Home Blog Page 832

Rainbow Nails แจกไอเดียทำเล็บสีรุ้งสดใส สวยเข้าธีม Pride Month

Rainbow Nails แจกไอเดียทำเล็บสีรุ้งสดใส สวยเข้าธีม Pride Month

Rainbow Nails

Rainbow Nails แจกไอเดียทำเล็บสีรุ้งสดใส สวยเข้าธีม Pride Month… สำหรับสาว ๆ ที่กำลังหาไอเดียทำเล็บอยู่ ไอเดียทำเล็บสายรุ้งเป็นอีกหนึ่งไอเดียที่มาแรง และตามเทรนด์ประจำเดือนนี้สุด ๆ ถือเป็นการทำเล็บต้อนรับ Pride Month เดือนแห่งความภาคภูมิใจของเหล่า LGBTQAI+ ไอเดียการทำเล็บสีรุ้ง ถือเป็นสัญลักษณ์แทนความทางหลากหลายทางเพศ สวยเด่น แถมดูสดใสขึ้นสุด ๆ วันนี้ Inzpy ก็ได้ทำการรวบรวมไอเดียเพ้นท์เล็บ Rainbow Nails เล็บสายรุ้งหลายสไตล์มาให้เลือกทำกันแบบจุใจเลยล่ะค่าาาาา พร้อมแล้วไปดูกันเลย !!!

แจกไอเดียทำเล็บสีรุ้งสดใส สวยเข้าธีม Pride Month

ไอเดียทำเล็บสีรุ้งแบบที่ 1

Rainbow Nails

มาเริ่มต้นกันที่แบบแรก กับเล็บสีรุ้งสดใสหวานแหววเว่อร์ พื้นสีโทนเล็บจะใช้เป็นสีชมพูนะคะ สีชมพูหวานเลย ให้เน้นสีชมพูโทนสดใส ๆ แล้วเพ้นท์สีอื่น ๆ เพิ่มเข้าไปให้ดูเป็นสายรุ้งที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่บนเล็บ ดูน่ารักสุด ๆ

ไอเดียทำเล็บสีรุ้งแบบที่ 2

Rainbow Nails

แบบต่อกันที่แบบที่สอง ไอเดียรุ้งแบบนี้คือเก๋เว่อร์นะคะแม่ ไม่ได้เป็นเส้นโค้งแบบที่เราเห็นกัน แต่เรานำมาสร้างสรรค์เป็นแบบลายจุด โดยเล่นสีเป็นสีรุ้งแทน กิ๋บเก๋ยูเรก้ามั้ยล่ะ

ไอเดียทำเล็บสีรุ้งแบบที่ 3

Rainbow Nails

แบบที่สาม ลายนี้จะมีความเรียบหรูหน่อย ๆ ดูน้อยแต่มาก ดูไฮน์แฟชั่น จุดเด่นคือเราจะไม่ได้ทาเต็มทั้งเล็บ แต่เราจะเน้นเพียงขอบเล็บ และทาแบบมุมเฉียงครึ่งเล็บอีกที

ไอเดียทำเล็บสีรุ้งแบบที่ 4

แบบที่สี่ สีนี้ดูสีสดมากเว่อร์ สดใสแบบระดับสิบ ทาสลับสีกันไปมา ให้ดูมีลูกเล่นเหมือนสีรุ้ง และเพ้นท์เป็นลวดลายคาดแถบสีรุ้งเพียงหนึ่งนิ้ว เก๋สุด สวยปัง

ไอเดียทำเล็บสีรุ้งแบบที่ 5

Rainbow Nails

แบบที่ห้า ให้เริ่มต้นด้วยการทาเล็บสีใสง่าย ๆ เลย แล้วเติมลายเส้นตรง และทำให้เป็นสีรุ้งนะคะ ให้ร่างเป็นเส้นตรงไว้ก่อน แล้วค่อย ๆ เติมสีไล่กันไปทีละนิด หรือถ้าใครไม่ถนัดจริง ๆ สามารถแปะเป็นสติ๊กเกอร์ได้เลยนะคะ คาดหัวใจเพิ่มด้วยอีกหน่อย สวยมาก ทำง่ายมากกกก

ไอเดียทำเล็บสีรุ้งแบบที่ 6

Rainbow Nails

แบบที่หก ลายรุ้งนี้จะเน้นเพ้นท์สีที่ปลายเล็บ เน้นเป็นสีพาสเทล ไล่เลียงกันเป็นสีรุ้ง ช่วยเพิ่มความสดใสให้กับเล็บสุด ๆ ดูคิวท์เว่อะะะะะะะ ๆ

ไอเดียทำเล็บสีรุ้งแบบที่ 7

Rainbow Nails

แบบที่เจ็ด เราจะเน้นใช้สีแบบสีลูกแก้วนะคะ ดูแวววาวไปหมด การเล่นสีสันทำให้เล็บดูสดใสขึ้นมาก ดูไม่เยอะไม่รก แต่รวบรวมความเป็นสีรุ้งได้สวยมาก ต้องจัดนะคะ ใครทำไม่เป็นก็เซฟรูปไปบอกช่างเล้ยยย

ไอเดียทำเล็บสีรุ้งแบบที่ 8

Rainbow Nails

มาต่อกันที่แบบที่แปด ให้เริ่มจากการที่ทาเล็บเป็นพื้นสีขาวก่อน แล้วจากนั้นให้เพ้นท์เป็นลายสีรุ้งสดใสคาดไปมา และสามารถทำให้อยู่ตามกรอบรูปหัวใจ หรือเป็นลายโค้งสายรุ้ง เป็นต้น เท่านี้เล็บก็สวยปังแล้วค่าาาาา

