Home Blog Page 911

ส่องลุค เต ตะวัน และ ต่อ ธนภพ ใน PAULA’S IBIZA 2022 จาก LOEWE

ส่องลุค เต ตะวัน และ ต่อ ธนภพ จาก LOEWE POP-UP Store ศูนย์การค้าที่ ICONSIAM

LOEWE กับ Collection PAULA’S IBIZA 2022 ซึ่งเป็น Collection ที่มีสีสันสดใสเหมาะกับหน้าร้อนสุด ๆ พร้อมจัด POP-UP Store ที่ชั้น M ศูนย์การค้าที่ ICONSIAM งานนี้ก็เต็มไปด้วยเหล่าเซเลป คนดังทั้งหลายไปร่วมงานกันมากมาย Inzpy เลยจะพาเพื่อน ๆ ไปส่องลุคของหนุ่ม เต ตะวัน และ ต่อ ธนภพ สองหนุ่มนักแสดงสุดหล่อกันสักหน่อย จะดูดีขนาดไหนและมีไอเทมเด็ด ๆ อะไรบ้างตามมาดูกันเลย

เต ตะวัน ต่อ ธนภพ PAULA'S IBIZA 2022

เริ่มกันที่นักแสดงมากฝีมืออย่าง ต่อ ธนภพ ที่มากับ

ต่อ ธนภพ LOEWE PAULA'S IBIZA 2022

Palm print short sleeve shirt in linen เสื้อเชิ้ตแขนสั้นผ้าลินินสีสันสดใส พร้อมพิมพ์ลาย Logo ของแบรนด์ กระดุมมุก LOEWE แกะสลัก ราคาอยู่ที่ 36,200 บาท

Low crotch trousers in cotton กางเกงขายาวจับจีบด้านหน้าทรง Oversize ที่ทำมาจากผ้า Cotton มาพร้อมกระเป๋าด้านข้างและกระเป๋าปะด้านหลัง และแถบด้านหลังที่ทำมาจากหนังวัวแท้สลักชื่อแบรนด์ ราคาอยู่ที่ 36,200 บาท

Small Sailor bag in nappa calf กระเป๋าสะพายที่ตัวกระเป๋ามีเชือกผูกปรับระดับได้ และมีการแต่งปมแบบซิกเนเจอร์ ทำมาจากหนังวัวนิ่ม สามารถใช้งานและเลือกสะพายได้หลายแบบไม่ว่าจะเป็น สะพายหลัง สะพายไหล่ หรือ สะพายข้าง ราคาอยู่ที่ 69,700 บาท

Flow Runner in nylon and suede รองเท้าผ้าใบหนังกลับคุณภาพดี พร้อมเชือกที่ทำมาจากไนลอน และโดดเด่นด้วยพื้นรองเท้ายางลายคลื่นที่โค้งที่ยาวจากด้านหน้าช่วงนิ้วเท้ายาวไปด้านหนัง พร้อมด้วย Logo แบรนด์สีทองโดดเด่น ราคาอยู่ที่ 28,400 บาท

และต่อมากับหนุ่ม เต ตะวัน อีกหนึ่งนักแสดง พิธีกร มากความสามารถ ที่มากับ

เต ตะวัน LOEWE PAULA'S IBIZA 2022

Rainbow patch overshirt in denim เสื้อเชิ้ตยีนทรง Oversize จาก Collection PAULA’S IBIZA 2022 ที่มาพร้อมกระดุมหน้า และกระเป๋าหน้าอกสองข้าง โดดเด่นด้วยการปักป้ายสีรุ้งสุดน่ารัก และ Logo LOEWE บน Patch ด้านซ้าย ราคาอยู่ที่ 38,100 บาท

Paula’s peace print T-shirt in cotton เสื้อยืดคอกลมผ้า Cotton พิมพ์ลาย Paula’s Ibiza peace ทั้งตัว ราคาอยู่ที่ 28,400 บาท

Snap denim trousers in cotton กางเกงขายาวผ้าเดนิมที่มีจีบด้านหน้า มาพร้อมกระดุมแป๊กที่สามารถทำให้ปรับเปลี่ยนทรงของกางเกงได้ พร้อมกระเป๋าด้านข้างและกระเป๋าปะด้านหลัง และแถบด้านหลังที่ทำมาจากหนังวัวแท้สลักชื่อแบรนด์ ราคาอยู่ที่ 29,900 บาท

Anagram cut-out crossbody in classic calfskin and canvas กระเป๋าสะพายข้างอเนกประสงค์ที่ผลิตขึ้นจากหนังวัวที่ทำการ cut-out ในรูปแบบ Anagram พร้อมสายคาดและกระเป๋าด้านในทำจากผ้าแคนวาส ลายก้างปลา ราคาอยู่ที่ 33,300 บาท

Flow runner in calfskin รองเท้าผ้าใบหนังกลับคุณภาพดี และโดดเด่นด้วยพื้นรองเท้ายางลายคลื่นที่โค้งที่ยาวจากด้านหน้าช่วงนิ้วเท้ายาวไปด้านหนัง พร้อมด้วย Logo แบรนด์สีทองโดดเด่น ราคาอยู่ที่ 28,400 บาท

PAULA'S IBIZA 2022 LOEWE

PAULA’S IBIZA 2022 จาก LOEWE มีความน่าสนใจคือเครื่องแต่งกายส่วนใหญ่ใน Collection นี้มาในรูปแบบ unisex ที่สามารถสวมใส่ได้ทุกเพศ ซึ่งถือเป็นตัวแทนของความเป็นอิสระของอิบิซ่าได้เป็นอย่างดี และมีสีสันสดใสเหมาะกับช่วง Summer สำหรับ POP-UP Store ที่ชั้น M ศูนย์การค้าที่ ICONSIAM นั้นมีตั้งแต่วันที่ 23 เมษายน – 17 พฤษภาคม 2565 🙂

PAULA'S IBIZA 2022 LOEWE

The Puppet & My Mind Records ผลงานศิลปะ โดย พิทักษ์พงษ์ เจียมศรีพงษ์

The Puppet & My Mind Records ผลงานศิลปะ โดย พิทักษ์พงษ์ เจียมศรีพงษ์

The Puppet & My Mind Records

นิทรรการภาพวาด สุดคิ้วท์  ภายใต้ชื่อ The Puppet & My Mind Records ซึ่งเป็นงานแสดงเดี่ยวครั้งแรกของ พิทักษ์พงษ์ เจียมศรีพงษ์ หรือที่รู้จักกันในนาม PEX จิตรกรร่วมสมัยชั้นนำของไทย เจ้าของลายเส้นตัวการ์ตูนแสนน่ารักอย่าง Mari’

โดยนิทรรศการครั้งนี้จะพาทุกคนมาร่วมสำรวจความคิด และอารมณ์ภายในใจ อันส่งผลต่อพฤติกรรมการแสดงออก ในมุมที่อาจไม่เคยสังเกตตัวเองมาก่อน ซึ่งจะฉายให้เห็นผลงานจิตรกรรมการวาดภาพเชิงอุปมาอุปไมย สะท้อนภาพของกระบวนการความคิดอันซับซ้อนของผู้คน

The Puppet & My Mind RecordsThe Puppet & My Mind Records

ผ่านคาแรคเตอร์อันโดดเด่นของ Mari รวมถึงคาแรคเตอร์อื่น ๆ อีกหลากหลายรูปแบบ ได้ถูกกลั่นกรองมาจากอารมณ์และความรู้สึกต่าง ๆ ผสมผสานเรื่องราวความคิดในมุมมองของศิลปิน ชวนให้ผู้ชมงานได้ฉุกคิด วิเคราะห์ ตีความเรื่องราว แล้วหาข้อสรุปของตัวเองว่า ตัวฉันเป็นแบบไหน? รวมทั้งยังมีภาพสเก็ตช์ และประติมากรรม Limited Edition ที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับนิทรรศการโดยเฉพาะ

The Puppet & My Mind Records

แถมทางด้านศิลปินยังเล่าถึงจุดเริ่มต้นในการจัดนิทรรศการครั้งนี้ว่า

“ผมเชื่อว่า ลึก ๆ ข้างในจิตใจของทุกคนนั้น ยังมีความเป็นเด็กซ่อนอยู่ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เรานำเด็กมาสร้างงานศิลปะ ที่คนส่วนใหญ่มักจะมองว่าเด็กนั้นไร้เดียงสาไม่มีพิษมีภัย แต่สำหรับผมคิดว่าเป็นการมองเพียงผิวเผิน เพราะด้วยสภาพสังคมสมัยนี้ เด็กสามารถเข้าถึงสื่อหรือสิ่งเร้าต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว จนบางครั้งเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสิ่งเหล่านั้นเหมาะสมต่อกระบวนความคิดเพียงใด?

