Home Blog Page 869

ตะวันซีฟู้ด ทะเลเผา ทะเลสด ที่ตลาดต้นสัก

ตะวันซีฟู้ด ทะเลเผา ทะเลสด ที่ตลาดต้นสัก

เมื่อไม่นานมานี้ เราได้มีโอกาสไปเดินเล่นที่ตลาดต้นสัก แถวสนามบินน้ำ ที่นี่เป็นตลาดเปิดใหม่ที่มีของขายเยอะมาก ทั้งของใช้ ร้านทำเล็บ ร้านขนม คาเฟ่ โดยเฉพาะพวกร้านอาหารต่าง ๆ คือมีให้เลือกเยอะมาก แถมน่ากินไปซะทุกร้านเลย เราไปเดินวนเลือกอยู่นาน ก็เลยตัดสินใจไปทานร้านอาหารทะเลกันค่ะ เท่าที่เดินดูร้านนี้เป็นร้านเดียวเลยนะคะ ที่ขายอาหารทะเลแบบตัวเป็น ๆ ใส่เอาไว้ในตู้เลย ร้านนี้ชื่อว่าร้าน ตะวันซีฟู้ด

ตะวันซีฟู้ด จะอยู่แถวบริเวณทางเข้าด้านหน้าตลาดเลยค่ะ ตรงประตูใหญ่ เดินผ่านจุดที่เป็นเก้าอี้นั่งทานเยอะ ๆ ก็จะเจอเลย ร้านสังเกตง่ายมาก ๆ เพราะจะมีตู้ปลาเรียงรายอยู่หน้าร้านเลยค่ะ วันที่เราไปมีของสดหลายอย่างเลย ทั้งกุ้ง หอย ปู และปลา เราสามารถซื้อแบบสด ๆ ไปทำทานเองที่บ้านก็ได้ หรือจะเลือกแล้วให้ที่ร้านทำให้ แล้วนั่งทานตรงหน้าร้านก็ได้เช่นกัน สะดวกมากเลยค่ะ

ตะวันซีฟู้ด

วันนี้เราเลยสั่งมาลองทานกันทั้งหมด 3 อย่างนะคะ คือ กุ้งก้ามกรามย่าง, หอยจอบนึ่ง และหอยเม่นค่ะ เลือกปุ๊ป แม่ค้าก็ตักออกมาจากตู้สด ๆ แล้วนำไปทำให้เราเลยค่ะ รับรองว่าสดแน่นอน เพราะยังดิ้น ๆ อยู่ทุกตัวเลย นั่งรอสักพัก ได้รับอาหารก็มาหาที่นั่งทานกัน

ตะวันซีฟู้ด

พอได้ชิมแล้วคือ มันอร่อยมาก ๆ เลยค่ะ เรื่องความสดไม่ต้องพูดถึง มันก็เห็น ๆ กันอยู่ กุ้งก้ามกรามที่ร้านย่างมาให้กำลังดีเลยค่ะ ไม่สุกแห้งจนเกินไป เนื้อเด้ง ๆ กินเดี่ยว ๆ ก็คือดีมาก แต่พอได้น้ำจิ้มซีฟู้ดของทางร้านไปคือ โคตรดี! แซ่บมากกกก ใครที่ชอบน้ำจิ้มแซ่บ ๆ เปรี้ยว เป็ด น่าจะถูกใจน้ำจิ้มร้านนี้แน่นอนค่ะ

ตะวันซีฟู้ด

อีก 2 เมนูที่เหลือจะเป็นเมนูหอยนะคะ หอยจอบทางร้านจะนำไปนึ่งให้ทั้งตัว แล้วก็ผ่าครึ่งออกมาเสิร์ฟให้เราค่ะ ต้องบอกว่านี่เป็นครั้งแรกของการลองทานหอยจอบเลยค่ะ เอาจริง ๆ เนื้อหอยคือหวานมาก นุ่ม ๆ แล้วก็จะมีส่วนที่เป็นเอ็นหอย จะมีความเคี้ยวไปแล้วกรุบ ๆ ทานแบบไม่จิ้มน้ำจิ้ม ก็จะได้รสเค็มของทะเลค่ะ เข้ากันดีนะคะกับความหวานของหอย

ตะวันซีฟู้ด

ส่วนเมนูสุดท้าย อันนี้คือทีเด็ด บอกเลยว่าปกติเราเป็นคนชอบทานอูนิ หรือไข่หอยเม่นอยู่แล้ว แต่ปกติจะทานในร้านอาหารญี่ปุ่นค่ะ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เราลองทานไข่หอยเม่นของท้องทะเลไทย แม่ค้าบอกว่าหอยเม่นนี้มาจากทะเลบางแสนค่ะ เราได้ลองชิมดูแล้ว ต้องบอกว่าความรู้สึกแบบแตกต่างกันมาก โดยเฉพาะสีของไข่หอยเม่นนี้ ถ่ายรูปออกมาอาจจะติดเหลืองนะคะ แต่สีจริง ๆ จะออกน้ำตาลอ่อน ๆ รสสัมผัสจะมีความกรึบ ๆ เคี้ยวได้นะคะ รสชาติเหมือนทานหัวกุ้ง ประมาณนี้เลย แม่ค้าบอกว่าที่สีของมันไม่เหลืองเพราะว่าเป็นหอยตัวผู้ค่ะ ถ้าเป็นตัวเมียก็จะเหลืองเหมือนไข่หอยเม่นญี่ปุ่นเลย

สำหรับใครที่ชอบทานอาหารทะเล แนะนำเลยค่ะ ร้านนี้วัตถุดิบสดใหม่ น้ำจิ้มเด็ดมาก ถ้าไปแถวตลาดต้นสักก็อย่าลืมแวะไปทานกันนะคะ นอกจากร้านนี้แล้วก็ยังมีร้านที่เราแวะซื้อกลับมาทานอีกร้านหนึ่งนะคะ ชื่อว่าพริกกะเกลือ ถ้าสนใจเมนูผัดพริกเกลือ ตามไปอ่านรีวิวได้เลยค่ะ

รายละเอียดเพิ่ม
ที่อยู่ : บางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี นนทบุรี 11000
พิกัด: Google Map
เวลาเปิดทำการ: 10.00 – 21.00 น.

 

7 เหตุผลดี ๆ ที่ควรไปเที่ยวอินเดียสักครั้งในชีวิต เปิดใจแล้วไปกัน!

7 เหตุผลดี ๆ ที่ควรไปเที่ยวอินเดียสักครั้งในชีวิต เปิดใจแล้วไปกัน!

ช่วงนี้กระแสของภาพยนตร์อินเดีย “Gungubai Kathiawadi” หรือ “คังคุไบ” ราชินีมาเฟียแห่งมุมไบ กำลังมาแรงมาก ๆ ใครที่ยังไม่ได้ดูตามไปอ่านรีวิวกันก่อนที่นี่ค่ะ ส่วนใครที่ดูแล้วเชื่อว่าหลาย ๆ คนก็เริ่มให้ความสนใจเกี่ยวกับอินเดียเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นอาหารการกิน หรือสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในอินเดีย แต่การจะให้เดินทางเยือนอินเดียนั้น นักท่องเที่ยวยังมีความกล้า ๆ กลัว และกังวล จากปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นที่มาของการเขียนบทความ “7 เหตุผลดี ๆ ที่ควรไปเที่ยวอินเดียสักครั้งในชีวิต” เพื่อให้เพื่อน ๆ ได้ลองเปิดใจ แล้วไปเยือนประเทศอินเดียสักครั้งหนึ่งในชีวิต

อินเดียมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามมากกว่าที่คุณคิด

เหตุผลดี ๆ ที่ควรไปเที่ยวอินเดียสักครั้งในชีวิต

ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยวในอินเดีย หลาย ๆ คนคงคิดถึงทัชมาฮาล แม่น้ำคงคา อะไรประมาณนี้ใช่ไหมล่ะคะ แต่ทุกคนเชื่อไหมว่า อินเดียนั้นมีที่เที่ยวที่สวยงดงามมาก ๆ อยู่หลายแห่ง ที่รอให้เราไปเยือน ไม่ว่าจะเป็นเมือง เลห์ ลาดัก (Leh-Ladakh) รัฐทางเหนือสุดของอินเดีย ที่มีดินแดนส่วนมากตั้งอยู่ในเทือกเขาหิมาลัย ที่นี่มียอดเขาสามลูกที่สูงที่สุดในโลก มีทัศนียภาพของธรรมชาติ ที่สวยงดงามมาก ๆ หรือว่าจะเป็นแคชเมียร์ ดินแดนในฝันเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นสวิตเซอร์แลนด์แห่งอินเดียเลยล่ะค่ะ

อินเดียเป็นเมืองแห่งสถาปัตยกรรมที่สวยงาม

เหตุผลดี ๆ ที่ควรไปเที่ยวอินเดียสักครั้งในชีวิต

แน่นอนว่าถ้าเอ่ยถึงการมาเที่ยวอินเดีย หลาย ๆ คนก็คงจะนึกถึงอาคาร สถานที่ที่มีความสวย และงดงามของสถาปัตยกรรมต่าง ๆ ซึ่งแต่ละสถานที่นั้นคุ้มค่าที่จะมาเที่ยวชมอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น Taj Mahal ทัชมาฮาล, Hawa mahal พระราชวังสายลม, City palace พระราชวังหลวง, ประตู Patrika gate, Amer fort หรือ Srijagat siromaniji temple และอีกเยอะแยะมากมาย ซึ่งแต่ละที่นั้น มีความสวยงาม อลังการ และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่หาชมที่อื่นไม่ได้อย่างแน่นอน