ไอเดียทำเล็บสีรุ้งแบบที่ 9

แบบที่เก้า ให้ลาเล็บเป็นสีกลิตเตอร์ระยิบระดับ ดูเปล่งประกายมากเลยนะคะสาว ๆ โดดเด่นสวยสะดุดตาสุด ๆ บวกกับการผสมผสานสายรุ้งเข้าไปบนเล็บ ดูสวยเด่นมาแต่ไกลลลลล

ไอเดียทำเล็บสีรุ้งแบบที่ 10

มาถึงแบบสุดท้าย เราจะเพ้นท์ลายธงสีรุ้งสวย ๆ กันที่ปลายเล็บ และให้เพ้นท์เป็นรุ้งแบบคลื่น ๆ ให้ดูดีมีอะไร ให้ดูไม่แข็งทื่อจนเกินไป ดูสดใส แถมน่ารักม้ากกกกก

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับไอเดียเล็บสีรุ้งที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นฉลอง Pride Month ด้วยไอเดียเล็บสีรุ้งกันแบบปัง ๆ แถมยังเป็นการช่วยขับเคลื่อนและแสดงออกถึงสิทธิและความเท่าเทียมทางเพศ ใครชอบและสนใจอยากจะจัด ลองเลือกลวดลายที่เรานำมาฝากกันวันนี้ แล้วไปทำตามกันได้เลยน้าาาาา 🙂

Wana Cafe คาเฟ่เปิดใหม่ สไตล์ Beach Bar

คาเฟ่เปิดใหม่ น่าไปมาก ตกแต่งสไตล์ Beach Bar ใครชอบคาเฟ่ฟีล The Beach เราแนะนำที่นี่เลยค่ะ Wana Cafe Bangkok แถวทวีวัฒนา กรุงเทพฯ เดี๋ยววันนี้จะพามาดูว่ามันน่านั่งขนาดไหน ไปดูกันเลยค่า

จะบอกว่า Wana Café เป็นคาเฟ่เปิดใหม่ล่าสุด ใหม่มาก ๆ ทุกคน ใครที่เป็นสายรีวิวคาเฟ่ใหม่เตรียมตัวกันเลยค่ะ บอกเลยว่าที่นี่ไม่ต้องขับรถออกไปไกลถึงต่างจังหวัดด้วย อยู่ในกรุงทเพฯนี่แหละ แถมได้ฟีลแบบ Beach Bar เก๋ ๆ ด้วยนะ บรรยากาศดีมากเลย

ที่ร้านจะตกแต่งด้วยโทนสีครีมคลีน ๆ ตัดกับสีน้ำตาลของงานไม้ที่ประดับตกแต่ง ทำให้ดูคุมโทน แล้วก็ได้บรรยากาศมาก ๆ ช่วงนี้ฝนก็ตกบ่อย ถ้าไม่อยากออกต่างจังหวัด แต่อยากได้ฟีล The Beach Bar แวะมาที่นี่ก็ได้นะคะ รับรองว่าเหมือนนั่งชิลริมทะเลเหมือนกันค่ะ

ชอบในการตกแต่งคาเฟ่มาก ๆ เพราะทุกมุมสามารถถ่ายรูปเท่ ๆ ได้ภาพสวย ๆ แบบสวยทุกมุมจริง ๆ ค่ะ ซึ่งแต่ละมุมก็เหมือนแต่งไว้เพื่อให้ลูกค้ามาถ่ายรูปนี่แหละ น่ารักมาก

บางมุมก็จะได้ฟีลแบบ Beach Bar Camp บางมุมก็เหมือนนี่นั่งอยู่รีสอร์ตริมทะเลหรือเปล่า แต่ละมุมตกแต่งแตกต่างกันไปทำให้ดูไม่เบื่อ แล้วก็ดูน่าสนใจมากด้วยค่ะ

เราบอกเลยว่าใครที่ชอบถ่ายรูปนะ มาที่เดียวนี่ถ่ายรูปเก็บได้เป็น 100 กว่าภาพแน่นอน แค่มุมเดียวก็มีกดไป 20 กว่ารูปแล้ว วิวแบบ Beach Bar แบบนี้เคลียร์เมมรอกันได้เลยค่า

เรื่องของเครื่องดื่ม และเมนูเบเกอรีต่าง ๆ ก็มีให้เลือกสั่งหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกาแฟ เครื่องดื่มอิตาเลียนโซดา หรือว่าเค้กต่าง ๆ รวมไปถึงขนมหวานมากมาย อย่างพ็อปคอร์น โรตี ก็มีให้สั่งด้วยนะคะ

สำหรับที่นั่งก็มีให้เลือกนั่งได้หลายโซนด้วยนะคะ ไม่ต้องแย่งกันเลย แต่ละโซนตกแต่งสวยไม่แพ้กันค่ะ จะนั่งโซนไหน ๆ ก็ถ่ายรูปสวยแน่นอนเลย ใครที่ชอบคาเฟ่แนว Beach Bar แนะนำเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะเป็นคาเฟ่เปิดใหม่ แถมตกแต่งได้น่ารักขนาดนี้ ต้องรีบไปเช็คอินก่อนใครแล้ว เดี๋ยวแปะพิกัดไว้ให้ด้านล่างนะคะ ส่วนใครอยากออกไปเที่ยว แต่ยังหาที่เที่ยวไม่ได้ สามารถเข้าไปดูเพิ่มเติมได้ที่ Inzpy Travel ได้เลยค่า

Wana Cafe Bangkok
แขวง ศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170

พิกัด: Google Map มีที่จอดรถ
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 21.00 น.
ระดับราคา: ฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0974491669
Facebook: https://web.facebook.com/wanacafebangkok/

