Home Blog Page 903

คนอาเซียน พร้อมมีบ้านมาก / น้อย แค่ไหน? ในยุคโควิด

คนอาเซียน พร้อมมีบ้านมาก / น้อย แค่ไหน? ในยุคโควิด

คนอาเซียน
Cr. Photo by Tierra Mallorca on Unsplash

ถึงแม้ว่าผู้คนจะเรียนรู้และปรับตัวเพื่อให้ใช้ชีวิตในยุคโควิด-19 ได้อย่างปกติสุข แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผลจากการแพร่ระบาดฯ ที่ยาวนานส่งผลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ กระทบต่อภาคธุรกิจ และกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างหนักหน่วง

ซึ่งข้อมูลจากรายงาน Southeast Asia Rising from the Pandemic” ของธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย (ADB) เผยว่า การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ในปี 2564 ประชากรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 4.7 ล้านคนอยู่ในระดับความยากจนขั้นรุนแรง

นอกจากนี้ยังคาดว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในปี 2565 จะส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของภูมิภาคนี้ลดลง 0.8% เช่นกัน สะท้อนให้เห็นว่าปีนี้ยังคงต้องจับตามองสภาพคล่องและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคอย่างใกล้ชิดต่อไป

ส่วนทางด้านตลาดอสังหาริมทรัพย์ ถือว่าได้รับผลกระทบโดยตรงในช่วงแรก ทำให้ผู้ประกอบการต่างงัดกลยุทธ์มาใช้เพื่อช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดและกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคที่ต้องการมีบ้านอย่างต่อเนื่อง

ซึ่งทาง หากดู DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study ที่เป็นการเผยข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภค ที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัยในไทย  และแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคในอาเซียนรอบล่าสุด (ประกอบด้วยประเทศสิงคโปร์, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย และเวียดนาม) จากเว็บไซต์ในเครือ PropertyGuru Group พบว่า

ดัชนีความเชื่อมั่นด้านอสังหาริมทรัพย์โดยรวมของทั้งภูมิภาค มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564 สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคสามารถปรับตัวให้พร้อมอยู่ร่วมกับโควิด-19 เพื่อดำเนินชีวิตต่อไปให้เหมือนปกติได้และมีความมั่นใจในการซื้อที่อยู่อาศัยอีกครั้ง

โดยคะแนนดัชนีความเชื่อมั่นของชาวอินโดนีเซียอยู่ที่ 57% ซึ่งสูงที่สุดในอาเซียน ตามมาด้วยชาวสิงคโปร์อยู่ที่ 51% ชาวเวียดนามอยู่ที่ 47% ชาวมาเลเซียอยู่ที่ 46% ขณะที่ชาวไทยอยู่ที่ 45% ซึ่งต่ำกว่าทุกประเทศในตลาดอาเซียน

คนอาเซียน
Cr. Photo by CHUTTERSNAP on Unsplash

ในขณะเดียวกันอสังหาริมทรัพย์ถือเป็นทรัพย์สินที่มีความผันผวนต่ำ เมื่อเทียบกับการลงทุนแบบอื่น แม้ผู้บริโภคไม่ได้อยู่อาศัยเองแต่มองถึงโอกาสต่อยอดลงทุนในระยะยาว จึงเป็นอีกปัจจัยที่ส่งเสริมให้ดัชนีความเชื่อมั่นที่อยู่อาศัยรอบล่าสุดนี้เติบโตเช่นกัน เห็นได้ชัดจากการที่ 3 ใน 4 ของผู้บริโภคในประเทศมาเลเซีย (77%), อินโดนีเซีย (77%), เวียดนาม (77%) และไทย (78%) เผยว่า ตั้งใจจะซื้อบ้านใหม่เพิ่มโดยที่ยังเก็บบ้านเดิมเอาไว้

ขณะที่สิงคโปร์มีเพียงแค่ 46% เนื่องจากมากกว่าครึ่งวางแผนจะขายบ้านเดิมก่อนที่จะซื้อบ้านใหม่ โดยเหตุผลสำคัญในการซื้อบ้านเพิ่มนั้นผู้บริโภคชาวมาเลเซีย (53%) ชาวอินโดนีเซีย (66%) และชาวสิงคโปร์ (63%) มองที่การลงทุนเป็นหลัก ด้านชาวเวียดนามส่วนใหญ่ต้องการซื้อให้บุตรหลาน (54%) ขณะที่เหตุผลชาวไทยซื้อบ้านใหม่เพื่อตั้งใจเก็บไว้อยู่ตอนเกษียณ (31%)

เมื่อโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาด ส่งผลกระทบอย่างไรต่อคนหาบ้านอาเซียน
คนอาเซียน
Cr. Photo by R ARCHITECTURE on Unsplash

ข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัยล่าสุดใน 5 ตลาดหลักของอาเซียน เผยให้เห็นมุมมอง และความต้องการที่อยู่อาศัยที่เปลี่ยนไปของผู้บริโภคหลังเผชิญการแพร่ระบาดฯ มาอย่างยาวนาน ตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อการเลือกซื้อที่อยู่อาศัยจึงไม่ใช่แค่ราคาอีกต่อไป แต่คนหาบ้านยังมองเรื่องสุขภาพและความสะดวกในการใช้ชีวิตเป็นหลักด้วย

– หลังจากปรับตัวอยู่ร่วมกับการแพร่ระบาดฯ ที่ยาวนาน ชาวสิงคโปร์ส่วนใหญ่เผยว่าเทรนด์ที่อยู่อาศัยที่ต้องการในอนาคตแม้จะไม่มีการแพร่ระบาดฯ แล้วคือ การมีบ้าน/คอนโดฯ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น (42%) เนื่องจากต้องการพื้นที่ใช้สอยที่รองรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตที่บ้านของสมาชิกในครอบครัว

และมากกว่าครึ่งของชาวสิงคโปร์ (55%) คาดว่าราคาอสังหาฯ จะมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นหลังวิกฤติโควิด-19 สิ้นสุดลง ซึ่งเกือบ 3 ใน 4 (73%) ของชาวสิงคโปร์เผยว่า โครงการที่เดินทางสะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะเป็นคุณสมบัติที่อยู่อาศัยที่สำคัญและจำเป็นต้องมีทั้งในปัจจุบันและยุคหลังโควิด-19

อย่างไรก็ดี ชาวสิงคโปร์นั้นมีมุมมองด้านความต้องการดูแลสุขภาพในอนาคตที่แตกต่างจากประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน โดยส่วนใหญ่ (43%) มองว่าโครงการที่อยู่อาศัยที่ใกล้กับสถานพยาบาล/ศูนย์ดูแลสุขภาพไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ/เช่าที่อยู่อาศัย เนื่องจากทุกพื้นที่ในประเทศสามารถเข้าถึงบริการดังกล่าวได้อย่างเท่าเทียมกันอยู่แล้ว

– ขณะที่เทรนด์ที่อยู่อาศัยที่ชาวมาเลเซียมองว่า ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในอนาคตมากที่สุดคือ บ้าน/คอนโดฯ ที่ใกล้ชิดธรรมชาติมากถึง 53% สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการใช้ชีวิตท่ามกลางพื้นที่สีเขียวทดแทนที่ไม่ได้ไปแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติในยุคโควิด

ขณะที่ 2 ใน 3 ของชาวมาเลเซีย (67%) เผยว่า ที่อยู่อาศัยที่ตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาลเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดเมื่อวางแผนซื้อบ้านเพื่อรองรับการดูแลสุขภาพในอนาคต นอกจากนี้ 69% เผยว่าบ้าน/คอนโดฯ ที่ตั้งอยู่ใกล้สิ่งอำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ถือเป็นคุณสมบัติหลักที่ที่อยู่อาศัยต้องมีทั้งในปัจจุบัน และเมื่อการแพร่ระบาดฯ สิ้นสุด

โดยมากกว่าครึ่งของชาวมาเลเซีย (57%) คาดหวังว่าหากการแพร่ระบาดฯ จบลง ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะหันมาแข่งจัดโปรโมชันที่คุ้มค่า เพื่อเร่งระบายสินค้าคงค้างในตลาด ซึ่งถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับผู้ที่ต้องการมีบ้าน/คอนโดฯ เนื่องจากชาวมาเลเซียส่วนใหญ่ (47%) มองว่าอุปสรรคสำคัญที่สุดในการยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยในตอนนี้มาจากหน้าที่การงานและรายได้ที่ไม่มั่นคง

– ด้านเทรนด์ความต้องการที่อยู่อาศัยของชาวอินโดนีเซียนั้น เกือบครึ่ง (47%) ต้องการอาศัยในทำเลที่ไม่แออัดหรือย่านชานเมือง เนื่องจากยังมีความกังวลเรื่องสุขอนามัยและการรักษาระยะห่างทางสังคม ครึ่งหนึ่งของชาวอินโดนีเซีย (50%) คาดว่าเมื่อการแพร่ระบาดฯ สิ้นสุดลงจะส่งผลให้ราคาที่อยู่อาศัยปรับตัวสูงขึ้นตามกลไกของตลาดที่ฟื้นตัว

สำหรับคุณสมบัติสำคัญอันดับต้น ๆ ที่บ้าน/คอนโดฯ ยุคโควิดต้องมี ในมุมมองของชาวอินโดนีเซียนั้นจะให้ความสำคัญใน 2 ปัจจัยเท่ากัน คือ โครงการที่ใกล้ชิดธรรมชาติ (60%) และอยู่ในทำเลที่เดินทางสะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะ (60%)

อย่างไรก็ดี ปัจจัยหลักที่ชาวอินโดนีเซียใช้พิจารณาเมื่อยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยมาจากอัตราการผ่อนชำระถึง 78% เนื่องจากหลังเผชิญวิกฤติการแพร่ระบาดฯ ที่ยาวนาน ส่งผลกระทบต่ออาชีพและรายได้ที่ไม่แน่นอนซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุดเมื่อขอสินเชื่อบ้าน (57%)

– 3 ใน 5 ของชาวเวียดนาม (61%) เผยว่าเทรนด์ที่อยู่อาศัยที่มองหาในอนาคตคือ มีบ้าน/คอนโดฯ ที่ใกล้ชิดธรรมชาติ/มีพื้นที่ทำสวน สอดคล้องกับแผนดูแลสุขภาพที่ชาวเวียดนามส่วนใหญ่ (48%) มองว่าที่อยู่อาศัยในอนาคตต้องตั้งอยู่ใกล้โรงพยาบาล เพื่อรองรับการดูแลสุขภาพยามเจ็บป่วย สะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมพร้อมเพื่อสร้างสุขภาพที่ดีทั้งจากภายนอกและภายใน

นอกจากนี้ ชาวเวียดนามให้ความสำคัญกับสมาชิกในครอบครัวมาเป็นอันดับต้น ๆ โดยคุณสมบัติสำคัญของที่อยู่อาศัยในฝันอันดับแรกคือ ต้องมีสนามเด็กเล่นหรือแหล่งเรียนรู้รองรับการใช้ชีวิตของบุตรหลาน (58%) รวมถึงชาวเวียดนาม 48% คาดว่าผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์จะเปิดตัวโปรโมชันมากขึ้น เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยที่คงค้างในยุคหลังโควิด

อย่างไรก็ตาม เกือบ 4 ใน 5 (79%) มองว่า ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ควรกังวลและให้ความสำคัญเกี่ยวกับสถานการณ์อุปทานล้นตลาดด้วย หลังจากมีบทเรียนจากภาคอสังหาฯ ในจีนที่เผชิญวิกฤตขาดสภาพคล่อง