อาหารอินเดียอร่อยมาก

เหตุผลดี ๆ ที่ควรไปเที่ยวอินเดียสักครั้งในชีวิต

ในช่วงนี้คนไทยหลาย ๆ คนคงพอจะรู้จักกับอาหารอินเดียมากขึ้น มีความอยากลองทาน แต่ก็ยังแอบหวั่นใจอยู่ใช่ไหมล่ะคะ แนะนำว่าให้ลองเลือกร้านดี ๆ ที่เมืองไทยทานดูก่อนค่ะ รับรองว่าติดใจอย่างแน่นอน เพราะอาหารอินเดียนั้นอร่อยมาก ๆ ถึงแม้ว่าภาพที่เราเห็น หรือวิธีการทำอาหารบางอย่าง อาจจะดูน่ากลัวไปบ้าง แต่ถ้าได้ลองชิมแล้ว รับรองว่าติดใจไปตาม ๆ กัน ไม่ว่าจะเป็น ไก่ทันดูรี, ดาล, แป้งนาน, ซาโมซ่า, ปานิ ปูริ และแกงต่าง ๆ

คนอินเดียน่ารัก และใจดีมาก ๆ

จากประสบการณ์ที่เราได้ทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวมา ได้เดินทางไปอินเดีย สัมผัสและพูดคุยกับคนอินเดีย ต้องบอกเลยว่า คนอินเดียมีจิตใจที่ดีมาก ชอบพูดคุย และช่วยเหลือผู้อื่น เพราะฉะนั้นหากเราได้มีโอกาสได้ไปเที่ยวอินเดีย หากเกิดปัญหาติดขัดใด ๆ ก็ไม่ต้องกังวลเลย เพียงแค่เอ่ยปากขอความช่วยเหลือ คนท้องถิ่นอินเดียมักจะยินดีช่วยเสมอ

นอกจากนี้แล้วนักท่องเที่ยวที่ไปเยือนอินเดีย จะได้รับความรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนสำคัญมาก ๆ เพราะคนอินเดียชอบขอถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยวมาก ๆ ค่ะ ไปเที่ยวอินเดีย รู้สึกเหมือนเป็นดาราขึ้นมาเลยทีเดียว

ค่าครองชีพไม่แพง

การไปเที่ยวอินเดียนั้นใช้งบน้อยมาก ๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ เนื่องจากค่าครองชีพในอินเดียนั้นค่อนข้างถูก ไม่ว่าจะเป็นที่พักต่าง ๆ ค่าเดินทาง อาหารการกิน สามารถเดินทางไปเที่ยวได้หลาย ๆ วัน พักที่พักดี ๆ ทานอาหารหรู ๆ ได้สบายเลย แต่หากใครงบน้อย ก็มีตัวเลือกในระดับราคาที่ถูกลงอีกมากมาย

ไปแสวงบุญที่อินเดีย

เนื่องจากที่อินเดียนั้นมีความเชื่อ และความศรัทธาในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก นอกจากนี้เมืองพุทธคยา ที่ประเทศอินเดีย ยังเป็น 1 ใน 4 สังเวชนียสถานที่สำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นสถานที่ที่เจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสรู้เป็นสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นเวลากว่า 2,500 ร้อยปีที่สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของผู้แสวงบุญชาวพุทธผู้มีศรัทธาทั่วโลก ปัจจุบันพุทธคยามีชื่อเรียกอีกชื่อว่า วัดมหาโพธิ์ นั่นเองค่ะ

อินเดียช่วยเปลี่ยนมุมมองในชีวิตของคุณให้กว้างมากขึ้น

เหตุผลดี ๆ ที่ควรไปเที่ยวอินเดียสักครั้งในชีวิต
Cr. Freepik

วิถีชีวิตของคนอินเดียได้รับอิทธิพลความเชื่อ ความศรัทธาจากศาสนาฮินดูเป็นส่วนใหญ่ และมีวิถีชีวิตภายใต้ศรัทธาของตนอย่างเคร่งครัด เห็นได้ชัดจากการถือระบบ “วรรณะ” อย่างเคร่งครัด ซึ่งระบบนี้แสดงให้เห็นถึงการแบ่งชนชั้นกันอย่างชัดเจน คนที่รวยก็รวยแบบสุด ๆ ส่วนคนที่จน ก็จนแบบไม่มีอะไรจะกิน

คนอินเดียนั้นมีสกิลในการดิ้นรนเพื่อมีชีวิตรอดสูงมาก นอกจากนี้การไปเที่ยวอินเดีย จะได้เห็นสภาพสังคม ผู้คน สถานที่ต่าง ๆ ที่บางครั้งเราอาจจะไม่อยากเชื่อว่ามันมีอยู่จริง ๆ บนโลกใบนี้ เพราะฉะนั้นลองเปิดใจ แล้วเดินทางไปอินเดียกันดูสักครั้งเถอะค่ะ

อาหารเช้าเบา ๆ ที่ Kahava Cafe ถนนนางลิ้นจี่

หาอาหารเช้าแบบเบา ๆ แถว ถนนนางลิ้นจี่ ที่บรรยากาศสบาย แบบนั่งเล่นเพลินได้ ก็มาเจอกับร้านคาเฟ่เล็ก ๆ หน้าปั๊มบางจาก ที่มีหน้าร้านโทนสีน้ำเงิน ตัดกับสีเขียวของต้นไม้ ดูดึงดูดดี เลยมุ่งไปทานอาหารเช้า กับกาแฟที่ Kahava Cafe นี่แหละ

ภายในร้านตกแต่งแบบเรียบสไตล์ลอฟท์เท่ ๆ กับเมนูกาแฟที่หลากหลาย ทั้งกาแฟยูสุ กาแฟสตรอเบอร์รี และยังมีอาหารเช้าง่าย ๆ หลากหลายอย่าง เช่นไข่ดาว หมูแฮม ไส้กรอก หรือจำพวกเบเกอรี

Kahava Cafe

มีเมนูกาแฟที่น่าสนใจอีกอย่างก็คือกาแฟสกัดเย็น ที่นำเมล็ดกาแฟสามสายพันธุ์มาสกัดเย็น อย่างเมล็ดกาแฟเคนย่า ที่รสชาติออกเข้ม เวลาดื่มตอนเช้าทำให้รู้สึกสดชื่น ส่วนเมล็ดกาแฟเอธิโอเปีย รสชาติจะออกเปรี้ยวนำ อีกตัวที่นำมาสกัดเย็นจะเป็นเมล็ดพันธุ์ไทย ที่มาจากโซนภาคเหนือ เป็นเมล็ดอาราบิก้า รสชาติออกผสมระหว่างเปรี้ยวกับเข้มข้น ออกกลาง ๆ ดื่มง่าย หากดื่มที่ร้านจะให้แก้วที่ใส่น้ำแข็งก้อนกลมมาให้ด้วย

ภายในร้านมีมุมน่ารักหลายมุม โดยเฉพาะมุมนี้ ที่เจาะช่องกระจกบานใหญ่ และมีสตูลบาร์ให้นั่งชิล บรรยากาศภายในร้านดี แอร์เย็นสดชื่น เหมาะแก่การมานั่งทำงาน แต่เช้านี้เราสั่งไข่กระทะเป็นอาหารเช้า ที่ให้มาพร้อมกับขนมปังแบ่งครึ่ง 2 แผ่น เป็นอาหารเช้าง่าย ๆ ที่สำคัญคือมีความสะอาดดีมาก

ยังมีมุมถ่ายรูปอยู่อีกหลายจุด อย่างโซฟาหน้าเคาน์เตอร์สั่งอาหาร ก็จะมีโคมไฟเล็ก ๆ ไว้เป็นพร็อพ กับผนังปูนเปลือย ดูเท่ดี กับประตูกระจกที่มองออกไปเป็นสวนสีเขียวเล็ก ๆ ทำให้ดูสดชื่น สบายตา

Kahava Cafe

อีกมุมที่คล้ายกับเป็น working space สำหรับลูกค้า ที่วางโซฟายาวสีดำ ดูตัดกับผนังลายปูนเปลือย ที่เด่นด้วยไฟที่ใช้คำว่า but first, coffle และมีโต๊ะกลางทรงสูง ที่วางไว้เด่นเหมือนกับพื้นที่ก่อนการประชุมอะไรแบบนั้น เป็นร้านคาเฟ่เรียบง่าย ที่ดูดีในทุกรายละเอียดจริง ๆ

บรรยากาศภายนอกมีป้ายบ่งบอกถึงชื่อร้าน Kahava Cafe ที่มีจุดเด่นเรื่องโทนสี กับต้นไม้ และแสงไฟ หากเข้าทางด้านหน้าถนนก็จะเจอกับมุมถ่ายรูปสวย ๆ กับช่องกระจกยาว ที่มีโต๊ะวางเป็นพร็อพไว้สำหรับลูกค้านั่ง หรือสูบบุหรี่ได้ไปในตัว

สำหรับคาเฟ่เล็ก ๆ ที่สามารถตกแต่ง และมีมุมถ่ายรูปสวย ๆ อย่างร้าน Kahava Café แล้ว ถือว่าเป็นร้านที่บรรยากาศดีเลยทีเดียว ซึ่งก่อนหน้านี้ ร้านคาฮาวา คาเฟ่ จะอยู่ด้านในของปั๊มน้ำมันบางจากนี้ ปัจจุบันออกมาอยู่ด้านหน้าปั๊ม ทำให้เห็นเด่นชัด และยังมีเมนูสกัดเย็นที่รสชาติดี มาขายด้วย รับรองว่าจะต้องเป็นร้านในใจของคอกาแฟเป็นแน่ ลองดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่

รายละเอียดเพิ่มเติม
พิกัด : Google Map
ที่อยู่ : 43 ถนนนางลิ้นจี่ แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพฯ 10120
เบอร์โทร : 0838030142
instagram: https://www.instagram.com/kahava_cafe/
เวลาเปิดทำการ : 06.30-18.30 น.
ลักษณะร้านค้า : จอดรถภายในปั๊มบางจาก
ระดับราคา : ฿฿ บาท

The Colors of Jazz ภาพวาดนามธรรม สะท้อนความงามแห่งดนตรีแจ๊ส

The Colors of Jazz ภาพวาดนามธรรม สะท้อนความงามแห่งดนตรีแจ๊ส

The Colors of Jazz

เชื่อว่า หลายคนคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ศิลปะมักส่องทางให้แก่กัน” หลายคราศิลปะแต่ละสาขาในโลกนี้โดยมาก ต่างก็ล้วนแล้วแต่เคยได้รับแรงบันดาลใจ หรือได้รับอิทธิพลมาจากงานศิลปะ หรือสื่อสร้างสรรค์ประเภทอื่น ๆ มาแล้วทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิลปะที่สื่อสารแสดงออกด้วยเสียงอย่าง “ดนตรี” ซึ่งถือเป็นศิลปะที่เข้าถึง และตรึงอารมณ์ความรู้สึกของคนได้รวดเร็วที่สุด

