Home Blog Page 939

7 Body Oil ขุมพลังความงามของผิวพรรณ ส่งตรงจากธรรมชาติ

7 Body Oil ขุมพลังความงามของผิวพรรณ ส่งตรงจากธรรมชาติ – ความงามของผิวพรรณไม่จำเป็นต้องขาวใสเพียงอย่างเดียว ในขณะเดียวกันเทรนด์ของผิวธรรมชาติที่ไม่จำเป็นต้องมีการปรุงแต่งในเนียนขาวก็กำลังมาแรงเช่นกัน โดยทุกคนสามารถมีผิวที่สุขภาพดีได้โดยไม่จำเป็นต้องมีผิวขาวกระจ่างใสเท่านั้น แต่เพียงแค่มีผิวที่ดูเนียนนุ่มไม่ว่าจะสีผิวไหนคุณก็สามารถดูสวยได้เช่นกัน การดูแลรักษาผิวให้สุขภาพดีนั้นมีอยู่หลายวิธีและวิธีที่คนจำนวนมากไม่ได้คำนึงถึงความกระจ่างใสของผิว ก็มักจะเลือกใช้การบำรุงผิวด้วยน้ำมัน หรือ Body Oil

Oil Body คือหนึ่งในผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่หลายคนเลือกใช้เพื่อให้มีผิวที่ชุ่มชื้น ส่วนใหญ่แล้ว ออยล์บำรุงผิว มักจะเป็นน้ำมันที่สกัดมาจากธรรมชาติ 100 % ซึ่งแต่ละที่ก็จะใช้ส่วนผสมที่แตกต่างกันออกไปเพื่อให้ได้คุณสมบัติการดูแลที่ต้องการ และสีกลิ่นที่มีความหลากหลายมากขึ้น และออยล์บำรุงผิวยังเป็นอโรม่าเทอราพีชั้นดีในการทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายเวลาทาลงไปที่ผิวและมีกลิ่นหอมเข้ามาที่จมูกอีกด้วย

7 Body Oil
Cr: Photo www.pexels.com

วันนี้ Inzpy จึงอยากที่จะพาคุณไปสัมผัสกับการบำรุงผิวในรูปแบบของ ออยล์บำรุงผิว ที่ใครหลายคนคิดว่ามันเนอะหนะ แต่จริง ๆ แล้วออยล์บำรุงผิวนั้นจะทำให้ผิวของคุณชุ่มชื้น ซึมซับได้เร็ว และทำให้ผิวนุ่มลื่นขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติมาก ๆ จะมีออยล์บำรุงผิวแบรนด์ไหนน่าสนใจไปดูกันเลย

1.WHITE TEA & CAMELLIA BODY OIL SPRAY

ออยล์บำรุงผิว WHITE TEA & CAMELLIA BODY OIL SPRAY มาในรูปแบบสเปรย์ที่มีวิตามินนานาชนิด ผสานโอลีฟออยล์ คาเลนดูลาออยล์ และน้ำมันสกัดจากเมล็ดซีบัคธอร์น ช่วยให้ผิวเนียนนุ่มน่าสัมผัส ล็อกความชุ่มชื่นยาวนานต่อเนื่อง สามารถใช้ได้ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับผิวบอบบางระคายเคืองง่าย ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิวให้แข็งแรงด้วยคุณค่าการบำรุงจากส่วนผสมธรรมชาติ 98.3% เนื้อสัมผัสเบา ซึมง่าย สบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ มอบฟินิชโกลว์สวย ดูสุขภาพดีจากภายใน

WHITE TEA & CAMELLIA OIL SPRAY

2.PAÑPURI Come Clean Anti-Oxidant Milk Bath & Body Massage Oil

คุณค่าจากน้ำมันโมนอย พร้อมสารสกัดจากแครอทและดอกมะลิ น้ำมันอาบน้ำและนำ้มันนวด Come Clean Anti-Oxidant Milk Bath & Body Massage Oil นี้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในการผ่อนคลายจิตใจ พร้อมช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม หอมละมุน สำหรับใช้หลังอาบน้ำ ทาให้ทั่วตัวหลังเช็ดตัวเพื่อบำรุงในขณะที่ผิวยังคงเปียกหมาดอยู่ หรือสำหรับนวด เทน้ำมันลงบนฝ่ามือและวอร์มก่อนจะนวดลงบนผิว

PAÑPURI Come Clean Anti-Oxidant Milk Bath & Body Massage Oil

3.Bath&Bloom Lemongrass Mint Massage Oil

น้ำมันทาผิว Bath&Bloom Lemongrass Mint Massage Oil กลิ่นตะไคร้มินท์ ช่วยให้ผิวเรียบเนียนขึ้น ลดเลือนริ้วรอยและลดการระคายเคือง น้ำมันตะไคร้ช่วยต่อต้านแบคทีเรียและเชื้อราตามรูขุมขน ช่วยขจัดความมันส่วนเกินบนผิวหนัง อุดมไปด้วยน้ำมันบริสุทธิ์จากธรรมชาติ 100% ซึมซาบสู่ผิวอย่างรวดเร็ว ในระหว่างนวดคุณจะรู้สึกได้ถึงความนุ่มนวลของผิวคุณ วิธีใช้ หลังอาบน้ำเสร็จผิวเปียกหมาด ๆ ให้เทออยล์ใส่มือแล้วลูบทั่วเรือนร่าง

Bath&Bloom Lemongrass Mint Massage Oil

4.KORA ORGANICS BY MIRANDA KERR Noni Glow Body Oil

น้ำมันบำรุงผิวกายหรูหรา KORA ORGANICS BY MIRANDA KERR Noni Glow Body Oil มอบความชุ่มชื้นยาวนานด้วยน้ำมันโรสฮิปส์ ผสานสารสกัดจากลูกยอที่อุดมด้วยวิตามิน 100 ชนิด รวมไปถึงแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อผิว พร้อมด้วยสารสกัดจากเมล็ดทานตะวันที่มีกรดไขมันจำเป็นสูง ช่วยในการกักเก็บความชุ่มชื้น ฟื้นฟูรอยแผลเป็นให้แลดูจางลง ผิวจึงแลดูนุ่มเนียน สีผิวสม่ำเสมอ และแลดูสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ

SOLURE Solure First Date

5.SOLURE Solure First Date Body Oil

ประสบการณ์ใหม่ แสนยั่วยวนใจไปกับออยล์บำรุงผิวสุดหอมหวน SOLURE Solure First Date Body Oil ให้ผิวคงความชุ่มชื้น น่าดึงดูด อัดแน่นด้วยความชุ่มชื้น ผสานน้ำมันบำรุงผิวจากธรรมชาติ 6 ชนิดและวิตามินต่าง ๆ ทั้งโจโจบา คาโนลา น้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก สารสกัดจากว่านหางจระเข้และวิตามินอี ปกป้องผิวจากความแห้ง เผยผิวนุ่มสุขภาพดี

KORA ORGANICS BY MIRANDA KERR Noni Glow B

6.OUAI Rose Hair & Body Oil

น้ำมันบำรุงผิวกาย และผมในหนึ่งเดียวอย่าง OUAI Rose Hair & Body Oil ด้วยส่วนผสมที่รวมน้ำมันคุณภาพจากทั่วโลก พร้อมผิวที่โกลว์สวยสุขภาพดี ผสมผสานคุณค่าจากโรสฮิป ออยล์ ที่มีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบบนหนังศีรษะ ช่วยปลอบประโลมให้ชุ่มชื้นสุขภาพดี พร้อมด้วย absinthium oil ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นอย่างล้ำลึก และเชียร์ ออยล์ ที่ช่วยล็อกความชุ่มชื้นไว้ได้ในเส้นผม และผิว ผลลัพธ์คือเส้นผมและผิวที่โกลว์เปล่งประกายสุขภาพดีทั่ว

OUAI Rose Hair & 7 Body Oil

7.HERBIVORE BOTANICALS Jasmine – Glowing Hydration Jasmine Body Oil

น้ำมันบำรุงผิวกายที่มาพร้อมกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกมะลิที่ช่วยให้ผิวเปล่งปลั่งกระจ่างใส ผสานน้ำมันสกัดจากดอกมะลิซ้อนที่จะบานและส่งกลิ่นหอมในช่วงกลางคืน ช่วยเพิ่มระดับความชุ่มชื้นในชั้นผิวและมีส่วนผสมของวิตามิน, กรดไขมันดี และสารต้านอนุมูลอิสระ เนื้อน้ำมันซึมซาบเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะHerbivore ใช้ส่วนผสมที่ดีที่สุดจากทั่วโลก และเป็นส่วนผสมธรรมชาติที่ปลุกด้วยวิธีออร์แกนิกอีกด้วย

HERBIVORE BOTANICALS Jasmine - Glowing Hydration Jasmine Body Oil

บ้านวิถีศิลปิน… ของ เขียนไขและวานิช  ลุคเรียบง่าย แต่ดีเทลเรียกพี่!

บ้านวิถีศิลปิน… ของ เขียนไขและวานิช  ลุคเรียบง่าย แต่ดีเทลเรียกพี่!