คนอาเซียน
Cr. Photo by Marcel Scholte on Unsplash

– ชาวไทยให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น โดยเกือบ 9 ใน 10 (88%) วางแผนเลือกซื้อ/เช่าที่อยู่อาศัยที่อยู่ใกล้โรงพยาบาล ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในอาเซียน โดย 66% มองว่าคุณสมบัติสำคัญที่บ้าน/คอนโดฯ ยุคใหม่จำเป็นต้องมีคือ การออกแบบให้อากาศถ่ายเทสะดวกและมีแสงธรรมชาติเพียงพอ

นอกจากนี้ มากกว่า 3 ใน 4 ของชาวไทย (77%) เผยว่าอัตราดอกเบี้ยเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดที่พิจารณาเมื่อต้องยื่นขอสินเชื่อที่อยู่อาศัย โดย 59% เผยว่าความไม่มั่นคงของหน้าที่การงานและความผันผวนของรายได้ถือเป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งเป็นผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 และเศรษฐกิจที่ชะลอตัวต่อเนื่อง

ขณะที่ชาวไทยถึง 95% มองว่า ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ควรกังวลกับภาวะอุปทานล้นตลาดในปัจจุบัน เพื่อป้องกันวิกฤติฟองสบู่ในตลาดอสังหาฯ เนื่องจากกำลังซื้อผู้บริโภคจะยังไม่ฟื้นตัวในเร็ว ๆ นี้ รวมทั้งมาตรการพิจารณาสินเชื่อของธนาคารที่มีความเข้มงวดขึ้น อาจทำให้ดีมานด์การซื้อไม่เพียงพอจะดูดซับอุปทานคงค้างได้ทันท่วงที

อย่างไรก็ดี มีเพียงผู้บริโภคกลุ่มมิลเลนเนียลชาวไทยเท่านั้น ที่เผยว่ายังไม่มีแผนย้ายออกจากบ้านพ่อ/แม่ภายใน 1 ปีข้างหน้า (54%) เนื่องจากต้องการอยู่ดูแลพ่อแม่ และยังไม่มีเงินเก็บมากพอที่จะซื้อ/เช่าที่อยู่อาศัยของตัวเอง ต่างจากกลุ่มมิลเลนเนียลชาวอินโดนีเซีย, ชาวสิงคโปร์ และชาวเวียดนามที่มากกว่าครึ่งเผยว่า ตั้งใจจะย้ายออกภายในปีหน้า (85%, 76% และ 51% ตามลำดับ) ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดอสังหาฯ นั่นเอง

ข้อมูลจาก : www.ddproperty.com

 

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ) เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : 6 แบรนด์ดัง เฟอร์นิเจอร์ไทย ที่เฉิดฉาย ในงานสถาปนิก 65

5  แนวทาง โดย NIA ผลักดันกรุงเทพฯ สู่เมืองนวัตกรรม

5  แนวทาง โดย NIA ผลักดันกรุงเทพฯ สู่เมืองนวัตกรรม

“กรุงเทพฯ ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัว” คนกรุงหลายคนคงคุ้นชินกับข้อความนี้กันดี เพราะถือเป็นวลีที่ถูกหยิบมาพูดถึงในหลากหลายเวที เพื่อแสดงถึงความสะดวกสบายและชีวิตความเป็นอยู่ของคนในเมืองหลวง

โดยเฉพาะในช่วงนี้ที่กำลังจะมีการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ หลังจากห่างหายมาถึง 9 ปี ซึ่งหลายคนก็ตั้งคำถามในทิศทางเดียวกันว่าผู้สมัครคนไหนที่จะมาทำให้คำว่า “ชีวิตดี ๆ ที่ลงตัว” เป็นจริงได้ และนโยบายหาเสียงแบบใดที่ควรให้ความสำคัญในยุคปัจจุบันที่บริบทในเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

หากลองส่องเมืองทั่วโลกที่มีการเลือกตั้ง เรามักจะเห็นนโยบายที่น่าสนใจ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต เศรษฐกิจ และการสร้างเมืองให้น่าอยู่ แต่เรื่องหนึ่งที่เป็นที่น่าจับตาอย่างมากก็คือ “การนำนวัตกรรมและเทคโนโลยี” เข้ามาใช้ เพื่อยกระดับสู่ความเป็นเมืองที่ชาญฉลาด และรองรับการแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้คลี่คลายได้อย่างรวดเร็ว

5  แนวทาง โดย NIA

และเพื่อฉายภาพให้ทุกคนตระหนัก และเห็นถึงนโยบายด้านนวัตกรรมว่าทำไมถึงมีความสำคัญกับบริบทของผู้นำ และความน่าอยู่ของเมือง ทาง “ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จึงได้หาคำตอบของนโยบายดังกล่าว มาตอกย้ำให้คนเมืองได้ตระหนักถึงความสำคัญของนวัตกรรม พร้อมผลักดันให้เกิดผู้นำด้านดังกล่าวให้มากขึ้นในประเทศไทย

ทั้งนี้ ดร.พันธุ์อาจ เผยว่า กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่เติบโตขึ้นทุกปี การขยายตัวของเมืองถือเป็นเรื่องสำคัญและเกี่ยวพันกับนโยบายการส่งเสริมหรือสร้างพื้นที่ให้เอื้อต่อการทำนวัตกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะประเด็นดังกล่าวถือเป็นสมการสำคัญที่จะรองรับวิถีชีวิตและการเติบโตทางเศรษฐกิจของเมืองหลวงและประเทศ อีกทั้งยังเป็นดัชนีชี้วัดความสามารถที่ไม่ว่าจะเป็นผู้นำ หรือผู้ที่มีความสามารถต้องร่วมกันผลักดันอย่างจริงจัง ดังต่อไปนี้

1. สร้างเมืองให้เอื้อต่อการทำนวัตกรรม

5  แนวทาง โดย NIA

การเจริญเติบโตทางนวัตกรรม สิ่งสำคัญสำหรับความเป็นเมืองก็คือ จะต้องมีองค์ประกอบที่เอื้อต่อการทำนวัตกรรม ซึ่งหลายเมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็น Smart City หรือ Innovation City เช่น เซินเจิ้น ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ รวมทั้งเมืองในยุโรป ล้วนมีความสามารถในการบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานภายในเมือง แล้วก็มีเทศบัญญัติ ที่เอื้อต่อความเป็นอยู่ของนวัตกร

อีกทั้งยังมีภาพลักษณ์ของเทศบาลเมืองที่ขับเคลื่อนการเติบโตของเมืองด้วยนวัตกรรม ซึ่งเมื่อเมืองเหล่านี้ถูกพูดถึงก็จะมีภาพจำที่ชัด เช่น ความเป็นเมืองสีเขียว เมืองเทคโนโลยีสะอาด เมืองศูนย์กลางค้าปลีก ฯลฯ จนกระทั่งกลายเป็นแบรนด์ของเมืองในที่สุด

สำหรับการสร้างแบรนด์กรุงเทพฯ ควรสร้างภาพจำให้มีมากกว่าการเป็นเมืองต้อนรับนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว สิ่งที่จะต้องผลักดันอย่างเข้มข้นคือ “ธุรกิจนวัตกรรม” ทั้งที่เป็นของคนไทยและนานาชาติว่าจะเกิดขึ้นบนพื้นที่แห่งนี้ได้อย่างไร เช่น การอยู่อาศัยของนวัตกร สตาร์ทอัพ หรือเจ้าของบริษัทที่จะลงทุนในธุรกิจต่าง ๆ กฎระเบียบ การวางแผนและออกแบบพื้นที่บนหลักการของการพัฒนาเมืองที่ดึงดูดกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจนวัตกรรม

นอกจากนี้ ยังต้องทำให้เห็นภาพการเชื่อมโยงไปสู่เมืองอื่น เพื่อลดการกระจุกตัวของความเจริญและโอกาสใหม่ในการใช้ทรัพยากรที่แต่ละพื้นที่มีอยู่ โดย NIA เชื่อว่าผู้นำหลายคนมีนโยบายและความคิดในเรื่องเหล่านี้ และหลังจากนี้จะได้เห็นการปลดล็อคบางสิ่งบางอย่าง โดยเฉพาะโครงสร้างระบบการบริหารส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เอื้อต่อการสร้างเมืองนวัตกรรมได้มากขึ้น

2. กรุงเทพฯ เมืองหลวงแห่งสตาร์ทอัพ

5  แนวทาง โดย NIA

เมื่อวัดกันที่ระดับความสามารถทางนวัตกรรมจาก 1,000 เมืองทั่วโลก กรุงเทพมหานครอยู่ในอันดับที่ 71 ของเมืองที่เอื้อต่อการทำสตาร์ทอัพ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการมีอยู่ของโครงสร้างพื้นฐาน บริบทเมือง ฯลฯ ที่ไม่น้อยหน้าเพื่อนบ้านในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือแม้แต่ในระดับทวีปอย่างเอเชีย

และเมื่อมองถึงตัวชี้วัดจากการจัดอันดับยังพบอีกว่า กรุงเทพมหานครยังมีความโดดเด่นในเรื่องของอีคอมเมิร์ซและเทคโนโลยีการค้าปลีก ซึ่งได้อันดับที่ 33 ของโลก มีความเพียบพร้อมด้วยปัจจัยเชิงปริมาณ เช่น โค-เวิร์คกิ้ง สเปซ สิ่งอำนวยความสะดวก จำนวนบริษัท/สาขาของบริษัทที่ดำเนินงานด้านการวิจัยและเทคโนโลยี ความสะดวกและความเร็วอินเทอร์เน็ต

แต่อย่างไรก็ตาม ภาพจำของสตาร์ทอัพไทยในกรุงเทพฯ อาจไม่ได้เหมือนกับจาการ์ตา อินโดนีเซีย ที่มียูนิคอร์นเกิดขึ้นมากมาย หรือสิงคโปร์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของสตาร์ทอัพทางด้านการเงิน แต่ไทยมีความโดดเด่นจากความหลากหลาย และสามารถนำความหลากหลายนี้เข้าไปเชื่อมต่อกับปัญหาของไลฟ์สไตล์คนเมืองกรุงได้

โดยความหลากหลายเหล่านี้ ยังสร้างความน่าสนใจให้กับภาคการลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนกับสตาร์ทอัพประเภทต่าง ๆ โดยเฉพาะสายเทคโนโลยีเชิงลึก (DeepTech) ที่รัฐบาลรวมถึง NIA กำลังส่งเสริมอย่างจริงจัง

3. กรุงเทพฯ กับเมืองนวัตกรรมทางด้านการเงิน 

5  แนวทาง โดย NIA

โอกาสอีกด้านหนึ่งของกรุงเทพมหานครคือมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางทางด้านนวัตกรรมการเงิน ซึ่งในอาเซียนเป็นรองแค่เมืองสิงคโปร์ และกัวลาลัมเปอร์เท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามการจะขับเคลื่อนให้กรุงเทพฯ ไปถึงเป้าหมายนี้ได้ สิ่งสำคัญคือต้องมีสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ดี มีโอกาสสำหรับคนที่มีความสามารถ หรือทำในเรื่องนี้อยู่ก่อนแล้ว และยังต้องพยายามส่งเสริมองค์ความรู้ โอกาสการต่อยอดในเชิงพาณิชย์ หรือเชื่อมโยงกับธุรกิจใหม่ ๆ