ศิลปินแขนงต่าง ๆ ทั้งหลายในโลกนี้ต่างก็ได้แรงบันดาลใจจากดนตรีมาไม่มากก็น้อย เฉกเช่น วาสซิลี คานดินสกี (Wassily Kandinsky) ศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งศตวรรษที่ 20 ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้บุกเบิกศิลปะแนวนามธรรม ที่มองว่าดนตรีเป็นรูปแบบเลอค่าที่สุดของงานศิลปะที่ไม่บอกเล่าเรื่องราว

The Colors of Jazz

เหตุเพราะนักดนตรีสามารถสร้างภาพในจิตใจของผู้ฟังด้วยเสียงดนตรีของพวกเขาโดยไม่จำเป็นต้องอาศัยเรื่องราวจากเนื้อร้องใดๆ เลยด้วยซ้ำ แถมคานดินสกี้ยังเคยนิยามภาพวาดของเขาว่าเป็น “Visual Music” หรือ “ดนตรีที่มองเห็นได้” โดยเปรียบสีสันในภาพวาดกับเสียงดนตรี หลายครั้งเขายังตั้งชื่อผลงานของเขาด้วยศัพท์แสงทางดนตรีเลยทีเดียว

The Colors of Jazz

เช่นเดียวกับ “จิรภัทร อังศุมาลี”  ที่คอดนตรีบ้านเราหลายคนรู้จักเขาจากนามปากกาว่า “สิเหร่” ซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นผู้หลงใหลใฝ่รู้เรื่องดนตรีแจ๊สระดับลึกซึ้งแตกฉานของเมืองไทย

นอกจากดนตรีแล้ว ความหลงใหลอันลึกซึ้งอีกประการหนึ่งของจิรภัทร คืองานศิลปะที่เสพด้วยดวงตาอย่างทัศนศิลป์ (Visual art) ทั้งในฐานะผู้เสพและผู้สร้างสรรค์ ดังนั้นสิ่งที่ปรากฏในนิทรรศการ The Colors of Jazz ครั้งนี้ จิรภัทร จะมาหลอมรวมศิลปะสองแขนงที่เขาหลงใหลเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน ด้วยการเปลี่ยนกระแสเสียง, ท่วงทำนอง, จังหวะจะโคนของดนตรีแจ๊ส ให้กลายเป็นสีสัน และเส้นสาย โดยสำแดงผ่านอารมณ์อันหลายหลากที่ปรากฏบนผืนผ้าใบ

The Colors of Jazz

ไม่ว่าจะเป็นความเร่าร้อนรุนแรง ลื่นไหลไร้กฎเกณฑ์ ในจิตวิญญาณอันเสรีของ Free Jazz, อารมณ์อ่อนหวาน สบาย ๆ สดใสชื่นบานของ Cool Jazz, อารมณ์เหงาบาดลึก รวดร้าวกรีดใจ ในบทเพลง Alone Together จากการบรรเลงคู่ของ เอริค ดอลฟี (Eric Dolphy) และ ริชาร์ด เดวิส (Richard Davis)

The Colors of Jazz

หรือแม้กระทั่งอารมณ์อันลุ่มลึกดื่มด่ำในความรัก และศรัทธาที่มีต่อพระผู้สร้าง ในอัลบั้ม A Love Supreme ของ จอห์น โคลเทรน (John Coltrane) ที่เป็นเสมือนหนึ่งบทเพลงสดุดีแด่พระผู้เป็นเจ้า เป็นต้น

The Colors of Jazz

สำหรับนิทรรศการ The Colors of Jazz จิรภัทรถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกนึกคิด ที่มีต่อดนตรีที่เขารักผ่านภาพวาดนามธรรมจำนวน 19 ชิ้นของเขา ดังเช่นคุณสมบัติของดนตรีที่สามารถสร้างภาพในจิตใจของผู้ฟัง โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยเรื่องราวจากเนื้อร้องใด ๆ นั่นเอง

นิทรรศการแสดงเดี่ยว โดย จิรภัทร อังศุมาลี ครั้งนี้จะจัดแสดงยาวถึง 30 มิถุนายน 2565 (ตั้งแต่วันจันทร์ – เสาร์, 10:00 – 17:00 น) โดยมีพิธีเปิดงาน วันที่ 21 พฤษภาคม 2565 (15:00 – 18:00 น.) ณ Mini Xspace ชั้น 2 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ xspace.gallery

Cr.Photo : xspace.gallery

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : 10 อันดับ คอน โดฯ น่าอยู่ ของคนชอบเลี้ยงสัตว์ ปี 2022

10 อันดับ คอน โดฯ น่าอยู่ ของคนชอบเลี้ยงสัตว์ ปี 2022

10 อันดับ คอน โดฯ น่าอยู่ ของคนชอบเลี้ยงสัตว์ ปี 2022

ด้วยความน่ารักของสัตว์เลี้ยง (โดยเฉพาะหมาและแมว) ทำให้ปัจจุบันทาสผู้แพ้ทางอย่างมนุษย์ ต่างก็กุลีกุจอมองหาที่อยู่อาศัยที่ตอบรับกับความต้องการของตัวเองและลูกรัก (สัตว์เลี้ยง) ไม่น้อย

แถมสมัยนี้ โครงการที่สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ก็ต่างผุดขึ้นมาให้เลือกมากมาย งัดทั้งกลยุทธ์และงานดีไซน์ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของกลุ่มคนรักสัตว์กันยกใหญ่ ซึ่งก็ต้องบอกว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่วงการอสังหาฯ บ้านเรามีมุมมองที่เปิดกว้าง… และให้ความสำคัญกับชีวิตของคนที่อยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงกันมากขึ้น และเพื่อเป็นการเอาใจคนรุ่นใหม่ที่มีใจรักสัตว์ Inzpy มี 10 โครงการคอนโดฯ ของผู้ประกอบการที่เปิดโอกาสให้เหล่าทาสเลี้ยงสัตว์ มานำเสนอกัน จะมีที่ใดบ้างตามมาดูกันเลย…


อันดับ 10 : Brixton Kaset Sriracha Campus (บริกซ์ตัน เกษตร-ศรีราชา)
10 อันดับ
Cr.Photo : www.origin.co.th

นับว่าเป็นอีกสีสันหนึ่งในวงการอสังหาริมทรัพย์ ในพื้นที่ศรีราชา จ.ชลบุรี  ที่น่าสนใจทีเดียว เพราะคอนโดฯ ของ ออริจิ้น แห่งนี้เป็นการสานต่อความสำเร็จของแบรนด์ “Brixton” ที่เลือกเจาะกลุ่มตลาดใหม่ ในราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้นที่ 1.59 ล้านบาท เพื่อเอาใจนักศึกษาและคนรักสัตว์เลี้ยง  แถมยังมี Pet Club ที่สร้างสรรค์เป็นพื้นที่ส่วนกลางให้น้องหมาและน้องแมวมาวิ่งเล่นได้ชิลอีกด้วย

สำหรับ Brixton Kaset Sriracha Campus นำเสนอเป็นคอนโดฯ สูง 8 ชั้น 3 อาคาร มีห้องชุดให้เลือก 3 แบบ โดยตกแต่งเป็นFully Fitted ประกอบด้วย DORMITORY Type ขนาด 23.60 – 24.50 ตารางเมตร, SMART CLOSET Type ขนาด 26.00 – 27.40 ตารางเมตร และ GANGSTER SUITE Type ขนาด 32.10 – 33.10 ตารางเมตร คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.origin.co.th


อันดับ 9 : Landmark at Grand Station (แลนด์มาร์ค แอท แกรนด์สเตชั่น)
10 อันดับ
Cr. Photo : www.livingsneakpeek.com

อีกหนึ่งคอนโดฯ ที่อยู่ในซอยรามอินทรา 64 และอยู่ในแนวรถไฟฟ้าย่านรามอินทรา แถมใกล้ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ โดยราคาเริ่มต้นที่ 2.4 ล้านบาท ซึ่งมาพร้อมห้องพักให้เลือกหลายฟีล… ตามแต่ไลฟ์สไตล์ ทั้งห้องพักมาตรฐาน ห้องพักสำหรับผู้สูงวัย ห้องพักแบบ Co-Living และห้องพักสำหรับคนเลี้ยงสัตว์ (Pet Lover) ที่เด็ดดวง คือมาพร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้อยู่อาศัยไม่น้อย อาทิ ระบบป้องกันเสียง ป้องกันกลิ่นไม่พึงประสงค์ และป้องกันความร้อน เป็นต้น

สำหรับ Landmark at Grand Station นำเสนอเป็นคอนโดฯ High Rise สูง 23 ชั้น มีให้เลือกขนาด 1 ห้อง พื้นที่ใช้สอยเริ่มตั้งแต่ 38.50 – 49.50 ตารางเมตร  คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.landmarkatgrandstation.com


อันดับ 8 : Metris Rama9-Ramkumhang (เมทริส พระราม 9 – รามคำแหง)
10 อันดับ
Cr.Photo : www.livinginsider.com

โครงการคอนโดในเครือเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ราคาเริ่มต้น 2.89 ล้านบาท ซึ่ง ณ ปัจจุบัน มีการปรับคอนเซ็ปต์ทุกโครงการให้ตอบรับเทรนด์ Pet Friendly เอาใจคนรักสัตว์มากขึ้น สำหรับโครงการนี้ถือว่าใกล้ทั้งรถไฟฟ้า MRT แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ และ ทางด่วน รวมถึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย และไม่เพียงเปิดโอกาสให้เหล่าทาสนำสัตว์มาเลี้ยงในห้องได้เท่านั้น แต่ยังมี Pet Zone พื้นที่ส่วนกลางพิเศษ ที่จัดเครื่องเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยงเอาไว้คุณโดยเฉพาะ