สุดปัง ! ซิกส์เซนส์ เรสซิเดนซ์ บ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์พรีเมียม ขายแล้ว 78%

สุดปัง ! ซิกส์เซนส์ เรสซิเดนซ์ บ้านเดี่ยวระดับซูเปอร์พรีเมียม ขายแล้ว 78%

MQDC หรือ แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น หนึ่งในบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศไทย ล่าสุดออกมาประกาศว่า ซิกส์เซนส์ เรสซิเดนซ์ ตั้งอยู่ในพื้นที่โครงการ ‘เดอะ ฟอเรสเทียส์’ ถนนบางนา-ตราด กิโลเมตรที่ 7 ทำยอดขายบ้านแล้ว 4,700 ล้านบาท โดยขายแล้ว 21 หลัง จากทั้งหมด 27 หลัง ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2565

สุดปัง

ด้าน นายกิตติพันธุ์ อุยยามะพันธุ์ ผู้อำนวยการโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ โดย MQDC เปิดเผยว่า “ความรวดเร็วในการตัดสินใจของผู้ซื้อแสดงให้เห็นว่า ตลาดยังมีความต้องการอยู่ในระดับที่สูงมาก สำหรับบ้านในระดับอัลตร้าลักชัวรีในกรุงเทพฯ ที่ให้ความสำคัญกับการอยู่อาศัยใกล้ชิดธรรมชาติ รวมทั้งมีแนวทางการออกแบบและก่อสร้างที่เป็นคุณภาพระดับสูงสุด โดยในช่วง 30 วันแรกของการเปิดขาย สามารถขายบ้านได้ถึง 16 หลัง และจนถึงวันนี้ขายเพิ่มได้อีก 5 หลัง

สุดปัง

สำหรับบ้านในโครงการซิกส์เซนส์ เรสซิเดนซ์ เดอะ ฟอเรสเทียส์ นำเสนอเป็นบ้านเดี่ยว จำนวน 27 หลัง ที่มาพร้อมพื้นที่สวนของตัวเอง และมีทะเลสาบล้อมรอบ โดยตัวบ้านมีให้เลือก 3 ขนาด ตั้งแต่ 3-5 ห้องนอน พื้นที่ตั้งแต่ประมาณ 790 ตารางเมตร ไปจนถึงเกือบ 1,500 ตารางเมตร และมีราคาตั้งแต่ประมาณ 180 ล้านบาท ไปจนถึงมากกว่า 360 ล้านบาท

สุดปังสุดปัง

แถมโครงการนี้ยังเป็นหนึ่งในที่อยู่อาศัยที่เรียกได้ว่าดีที่สุด และมีสเปกสุดยอดที่สุดในประเทศไทย ทุกหลังรับประกันคุณภาพ 30 ปีโดย MQDC และทุกหลังมาพร้อมกับบริการ และสิทธิพิเศษที่เหนือระดับตามแบบฉบับของบ้านแบรนด์ซิกส์เซนส์ รวมถึงบริการอำนวยความสะดวกที่ใส่ใจผู้อยู่อาศัยอย่างที่สุด พร้อมด้วยคลับเฮ้าส์ และการบริหารจัดการดูแลในระดับพิเศษเพื่อรักษาและคงความเป็นสังคมที่มุ่งเน้นในเรื่องคุณภาพการใช้ชีวิต และความยั่งยืน

สุดปัง

โดยมี บริษัท Foster + Partners และ DT designs รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาทางด้านสถาปัตยกรรมการออกแบบ  และ Six Senses Hotels Resorts Spas เป็นที่ปรึกษาด้านงานตกแต่งภายในและภาพรวมโครงการ  ซึ่งช่วยทำให้เรามั่นใจว่าบ้านทุกหลังในโครงการจะตั้งอยู่ท่ามกลางความร่มรื่นเขียวขจีของธรรมชาติ ผสานการใช้ชีวิตทั้งภายในและภายนอกตัวบ้านอย่างกลมกลืนไร้รอยต่อ มีบ่อออนเซนและสระว่ายน้ำ พร้อมวิวทะเลสาบและสายลมธรรมชาติที่พัดผ่าน

สุดปัง

บ้านหลังแรก ๆ ในโครงการ ซิกส์เซนส์ เรสซิเดนซ์ เดอะ ฟอเรสเทียส์ คาดว่าจะพร้อมโอนได้ในไตรมาส 2 ปี 2567เดอะ ฟอเรสเทียส์ ยังจะเป็นที่ตั้งของโรงแรมแห่งใหม่ในเครือซิกส์เซนส์ที่มีห้องพักประมาณ 85 ห้อง ซึ่งมีกำหนดจะเปิดให้บริการในช่วงครึ่งแรกของปี 2567

ทั้งนี้ เจ้าของบ้านโครงการซิกส์เซนส์ เรสซิเดนซ์ จะได้รับสิทธิพิเศษในการเข้าใช้สถานที่ต่าง ๆ ของโรงแรม รวมไปถึงบริการที่หลากหลาย ตั้งแต่การดูแลบ้าน การดูแลเด็ก (baby-sitting) ไปจนถึงบริการบัตเลอร์ พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมในการใช้บริการต่าง ๆ ห้องพัก อาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งสปาอีกด้วย

ส่วนที่อยู่อาศัยระดับลักชัวรี่โครงการอื่น ๆ ในเดอะ ฟอเรสเทียส์ อาทิ บ้านแบรนด์ ‘มัลเบอร์รี โกรฟ’ ก็ขายดีมากเช่นเดียวกัน โดยสามารถทำยอดขายได้แล้ว 3,720 ล้านบาท ณ เดือนพฤษภาคม 2565