โดยเฉพาะในส่วนขององค์ความรู้นั้นในกรุงเทพฯ มีสถาบันการศึกษาอยู่มากมายที่สามารถเป็นแหล่งอัพสกิล – รีสกิล องค์ความรู้นวัตกรรมทางด้านบริการการเงิน พร้อมทั้งส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ทั้งในแง่การเพิ่มรายได้ การทำให้เกิดความคุ้นชินกับนวัตกรรม โดยเมื่อสร้างสิ่งเหล่านี้ได้จะทำให้เกิดข้อได้เปรียบทั้งในเชิงการดึงดูดเม็ดเงินจากภายในและต่างประเทศ  และโอกาสอื่นที่จะตามมาอย่างมีนัยสำคัญ

อย่างไรก็ตาม จากภาพความเป็นเมืองที่เอื้อต่อการทำนวัตกรรมการเงิน ได้ส่งผลให้กลุ่มธุรกิจร่วมลงทุนระดับโลกตัดสินใจเลือกที่จะลงทุนในกรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้านี้บริษัทดังกล่าวมีตัวเลือกระหว่างสิงคโปร์ และจาการ์ตาสำหรับการลงทุน จากกรณีดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่า ภาพของกรุงเทพฯ เป็นเมืองที่อยู่สบาย มีความพร้อมรองรับการลงทุนได้ ซึ่งส่วนที่ดีเหล่านี้ต้องพยายามดึงออกมาให้คนเห็นมากขึ้น

4. ศูนย์กลางด้านการบิน เมื่อโลกกลับมาเชื่อมต่อได้อีกครั้ง

5  แนวทาง โดย NIA

สำหรับจุดแข็งของกรุงเทพฯ อีกด้านหนึ่งก็คือ การเป็นฮับในการขนส่งทางอากาศของโลก ซึ่งในอาเซียนมีเพียงสิงคโปร์ และกรุงเทพฯ เท่านั้น ทำให้คนที่อยากไปมาในย่านนี้มีความสะดวกสบาย สามารถเดินทางไปในพื้นที่ต่าง ๆ  ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ง่ายขึ้น

หลังจากนี้ หากสถานการณ์โควิด  – 19 คลี่คลายลง เชื่อว่าการท่องเที่ยวจะกลับมาเหมือนเดิม และสิ่งสำคัญที่กรุงเทพฯ ต้องเตรียมตัวคือ โซลูชันในการรองรับนักเดินทาง สร้างความสะดวกให้กับกลุ่มนักธุรกิจ มีความสามารถรองรับอุตสาหกรรมต่อเนื่องจากด้านการบิน พร้อมด้วยการทำให้เห็นถึงสิ่งที่เอื้อต่อการเมืองแห่ง Global Citizen ที่จะดึงดูดคนทั่วโลกที่เป็นนวัตกรให้เข้ามามีปฏิสัมพันธ์กับพื้นที่แห่งนี้  เพื่อทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ

5. ย่านนวัตกรรมพื้นที่แห่งโอกาสที่ต้องสานต่อ

หัวใจสำคัญอย่างหนึ่งที่คนเข้ามาในกรุงเทพฯ ล้วนมองหาคือ ความโดดเด่นของแต่ละพื้นที่ รวมถึงประโยชน์ที่จะได้จากพื้นที่เหล่านั้น และเมื่อมองถึงโอกาสทางด้านนวัตกรรมในเขตกรุงเทพฯ ก็หนีไม่พ้น “ย่านนวัตกรรม” ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่ามีทั้งที่เป็นย่านการแพทย์  ย่านด้านดิจิตอล ย่านท่องเที่ยว ย่านด้านโลจิสติกส์ ฯลฯ ที่เป็นแหล่งบ่มเพาะนวัตกร ผู้ประกอบธุรกิจนวัตกรรม และเป็นคันเร่งการสร้างมูลค่าในเชิงพาณิชย์

จากความมุ่งมั่นในการพัฒนาย่านนวัตกรรมยังได้ทำให้เกิดมาตรการด้านสิทธิประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมากมาย และกรุงเทพมหานคร ก็ถือเป็นส่วนสำคัญที่ได้ร่วมผลักดันให้ย่านต่าง ๆ เกิดขึ้น โดย NIA เชื่อว่ากรุงเทพมหานคร จะยังคงเป็นหนึ่งในกำลังหลักที่ช่วยสานต่อให้มีพื้นที่ที่เอื้อต่อการยกระดับเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องในอนาคต

นอกจากนี้ทาง ดร.พันธุ์อาจ ยังทิ้งทายเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้ว่า

“การที่จะก้าวเข้าสู่การเป็นเมืองนวัตกรรมที่สามารถดึงดูดนักลงทุนและนวัตกรจากต่างประเทศได้นั้น ต้องอาศัยปัจจัยมากมาย ทั้งความร่วมมือจากองค์กร องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ความสามารถในการจัดการ สถาบันการศึกษา การวิจัย และโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ และสิ่งสำคัญ คนในเมืองต้องหันมาสนใจและมองนวัตกรรมให้เป็นเรื่องใกล้ตัว และนำมาปรับใช้กับการทำงานและการทำธุรกิจต่อไป โดยหวังว่าการเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพฯ จะทำให้กรุงเทพฯ เฉิดฉายด้านการเป็นเมืองนวัตกรรมมากขึ้น ซึ่งเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ทำได้” 

 

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ) เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : รวมไอเดีย แต่งบ้านโทนดำ ในแบบฉบับ Hafele

Bottega Veneta เปิดตัว “The Turn” กระเป๋าเขียวเหนี่ยวทรัพย์น้องใหม่!

ปฏิเสธไม่ได้เลยจริง ๆ ว่าไอเทมแฟชั่นโทนสีเขียวเนี่ย มาแรงแซงแบบแหกทุกโค้งกันไปเลยทีเดียวเชียว สังเกตได้จากไอเทมแฟชั่น ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า ที่แทบทุกแบรนด์ทยอยทำปล่อยออกมาอวดโฉมให้เราได้เห็นตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งโทนสีเขียวยังคงได้รับความนิยมเป็นที่ฮอตฮิต และไม่มีทีท่าเลยว่าจะตกเทรนด์ไปในเร็ววันนี้ ซึ่งในวันนี้ Inzpy มาพร้อมกับข่าวดี เพราะทาง Bottega Veneta แบรนด์ไฮเอนด์ระดับโลกสุดหรูหราจากอิตาลี ได้เปิดตัวกระเป๋ารุ่น “Turn” น้องใหม่ล่าสุดออกมาให้เหล่าสาวกได้ยลโฉม พร้อมกรี๊ดกร๊าดอยากครอบครองเป็นเจ้าของ

cr.photo ; bottegaveneta.com

ด้วยรูปทรงเก๋ไก๋แปลกตาและเทคนิคหนังสานอันเป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์ เชื่อเถอะว่าสาว ๆ สาวกห้ามใจตัวเองเอาไว้ไม่ไหวแน่นอน ทั้งยังมาในโทนสีเขียวเหนี่ยวทรัพย์นอกจากสวยแล้ว ยังเอาใจสายมูเสริมดวงไปอีก งั้นอย่ารอช้า ตามไปรู้จัก น้องกระเป๋ารุ่นใหม่ไฟแรงพร้อมกันเลย

cr.photo ; bottegaveneta.com

เจ้าตัวกระเป๋ารุ่นใหม่ล่าสุดที่มีชื่อรุ่นว่า “Turn” ถูกนำเสนอออกมาในลักษณะกระเป๋าแบบ Pouch คล้ายถุงผ้าเชือกรูด โดยต้องบอกก่อนว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่สาวกได้ยลโฉมเจ้ากระเป๋ารุ่นนี้ เพราะครั้งแรกที่เปิดตัวมันเป็นส่วนหนึ่งในไอเทมจากคอลเลกชัน Wardrobe 03 ในประเภทไอเทมเครื่องหนังขนาดเล็ก ซึ่งกระเป๋ารุ่นนี้ก็ได้ถูกพัฒนาปรับเปลี่ยนโฉมไม่ว่าจะในแง่ของขนาด สีสัน วัสดุ รวมไปถึงฟังก์ชันการใช้งาน ซึ่งได้เปิดตัวอีกครั้งในคอลเลกชันล่าสุดอย่าง Salon 03 ซึ่งเป็นเวอร์ชันปัจจุบันที่เราเห็นอยู่นั่นเอง

cr.photo ; bottegaveneta.com

โดยกระเป๋า “Turn” โฉมใหม่ล่าสุดนี้ มาพร้อมดีไซน์เก๋ไก๋แปลกใหม่สะดุดตา ที่ให้ทั้งสัมผัสโฉบเฉี่ยวและสนุกสนานไปพร้อม ๆ กัน สิ่งที่โดดเด่นที่สุดนอกจากสีสันแล้ว เห็นจะเป็นตัวอะไหล่ลูกตุ้มโลหะสีทอง ที่เป็นตัวเอาไว้ปรับระดับความสั้นยาวของสายสะพายกระเป๋า ทำให้กระเป๋ารุ่นนี้มีฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ตอบโจทย์การแต่งตัวของสาว ๆ ได้หลายสไตล์ โดยสามารถแปลงร่างจากกระเป๋าแบบ Pouch ให้กลายเป็นกระเป๋าทรงพระจันทร์ครึ่งเสี้ยวไซส์มินิน่ารักได้ในพริบตา โดยกระเป๋ารุ่นนี้สามารถสะพายคล้องไหล่ คล้องแขน หรือแม้กระทั่งถือด้วยมือเก๋ ๆ ก็สวยเป๊ะทุกองศา

Bottega Veneta
cr.photo ; bottegaveneta.com

ในส่วนของวัสดุนั้น ทำมาจากหนังแกะทั้งใบ ที่สามารถการันตีสัมผัสนุ่มนิ่มมือของกระเป๋าได้แบบไม่ต้องสงสัย ทั้งยังมีความยืดหยุ่นสูงไม่ต้องกลัวว่ากระเป๋าจะเสียทรง นอกจากนั้นแล้วยังมีน้ำหนักเบา โดยกระเป๋าใบนี้ยังแฝงไปด้วยความสวยงามน่าหลงใหล ทำขึ้นด้วยเทคนิคพิเศษอย่าง “Intrecciato” (อินเทร็ตชาโต) หรือก็คือ การใช้เส้นหนังมาสานกันทีละเส้น เพื่อทำให้เกิดลวดลายบนกระเป๋าที่ประณีต งดงาม ซึ่งเทคนิคนี้เป็น DNA ของแบรนด์เค้าเลยล่ะ

Bottega Veneta
cr.photo ; bottegaveneta.com

ยิ่งไปกว่านั้นเทคนิคนี้ยังเป็นสิ่งที่ทำให้คนจดจำแบรนด์ได้ดีอีกด้วย นอกจากนั้นเทคนิคพิเศษนี้ยังทำให้ตัวกระเป๋ามีความโดดเด่นในเรื่องของความทนทาน สามารถใช้งานได้ยาวนาน ถึงแม้จะเป็นกระเป๋าที่มีดีไซน์เรียบง่าย แต่เป็นงานฝีมือที่แฝงไปด้วยความละเอียดอ่อนของผลงานกระเป๋าทำมือชั้นสูงเลยทีเดียว