 

“ฝากดวงใจพี่ลอยล่องไปบนนภา สุดขอบฟ้าหัวใจพี่จะไปถึง
ได้สบตาแค่เพียงครั้งหนึ่ง หัวใจพี่แทบติดตรึง
เพ้อรำพึงรำพันถึงแม่นวลน้อง” 

บ้านวิถีศิลปิน... ของ เขียนไขและวานิช
การนำลอนกันสาดโปร่งแสง มาประยุกต์เป็นส่วนหนึ่งของผนังอาคาร เพื่อปิดพลางความเป็นส่วนตัวได้อย่างเท่ แถมแปลกตา และดูไม่อึดอัด

แหม… อยากจะร้องให้จบ แต่กลัวผู้อ่านสบถด่า (ฮ่า ๆ ๆ  )  นี่คือ เนื้อร้องก่อนเข้าท่อนฮุก “เพลงแก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร” ซึ่งเป็นบทเพลงดัง… นำร่องความฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมืองให้แก่ “วงเขียนไขและวานิช” ซึ่งเราเชื่อว่าหลายคนคงได้ยินผ่านหู และรู้จักกันเป็นอย่างดี

ภาษาดนตรี ที่ร้อยเรียงออกมาได้ไพเราะ เรียบง่าย ทว่าสละสลวย คือเอกลักษณ์ของวงที่ถ่ายทอดได้งดงาม ซึ่งไม่ต่างจาก บ้านกลางทุ่งหลังใหม่แห่งนี้ ของ โจ้ – สาโรจน์ ยอดยิ่ง (ศิลปินในวงเขียนไขและวานิช) กับแฟนสาว บลู – บุษราพรรณ ไพรทอง ที่ตั้งอยู่ใน อ. แม่ออน จ. เชียงใหม่ เลยล่ะ

บ้านวิถีศิลปิน... ของ เขียนไขและวานิช
บ้านไม้ 2 ชั้น ที่ขุดเอาเนินดินบางส่วนออก และบางส่วนตั้งอยู่บนเนินดิน ซึ่งสร้างมิติที่สวยงาม กลมกลืนไปกับธรรมชาติ

แต่กว่าจะดีไซน์มาได้สวยตรงปก ก็ต้องยกความดีความชอบ ให้กับ Sher Maker  สำนักออกแบบเจ้าถิ่น ที่เข้ามารับหน้าที่ในการตีโจทย์ความเป็นตัวตนของทั้งคู่ ผ่านการดีไซน์บ้านสไตล์พื้นถิ่น ตามจินตนาการของผู้อยู่ได้อย่างน่าหลงใหล เห็นแล้วแอบอิจฉา (ตาลุกเป็นไฟ) ทีเดียว

บ้านวิถีศิลปิน... ของ เขียนไขและวานิช
ชานบ้านบนชั้น 2 พื้นที่นั่งเล่นนั่งหย่อนใจ กับตัวบ้านลักษณะเปิดโล่ง ที่เปิดรับลมและความเขียวชอุ่มของธรรมชาติ

แถมล่าสุดบ้านที่ไม่หวือหวา แต่เต็มไปด้วยความพราวเสน่ห์ของพวกเขา ยังได้ถูกนำไปโชว์หรา และตีแผ่เรื่องราวอยู่บนเว็บไซต์ ArchDaily อีกด้วย (ถือเป็นเว็บไซต์ชื่อดัง ซึ่งนิยมนำงานสถาปัตยกรรมเจ๋ง ๆ จากทั่วสารทิศมาอัพเดทให้ชม) ส่วนปูมหลังของบ้านจะมีแนวคิดและแรงบันดาลใจในการดีไซน์อย่างไร มาตามติดเรื่องราว ที่ Inzpy นำมาให้อ่านกันได้เลย…

จุดเริ่มต้นของความไม่ลงตัวที่ลงตัว (เอ๊ะยังไง) 

สิ่งที่จุดประกายให้บ้านหลังงามผุดขึ้นมาในหัวโจ้และบลูนั้น อุบัติขึ้นมาจากเหตุผลที่ว่า… ในหนึ่งปี ทั้งคู่มักจะเจียดเวลาไว้สำหรับหยุดพักการเดินสายเล่นดนตรี จึงทำให้โจ้อยากมีบ้านพักตากอากาศ สำหรับพักผ่อนที่เชียงใหม่ซึ่งเคยเป็นบ้านเกิดของตัวเอง

ก่อนสุดท้ายลงเอย มาได้ที่ที่อำเภอแม่ออน แต่ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด -19 เจ้ากรรม… หน้ามึนไม่ยอมจางหาย จึงทำให้เหตุการณ์… พลิก จากเดิมตั้งสถานะเป็นแค่โฮมสตูดิโอไว้พักพิงชั่วครั้งคราว ถูกเปลี่ยนเป็นที่อยู่อาศัยอยู่ยาว… ไปโดยปริยาย (ซะงั้น)

แนวคิดการดีไซน์บ้านไม้สไตล์พื้นถิ่น

แต่ถึงอย่างไร บ้านท่ามกลางท้องนา ที่ถูกโอบกอดด้วยขุนเขาหลังนี้ ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิม คือการออกแบบอยู่บนพื้นฐานความเรียบง่ายที่ดูกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ไม่ซับซ้อน ดูแล้วเข้าใจง่าย ซึ่งไม่ผิดแผกไปจากภาษาดนตรีที่เขาถ่ายทอด

ดังนั้นสถาปนิก จึงได้ดีไซน์ให้เป็นบ้านไม้กึ่งปูน 2 ชั้น (พื้นที่ใช้สอยขนาด 260 ตารางเมตร) ยืนตัวเฉิดฉายอยู่บนพื้นที่สีเขียว ที่รายล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ (ซึ่งมีอยู่แต่แรกไม่ได้ตัดทิ้ง) ทั้งนี้เพื่อให้บ้านถูกห่มคลุมไปด้วยร่มเงาธรรมชาติ ทำให้ทุกพื้นที่ดูมีบรรยากาศที่เย็นสบายตลอดทั้งวัน

บ้านวิถีศิลปิน... ของ เขียนไขและวานิช
ทางเข้าบ้านจาก ชั้น 2 ที่ติดกับถนน ซึ่งมองเผิน ๆ เสมือนเป็นบ้านชั้นเดียว แต่แท้จริงแล้วแอบซุกซ่อนชั้นล่างไว้ด้านในได้อย่างคูล…

แถมที่นี่ยังคำนึงถึงการออกแบบให้พื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่รองรับแขกแยกออกจากกัน ดังนั้นสถาปนิกจึงออกแบบให้ชั้นบนเป็นที่สำหรับรองรับแขก โดยดีไซน์ให้มีพื้นที่ทางเข้าอยู่บริเวณชั้น 2 เมื่อเข้ามาด้านขวามือจะพบกับห้องครัว และพื้นที่รับประทานอาหารที่เผยหลังคาที่สูงโปร่ง

บ้านวิถีศิลปิน... ของ เขียนไขและวานิช
ห้องครัวต๊าช… เว่อร์ ยาแนวสีส้ม (เหมือนสีอิฐ) ตัดกับกระเบื้องขาวได้อย่างแปลกตา แต่สวยงาม กลมกลืนไปกับวัสดุหลักที่เป็นไม้ทีเดียว
บ้านวิถีศิลปิน... ของ เขียนไขและวานิช
บานกระทุ้งกรอบไม้ กับม่านขาวโปร่งบาง ช่างเป็นแนวทางการเปิดรับลมและแสงที่ดูเย็นสบาย และดูนวลตาสุด ๆ

ภายในเน้นการติดตั้งกระจกบานใหญ่ เกือบเต็มผนัง พร้อมกับออกแบบให้มีบานกระทุ้งสำหรับเปิดรับลมเข้าสู่พื้นที่ภายใน  รวมถึงมีการนำงานเซรามิก และเครื่องครัวสวย ๆ ที่เป็นของสะสมของเจ้าของบ้าน มาตั้งประดับไว้บนชั้นไม้ได้อย่างกลมกลืนสะดุดตา

ขณะเดียวดีไซน์ให้มีบันได (ยกสูงขึ้นมานิดเดียว) เดินขึ้นไปสู่ห้องรับแขก ซึ่งทำให้พื้นที่ดูเป็นสัดส่วน แถมยังเป็นลูกเล่นที่สร้างมิติให้พื้นที่เกิดความน่าสนใจไม่เบา

บ้านวิถีศิลปิน... ของ เขียนไขและวานิช
ทางลงบันไดสู่พื้นที่ห้องนอน และห้องทำงาน
บ้านวิถีศิลปิน... ของ เขียนไขและวานิช
ห้องอัดเสียงของ โจ้ – สาโรจน์ ยอดยิ่ง (ศิลปินในวงเขียนไขและวานิช)

แต่ที่เจ๋ง คือการดีไซน์พื้นที่ส่วนตัวของเจ้าของบ้านไว้ที่ชั้น 1 โดยสามารถเดินลงบันไดจากตรงห้องครัวลงมา ก็จะพบกับห้องนอน และห้องทำงาน/ห้องอัดเสียง ที่ถูกดีไซน์แยกกันไว้เป็นสัดส่วน มีความไพรเวท ดูปลีกวิเวก ตามสไตล์ที่ศิลปินต้องการเลยทีเดียว