Metris Rama9-Ramkumhang นำเสนอเป็นคอนโดฯ High Rise สูง 33 ชั้น มีให้เลือก 1-2 ห้องนอน ขนาดพื้นที่ใช้สอย 30.90-59.08 ตารางเมตร  คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.major.co.th


อันดับ 7 : Happy Condo Ladprao 101 (แฮปปี้ คอนโด ลาดพร้าว 10)
10 อันดับ
Cr.Photo : www.infinite.co.th

คอนโดพร้อมอยู่ ย่านลาดพร้าว โครงการจาก บริษัท อินฟินิท เรียลเอสเตท จำกัด ราคาเริ่มต้น 2.04 ล้าน ซึ่งมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกภายในที่ครบครัน แถมใกล้กับแหล่งคอมมูนิตี้มอลล์ให้จับจ่ายซื้อของได้สะดวกง่ายดาย คอนโดยังติดกับถนนหลักหลายสาย ที่สำคัญมี Pet Club ให้เจ้าของพาเหล่าลูก ๆ (สัตว์เลี้ยง) ไปเดินเล่นออกกำลังกายได้ ที่เจ๋งคือมีโรงพยาบาลสัตว์ และร้านรับฝากเลี้ยงอีกด้วย

สำหรับ Happy Condo Ladprao 101 นำเสนอคอนโดฯ สูง 6-8 ชั้น 8 อาคาร ขนาดพื้นที่ใช้สอย 41 ตร.ม. ตารางเมตร  คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.infinite.co.th


อันดับ 6 : Brixton Pet&Play Phahol 50 Station (บริกซ์ตัน เพ็ท แอนด์ เพลย์ พหลโยธิน 50 สเตชั่น)
10 อันดับ
Cr.Photo : www.homenayoo.com

คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ราคาเริ่มต้นที่ 1.99 ล้านบาท ที่มาเปิดในโซนสะพานใหม่ ใกล้รถไฟฟ้าสายหยุด อยู่ในซอยพหลโยธิน 50 ติดกับบิ๊กซี และใกล้กับรถไฟฟ้า BTS สถานีสายหยุดเพียง 250 เมตร ห้องพักดีไซน์สวยทันสมัย เฟอร์นิเจอร์ตกแต่งเคลือบเมลามีน ทนความร้อน ความชื้น และรอยขีดข่วนได้ดี แถมดีไซน์ยางรองกรอบประตูชนิดกันเสียงสัตว์เลี้ยงเล็ดลอดออกนอกห้อง

สำหรับ Brixton Pet&Play Phahol 50 Station นำเสนอเป็นคอนโดสูง  8 ชั้น จำนวน 258 ยูนิต มีให้เลือกขนาด 1 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอย 22.5-34.8 ตารางเมตร คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.origin.co.th


อันดับ 5 : Brixton Pet&Play Sukhumvit 107 (บริกซ์ตัน เพ็ท แอนด์ เพลย์ สุขุมวิท 107)
10 อันดับ
Cr.Photo : www.homenayoo.com

คอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ ราคาเริ่มต้นที่ 2.09 ล้านบาท ที่อยุ่แนวรถไฟฟ้า BTS สถานีแบริ่งและสำโรง แถมตกแต่งพร้อมอยู่ ที่สำคัญยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่สัตว์เลี้ยงของผู้พักอาศัยมากมาย อาทิ  Pet Shop Grooming, Pet Hotel Sunny และ Pet Zone เป็นต้น

Brixton Pet&Play Sukhumvit 107  นำเสนอเป็นคอนโดฯ สูง  7 ชั้น จำนวน 79 ยูนิต 3 อาคาร ห้องพักขนาด 1 ห้องนอน  1 พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 26.72- 30.12 ตารางเมตร คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.origin.co.th


อันดับ 4 : Maestro 19 (มาเอสโตร 19 รัชดา)
10 อันดับ
Cr.Photo : www.estopolis.com

โครงการคอนโดพร้อมอยู่ ในเครือเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ราคาเริ่มต้น 2.79 ล้านบาท ซึ่งอยู่ในย่านรัชดา ใกล้กับสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า หรือห้างสรรพสินค้า มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Pet Friendly ซึ่งมี พื้นที่ส่วนกลาง (Pet Area ) ให้ผู้อาศัยนำเหล่าสัตว์เลี้ยงมาวิ่งเล่นหรือออกกำลังกายได้อย่างสบาย ๆ

Maestro 19 นำเสนอเป็นคอนโดฯ สูง 8 ชั้น 4 อาคาร มีห้องพักขนาด 1-2 ห้องนอน  1 พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 29.66- 61.41 ตารางเมตร คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ : www.major.co.th


อันดับ 3 : M Jatujak  (เอ็ม จตุจักร)
10 อันดับ
Cr.Photo : www.estopolis.com

โครงการจากเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ย่านจตุจักร รอบ ๆ โครงการ เน้นความเป็นธรรมชาติภายใต้คอนเซ็ปต์ Urban Forest ที่สำคัญยังให้ผู้อาศัยสามารถนำสัตว์มาเลี้ยงได้อีกด้วย แถมเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการมากมาย  แถมมี สปอร์ต อารีน่า ที่ภายในประกอบด้วย สนามสตรีทบาสเก็ตบอล สนามฟุตซอล และสนามแบดมินตัน เป็นต้น

M Jatujak นำเสนอเป็นคอนโดฯ High Rise 2 อาคาร สูง 32 และ 34 ชั้น  มีห้องพักขนาด 1-3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 28 – 118 ตารางเมตร คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  www.major.co.th


อันดับ 2 : Maru Ladprao15 (มารุ ลาดพร้าว 15)
Cr.Photo : propholic.com

คอนโดย่านลาดพร้าว ราคาเริ่มต้น 3.4 ล้านบาท ซึ่งรายล้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า สถานศึกษา โรงพยาบาล รวมถึงรถไฟฟ้า ส่วนภายในโครงการก็เรียกได้ว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกไม่แพ้กัน โดยเฉพาะพื้นที่ส่วนกลางที่มีทั้งฟิตเนส Co-Working Space สนามเด็กเล่น รวมถึงพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยง ที่มาในภายใต้คอนเซ็ปต์ Pet Friendly & Wellness Living

Maru Ladprao15 นำเสนอเป็นคอนโดฯ สูง 30 ชั้น  มีห้องพักขนาด 1-2 ห้องนอน  พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 30 – 60 ตารางเมตร คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mjd.co.th


อันดับ 1 : Whizdom The Forestias อาคาร Petopia

คอนโดฯ จาก บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) ราคาเริ่มต้นที่ 5.3 ล้านบาท จุดเด่นที่น่าสนใจมาก ๆ คือที่นี่เขาลงทุนทำการศึกษาวิจัยแบบรอบด้าน เพื่อออกแบบทุกรายละเอียดในห้องพัก และพื้นที่ส่วนกลางในโครงการให้สามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัย ร่วมกันกับสัตว์เลี้ยงได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญเป็นคอนโดฯ ที่อยู่ในโครงการเมกะโปรเจกต์ขนาดใหญ่อย่าง The Forestias (ที่มีพื้นที่กว่า 398 ไร่) ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องระบบบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ผู้อยู่อาศัย สามารถประหยัดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากขึ้น

Whizdom The Forestias อาคาร Petopia นำเสนอเป็นคอนโดฯ สูง 43 ชั้น รวมห้องพักทั้งหมด 294 ยูนิต ตั้งอยู่บนทำเลถนนบางนา-ตราด กม.7 มีห้องให้เลือกทั้งหมด 6 แบบ ขนาด 1-3 ห้องนอน พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 35-127 ตารางเมตร คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ mqdc.com


 

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : มัดรวมวิธี แก้ปัญหาน้ำท่วมบ้าน

ประเภท และประโยชน์ของ ชา แต่ละชนิด

วันนี้จะพามาทำความรู้จักเกี่ยวกับ ประเภท และประโยชน์ จากการดื่ม ชา แต่ละชนิด เผื่อบางคนอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนว่าจริง ๆ แล้วชาแต่ละชนิดนั้น มีประโยชน์อยู่มากมาย หากดื่มอย่างถูกวิธี รวมไปถึงวิธีการเลือกชาที่ดี ที่ดื่มเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดค่ะ เริ่มกันเลย

ประเภท และประโยชน์ของ ชา แต่ละชนิด tea ชาดำ ชาขาว ชาเขียว

ชาจะแบ่งออกเป็น 6 ประเภท

1. ชาขาว

ชาขาวเป็นชาที่ได้จากยอดตูมของต้นชา มีลักษณะเป็นยอดอ่อน มีขนสีขาวบาง ๆ เมื่อผ่านการเก็บมาแล้วจะต้องทำให้แห้งด้วยวิธีการผึ่งแดด หรือผึ่งลมให้แห้งภายใน 48 ชม. ซึ่งในสมัยนี้อาจจะใช้วิธีการอบแทน ใบที่ได้จะมีลักษณะของความสดอยู่ ทำให้คงคุณค่าของชาได้เป็นอย่างดี สีของชาขาวจะมีเป็นเหลืองทอง กลิ่นหอมอ่อน ๆ ไม่เข้มมาก ดื่มง่าย มีคาเฟอีนน้อยมาก เหมาะสำหรับคนที่เริ่มดื่มชา

ประโยชน์ของชาขาว
ชาขาวเป็นยอดชา ที่มี สารโพลีฟีนอล (Polyphenols) สูงกว่าชาชนิดอื่น ๆ มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุดในบรรดาชาทุกประเภท ช่วยยับยั้งการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง ช่วยชะลอวัยไม่ดูอ่อนเยาว์อยู่เสมอ ช่วยลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ และยังช่วยให้สุขภาพช่องปากแข็งแรง