Bottega Veneta
cr.photo ; bottegaveneta.com

ในส่วนของรายละเอียดตัวกระเป๋ามาพร้อมสายรัดสีเดียวกันเป๊ะ ที่กลมกลืนสอดคล้องเนียนเหมือนเป็นเนื้อเดียวกันไปกับตัวกระเป๋า เสริมความชิคด้วยดีเทล Knot ที่สาย รวมไปถึงริมกระเป๋าทั้งสองข้าง เพิ่มความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ให้กระเป๋าในนี้สวยงามน่ามอง น่าหลงใหลไปอีกขั้น

Bottega Veneta
cr.photo ; bottegaveneta.com

กระเป๋า “Turn” รุ่นนี้ถูกทำออกมาเพื่อวางจำหน่ายเอาใจสาวกที่มีให้เลือกด้วยกันถึง 4 เฉดสีสวย ไม่ว่าจะเป็น สีเขียว (Parakeet) สีเหลืองพาสเทล (Lantern) สีเขียวกีวี่ (Acid Kiwi) และสีดำ (Black)

สามารถศึกษาข้อมูลและดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ bottegaveneta.com

Bottega Veneta
cr.photo ; bottegaveneta.com

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับกระเป๋าเขียวเหนี่ยวทรัพย์น้องใหม่! ที่เราเอามาฝากทุกคนกันในวันนี้ ทั้งสวยทั้งเก๋ แถมยังสามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ตอบโจทย์สาว ๆ หลากไลฟ์สไตล์ วันไหนที่สาว ๆ อยากแต่งตัวสบาย ๆ แต่อยากเพิ่มความโดดเด่นให้กับลุคของตัวเอง แค่เพียงหยิบกระเป๋าสีสันสดใสจี๊ดจ๊าดจาก Bottega Veneta มาเสริมลุคก็สวยเก๋มีสไตล์จนใครก็ต้องเหลียวแล้วค่ะ วันนี้เราคงต้องลาไปก่อน อย่าลืมติดตามว่าคราวหน้าเราจะเอาไอเทมปัง ๆ แบบไหนมาฝากทุกคนอีก รอติดตามเลยค่ะ

มัดรวม กล้องวงจรปิดน่าใช้ ติดบ้าน ส่องได้ 24 ชั่วโมง!

0

มัดรวม กล้องวงจรปิดน่าใช้ ติดบ้าน ส่องได้ 24 ชั่วโมง!

Bundle มัดรวม กล้องวงจรปิดไร้สาย ส่องความเรียบร้อยของบ้านได้ 24 ชั่วโมง เรียกว่าความปลอดภัยในปัจจุบันนี้จะหวังพึ่งใครก็คงไม่ได้ ตัดปัญหาไม่อยู่บ้านหลาย ๆ วันสามารถดูแลบ้านได้อย่างง่าย และสะดวก หากพื้นที่ไหน ซึ่งสัญญาณอินเทอร์เน็ต พื้นที่ในชนบทห่างไกล สัญญาณอินเทอร์เน็ตแบบสาย LAN ไม่สามารถให้บริการในพื้นที่นั้นได้ ด้วยเหตุนี้ กล้องวงจรปิดใส่ซิมที่ทำงานแบบออนไลน์ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ตด้วยซิมโทรศัพท์มือถือก็เป็นทางเลือกที่จะสามารถช่วยเรา สามารถแก้ปัญหาเหล่านั้นได้อย่างดีเลยล่ะ แต่จะมียี่ห้อไหนน่าใช้งานบ้าง ตาม Inzpy มาเล้ย

 Bundle
HIK Brand

1. HIK Brand

กล้องวงจรปิดแบบไร้สาย แม้ว่าพื้นที่นั้นจะห่างไกลความเจริญขนาดไหน หรือ อินเตอร์เน็ตไร้สายจะเข้าไม่ถึงในเขตพื้นที่ก็ไม่ต้องกังวลไปกันเลย เพราะกล้องวงจรปิดใส่ซิมรุ่นนี้มีแบตเตอรีเก็บสำรองไฟความจุถึง 9000 MAH เป็นพลังงานแสงอาทิตย์จากแผงโซล่าเซลล์ ซึ่งพลังงานจากแสงอาทิตย์ 1 วัน ก็เพียงพอให้กล้องวงจรปิดตัวนี้ใช้งานได้นานถึง 15 วันกันแล้ว อีกทั้งยังมีไมโครโฟน และลำโพงสำหรับระบบสื่อสารทางเสียงสองทาง มีหลอดไฟ Infrared สำหรับ Night Vision Mode ช่วยบันทึกภาพในช่วงกลางคืนได้ชัดระดับ Full HD ไม่แพ้ช่วงกลางวัน เหมาะติดในบ้านที่สมาชิกอาจไม่ค่อยมีเวลาดูแล แต่ราคาก็อาจจะสูงไปนิดนึงนะเพื่อน ๆ

 Bundle
EYE Brand

2. EYE Brand

ตามมากับแบรนด์ EYE กล้องวงจรปิดใส่ซิมโซลาร์เซลล์ ประสิทธิภาพกันน้ำ ประสิทธิภาพความคมชัดภาพ 4 ล้านพิกเซล และยังสามารถกันน้ำได้อีกด้วย การบันทึกวิดิโอมีความละเอียด FHD 1440P สำหรับบ้านเพื่อน ๆ คนไหนที่อยู่ในชนบทห่างไกลที่อินเทอร์เน็ต หรือ ไฟฟ้าเข้าไม่ถึง เราขอแนะนำกล้องวงจรปิดใส่ซิมพร้อมโซล่าเซลล์ ทำงานด้วยพลังงานจากแสงอาทิตย์ที่กักเก็บความร้อนมาตลอดทั้งวัน ทำให้ไม่ต้องพึ่งไฟบ้าน อีกทั้งด้วยรูปแบบที่ต้องติดตั้งไว้กลางแจ้งทำให้ตัวกล้องมีความทนทาน ทนแดด ทนฝนได้ดีเยี่ยม ประสิทธิภาพการกันน้ำอยู่ในระดับ IP66 และยังมีฟังก์ชันสัญญาณกันขโมยที่จะแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานทันทีเมื่อเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหวผิดปกติจากคลื่นความร้อนด้วย Infrared อีกด้วย

 Bundle
LUOWICE Brand

3. LUOWICE Brand

ต่อกันที่ LUOWICE กล้องวงจรปิดคุณภาพการซูมเข้า-ออก ได้ 5 เท่า และยังมีโหมด LED สำหรับในตอนกลางคืนอีกด้วย ช่วยทำให้ภาพคมชัด มาพร้อมกับฟังก์ชันปรับระดับซ้าย-ขวา และบน-ล่างได้ออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันจากมือถือ รองรับการใส่ซิมเน็ตทุกเครือข่าย รูปทรงเป็นแบบทรงโดม ทนทาน กันแดด กันน้ำและกันฝนได้เป็นอย่างดี มีไฟ LED เพิ่มความสว่าง และไฟ Infrared สำหรับ Night Vision Mode มี AI ตรวจจับทุกความเคลื่อนไหว และแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้งานได้ค่อนข้างดีเลยล่ะ นอกจากนี้ ยังตั้งเสียง Alert แบบฉุกเฉินหากมีใครเข้ารบกวนในเขตบริเวณพื้นที่บ้านด้วยค่ะ

 Bundle
Ajiko Brand

4. Ajiko Brand

สำหรับแบรนด์ดังอย่าง Ajiko มาพร้อมความละเอียดระดับ Full HD 1080P มี 2 แบบให้ผู้ใช้งานได้เลือก อาทิแบบไร้สายแบบใส่ซิม และWIFI สามารถปรับหน้าจอให้ชัดเจนมองรอบได้ 360 องศา รวมถึงดูบันทึกภาพแบบเรียลไทม์ ในส่วนของการบันทึกภาพในช่วงกลางคืนก็ไม่ต้องห่วงเลย เพราะว่ามี Night Vision Mode แถมยังมีฟังก์ชันตรวจจับความเคลื่อนไหว ผ่านกล้องมือถือ รวมถึงสัญญาณแจ้งเตือนฉุกเฉินไปยังผู้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชันอีกด้วย

VStarcam Brand

5. VStarcam Brand

ปิดท้าย Bundle กับกล้องวงจรปิดอย่าง VStarcam แบบใส่ซิมในการใช้งาน มาพร้อมกับความละเอียดภาพคมชัด และสามรถปรับหมุนระดับได้ทั้งซ้าย-ขวา และบน-ล่าง 102 องศา ดีไซน์เป็นทรงกล่องสี่เหลี่ยมแข็งแรงทนทาน กันแดด กันน้ำ ตัวเครื่องมีไมโครโฟนและลำโพง รองรับระบบ Two-Way Audio นอกจากนี้มีฟังก์ชัน Night Vision Mode บันทึกภาพในช่วงเวลากลางคืนด้วย Infrared ในระยะ 15 – 20 เมตร และรองรับระบบมือถือผ่านหน้าจอ Android และ IOS การใช้งานสะดวกง่ายสุด ๆ แถมราคาก็ยังน่ารักอีกด้วย

รวมไอเดีย แต่งบ้านโทนดำ ในแบบฉบับ Hafele

0

รวมไอเดีย แต่งบ้านโทนดำ ในแบบฉบับ Hafele

‘สีดำ’ จากเดิมเคยถูกมองไปในความหมายเชิงลบ แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นนิยามของความเรียบหรูแบบคลาสสิค และหากมองไปถึงขนบของชาวตะวันตก โทนสีดำยังให้กลิ่นอายมีเสน่ห์ น่าค้นหา เข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างไม่น่าเบื่อ จึงไม่น่าแปลกใจที่การตกแต่งบ้านโทนดำ (ไม่นับรวมห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น) จะกลายมาเป็นสไตล์ที่โดนใจใครหลายคน

การดีไซน์โทนสีดำในพื้นที่อื่น ๆ อย่าง ห้องครัว ห้องน้ำ หรือแม้แต่จุดเล็ก ๆ อย่างบริเวณทางเข้า-ออก ก็ถือเป็นอีกมุมหนึ่งที่นักตกแต่งไม่ควรมองข้าม เพราะห้องและมุมเหล่านี้คือจุดที่บ่งบอกตัวตนที่น่าค้นหา ในสไตล์ ‘Black in Black’ ได้เป็นอย่างดี

บริเวณทางเข้า-ออก

รวมไอเดีย

แน่นอนว่าการจัดการกับประตูเป็นสิ่งสำคัญ แต่กับคนที่รักในโทนสีดำที่ยังชื่นชอบความโปร่งสบาย ก็อาจเลือกใช้ประตูกระจกแล้วเสริมด้วยบรรดาเส้นขอบสีดำแทน เช่น ตัวอุปกรณ์บานเลื่อน Sliding Door หรืออุปกรณ์สำหรับบานกระจก Glass Door Fitting ในโทนสีดำ หรือจะเพิ่มลูกเล่นด้วยของตกแต่งพวก Door Accessories อย่างกันชนหยุดประตู หรือป้ายหนีไฟ ทำให้บ้านคงมู้ดแอนด์โทนสีดำไว้ และช่วยเพิ่มช่องแสงไม่ให้เกิดความอึมครึมมากนัก