สิ่งที่น่าสนใจในผลงานชุดนี้ ก็คือ การนำลักษณะของหุ่นเชิดมาสื่อในบางรูป และบางภาพก็ใช้สัญลักษณ์แทน เช่น หมี หรือ ชุดคอสตูม ที่ดูเหมือนมีชีวิต และคอยควบคุมผู้สวมอีกที ซึ่งอาจจะแทนความหมายของความคิดอีกด้านที่ซับซ้อนของผู้สวมเองก็ได้ และเมื่อมันมามีอิทธิพลเหนือเหตุผล สิ่งนี้ก็ได้เข้ามาเชิดเราแล้วนั่นเอง หรือจะเป็นกิเลส ที่ทำให้เรากระทำการตรงข้ามกับความรู้สึกที่แท้จริง สิ่งนี้ก็เข้ามาเชิดเราอีกเช่นกัน

และจะสังเกตได้ว่า ภาพเด็กที่วาดขึ้นนั้น บางภาพก็ไม่ได้ระบุเพศอย่างชัดเจน เพราะคิดว่า เพศที่แท้จริง อาจซ่อนอยู่ภายในจิตใจ ไม่ใช่รูปลักษณ์ภายนอก และสิ่งนี้แหละที่เป็นผู้เชิดอย่างแท้จริง

The Puppet & My Mind Records

ส่วนภาพผลงานศิลปะที่จะนำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ มีทั้งหมด 22 ชิ้น ซึ่งจะประกอบไปด้วยภาพวาดสีอะคริลิกบนแคนวาส ที่ใช้สีสันสดใสตัดกันในสไตล์ป็อบอาร์ต จำนวน 8 ชิ้น และภาพสเก็ตช์ด้วยสีไม้ จำนวน 14 ชิ้น (ขนาด 23.4 x 33 ซม. จำนวน 2 ภาพ และ ขนาด 29.7 x 42.0 ซม. จำนวน 12 ภาพ)

The Puppet & My Mind Records

พร้อมกันนี้ยังมีประติมากรรม Limited Edition ในรูปแบบโทนสีขาว และสีน้ำตาล ที่ถอดแบบมาจากภาพวาดสีอะคริลิกบนแคนวาส ที่มีชื่อว่า ‘The puppet’ (หุ่นกระบอกที่ถูกบังคับไปตามผู้เชิด)

สำหรับ พิทักษ์พงษ์ เจียมศรีพงษ์ (PEX) ปัจจุบันเป็นที่รู้จักในฐานะศิลปินงานภาพวิจิตรศิลป์ ซึ่งที่ผ่านมาด้วยความที่เขาชื่นชอบรูปแบบของการ์ตูน จึงเกิดไอเดียในการนำการ์ตูนมาทำเป็นงานศิลปะ โดยเริ่มจากการเป็นนักวาดภาพประกอบอิสระ เจ้าของนามปากกา “PEX” ให้กับนิตยสารหลายฉบับเป็นเวลาหลายปี จากนั้นเขาจึงค้นพบว่าตัวเองสนุกกับการทำงานแนวการ์ตูนและอนิเมชั่นมากกว่า จึงได้เริ่มต้นในฐานะนักสร้างสรรค์ด้วยการเป็นนักออกแบบคาแรคเตอร์การ์ตูน สู่การเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์การ์ตูนที่มีชื่อว่า ‘Mari’ ซึ่งทำให้ศิลปินผู้นี้เป็นที่รู้จักในแวดวงศิลปะทั้งในและต่างประเทศ

นอกจากนี้เขายังเคยจัดแสดงผลงานในแกลเลอรีร่วมสมัยอย่าง EchoOne Nanzuka ในนิทรรศการ Thai for Thai Art for Charity (พ.ศ. 2561), Portrait (พ.ศ. 2562) และ Twins & My Sketchbook (พ.ศ. 2563)

ในครั้งนี้ พิทักษ์พงษ์ เจียมศรีพงษ์ พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวนิทรรศการ ชุด “The Puppet & My Mind Records” ซึ่งจะนำเสนอให้เข้าชม (ฟรี) รวมถึงเปิดโอกาสให้จับจองผลงานเป็นครั้งแรก ระหว่างวันที่ 24 เมษายน – 29 พฤษภาคม 2565 (อังคาร-อาทิตย์) ตั้งเเต่เวลา 10.00 – 18.00 น. ณ พื้นที่จัดนิทรรศการหมุนเวียนชั้น 4 เซ็นทรัล: ดิ ออริจินัล สโตร์ (Central: The Original Store) ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก www.centraltheoriginalstore.com

 

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ) เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : มิวเซียมสยาม พาส่องไฮไลท์พิเศษ ฉลอง “ร้อยปีตึกเรา”

เมนู อาหารเช้า สุคลาสสิก ที่ ออน ล๊อค หยุ่น

อาหารเช้าสำคัญเสมอ เพื่อน ๆ ทานอาหารเช้ากันแบบใดบ้าง อาจเป็นโจ๊ก ข้าวมันไก่ ต้มเลือดหมู แต่หาอาหารเช้าแบบฝรั่งค่อนข้างยากเลย วันนี้ “อินสไปร์” จะพาไปร้านอาหารเช้าสุดคลาสสิก ที่เปิดมานานกว่า 80 ปี แล้ว ปัจจุบันเป็นที่รู้จักของคนในย่านนั้น และคนรุ่นใหม่ที่สรรหาความอร่อย แบบคลาสสิก ลองมาดูเมนู และบรรยากาศของ ออน ล๊อค หยุ่น กันว่ามีอะไรบ้าง

หน้าร้านเป็นตึกแถวห้องเดียวบนถนนเจริญกรุง ใกล้กับซอยเจริญกรุง 4 บรรยากาศหน้าร้านจะเห็นตู้กระจกวางขนมปัง กับสังขยา และมีตู้โชว์สินค้าวางกระปุกไมโลให้เห็น เช้า ๆ จะมีคนมารอต่อคิวกันตั้งแต่เช้า หากเป็นเสาร์ อาทิตย์ จะมีพี่ ๆ นักปั่นแวะเวียนมาจอดเรียงรายกันเยอะเลย

บรรยากาศภายในร้านก็จะนำเอากระปุกไมโลมาโชว์อยู่เต็ม เป็นจุดขายของเค้าเลย ส่วนชุดโต๊ะ เก้าอี้ เป็นสไตล์ภัตคารสมัยก่อน และพื้นที่ส่วนกลางจะเป็นโต๊ะกลม ท็อปหินอ่อน ปัจจุบันเปิดขายแค่ชั้นล่าง เมื่อก่อนมีโซนชั้นสองด้วย

สำหรับเมนูที่สั่งจะเป็น ไข่ลวก กาแฟร้อน ขนมปัง และไส้กรอกเบคอน และเมนูแรกก็มาเป็นไข่ลวก พร้อมกับชาร้อน ไข่ลวกให้มาสุกกำลังพอดี ถ้วยที่ใส่มายังร้อนอยู่เลย อาจทำความสะอาดฆ่าเชื้อด้วยน้ำร้อนอีกทีก่อนตอกไข่ลวกลงไป เมนูนี้ใส่พริกไท และซอสปรุงรสแม็กกี้ลงไปก็อร่อยแล้ว เมนูไข่ลวกนี้ราคา 20 บาท