2. ชาเขียว

ประเภท และประโยชน์ของ ชา แต่ละชนิด tea ชาดำ ชาขาว ชาเขียว

ชาเขียว เป็นชาที่ดื่มกันมาช้านานในประเทศจีนกว่า 4,000 ปี ได้จากยอดชาหรือใบชาลองจากยอด ผ่านกระบวนการหมัก หรืออบด้วยไอน้ำเพื่อคงความสดของใบชา ใบชาจึงมีลักษณะไม่แห้งกรอบ และยังคงมีสีเขียวให้เห็น สีของชาเขียวจะมีสีออกเขียวอ่อน กลิ่นหอมบาง ๆ เหมาะกับคนที่เริ่มดื่มชาเช่นเดียวกัน และเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการดูแลสุขภาพ

ประโยชน์ของชาเขียว
ชาเขียวนั้นมี สารคาเทชิน (Catechin) ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง บำรุงหัวใจ ลดระดับคอเลสเตอรอล ชาเขียวเป็นชาที่มีผลการวิจัยว่าดีต่อสุขภาพ คนจึงนิยมดื่มชาเขียวกันเป็นจำนวนมาก

3. ชาอูหลง

ประเภท และประโยชน์ของ ชา แต่ละชนิด tea ชาดำ ชาขาว ชาเขียว

ชาหลง เป็นชาที่นิยมดื่มกันทั่วโลก โดยเฉพาะไม่ว่าจะคนเอเชีย หรือคนยุโรป ใบชาจะคัดมาเหมือนกับชาเขียว แต่ขบวนการหมักจะแตกต่างกัน ซึ่งชาอูหลงจะมีกรรมวิธีในการหมักที่มากกว่า หรือที่เรียกกันว่า ชากึ่งหมัก เพื่อดึงคุณประโยชน์จากใบชาออกมาให้ได้มากที่สุด สีของชาอูหลงจะมีสีเข้มกว่าชาเขียว ออกน้ำตาลทอง กลิ่นหอมชัด ชุ่มคอ ความเข้มขึ้นอยู่กับขบวนการหมักของแต่ละที่

ประโยชน์ของชาอูหลง
ชาอูหลงมีส่วนช่วยลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันในเลือด ลดน้ำตาลในเลือด ช่วยยับยั้งการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคเบาหวาน จึงเป็นชาที่คนส่วนใหญ่ดื่มเพื่อช่วยลดน้ำหนัก ทั้งยังช่วยแก้อาการร้อนใน ช่วยย่อย ขับสารพิษ สรรพคุณเยอะมากสำหรับชาอูหลง สมกับที่เป็นชาที่คนนิยมดื่มกันทั่วโลก

4.ชาดำ

ประเภท และประโยชน์ของ ชา แต่ละชนิด tea ชาดำ ชาขาว ชาเขียว

เราจะคุ้นชินกับชาดำกัน อย่างชาดำเย็น ชาโบราณของบ้านเรา ได้จากใบชาที่นำมาผ่านกระบวนการคั่ว และหมักแบบออกซิไดซ์อย่างสมบูรณ์ ใช้เวลาในการหมักค่อนข้างนาน จนได้ชาที่มีสีดำเข้ม เป็นชาที่มี แทนนิน สูงกว่าชาชนิดอื่น ๆ และมีคาเฟอีนค่อนข้างมาก แต่ก็ยังน้อยกว่ากาแฟ สีของชาจะมีสีน้ำตาลออกแดง กลิ่นหอมชัด ค่อนไปทางขมนิด ๆ จากการคั่วชา

ประโยชน์ของชาดำ
ชาดำมีกระบวนการหมักพิเศษ และหมักนานมากจนสามารถดึงประโยชน์ของชาออกมาได้เยอะเลยทีเดียวค่ะ สรรพคุณจะคล้ายกับชาอูหลง แต่มี สารคาเทชิน (Catechin) เหมือนกับชาเขียว และชาขาว ซึ่งชาดำจะมีส่วนช่วย ลดคอเลสเตอรอล ลดระดับน้ำตาลในเลือด ดื่มแล้วชุ่มคอลดการระคายคอ แก้ร้อนใน ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนของโลหิต ช่วยลดการเกิดเส้นเลือดหัวใจตีบตัน กระตุ้นภูมิคุ้มกัน ป้องกันฟันผุ

5. ชาผู่เอ๋อ

ชาผู่เอ๋อ หรือชาสุก เป็นชาที่ไม่ค่อยนิยมดื่มกันมากนัก มีต้นกำเนิดมาจาก ยูนนาน ของประเทศจีน แต่ด้วยสรรพคุณของการชาผู่เอ๋อ และขั้นตอนการหมักที่ต้องใช้เวลาหมักกันเป็นปี ๆ ยิ่งหลายปียิ่งมีราคาสูง จึงทำให้เป็นที่สนใจของนักจิบชา ชานี้จะผ่านกระบวนการหมักอย่างสมบูรณ์แบบ 100% เป็นการหมักด้วยจุลินทรีย์จึงทำให้คาเฟอีนลดน้อยลง ส่วนรสชาติจะเปลี่ยนไปตามระยะเวลาการเก็บของชา

ประโยชน์จากชาผู่เอ๋อ
ที่เด่น ๆ เลยคือ ช่วยบำรุงตับ เมื่อตับแข็งแรงก็จะทำให้ร่างกายขับสารพิษได้ดีขึ้น นอกจากนี้ตับยังมีหน้าที่ผลิตน้ำดี และเกลือน้ำดี เป็นสารช่วยย่อยสลายไขมันในร่าง นอกจากนี้ยังช่วย ต้านการติดเชื้อในกระเพาะอาหาร รักษาโรคหัวใจ และหลอดเลือด ลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง บำรุงผิวพรรณ ช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น

6. ชาดอกไม้ ชาผลไม้ และชาสมุนไพร

สำหรับชาดอกไม้ ชาผลไม้ เรามองว่าเป็นการดื่มเพื่อความผ่อนคลายค่ะ ด้วยกลิ่น และน้ำมันหอมระเหยในดอกไม้ และผลไม้ จะช่วยให้เรารู้สึกผ่อนครายได้ดี นอนหลับง่ายขึ้น และในผลไม้บางชนิดยังมีวิตามินที่สูงช่วยให้ร่างกายสดชื่น ส่วนชาสมุนไพรนั้นก็คือการนำ ผักหรือผลไม้บางชนิดที่มีสรรพคุณทางยา นำมาตากแห้ง แล้วต้มดื่มเพื่อรักษาบางอาการ จะพบเห็นได้บ่อยในการรักษาแบบ แพทย์แผนไทย และแพทย์จีนค่ะ

จะเลือกซื้อ ชา ยังไงดี

สำหรับการเลือกชาที่ดี ต้องรู้แหล่งที่ผลิตว่ามาจากที่ไหน มีกระบวนการหมักอย่างไร แนะนำว่าควรเลือกชาที่เป็นชาออร์แกนิกไม่ใช้สารเคมี หรือปุ๋ยเคมี ชาที่มีคุณภาพส่วนใหญ่จะเป็นชาใบ (ชาเต็มใบ) คัดเฉพาะใบไม่ผสมก้าน แต่ราคาก็จะสูงขึ้น รสชาติกลมกล่อมกว่า ในบรรจุภัณฑ์ควรมีระบุวันผลิต และวันหมดอายุที่ชัดเจน เพื่อความมั่นใจอาจจะเลือกชาที่เป็น USDA คือ เป็นชาออร์แกนิก ไม่ปรุงแต่ง ไม่เติมสี แต่งกลิ่น และไม่ใช้สารเคมีค่ะ ชาในไทยส่วนใหญ่จะปลูกมากทางภาคเหนือ เป็นสายพันธุ์อัสสัม สายพันธุ์ชาจากอินเดีย ส่วนรสชาติของชานั้นขึ้นอยู่กับความชอบ เริ่มทานใหม่ ๆ แนะนำเป็นชาขาว หรือชาเขียวค่ะ แต่ถ้าชอบชาเข้ม ๆ ก็เลือกดื่มเป็นชาอู่หลง หรือชาดำก็ได้ค่ะ

วิธีชงชา

จริง ๆ วิธีการชงชาจะค่อนข้างละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอุณหภูมิของน้ำร้อน ภาชนะ หรือแม้ปริมาณของใบ มีผลต่อรสชาติของทั้งหมดเลยค่ะ แต่ถ้าชงดื่มแบบง่ายโดยทั่วไป

  1. อุณหภูมิของน้ำที่ใช้ชงชาจะอยู่ที่ประมาณ 90-100 องศาเซลเซียส ก่อนจะชงควรลวกภาชนะที่ใส่ด้วยน้ำร้อนที่ต้มไว้ เพื่อทำความสะอาด
  2. หลังนำชาลงกาให้เติมน้ำร้อนลงไปให้ท่วมใบชา แล้วรินทิ้งไปก่อน วิธีนี้จะเป็นการปลุกชา และล้างใบชาที่อาจมีฝุ่นผงเจือปนอยู่ค่ะ
  3. เติมน้ำร้อนแล้วแช่ใบชาไว้ประมาณ 1-3 นาทีก็เพียงพอที่จะสามารถดื่มได้แล้วค่ะ หลังจากนั้นให้รินน้ำชาไว้ในภาชนะพักชาโดยใช้ที่กรองกรองใบชาออก ส่วนใบชาสามารถรินน้ำร้อนเพื่อแช่ชาซ้ำได้ค่ะ แต่ความเข้มก็จะลดลงตามลำดับ

ขอควรระวังในการดื่มชา

  1. การดื่มชานั้น ถึงแม้สรรพคุณของชาจะดีมาก ๆ แต่ถ้าหากดื่มผิดวิธี อาจจะเปลี่ยนจากประโยชน์เป็นโทษได้ ก็เหมือนการทานอาหารทั่วไปเลยค่ะ ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ควรดื่มเกิน 3 ถ้วยต่อวัน
  2. ส่วนการชงชาระหว่างที่แช่ชาไม่ควรแช่นานเกินไป นานในที่นี้คือ อาจจะแช่ชาเป็น 10 นาที จนทำให้ชามีรสชาติที่ขม และเฝื่อน การดื่มชาที่แช่นานเกินไปจะส่งผลต่อระบบทางเดินอาหารค่ะ อาจทำให้มีอาการท้องผูกได้ ไม่ควรดื่มน้ำชาแทนน้ำ
  3. แนะนำว่าตักชาลงในกาโดยตรง แทนการใช้ถุงชาจะดีที่สุดค่ะ เพราะถุงชาบางอันจะมีส่วนผสมของพลาสติก เราอาจจะได้สารเคมีจากถุงชาติดมาด้วยก็เป็นได้ค่ะ