บ้านวิถีศิลปิน... ของ เขียนไขและวานิช

ชูโรงด้วยวัสดุพื้นบ้าน

ส่วนความคูล… ของบ้านหลังนี้ ต้องยกให้กับการนำไม้เก่าต่าง ๆ อย่างไม้เต็ง ไม้รัง ไม้แดง และไม้ไผ่ ที่สามารถหาได้ในพื้นที่มาเป็นวัสดุหลักสำหรับใช้ทำโครงสร้างบ้านทั้งหลัง แถมใช้กระเบื้องวิบูลย์ศรี (กระเบื้องซีเมนต์ปั๊มมือ นิยมใช้กันในภาคเหนือ) ที่ดีไซน์ให้มีช่องระบายอากาศมาใช้มุงหลังคา ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องระบายความร้อนได้ดีแล้ว ยังสร้างคาแรคเตอร์ให้บ้านดูสวยงามมอบอารมณ์ที่ย้อนยุคแบบบ้านพื้นเมืองที่ดูเท่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

และทั้งหมดนี้คือ บ้านวิถีศิลปิน… ของ เขียนไขและวานิช ที่ลุคดูเรียบง่าย แต่มากไปด้วยดีเทลที่มีเสน่ห์ ซึ่งศิลปินกับแฟนสาว ตั้งใจสร้างขึ้นมา เพื่อสร้างเป็นพื้นที่แห่งความสุข ที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน เผยความงามในแบบพื้นถิ่น ที่อยู่ในก้นบึ้งหัวใจได้อย่างแท้จริง

Project location: Mae On, Chiangmai, Thailand
Building Type: Home&Studio
Completion Year: 2021
Area: 260 sq.m.
Lead Architect: Thongchai Chansamak
Structure Engineer: Pilawan Piriyapokhai
Builder Team: Sher Maker builder team
Photo credit : Rungkit charoenwat

 

 

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ) เพิ่มเพื่อน

สกินในเกม นี่นี้สุดเลอค่า ต้องมีเงิน ไม่ก็หนี้ถึงได้ครอง

0

หากจาะพูดถึงเกมล่ะก็ ก็คงนึกถึงความสนุก ความเพลิดเพลิน หัวร้อน และจริงจัง อาจจะนับรวมไปถึง E-sports แต่ทั้งนี้ก็จะมีอีกสายหนึ่งคือ “สายเติม” ซึ่งก็จะมีเติมเพื่อชนะ ที่เรียกว่า Pay to win กับอีกรูปแบบคือ สายซื้อ “สกินในเกม”

ซึ่งสิ่งเหล่านีแหละที่ทำให้เหล่าพ่อบ้านใจกล้า มักจะโดนคุณแฟน หรือคุณภรรยาบ่นนักบ่นหนาว่า จะซ์้อมาำทไม ใช่เรื่องหรือเปล่า ซื้อมาก็ไม่เห็นจะได้อะไร ใช่ครับตัวของ Inzpy ก็โดนด้วยใช่กัน T T

แต่เอาจริง ๆ แล้ว สกินแต่หลายสกินในเกมนั้น จริง ๆ มันมีมุลค่า และคุณค่าในตัวของมันนะครับ คนที่ซื้อสกินเกมใช่ว่าจะไร้ค่าสเมอไป อย่างบางสกินก็สามารถนำมาขายต่อเป็นเงินสดได้ มันก็เหมืแนกับเสื้อผ้า ที่เราใส่กันเป็นแฟชั่นนั่นแหละ ที่สุดท้ายแล้ว เราก็ซื้อมาประดับตัวเอง

ฉะนั้นวันนี้ Inzpy เลยจะมาพูดถึงสกิน ที่ผมชอบก็แล้วกันครับ และไม่ใช่การจัดอันดับแต่อย่างใด เพราะว่า สกินในเกม เหล่านี้มันคือความชอบส่วนบุคคล แต่ละคนชอบไม่เหมือนกันแน่นอน

 

สกินในเกม ที่สวย และมีคุณค่าในตัวเอง

วันนี้ Inzpy เลยจะมาพูดถึงสกิน ที่ผมชอบก็แล้วกันครับ และไม่ใช่การจัดอันดับแต่อย่างใด เพราะว่า สกินในเกม เหล่านี้มันคือความชอบส่วนบุคคล แต่ละคนชอบไม่เหมือนกันแน่นอน

สกินในเกม

Gear Head Berly (PUBG)

สกินระดับแรร์ของเกม PUBG เรียกว่าเป็นสกินที่ต้องเปิดกล่องลุ้นกันชนิดที่ว่าเหล่าสตีมเมอร์เสียเงินกันเป็นแสน ๆ เพื่อให้ได้มันมา และหากลองไปหาในยูทูปจะรู้ว่า เหล่าสตีมเมอร์ทำ Content เปิดกล่องเจ้าเปิดนี้กันเยอะมาก ๆ เนื่อด้วยนี่คือปืนที่มีศักยภาพรุนแรงที่สุดในเกมตอนนี้

ด้วยระบบที่ต้องเปิดกล่องสุ่มขึ้นมาเพื่อแลกกับการ์ด 10 ใบ ซึ่งเราไม่รู้ว่าใน 10 ใบนั้นเราจะได้ปืนนี้หรือไม่ และหากได้มากแล้ว ยังต้องเสียสกินปืนอื่น ๆ หรืออาจจะเติมเงิน เพื่อที่จะได้มีชิ้นส่วนของปืน ขอเรียกงี้นะเข้าใจง่าย) เพื่อไปอัพเดทปืนให้ถึงเลเวล 10 เพื่อให้ปืนนั้นมีองค์กอบที่ครบและสมบูรณ์ครับ

สกินในเกม

Arcana Phantom Assasin (Dota2)

สำหรับคนไทยหัวใจแครี่ แทบจะมีสกินนี้กันทุกคน เนื่องด้วยนี่คือหนึ่งในตัวแครี่ที่ได้รับความนิยม และเก่งกาจที่สุดตัวหนึ่งในเกม และสกินระดับ Arcana นั้นถือว่าเป็นสกินพิเศษ ที่ (ในอดีต) จะมีออกมาแค่ปีละครั้งเท่านั้น ซึ่งในตอนนั้นค่อนข้างจะมีความหายากเลยทีเดียว

ตัวสกินนั้นจะมีเอฟเฟ็คพิเศษ รวมไปถึง มีเควสในตัวสกินให้ทำเพื่อที่จะปลดล็อคสีของอาวุธให้ได้เลือกใช้มากขึ้น และด้วยความที่ะฮีโร่ตัวนี้คือสายฆ่า โจมตีได้รุนแรง เวลาที่สวมใส่ Arcana นี้แล้วฆ่าศัตรูได้ จะมีดาบของเราปักไว้เป็นอนุสรณ์ เตือนใจศัตรูตรงที่พวกเขาตายอีกต่างหาก บอกเลยว่า Inzpy ชอบมาก สะใจมากเวลาเล่น

สกินในเกม

Vandal Reaver (Valorant)

สำหรับเกมวาโลแรนท์นั้นหากใครเคยเล่นจะรู้ว่า ระบบตลาดของเกมจะแตกต่างจากเกมอื่น ๆ ตรงที่ทุกสกินจะถูกสุ่มเข้าตลาดทุกวัน แค่วันละ 4 สกินเท่านั้น ซึ่งคุณค่าของแต่ละสกินมันคือการรอคอยว่า “เมื่อไหร่นั้นสกินที่เราอยากได้มันจะมาให้เราซื้อสักที”

ซึ่งเจ้าสกิน Reaver นี้เป็นสกินของปืน Vandal ที่มีศักยภาพระดับที่ว่า ยิงเข้าหัวนัดเดียวตาย! และเป็นสกินที่เหล่านักแข่งมักจะเลือกใช้กัน เนื่องจากตัวเอฟเฟ็คของลูกกระสุนทำให้ปืนยิงง่าย ควบคุมปืนได้ง่ายขึ้น (ในความรู้สึกนะ) ซึ่งผมต้องรอกว่า 3 เดือนเต็ม ๆ กว่าที่สกิน Reaver นี้จะมาอยู่ในตลาดของผม

และนอกจากนี้แต่ละสกินปืนใน Valorant ก็จะมีเอฟเฟ็คในการฆ่า รวมถึงเสียงในการยิง และเสียงหลังจากสังหารศัตรูได้แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ยังมี สิ่งที่เรียกว่า ฉากจบ หากเราฆ่าศูตรเป็นคนสุดท้ายในแต่ละรอบด้วย บอกเลยเท่สุด ๆ

สกินในเกม

AWP Dragon Lore (CS:GO)

นี่คือสกินปืนที่ไม่รู้ว่าชาตินี้จะมีโอกาสได้ครอบครองมันหรือไม่ เพราะด้วยสกินของเกม Counter Strike : Global Offensive นั้นมีมากกว่า 200 แบบ ตัวสกินยังอยู่ในระดับแรร์ และราคาขายของมันนั้นแต่หลัก ห้าแสนบาท! ใช่ คุณอ่านไม่ผิดครับ ห้าแสนบาท หากคุณอยากซื้อตามตลาดเลย

เป็นสกินปืนที่มีมุลค่าสูงที่สุดในเกม แล้วมันดันมาอยู่บนแืนที่มีศักยภาพมากที่สุดในเกมอย่าง AWP เป็นสไนเปอร์ ที่ไปปรากฎในเกมไหน ก็จะเป็นของดีในเกมนั้น ๆ อานุภาพการทำลายล้างแรงสูง อย่างใน CS:GO ก็คือ นัดเดียวโดนตรงไหนก็ตาย บวกกับลายที่ดูสวยงาม แม้จะไมไ่ด้มีเอฟเฟ็คอะไรเหมือนเกมอื่นเขา แต่มันคือของหายากที่อยากได้มาก ๆ เช่นกัน