ถัดมาก็มาพร้อมกัน เป็นกาแฟร้อนที่ในเมนูแจ้งไว้ว่าเป็น “Signature Coffee”  มันคือกาแฟโบราณนี่เอง แต่ด้วยความหอม เข็มข้นดี ก็ถือว่าเป็น “ซิกเนเจอร์” ได้เหมือนกัน ส่วนขนมปังของที่นี่ ต้องเรียกซิกเนอเจอร์เหมือนกัน คือนุ่ม แน่น หอม อร่อย ให้เนยกับน้ำตาลมาจิ้มเอง คือดีมาก มาทานที่ร้าน ขนมปังจะตัดขอบมาให้ เป็นขนมปังขาวล้วน จิ้มเนย น้ำตาลแล้ว มันดีมากเลย หากซื้อกลับบ้าน จะได้ขอบไปด้วย ก็ไปตัดกันเองนะ เมนูกาแฟร้อน ราคา 30 บาท ส่วนขนมปังเนยสด ราคา 25 บาท

ส่วนอีกเมนูที่สั่ง คือ ไส้กรอก เบค่อน ชุดเล็ก ราคาชุดนี้ 45 บาท ถือว่าดีเลย ไส้กรอกกรอบ แน่น เบค่อนก็พอได้ ด้วยความที่คนเยอะ ทำออกมาได้เร็ว และราคาก็ไม่แพง หากใครไม่อยากสั่งแยก ทางร้านก็มีแบบรวม ที่มี ไข่ดาว หมูแฮม ไส้กรอก ที่ชุดเล็กราคา 55 บาท ชุดใหญ่ราคา 60 บาท หรือเมนูขนมปังหน้าต่าง ๆ เช่นหน้าเนยไมโล หน้าสังขยา และอีกหลากหลายหน้า

การเดินทางจะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน mrt สถานีสามยอด ทางออกประตู 1 ที่จะสะดวกสุด เพราะบริเวณนั้นไม่ค่อยมีที่จอดรถ หรือจะไปจอดที่ห้าง ดิ โอลด์ สยาม แล้วเดินมาก็ได้ แต่จะมีค่าจอดรถ ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติม

ออน ล๊อค หยุ่น On Lok Yun
72 ถ. เจริญกรุง แขวง สัมพันธวงศ์ เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร 10100
พิกัด: Google Map จอดรถ ดิ โอลด์ สยาม (มีค่าจอด) หรือ MRT สามยอด
เปิดทุกวัน เวลา 06.00 – 14.30 น.
ระดับราคา: ฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0858090835
Facebook: https://www.facebook.com/onlokyun/

มิวเซียมสยาม พาส่องไฮไลท์พิเศษ ฉลอง “ร้อยปีตึกเรา”

มิวเซียมสยาม พาส่องไฮไลท์พิเศษ ฉลอง “ร้อยปีตึกเรา”

ในวาระที่ มิวเซียมสยาม ก้าวสู่ 100 ปี ของอาคารประวัติศาสตร์ (ในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ 2565) ล่าสุดจึงได้ถือโอกาสจัดงานเฉลิมฉลองหนึ่งศตวรรษของอาคาร ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดทั้งปี เพื่อถ่ายทอด บริบท แวดล้อม บุคคลสำคัญ ที่เกี่ยวข้อง นำมาซึ่งความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงคุณค่าทางกายภาพของมรดกภูมิปัญญาและวัฒนธรรมของชาติ สำหรับให้ทุกคนได้เกิดแรงบันดาลใจในการรักษาอาคารทางประวัติศาสตร์  คงไว้ซึ่งสถาปัตยกรรมอันสวยงามของสังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป

มิวเซียมสยาม

โดยกิจกรรมภายใต้ โครงการ “ร้อยปีตึกเรา” จะมีเนื้อหา เรื่องราวเกี่ยวข้องกับผู้คนมากมายในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลง ที่เกี่ยวข้องกับอาคารแห่งนี้ ซึ่งมีทั้งข้าราชการ พ่อค้า เกษตรกร ประชาชน เมื่อครั้งยังทำหน้าที่เป็นกระทรวงพาณิชย์ เช่นเดียวกันกับในยุคที่อาคารเก่าได้ปรับหน้าที่มาเป็น สถาบันพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้แห่งชาติ หรือมิวเซียมสยาม

ซึ่งในปัจจุบันก็ยังคงทำหน้าที่รองรับสาธารณชน ทั้งหน่วยงาน นักเรียน นักศึกษา กลุ่มครอบครัว นักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติ ทั้งนี้กิจกรรมต่างๆ จึงมีแนวคิดจากการตีความสองคำเข้าด้วยกัน คือ “ตึกเรา” หมายถึง “ตึกของพวกเรา” ในอดีต ปัจจุบัน อนาคต และ “การค้นพบอีกครั้ง” หรือ Rediscover สื่อถึงการเชื่อมโยงและสัมพันธ์กับบทบาทของมิวเซียมสยาม ที่เน้นการเรียนรู้จากการค้นหา ค้นพบความรู้ด้วยวิธีที่หลากหลาย ปรับประยุกต์เข้ากับปัจจุบันได้ เสริมด้วย มิติด้านสังคม วัฒนธรรม ในยุคที่ประเทศเปลี่ยนผ่าน จากสังคมประเพณีสู่สังคมสมัยใหม่ในทุกมิติ

ผ่านกิจกรรมหลักที่ถือว่าเป็นสุดยอดไฮไลท์ ภายใต้มหกรรมเฉลิมฉลอง “ร้อยปีตึกเรา” อาคารประวัติศาสตร์ มิวเซียมสยาม ในเดือนเมษายนนี้ อันประกอบด้วย

มิวเซียมสยาม

1. นิทรรศการหมุนเวียน “ตึกเก่าเล่าใหม่” นิทรรศการที่ว่าด้วยประวัติความเป็นมา แนวคิดทางสถาปัตยกรรมและวิศวกรรมของอาคาร รวมถึงบริบททางประวัติศาสตร์และสังคมที่เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คนที่เกี่ยวข้องกับอาคารหลังนี้ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งร้อยปี

มิวเซียมสยาม

2. กิจกรรม “เสาร์สนามไชย Saturday Happening” เป็นการเปิดพื้นที่การเรียนรู้ด้วยกิจกรรมหลากหลายที่เหมาะสมกับคนทุกช่วงที่มิวเซียมสยามทุกวันเสาร์ต้นเดือน เริ่มตั้งแต่เมษายน-พฤศจิกายนนี้ ได้แก่

– Talk & Workshop : งานเสวนา และอบรมเชิงปฏิบัติการในด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม สถาปนิกฝรั่งในสยาม เพื่อให้ผู้ชมได้รับแรงบันดาลใจทางสุนทรียศาสตร์ที่ร่วมสมัย กับ ตึกมิวเซียมสยาม

– Kidscovery Zone : พื้นที่กิจกรรมสำหรับเด็กได้ร่วมสนุกกับงานโครงสร้างและการออกแบบสถาปัตยกรรมผ่านกิจกรรมต่อโมเดลกระดาษตึกมิวเซียมสยาม และ Tamagno’s Mini Bricks ตามาญโญในตัวต่อจิ๋ว

– Trail in the Building : กิจกรรมเส้นทางนำชมตึกมิวเซียมสยามด้วยเทคนิคพิเศษหลากหลายที่เหมาะสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ รวมถึงนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยไม่ว่าจะเป็น การนำชมผ่านศิลปะการแสดง  หรือ Performance Tour โดย บุญ พงศ์พานิช และ Cherry Theatre โรงละครเพื่อการพัฒนา,

Walk Rally เรียนรู้เรื่องราวประวัติศาสตร์อาคารฯ ในรูปแบบ Play and Learn ตามสไตล์ของมิวเซียมสยามไปกับ Tamango’s Walk Rally หนีตามตามาญโญ, Architecture Walking Tour สำหรับเด็กโดย Rayrai, Art & History Walking Tour, 30 Highlights Architecture Walking Tour : 30 สิ่ง แห่งความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมมิวเซียมสยาม, Throw Back Tour: ย้อนอดีตมิวเซียมสยามด้วยภาพเก่า, Attic Tour : ชมห้องใต้หลังคา, Curator Tour : ชมตึกกับภัณฑารักษ์ เป็นต้น