สุดปัง

ที่สำคัญ ‘เดอะ ฟอเรสเทียส์’ ตั้งอยู่บนที่ดินขนาด 398 ไร่ บนถนนบางนา-ตราด ซึ่งเป็นเส้นทางสู่พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ที่กำลังเติบโตและพัฒนาอย่างรวดเร็ว

โดยพื้นที่อันกว้างใหญ่ของ ‘เดอะ ฟอเรสเทียส์’ ประกอบไปด้วยพื้นที่สวนสาธารณะ ธรรมชาติ โครงการที่พักอาศัยหลากหลายแบรนด์ที่ตอบโจทย์หลากหลายไลฟ์สไตล์และช่วงวัย รวมไปถึงพื้นที่เพื่อกิจกรรมชุมชนต่าง ๆ และพื้นที่เชิงธุรกิจที่มุ่งเน้นส่งเสริมการใช้ชีวิตอย่างมีสุขภาพดี ท่ามกลางธรรมชาติและสภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพ

แถม ‘เดอะ ฟอเรสเทียส์’ ประกอบด้วยโครงการที่พักอาศัยหลากหลายรูปแบบ พื้นที่เชิงธุรกิจสำหรับสำนักงาน สปอร์ตคอมเพล็กซ์ พื้นที่สำหรับกิจกรรมไลฟ์สไตล์และการพักผ่อนของครอบครัว ร้านค้าปลีก ร้านอาหารและเครื่องดื่ม และพื้นที่ Town Center สำหรับกิจกรรมชุมชนและกิจกรรมทางวัฒนธรรมต่าง ๆ นอกจากนี้ยังมี Family Center ตลาด และป่าขนาดใหญ่พื้นที่ 30 ไร่ บริเวณใจกลางโครงการ พร้อมทางเดินยกระดับที่ทอดยาวทะลุผืนป่ายาว 1.6 กิโลเมตร

ต้องบอกว่า สุดปัง… มาก สำหรับโครงการนี้ ส่วนใครที่สนใจ อยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมสามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.mqdc.com

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

บทความน่าสนใจ : ภัสสร จตุโชติ-ทางด่วนรามอินทรา บ้านเดี่ยวโครงการใหม่ เกรดพรีเมียม

Vintel ลักชัวรีเลานจ์แวร์ เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ เสนอความเรียบง่ายสู่ไลฟ์สไตล์สุดหรู

ต้องยอมรับความจริงที่ว่า นับตั้งแต่เกิดโรคระบาดการใช้ชีวิตและไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ไม่แน่ใจว่ามันอาจเป็นเพราะการที่เราต้องอยู่บ้านกันเป็นระยะเวลายาวนานเกินไปหรือเปล่า ทำให้เราเคยชินกับการสวมใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ เหมือนตอนเวลาอยู่บ้าน ส่งผลให้เทรนด์ Loungewear (เลานจ์แวร์) หรือก็คือ การแต่งตัวสไตล์ชุดอยู่บ้านหรือชุดนอน ที่เน้นไปที่การสวมใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา กลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำหรับสายแฟที่กำลังได้รับความนิยมในขณะนี้ ในจังหวะนี้เองแบรนด์ลักชัวรีเลานจ์แวร์อย่าง Vintel (วินเทล) ได้ถือโอกาสเปิดตัวชุดเลานจ์แวร์คอลเลกชันใหม่ล่าสุด ที่นำเสนอความเรียบง่ายสู่ไลฟ์สไตล์สุดหรู

cr.photo ; courtesy of @vintel.originals (instagram)

Vintel (วินเทล) แบรนด์ลักชัวรีเลานจ์แวร์สัญชาติไทยแท้ ที่ทำการเปิดตัวแบรนด์ไปเมื่อปี 2560 เกิดขึ้นได้จากความตั้งใจของ คุณแนน-รัตติยา วรรัตน์ ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้ง โดยแรงบันดาลใจหลักเกิดมาจากการที่ตัวเธอ ต้องการหาชุดเลานจ์แวร์ที่มีเนื้อผ้านุ่มสวมใส่สบาย เธอจึงได้ตัดสินใจต่อยอดธุรกิจของครอบครัว ซึ่งเป็น Hotel Supply ที่ทำเครื่องนอนผ้าคอตตอนทั้งหมด ให้กลุ่มธุรกิจโรงแรม อาทิ LK Group และ Cape Dara เป็นต้น

cr.photo ; courtesy of @vintel.originals (instagram)

ซึ่งความโดดเด่นไม่เหมือนใครก็คือ ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นของแบรนด์ผลิตมาจากผ้าเยื่อไผ่แท้ 100% ซึ่งนับว่าเป็นแบรนด์เลานจ์แวร์หนึ่งเดียวในไทยที่ใช้ผ้าชนิดนี้ ตัวผ้ามีคุณสมบัติเนื้อนุ่ม เบาสบาย ทั้งยังสามารถระบายความร้อนได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันทางแบรนด์มีไอเทมเสื้อผ้า ทั้งของสุภาพสตรีและสุภาพบุรุษให้เลือกชอป

cr.photo ; courtesy of @vintel.originals (instagram)

โดยคอลเลกชันใหม่ล่าสุดมีชื่อว่า ‘Vintel Gorgeous’ ในส่วนของ Womenswear ทางครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้งอย่างคุณแนน ได้เลือกหยิบเอาแรงบันดาลใจจากความหรูหรา ความงดงาม รวมไปจนถึงความสุขของหญิงสาว ตีความถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้าแฟชั่น ที่เน้นการตกแต่งประดับประดาไปด้วยดอกกุหลาบและลูกไม้ สอดแทรกอยู่ตามไอเทมต่าง ๆ ภายในคอลเลกชัน อีกทั้งยังมีกิมมิกอย่างการตกแต่งด้วยขนนก ไม่ว่าจะเป็น ชุดเซต Sleepwear ชุดคลุมอาบน้ำ เดรส และกางเกงขาสั้น