สกินในเกม

Arcana Spectre (Dota2)

ทำไมเจ้าฮีโร่ตัวนี้ถึงมาติดอันดับ Inzpy ขอเล่าครับ ตัวของผมนั้นเล่นเกมนี้มาเกินกว่า 10 ปี และนี่คือตัวละครที่ผมเล่นมันมาตลอดตั้งแต่วันแรกจนวันนี้ นี่คือฮีโร่ในตำแหน่งแครี่ ที่เก่งที่สึดตัวหนึ่ง มีวิธีการเล่นที่หลากหลายที่สุดตัวหนึ่ง และมีโมเดลที่เท่ที่สุดตัวหนึ่งในเกมเลย

และสกิน Arcana ของเจ้า Spectre นี้มันทำให้ตัวละครเปลี่ยนไปเป็นตัวละคร มีาแรคเตอร์ที่ชัดเจนขึ้น ดูมีชีวิตขึ้น แถมมีเควสในตัวสกินที่ค่อนข้างยากเหลือเกินครับ ที่สำคัญสกินนี้เป็นสกินประเภทที่ว่า ไม่มีขายอีกแล้ว จบแล้วจบเลย เพราะมันติดมากับ Battle Pass ของตัวเกม ที่ต้องเล่นเพื่อปลดล็อคไปเรื่อย ๆ

หรือเอาง่ายคือต้องเสียเงินซื้อไปเลย ซึ่งก็ต้องใช้เงินกว่า 5,000 บาทในการที่เราจะได้มันมาไว้ในครอบครอง

และเหล่านี้คือสกินระดับแรร์ของเกมยอดฮิตในปัจจุบันที่มีสกินให้เลือกใช้มากที่ครับ ทั้ง Valorant, Dota2 และ CSGO รวมไปถึง PUBG นี่คือเกมที่เป็นที่นิยมมากเหลือเกิน และในทุกเกมนั้นก็มีสกินสวย ๆ มากมายให้ได้เสียเงิน และเป็นหนี้กัน

ซึ่งสกินที่ตัว Inzpy เอามานำเสนอนั้นนอกจากจะแพง สวยแล้ว ยังถือว่าเป็นสกินที่โคตรยากกว่าจะได้ครอบครองครับ ใครชอบ สกินนี้ก็ลองไปเรียกไปดู ไปจิ้มเอา หรืออยากนำเสนอสกินอะไรสวย ๆ ก็แนะนำมาได้เลยครับผม Inzpy พร้อมเสียเงินโดยไม่กลัวแม่บ้านด่าเสมอแหละ (ฮา)

A dream within a dream นิทรรศการศิลปะ โดยศิลปินร่วมสมัย กับเทคนิคเฉพาะตัว 

A dream within a dream นิทรรศการศิลปะ โดยศิลปินร่วมสมัย กับเทคนิคเฉพาะตัว

อีกหนึ่งนิทรรศการกลุ่มน่าสนใจ ซึ่งทาง ถัง  คอนเทมโพรารี่ อาร์ต ภูมิใจเสนอ กับผลงานศิลปะภายใต้ชื่อ A dream within a dream ซึ่งเป็นการรวบรวมงานจากศิลปินจีน และศิลปินร่วมสมัยจากหลากหลายประเทศ ที่มีการใช้เทคนิคในการสร้างสรรค์งานในรูปแบบเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไป แต่เมื่อมารวมกันกลับสร้างเอกลักษณ์ที่เป็นหนึ่งเดียวกันได้อย่างน่าตื่นเต้น

A dream within a dream

ซึ่ง A dream within a dream ปูมหลังนั้นได้แรงบันดาลใจมาจากบทกวีอันมีชื่อเสียงของ Edgar Allan Poe ในปี 1894 แถมยังเป็นบทกวีที่ซ้อนทับไปด้วยความมืดมน ที่เป็นการแสดงออกถึงคามสงสัยและความไม่แน่นอนของนักกวีท่านนี้ เกี่ยวกับธรรมชาติของความเป็นจริง โดยเขาได้ตั้งคำถามกับตัวเองว่าชีวิตเป็นเพียงแค่ภาพลวงตา เหมือนดัง “ความฝันในความฝัน” หรือไม่

ในทำนองเดียวกัน ศิลปินที่ร่วมแสดงผลงานในนิทรรศการนี้ต่างก็ต้องเผชิญกับแนวคิดเรื่องความเป็นจริง การเผชิญหน้าที่อาจเปรียบเสมือนการปลดปล่อย นำไปสู่การพิจารณาความคิดของตัวเองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อาทิเช่น ศิลปิน หวัง เจียน เว่ย กับการสร้างงานศิลปะของเขาโดยล้มล้างแนวคิดเรื่องเวลาและพื้นที่ เพื่อรังสรรค์สิ่งใหม่ขึ้นให้กับความเป็นจริงที่ไม่สามารถตีความได้ ทำให้รับรู้ถึงโลกแห่งศิลปะของเขาในมุมที่เป็นปัจเจกชน ผ่านแนวความคิดที่แสนพิเศษ

A dream within a dream

ขณะที่ ผลงานของ เยว่ มินจุน จะสำรวจตัวตนที่สูญหายไปด้วยการย้ำเตือนถึง “ตัวตน” ซ้ำ ๆ ผ่านภาพวาดคนหัวเราะ ซึ่งเป็นจุดเด่นของเขาเอง เพื่อสื่อถึงการแยกออกสังคมร่วมสมัยที่ไร้ซึ่งความหวัง แต่เสียงหัวเราะก็ถือเป็นเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ศิลปะจีนร่วมสมัยด้วยเช่นกัน

A dream within a dream

ส่วนงานศิลปะของ ดินห์ คิว เล (ศิลปินเวียดนาม) มักจะสร้างงานที่เกี่ยวของกับอัตลักษณ์ ประวัติศาสตร์ และความทรงจำ ผ่านภาพถ่าย ขณะที่ทาง เจอรัลด์ เดวิส นั้นสร้างสรรค์งานผ่านองค์ประกอบของความงาม ที่ค่อย ๆ นำพาผู้ชมไปสู่มิติที่ดูเป็นมิตร ซึ่งมาจากความฝัน จินตนาการ และความทรงจำของเขาเอง

ซึ่งศิลปินที่เราหยิบยกมาเป็นตัวอย่างนี้ บอกได้เลยว่าแต่ละคนมีฝีมือ เทคนิควิธี และแนวคิดในการสร้างสรรค์งานที่แตกต่างกันไปออกไป หากคุณได้มาเสพงานศิลป์ของพวกเขา รับรองว่าจะได้ความวาไรตี้ในแบบครบรสทีเดียว

A dream within a dream

เอาเป็นว่าหากใครสนใจ อยากรู้ว่าแต่ละผลงานจะมีความเด็ดดวง บาดอารมณ์แค่ไหน เราแนะนำให้คุณไปดูของจริงกันได้ที่ ถัง  คอนเทมโพรารี่ อาร์ต กรุงเทพฯ โดยนิทรรศการจะจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม – 3 พฤษภาคม 2565 ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก www.tangcontemporary.com หรือ โทร. 0 2000 1541

 

 

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ) เพิ่มเพื่อน

Catch me if you can หนังไล่ล่า ที่ไม่ต้องฆ่ากันให้ตาย

0

หากจะพูดถึง Oscar ที่เพิ่งจะจบลงไป ก็จะมีอยู่บุคคลหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นอดีตราชันย์ไร้บัลลังค์ นั่นคือ เลโอนาร์โด้ ดิ คาปริโอ้ ดาราเจ้าบทบาทที่ในชีวิตได้ออสการ์แค่ครั้งเดียวจากบทบาทนักแสดงนำชายในภาพยนตร์เรื่อง Revenant แต่วันนี้ Inzpy จะมาพูดถึงอีกหนึ่งบทบาทที่เขาได้รับอย่าง แฟรงค์ อบาเนล จากหนังเรื่อง Catch me if you can ครับ

ภาพยนตร์เรื่องนี้จริง ๆ แล้วเป็นหนังที่มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง ของอดีตมิจฉาชีพที่เก่งกาจที่สุด และจับไม่ได้ไล่ไม่ทันที่สุด นั่นคือ แฟรงค์ อบาเนล ซึ่งก็เป็น ดิ คาปริโอ นี่แหละที่รับบทนี้ นอกจากนี้ยังมี ทอม แฮงค์ เป็นมือปราบคู่กัดที่ต้องไล่ตามเขา ขอบอกเลยว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้เปิดมุมมองการดูหนังของผมขึ้นอีกขั้นครับ

Catch me if you can

Catch me if you can หนังไล่ล่าที่ไม่มีกระสุนสักนัด

อย่างที่บอกครับนี่คือภาพยนตร์แนวไล่ล่าที่ไม่มีกระสุนสักนัด ไม่มีการต่อยกันเลยด้วยซ้ำไป แต่มันเป็นการไล่ล่าที่ออกแนวสืบสวน สอบสวน แต่มันบันเทิงปัญญาแบบสุด ๆ เรื่องหนึ่ง