มิวเซียมสยาม

– Literature Reading : การอ่านวรรณกรรมร่วมสมัยกับตึกเก่าพาผู้ร่วมกิจกรรมสัมผัสอรรถรสและวรรณกรรมร่วมยุคสมัยที่มีความสัมพันธ์กับตึกมิวเซียมสยามตลอดช่วงเวลา 100 ปี

– Reenactment Show : การแสดงของกลุ่มจำลองประวัติศาสตร์

– Music@Museum ดนตรีมีเรื่องเล่าฟังดนตรีร่วมสมัยกับตึกร้อยปี

มิวเซียมสยาม

ที่ห้ามพลาด! คือความพิเศษสำหรับผู้มาร่วมกิจกรรม “เสาร์สนามไชย” และซื้อบัตรเข้าชมนิทรรศการถอดรหัสไทยจะได้ร่วมถ่ายภาพในโซนสตูดิโอกับมุมสวยของตึก ในวาระครบรอบ 100 ปี เก็บไว้เป็นที่ระลึก

นอกจากนี้ภายในงานยังมี Food Truck Zone ให้บริการจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มให้กับผู้เข้าชมตลอดทั้งงาน ตั้งแต่เวลา 10.00 – 20.00 น. รวมถึงพบกับสินค้าที่ระลึกของ Muse Shop ใน Collection พิเศษ “ร้อยปีตึกเรา” ที่รอให้ทุกท่านมาร่วมช้อปเก็บเป็นที่ระลึกอีกด้วย

รวมถึงกิจกรรมพิเศษอื่นๆ ที่รอทุกคนมา Enjoy Every Moment ร้อยปีตึกเรา อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสื่อการเรียนรู้ออนไลน์ Game & Learning ที่จะพาทุกคนสนุกทะลุโลกดิจิตอลเสมือนจริงแบบไร้กรอบ ทั้งเกมส์ Mine craft & Live Streaming (Sim City) เพื่อเรียนรู้ อาคารมิวเซียมสยาม และสื่อการเรียนรู้สถาปัตยกรรม โครงสร้างอาคาร ในรูปแบบเสมือนจริง Virtual Explore the Building Discovery a hundred years of modern history Museum Siam และปิดท้ายปีด้วยงานเทศกาลประจำปี Night at the Museum ครั้งที่ 12 เป็นต้น

ผู้สนใจสามารถ ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ ได้ ผ่านทาง FB : Museumsiamfan  หรือเว็บไซต์ www.museumsiam.org

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ) เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : Awakening Khaosan งานแสดงแสงไฟสุดฮิป ในถนนข้าวสาร

MILLI เต้นแอโรบิก สุดปังอีกครั้งบน Coachella 2022

0

ปังสุดหยุดไม่อยู่ สำหรับน้องอำนวยของพวกเราที่ล่าสุด MILLI เต้นแอโรบิก สร้างชื่อความปังไว้อีกครั้งบนเวที Coachella 2022 นะครับ หลังจากโชว์เต้นแอโรบิก ในจังหวะโจ๊ะ ๆ เสมือนว่ายกสวนสุขภาพ หรือลานออกกำลังกายไปตั้งไว้กลางเวทีเลย บอกเลยว่า คนไทยปลื้มหนูแล้ว ปลื้มหนูอีก ปลื้มแบบว่า ปลื้มไม่ไหวแล้วจ้า

MILLI เต้นแอโรบิก

MILLI เต้นแอโรบิก บนเวที Coachella 2022

หากจำกันได้ใน Coachella สัปดาห์แรก มิลลิ หรือ “น้องอำนวย” ของเราได้สร้างชื่อโดยการเป็นคนไทยคนแรกที่ได้ขึ้นเวทีนี้ แต่นางก็ไม่ได้ขึ้นไปเฉย ๆ เพราะนอกจากร้องเพลงเนื้อหาดีที่มีแซะ…. หน่อย ๆ ก็ยังได้มีการโชว์กิน “ข้าวเหนียวมะม่วง” บนเวทีอีก เรียกว่าทำเอาข้าวเหนียวมะม่วงขายดีแบบเทน้ำเทท่า

ปังไม่ปัง ก็กัมพูชารีบเคลมเลยว่า เนี่ยของดีเมืองเขมรนะเออ (ฮา) ตั้งทั้งนี้ก็กินข้าสเหนียวมะม่วง และดชว์ของ MILLIก็แตกออกเป็นหลายเสียง บ้างก็เห็นด้วย บ้างก็ไม่ชอบ (เอาจริง ๆ งงว่าไมไม่ชอบนะ) ถึงกับมีคอมเม้นท์ที่ว่า ไร้มารยาทไม่มีใครเขาทำกัน

แต่หารู้ไม่ว่า การแหลก (จริง ๆ ต้องใช้ ด.เด็ก) บนเวทีเขามีกันมานานแล้ว คะแนนคุณพ่ออย่าง Ozzy Osbourne ยังเคยเอาค้างคาวสด ๆ ไปขย้ำกินบนเวทีเลย (ยี้ แต่เรื่องจริง) กระนั้นเจ้าหนูมิลลิของเราก็ไม่มีหยุด เพราะล่าสุดในวันสุดท้ายของงานนางก็เล่นใหญ่อีกครั้ง แถมครั้งนี้จัดเต็ม

โดยการเริ่มด้วยเพลงช้าเบาๆ ก่อนเพิ่มความมันเรื่อยๆ และไม่ลืมที่จะหยิบเพลงฮิต ‘สุดปัง’ ขึ้นโชว์ ก่อนตบท้ายด้วยการเต้นแอโรบิก! ใช่จ่ะ “เต้นแอโรบิก” เอ้า 1 2 3 4 ไปค่ะ 5 6 7 8 อะไรอย่างนั้นเลย!

ก็คือในช่วงนาทีสุดท้ายของโชว์ มิลลิ พร้อมแดนเซอร์ เปลี่ยนเวทีโคเชลล่า ให้เป็นลานแอโรบิก เพราะเลือกเพลงยอดฮิตของลานแอโรบิก มามิกซ์กับจังหวะในแบบฉบับมิลลิ และที่สำคัญ มีท่าขยับแขน-ขา เหมือนที่ผู้นำแอโรบิกทำเป๊ะๆ แล้วแบบนี้จะไม่รัก ไม่สนับสนุนน้องได้อย่างไรกัน

เอาตรง ๆ นะครับ Inzpy เป็นคนที่ติดตามผลงานของมาตั้งแต่สมัยประกวด The Rapper ใหม่ ๆ จนเพลงแรกที่แบบมันเหมือนจะฟังไม่รู้เรื่องอย่าง “พักก่อน” ไล่มาถึง “สุดปังฎ และการได้เข้าร่วมกับ 88rising การได้ทำเพลงกับนักร้องต่างประเทศ เปิด youtube ดู Live ของน้องบ่อยมาก

บอกเลยว่า น้องนวย น้องมินนี่ น้องมิลลิ จะเรียกว่าอะไรก็แล้วแต่ใจ แต่ที่อยากจบอกคือ ในทุกโชว์ ทุกเพลง ทุกการแสดง มิลลิ ดีขึ้น เก่งขึ้น และปังขึ้นทุกครั้ง การออกแต่ละรายการมักจะมีคอนเท้นท์ ดี ๆ นำเสนอเสมอ และการไป Coachella ครั้ง Performance บนเวทีของน้องเยี่ยมจริง ๆ ครับ

อัปเดต เส้นหลักของ สยามสแควร์ (ฝั่งร้อน)

แหล่งรวมแฟชั่นของวัยรุ่น ทุกยุค ทุกสมัย เป็นที่ไหนไม่ได้นอกจาก สยามสแควร์ ใจกลางเมืองที่มีมูลค่าการเช่าที่ดินสูงที่สุด แห่งหนึ่งในประเทศไทย เป็นแหล่งรวมเทรนด์ แฟชั่น ไอเดีย และอัปเดตสินค้าใหม่ล่าสุดก่อนให้ทุกคนได้เห็นเลยทำให้หลายแบรนด์สินค้าดัง พยายามจะมาเปิดเป็น “แฟลกชิปสโตร์ “ กันที่นี่ ซึ่งปัจจุบันบนถนนเส้นหลักได้เปลี่ยนแปลงไปมากขนาดไหน ลองมาดูกัน