Vintel
cr.photo ; courtesy of @vintel.originals (instagram)

มาถึงในส่วนสำหรับ Menswear ยังคงใช้ผ้าลวดลายเดียวกับแบบของทางฝั่งผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นลายกุหลาบ ลายดอกไฮเดรนเยีย ไปจนถึงลายม้าลาย ที่ได้แนวคิดมาจากไลฟ์สไตล์ของสายแฟชั่น ที่ชอบท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่าง ๆ จึงเลือกเล่าเรื่องผ่านความสวยงามของสิ่งเหล่านี้ นอกจากนั้นแล้วยังเน้นไปที่การใช้สีพื้นอย่าง สีน้ำตาลและสีฟ้าสำหรับคุณผู้ชาย เพิ่มลูกเล่นให้กับเสื้อผ้าด้วยดีเทลพู่ห้อย (Fringe)

Vintel
cr.photo ; courtesy of @vintel.originals (instagram)

ทางครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้งอย่างคุณแนน ยังเสริมอีกว่า “ผ้าเยื่อไม้ไผ่แท้เป็นซิกเนเจอร์ของแบรนด์เรา ปัจจุบัน Vintel เป็นแบรนด์เดียวในไทยและในโลกที่ทำชุดเลานจ์แวร์จากเส้นใยเยื่อไผ่แท้ธรรมชาติ 100% นำเข้าจากต่างประเทศ โดยนำเซลลูโลสของเส้นใยเยื่อไม้ไผ่มาผ่านกระบวนการทอออกมาเป็นเส้นใยผ้า หลังจากนั้นนำไปทอเป็นผืนและมาใส่แพทเทิร์นและลวดลายเข้าไป..

ซึ่งคุณสมบัติผ้านุ่มมาก สวมใส่สบาย เหมาะกับอากาศบ้านเรามาก ๆ นอกจากคุณสมบัติสวมใส่สบาย ระบายอากาศแล้ว ชุดเลานจ์แวร์ของ Vintel ยังมีคุณสมบัติแอนตี้แบคทีเรียที่เกิดจากโครงสร้างผ้า เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย สวมใส่แล้วจะรู้สึกไม่ระคายเคือง ไม่มีกลิ่นอับชื้นอีกด้วย”

Vintel
cr.photo ; courtesy of @vintel.originals (instagram)

ต้องบอกเลยว่า ทางแบรนด์ทำเสื้อผ้าแฟชั่นออกมาได้อย่างสวยงามร่วมสมัย ทำให้ผู้สวมใส่ได้ลุคที่เป็นมากกว่า Sleepwear สามารถใส่ชุดของทางแบรนด์ออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้จริง จะใส่ไปเที่ยว ไปชอปปิง หรือจะใส่ไปพักผ่อนในวันหยุดที่รีสอร์ต หรือจะใส่อยู่บ้านให้ได้กลิ่นอายแบบลักชัวรีก็ย่อมได้

Vintel
cr.photo ; courtesy of @vintel.originals (instagram)

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับคอลเลกชันลักชัวรีเลานจ์แวร์ใหม่ล่าสุด ที่นอกจากดีไซน์สวยงดงามแล้ว ยังทำมาจากผ้าเยื่อไม้ไผ่แท้ที่ให้ความนุ่มสวมใส่สบาย เหมาะกับอากาศบ้านเราแบบสุด ๆ แถมยังเป็นแบรนด์ฝีมือคนไทยที่น่าภูมิใจอีกต่างหาก ใครที่ติดใจลองตามไปดูรายละเอียดเพิ่มเติมกันนะคะ วันนี้ทางเราคงต้องลาไปก่อน อย่าลืมติดตามในคราวหน้าว่า Inzpy จะเอาข่าวล่าสุดในวงการแฟชั่นแบบไหนมาฝากทุกคนอีก ฝากติดตามด้วยนะคะ

Picture ชมภาพสวยสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน !

0

Picture ชมภาพสวยสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน !

Picture ชมภาพสวยสร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน ! วันนี้ Inzpy จะเชิญชวนเพื่อนๆ มาตาม Follow ไอจีพี่จะได้สร้างแรงบันดาลใจในการทำงาน ให้เราอยากออกไปเที่ยวรอบโลก ด้วยไลฟ์สไตล์การเดินทาง เรียบง่าย น่าติดตาม ผ่านมุมมองภาพสุดครีเอทีฟของงานออกแบบสถาปัตยกรรม อันโด่ดเด่นน่าสนใจจากทั่วทุกมุมโลกกันเลย

picture
bkk.manu

ignant

จาก ignant นิตยสารสุดคลีนรูปแบบ Online Magazine ที่นักเดินทางสายมินิมัลจะต้องถูกใจกับภาพถ่าย Conceptual ด้านแฟชั่น และสถาปัตยกรรมที่สร้างแรงบันดาลใจมาจากนักออกแบบทั่วโลก รวมถึง Destination สวยงามต่าง ๆ ที่เน้นการคุมโทนภาพแบบเรียบง่าย สบายตา ผสมผสานออกมาได้อย่างน่าสนใจ เป็นเหตุผลให้นักเดินทางกว่าทั่วโลกต้องไม่พลาดกดติดตามกับ ไอจีนี้แน่นอนด้วยภาพ และบรรยากาศที่สวยงามช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานได้อย่างดีเลยทีเดียว