เรื่องราวของอาชญากรระดับโลกที่สร้างความเสียหายให้กับสถาบันการเงินและธุรกิจต่างๆ  ปลอมแปลงฉ้อโกง เป็นเงินรวมมูลค่ากว่า 4 ล้าน เหรียญสหรัฐฯ  อาชญากรคนนี้เป็นที่ต้องการตัวของ FBI และประเทศต่าง ๆ เช่น สหรัฐอเมริกา , ฝรั่งเศส , สวีเดน , อิตาลี , เยอรมัน , อังกฤษ , สวิตเซอร์แลนด์ , กรีซ , เดนมาร์ก , นอร์เวย์ , ตุรกี , อียิปต์ , เลบานอน , ไซปรัส

ซึ่งบทภาพยนตร์นั้นดัดแปลงมาจากหนังสือชื่อเดียวกับตัวภาพยนตร์เลยครับ ซึ่งเป็นหนังสือที่ติด Best Seller มายาวนานกว่า 20 ปี สำหรับตัวของ อบาเนล นั้นจริง ๆ  เขาเป้นคนที่มีพรสวรรค์ติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ฉลาดเป็นกรด ไหวพริบเยี่ยม ลูกล่อ ลูกชน แถมหน้าตาก็หล่อเหลา

อบาเนลนั้นเป็นนักต้มตุ๋นที่ไหลไปได้เรื่อย ๆ มีความรู้ ความลาดในหลากหลายวิชาชีพ เขาปลอบตัวเป็นทั้ง นักบินในสายการบินชื่อดังทั้งๆที่ไม่เคยเรียนการบิน  เป็นกุมารแพทย์ในโรงพยาบาลทั้งๆที่ไม่เคยเรียนด้านการแพทย์ เป็นทนายโดยที่ไม่รู้กฏหมายเลยสักนิดเดียว  เป็นอาจารย์สอนหนังสือในไฮสคูล ทั้งๆที่เป็นนักเรียนอยู่  และที่น่าทึ่งคือ เขาเริ่มเป็นอาชญากรตั้งแต่ อายุ 16 ปี

ตัวของแฟรงนั้นเกิดที่นิวยอร์กครับ โดยพ่อแม่หย่าร้างกันตั้งแต่เขาอายุได้ 16 ปี และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด เนื่องจากพ่อของเขาถูกตำรวจยึดทรัพย์เนื่องจากคดีฉ้อโกง ส่วนแม่ก็ไปมีครอบครัวใหม่ จุดนี้เองที่ทำให้ แฟรงค์นั้นเรียกร้องความสนใจ

ซึ่งวิธีที่เขาใช้ก้คือ การหนีออกจากบ้านและหาเงินด้วยตัวเองด้วยวิธีต่าง ๆ เริ่มจากากรต้นตุ๋นครั้งแรกโดยการปลอมเช็คและนำไปขึ้นเงินเพื่อที่จะใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน  แฟรงค์เริ่มที่จะปลอมแปลงตนเองเป็นนักบิน และบินไปในที่ต่าง ๆ ทั่วโลกไม่เพียงแต่โกงค่าเครื่องบิน

แต่ยังสร้างเช็คเพื่อที่จะรับเงินเดือนในฐานะของนักบินด้วย  หลังจากนั้น แฟรงค์ก็เริ่มถูกไล่ล่าโดย FBI จึงตัดสินใจที่จะย้ายที่อยู่ และนั่นทำให้ได้พบกับพยาบาลสาวและได้ตัดสินใจเป็นแพทย์ในโรงพยาบาล  ซึ่งเธอคนนี้เองทำให้ แฟรงค์ตัดสินใจที่จะแต่งงาน

เขาเดินทางไปที่บ้านของฝ่ายหญิงซึ่งพ่อเป็นทนาย นั่นทำให้แฟรงค์ตัดสินใจปลอมแปลงตนเองเป็นทนาย และตั้งใจจะใช้ชีวิตที่เหลืออยู่อย่างสุขสงบ  แต่ FBI ไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้น เข้าบุกจับเขาในคืนวันแต่งงาน สุดท้ายก็จำเป็นต้องหลบหนี และได้รู้ว่า หญิงสาวที่เขาหลงรัก ไม่ได้เชื่อใจเขา

ซี่งตรงนี้เองที่ทำให้แฟงค์ อบาเนล เริ่มต้มตุ๋นอย่างจริงจัง โดยกินเวลาถึง 5 ปี ก่อนที่ถูกจับที่ฝรั่งเศส แต่ด้วยความชำนาญของตัวอบาเนลเอง ในเรื่องของการต้มตุ๋น ทำให้เขาได้รับโอกาสในการใช้ชีวิตที่ดีอีกครั้ง หลังจากที่ถูกปล่อยตัวจากเรือนจำ โดยการที่ทำงานร่วมกีบ FBI และสร้างระบบความปลอดภัยทางการเงินหลายอย่างขึ้นมา

ความสนุกของเรื่องราวอยู่ที่ความฉลาดและไหวพริบของตัวพระเอกนี่แหละครับ ยิ่งรู้ว่ามันสร้างมาจากเค้าโครงเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นแล้วยิ่งทำให้หนังดูน่าสนใจ ทั้งที่รู้ว่าแฟรงค์ทำไม่ถูก เขาเป็นนักต้มตุ๋นและทำผิดกฎหมาย แต่หนังทำให้เราเข้าใจเหตุผลของตัวละครและอดรู้สึกชื่นชมในความฉลาดและวิธีเอาตัวรอดของเขาไม่ได้

ซึ่งตรงนี้นี่แหละมันเลยเป็นสเน่ห์ของตัวละคร และเป็นสิ่งที่ ดิ คาปริโอ้ แสดงออกมาได้ดีมากจริง ๆ ครับ มันเผ็นหนังไล่ล่า ที่ต้องแบบ จับให้ได้ ไล่ให้ทันจริง ๆ

กินวัวให้คุ้ม ต้องร้าน เนื้อ เนื้อ เมืองทองธานี

หิวใช่มั้ย ? มาหาอะไรกินแบบคุ้มค่ากันหน่อย เนื้อเน้น เน้น ชิ้นหนา หนา

วันนี้มาเดินอยู่ย่านร้านอาหารหลายร้าน บนเส้นถนนหลักของเมืองทองธานี ได้สะดุดตากับกระทะทองเหลืองใบใหญ่ ที่ตุ๋นเนื้อไว้ แลดูชิ้นโตดี เลยเข้าไปร้านที่มีชื่อว่า “เนื้อ เนื้อ

เข้ามาร้านก็ดูสะอาด สะอ้าน ด้วยสีขาว และสะดุดตากับป้ายชื่อร้านด้านใน ที่บอกว่า “ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เน้นเน้น” ปกติจะไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยว หรือเกาเหลาเนื้อร้านใหม่ ๆ เลย จะกินกับร้านเจ้าประจำ เพราะกลัวทำไม่อร่อย คาว หรือมีกลิ่น วันนี้มาลองนอกใจร้านประจำสักหน่อย

หลังจากดูเมนูแล้ว ไม่ลองชามเล็กหล่ะ เอาหม้อไฟไปเลย สั่งแค่ เนื้อเปื่อย เนื้อสด เอ็น ไม่เอาลูกชิ้น ในราคา 2xx บาท ก็ได้หม้อไฟมาหน้าตาแบบนี้ ไฟกำลังลุกเลยทีเดียว เอาให้หายลุกโชติช่วงก่อนค่อยกินละกัน

อย่างแรกที่หยิบคือ เนื้อเปื่อย ที่มาแบบชิ้นหนามาก ตุ๋นเปื่อย นุ่ม น่ากินมาก รสชาติของเนื้อเปื่อย ถ้าตุ๋นไม่ดีจะคาว มีกลิ่นมาก เห็นหน้าตาร้านเหมือนวัยรุ่นทำ แต่มีความเป็นตุ๋นยาจีนมาก พิถีพิถันเรื่องตักความคาว ความมันออกตอนตุ๋นเป็นอย่างดี ส่วนน้ำซุปไม่เลี่ยนเลย คือไม่มีความมันเยอะ ๆ เป็นน้ำซุปที่หวาน ไม่เค็มเหมือนหลาย ๆ ที่

มาดูเนื้อสดกัน คือชิ้นใหญ่ หันบางไม่หนา ทำให้กัดแล้วนุ่ม ถ้าหนาคือจะเคี้ยวไปเรื่อย ๆ จนคายออกมา ร้านนี้หั่นพอดี ๆ แล้วลวกพอสุกดิบ แบบแดงนิด ๆ ทำให้เนื้อสด นุ่มน่ากิน ที่ไม่สั่งลูกชิ้นเพราะอยากกินเนื้อเน้น เน้น ตามสโลแกนของทางร้าน

คราวนี้มาลองเอ็นตุ๋นกันบ้าง อย่างอื่นผ่านหมด เหลือเจ้าเอ็นตุ๋นนี่แหละ ถ้าแข็งนะ ไม่ให้ผ่านเลย!!! ผลที่ได้คือนุ่มเด้งมาก อร่อย แสดงว่าทุกอย่างตุ๋นมาได้อย่างดี รวมกับน้ำซุปแล้วคือให้เต็มเลย กับราคา 2xx บาท คือดีมาก และจะมีราคาหม้อไฟที่ 3xx บาท เพิ่มมาในส่วนของน่องลาย เอาไว้คราวหน้าจะสั่งนะ วันนี้ขอรับประทานก่อนล่ะ ข้าวร้อน ๆ มา