เริ่มจากทางเข้าจากถนนพระราม 1 ตรงข้ามห้างเอ็มบีเค ก็ได้เปลี่ยนเป็นตึกสึงลับฟ้า ที่ว่าเป็น Learning Center และออฟฟิศสำนักงานให้เช่า ที่สำคัญเป็นออฟฟิศบริหารของสำนักงานทรัพย์สินของจุฬาไปในตัวด้วย ซึ่งภายในจะเป็นร้านอาหาร ร้านกาแฟ และเป็นที่จอดรถ โดยตึกนี้จะชื่อว่า SiamScape ซึ่งบริเวณนี้แต่เดิมเป็นพื้นที่ของ Hard Rock Café

ฝั่งตรงที่เป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ก็ยังอยู่และปรับปรุงใหม่ ส่วนถัดมา ก่อนหน้านั้นเป็น “อีฟแอนด์บอย” และ “วัตสัน” ตอนนี้ทั้งตึกโดน “โอ้กะจู๋” แย่งชิงไปทั้งตึกเรียบร้อยแล้ว ไม่ธรรมดาเลย แค่ปลูกผัก กับเปิดร้านอาหารที่เชียงใหม่ ก็ดังทั่วประเทศไปเลย

ถัดมาเป็นตึกของอะไรใครจำได้บ้าง…. คำตอบคือเป็นของ “คิคูย่า” ร้านเสื้อผ้าที่อยู่สำเพ็ง ตอนนี้เสร็จร้านแว่นท็อปเจริญเอาไปทั้งตึกเลย ตกแต่งสวยมีงาม มีฟาซาด (Façade) ด้วย ลงทุนไม่ใช่น้อย ขายแว่นคงได้กำไรงามนะนี่ แต่ติดอยู่นิดเดียวนะ ถ้าไปถึงสำนักงานของจุฬา… ทำไมไม่เอาหม้อแปลงลงด้วยเลยทีเดียว!!

ขยับมาอีกบล็อก ก็จะเป็นส่วนของแฟชั่น บิวตี้ ที่มี Beautrium เป็นตึกโชว์กระจกใส สวยงามตระการตา ตึกศูนย์รวมเครื่องสำอางแบรนด์นี้รุกตลาดทั้งออฟไลน์ และออนไลน์ อีกทั้งยังปล่อยเช่าพื้นที่ให้กับ istudio ด้วนบนอีกด้วย ไม่ธรรมดาจริง ๆ เป็นแฟลกชิปสโตร์ที่สวยงามอีกตึกหนึ่งเลยทีเดียว ส่วนตรงข้ามก็จะเป็น SOS และ SHU สินค้าแฟชั่นระดับคุณหนู และคนทำงาน ไม่เบาเลยทีเดียวสำหรับสายแฟชั่นที่สามารถเช่าตึกระดับนี้ให้คนได้ซึมซับแบรนด์….และบริเวณนี้ โซนด้านหลังยังคงเป็นแนวสตรีทอยู่ มันก็ดูเหมือนชินจูกุ หรือชิบูย่า เลยเน่อะ ที่เส้นหลักจะสวยงาม เข้าไปหน่อยของมันส์ ๆ เพียบเลย

ถัดมาเกือบถึงตรงกลางแล้ว ก็จะเป็น ธนาคารกสิกร ที่มีจอแบบโค้ง รับรองว่าอีกหน่อยต้องมีตัวอะไรออกมาให้เห็นแน่นอน คงกำลังทำโปรดักชันกันอยู่ เป็นธนาคารที่น่าเข้าไปทำธุกรกรรมมาก ไปกู้ หรือไปจ่ายดอกเบี้ยดี 555 ตรงข้ามก็ยังเป็นทรู และเยื้อง ๆ ก็เป็นเชสเตอร์เหมือนเดิม เพียงแต่มีการปรับปรุงตึกให้สวยงามยิ่งขึ้น

ถัดมาก็เป็นเซ็นเตอร์พ้อยท์ และสยามวัน ซึ่งมีการปรับปรุงด้านหน้า และทางเท้านิดหน่อยเท่านั้น ก็ยังเป็นตึกที่เชื่อมกับรถไฟฟ้า เลยไม่ต้องทำอะไรมาสำหรับให้คนจดจำ แต่ภายในคงต้องปรับกันพอสมควร ซึ่งสยามวันปรับได้ดีเยี่ยม นำเทรนด์เกาหลีมาใส่เยอะมาก วัยรุ่นเข้าออกเยอะ ร้านเกาหลีก็มีหลากหลาย

ส่วนด้านตรงข้ามสยามวัน ก็เป็นร้านค้าที่เกิดมาจากสยามสแควร์นี่เอง ดังจนเปิดร้านใหญ่โตเลย matchbox เป็นสินค้าแฟชั่น วัยรุ่น ใส่ง่าย ราคาไม่แพงมาก วัยรุ่นชอบ ส่วนผลิตภัณฑ์ความงามอย่าง “The Klinique” ก็มาเปิดแฟลกชิปสโตร์กันตรงนี้ แต่ร้านตัดผมนี่สิ มาเปิดข้าง ๆ matchbox อยากรู้จริง ว่าราคาสระ ซอย จะเท่าไหร่ ถัดไปก็คือตำนาน A&W ที่สาบสูญไปแล้ว ตอนนี้กำลังตกแต่งอยู่ เห็นว่าจะเป็นร้านอาหารนะ ลองมาดูกันอีกทีละกัน ส่วน “ซูรูฮะ” ร้านเบ็ดเตล็ดของญี่ปุ่นก็ยังคงอยู่ยง คงกะพันได้

ไปถึงตอนท้ายเลยดีกว่า โซนนี้ก็ยังมีร้านอาหารสีฟ้าอยู่ แต่ที่ต้องยกนิ้วให้เลย กับแบรนด์เกรทวอล (GWM) ที่นำสถานนีชาร์ตไฟมาเปิดที่นี่ และยังมีโชว์รูมอยู่ในสยามวันอีกด้วย เข้าถึงจริง ๆ แบรนด์นี้ ส่วนตรงข้าม ใครอยากทานขนมครกสิงคโปร หรือขนมเขียวก็ซื้อได้นะ แล้วตลาดนัดก็ยังอยู่ มีร้านเก๋ ๆ อย่างร้านแว่นตาสำหรับเกมเมอร์ที่อีกหน่อยดังพลุแตกแน่ ลองแวะไปชมกันนะ สยามสแควร์ (ฝั่งร้อน)

รวม 9 ร้านอาหารในกรุงเทพฯ ที่ดีที่สุดในเอเชีย

Daytrade Gaming ผงาดคว้าแชมป์ PCS6

0

Daytrade Gaming พาทีมจากไทยกลับมาผงาดใน PCS6 ได้สำเร็จนะครับ หลังจากที่เสียความยิ่งใหญ่ไปให้กับ BN United ใน PCS5 เพราะก่อนหน้านี้ใน PCS3 และ 4 เป็น Buriram United ที่คว้าแชมป์ได้ 2 สมัยติด แต่ล่าสุด พวกเรากลับมาแล้วครับ หลัง Day โชว์ฟอร์มเยี่ยมตั้งแต่เกมแรก และนำยาวมาจนเกมสุดท้าย

Daytrade Gaming

Daytrade Gaming ทีมพลังเด็กคว้าแชมป์ PCS6

สำหรับ PCS นั้นชื่อเต็ม ๆ คือ PUBG Continental Series ซึ่งเป็นการแข่งขันเกม Pubg :Battle Ground ระดับภูมิภาค ซึ่งไทยเรานั้นอยู่ในโซน Asia Pacific หรือว่า APAC

ซึ่งการแข่งขันนั้นมีทั้งหมด 16 ทีมครับ ซึ่งแต่ละประเทศก็จะมีโควต้าแล้วแต่ตามที่ทาง Pubg Corp จะให้ ซึ่งไทยนั้นได้มา 5 สิทธิ์