ฉากดื่มน้ำชาจากหนังเรื่อง คังคุไบ

หลายคนคงเกิดคำถามสำหรับฉากดื่มน้ำชาของคังคุไบ ว่าทำไมต้องดื่มชาจากจานรองแก้ว มีความหมายว่ายังไง วันนี้เราก็เลยอยากจะหยิบยกมาเล่าให้ฟัง ให้หายข้องใจกันค่ะ การดื่มชาจากจานรองแก้วของคังคุไบนั้น เหมือนเป็นการแสดงความเคารพ และความนอบน้อมถ่อมตน เพื่อเป็นการแสดงออกให้เห็นว่า เป็นผู้ที่ไม่ได้สูงส่ง และอยู่ต่ำเกินกว่าที่จะอาจเอื้อม เสมอตัว ซึ่งเป็นการลำดับชนชั้นทางสังคมอย่างชัดเจน นี่ก็เป็นที่มาของการดื่มชาอีกรูปแบบหนึ่งค่ะ แต่ละที่ก็มีวัฒนธรรมการดื่มชาที่แตกต่างกันออกไป

ประเภท และประโยชน์ของ ชา แต่ละชนิด tea ชาดำ ชาขาว ชาเขียว

ในส่วนของการดื่มนั้นไม่ได้มีข้อจำกัดตายตัวมากนัก เราสามารถดื่มเป็นชาร้อน หรือชาเย็นก็ได้ หรือจะผสมน้ำมะนาว ผสมนมดื่มได้เลยค่ะ แต่แนะนำว่า หากจะดื่มเพื่อสุขภาพ ก็ควรเป็นชาที่ไม่ปรุงแต่ง เช่น ใส่น้ำหวานเพิ่ม ใส่สารปรุงแต่งสี และกลิ่น แบบนี้แทนที่จะได้ประโยชน์จากชา กลายเป็นได้อย่างอื่นมาด้วย ยังไงก็ควรเลือกชาดื่มที่ได้คุณภาพด้วยนะคะ มีชาแล้ว มีที่เที่ยวนั่งจิบชาหรือยัง ไปหาที่เที่ยว ที่พัก คาเฟ่ ร้านอาหารเด็ดดังเพิ่มเติมได้ที่ Inzpy Travel

รวม 7 ร่มแบรนด์เนม หน้าฝนไม่กลัว แค่กลัวไม่ได้อวด

สวัสดีค่ะ เหล่าสาวกสายแฟชั่นทุกคน กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ ใครสงสัยกันบ้างว่าตอนนี้มันหน้าร้อนหรือมันหน้าฝนกันแน่? อากาศอะไรจะแปรปรวน พาชวนให้งงงวยขนาดนี้ เพราะทุกคนน่าจะรู้ดีว่าช่วงนี้ฝนตกหนักมาก ตกแทบทุกวันแถมยังชอบมาตกตอนเย็น ๆ ให้รถติด ชีวิตเหนื่อยกันในตอนเย็นเข้าไปอีก ฝนตกบ่อย ๆ แบบนี้ ไอเทมที่จะขาดไปไม่ได้เลยก็คือ ‘ร่ม’ นั่นเอง พวกเราเหล่าแฟชั่นนิสต้าจะให้มาถือร่มไก่กาธรรมดา ก็คงจะไม่สมฐานะเท่าไหร่ วันนี้เราเลยมาพร้อมกับ 7 ร่มแบรนด์เนม หน้าฝนไม่กลัว แค่กลัวไม่ได้อวด ให้ทุกคนตามไปชอปร่มมาถือเสริมบารมีท้าหน้าฝนปีนี้ไปพร้อมกันเลย ตาม Inzpy มาดูกันค่ะ

cr.photo ; designerrevival.com
Dior : Vintage Navy & White Oblique Print Umbrella

เอาใจสาวหรูสายวินเทจกันด้วยร่มคันแรกจากแบรนด์ Dior ที่มาในดีไซน์ที่ให้กลิ่นอายย้อนยุคแบบวินเทจตามชื่อ สวยงามโดดเด่นเห็นมาแต่ไกลว่าถือร่มจากแบรนด์อะไร โดยมาในลายแพทเทิร์น Oblique สุดไอคอนิก สีขาว-น้ำเงินตัดกันสวยงามลงตัว เพิ่มลูกเล่นด้วยการเว้นขอบร่มสีขาวโดยรอบเพิ่มสไตล์และความเก๋ไก๋ เสริมความหรูหราให้กับร่มด้วยด้ามจับและยอดร่มลายกระสีน้ำตาล เอาเป็นว่าเปียกไม่กลัว แต่ถ้ากลัวไม่ได้ลุคคุณหนูสู้ฝนให้รีบไปหาร่มรุ่นนี้มาครอบครองกันนะคะซิส ราคาเบา ๆ อยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท

cr.photo ; hermes.com
Hermès : Pluie de H Folding Umbrella

มาต่อกันที่ร่มจากแบรนด์สุดหรูระดับโลกอย่าง Hermès แบรนด์ในฝันที่ใคร ๆ ต่างก็อยากครอบครองเป็นเจ้าของ ถ้ากระเป๋ามันแพงหูฉี่หลุดโลกเกินไป ลองไปสอยร่มมาครอบครองเป็นเจ้าของสู้ฝนไปพลาง ๆ กันก่อนก็ได้เนอะ เป็นร่มเนื้อผ้า Polyester 100% สีสวยหรูดูผู้ดี ที่มาในเฉดสีส้มอิฐอมน้ำตาล สวยงามหรูหราด้วยเทคนิคผ้าแคนวาสแจ็คการ์ดแพทเทิร์นรูปตัว H มาพร้อมด้ามจับโค้ง ทำมาจากวัสดุไม้เมเปิ้ลย้อมสีน้ำตาล หน้าฝนนี้ ไม่มีไม่ได้แล้ว ราคาเบา ๆ อยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท

cr.photo ; fendi.com
Fendi : Transparent Tech Fabric Umbrella

เอาใจสาวกแฟชั่นติดหรู สายเปรี้ยว สุดชิค ด้วยร่มสุดเท่จากแบรนด์ Fendi ที่มาในรูปแบบร่มขนาดใหญ่ดีเทลผ้า Tech โปร่งแสง โดดเด่นสะดุดตาด้วยลวดลายแพทเทิร์นโลโก้ FF อันเป็นเอกลักษณ์สุดไอคอนิกสีขาว เพิ่มความเท่ลงตัวด้วยการเว้นขอบร่มสีน้ำตาลโดยรอบ เรียบหรูด้วยด้ามจับและยอดร่มสีดำสนิท เพิ่มกิมมิคและลูกเล่นให้กับร่มคันนี้ด้วยการประทับตราแบรนด์สีเหลืองเด่นชัดตรงบริเวณด้ามจับ และแถบคาดล็อกเก็บร่มสีเหลืองอร่ามตัดกับชื่อแบรนด์ Fendi สีดำได้อย่างเพอร์เฟก ร่มสุดเท่ราคาอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท

ร่มแบรนด์เนม
cr.photo ; versace.com
Versace : Barocco Print Umbrella

หรูหรากว่านี้ไม่มีอีกแล้วค่ะซิส ไม่บอกก็คงจะรู้ว่าร่มคันนี้มาจากแบรนด์อะไร เนื่องจากมาพร้อมกับลวดลายปริ้นท์อย่าง ลาย Barocco สุดไอคอนิก ประจำแบรนด์สุดหรูสัญชาติอิตาเลียนอย่าง Versace โดดเด่นด้วยสีขาว ทอง และสีดำที่ตัดกันสวยงามลงตัวอย่างหรูหราหาใดเปรียบ ได้อารมณ์สาว Versace เก๋ไก๋ในวันที่ฝนตกมืดครึ้ม ปิดท้ายด้วยด้ามจับไล่สีแบบ Fade Effect เปียกไม่เปียกไม่รู้ แค่รู้ว่าอยากอวดร่ม ร่มหรูคันนี้มีราคาอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท

ร่มแบรนด์เนม
cr.photo ; sa.burberry.com
Burberry : Vintage Check Folding Umbrella

แฟชั่นนิสต้าสายคลาสสิก จะต้องตกหลุมรักร่มคันนี้ที่มาจากแบรนด์ Burberry ที่มาในลวดลายสวยงามน่าหลงใหลคลาสสิกเหนือกาลเวลาอย่าง ลายตารางวินเทจ สีน้ำตาลอันเป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของแบรนด์ เป็นร่มที่สามารถพับได้พกพาสะดวก เพิ่มความหรูหราด้วยด้ามจับหุ้มด้วยหนังสีดำสนิท ที่มาพร้อมถุงใส่ร่มลายตารางวินเทจเช่นเดียวกัน ตกแต่งด้วยแผ่นป้ายประทับตรา “ฺBurberry London England” พูดได้คำเดียวว่า ‘อยากได้!’ ราคาเบา ๆ อยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท

ร่มแบรนด์เนม
cr.photo ; therealreal.com
Prada : Nylon Umbrella

ใครที่ชอบสไตล์เรียบหรูดูแพงเป็นชีวิตจิตใจ ต้องไปให้สุดแล้วหยุดที่ร่มคันนี้จากแบรนด์ Prada เลยค่ะ เป็นร่มดีไซน์มินิมอลมาในสไตล์โมโนโครม สีดำล้วนทั้งคันที่ให้สัมผัสเรียบเท่ มีเสน่ห์น่าหลงใหล เป็นร่มรูปแบบที่สามารถพับเก็บได้พกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ไม่ต้องกลัวว่าคนจะไม่รู้ว่าเราถือร่มแบรนด์เนม เพราะมีโลโก้ประทับตราอยู่ให้เห็นแบบพอกรุบกริบเก๋ไก๋สวยงาม ร่มสุดเท่ราคาอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท

ร่มแบรนด์เนม
cr.photo ; invaluable.com
Louis Vuitton : Monogram Umbrella

ปิดท้ายกันด้วย ร่มแบรนด์เนมสุดหรูแบรนด์สุดท้ายอย่างแบรนด์ Louis Vuitton โดดเด่นเห็นมาแต่ไกลตั้งแต่ 500 เมตร ถึงฝนจะตกหนักแค่ไหน ก็เชื่อเถอะว่าใคร ๆ ก็รู้ในทันทีว่าเราถือร่มแบรนด์ Louis Vuitton มาในลวดลายแพทเทิร์น Monogram อันเป็นซิกเนเจอร์สีน้ำตาลสลับทองสุดคลาสสิก เพิ่มความหรูหราไปอีกขั้นด้วยก้านร่มที่ทำมาจากไม้ และด้ามจับร่มหุ้มด้วยหนังสีดำตัดสีสันกันอย่างสวยงามลงตัว ถ้าอดใจไม่ไหว ก็ต้องรีบพุ่งตัวไปสอยมาให้ไว ร่มหรูคันนี้มีราคาอยู่ที่ประมาณ 20,000 บาท

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับบทความรวม 7 ร่มแบรนด์เนม หน้าฝนไม่กลัว แค่กลัวไม่ได้อวด ที่เราเอามาฝากทุกคนกันในวันนี้ หวังว่าวันนี้เราสามารถช่วยให้สาวกแฟชั่น มีไอเดียในการเลือกร่มหรูเตรียมพร้อมรับหน้าฝนปีนี้ พร้อมทั้งเอามาไว้กางอวดให้คนอื่นอิจฉาเล่น ๆ เสริมบารมีท่ามกลางสายฝนกันนะคะ อย่าลืมติดตามว่าคราวหน้าเราจะเอาไอเทมปัง ๆ แบบไหนมาฝากทุกคนกันอีก รอติดตามเลยค่ะ

แจก “สูตรหมักเนื้อย่าง” เมนูเอาใจสายแคมป์

แจก “สูตรหมักเนื้อย่าง” เมนูเอาใจสายแคมป์

ถ้าพูดถึงเมนูอาหารสำหรับสายแคมป์ หลาย ๆ คนก็คงจะนึกถึงเมนูปิ้ง ๆ ย่าง ๆ เพราะเป็นเมนูที่ทำง่าย ไม่ยุ่งยาก ทานเอาอิ่มท้อง หรือทานเป็นกับแกล้มก็ย่อมได้ แถมยังอร่อยอีกด้วย นอกจากนี้การได้ช่วยกันปิ้ง ๆ ย่าง ๆ ก็เป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันอย่างสนุกสนาน วันนี้เราจะมาเอาใจสายแคมป์ด้วยกันแจก สูตรหมักเนื้อย่าง ซึ่งเพื่อน ๆ ก็สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเนื้อสัตว์ประเภทอื่น ๆ ได้อีกด้วยค่ะ ไปดูกันว่ามีสูตรไหนที่น่าทานกันบ้าง

สูตรหมักเนื้อด้วยสามเกลอสไตล์ไทย

สูตรหมักเนื้อย่าง

ส่วนผสม
รากผักชี
กระเทียม
พริกไทย
น้ำมันหอย
ซอสปรุงรส
น้ำมันพืช

วิธีทำ
1.นำสามเกลอ คือ รากผักชี, กระเทียม และพริกไทย ไปโขลกให้เข้ากันพอหยาบ ไม่ต้องละเอียดมาก
2.นำไปคลุกเคล้าให้เข้ากับเนื้อวัวที่เตรียมไว้
3.ปรุงรสชาติเพิ่มเติมด้วย น้ำมันหอย และซอสปรุงรส
4.เติมน้ำมันพืชลงไปเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความชุ่มฉ่ำให้กับเนื้อ
5.หมักทิ้งไว้ในตู้เย็นอย่างน้อย 30 นาที จากนั้นนำไปย่างทานได้

 

สูตรหมักเนื้อด้วยนมสด

สูตรหมักเนื้อย่าง

ส่วนผสม
นมสด
ซีอิ๊วขาว
แป้งข้าวโพด
ไข่ไก่

วิธีทำ
1.หั่นเนื้อให้ได้ขนาดตามต้องการ
2.เทนมสดใส่ลงไปพอท่วมเนื้อ
3.เติมส่วนผสมอื่น ๆ ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ทั้งซีอิ๊วขาว, แป้งข้าวโพด และไข่ไก่
4.นำเข้าตู้เย็นแช่ทิ้งไว้ 1-2 ชั่วโมง จากนั้นนำมาประกอบอาหารได้

 

สูตรหมักเนื้อสเต๊กให้หอมนุ่ม

สูตรหมักเนื้อย่าง

ส่วนผสม
เนื้อส่วนสันนอก 1 กิโลกรัม
น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 1 ช้อนโต๊ะ
ไข่แดง 1 ฟอง
แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา ½ ช้อนชา

วิธีทำ
1.หั่นเนื้อให้ได้ขนาดประมาณฝ่ามือ หนาประมาณ 1-1.5 นิ้ว
2.ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไป นวด และคลุกเคล้าเนื้อให้เข้ากับส่วนผสม
3.นำเข้าแช่ในตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนำมาย่างทานได้

 

สูตรเนื้อหมักแจ่วย่าง

ส่วนผสม
เนื้อเสือร้องไห้ 500 กรัม
หอมแดงสับ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 2 ช้อนโต๊ะ
ผงปรุงรสหมู 1  ช้อนโต๊ะ
พริกป่น 1-1.5 ช้อนโต๊ะ
ผักชีไทยผักชีฝรั่งซอย
ข้าวคั่วตามชอบ

วิธีทำ
1.ทำน้ำจิ้มแจ่วก่อน โดยการนำส่วนผสมทั้งหมด ยกเว้นเนื้อ มาคลุกเคล้าให้เข้ากัน ชิมรสชาติให้ถูกใจ
2.นำน้ำจิ้มแจ่วลงไปหมักกับเนื้อทิ้งไว้ในตู้เย็นประมาณ 1 ชั่วโมง
3.จากนั้นนำเนื้อขึ้นเตาย่าง ระหว่างย่างให้คอยทาน้ำจิ้มแจ่วลงบนเนื้อเพิ่มเติม เพื่อให้มีรสชาติที่จัดจ้านมากขึ้น

 

สูตรเนื้อย่างหมาล่าเสียบไม้

Cr.Freepik
Cr.Freepik

ส่วนผสมซอสหมาล่า
พริกหมาล่า 50 กรัม
น้ำตาล 30 กรัม
ยี่หร่าคั่ว 1/2 ช้อนโต๊ะ
พริกหอม 1/2 ช้อนโต๊ะ
แป้งข้าวโพด 15 กรัม
น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำเปล่า 700 มิลลิลิตร
พริกหมาล่า (สำหรับโรย)

ส่วนผสมสำหรับหมักเนื้อ
นมข้นจืด หรือหัวกะทิ 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำสะอาด 2-3 ช้อนโต๊ะ
เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา
ซอสหมาล่าประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ
1. นำพริกหอม และยี่หร่าไปคั่วให้พอมีกลิ่นหอม จากนั้นนำมาตำให้ละเอียดเข้ากัน
2. นำพริกหอมและยี่หร่าที่ตำไว้ ใส่กระทะตั้งไฟกลาง จากนั้นนำเครื่องปรุงที่เหลือทั้งหมดลงคลุกเค้าให้เข้ากัน ยกเว้นน้ำมันงา
3.คนให้เข้ากันจนน้ำซอสเริ่มเดือด และมีความข้นมากขึ้น
4.ปิดไฟจากนั้นใส่น้ำมันงาแล้วคนให้เข้ากัน
5.เตรียมหมักเนื้อด้วยการใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงไป และเติมซอสหมาล่า 2 ช้อนโต๊ะ หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที
6.น้ำเนื้อที่หมักแล้วมาเสียบไม้ย่าง
7.เนื้อใกล้สุกให้นำซอสหมาล่ามาทาให้ทั่ว ย่างต่อจนสุก รับประทานได้ ถ้าใครชอบเผ็ด สามารถนำผงหม่าล่ามาโรยเพิ่มได้

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับสูตรหมักเนื้อ 5 สูตรที่เราแจกกันไป จดกันเรียบร้อยหรือยัง ถ้าใครอยากได้เมนูแคมป์ปิ้งเมนูอื่น ๆ ก็สามารถไปอ่านบทความ เมนูอาหารสำหรับสายแคมป์ พร้อมวิธีทำที่แสนง่าย ได้เลยค่ะ

หาซื้อวัตถุดิบได้ใน: https://invol.co/cleqdq2

แน็ป เป็นผู้หญิง เรื่องราวในตำนานของ แน็ป Retrospect

0

ใครที่ติดตาม Retrospect มาตั้งแต่ยุคแรก ๆ คงน่าจะเคยได้ยินเรื่องราว แน็ป เป็นผู้หญิง แปลงเพศมาเป็นผู้ชาย เรียกว่า เป็นเรื่องราวระดับตำนานในยุคนั้นเลยครับ ซึ่งล่าสุดตัวของแนปก็ได้มาย้อนเรื่องราวนี้โดยการเปิดผลึกจดหมาย ที่แฟน ๆ ส่งมาหาเขา ซึ่งเก็บไว้นานถึง 15 ปี! บอกเลย น่ารัก และตลกมาก

แน็ป เป็นผู้หญิง

แน็ป เป็นผู้หญิง เรื่องราวระดับตำนานของ Retrospect

โดยแน็ป-ชนัทธา สายศิลา ได้ออกมาพูดถึงตำนานเรื่องนี้ พร้อมโชว์หลักฐานว่าเคยมีแฟนเพลงสงสัยจนต้องส่งจดหมายมาถาม! พร้อมกับโพสต์ภาพจดหมายจากแฟนคลับรายหนึ่งที่ส่งมาถามถึงข่าวลือหลายอย่างเกี่ยวกับเจ้าตัว อย่างเช่นว่า พี่แน็ปเป็นผู้หญิงหรือว่าผู้ชายกันแน่ แปลงเพศมารึเปล่า หรือว่าจริงๆ แล้วชื่อ “แน็ป” เป็นชื่อของพี่ชายรึเปล่า