ส่วนน้ำจิ้มนั้น ตัดกับรสชาติของเนื้อตุ๋นนุ่ม ๆ ได้อย่างดี เหมือนเอาพริกกระเหรี่ยงไปตำ กับน้ำจิ้มข้น ๆ พอจิ้มกับเนื้อตุ๋น หนา ๆ แล้วมันเคี้ยวเพลินอย่างบอกไม่ถูก ภายในหม้อไฟจะมีผักมาให้พอดี ๆ ไม่เยอะมาก แต่ผักเอาไปจิ้มกับน้ำจิ้มนี่มันลงตัวไปอีก

ต้องบอกว่า อย่าดูร้านแต่ภายนอก ร้านใหม่ ๆ ก็มีดี ถ้าเปิดใจลอง รวมกับราคาที่มาแบบหม้อไฟ กับคุณภาพ และเนื้อ เน้น เน้น บอกได้เลยว่า เป็นอีกร้านที่อยู่ในใจ

รายละเอียดเพิ่มเติม
พิกัด : เนื้อ เนื้อ ก๋วยเตี๋ยวเนื้อ เน้น เน้น
ที่อยู่ : ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี 11120
Facebook : https://www.facebook.com/neuaneua1
เบอร์โทร : 082 709 7890
เวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น.
ลักษณะร้านค้า : จอดรถริมถนน
ระดับราคา : ฿฿฿ บาท

ต่อคาเฟ่ในเมืองทอง ต้องลอง: Slot Cafe

Netflix เปิดตัวนักแสดง Alice in Borderland Season 2

0

Netflix เปิดตัวนักแสดง Alice in Borderland Season 2

Netflix ได้ประกาศรายชื่อนักแสดง และรอบปฐมทัศน์ของ Alice in Borderland Season 2 เมื่อเสร็จสิ้นการผลิตซีรี่ย์เรื่องนี้

ทางค่ายยืนยันแล้วว่าซีซั่น 2 จะกลับมาในเดือนธันวาคม 2022 และนักแสดง 10 คนที่ชนะ “Game” เมื่อสิ้นสุดซีซั่น 1 ที่จะกลับมาอีกครั้ง ได้แก่ Kento Yamazaki, Tao Tsuchiya, Nijiro Murakami, Ayaka Miyoshi, Dori Sakurada, Aya Asahina, Yutaro Watanabe, Tsuyoshi Abe, Sho Aoyagi และ Riisa Naka Shinsuke Sato จะทำหน้าที่เป็นผู้กำกับ และเขียนบทร่วมกับ Yasuko Kuramitsu ในขณะที่ Kaata Sakamotoi จะรับหน้าที่ผู้อำนวยการสร้างเช่นกัน

Cr. Photo : Alice In Borderland

Alice In Borderland ซีซั่น 1 ด้วยเนื้อเรื่องแนวผจญภัยฝ่าด่าน ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ดูเพลิน และลุ้นระทึกไปพร้อมกัน  เกมที่ตัวเอกจะได้พบในหนังมีอยู่สี่ประเภท คือ เกมจิตวิทยา เกมทดสอบกำลังกาย เกมทดสอบตรรกะ และเกมที่ต้องทำงานเป็นทีมเพื่อเอาชนะ ซึ่งแต่ละเกมมีระดับความยากต่าง ๆ กันไปตามแต้มที่ปรากฏอยู่บนไพ่ที่ทุกคนจะได้รับหลังฝ่าด่านได้ หนังมีฉากที่ทำให้คนดูคิดตามว่าตัวเอกจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์ตรงหน้าอย่างไร

Kento Yamazaki ได้กล่าวถึงความรู้สึกการเล่นซีรี่ย์เรื่องนี้ สนุกกับการถ่ายทำรายการมาก และตั้งตารอการผลิตในขั้นสุดท้าย ที่จะให้เพื่อน ๆ เหล่าแฟน ๆ ซีรี่ย์เรื่องนี้ได้ดูกัน และอย่าลืมติดตาม Inzpy จะมีซีรี่ย์อะไรที่น่าสนใจ มาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟังกันอีก

รู้จัก Rhinestone Makeup ลุควันเกิด ‘ลิซ่า BLACKPINK’ สวยปังตั้งแต่หัวจรดเท้า

รู้จัก Rhinestone Makeup ลุควันเกิด ‘ลิซ่า BLACKPINK’ สวยปังตั้งแต่หัวจรดเท้า

รู้จัก Rhinestone Makeup

รู้จัก Rhinestone Makeup ลุควันเกิด ‘ลิซ่า BLACKPINK’ สวยปังตั้งแต่หัวจรดเท้า… เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา สาวน้อยลิซ่า ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK อายุครบ 25 ปีแล้ววววววววว พึ่งผ่านวันเกิดของน้องมานั่นเอง ซึ่งในวันเกิดของลิซ่า ลิซ่าได้บินกลับมาฉลองวันเกิดกับครอบครัว และเพื่อนสนิทที่ประเทศไทย บอกเลยว่างานนี้เราได้เห็นลิซ่าจัดงานปาร์ตี้แบบอลังการด้วย ตั้งแต่หัวจรดเท้าของเจ้าตัวเนี่ยมันเป๊ะปังไปหมด

รู้จัก Rhinestone Makeup

เห็นชุดสวย ๆ ชุดนี้มั้ยยย ชุดที่ลิซ่าใส่ เป็นชุดจาก Lirika Matoshi แบรนด์แฟชั่นจากมหานครนิวยอร์ก เป็นเสื้อเปิดไหล่เข้าชุดกับกระโปรงสั้นสีฟ้าอ่อน มันดูน่ารัก ดูผ่อง ดูเฉิดฉายมากเลยแม่ สีของชุดยิ่งขับผิวให้ดูผ่อง แถมยังโดดเด่นด้วยดีไซน์ประดับระบายทรงกลมมากมายตลอดทั้งชุด

รู้จัก Rhinestone Makeup

ซึ่งไม่ได้มีแค่ชุดที่โดดเด่นนะคะ ในส่วนของเมคอัพนั้นก็เปล่งประกายระยิบระยับไม่แพ้ชุดที่ดูฟูฟ่องเลย เมคอัพในงานนี้รังสรรค์โดยเมคอัพอาร์ติสไทยชื่อดัง “คุณเบสท์ LuckySevenB” ช่างแต่งหน้าที่เหล่าเซเลบริตี้คนดังไว้วางใจเป็นประจำ เอกลักษณ์การแต่งหน้าของคุณเบสท์ที่เราเห็นกันบ่อย ๆ คือ เป็นเรื่องของการทำให้ขนคิ้วตั้งเรียงเส้นสวย ปัดขนตาให้โดดเด่นเห็นแต่ละเส้นชัดเจน งานผิวเรียบกริบไร้ที่ติ และการวาดเส้นอายไลเนอร์เรียวเฉี่ยว นอกจากนี้บางครั้งคุณเบสท์จะใช้เทคนิคการเขียนอายไลเนอร์ทั้งบริเวณหางตาและขอบตาล่างเพื่อเพิ่มมิติให้ดวงตาดูมีอะไรมากยิ่งขึ้น

ซึ่งเมคอัพลุคของลิซ่าที่ดูมีลูกเล่นดูวิบวับวิบวับแบบนี้เรียกว่า “Rhinestone Makeup” เป็นลุคที่เหมาะกับการแต่งไปงานปาร์ตี้หรือฉลองช่วงเทศกาล จะมีการใช้พลอยเทียมและคริสตัลมาติดประดับตกแต่งบนใบหน้า เพื่อช่วยเพิ่มมิติให้ดูแฟนซี

เมคอัพของลิซ่าวันนี้ก็เหมือนกัน มีการตกแต่งดวงตาด้วยอายแชโดว์โทนสีขาว จับคู่กับการกรีดอายไลเนอร์เส้นบางแบบลากหางยาว และใช้อายแชโดว์สีเข้มวาดเส้นบาง ๆ ที่ขอบตาล่างเพื่อสร้างมิติให้กับดวงตา เพิ่มลูกเล่นด้วยการตกแต่งบริเวณรอบดวงตา ลำคอ รวมไปถึงช่วงอกและไหปลาร้าด้วยคริสตัล เพราะด้วยความที่ชุด จาก Lirika Matoshi เป็นดีไซน์เปิดไหล่ จึงมีการตกแต่งคริสตัลที่บริเวณนี้ด้วยทั้งหมด ตบท้ายด้วยการมัดผมหางม้าสูง พร้อมผมหน้าม้าซิกเนเจอร์ประจำตัว สวยเป๊ะปัง ใครเห็นก็ต้องใจละลาย ตายเรียบเลยยยย

รู้จัก Rhinestone Makeup

ลิซ่าได้เผยความรู้สึกส่วนตัวผ่าน Instagram “I’m so happy that this year I can spend my birthday with family and friends. Thank you everyone for making another year of my birthday so special” (ฉันมีความสุขมากที่ปีนี้ฉันได้ใช้เวลาในวันเกิดกับครอบครัวและเพื่อนๆ ขอบคุณทุกคนที่ทำให้วันเกิดปีนี้เป็นอีกปีที่แสนพิเศษ!) ยังไงทาง Inzpy ก็ขอสุขสันต์วันเกิดย้อนหลังอีกรอบน้าาา ลิซ่าคนเก่งของเรา

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ของเว็บไซต์ Inzpy เพิ่มเติม ทาง LINE ฟรี !
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

ร้านซูชิ สไตล์ ญี่ปุ่นแท้ ๆ ที่ “Kakurega Shizuku”