โดย 3 สิทธิ์แรกจะเป็นของ อันดับ 1-3 ของรายการ Pubg Thailand Series หรือ PTS ซึ่งก็ได้แก่ Attack All Around ทีมแชมป์ Daytrade Gaming และ Made in Thailand

จากนั้นอีกสองโควต้ามาจากรายการ Thailand Open ได้แก่แชมป์อย่าง Theerathon Five และ Magic E-sports ซึ่งนี่คือ 5 ทีมจากประเทศไทย

นอกจากนี้จะมี 5 ทีมจากเวียดนามได้แก่ CERBERUS Esports, BN United, Luxurious Esports, Unicorn Phoenix DN และ The Expendables

Rest of sea 4 ทีม ได้แก่ Team Extraordinaire และ NRX Esports จากอินโดนีเซีย, ArkAngel Predator และ Alter Ego จาก ฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ยังมีอีก 2 ทีมจากโซน Oceania ครับ ได้แก่ Team Bliss และ Senjo

โดยการแข่งขันครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 2 สัปดาห์ครับ สัปดาห์ละ 15 เกม ในช่วงวันศุกร์ เสาร์ และอาทิตย์ วันละ 5 รอบโดด รวมแล้วเป็น 30 เกม ซึ่งจะสั้นกว่าการแข่งขันในประเทศที่เรียกว่าเป็น “โปรลีก” ถึงครึ่งหนึ่งเลยทีเดียว โดยแข่งวันแรกคือ 15 เมษายน 2022 ที่ผ่านมา

ซึ่งทาง Daytrade ก็โชว์ฟอร์มได้เยี่ยมตั้งแต่วันแรกครับ โดยประเดิมคว้าไก่ได้แต่ตั้งแต่เกมแรกเลย ซึ่งในวันแรกพวกเขาสามารถทำได้ถึง 2 ไก่ หนึ่งรองแชมป์ และติด Top 3 และ Top 5 ได้อย่างละเกม พร้อมกวาดแต้มคิลไป 34 คิล

แต่ก็มีทีมอย่าง UNP หรือ Unicorn Pheonix DN ที่ทผลงานได้โดยการคว้า 2 ไก่ และกว่าคิลไปเยอะถึง 44 คิลครับที่ออกนำไปก่อนในวันแรก ส่วน T5 อีกทีมของไทยก็สามารถคว้าได้ 1 ไก่ ในวันแรกเช่นกัน

จากนั้นในการแข่งขันวันที่สอง ถือว่า Day ของไทยโชว์ฟอร์มพีคมากครับ คว้าได้สามไก่ จาก 5 รอบโดด ส่วน UNP ได้แค่ไก่เดียว และฟอรืมค่อนข้างหลุด

ทำให้ Day พลิกขึ้นมาแซงนำ และจากนั้นคือนำยาว ๆ เลย แม้ว่า ในวันที่สามของการแข่งสัปดาห์แรกจะไม่ได้แชมป์เลยก็ตาม

ซึ่งจบด้วยการได้แชมป์สัปดาห์แรกครับ 183 คะแนนกับ 103 คิล ตามด้วย UNP 136 คะแนน 83 คิล และ T5 129 คะแนน 77 คิล ส่วนอีก 3 ทีมของไทยนั้น จบที่อันดับ 7 คือ MiTH 95 คะแนน 59 คิล อันดับ 9 MG 68 คะแนน 44 คิล และอันดับ 10 AAA 67 คะแนน 52 คิล

Daytrade Gaming

WEEK ที่สอง ปู่และเหล่าเด็ก ๆ นำยาวจนเข้าวิน

มาต่อกันที่สัปดาห์ที่สองของการแข่งขัน กับ 15 รอบโดดสุดท้าย โดย Inzpy จะขอนับเป็นวันที่ 4 ของการแข่งขันนะครับ Daytrade ที่นำเป็นจ่าฝูงคว้าไปได้อีก 2 ไก่ กับอีก 41 คิล เรียกว่าแทบจะนอนมาเลยครับ

ส่วนฝั่งของ UNP นั้นฟอร์มตกลงไปครับ นอกจากได้ไก่ในเกมแรกของวัน ก็หลุดยาวเลย

ส่วนวันที่ห้าของการแข่ง วันนี้ Day ของไทยเล่นค่อนข้างประคองตัวครับ ด้ยระยะห่างของคะแนนที่ค่อนข้างจะไกล แต่ว่า CEBERUS, Team Bliss และ Theerathon FIVE ที่ไล่ทำคะแนนจี้ขึ้นมาเรื่อย ๆ

ส่วนอีก 3 ทีมจากไทย ถือฟอร์มยังทรง ๆ ครับ อย่าง MiTH นั้นพยายามสู้กับวงฟ้าอย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายวงสู้กลับซะงั้น

มาถึงวันสุดท้ายของการแข่งขัน วันที่จะต้องตัดสินแชมป์ ซึ่งตรงนี้เอาจริง ๆ คะแนนของทุทกีมแซง Daytrade ยากอยู่ครับ แต่ไม่รุ้ว่าเกิดอะไรขึ้นเพราะทั้ง PuuChiwz, Flash, Nourinz และ Belmoth ฟอร์มหลุดไปซักอย่างนั้น เรียกว่านี่คือ Baddays ที่พวกเขาโชว์ฟอร์มแย่ที่สุดในหกวันของการแข่ง

แล้วเป็น T5 ที่ดชว์ฟอรืมดีในวันที่ห้า และต่อเนืองมาถึงวันที่หก ซึ่งพวกเขาคว้าได้สองไก่ ซึ่งน่าเสียดายที่พวกเขาเล่นหลุดกันไป 2 เกมในสองวัน ทำให้ชวดโอกาสแซงขึ้นไปคว้าแชมป์

และมันทำให้บทสรุปของ PCS6 เป็น Daytrade Gaming ที่คว้าแชมป์ด้วยคะแนน 310 คะแนน คิลรวม 180 คิล

อันดับ 2 เป็นของ Theerathon FIVE 239 คะแนน คิลรวม 142 คะแนน ส่วนที่เหลือของไทยคือ MiTH อันดับ 8 ทำไป 187 คะแนน AAA อันดับ 9 ทำไป 143 คะแนน และ MG จบอันดับ 11 ทำไป 131 คะแนนครับ

โดย Daytrade ได้เงินรางวัลจากการคว้าแชมป์ 80,000 เหรียญ หรือ ประมาณ 2,700,000 บาท พร้อมกับ PGC Point 200 คะแนน ทำให้แทบจะการันตีการเข้าไปแข่งรายการชิงแชมป์โลกในช่วงสิ้นปีนี้แน่นอนแล้ว

อันดับ 2 T5 คว้าไป 36,000 เหรียญ หรือประมาณ 1,200,000 บาท และ 120 PGC Point ครับ ซึ่งหากพวกเขาสามารถกลับมาแข่งได้อีกใน PCS7 ก็ไม่ช่างเรื่องยากในการจะทำอันดับไปแข่งชิงแชมป์โลก

H&M ส่งคอลเลกชันจัดจ้านสนุกสนาน แถมเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