รวมไอเดีย

แต่หากใครที่ชอบประตูบานเปิดมากกว่า ก็ขอแนะนำให้เพิ่มรายละเอียดส่วนของมือจับแทน โดยการเลือกเฟอร์นิเจอร์ฟิตติงที่มีงานออกแบบสวยงามสะดุดตา ไม่ว่าจะกลุ่มมือจับประตูก้านโยก Lever Handle มือจับดึง Pull Handle รวมถึงจุดเสริมใกล้เคียงอย่างตัวล็อคต่าง ๆ ทั้งแบบรูกุญแจ หรือใส่ความเป็นเทคโนโลยีเข้าไปด้วยอุปกรณ์ Digital Door Lock ก็เป็นอีกทางเลือกที่ดี ซึ่งเราสามารถเลือกประตูสีเข้มกับฟิตติงสีอ่อน หรือประตูสีอ่อนกับฟิตติงสีเข้มก็ได้ เพื่อไม่ให้การตกแต่งดูแข็งจนเกินไป

ห้องครัว

รวมไอเดีย

นอกเหนือจากเคาน์เตอร์ครัวหรือท็อปกลางแล้ว อีกจุดที่ตกแต่งง่ายและเพิ่มเสน่ห์ได้ดี คงหนีไม่พ้นอุปกรณ์ครัวแบบฝัง เช่นไมโครเวฟแบบฝัง-เตาอบแบบฝัง ซึ่งถ้าผนังและเคาน์เตอร์ตกแต่งในโทนสีดำด้าน การใช้อุปกรณ์ฝังที่มีผิวหน้าเป็นกระจกดำเงา จะเพิ่มความโดดเด่นได้เป็นพิเศษอีกด้วย

หรือถ้ามีงบเพิ่ม เราจะเลือกอุปกรณ์อื่น ๆ ในโทนสีดำเป็นออฟชั่นเสริมก็ได้ เช่นตู้เย็นโทนสีดำในสไตล์เรโทร อ่างล้างจานแกรนิตสีดำ-สีถ่าน พร้อมก๊อกน้ำเข้าเซ็ท ช่วยเพิ่มมิติให้ครัวและเสริมฟังก์ชันการใช้งานไปในตัว

ห้องน้ำ

รวมไอเดีย

การตกแต่งด้วยกระเบื้องปูพื้น/ผนัง ในโทนสีเทา-ดำเป็นหลัก ยังคงเป็นที่นิยมในพื้นที่ห้องน้ำ ขณะเดียวกันสุขภัณฑ์สีขาวยังคงเป็นตัวเลือกที่ดีเมื่อคำนึงถึงประโยชน์ใช้สอย จึงขอแนะนำให้รายละเอียดโทนสีดำในอุปกรณ์อื่นแทน ไม่ว่าจะเป็น ตัวฝักบัวทั้งแบบก้านแข็งและแบบสายอ่อน เลือกวัสดุเคลือบผิวโทนดำที่ได้คุณภาพไม่เกิดการปนเปื้อนของเชื้อโรคเพื่อคำนึงถึงสุขอนามัยที่ดีในการใช้งาน

และที่ขาดไม่ได้คือเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า อาจเสริมด้วยก๊อกน้ำโทนดำ ตกแต่งสลับอ่างล้างหน้าสีขาวเพื่อให้บรรยากาศดูซอฟต์ลงเล็กน้อย

รวมไอเดีย

นอกเหนือจากนี้ หากใครที่กำลังมองหาเฟอร์นิเจอร์โทนสีดำมาเติมเต็มสไตล์ Black in Black ให้บ้าน ทาง Hafele เขาแนะนำให้เลือกอุปกรณ์ ‘Smart Table Fridge’ ลองไปตกแต่งและใช้งานในบ้าน เพราะผลิตภัณฑ์ตัวนี้ยังมีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลาย เป็นได้ทั้งโต๊ะ ตู้เย็น ลำโพง พร้อมบลูทูธในตัวเดียวกัน แถมยังออกแบบบอดี้ทำสีไม้โอ๊กดูสวยคลาสสิก รวมถึงด้านบนดีไซน์เป็นท็อปกระจกเทมเปอร์สีดำเงาขึ้นแววทันสมัย เรียกว่าจัดวางได้ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องนอน หรือห้องทำงาน ให้บรรยากาศเรียบหรูและไม่น่าเบื่อแน่นอน

และนี่่คือ รวมไอเดีย แต่งบ้านโทนดำ ในแบบฉบับ Hafele ที่เรานำมาฝากกัน ลองเอาแนวคิดไปพิจารณาและประยุกต์ใช้กับบ้านดูนะ เผื่อจะเข้าทางคุณ

ส่วนหากใครสนใจไอเทม Black in Black จาก Hafele ก็สามารถชอปได้ที่ เฮเฟเล่ สตูดิโอ ทุกสาขา หรือช้อปง่าย ๆ ผ่านเฮเฟเล่โฮม ได้ที่ https://www.hafelehome.co.th

 

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ) เพิ่มเพื่อน

 

บทความน่าสนใจ : Awakening Khaosan งานแสดงแสงไฟสุดฮิป ในถนนข้าวสาร

 

 

เปิดโผ 5 ตัวเต็ง ลุ้นคว้ามงมิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022

เตรียมตัวนับถอยหลัง อีกเพียงไม่กี่อึดใจ ก็จะถึงรอบตัดสินของการเฟ้นหาสาวงามที่เพียบพร้อมเพียงหนึ่งเดียว บนเวทีการประกวด มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 (Miss Grand Thailand 2022) เพื่อได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไปแข่งขันในระดับอินเตอร์เนชันแนลต่อไป ต้องบอกเลยว่าในปีนี้สาวงามทั้ง 77 จังหวัด งัดศักยภาพออกมาเผยกันครบทุกด้านแบบไม่มีใครยอมใคร ต่างปล่อยทีเด็ดออกมาประชันกันอย่างเข้มข้น ที่สามารถสร้างความน่าตื่นเต้นและสีสัน ทำให้แฟนนางงามทั่วโลกต้องจับตามองการประกวดนางงามครั้งนี้เป็นพิเศษ

cr.photo ; courtesy of @missgrandthailand (instagram)

แน่นอนว่าแฟนนางงามจะต้องมีตัวเต็งในใจกันอยู่แล้ว แต่ก่อนที่จะได้รับชมผลการประกวดรอบตัดสิน ในวันที่ 30 เมษายน 2565 เวลา 19.00 น. (วันนี้) ว่าใครจะคว้ามงไปครอง Inzpy ขอพาไปชม 5 สาวตัวเต็ง ที่มีสิทธิ์ลุ้นคว้ามง มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 ที่เพียบพร้อมทั้งความสวย ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ทั้งยังฉายแววโดดเด่นในรอบที่ผ่าน ๆ มา จะมีสาวงามตัวแทนจากจังหวัดไหนบ้าง ไปดูพร้อมกันเลยค่ะ

cr.photo ; courtesy of @fa_engfa8 (instagram)
อิงฟ้า วราหะ : มิสแกรนด์กรุงเทพมหานคร

สาวสัญชาติไทยแท้อายุ 27 ปี โฉมหน้าเจ้าของแฮชแท็ก #อิงฟ้ามหานคร ที่มีกระแสแรงมากตั้งแต่วันรายงานตัวเข้าประกวด ส่วนช่วงเข้าเก็บตัวก็มีกระแสไม่หยุด พุ่งติดเทรนด์ทวิตเตอร์ตลอด เธอมาพร้อมกับลุคสวยแพง มั่นใจ ดูดีมีสกุล นอกจากหุ่นที่แซ่บเป๊ะปัง เธอยังมีทัศนคติที่ดีมาก บุคลิกน่ารัก เป็นกันเอง ไม่ถือตัว เอาใจใส่คนรอบข้างอยู่เสมอ

ไม่น่าแปลกใจถ้าใครจะคุ้นหน้าคุ้นตาเธอ เพราะสาวอิงฟ้าเป็นหมอทำขวัญนาคคนดัง ทั้งยังเคยโชว์ความสามารถด้านการร้องเพลง ประกวดในรายการระดับประเทศอย่าง The Voice Thailand 2018 มาแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นเธอยังเป็นดาว TikTok ที่มียอดฟอลโลว์ทะลุ 1.6 ล้านอีกด้วย ด้วยฐานแฟนคลับแน่นปึ้ก ทำให้เธอมีกระแสแรงดีไม่มีตก ทั้งยังทำให้แฟน ๆ ต่างประทับใจและทุ่มเทการโหวตให้กับเธอแบบสุดตัว

cr.photo ; courtesy of @heidi_js (instagram)
ไฮดี้ อมันดา เจนเซ่น : มิสแกรนด์ภูเก็ต

ตามมาติด ๆ กับสาวลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก วัย 22 ปี ดีกรีตัวเต็งมงลงตั้งแต่ประกวดมิสแกรนด์ภูเก็ต โดดเด่นด้วยสเต็ปการโพสต์ และการเดินอวดโฉมแบบเป๊ะเว่อร์ โดยเฉพาะท่าหมุนตัวช้า ๆ เหมือนตุ๊กตาที่เป็นเอกลักษณ์ ใครจะคิดว่านี่เป็นการประกวดนางงามครั้งแรกของเธอ เพราะเธอเฉิดฉายดูโปร ราวกับผ่านเวทีประกวดมาอย่างโชกโชน นับว่าเธอเตรียมตัวฝึกซ้อมมาอย่างดีมากจนน่าทึ่ง

ไฮดี้มีความสวยงามโดดเด่นมีสไตล์ไม่แพ้ใคร ทั้งรูปร่าง สเต็ปการเดินสุดปัง ไปจนถึงการโพสต์ท่าเซ็กซี่ ที่สะท้อนจริตดูแพงออกมาจากตัวเธอ ยิ่งไปกว่านั้นยังถูกเทียบว่าหน้าคล้าย “วาเลนติน่า” มิสแกรนด์อินเตอร์เนชันแนลปี 2019 อีกด้วย เชื่อว่าเธอสามารถสู้นางงามต่างชาติได้แบบสบาย ๆ จึงทำให้ไฮดี้ติดโผกลายเป็นอีกหนึ่งสาวงามที่แฟน ๆ ลุ้นจนตัวเกร็ง อยากให้คว้ามงไปครอง

มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022
cr.photo ; courtesy of @missgrandthailand / @nesamahmoodi10 (instagram)
หนูดี อรปรียา เนซ่า มามูดี้ : มิสแกรนด์อ่างทอง

เป็นถึงมิสแกรนด์ขวัญใจขอนแก่น จะไม่มีชื่อของสาวน้อยคนนี้ติดโผก็คงจะไม่ได้ หนูดี สาวน้อยวัย 21 ปี ลูกครึ่งไทย-อิหร่าน อีกหนึ่งสาวหน้าสวยคมครบเครื่องจับใจ เปี่ยมเสน่ห์สดใสขี้เล่น โดดเด่นไม่ยอมใครด้วยจริตสุดปัง ที่พร้อมฟาดทุกวินาที โชว์สเต็ปถอยหลังฟูลเทิร์น จนแฟน ๆ ต่างยกให้หนูดีเป็นควีนยืนหนึ่งของภาคกลางเลยทีเดียว

โดนใจแฟนนางงามจัง ๆ เพราะเธอใจสู้เกินร้อย กล้าคิดกล้าพูด ทั้งยังสามารถสื่อสารได้หลายภาษา แม้ในประเด็นสังคมแรง ๆ หนูดีก็ไม่หวั่น ทำผลงานตอบคำถามออกมาได้ดีเยี่ยม ชนิดที่ได้ใจกองเชียร์ไปแบบเต็ม ๆ เธอเปรียบเสมือนม้ามืด ที่ค่อย ๆ ฉายแววเร่งเครื่องสู่ตัวเต็งได้ไม่ยาก คงต้องมารอลุ้นกันว่า หนูดีจะสามารถคว้ามงมาครองได้หรือไม่

มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022
cr.photo ; courtesy of @itscharlotty (instagram)
ชาล็อต ออสติน : มิสแกรนด์ชุมพร

มาต่อกันที่มิสแกรนด์ชุมพรอย่าง สาวงามลูกครึ่งไทย-อังกฤษ อายุ 23 ปี ที่มาพร้อมใบหน้าหวานสวย เซ็กซี่ ดึงดูดใจ เธอพกความสามารถรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเดินแบบ การโพสต์ท่า แถมยังมีความสามารถพิเศษอย่างทักษะการร้องเพลงและรำโนราห์อีกด้วย ชาล็อตเป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดจากทีมภูเก็ต ทีมเดียวกับ อแมนด้า ออบดัม ใช้เวลาฝึกซ้อมเป็นปี จนพร้อมเข้าประกวดร่วมชิงมงในปีนี้

เธอยังสร้างตำนานคู่จิ้นกับ อิงฟ้า จนเกิดเป็นกระแสและมิติใหม่แห่งวงการประกวดนางงามในระหว่างที่เก็บตัว และล่าสุดเธอยังสามารถมัดใจ เข้าตาสปอนเซอร์ด้วยการคว้ารางวัล Best Promoter by “WINK WHITE” อีกด้วย เชื่อว่าหนึ่งในตัวเต็งของใครหลายคน ต้องมีชื่อของสาวชาล็อตอย่างแน่นอน

มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022
cr.photo ; courtesy of @warunchabeau (instagram)
บิวตี้ วรัญชนา ระดมเล็ก : มิสแกรนด์ขอนแก่น

ปิดท้ายโผตัวเต็งกันไปด้วย มิสแกรนด์ขอนแก่น วัย 25 ปี เธอคนนี้มีดีกรี Top 10 Miss Universe Thailand 2014 พ่วงด้วย Miss Tourism International 2014 นอกจากนั้นยังเคยเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวดที่ประเทศจีน สามารถคว้ารางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมและความสามารถยอดเยี่ยมมาแล้ว ต้องบอกเลยว่าเธอเจนเวทีไม่เบา แถมประสบการณ์ยังแน่นปึ้กเลยทีเดียว

ไม่น่าแปลกใจที่บิวตี้สามารถโชว์ผลงานออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมในทุก ๆ รอบคัดเลือก ด้วยลุคที่สวยสง่าดุจนางพญา พร้อมสกิลการเดินระดับมืออาชีพ รวมไปถึงใบหน้าเปี่ยมเสน่ห์ชวนหลงใหล ยิ่งไปกว่านั้นลีลาการตอบคำถามของเธอยังโดดเด่นโดนใจ ชนิดที่ว่าชนะใจทั้งกรรมการและแฟนนางงามได้อย่างไม่ต้องสงสัย

มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022
cr.photo ; courtesy of @missgrandthailand (instagram)

จบกันไปแล้วกับการเผยโฉมหน้า 5 สาวงามตัวเต็ง ลุ้นคว้ามง มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 โดยผู้เข้าประกวดแต่ละคนมีความโดดเด่นและความสามารถ โชว์ผลงานออกมาอย่างน่าทึ่งแบบที่ไม่มีใครยอมใคร ทำให้การประกวดในปีนี้น่าจับตามองเป็นอย่างมาก แต่ใครล่ะ? ที่จะเป็นสาวงามหนึ่งเดียว ผู้คว้ามงกุฎมาครองได้สำเร็จ อย่าลืมร่วมลุ้น ร่วมส่งแรงเชียร์ให้พวกเธอกันนะคะ

30 เมษายน “วันชานมไข่มุกแห่งชาติ” หรือ Bubble Tea Day

30 เมษายน “วันชานมไข่มุกแห่งชาติ” หรือ Bubble Tea Day

ชานมไข่มุก เมนูเครื่องดื่มสุดโปรดของใครหลาย ๆ คน ในช่วงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ชานมไข่มุกเป็นกระแสที่ฟีเวอร์มาก ๆ จนทำให้เป็นเมนูเครื่องดื่มสุดฮิตอีกเมนูหนึ่งเลยค่ะ และในวันที่ 30 เมษายนของทุก ๆ ปี จะถือเป็น “วันชานมไข่มุกแห่งชาติ” หรือ Bubble Tea Day วันนี้มีต้นกำเนิด และความเป็นมาอย่างไรนั้น ตามไปอ่านกันได้เลยค่ะ

วันชานมไข่มุก เริ่มต้นมาจากร้าน Kungfu Tea ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับชาของไต้หวัน ทั้งการคัดเลือก และการชงชา จนเป็นที่ยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ได้ทำการชงชาแบบเย็น และใส่ขนมไต้หวันที่ทำจากแป้งมันสำปะหลังที่นุ่มหนึบลงไป และเมื่อหลาย ๆ คนได้ลองชิม ก็ติดใจกับรสชาติของชาชนิดนี้ จึงเป็นต้นกำเนิดของเมนูชานมไข่มุกนั่นเองค่ะ ซึ่งร้าน Kung Fu Tea นั้น ได้ก่อตั้งขึ้นในวันที่ 30 เมษายน จึงได้มีการยื่นเรื่องไปทาง National Calendar ให้วันนี้เป็นวันชานมไข่มุกแห่งชาตินั่นเองค่ะ

การเฉลิมฉลองในวันชานมไข่มุกแห่งชาตินี้ ก็ทำได้ง่าย ๆ ด้วยการไปซื้อชานมไข่มุกแบบที่ชอบ และถ่ายรูปโพสต์ลงในช่องทางโซเชียลต่าง ๆ ในวันที่ 30 เมษายนเท่านั้นเองค่ะ ซึ่งในวันนี้ เราก็จะมาแนะนำ 5 ร้านชานมไข่มุก ให้เพื่อน ๆ ได้ไปซื้อมาทานเป็นการเฉลิมฉลองกันค่ะ

Tiger Sugar

วันชานมไข่มุกแห่งชาติ

ร้านชานมไข่มุกสัญชาติไต้หวัน ใครที่ชื่นชอบชานมที่มีความเข้มข้น หวานมัน ต้องถูกใจร้านนี้แน่นอนค่ะ เพราะชานมของเค้ามีความหอม และเข้มข้นมาก ๆ โดยเฉพาะตัวไข่มุกที่มีความหวาน หอมกลิ่นน้ำตาลทรายแดงนิด ๆ นุ่ม หนุบหนับ มาก ๆ เมนูแนะนำคือ Brown Sugar Boba Milk with Cream Mousse ร้านนี้มีอยู่ด้วยกัน 4 สาขานะคะ
The Market Bangkok ราชประสงค์ ชั้น M
The Mall Bangkapi ชั้น G
The Platinum Fashion Mall ชั้น 6
Centerpoint Siam Square ชั้น 3 (ทางเชื่อม BTS สยาม)
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

 

Ochaya

โอชายะ ร้านชานมไข่มุก ที่หาทานได้ง่ายมาก ๆ เพราะมีสาขาอยู่ทั่วประเทศไทย กว่า 350 สาขา เป็นร้านชาที่ราคาไม่แพง เข้าถึงนักชิมได้ทุกเพศทุกวัย มีเมนูให้เลือกเยอะมาก ๆ นอกจากชานมไข่มุกแล้ว ก็มีเมนูที่น่าลองมาก ๆ เช่น Jasmine Green Tee, Grains Milk Tea, Apple Yogurt และ Taro Milk Tea เป็นต้น ราคาเริ่มต้นเพียงแก้วละ 30 บาทเท่านั้นค่ะ
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

 

XING FU TANG

วันชานมไข่มุกแห่งชาติ

ร้านชานมสัญชาติไต้หวันแท้ ๆ  สำหรับใครที่ชื่นชอบชานมที่มีความเข้มข้น หวานมัน เสิร์ฟพร้อมไข่มุกน้ำตาลทรายแดง หอม ๆ นุ่ม ๆ ต้องถูกใจร้านนี้แน่นอนค่ะ เมนูแนะนำ คือ Brown Sugar Boba Milk ร้านนี้มีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 สาขาดังนี้
Siam Square Soi 1
The EmQuartier, 7th Floor Helix Sky Dining
Central World, 7th Floor Beacon Zone
Chinatown​ Yaowarat
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

 

Kamu Tea

วันชานมไข่มุกแห่งชาติ

เป็นอีกหนึ่งร้านที่มีสาขาเยอะมาก ๆ เป็นร้านชานมที่ค่อนข้างโด่งดัง เป็นที่รู้จัก และราคาของเครื่องดื่มก็ไม่แพงด้วยค่ะ เริ่มต้นที่แก้วละ 40 บาทเท่านั้นเอง นอกจากชานมไข่มุกแล้ว ที่นี่ยังมีเครื่องดื่มอื่น ๆ ให้สั่งกันอีกเยอะมาก เมนูแนะนำ เช่น Kamu Original Milk Tea,  Matcha Cheese Cream และ Milo Milk เป็นต้น
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

 

KOI The

ร้านชานมโคอิเตะ มีเมนูให้เลือกหลากหลายเมนูมาก ๆ จุดเด่นของร้านนี้จะอยู่ที่ตัวไข่มุก ซึ่งร้านนี้จะทำออกมาเป็นไข่มุกสีเหลืองทอง เคี้ยวนุ่มหนึบหนับ เมนูที่ต้องห้ามพลาด คือ Golden Bubble Milk Tea หรือ ชานมไข่มุกสีทอง เมนูเครื่องดื่มของที่นี่ราคาเริ่มต้นที่แก้วละ 70 บาท หาทานได้ง่าย เพราะร้านมีอยู่หลายสาขามาก ๆ เลยค่ะ
รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

Coach เปิดตัวเว็บไซต์ E-Commerce ในไทยเป็นครั้งแรก

0

Coach เปิดตัวเว็บไซต์ E-Commerce ในไทยเป็นครั้งแรก

Cr . Photo : Coachth

Coach (โค้ช) แบรนด์ผู้นำด้านเครื่องหนังจากนิวยอร์ก เปิดตัวเว็บไซต์ E-Commerce ในไทยเป็นครั้งแรก ประเดิมด้วยคอลเลกชันใหม่ล่าสุดอย่าง Spring/Summer 2022 ผ่านแคมเปญในคอนเซปต์ Home Delivery ที่ได้รับความร่วมมือจากนักแสดงและเซเลบริตี้แถวหน้าของวงการมากมาย!