picture
bkk.manu

maison_de_sable

ตามมาอีหนึ่งไอจี ที่เราอยากให้เพื่อนๆ ลองกดติดตามแล้วเข้ามาค้นหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ผ่านภาพถ่ายสวย ๆ อย่าง maison_de_sable โดยถ่ายทอดเรื่องราวไลฟ์สไตล์การเดินทาง ผ่านการรวบรวมภาพถ่ายมาให้ชมทั้งสถานที่ท่องเที่ยวสวย ๆ รวมไปถึง Arts & Culture งานศิลปะ หรือ งานออกแบบเจ๋ง ๆ จากดีไซเนอร์ทั่วโลก สะดุดตาด้วยดีไซน์โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ที่ใครเห็นเป็นต้องหลงรัก และเพลิดเพลินไปกับการจดจ่อกับภาพสวย ๆ ช่วยต่อเติมแรงบันดาลใจในการออกเดินทางเที่ยวรอบโลกให้เราอย่างแน่นอน

picture
bkk.manu

visualpleasuremag

ตามมาติดๆ อย่าง visualpleasuremag กับการท่องโลกได้ง่ายๆ ผ่านภาพถ่ายสวยๆ ด้วยนิตยสารสุดคลาสสิกมินิมอล ที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการทำงานได้มากขึ้นกับภาพถ่ายท่องเที่ยวรอบโลก ดึงดูดสร้างมนต์เสน่ห์ การถ่ายภาพอาร์ตเปรียบเสมือนเราได้ไปสถานที่นั้นจริงๆ เลยล่ะพร้อมกับการถ่ายทอดบรรยากาศความเรียบง่ายใน Lifestyle การท่องเที่ยวที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของทางไอจีเลย

bkk.manu

worldarchitenturedesign

ปิดท้ายไอจี worldarchitenturedesignนำเสนอเรื่องราวการท่องเที่ยวผ่านภาพถ่าย คุมโทนสีอย่างเรียบง่ายแบบสไตล์คลาสิก เหล่าสาย Minimalist ต้องห้ามพลาดกดติดตาม โดดเด่นด้วยการถ่ายทอดเรื่องราววิถีชีวิตแบบ Slow Life แบบโทนสีพาสเทลสะดุดตา แต่กลับซ่อนรายละเอียดของความสวยงามของสถาปัตยกรรมได้อย่างน่าสนใจ หากใครที่กำลังมองหา Inspiration ใหม่ ๆ สร้างแรงบันดาลใจในการทำงานก็ต้องดูอันนี้เลยล่ะ เรียกว่าตอบโจทย์ไลฟสไตล์อย่างมากเลยล่ะ

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

Phuket Smart Bus ทางเลือกใหม่ของการเดินทางในภูเก็ต 100 บาทตลอดสาย

Phuket Smart Bus ทางเลือกใหม่ของการเดินทางในภูเก็ต 100 บาทตลอดสาย

สำหรับใครที่กำลังมีแพลนไปเที่ยวภูเก็ตในช่วงนี้ แล้วไม่ได้อยากเช่ารถขับเอง วันนี้เราอยากจะมานำเสนอการเดินทางในภูเก็ต ด้วยรถบัสของ Phuket Smart Bus เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ ๆ ให้เพื่อน ๆ ได้เดินทางกันได้ง่าย สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น และที่สำคัญราคาสบายกระเป๋ามาก ๆ เลยค่ะ

Phuket Smart Bus มีเส้นทางการเดินรถเริ่มต้นที่สนามบินภูเก็ต ไปสิ้นสุดที่หาดราไวย์ โดยมีแวะตามจุดแวะดังนี้ คือ สาธารณสุขถลาง บ้านเคียน โรงเรียนเชิงทะเล ลากูน่า โลตัสเชิงทะเล หาดสุรินทร์ กุโบร์กมลา ภูเก็ตแฟนตาซี บิ๊กซีกมลา การไฟฟ้าป่าตอง วงเวียนกะรน สนามกีฬากระรน กะตะไนท์พลาซ่า กะตะปาล์ม ใสยวน และสถานนี้ปลายทางสิ่นสุดที่ หาดราไวย์ค่ะ

ภูเก็ตสมาร์ตบัสคันนี้ เริ่มเปิดให้บริการเที่ยวแรก ตั้งแต่ 07.30 (ป้ายป้อมตำรวจบางลา ไปสนามบินภูเก็ต) ไม่ว่าจะลงที่จุดไหน ก็คิดค่าบริการเท่ากันหมด 100 บาทตลอดสายค่ะ การชำระเงินก็สะดวกสบาย สามารถชำระได้ทั้งเงินสด , Scan QR code, rabbit card และล่าสุด สามารถชำระผ่านบัตรเดบิต และบัตรเครดิตได้อีกด้วยจ้า สะดวกสุด ๆ ไปเลย เหมาะสำหรับคนไม่พกเงินสดแบบเรา

Phuket Smart Bus

สำหรับใครที่อยากไปเที่ยวที่แหลมพรหมเทพ จุดท่องเที่ยวยอดฮิตในภูเก็ต ก็สามารถโดยสารเจ้าภูเก็ตสมาร์ตบัสคันนี้ได้เช่นกัน โดยมีจุดขึ้นและเวลาดังนี้
– ขึ้นจาก สนามบิน (14:00, 15:00, 16:00)
– ขึ้นที่ ป่าตอง (15:25, 16:25, 17:25)
– ขึ้นที่ แหลมพรหมเทพ (16:00, 17:00, 18:00)
– สุดทางที่ราไวย์ (16:10, 17:10, 18:10)