กลับมาพบกับคอลเลกชันรักษ์โลกจาก H&M กันอีกครั้ง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ทางแบรนด์ได้ทยอยปล่อยคอลเลกชันภายใต้แนวคิด Innovation Stories โปรเจกต์พิเศษที่ตั้งใจทำขึ้นมาเพื่อสนับสนุนความยั่งยืนในการผลิตเสื้อผ้าแฟชั่น โดยครั้งนี้เป็นการเปิดตัวคอลเลกชันที่ 5 แล้ว ภายใต้ชื่อ “Innovation Story Cherish Waste”

cr.photo ; designscene.net

คอลเลกชันล่าสุดนี้มาในธีมที่เกี่ยวกับความรัก ที่มีจุดประสงค์ที่ต้องการเชิญชวนให้ทุกคนมาตกหลุมรักและเปิดประสบการณ์พบกับเนื้อผ้าใหม่ ๆ ที่ทำมาจากวัสดุเหลือใช้และวัสดุรีไซเคิล ที่ประกอบไปด้วยเสื้อผ้าสีสันจัดจ้านจี๊ดจ๊าดพร้อมรูปแบบเสื้อผ้าที่มีดีไซน์เย้ายวน ที่นอกจากจะสวยงามสะดุดตาแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงอย่างมาก เชื่อว่าจะสามารถทำให้เหล่าสาวกสายแฟชั่นตกหลุมรักเสื้อผ้าจากคอลเลกชันนี้ได้อย่างง่ายดาย

cr.photo ; www2.hm.com

โดยไอเทมเสื้อผ้าส่วนใหญ่ภายในคอลเลกชันนี้ ทำมาจากเสื้อผ้าชิ้นเก่าที่ถูกนำมารีไซเคิล ขยะพลาสติกที่ถูกเก็บมาก่อนจะหลุดลงสู่ท้องทะเล รวมไปจนถึงของเหลือใช้อื่น ๆ ที่ผ่านกระบวนการจนกลายเป็นเสื้อผ้ารักษ์โลก ซึ่งความพิเศษยังไม่จบ เพราะเสื้อผ้าทุกชิ้นนอกจากจะถูกออกแบบมาเพื่อให้สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันแล้ว ถ้าเกิดวันไหนเราเกิดเบื่อขึ้นมา เรายังสามารถส่งต่อให้คนอื่นได้อีกด้วย ซึ่งความพิเศษอยู่ตรงที่ด้านในของไอเทมแต่ละชิ้นจะมาพร้อมกับป้ายด้านใน ที่เราสามารถเขียนข้อความแทนใจ ก่อนที่จะส่งมอบให้กับเจ้าของคนใหม่ได้อีกด้วย เป็นการส่งต่อที่มีความหมายแสนพิเศษแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน

cr.photo ; designscene.net

วัสดุล้ำสมัยหลายอย่างแปลกตาได้ถูกนำมาใช้ภายในคอลเลกชันนี้เป็นครั้งแรก ที่เกิดมาจากการผสมผสานความคิดสร้างสรรค์เข้ากับวัสดุที่นำของเหลือใช้กลับมารีไซเคิลจนกลายเป็นสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นที่สวยงาม วัสดุที่นำมาใช้มีทั้ง MIRUM® ผ้าไหมรีไซเคิลสุดล้ำ ไปจนถึง AirCarbon™ โดยเสื้อผ้าชิ้นที่โดดเด่นสะดุดตาในคอลเลกชัน เป็นกลุ่มของเดรสหลากหลายแบบ ที่มีทั้งเดรสผ้าถักสีชมพู เดรสสำหรับตอนกลางคืนรูปหัวใจสีชมพูบับเบิ้ลกัม รวมไปถึงมินิเดรสฟูฟ่องสีฟ้าอ่อน ที่ล้วนทำมาจากโพลิเอสเตอร์รีไซเคิล

Innovation Story Cherish Waste
cr.photo ; designscene.net

นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ไอเทมเครื่องประดับอย่างรองเท้าส้นสูงและสร้อยข้อมือประดับหมุด ก็ล้วนทำมาจากเทคโนโลยี MIRUM® ซึ่งเป็นวัสดุหนังที่ทำมาจากเส้นใยพืช น้ำมันพืช และแร่ธาตุ เป็นวัสดุธรรมชาติ 100% ปราศจากการใช้พลาสติกโดยสิ้นเชิง ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสร้อยคอแบบโซ่และต่างหูหินสีประดับตกแต่งด้วยรูปหัวใจสีดำที่ทำจาก AirCarbon™ วัสดุชีวภาพที่ทำจากจุลินทรีย์ ที่สามารถดูดซับอากาศและคาร์บอนจากก๊าซเรือนกระจกแทนที่จะปล่อยสู่ชั้นบรรยากาศ นับว่าเป็นนวัตกรรมที่ช่วยทำให้วงการแฟชั่นก้าวไปข้างหน้าอีกขั้น พร้อมวิธีการรักษาโลกเราเอาไว้ไปพร้อมกันได้อย่างน่าทึ่ง

Innovation Story Cherish Waste
cr.photo ; designscene.net

Ann-Sofie Johansson (แอน-โซฟี โจฮานสัน) ที่ปรึกษาด้านครีเอทีฟของ H&M ยังกล่าวอีกว่า “คอลเลกชันนี้ตั้งใจทำมาเพื่อเฉลิมฉลองความรัก ที่เต็มเปี่ยมอัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้าที่มีความโดดเด่นสะดุดตาทั้งยังสวมใส่สบาย ทางเราอยากให้ทุกคนเปิดใจ ลองผสมผสานเสื้อผ้าภายในคอลเลกชันที่สามารถใส่ได้ในหลากสไตล์หลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็น แมตช์โค้ทลายเสือดาวตัวใหญ่พิมพ์ลายหัวใจคู่กับบอดี้สูทแนบเนื้อ หรือจะเลือกการแต่งตัวด้วยชุดเซตลายหัวใจที่ได้แรงบันดาลใจมาจากลูกโป่งฟอยล์”

Innovation Story Cherish Waste
cr.photo ; designscene.net

Ella Soccorsi (เอลล่า ซอเกอร์ซีย์) นักออกแบบคอนเซ็ปต์ของ H&M ยังเสริมอีกว่า “ทีมออกแบบมีความตั้งใจในการรังสรรค์คอลเลกชันนี้ให้สื่อถึงความรัก ความใกล้ชิด และการสร้างความสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่กับผู้คน แต่อยากให้มีกับเสื้อผ้าด้วย โดยไอเทมแต่ละชิ้นถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้ใส่สามารถสื่อความเป็นตัวของตัวเองออกมาได้ ทั้งยังสามารถถ่ายทอดความใส่ใจผ่านเสื้อผ้าที่ทำมาจากวัสดุที่ช่วยลดขยะ สุดท้ายเมื่อใช้จนเต็มที่แล้ว ทางเราก็หวังว่าคุณจะส่งต่อให้กับเจ้าของคนใหม่ต่อไปได้อีกด้วย”  

คอลเลกชัน Innovation Story Cherish Waste จะเริ่มจำหน่ายทางออนไลน์เท่านั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

Innovation Story Cherish Waste
cr.photo ; www2.hm.com

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับคอลเลกชันรักษ์โลกสุดพิเศษจาก H&M ที่เราเอามาฝากกันในวันนี้ หวังว่าทุกคนจะชอบนวัตกรรมใหม่ และความคิดสร้างสรรค์ซึ่งถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีมากในวงการแฟชั่น ที่เราสามารถคิดค้นวิธีการและกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมแฟชั่น ที่สามารถช่วยรักษาโลกของเราไปพร้อมกับความสวยงามและสไตล์การออกแบบเสื้อผ้า

Innovation Story Cherish Waste
cr.photo ; www2.hm.com

อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่า เป็นวิถีแฟชั่นที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่งในช่วงปีหลังที่ผ่านมามีหลากหลายแบรนด์ดังระดับโลก ที่เริ่มปรับเอาแนวคิดนี้เข้ามาทำธุรกิจกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น หวังว่าเราจะได้เห็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถช่วยโลกเราเอาไว้ได้ ไปพร้อมกับจินตนาการสร้างสรรค์ของวงการแฟชั่นที่ไม่มีวันหยุดยั้ง อย่าลืมติดตามคราวหน้า ว่าทาง Inzpy จะนำเอาข่าวและสาระความบันเทิงในวงการแฟชั่นอะไรที่น่าสนใจมาฝากทุกคนกันอีก รอติดตาม.. อย่าหายไปไหนนะคะทุกคน

CheckPoint Roaster & Cafe ปราจีนบุรี คาเฟ่ สำหรับคนรักกาแฟ

เที่ยว ปราจีนบุรี ก็มีคาเฟ่เท่ ๆ ให้ไปเช็คอินเหมือนกันนะทุกคน ที่ CheckPoint Roaster & Cafe คาเฟ่ที่ตกแต่งด้วย Loft และมี Bearbrick อยู่ทั่วทุกส่วนของมุมร้านเลยค่า แถมยังเป็นคาเฟ่ที่คั่วเมล็ดกาแฟเอง จะซื้อเป็นเมล็ดกลับไป กด บด ชงที่บ้าน หรือจะสั่งกาแฟดื่มที่ร้านก็ได้ “แก๋ว” สุด ๆ ไปเลยค่ะ

