผิว Yummy ทุกครั้งที่ได้ใช้ Delight ทุกครั้งที่ได้กลิ่น ความหอมแบบสตรอเบอร์รี-ลิเชียส กลิ่นว้าวสุดสเปเชียลของโอเล่ สารสกัดจากผลสตรอเบอร์รีให้ผิวเนียนนุ่มชุ่มชื่น และดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ วิตามินซี, วิตามินอี และวิตามินบี 3 บำรุงผิวให้ชุ่มชื่น แลดูกระจ่างใส ผ่านการทดสอบการระคายเคืองจากสถาบันทดสอบประเทศญี่ปุ่น

6.Boots Vanilla White Chocolate

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเส้นผมและผิวกายที่ผสานโคโคนัท ออยล์ ช่วยทำความสะอาดพร้อมบำรุงให้เส้นผมแลดูเรียบลื่น ผิวกายแลดู นุ่ม ชุ่มชื้น น่าสัมผัส พร้อมกลิ่นวานิลลาและไวท์ ช็อกโกแล็ต ให้กลิ่นหอมที่หรูหรา หอมหวาน ให้คุณได้สัมผัสกับช่วงเวลาแห่งความสุข

7.Scentio Whitening Milk Bath Cream

มาพร้อมสารสกัดจากน้ำนมบริสุทธิ์ Q10 สารสกัดอะโลเวรา วิตามินซีและอี ที่ทั้งหมดนี้จะเข้ามามอบให้สาว ๆ ทั้งความสะอาด ความชุ่มชื่น ความขาวกระจ่างใส ไร้ริ้วรอย แถมกลิ่นยังน่ารัก อาบไปชื่นใจไปจนอยากจะชิมไปด้วยเลยทีเดียว เนื้อสัมผัส เป็นเนื้อครีมสีขาว เนียนนุ่ม หอม ล้างออกง่าย

จบไปแล้วนะคะ กับครีมอาบน้ำกลิ่นขนมที่เรานำมาฝากในวันนี้ ส่วนใหญ่ที่เราคัดมาก็จะเป็นแนวกลิ่นวานิลลา ช็อกโกแลต สตรอว์เบอร์รี และนม ๆ อะไรประมาณนี้นะคะ ซึ่งเรามั่นใจว่าทั้งสาว ๆ (และคุณหนุ่ม ๆ) จะต้องชอบแน่นอน เดี๋ยววันนี้เราขอตัวลาไปก่อนนะคะ จะขอตัวลาไปซื้อครีมอาบน้ำบ้างละ เตรียมตัวให้หอม ๆ ก่อน ไปก่อนนะ เจอกันคอนเทนต์หน้าค่า

Love letter to Bangkok นิทรรศการสุดน่ารักจากผลงานการวาดของ Sundae Kids

นิทรรศการเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกจากลายเส้นของ Sundae Kids

ในช่วงเวลาใกล้เทศกาลวันแห่งความรักอย่างวันวาเลนไทน์ (Valentine’s day) เชื่อว่าคู่รักหลาย ๆ คู่คงกำลังหาสถานที่ออกเดตกันอยู่ใช่มั้ยล่ะ แต่จะให้ไปกินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง เดินห้างแบบทั่วไป ๆ ก็อาจจะเริ่มเบื่อกันแล้ว Inzpy เรามี Love letter to Bangkok นิทรรศการเรื่องราวความรักสุดโรแมนติกจากผลงานของ Sundae Kids มาฝากกัน

Love letter to Bangkok
CR. Facebook : Sundae Kids @sundaekidsillustration

นิทรรศการงานศิลปะที่จัดขึ้นในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือของ Sundae Kids และ Central Word ที่บอกเล่าเรื่องราวการพบรักกันของชายหญิงในกรุงเทพฯ ที่มีไลฟ์สไตล์และความชอบที่เหมือน ๆ กัน และไม่ว่าจะต้องแยกกันสักกี่รอบก็ยังโคจรมาพบกันอยู่ดี ซึ่งถ่ายทอดผ่านบรรยากาศของ กรุงเทพฯ ที่เราคุ้นเคยดี แต่อาจจะหลงลืมไป ซึ่งเป็นผลงานที่ได้เริ่มจัดทำกันในช่วง Lockdown จากสถานการณ์โรค Covid-19 นั่นเอง