– ขึ้นที่ ราไวย์ (16:40 , 17:40, 18:40)
– ขึ้นที่ แหลมพรหมเทพ (16:50 , 17:50, 18:50)
– ไปที่ ราไวย์ (17:00 , 18:00, 19:00)

หาดป่าตองเอง จุดมุ่งหมายที่นักท่องเที่ยวนิยมเดินทางไปกันค่อนข้างเยอะ หากโดยสารเจ้าภูเก็ตสมาร์ตบัสคันนี้ ก็สามารถลงได้ที่ ป้ายการไฟฟ้าป่าตอง และจากหาดป่าตอง เดินทางไปยังหาดอื่น ๆ หรือสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ก็ได้เช่นกัน เช่น กะรน​ กะตะ​ ไสยวน​ แหลมพรหมเทพ​ และราไวย์​ โดยที่ป้ายการไฟฟ้าป่าตองนี้ จะเริ่มเดินรถ 9 โมงเช้าของทุกวัน เวลาเดินรถดังนี้ 9.00​ / 10.00 / 10.42 / 12.12 / 13.12 / 14.12 / **15.12 / **16.12 / **17.12 / 18.12 / 19.12 / 20.12 / 21.12 เวลาอาจจะคลาดเคลื่อนตามสภาพจราจรเล็กน้อย​ แนะนำให้มารอก่อนเวลาอย่างน้อย 5 นาทีนะคะ
ปล.** เป็นรถที่ไปแหลมพรหมเทพ ส่วนรอบอื่น ๆ ไม่ได้แวะที่แหลมพรหมเทพนะคะ

สำหรับนักท่องเที่ยวที่บินมาลงที่สนามบินภูเก็ต และต้องการขึ้นบัสคันนี้ เมื่อลงเครื่องแล้วให้ออกที่ทางออก 3 แล้วเดินเลาะมาทางซ้าย เรียบข้างสะพานมา ก็จะเจอกับจุดจอดรถค่ะ อยู่ฝั่งตรงข้าม เยื้อง ๆ กับ Cafe Amezon อาจจะอยู่ไกลนิดนึง แต่รถมีบริการทุกวันค่ะ จากสนามบินภูเก็ตรถเที่ยวแรกออก 09.30 น.

Phuket Smart Bus

ภูเก็ตสมาร์ตบัส รถบัสสีขาวฟ้า รถใหม่ ภายในสะอาด กว้างขวาง นั่งสบาย ถือว่าเป็นการโดยสารที่คุ้มค่ามาก ๆ ค่ะ ไม่ต้องเสี่ยงกับค่าแท็กซี่ที่ราคาสูง ถ้าใครมีโอกาสไปเที่ยวที่ภูเก็ต ก็ลองไปใช้บริการกันดูได้นะคะ ภูเก็ตรอคุณอยู่  รายละเอียดเพิ่มเติม www.phuketsmartbus.com 

อ่านบทความรวมสถานที่เที่ยวภูเก็ตโดยไม่ต้องข้ามเกาะ ตามไปอ่านได้ที่นี่ คลิก

“แกะลุคเมคอัพ LISA” สวยตาแตกในการร่วมงานเปิดตัว Bulgari คอลเลกชันใหม่ ณ กรุงปารีส

“แกะลุคเมคอัพ LISA” สวยตาแตกในการร่วมงานเปิดตัว Bulgari คอลเลกชันใหม่ ณ กรุงปารีส

"แกะลุคเมคอัพ LISA"

“แกะลุคเมคอัพ LISA” สวยตาแตกในการร่วมงานเปิดตัว Bulgari คอลเลกชันใหม่ ณ กรุงปารีส การปรากฏตัวของ Lisa BLACKPINK หรือ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ในการร่วมงานเปิดตัวคอลเลกชันใหม่ Bulgari Eden The Garden of Wonders High Jewelry Collection ณ สถานทูตอิตาลีประจำกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในฐานะ Global Ambassador ต้องพูดเลยว่า… สวยแบบตะโก๊นนนนน เพราะ Lisa มาพร้อมกับความโดดเด่นของรูปร่างเพรียวบางที่สวมใส่ชุดสวยโทนสีเหลืองแบรนด์สัญชาติเกาหลี Pinkong สวมใส่เครื่องประดับทั้งหมดจากแบรนด์ Bulgari พร้อมเปิดลุคใหม่ ร่วมงานแบบไร้ผมหน้าม้า สวยออร่าเกินต้านมากแม่ !

"แกะลุคเมคอัพ LISA"

ความสวยของลิซ่าที่สวยแบบตาแตก ทำให้แฟน ๆ ต่างมีการแสดงความคิดเห็นชื่นชมความปังของ Lisa ที่แม้จะประกบนักแสดงชื่อดังอย่าง Anne Hathaway และ Priyanka Chopra Jonas ก็ยังคงความสวยเปล่งประกายและโดดเด่นสดใสแบบไม่มีดรอป ออร่าความสวยมันยิ่งพุ่งออกมาแรงมาก ว่าแล้วเราก็คงต้องขอพาทุกคนไปแกะลุคเมคอัพของลิซ่ากันสักหน่อย จะเป็นยังไงเดี๋ยวเรารีบตามไปดูกันเลยดีกว่าค่าาาาา

เรื่องของงานผิว

"แกะลุคเมคอัพ LISA"

เป็นการเตรียมผิวที่ดูเบาบาง ดูเรียบเนียน ดูเปล่งประกายสุขภาพดี ไม่มีวอกไม่ลอย ไม่มีหนาเตอะ เน้นงานผิวแบบบางเบาสบาย ๆ

แต่งเติมสีสันให้ดวงตาด้วยโทนสีนู้ดผสมชิมเมอร์

"แกะลุคเมคอัพ LISA"