ตามหาร้านซูชิ สไตล์ญี่ปุ่นแท้ ๆ ต้องมา Kakurega Shizuku

 

เห็นแค่ชื่อก็รู้แล้วว่าเป็นร้านของคนญี่ปุ่น แล้วมาเจอหน้าร้านอย่างนี้ เรียกว่า ญี่ปุ่นแท้ ๆ เลย ไม่ใช่เพียงหน้าร้านอย่างเดียวนะ ภายในร้านก็แบ่งเป็นห้อง ๆ ขนาดแตกต่างกันไป ถ้ามากัน 2 คน  ก็ยังเป็นห้องเลย เรียกได้ว่ามีความส่วนตัวสูงมากสำหรับร้านสไตล์ญี่ปุ่นแบบนี้

คำว่า “คาคูเรก้า” มีความหมายว่า หลบซ่อนตัวอยู่ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ร้านอื่นแถวทองหล่อ ก็ใช้คำว่า “Kakuraga” ด้วยเหมือนกัน แต่จะต่อท้ายว่าอะไรค่อยไปเปลี่ยนเอา ส่วน Kakurega Shizuku จะอยู่บนซอยสุขุมวิท 24 หากไม่สังเกตุร้านก็จะขับเลยไปแน่นอน ที่จอดรถมีค่อนข้างจำกัด ใช้รวมกับร้านทำผม และร้าน “ไล-บรา-รี่ “ ซอยก่อนถึงร้านนิดเดียว

เรื่องที่จอดรถ สำหรับซอยสุขุมวิททุกซอยคือเรื่องใหญ่อยู่แล้ว แต่ถ้ารสชาติอาหารเยี่ยม หาที่จอดยากขนาดไหน ก็ต้องยอม มาดูกับแกล้มที่เราสั่งกันเลย เป็นครีบปลากระเบนย่าง ทาโกะวาซาบิ และหอมซอย เป็นเมนูพื้น ๆ แต่เจ้าปลากระเบนนี่สิ ชิ้นใหญ่กว่าร้านอิซากายะทั่วไปมาก 99 บาท คุ้มค่ากว่าเยอะ ส่วนทาโกะก็พอได้ กับแกล้มอย่างดีเลย

เมนูถัดมาเป็นเมนูที่สั่งมาลองชิ้นเดียว แล้วต้องสั่งให้ครบทุกคน คือซูชิหอยนางรม ในราคาคำละ 39 บาท และยังขอมะนาวกับน้ำจิ้มซีฟู๊ดพนักงานเสิร์ฟอีกด้วย เค้าก็เอามาให้นะ ราดลงไปพร้อมกับบีบมะนาว แล้วรีบเอาเข้าปากเลย มันซี๊ดมาก ไม่คาวเลย

เนื่องจากวันนี้เราไปกันเยอะ เลยสั่งอาหารได้อย่างไม่อั้น ทั้งปลาทูน่าเนื้อแดง ที่แดงจริง ๆ ไม่มีเอ็นเลย แสดงว่าเป็นปลามากุโระ คือทูน่าครีบน้ำเงินตัวใหญ่ ๆ แน่แท้ เพราะถ้าเป็นปลาโอ เนื้อมันจะไม่แดงแบบนี้ และจะมีเอ็น ๆ  เป็นเส้นขาว ๆ บนเนื้อ กินลงไปจะไม่เหมือนปลาทูน่า

คือเรียกว่าที่ Kakurega Shizuku เป็นร้านคุณภาพ คัดสรรวัตถุดับขั้นเทพมาจริง ๆ แล้วราคาก็มาเป็นคู่ ๆ นี้ 99 บาทเท่านั้น ส่วนแซลมอนมา 3 คำ ราคา 69 บาท เรียกว่าถูกไปอีก อย่างนี้จะไม่สั่งเยอะได้ไง คุณภาพและราคามันดีต่อใจ แต่เจ้า “ฟัวกราส์” นี่ก็ไม่เบา ราคาเป็นคำ ๆ ละ 99 บาท เรียกว่าไม่แพงนะ สำหรับคำใหญ่ ๆ ขนาดนี้

มาดูเซตของแพงหน่อย สำหรับซูชิหน้าปลาไหลทะเล (Anago) ราคาคำละ 99 บาท แต่มันยาวใหญ่มาก มาทั้งตัวเลยมั้งนี่ “แพงมั้ยหรือ ?” ไม่เลย หากินไม่ได้ง่ายนะ มาทั้งตัวแบบนี้ ส่วนอูนางิโรล ก็อยู่ที่ราคา 280 บาท หั่นคำใหญ่ ๆ กันไปเลย สนุกสนานท้องกันไป ส่วนเจ้าซูชิปลาตาเดียว ท็อปปิ้งด้วยอูนิ (Hirame Uni) ก็จะผู้ดีหน่อย กินแล้วหวาน ๆ ในปาก หลับตาเพลินไป 2 นาที ในราคาคำละ 99 บาท

พอข้าวเริ่มลงกระเพราะ ก็เริ่มหาของเบา ๆ มาให้ปากรับรู้รสชาติเหมือนอยู่ตลาดปลา “ซึกิจิ” เลยสั่งซาชิมิเซต พนักงานบอกมีหลายเซต แต่มีเซตที่เป็นให้เชฟเลือกเอง (Chef Select) เลยสั่งเซตนั้น และผลที่ได้คือ โอโทโระชิ้นหนา ๆ มา 4 ชิ้น มากุโระ มา 4 ชิ้น หอยโฮตาเตะ 4 ชิ้น แซลม่อน 3 ชิ้น ปลาหมึกยักษ์ 4 ชิ้น กับเจ้าชิ้นใส ๆ ที่เหมือนปลากะพง แต่ไม่ใช่แน่นอน เพราะมันวาว รสชาติหวานนุ่ม อีก 3 ชิ้น น่าจะเป็น “Bream” ปลาน้ำจืดของญี่ปุ่นแหละ เจ้าเซตนี้ราคาเชฟจัดเต็มเลยแหละ 2,400 บาท

อิ่มกันทั่วหน้า แต่พนักงานบอกโปรโมชั่นทางร้านคือ ซูชิโอโทโระ 10 คำ ฟรี 10 คำ ราคา 495 บาท “ก็จัดมาดิคร๊าบ” เราเลยได้กินชุดใหญ่อีกชุด เรียกว่าพุงจะระเบิด แต่กินปลานี่ไม่อ้วนนะ แต่อ้วนข้าวมากกว่า 555

ขอตบท้ายด้วยอะไรร้อน ๆ แก้สร่างสักหน่อย ก็เลยสั่งเจ้าโชยุ ราเมน (Shoyu Ramen) หรือราเมนธรรมดานี่แหละ ซอสโชยุ กับหมูชาชู สามชั้นย่างนั่นเอง คือรสชาติหอมกลมกล่อมดีมาก มีหน่อไม้ดองชิ้นใหญ่ ๆ กับหมูย่าง ที่ย่างมาเกรียม ๆ หน่อย กับไข่ต้ม โรยหน้าด้วยต้นหอมใหญ่ซอย มันก็ทำให้สร่าง…ได้พอสมควร เส้นไม่ค่อยได้กินเท่าไหร่ แต่ก็หนึบ ๆ ดีนะ เผื่อเอาไว้ผ่านมาเวลากลางวัน จะได้สั่งกินแบบเร็ว ๆ  เจ้าราเมนชามนี้ราคา 200 บาท

เพื่อน ๆ คนไหนอยากมาลองลิ้มรสชาติคนญี่ปุ่นแท้ ๆ ก็ตามด้านล่างเลยนะ ลองเช็คโปรโมชั่นของทางร้านกันอีกที

รายละเอียดเพิ่มเติม
พิกัด : kakurega shizuku
ที่อยู่ : 37 สุขุมวิท 24 แขวง คลองตัน เขตคลองเตย กรุงเทพมหานคร 10110
เบอร์โทร : 0935755155
เวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 17.00-23.00 น. (ส. อา. เปิดเที่ยง)
ลักษณะร้านค้า : มีที่จอดรถ (ไม่มาก ซอยก่อนถึงร้าน)
ระดับราคา : ฿฿฿ – ฿฿฿฿ บาท