Sundae Kids
CR. Facebook : Sundae Kids @sundaekidsillustration

โดยผู้รังสรรค์ผลงาน Love letter to Bangkok และลายเส้นสุดน่ารักที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของความโรแมนติกเหล่านี้คือ Sundae Kids ซึ่งเป็น Illustrator รุ่นใหม่ไฟแรง ที่มีผลงานและชื่อเสียงในระดับโลก การันตีด้วยยอดผู้ติดตามใน Facebook Fan page กว่า 2 ล้านคน โดย Sundae Kids เป็นการสร้างสรรค์ผลงานร่วมกันของคุณโป๊ยเซียน – ปราชญา มหาเปารยะ และคุณกวิน เทียนวุฒิชัย 

Love letter to Bangkok
CR. Facebook : Sundae Kids @sundaekidsillustration

ซึ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลงานที่สื่อความหมายได้อย่างตรงตัว และสามารถนำเรื่องราวจากประสบการณ์จริง หรือประโยคสั้น ๆ มาร้อยเรียงออกมาผ่านลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของตัวเอง ซึ่งก็ทำให้ใครหลาย ๆ คนได้ยิ้ม หัวเราะ หรือแม้แต่น้ำตาซึมให้กับผลงานของพวกเขามาแล้ว

Sundae Kids
CR. Facebook : Sundae Kids @sundaekidsillustration

นอกจากผลงานทาง Social Media Sundae Kids ก็ยังเคยมีผลงานนิทรรศการต่าง ๆ เช่น Kid Within ซึ่งเป็นนิทรรศการครั้งแรกของพวกเขา ซึ่งเป็นการใช้เทคนิค Painting ในการถ่ายทอดเรื่องราวการค้นหาตัวตนในวัยเด็ก หรือ This is for You นิทรรศการที่ต้องการจะบอกเล่าถึงเรื่องราวของความรู้สึกพิเศษของคนคนหนึ่ง ในช่วงขณะเวลาหนึ่ง ที่ไม่ว่ากาลเวลาจะหมุนผ่านไปนานแค่ไหน ความรู้สึกพิเศษนั้นก็ยังคงจะติดอยู่ในใจตลอด

รวมทั้งผลงานจากการร่วมงานกับแบรนด์ต่าง ๆ เช่น Lomography Thailand / Godiva Thailand / L’OCCITANE / Momo Puri London Brown เป็นต้น และยังมี Close To You ผลงานนวนิยายกราฟิกเรื่องยาว 10 ตอน ที่เผยแพร่ออกมาให้ได้อ่านกันทางเว็บไซต์อีกด้วย

Sundae Kids
CR. Facebook : Sundae Kids @sundaekidsillustration

และแน่นอนกับผลงานล่าสุด Love letter to Bangkok ในครั้งนี้ที่ได้จัดขึ้นในรูปแบบของ Vertical Art Exhibition ที่จัดขึ้นที่ Groove Gallery Walk ชั้น 3 และบริเวณ Zone I (ฝั่งอิเซตัน) ชั้น 1-5 ของศูนย์การค้า Central Word ซึ่งมีการจัดแสดงตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 เมษายน 2565 เท่านั้น เอาเป็นว่าวาเลนไทน์นี้คู่รักคู่ไหนที่ยังไม่รู้ว่าจะไปเดตกันที่ไหน Inzpy ขอแนะนำที่นี่เลย 🙂

7 สถานที่ถ่าย Pre Wedding สุดโรแมนติก

7 สถานที่ถ่าย Pre Wedding สุดโรแมนติก

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ เดือนกุมภาพันธ์นี้ ถือเป็นเดือนแห่งความรัก ซึ่งมีคู่รักหลาย ๆ คู่ตัดสินใจจัดงานแต่งงานกัน เราเองก็ไม่ยอมปล่อยเดือนนี้ให้ผ่านไปแบบธรรมดา ๆ แน่นอนค่ะ ไหน ๆ คนก็แต่งงานกันเยอะแล้ว วันนี้ก็เลยถือโอกาสมาแนะนำสถานที่ถ่าย Pre Wedding สุดโรแมนติก เผื่อเป็นแนวทางให้คู่ที่กำลังจะจัดงานแต่งเร็ว ๆ นี้ค่ะ