นอกจากนี้ในจดหมายยังบอกอีกว่า ส่วนตัวแล้วเธอเชื่อว่าพี่แน็ปเป็นผู้ชาย แต่จากข่าวลือและถามเพื่อนๆ หลายคนก็ให้คำตอบไม่ตรงกัน สุดทายเลยตัดสินใจเขียนจดหมายมาถาม

ข่าวลือของแน็ปนั้นเป็นที่พูดถึงกันอย่างมากสมัยเมื่อ 15-16 ปีที่แล้ว ตั้งแต่สมัยที่วง Retrospect ออกอัลบั้มกับ Genie Record ใหม่ ๆ และก็มักจะมีข่าวลือแปลกๆ ของพี่แน็ปถูกปล่อยออกมาอยู่บ่อย ๆ จนหลายคนเอาเก็บไปคิดเป็นตุเป็นตะ อาทิว่า

แน็ป นั้นจริง ๆ แล้วเป็นผู้หญิงมีชื่อว่า ศิริประภา ซึ่งตัวของแน็ปมีพี่ชายเป็นนักร้อง แต่ว่าพี่ชายตายไปแล้ว เธอเลยต้องแปลงเพศมาเป็นผู้ชาย เพื่อมาสวมรอยและทำหน้าที่แทน อะไรแบบนี้เป็นต้น ซึ่ง Inzpy ก็อยู่ในยุคนั้น และเป็นหนึ่งในคนที่ก็แอบสงสัยนะว่า “เฮ้ยหรือว่ามันเรื่องจริงวะ ?”

แต่พอโตขึ้น ก็เริ่มเข้าใจว่า อ่อมันคือ “ข่าวลือ” แน็ป ก็เป็นผู้ชายปกตินี่แหละ ไม่ได้เป็นผู้หญิง แปลงเพศ หรือผ่าตัดกล่องเสียง หรืออะไรมาทั้งนั้น เรียกว่า เรื่องราวนี้พอนึกย้อนกลับไปนึกย้อนดู ก็เป็นอะไรที่ตลกมากเหมือนกันครับ ก็ยุคที่เว็บประมูลกำลังโด่งดัง

แน็ป เป็นผู้หญิง

ซึ่งอย่าว่าแต่เราเลยตัวของ แน็ปเองก็ยังคิดแล้วขำกับเรื่องนี้ แม้จะผ่านมานานหลายสิบปีแล้ว เพราะล่าสุดเจ้าตัวก็เฟสบุ๊กว่า “ทุกวันนี้เจ้าตัวก็ยังถูกถามเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่านี้อยู่ และดูเหมือนมันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตไปซะแล้ว!” พร้อมกับเปิดจดหมายที่แฟนเพลงเคยส่งมาหาเจ้าตัว ซึ่งเก็บไว้ไม่เคยเปิดกว่า 15 ปี

แน็ป เป็นผู้หญิง

พร้อมทั้งเขียนแคปชั่นตอบว่า

“ถึง ด.ญ เนติมา… พี่แน็ปได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว ถ้าหนูตามพี่อยู่อยากจะบอกว่า 15 ปีผ่านไป พี่ยังเจอคำถามนี้อยู่ทุกวันเลย ไอ่สั๊สสสสสส

แม่งคือชีวิตกูไปแล้ว ประหนึ่ง กินขี้ปี้นอน หวังว่าหนูคงสุขสบายดี ไม่รู้มีลูกมีผัวไปยัง จบการตอบคำถามค่ะ รักนะคะ”

เป็นเรื่องราวระดับตำนาน และแสดงถึงความน่ารักและความโด่งดังของ แน็ป Retrospect ในเวลานั้นจริง ๆ ครับ

 

TO THE MOON สรุปงานประมูลผลงานศิลปะ

0

TO THE MOON สรุปงานประมูลผลงานศิลปะ

เป็นงานที่รวมเหล่าเทพหน้าใหม่ของวงการมาแสดงโชว์ ผลงานทั้งหมดล้วนเป็นงานชิ้นเอกของเหล่าศิลปินที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางผ่านกาลเวลา ศิลปินรุ่นใหม่ที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรง และศิลปิน NFT ที่เป็นจังหวะก้าวของวงการศิลปะ TO THE MOON จึงเป็นที่รวมของคนรุ่นใหม่ผู้รักศิลปะ มีรสนิยมในการใช้ชีวิต เพราะศิลปะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับวิถีชีวิตคุณภาพของคนในยุคนี้

จบไปแล้วกับงานประมูลผลงานศิลปะหลากยุคสมัย TO THE MOON ที่นำผลงานศิลปินตั้งแต่ระดับมาสเตอร์จนถึงศิลปินรุ่นใหม่ ทั้งงานจริงและงาน NFT รวมกว่า 121 ชิ้นมาจัดแสดงและเปิดโอกาสให้นักสะสมได้ร่วมประมูลในวันที่ 19 มี.ค. 65 ที่ผ่านมา โดยสามารถปิดประมูลไปด้วยราคารวมกว่า 22.88 ล้านบาท จากผลงาน 78 ชิ้น สร้างสถิติราคาประมูลสูงสุดใหม่ให้กับศิลปินรุ่นใหม่มากมาย พร้อมกระแส NFT ที่มาแรง แสดงถึงมิติใหม่ในวงการศิลปะของไทยได้เป็นอย่างดี
ผลงานราคาประมูลสูงสุดของศิลปิน 10 อันดับแรก
  • 2.20 ล้านบาท Lot 093 (ซันเต๋อ)
  • 2.20 ล้านบาท Lot 115 (ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี)
  • 1.85 ล้านบาท Lot 019 (ถวัลย์ ดัชนี)
  • 1.16 ล้านบาท Lot 083 (ก้องกาน)
  • 0.74 ล้านบาท Lot 079 (มิตร ใจอินทร์)
  • 0.74 ล้านบาท Lot 109 (Line Censor)
  • 0.58 ล้านบาท Lot 089 (เนียม มะวรคนอง)
  • 0.58 ล้านบาท Lot 103 (มือบอญ)
  • 0.53 ล้านบาท Lot 084 (กฤษดา ภควัตสุนทร)
  • 0.48 ล้านบาท Lot 108 (ยุรี เกนสาคู)
บรรยากาศงานประมูลผลงานศิลปะ TO THE MOON จาก 121 ชิ้น ที่ถูกประมูลไปในราคาสูงสุดที่ Collector ลุ้นกันสุดตัว เพื่อที่จะได้ครอบครองผลงานของศิลปินที่ตัวเองชื่นชมผงาน ผลงานไล่เลียงภายในคลิป – ผลงานชิ้นเล็กที่หาดูได้ยากจาก อ.ถวัลย์ ดัชนี ที่แสดงถึงความตื่นตัวที่เปี่ยมไปด้วยพลังของสัตว์ในภาพ เริ่มต้นประมูลที่ 1,250,000 บาท และปิดราคาประมูลที่ 1,850,000 บาท
 ผลงาน Memories of the Sea ของศิลปินรุ่นใหม่ ‘ก้องกาน – กันตภณ เมธีกุล’ ที่สร้างสรรค์ขึ้นในปี 2019 และเคยจัดแสดงผลงานที่มหานครนิวยอร์คมาแล้ว ผลงานชิ้นนี้เริ่มต้นที่ 350,000 บาท ราคาปิดราคาประมูลที่ 1,160,000 บาท
 เนียม มะวรคนอง ในภาพชุด 3 ชิ้น ‘วันหนึ่งฉันเจอผีเสื้อกลางทะเล 01-03’ เริ่มต้นประมูลที่ 120,000 บาท และปิดการประมูลไปที่ 580,000 บาท ในงานประมูลครั้งนี้เป็นการแจ้งเกิดของศิลปินอย่างเต็มตัว
ชิ้นงานที่มียอดปิดประมูลสูงถึง 2,200,000 บาท จากการประมูลเริ่มต้นที่ 350,000 บาท ของ ซันเต๋อ
ยศนันท์ วุฒิกรสมบัติกุล กับผลงาน You’ve Got My Blessing เป็นการสร้างสถิติใหม่ และเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างมาก
ศิลปินระดับ Old Master อย่าง ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี กับผลงาน NFT ครั้งแรก ชิ้นแรกที่กระแสตอบรับดีตามที่คาดหมายไว้ โดยมีผู้ต้องการครอบครองผลงานชิ้นนี้ไปในราคาประมูลสูงสุดเป็นประวัติการณ์สำหรับ NFT ในไทยที่ 2,200,000 บาท จากราคาประมูลเริ่มต้น 50,000 บาท ถือว่าเป็นกำลังใจสำคัญให้กับศิลปินรุ่นใหญ่ที่ได้ทดลองงานใหม่ๆ สู่วงการศิลปะ
จบการประมูลครั้งนี้ไปอย่างสวยงาม และสามารถติดตามการประมูลผลงานศิลปะครั้งต่อไป ว่าจะจัดขึ้นเมื่อไหร่ และมีผลงานศิลปะชิ้นที่โดดเด่นหายาก ชิ้นไหน ของศิลปินท่านใดเข้าร่วมประมูลบ้าง ได้ที่ Bangkok Art Auction Center
หมายเหตุ: ราคาปิดประมูล หมายถึงราคาประมูลสูงสุด รวมค่าธรรมเนียมประมูลและ VAT ของค่าธรรมเนียม

 

cr. dooddot.com

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ bangkokartauctioncenter.com

Facebook: bangkokartauctioncenter

Instagram: bangkokartauctioncenter

Tel. 0-2233-7939 หรือ 065-097-9909

‘TO THE MOON’ งานประมูลผลงานศิลปะ เพื่อนักสะสมและคนรักศิลปะตัวจริง! – L’Officiel Thailand (lofficielthailand.com)


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : Trick!! อาบน้ำไอโบ้แบบไม่เลอะเทอะ