Cr . Photo : Coachth

นับว่าเป็นครั้งแรกของ โค้ช สำหรับการเปิดเว็บไซต์ E-Commerce ของตัวเองในไทยเป็นครั้งแรก ภายใต้การบริหารและจัดการโดยบริษัท Pacifica Elements Co., Ltd. ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายสินค้าลิขสิทธิ์แบรนด์ โค้ช อย่างเป็นทางการเพียงผู้เดียวในประเทศไทย (ยกเว้นสินค้าใน Duty Free) ซึ่ง โค้ช ประเดิมคอลเลคชันแรกที่วางจำหน่ายบนเว็บไซต์ E-Commerce ของตัวเองด้วยคอลเลคชันฤดูร้อน หรือ Spring/Summer 2022 สุดสดใสในคอนเซปต์ Back to the future สะท้อนกลิ่นอายความเป็นนิวยอร์ก ที่มีทั้งกระเป๋า เสื้อผ้า รองเท้า และแอกเซสซอรี ให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การช้อปแบบที่ไหนก็ได้ ผ่านเบราว์เซอร์ Thailand.coach.com

Cr . Photo : Coachth

“การเปิดตัวเว็บไซต์ E-Commerce ครั้งแรกในไทยของเรานี้นับเป็นก้าวสำคัญที่จะได้มอบความสะดวกสบายให้กับลูกค้าของเราในการเยี่ยมชมและซื้อสินค้าได้ รวมถึงการมอบบริการการจัดส่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของเราทุกท่าน” Campbell O’Shea รองผู้จัดการบริษัท Tapestry Southeast Asia and Oceania กล่าวทิ้งท้าย

โดยแคมเปญออนไลน์ในครั้งนี้ มาพร้อมคอนเซปต์ Home Delivery ที่ได้รับความร่วมมือจากนักแสดง เซเลบริตี้ อาทิ โบว์เมลดา สุศรีณิชาณัฐณิชา ดังวัฒนาวานิชออฟจุมพล อดุลกิตติพรกันอรรถพันธ์ พูลสวัสดิ์อาเล็กธีรเดช เมธาวรายุทธพลอย หอวังริววชิรวิชญ์ อรัญธนวงศ์วีวิโอเลต วอเทียร์ และอินฟลูอินเซอร์อีกมากมาย

Cr . Photo : Coachth

เกี่ยวกับ โค้ช
โค้ช เป็นแบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่โดดเด่นในเรื่องเครื่องหนัง เครื่องแต่งกาย รองเท้า น้ำหอม แว่นตา และ แอกเซสซอรีไลฟ์สไตล์อันหลากหลายที่มีความหรูหราแบบสมัยใหม่  โดย โค้ช ได้ถูกก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1941 และมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในเรื่องงานฝีมือที่มีคุณภาพ ที่แสดงถึงความมั่นใจในแบบฉบับของมหานครนิวยอร์ก งานออกแบบของแบรนด์นั้นเกิดจากวิสัยทัศน์อันทันสมัย เปลี่ยนภาพความหรูหราให้เข้ากับปัจจุบัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือ และนวัตกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของ โค้ช สินค้าของ โค้ช นั้นมีวางจำหน่ายใน 55 ประเทศทั่วโลก ผ่านทางเครือข่ายของร้านค้าที่ดำเนินการโดยตรง, ร้านค้าปลีก, การขายให้กับลูกค้าขายส่ง, ผ่านผู้จัดจำหน่ายรายย่อย และช่องทางออนไลน์ผ่าน coach.com

โค้ช เป็นแบรนด์หนึ่งภายใต้บริษัท Tapestry, Inc. โดยบริษัท Tapestry ได้จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์กภายใต้สัญลักษณ์ TPR

Social Caption:
โค้ช เปิดตัวเว็บไซต์ช้อปออนไลน์ครั้งแรกในไทย ที่จะมอบประสบการณ์ช้อปออนไลน์ได้ทุกที่ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน ผ่านออนไลน์แคมเปญที่ได้รับความร่วมมือจากนักแสดง และเหล่าเซเลบริตี้มากมายมาร่วมถ่ายทอดแฟชั่นเซท ในคอนเซปต์ Home Delivery! พร้อมแล้วช้อปเลยที่ Thailand.Coach.com

เพลง โคโยตี้ แรงดีไม่มีตก ทะลุ 11 ล้านวิว ไปแล้วจ้า

0

เรียกว่าฮิตกันทั่วบ้าน ทั่วเมือง ไปไหนก็มีแต่คนร้อง สำหรับ เพลง โคโยตี้ จาก Taitosmith ที่ได้ MILLI มา Featuring ด้วย ในฐานะที่เป็นแฟนเพลงของทั้ง Inzpy ปลื้มใจจริง ๆ เอ้า “เป็นโคโยตี้ บนรถปิ๊กอัพพพ” แค่ร้องท่อนเดียวก็คึกคักแล้ว ขออนุญาติไปฟังแปป

เพลง โคโยตี้ แรงดีไม่มีตก ทะลุ 11 ล้านวิว ไปแล้วจ้า

ยังคงแรงดีไม่ตก สำหรับเพลง “โคโยตี้” ของวง “ไททศมิตร” (TaitosmitH) จากค่าย GeneLab ที่ได้แรปเปอร์สาวสุดฮอตแห่งยุค มิลลิ (MILLI) มาร่วมฟีเจอริงฟาดท่อนแรปแบบไม่ยั้ง

ถ่ายทอดมุมมองจากสาวโคโยตี้ที่มีต่อสังคมได้อย่างเผ็ดร้อน เรียกว่าโดนใจคนฟังทั้งเนื้อหา และซาวด์ดนตรีที่มีจังหวะโจ๊ะๆ ผสมผสานท่อนแรปได้อย่างลงตัว โดยเฉพาะท่อน DJ Remix ที่ได้ ตุ๊ก – พัฒนภูมิ ชอุ่มผล มือกลองของวง รับบทดีเจยูโร่สุดเฟี้ยว

จนกลายเป็นท่อนฮิตติดอันดับ popular ใน Tik Tok ที่คนนำมาครีเอทท่าเต้นและทำคลิป cover กว่า 23,000 คลิป ส่วนยอดวิวในยูทูปก็ไม่น้อยหน้าพุ่งขึ้นทุกวัน โดยล่าสุดทะยานทะลุ 11 ล้านวิวเป็นที่เรียบร้อยแบบปังไม่หยุดฉุดไม่อยู่เลยทีเดียว

สำหรับเพลง “โคโยตี้” ถือเป็นอีกหนึ่งซาวด์ดนตรีแปลกใหม่ของไททศมิตร ที่ต้องการนำเสนอดนตรีสามช่าให้ออกมาทันสมัยเข้ากับยุคสมัยปัจจุบันที่สุด โดยใส่ส่วนผสมของดนตรีจากหลายแนวอย่าง Rock, House, EDM, เสียงจากเครื่องดนตรีภาคอีสาน รวมถึงดนตรีแบบ DJ Remix ที่พวกเค้าไม่เคยทำมาก่อน

แต่ก็สามารถทำออกมาได้ลงตัวทำให้เห็นถึงความสามารถทางดนตรีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในอัลบั้ม “เพื่อชีวิตกู” ยังมีอีกหลายบทเพลงที่น่าสนใจ แฟนๆรอติดตาม MV เพลงใหม่ของ “ไททศมิตร” ได้เร็วๆนี้

ติดตามชมมิวสิกวิดีโอเพลง “โคโยตี้” ได้ทาง Youtube: GeneLab และรับฟังเพลงอัลบั้ม “เพื่อชีวิตกู” อัลบั้มเต็มชุดที่ 2 ของวงไททศมิตร ได้ใน Streaming ทุกแพลตฟอร์ม

ติดตามความเคลื่อนไหวได้ทาง : Facebook และ Instagram : TaitosmitH และ Genelabrecords

 

หนังผีขนหัวลุก บอกเลยงานนี้เสียวสันหลังจนลืมร้อน

0

เปลี่ยนบรรยากาศกันหน่อยครับกับ 6 หนังผีขนหัวลุก ที่หากได้ดูแล้วรับรองว่า หนาวสันหลัง จนขนหัวลุกแน่นอน ซึ่งวันนี้ทาง Inzpy ก็จัดให้ แบบว่าทั้งไทย และต่างประเทศ มาแบบหลากหลายอารมณ์เลยงานนี้ ใครอยากรู้ อยากดู ใครอยากจะหลอนยามค่ำคืน ให้ฝันดีก่อนนอน ไปดูกันเลยครับ

หนังผีขนหัวลุก ฝั่งไทยบอกเลย สยอง

เป็นชู้กับผี

มาเริ่มที่เรื่องแรกครับ หนังผีสุดโรแมนติก ที่ไม่น่าจะหาดูที่ไหนได้อีกแล้ว กับเป็นชุดกับผี เขียนบทภาพยนตร์โดย ก้องเกียรติ โขมศิริ กำกับโดย วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง กับพล็อตแบบ “คนกับผีมีอะไรกัน ?”

เรื่องราวรักชวนสยองที่เกี่ยวพันกับหญิงสาวสองคน… คนแรกนวลจันสาวน้อยจากต่างจังหวัด ผู้เข้ามาตามหาคนรักที่หายสาบสูญไป ส่วนอีกคนคือรัญจวนเศรษฐีนีม่าย ผู้ลึกลับซึ่งมีเสียงล่ำลือกันว่าเธอซ่อนชายชู้ไว้คนหนึ่ง และที่สำคัญ ชายคนนั้นไม่ใช่คน

ผู้หญิงทั้งสองคนนั้น คนหนึ่งมาจากที่สูง อีกคนมาจากที่ต่ำ และ มาบรรจบกัน มีความแตกต่างกัน มีเรื่องของชนชั้นระหว่างหญิงสูงศักดิ์กับหญิงชาวบ้าน

เปนชู้กับผีเป็นภาพยนตร์ที่ย้อนไปในอดีตราวปีพุทธศักราช ๒๔๗๗ เรื่องราวรักชวนสยองที่เกี่ยวพันกับหญิงสาวสองคน เป็นหนังผีที่น่ากลัวด้วยบรรยากาศ ที่สำคัญเป็นหนังผีแบบฉบับไทยแท้ๆ ที่น่ากลัวไม่แพ้ของชาติอื่น

4 แพร่ง

อีกหนึ่งหนังหลอน ระดับตำนาน ของวงการภาพยนตร์บ้านเราครับ 4 เรื่อง 4 รส กับ 4 แพร่ง จาก 4 ผู้กำกับ ได้แก่ ยงยุทธ ทองกองทุน เรื่องเหงา ,  ปวีณ ภูริจิตปัญญา เรื่องยันต์สั่งตาย, บรรจง ปิสัญธนะกูล เรื่องคนกลาง และ ภาคภูมิ วงศ์ภูมิ กับเรื่องเที่ยวบิน

เหงา เรื่องราวของสาวโสดอย่าง ปิ่น ได้รับข้อความจากชายแปลกหน้าเข้ามาในมือถือของเธอ ในขณะที่เธอนั่งอยู่ในห้องที่อพาร์ตเมนต์เพียงคนเดียว ท้ายที่สุดเจ้าของข้อความแปลกๆ นั้นกลับตามมาหลอกหลอนเธอถึงห้อง

ยันต์สั่งตาย เรื่องราวของกลุ่มเด็กเกเรที่ไปรุมแกล้งลูกชายของสัปเหร่อ ซึ่งเป็นที่มาของยันต์สั่งตายที่ถูกใช้เพื่อแก้แค้นเด็กกลุ่มนี้ ซึ่งหากใครสบตากับยันต์สั่งตายนี้ก็จะต้องตายทันที

คนกลาง เรื่องราวระดับตำนานของ 4 แพร่งครับเรื่องนี้ พล็อตน่าสนใจมาก กับแก๊งเพื่อนชายที่ออกไปเที่ยวล่องแก่งกลางป่า นำทีมโดย ชิน, เต๋อ, เผือก และเอ ซึ่งเมื่อตกกลางคืนที่พวกเขาต้องนอนรวมกันในเต็นท์ ทุกคนต่างเกี่ยงกันนอนริมเพราะเชื่อว่าคนนอนริมจะเจอผี แต่สุดท้ายคนที่ต้องเจอกับวิญญาณกลับไม่ใช่แค่คนนอนริมเท่านั้น