1.เกาะสีชัง

Pre Wedding
ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ยอดฮิต ที่คู่แต่งงานนิยมไปถ่าย Pre Wedding กันเยอะมาก ๆ จุดไฮไลต์ของการถ่ายจะอยู่ที่สะพานอัษฎางค์ สะพานไม้สีขาว ที่ทอดตัวยาวไปกลางทะเลสีฟ้า ยิ่งใส่ชุดเจ้าสาวสีขาวแล้วล่ะก็ ภาพที่ได้คือสวยหวาน และโรแมนติกมาก ๆ แต่ไม่หมดแค่นั้นค่ะ ที่นี่ยังมีจุดถ่ายภาพมุมเก๋ ๆ อีกหลายจุด เช่น หาดถ้ำพัง, ท่ายายทิม, แหลมจักรพงษ์ และปารีฮัท รีสอร์ท เป็นต้น เรียกว่ามาที่เดียว ได้ครบทุกมุม ทุกบรรยากาศเลยค่ะ
พิกัด : https://goo.gl/maps/q6d672TXhwAcz2gV7

2.The BlueSky Resort KhaoKho


เหมาะสำหรับคู่รักที่ชอบการถ่ายภาพแบบแนวหวาน ๆ ให้บรรยากาศเหมือนเป็นเจ้าหญิง เจ้าชาย ที่ปราสาทในยุโรป มีลานทุ่งหญ้าสีเขียว กว้างขวาง มีทุ่งดอกไม้หวาน ๆ หลากสีสัน ห้อมล้อมไปด้วยหุบเขาและต้นไม้ ตัวตึกและการตกแต่งต่าง ๆ เป็นแบบ English Country แถมด้วยบรรยากาศที่ดีมาก ๆ
พิกัด : https://goo.gl/maps/tk4Pkt6TxER75ZP28

3.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน


ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ เป็นช่วงที่ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ กำลังบานสะพรั่ง สวยงามเต็มพื้นที่ของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ทำให้พื้นที่บริเวณนี้เต็มไปด้วยสีชมพู หวาน ๆ และโรแมนติก ด้วยเหตุผลนี้ ทำให้มีคู่รักหลาย ๆ คู่ นิยมมาถ่ายภาพแต่งงานกัน โดยเฉพาะในตอนที่ดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ถูกลมพัด และกลีบดอกร่วงหล่นลงพื้น เป็นภาพที่หาชมได้ยาก มีเพียงปีละหนึ่งครั้ง บรรยากาศที่ได้ เหมือนถ่ายรูปใต้ต้นซากุระที่ญี่ปุ่นเลยค่ะ
พิกัด : https://goo.gl/maps/UiLKKC4UiJEa1n7q8

4. สวนส้มยอดดอย จังหวัดเชียงใหม่


ใครที่ชอบถ่ายรูปในบรรยากาศแปลกใหม่ การไปถ่ายรูปที่สวนส้ม ก็ถือว่ามีความเก๋มาก ๆ และไม่เหมือนใครเลย แถมภาพที่ได้ก็ออกมาสวยงามและโรแมนติกมาก ๆ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ถ่ายออกมาแล้วให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ที่ต่างประเทศ แถมที่นี่มีมุมถ่ายรูปเยอะมาก ๆ ด้วยค่ะ
พิกัด : https://goo.gl/maps/nZfoKoEig1TxfoCs8

5.ดอยแม่โถ 360 องศา จังหวัดเชียงใหม่


เหมาะสำหรับคู่รักที่หลงรักภูเขา และชื่นชอบธรรมชาติมาก ๆ ที่นี่ให้บรรยากาศเหมือนอยู่สวิสเวอร์แลนด์ กับทุกหญ้าสีเขียวกว้าง ๆ อยู่บนภูเขาที่สลับซับซ้อน ให้ความรู้สึกแบบกรีน ๆ วิ่งเล่นในทุ่งหญ้า เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่สวยงามและไม่ซ้ำใครอย่างแน่นอนค่ะ
พิกัด : https://goo.gl/maps/GAy2tX7FBmoCd4pn6