CheckPoint Roaster & Cafe ปราจีนบุรี คาเฟ่ สำหรับคนรักกาแฟ

คาเฟ่นี้เป็นคาเฟ่ยอดนิยมใน ปราจีนบุรี คาเฟ่นึงเลยก็ว่าได้ค่ะ เป็นแนว Specialty Coffee ถูกใจคอกาแฟแน่นอนค่ะ ที่นี่ไม่ได้มีขายแค่เครื่องดื่มกาแฟอย่างเดียว แต่เนื่องที่นี่เปิดเป็นโรงคั่วกาแฟด้วย ทำให้ใครที่สนใจอยากซื้อเมล็ดกาแฟกลับไป บด กด ชงเองที่บ้านก็ได้

ส่วนเมนูเครื่องดื่ม หรือกาแฟภายในร้านก็จะมีให้เลือกหลากหลายเมนู ไม่ว่าจะเป็นกาแฟดำ กาแฟนม กาแฟที่เป็น เมนู Signature หรือเครื่องดื่มชาเขียว เครื่องดื่มโซดาต่าง ๆ สามารถเลือกได้ตามใจชอบเลยค่ะ

นอกจากเมนูเครื่องดื่มที่มีให้เลือกสั่งมากมายแล้ว ที่นี่ยังมีพวก เค้ก เบเกอรี ครัวซองต์ให้เลือกสั่งทานคู่กับกาแฟอีกเยอะมาก ซึ่งที่ทีเด็ดที่ต้องลอง คือ เมนู บลูเบอร์รีชีสเค้ก เป็นเค้กที่มีกลิ่นหอมของบลูเบอรร์รี หวานอมเปรี้ยวนิด ๆ ผสมกับความหอมของชีสเค้กเบา ๆ เนื้อเนียนละลายในปาก ถือเป็นเมนูเค้กที่รสชาติดีทีเดียวค่ะ แถมหน้าตาก็น่าทานสุด ๆ

ส่วนครัวซองต์ก็มีให้เลือกหลายแบบเหมือนกัน กลิ่นหอมของเนื้อครัวซองต์ช่างเย้ายวนมาก เนื้อแป้งดูนุ่มฟู หืม!! เห็นแล้วก็อยากจะสั่งมาทานทุกเมนูเลยล่ะค่า ติดตรงกลัวจะตัวบวมนี่แหละ 555

CheckPoint Roaster & Cafe ปราจีนบุรี คาเฟ่ สำหรับคนรักกาแฟ

มาดูการตกแต่งภายในร้านกันบ้าง จะเห็นว่าที่ร้านจะมีการตกแต่งด้วย Bearbrick ที่มีโชว์อยู่ทั่วทุกมุมร้าน ทำให้ดูโดดเด่น มีแต่ตัวสวย ๆ อารมณ์เหมือนจะเป็นพิพิธภัณฑ์ขนาดย่อมเลยก็ว่าได้ ส่วนสไตล์ก็มีความเป็นงานไม้ งานเหล็ก มองแล้วเหมือนมีความเป็น Loft เบา ๆ ผสมผสานกับสีสันของ Bearbrick ยิ่งทำให้ดูเท่มากเลยค่า

ภายในร้านที่เป็นโซนแอร์จะค่อนข้างกว้าง สามารถเลือกนั่งได้หลายที่ แล้วแต่ละที่ก็เว้นระยะห่างได้ดีเลยค่ะ อากาศร้อน ๆ แบบนี้หากแวะไปที่ปราจีนบุรี ก็เป็นอีกร้านหนึ่งที่ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดี ที่จะแวะไปนั่งพักผ่อน

CheckPoint Roaster & Cafe ปราจีนบุรี คาเฟ่ สำหรับคนรักกาแฟ

บรรยากาศภายนอกร้านก็จะมีตกแต่งด้วยบ่อปลาคาร์ป ทีแต่ตัวลายสวย ๆ เวลามองดูแล้วรู้สึกสดชื่น เพลินมากทุกคน ร้านค่อนข้างบรรยากาศดีทีเดียว สั่งกาแฟแล้วออกมาชมปลาคาร์ปเพลิน ๆ กันก็ได้ ถ้ามีเด็ก ๆ ไปด้วยคงต้องชอบมาก ๆ แน่ ๆ เลยล่ะค่า

CheckPoint Roaster & Cafe ปราจีนบุรี คาเฟ่ สำหรับคนรักกาแฟ

หลายคนอาจคิดว่าปราจีนบุรีเป็นจังหวัดที่ไม่มีอะไรน่าเที่ยว แต่บอกเลยจริง ๆ แล้วยังมีอะไรอีกหลายที่น่าให้ไปค้นหา อย่างเขาอีโต้ ที่หลายคนเลือกที่จะไปดูทะเลหมอกกันที่นี่ แถมยังอยู่ใกล้ ๆ กลับอีกหลายจังหวัดที่น่าไปเที่ยวอีกมากมายเลยล่ะค่ะ หากใครที่กำลังตามหาที่พัก ร้านอาหาร สถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติม สามารถเข้าไปดูได้ที่ Inzpy Travel ได้เลยค่า

CheckPoint Roaster & Cafe ปราจีนบุรี
52/1-52/2Chaeng, แจ้งพัฒนา ตำบล หน้าเมือง อำเภอเมืองปราจีนบุรี 25000
พิกัด: Google Map มีที่จอดรถ
เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 16.00 น.
ระดับราคา: ฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0837840633
Facebook: https://www.facebook.com/chekkupointocafe

เพิ่มเพื่อนไลน์ เพื่อติดตามข่าวสาร และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Line ID @Inzpy https://lin.ee/q9fQfshเพิ่มเพื่อน

Splatoon 3 เผยตัวอย่างวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

0

Splatoon 3 เผยตัวอย่างวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

Cr. Photo : Nintendo Switch

หลังจากได้ทำการเปิดตัวเกมสาดสีอย่าง Splatoon 2 ก็ผ่านมา 5 ปี แล้วในที่สุด Splatoon 3 ก็ได้มีตัวอย่างมาใหม่เกิดขึ้นแล้ว ที่พร้อมจะวางจำหน่ายช่วงปลายปี 2022 ให้เล่นใน Nintendo Switch

ภาคต่อที่รอคอยมานานสำหรับเกมยิงมุมมองบุคคลที่ 3 มีกำหนดฉายในเดือนกันยายนนี้ หลีกหนีจากความล่าช้าจากภาคต่อของ The Legend of Zelda: Breath of the Wild เช่นเดียวกับภาคก่อน ๆ ภาคใหม่นี้จะเน้นไปที่ Inklings และ Octolings ซึ่งทั้งสองพยายามจะป้องกันในอารีน่าให้ได้มากที่สุดด้วยสีเพ้นท์ของทีมของพวกเขาเอง

Cr. Photo : Nintendo Switch

ตัวเกมนี้จะมาพร้อมกับโหมด Turf War ที่จะทำการแบ่งเป็น 2 ธีม ธีมละ 4 ต่อ 4 พร้อมอาวุธใหม่ที่มีชื่อว่า “Springer” ที่ยิงสีไปด้านข้างและแนวตั้งได้ และฉากใหม่ Eeltail และจะมี “ฮีโร่โหมด” แบบเล่นคนเดียวฝ่าด่านตามเนื้อเรื่อง รวมทั้งโหมด “แซมอนรัน” ร่วมมือกัน 4 คนเก็บแต้มสู้กับฝูงศัตรูที่บุกเข้ามา

เกมนี้ถือเป็นหนึ่งในเกมฮิตใน Nintendo Switch ที่มีมาอย่างยาวนาน เป็นเกมยิงที่มีความอนิเมะเบา ๆ ความรุนแรงน้อยลง เนื่องจากใช้สีเพ้นในการยิงแทนการใช้กระสุน ตัวเกมนี้ได้ทำการเปิดตัวภาคแรกบนเครื่อง Wii U เมื่อปี 2015 ในส่วนของภาค 2 นั้น ลงบนเครื่อง Nintendo Switch เมื่อ 5 ปีที่แล้วนั่นเอง