หรือจะลองอิซากายะเมืองทอง: Nakama Izakaya

อัปเดต 6 หมวกกันแดดแบรนด์เนม พร้อมสวยสู้แดดเที่ยวหน้าร้อนนี้

หลังจากที่เราผ่านช่วงเวลาน่าอึดอัดที่จะต้องอยู่แต่กับบ้าน กักตัวเองกันอยู่เป็นระยะเวลายาวนาน ถึงฤกษ์สักทีที่ประเทศเปิด เมืองเปิด ทุกอย่างเปิด รวมถึงทะเลก็เปิดด้วยนะจ๊ะ โดยเฉพาะในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ ซึ่งเป็นช่วง High Season แห่งการท่องเที่ยวทะเลเลยเชียวล่ะ ใครที่ชอบไปเที่ยวทะเลต้องคันไม้คันมือ อยากจะออกไปเที่ยวเปลี่ยนบรรยากาศกันบ้าง สาว ๆ ที่รักทะเล รักผืนทรายและชายหาด จะต้องไม่พลาดบทความอัปเดต 6 หมวกกันแดดแบรนด์เนม พร้อมสวยสู้แดดเที่ยวหน้าร้อนนี้ ที่ Inzpy เอามาฝากทุกคนในวันนี้ ตามไปดูกันเลย

cr.photo ; louisvuitton.com
Louis Vuitton : Monogram Jacquard Denim Bob

เปิดประเดิมหมวกกันแดดใบแรกด้วย หมวกทรงบัคเก็ตลวดลายสวยงามสะดุดตา เห็นมาแต่ไกลว่ายังไงก็คือหมวกจาก Louis Vuitton ทำมาจากวัสดุผ้ายีนส์ทั้งใบ เพิ่มลูกเล่นสุดคูลด้วยการหุ้มขอบปีกหมวกด้วยหนังวัวแท้สีน้ำเงินเข้ม สร้างสีสันและมิติให้กับหมวกใบนี้ได้อย่างลงตัว แต่สิ่งที่เด่นที่สุดจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากลวดลาย LV Monogram ที่อยู่บนตัวหมวกทั้งหมด ที่ถูกถักทอขึ้นอย่างประณีตบรรจงบนผ้ายีนส์ด้วยเทคนิคแบบ Jacquard หมวกสวยแบบนี้คงจะปฏิเสธได้ยาก โดยเฉพาะสาวเท่ สาวคูลสายสตรีท ที่น่าจะหลงรักหมวกใบนี้ได้ไม่ยาก โดยหมวกใบนี้มีราคาค่าเสียหายอยู่ที่ประมาณ 27,500 บาท

cr.photo ; gucci.com
Gucci : Straw Hat with Horsebit

รูปแบบหมวกคลาสสิกสำหรับไปเที่ยวทะเลที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ หมวกสาน นั่นเอง ซึ่งวันนี้เราได้เอาหมวกสานสุดชิคจากแบรนด์ Gucci มาฝากทุกคนที่นี่กันแล้วค่ะ เป็นหมวกที่ได้รับการผสมผสานจากหลากหลายอิทธิพลอันแตกต่างที่เกิดขึ้น ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากดีไซน์คลาสสิกย้อนยุค และรูปทรงแบบวินเทจ โดยหมวกทั้งใบสานขึ้นมาจากฟางสีเบจ เพิ่มความหรูหราด้วยการประดับสายคาดหนังสีน้ำตาลเข้มรอบตัวหมวกและไม่ลืมที่จะมีเจ้าตัวเหล็ก Horsebit ที่เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ประดับอยู่คล้ายลักษณะเข็มขัด ปิดท้ายด้วยการหุ้มขอบหมวกด้วยผ้าที่มีสีกลมกลืนไปสีหมวกได้อย่างสวยงามลงตัว โดยราคาค่าเสียหายอยู่ที่ประมาณ 24,000 บาท

หมวกกันแดดแบรนด์เนม
cr.photo ; hermes.com
Hermès : Davis H Primavera Cap

ไปดูหมวกกันแดดในรูปแบบหมวกแก๊ปกันบ้าง ที่มาจากแบรนด์ไฮเอนด์สุดหรู ที่หลายคนใฝ่ฝันอยากครอบครองอย่างแบรนด์ Hermès หมวกใบนี้ทำมาจากผ้าคอตตอนทวิลที่มีความยืดหยุ่นถึง 2 เท่า ปักตกแต่งด้วยลวดลาย “H Primavera” แบบฉบับเฉพาะของแบรนด์อย่างงดงามหรูหรา ส่วนสายปรับความกระชับที่ด้านหลังประกอบด้วยหมุดยึดแพลเลเดียม 2 ชิ้น ที่ประทับตราชื่อแบรนด์ซึ่งเป็นดีเทลเอกลักษณ์เฉพาะของ Hermès เป็นสไตล์หมวกแก๊ปแบบมินิมอล ที่มีการออกแบบที่เรียบง่ายหรูหรา ไม่ต้องมีดีเทลให้มากมายกวนสายตา โดยมีราคาอยู่ที่ประมาณ 14,700 บาท

หมวกกันแดดแบรนด์เนม
cr.photo ; dior.com
Dior : Dioresort Small Brim Hat

มาต่อกันที่หมวกสานสุดชิคทรงบัคเก็ตปีกแคบอีกหนึ่งใบ ที่มาจากแบรนด์ Dior แบรนด์เนมสุดหรูสัญชาติฝรั่งเศส โดยการออกแบบได้แรงบันดาลใจมาจากการตีความหมายของบรรยากาศทางตอนใต้ของประเทศอิตาลี เกิดเป็นหมวกสานคลาสสิกแบบสดใหม่ น่าสนใจ ทั้งยังเข้ากับยุคสมัยมากขึ้น วัสดุในการถักทอหมวกสานนี้ทำมาจากเส้นใยข้าวสาลี สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของหมวกใบนี้เห็นจะเป็นอะไรไปไม่ได้ นอกจากแถบคาดรอบหมวกที่ทำมาจากผ้าฝ้าย ที่มีการปักตกแต่งอย่างประณีตบรรจงด้วยตัวอักษร ‘Christian Dior Paris’ ตัวพิมพ์ใหญ่ Signature ของแบรนด์ ด้วยสีขาวซึ่งตัดกับพื้นหลังสีน้ำเงินเข้มได้อย่างเพอร์เฟคลงตัวเป็นอย่างมาก รับรองว่าเอาไปแมตช์กับเดรสไปทะเลได้ลุคปั๊วะปังแน่นอน ซึ่งหมวกอาจจะมีน้ำหนักเบา แต่ราคาไม่ค่อยเบาอยู่ที่ประมาณ 38,500 บาท

หมวกกันแดดแบรนด์เนม
cr.photo ; loewe.com
Loewe : Bucket Hat in Anagram Jacquard and Calfskin

หมวกทรงบัคเก็ตสวยหวานแสนเก๋ใบนี้มาจากแบรนด์หรูจากประเทศสเปนอย่าง Loewe (โลเอเว่) แบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านเครื่องหนังเป็นพิเศษ จึงไม่น่าแปลกใจที่ทำไมหมวกใบนี้ ถึงมีการตกแต่งด้วยดีเทลสายคาดหนังออกมาได้หรูหราขนาดนี้ นอกจากการใช้สีขาวครีมดูละมุนละไมสวยงามแล้ว ยังโดดเด่นด้วยลาย Anagram แพทเทิร์นรูปโลโก้แบรนด์ ที่อยู่บนตัวหมวกทั้งหมด ถูกถักทอขึ้นอย่างประณีตบรรจงบนผ้าคอตตอน ด้วยเทคนิคแบบ Jacquard เพิ่มมิติให้กับตัวหมวกด้วยสายคาดหนังวัวเฉดสีน้ำตาล ที่ตัดกับตัวหมวกได้อย่างงดงามลงตัว ทั้งยังให้สัมผัสที่เก๋ไก๋และหรูหราด้วยการสลักชื่อแบรนด์บนสายคาดด้วยฟอยล์สีทองอีกด้วย ราคาไม่เท่าไหร่อยู่ที่ประมาณ 18,800 บาท

หมวกกันแดดแบรนด์เนม
cr.photo ; chanel.com
Chanel : Cloche Hat

หมวกทรงบักเก็ตนี่ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่ามาแรงแซงโค้งมาก ๆ แถมยังถูกอกถูกใจ ได้ใจวัยรุ่นสายแฟชั่นไปแบบเต็ม ๆ เราเลยขอปิดท้ายวันนี้ไปกับหมวกทรงบักเก็ตใบสุดท้ายจากแบรนด์หรูอย่าง Chanel ที่ออกแบบหมวกออกมาให้ดูเข้าถึงได้ง่าย ทั้งยังเป็นแนวสตรีทที่สามารถเข้ากับการแต่งตัวได้อย่างหลากหลาย โดยหมวกใบนี้ทำมาจากผ้ายีนส์ 100% ประดับตกแต่งหมวกทั้งใบด้วยโลโก้ Chanel หลากหลายสีสัน วางพาดไปมาแบบไม่ได้จัดระเบียบราวกับงานศิลปะ ทำให้หมวกใบนี้ออกมาทั้งเท่ ทั้งสะดุดตาไม่เหมือนใคร โดยทางแบรนด์ทำออกมาให้เลือก 2 สี ด้วยกันคือ สีฟ้าและสีดำ ทุกคนคงรู้ดีว่าหมวกจาก Chanel ราคาเคยธรรมดาที่ไหน ซึ่งใบนี้ราคาอยู่ที่ประมาณ 32,500 บาท

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับ 6 หมวกกันแดดแบรนด์เนม ที่เราเอามาฝากทุกคนกันในวันนี้ พร้อมช่วยเป็นไอเดียให้ทุกคนสวยสู้แดดเที่ยวหน้าร้อนนี้ นอกจากความสวยงามที่เราได้เรียนรู้จากการออกแบบของดีไซน์เนอร์แบรนด์ดังระดับโลกแต่ละแบรนด์แล้ว เรายังได้เรียนรู้เรื่องวัสดุและรายละเอียดของหมวกแต่ละใบอีกด้วย หวังว่าวันนี้เราสามารถช่วยให้สาว ๆ ตัดสินใจเลือกหมวกเตรียมพร้อมไปเที่ยวทะเลในช่วงไฮซีซั่นได้ง่ายมากขึ้นนะคะ อย่าลืมติดตามว่าคราวหน้าเราจะเอาไอเทมปัง ๆ แบบไหนมาฝากทุกคนกันอีก รอติดตามเลยค่ะ