6.อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า-หมู่เกาะเสม็ด


ที่นี่มีจุดให้ถ่ายรูปสวย ๆ เยอะมาก ไม่ว่าจะเป็น สะพาน / ทางเดินไม้ / โขดหินริมทะเล แต่ไฮไลต์ที่คนนิยมไปถ่ายรูปกัน ตรงที่มีทุ่งหญ้าสีทองสวยงาม ให้บรรยากาศที่หายาก และแตกต่างจากที่อื่นค่ะ โดยเฉพาะถ้าไปถ่ายในช่วงเช้าที่พระอาทิตย์กำลังจะขึ้น หรือช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตก ทั้งแสง และสีของต้นหญ้าจะสวยงามมาก ๆ โรแมนติกสุด ๆ เลยล่ะค่ะ
พิกัด : https://goo.gl/maps/VZy1qDiGW1CbEWdY8

7. สวนป่าเฉลิมพระเกียรติกาญจนบุรี


เป็นอีกหนึ่งสถานที่สุดฮิตในการไปถ่ายรูปแต่งงาน เพราะรูปที่ได้นั้น สวยงาม น่ารักไม่เหมือนใคร โดยเฉพาะการที่มีฝูงน้องแกะหลายสิบตัวมาร่วมเฟรมด้วย หาที่ไหนไม่ได้นอกจากที่นี่ แถมบรรยากาศก็เป็นธรรมชาติ มีลานกว้างสีเขียว ตรงกลางเป็นทะเลสาบ และด้านหลังสุดเป็นวิวต้นสน คือองค์ประกอบครบมาก ๆ เลยค่ะ
พิกัด : https://goo.gl/maps/WcuT6CrCqwQV82gX6

8.ม่อนจ๊อด เชียงใหม่


ใครที่ชอบบรรยากาศแบบโรแมนติก ชวนฝัน พาแฟนนั่งเรือไปในทะเลสาบ ท่ามกลางหมอกฟุ้ง ๆ ที่ลอยเหนือน้ำ มองออกไปเป็นหุบเขาที่รายล้อม สวยงามมาก ๆ ตกแต่งสถานที่ด้วยรถแบบยุโรป เรือใบ มีทุ่งดอกไม้เมืองหนาวหลากสีสัน ถ้าไม่บอกก็คงไม่เชื่อว่าที่นี่คือประเทศไทยแน่นอนค่ะ
พิกัด : https://goo.gl/maps/kscbASFDTWpeg3yHA

สำหรับใครที่สนใจอ่านบทความเกี่ยวกับกิน เที่ยว อัปเดตสถานที่ใหม่ ๆ ก็สามารถตามไปอ่านบทความได้ที่นี่ค่ะ

 

 

ตามหาแพ็กเกจ โรงแรมหรู ที่ สยามพารากอน 14 – 20 ก.พ. นี้

0

มหกรรมท่องเที่ยวไทยระดับไฮเอนด์กับแพกเกจสุดพิเศษจาก โรงแรมหรู ทั่วประเทศ พลาดไม่ได้ ระหว่าง 14-20 ก.พ.นี้ ที่สยามพารากอน

 

เตรียมจองทริปเที่ยวเติมเต็มความสุขรับซัมเมอร์  สยามพารากอน ร่วมผนึกกำลังโรงแรมระดับเวิลด์คลาสทั่วไทย นำเสนอประสบการณ์การพักผ่อนที่คุ้มค่าอย่างเหนือระดับ จัดงานมหกรรมท่องเที่ยวไทยสุดพิเศษ ในงาน “Siam Paragon Thailand’s Luxury Summer Escape” (สยามพารากอน ไทยแลนด์ส ลักซ์ชัวรี่ ซัมเมอร์ เอสเคป) ระหว่างวันที่ 14-20 ก.พ. 2565 ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน  รวมสุดยอดดีลที่พักจาก 73 โรงแรมและรีสอร์ทสุดไฮเอนด์ พร้อมด้วยแพ็กเกจรับประทานอาหาร สปา  และกิจกรรมท่องเที่ยวมากมาย

นอกจากนี้ยังมีโรงแรม รีสอร์ท และรีทรีทสุดหรูที่มาร่วมออกงานเป็นครั้งแรกได้แก่  Pimalai Resort and Spa, Soneva Kiri, THANN Wellness Destination, The Standard Hua Hin, Trisara Phuket และ RAKxa Wellness & Medical Retreat ที่ตอบโจทย์ทุกการท่องเที่ยวและพักผ่อนในสไตล์ที่ชื่นชอบ ครอบคลุมจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วไทย อาทิ กรุงเทพฯ, พัทยา, หัวหิน , เชียงใหม่,เชียงราย, ภูเก็ต, กระบี่,สมุย และ พังงา เป็นต้น