เที่ยวบิน 224 พิม แอร์โฮสเตสสาวที่เป็นชู้กับเจ้าชายอัลเบิร์ต แต่ด้วยความบังเอิญทำให้เธอต้องขึ้นไฟลต์พิเศษเพื่อรองรับ เจ้าหญิงโซเฟีย ภรรยาของเจ้าชายอัลเบิร์ตเพียงลำพัง ซึ่งภายหลังเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เจ้าหญิงโซเฟียเสียชีวิตกะทันหันและต้องให้พระศพขึ้นเครื่องกลับประเทศ โดยมีพิมดูแล ทำให้เธอต้องเจอกับบทลงโทษของการลักลอบเป็นชู้กับสามีคนอื่นในที่สุด

ชัตเตอร์

ฉากี่คอในตำนาน หลายคนน่าจะจำได้ดี ภาพยนตร์ที่เปิดโลกให้กับหนังผีไทย ไม่ต้องตุงแช่ ไม่ต้องเจอผี หนีผี อะไรมากมาย ซึ่งตัวหนังออกแนว สืบหาความจริงด้วยซ้ำไป

ชัตเตอร์ กดติดวิญญาณ เล่าเรื่องของธรรม์ ช่างภาพหนุ่ม และเจน แฟนสาว ที่เริ่มพบเหตุการณ์ประหลาดจากภาพถ่ายที่มีเงาสีขาวคล้ายใบหน้าผู้หญิงติดอยู่ในนั้น ระหว่างการตามหาว่าปริศนาในรูปภาพนั้นคืออะไร ความลับดำมืดที่ธรรม์ซุกซ่อนเอาไว้ พร้อมกับความสยองขวัญที่ทำให้คนดูต้องกลับไปเพ่งมองรูปถ่ายของตัวเองด้วยสายตาแบบใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น

อย่างที่บอกครับ หนังเรื่องนี้ ไม่มีการใช้ผีแบบโฉ่งฉ่าง ม่ต้องมาคอยสะดุ้งโหยง แต่ปล่อยให้คนดูไม่รู้อะไรเลย แล้วค่อย ๆ รู้ไปพร้อมกับตัวละคร จนถึงบทสรุปสุดช็อค บอกเลย เวรี่ กู๊ด

 

หนังผี ต่างประเทศ ขนหัวลุกทุกเรื่องแน่นอน

The Nun

ผีแม่ชี… ผลงานการกำกับของ คอรีน ฮาร์ดี เรื่องของแม่ชีคนหนึ่งในศาสนจักรแห่งโรมาเนีย นักบวช ผู้รับรู้อดีตสุดสยองขวัญและคำสัตย์สาบานสุดท้ายของเธอ เขาได้ถูกส่งไปยังวาติกัน เพื่อสืบหาสาเหตุทั้งหมด ที่นั่นพวกเขาได้ค้นพบกับคำสั่งอันดำมืด ที่เกี่ยวพันกันไม่ใช่แค่โชคชะตาของพวกเขา

แต่เป็นโชคชะตาของวิญญาณทุกดวง ที่ต้องเผชิญหน้ากับแรงอาฆาตสุดร้ายแรง จากปีศาจแม่ชีที่เราได้พบกันครั้งแรกใน The Conjuring 2 และนี่จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นท่ามกลางสมรภูมิระหว่างชีวิตและคำสาปแช่ง

จริงตัว ๆ หนังได้รับเสียงวิจารณืค่อนข้างแย่นะครับ โดนด่ากระจาย และกหลายคนบอกว่า มันไมได้ดีขนาดนั้น แต่เมื่อมีโอกาสได้ดูจริง ๆ สึกว่ามันไม่ได้แย่ขนาดนั้น ค่อนข้างโอเคสมกับมาตรฐานหนังผีทั่วไป แต่ก็พอเข้าใจได้ว่าทำไมบางคนถึงไม่โอเค เพราะ The Conjuring ทำไว้ได้ดีเกินมาตรฐานหนังผีทั่วไป คนเลยคาดหวังไว้เยอะครับ

The Ring

ว่ากันว่า นี่คือหนังที่หลอน และสยองขวัญที่สุด เป็นหนังที่ไม่ควรดูคนเดียวอย่างเด็ด และเป้นหนังที่ทำให้คนทั้งโลกต้องผวาทุกครั้งที่ดูทีวี หนังผีระดับตำนานสุดสยองขวัญ เรื่องนี้ถูกสร้างมาจากนิยายผ่านปลายปากกาชาวญี่ปุ่น นาม koji Suzuki ในเวอร์ชั่นภาพยนตร์ออกมาทั้งของญี่ปุ่นและ Hollywood ซึ่งมีความแตกต่างกันในเนื้อหาเพียงเล็กน้อย

โดยเวอร์ชั่นฝรั่งนั้นเนื้อเรื่องจะประมาณว่า  นักข่าวสาว “ราเชล” ที่สูญเสีย “เคธี่” หลานหลานสาวไปให้กับความตายอันน่าสยดสยอง เธอได้พยายามสืบสวนหาสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความตายดังกล่าวกระทั่งได้พบกับวิดีโอเทปม้วนหนึ่งที่ถ้าหากใครก็ตามได้เปิดดู คำสาปแช่งและความตายจะติดตามคนผู้นั้นไปก่อนที่จะพรากลมหายใจภายในหนึ่งสัปดาห์

สำหรับในส่วนของเวอร์ชั่นญี่ปุ่น จะเป็นเรื่องของ  ซาดาโกะ สาวที่มีพลังจิตติดตัวมาตั้งแต่เกิด โดยมีปมในเรื่องการเข้าสังคมและการแสดงออกว่ามีพลังจิตแต่ยังเล็ก และแม่ของมีชื่อว่า ซาดะ แน่นอนว่าแม่ของเธอเป็นผู้มีพลังจิตเช่นเดียวกัน แต่ทว่าพอถึงคราวที่ต้องโชว์พลังต่อหน้าประชาชน มันกลับไม่เป็นผลเหมือนอย่างเคย

ซาดะเลยโดนรุมประณามว่าเป็นคนหลอกลวง และไม่โชว์พลังจิตตั้งแต่นั้นมา และมันก็สร้างบาดแผลในใจให้แก่ ซาดาโกะ เป็นอย่างมาก ลัต่อมา ซาดาโกะ กับแม่ต้องไปอยู่โรงพยาบาล แต่ด้วยความสวยของซาดาโกะ เธอจึงถูกหมอของโรงพยาบาลข่มขืน อีกทั้งหมอคนนี้ดันเป็นโรคฝีดาษที่กำลังจะสูญพันธ์ ซึ่งเป็นคนสุดท้ายของญี่ปุ่นที่เป็นโรคนี้

ซาดาโกะติดโรคแถมโดนผลักตกบ่อน้ำหวังให้ตายเพื่อปกปิดความผิด แต่เธอดันมีชีวิตอย่างทรมานอยู่อีก 7 วัน ก่อนจะตาย ก่อนตายเธอได้ทำสัญญาทางความรู้สึกกับฝีดาษใกล้สูญพันธ์ที่อยู่ในร่าง ฝีดาษเองก็ต้องการจะคงอยู่ต่อไป

เธอจึงส่งกระแสจิตความแค้น, อาฆาต, พยาบาท ใส่ลงไปใน VDO ที่อยู่ใกล้ๆกันกับบ่อน้ำ จนบังเกิดเป็นคำสาปอันผสมผสานระหว่างมนุษย์พลังจิตที่เต็มไปด้วยความแค้นสุมทรวงกับโรคฝีดาษที่กำลังจะสูญพันธ์ กลายเป็นพลังจิตบันทึกภาพลงสื่อ VDO เมื่อคนไหนได้ดู VDO นี้แล้วต้องตาย!!

บอกเลยว่า สยองขั้นสุดทั้งสองเวอร์ชั่น ใครที่ชอบอะไรที่หลอนจนขนหัวลุก พร้อมที่จะผงะตลอดเวลาแล้วล่ะก็ ห้ามพลาดทั้งสองเรื่องเลยครับ

The Shining

หนังผี ที่ไม่มีผีสักตัวในเรื่อง The Shining เป็นภาพยนตร์สยองขวัญสร้างจากนวนิยายสยองขวัญชื่อเดียวกันในปี ค.ศ. 1977 ของ สตีเฟ่น คิง นักเขียนชื่อดังชาวอเมริกัน โดยคิงได้รับแรงบันดาลใจมาจากนวนิยายเรื่อง The Veldt ของ Ray Bradbury พร้อมกับการที่เขาและครอบครัวเข้าพักโรงแรมสแตนลี่ย์ ในช่วงปี ค.ศ. 1974

ซึ่งเป็นที่พักที่มีความเชื่อเรื่องผีและเรื่องความลี้ลับ นวนิยายเรื่องนี้เป็นนิยายปกแข็งขายดีเล่มแรกในชีวิตของคิงและเป็นนิยายสยองขวัญที่แจ้งเกิดให้กับคิง

The Shining ได้รับการติดต่อขอซื้อไปทำภาพยนตร์ โดยมี สแตนลีย์ คูบริก เป็นผู้กำกับ บทภาพยนตร์ดัดแปลงโดย สแตนลีย์ คูบริก ผู้กำกับเองร่วมกับ Diane Johnson

และได้นักแสดงอย่าง แจ็ก นิโคลสัน ที่มีผลงานก่อนหน้านี้เป็นที่รู้จักมาจากเรื่อง Easy Rider (1969) ได้มารับบทเป็น แจ็ก ทอร์เรนซ์ นักเขียนผู้เคยติดเหล้าและมีประวัติทำร้ายลูกตัวเอง และเชลลี ดูวาลล์ ที่รับบทเป็น เว็นดี้ ทอร์เรนซ์ ภรรยาผู้อ่อนโยน ยังเล่นซ้ำถึง 127 เทคในฉากเดียว

โดยเนื้อเรื่องก็ประมาณว่า ครอบครัวทอร์เรนซ์ ซึ่งประกอบด้วย แจ็ก ทอร์เรนซ์ นักเขียนผู้เคยติดเหล้าและมีประวัติทำร้ายลูกตัวเอง, เว็นดี้ ทอร์เรนซ์ ภรรยาผู้อ่อนโยน และ แดนนี่ ทอร์เรนซ์ เด็กผู้มีสัมผัสที่หก แจ็กพยายามจะแก้ตัวด้วยการหางานทำพร้อมทั้งใช้เวลาอยู่กับลูกเมียเพื่อกระชับความสัมพันธ์ลบล้างอดีตอันเลวร้ายออกไป

เลยรับงานเฝ้าโรงแรมโอเวอร์ลุคซึ่งจะปิดบริการทุกฤดูหนาวและเคยเกิดการฆาตกรรมสุดสยอง ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปด้วยดี จนกระทั่งวิญญาณสยองที่สิงในโรงแรมเริ่มปั่นหัวแจ๊คและพวกมันยังต้องการตัวแดนนี่

อีกทั้งสิ่งเหนือธรรมชาติอีกหลายอย่างจนส่งผลให้แจ๊คเปลี่ยนไปและสองแม่ลูกทอร์เรนซ์ก็ต้องมาเผชิญกับเรื่องสยองที่สุดในชีวิต ทำให้ครอบครัวทอร์เรนซ์ต้องหาทางเอาตัวรอดจากโรงแรมแห่งนี้

ห้ามพลาดสักเรื่องครับ หนังผี ดี ๆ มีคุณภาพ ไม่ใช่ว่า เอะอะก็ตุ้งแช่ หรือจะทำให้ Jump Scare เพียงอย่างเดียว หนังผีเหล่านี้บอกเลยว่า มีชั้นเชิงสุด ๆ ครับ Inzpy ขนหัวลุกมาแล้ว