𝗦𝗼𝗻𝗲𝘃𝗮 𝗞𝗶𝗿𝗶

รีสอร์ทหรูสุด Exclusive ของเมืองไทย อยู่บนเกาะกูด รายล้อมด้วยธรรมชาติ แต่ระบบสาธารณูปโภคครบครัน บริการยอดเยี่ยมขั้นสุด เหมาะแก่การพาครอบครัวมาพักผ่อนอย่างยิ่ง

Facebook: Soneva Kiri

พิกัด: Soneva Kiri Resorts & Residences

Keemala Phuket

รีสอร์ทสุดเท่กลางป่า กับห้องวิวทะเล ใกล้หาดกมลา ถนนเลียบหาดเส้นใหม่ของภูเก็ต ที่บรรยากาศดีมาก เป็นรีสอร์ทที่มีดีไซน์แปลกแหวกแนว สุดล้ำสมัย

Facebook: Keemala

พิกัด: Keemala

Como Point Phuket

รีสอร์ทสไตล์ modern ตกแต่งเรียบหรู สะอาดตา มาทำสปา รีทรีทเม้นต์ กับบรรยากาศซีวิว ทำให้ใช้เวลาพักผ่อนได้อย่างสุดคุ้ม

Facebook: Como Point

พิกัด: Como Point

Rayavadee

รีสอร์ท 5 ดาว บนอ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ที่รายล้อมไปด้วยเขาหินปูน ดูสงบ และหนักแน่น กับการใช้ชีวิตอยู่กับห้องพักสุดหรู ที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่

Facebook: Rayavadee Resort

พิกัด: รายาวดี

Inter Continental Bangkok

ก็เข้าร่วม โรงแรมสุดหรูใจกลางกรุงเทพฯ ที่มีห้องพักขนาดใหญ่ วิวเมือง ใกล้สถานที่ชอปปิ้งมากมาย เป็นโรงแรมที่ทุกคนอยากมาพักมากที่สุด

Facebook: Inter Continental

พิกัด: Inter Continental

Movenpick Asara Resort & Spa Hua Hin

รีสอร์ตเรียบหรู อยู่ที่แหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมทางทะเลของคนไทยอย่าง หัวหิน บรรยากาศผ่อนคลาย กับการทำสปา หรือนั่งรับลมทะเลในช่วงซัมเมอร์นี้

Facebook: Movenpick Hua Hin

พิกัด: Movenpick Hua Hin

The Standard Hua Hin

รีสอร์ทติดทะเลแห่งใหม่ที่มีแม่แบบมาจากหนึ่งในในโรงแรมชื่อดังอย่าง เดอะ สแตนดาร์ด ไมอามี่ ที่มีกลิ่นอายความเป็น Miami มาผสมสผานกับเสน่ห์ของหัวหิน

Facebook: The Standard Hua Hin

พิกัด: The Standard Hua Hin

RAKxa

ศูนย์บูรณาการสุขภาพและการแพทย์แบบองค์รวมแห่งแรกในเอเชียซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติเขียวชอุ่มและอากาศบริสุทธิ์ของคุ้งบางกระเจ้า สมุทรปราการ

Facebook: RAKxa wellness

พิกัด: RAKxa

THANN wellness

กิจกรรมดูแลสุขภาพมากมาย ที่บางไทร อยุธยา ใช้เวลาทำรีทรีทเม้นต์ กับบรยยากาศบ้านทรงไทย ที่มาพร้อมด้วยบริการระดับ 5 ดาว

Facebook: THANN wellness Destination

พิกัด: THANN wellness

ยังมีโรงแรม รีสอร์ท ห้องอาหาร สปา และแพ็กเกจท่องเที่ยว ดำน้ำ อีกมากมาย พลาดไม่ได้ที่จะมาวางแผนท่องเที่ยวตอนรับซัมเมอร์นี้แล้ว ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม

โทร. สยามพารากอน 02-610-8000

Facebook: Siam Paragon

Instagram: @SiamParagonShopping   

8 เหตุผลที่คุณควรออกไปท่องเที่ยว อ่านจบแล้วเก็บกระเป๋าไปเที่ยวกันค่ะ

8 เหตุผลที่คุณควรออกไปท่องเที่ยว อ่านจบแล้วเก็บกระเป๋าไปกันค่ะ

เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนที่ออกไปเดินทางท่องเที่ยว มีเหตุผลหลัก ๆ คือต้องการออกไปเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ แต่ก็มีอีกหลายคนที่ชอบการพักผ่อนอยู่บ้านมากกว่า จากการพูดคุยกับเพื่อน ๆ หลายคนเค้ามักจะพูดเสมอว่า การพักผ่อน ก็คือการอยู่บ้าน ไม่ออกไปไหน ไม่ต้องขับรถ ไม่ได้อยากไปเที่ยว พักก็คือพัก การไปเที่ยวมันเหนื่อย ซึ่งแต่ละคนก็มีเหตุผลเป็นของตัวเอง ไม่มีใครผิดถูก ในวันนี้เราเลยอยากมานำเสนอในมุมมองของคนที่อยากออกไปเที่ยวหลังจากการทำงานว่า มันมีอีกหลายเหตุผลที่เราอยากออกไปท่องเที่ยว นอกเหนือจากคำว่าพักผ่อน จึงเป็นที่มาของการเขียนบทความนี้ “8 เหตุผลที่คุณควรออกไปท่องเที่ยว” ไปดูกันค่ะ ว่าการไปเที่ยวนั้นได้อะไร เพราะอะไรคุณถึงควรลองไปดูสักครั้ง

1. ได้ออกไปหาแรงบันดาลใจใหม่

Cr. Freepik

การออกเดินทางไปท่องเที่ยวนั้น จะทำให้เราได้พบเจอกับสิ่งใหม่ ๆ การที่เราใช้ชีวิตอยู่ที่เดิม ๆ บรรยากาศเดิม ๆ บางครั้งเราก็ได้เห็นแต่มุมมองเดิม ๆ มันไม่ใช่สิ่งที่ผิด แต่หากเราอยากลองหาแรงบันดาลใจ หรือความคิดสร้างสรรค์ล่ะก็ ลองเดินออกจากสิ่งที่เราพบเจออยู่ทุกวัน ออกไปท่องเที่ยว มองบรรยากาศที่แปลกใหม่ สิ่งเหล่านี้อาจจะทำให้คุณคิดอะไรใหม่ ๆ ได้แบบที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

2. ช่วยฝึกทักษะในการแก้ปัญหา

เหตุผลที่คุณควรออกไปท่องเที่ยว

คุณเชื่อไหมว่า ทุก ๆ การเดินทาง มักจะเจอสิ่งไม่คาดฝันเสมอ แม้ว่าเราจะวางแผนมาดีแค่ไหน ก็เหมือนกับการทำงานของเราที่มักจะพบเจอปัญหาอยู่บ่อย ๆ เพราะฉะนั้นการที่คุณได้ออกเดินทางท่องเที่ยว ออกไปพบเจอปัญหาในสถานที่ และผู้คนที่คุณไม่คุ้นเคย คุณอาจจะไม่สามารถพึ่งพาใครได้อย่างเต็มที่ คุณต้องแก้ปัญหา และผ่านมาไปให้ได้ด้วยตัวของคุณเอง ซึ่งทักษะในการแก้ปัญหานี้ก็สามารถนำมันมาปรับใช้กับการทำงาน และการใช้ชีวิตของคุณได้อย่างสบายแน่นอน

3. ได้เปิดประสบการณ์ใหม่

เราเชื่อว่าหลาย ๆ คนอาจจะยังไม่รู้ว่า บนโลกใบนี้มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่เรายังไม่รู้ และบางครั้งเราเองก็ยังไม่อยากจะเชื่อว่ามันมีอยู่จริง ๆ การเดินทางออกไปท่องเที่ยว จะทำให้เราได้เห็น ได้เรียนรู้และได้สัมผัสกับมัน ไม่ว่าจะเป็นผู้คนที่มีความแตกต่างจากเรา อาหารการกิน หรือแม้แต่ธรรมชาติอันน่าอัศจรรย์ ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ ในชีวิต ซึ่งสิ่งเหล่านี้สามารถเปลี่ยนมุมมองของเราได้

4. ได้พบเจอเพื่อนใหม่

เหตุผลที่คุณควรออกไปท่องเที่ยว

การเดินทางออกไปท่องเที่ยว เราจะต้องไปพบปะผู้คน มีการสนทนาพูดคุยเกิดขึ้น ไม่ว่าเราจะไปเที่ยวคนเดียว หรือไปเที่ยวเป็นกลุ่ม แต่ทุกครั้งที่ได้เดินทาง เรามักจะได้พบกับเพื่อนใหม่ ซึ่งในบางครั้งเพื่อนใหม่คนนั้น กลายมาเป็นเพื่อนรัก ที่ชอบอะไรในแบบเดียวกัน

5. เพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย และได้ใช้เวลากับตัวเอง

การท่องเที่ยวไม่ได้มีแต่ความวุ่นวายและผู้คนที่พลุกพล่านเสมอไป หากคุณต้องการความสงบ เพื่อไปใช้สมาธิทบทวนอะไรหลาย ๆ อย่างในชีวิต ก็มีการท่องเที่ยวอีกหลายรูปแบบที่สามารถตอบโจทย์คุณได้ ไม่ว่าจะเป็นการไปเดินป่า กางเต็นท์, การไปนั่งชิล ๆ ริมทะเล ฟังเสียงคลื่นกระทบหาดทราย ซึ่งการท่องเที่ยวแบบนี้ ได้ทั้งความสงบ และความสบายใจไม่ต่างจากที่บ้าน แต่สิ่งที่คุณจะได้เพิ่มขึ้นคือการได้สูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสธรรมชาติที่สวยงาม

6. ได้เข้าใจในความแตกต่างของผู้คน

เหตุผลที่คุณควรออกไปท่องเที่ยว

เพราะการเดินทางนั้นจะทำให้เราได้เห็นผู้คนมากมาย ซึ่งคนเหล่านี้มีความแตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นนิสัยใจคอ รูปร่าง เชื้อชาติ และวัฒนธรรมต่าง ๆ การออกไปท่องเที่ยวจะทำให้ได้เรียนรู้และทำความเข้าใจตรงจุดนี้ได้มากขึ้น ซึ่งเราสามารถนำมันมาปรับใช้กับการทำงานได้อีกด้วย

7. ได้ฝึกความอดทนมากขึ้น

การเดินทางท่องเที่ยวนั้น เราต้องอยู่กับสังคมคนหมู่มาก ซึ่งในสังคมก็มีกฎเกณฑ์ที่เราต้องปฏิบัติตาม ไม่สามารถทำตามใจเต็มที่เหมือนอยู่บ้านได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่คุณจะต้องมีเพิ่มขึ้นแน่นอนก็คือความอดทน ไม่ว่าจะความอดทนทางความรู้สึก เช่นการรอคิวในร้านอาหาร การรอคิวถ่ายรูป หรือแม้แต่ความอดทนทางร่างกายก็จะมีมากยิ่งขึ้น เพราะคุณต้องใช้พละกำลังในการเดิน การขับรถ และแม้แต่การเบียดกับผู้คนเพื่อขึ้นรถโดยสารสาธารณะ แต่ทุกสิ่งที่กล่าวมาข้างต้น สิ่งที่คุณจะได้รับหลังจากการอดทนนั้น ก็คือความสุข หลาย ๆ คนจึงยอมที่จะอดทนกับมัน

8. การท่องเที่ยวช่วยเพิ่มพลังให้กับตัวคุณ

การท่องเที่ยวนั้นมีหลายรูปแบบ คุณแค่เลือกการเดินทางที่เหมาะกับตัวคุณ ออกไปหาสิ่งที่ชอบ ได้ใช้เวลาอยู่กับมัน สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณมีความสุข เมื่อคุณมีความสุขก็จะทำให้เรามีพลังเพิ่มมากขึ้น พร้อมที่จะกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่มากขึ้นนั่นเองค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับ 8 เหตุผลนี้ พอที่จะทำให้คุณออกเดินทางไปท่องเที่ยวได้บ้างไหม ถ้าคุณอ่านบทความนี้จบแล้ว นึกอยากไปเที่ยวขึ้นมา แต่ยังเลือกสถานที่ไม่ได้ ก็สามารถเข้าไปอ่านบทความแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวได้ที่นี่เลยค่ะ หวังว่าบทความนี้จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจในการท่องเที่ยวของคุณนะคะ