การแต่งแต้มดวงตาให้สวยหวานครั้งนี้ของลิซ่า จะแต่งตาด้วยอายแชโดว์สีนู้ด มีการใช้ชิมเมอร์แต่งบริเวณหัวตาล่าง ให้ดวงตาดูสดใสเปล่งประกาย เพิ่มเส้นไลเนอร์บางเฉียบที่หัวตาจรดหางตา พร้อมติดขนตาแบบเป็นธรรมชาติสุด ๆ

งานคิ้ว

คิ้วดูสวยเป็นธรรมชาติ เข้ากับใบหน้าหวาน ๆ ของลิซ่าสุด ๆ มีการระบายคิ้วในโทนสีน้ำตาลอ่อน เพื่อให้ดูกลมกลืนกับผมสีอ่อนของเธอ จบด้วยปัดขนคิ้วให้ได้รูปทรง ส๊วย สวยมากแม่

ปัดแก้มให้ดูละมุน

ในส่วนของสีแก้มของลิซ่า จะเป็นการปัดแก้มโทนสีชมพูอ่อน ๆ ให้ลุคหวาน ๆ ไม่ฉูดฉาดฟาดหนัก แต่ดูสวยแบบธรรมชาติสุด ๆ เลยล่ะค่ะ

ริมฝีปากหวานฉ่ำ

งานนี้ริมฝีปากของต้าวลิซ่าฉ่ำวาวมากแม่ สวยฉ่ำ สวยตาแตก สวยแบบตะโก๊นนนนน ลุคนี้ลิซ่าทาลิปด้วยโทนสี Coral แล้วตามด้วยลิปกลอส เพิ่มความฉ่ำให้ปากดูกลอสซี่สุด มงจะไม่ลงได้ยังไงล่ะแม๊ ฉ่ำขนาดนี้

เป็นยังไงกันบ้างคะพส สวยตาแตก สวยฉ่ำ สวยแบบจาวูบบบบบบบ ใครชอบเมคอัพโทนแบบลิซ่า ชอบเน้นความเป็นธรรมชาติ ต้องลองแต่งตามแบบลิซ่าเลยค่า รับรองว่าสวยแบบตะโก๊นนนนนนกันเลยทีเดียว 😉

แฉวิธีลดค่าไฟ 5 ขั้นตอน

0

ในช่วงค่าอุปโภคบริโภคราคาแพงแบบนี้ หลาย ๆ บ้านอาจกำลังประสบปัญอยากจะประหยัดค่าไฟเพราะจะได้ประหยัดเงินไปเติมน้ำมันกัน(ฮ่า ๆ ) ตัวอย่างเช่นการเปิดเครื่องปรับอากาศเป็นเวลานาน ค่าไฟฟ้าจึงแพงขึ้นแบบก้าวกระโดด ผมจึงอยากมาแชร์ 5 เทคนิคการประหยัดค่าไฟฟ้าในบ้านแบบง่าย ๆ ลดค่าใช้จ่ายได้ผลจริงดีเกินคาดตามมาดูได้เลย!

1. เลือกเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5

แฉวิธีลดค่าไฟ 5 ขั้นตอน

เป็นวิธีที่งานที่าสุด ในการประหยัดไฟฟ้าในบ้านของคุณคือการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านที่มีสัญลักษณ์ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ช่วยประหยัดค่าไฟบ้านและมีประสิทธิภาพดีเพราะมีการผ่านการทดสอบประสิทธิภาพการประหยัดพลังที่ได้มาตราฐานตามที่ กฟผ. และกระทรวงพลังงานกำหนด ง่ายสุด ๆ ข้อนี้

2. LED ตอบโจทย์ทุกหลอดไฟ(ประหยัดด้วย)

แฉวิธีลดค่าไฟ 5 ขั้นตอน

หลอดไฟแบบเดิม ไม่ว่าจะเป็นหลอดไส้หรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ก็ตาม เมื่อนำมาใช้งานพบว่ากินไฟมากกว่าหลอด LED หากเทียบจากจำนวนหลอดที่เท่ากัน ดังนั้น หากเปลี่ยนมาใช้หลอด LED จะสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าได้ถึง 80% เมื่อเทียบกับหลอดไส้ และประหยัดกว่าหลอดตะเกียบถึง 40% ให้ความสว่างได้มากกว่า นอกจากนี้หลอดไฟ LED ยังมีอายุการใช้งานมากกว่าหลอดอื่น ๆ ถึง 15 เท่าเลยทีเดียว และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รู้แบบนี้แล้วเปลี่ยนสิครับรออะไร

3. เปิดแต่ไฟที่ใช้งาน

แฉวิธีลดค่าไฟ 5 ขั้นตอน

ไม่ควรที่จะเปิดไฟไว้ทั่วทั้งบ้าน หากแต่ว่าเปิดไฟแต่ในที่ๆเราอยู่อาศัยก็เพียงพอแล้ว ตอนกลางวันก็ไม่ต้องไปเปิดไฟเปิดผ้าม่านเอาแสงเพียงพอแล้ว หรือไม่ก็ให้นั่งทำงานในบริเวณที่มีแสงเข้า ก็จะช่วยลดการเปิดไฟไปได้อีก ง่ายๆ เท่านี้แต่ช่วยประหยัดค่าไฟไปได้แล้ว

4. ตู้เย็น

แฉวิธีลดค่าไฟ 5 ขั้นตอน

ความลับของผมก็คือ ตู้เย็น ยังไงหล่ะกัปตัน (ฮ่า ๆ ) เทคนิคสุดปัง ที่ลองทำแล้วได้ผลจริงคือไม่ต้องใช้ ใช่ครับอ่านไม่ผิดการเปิดตู้เย็นบ่อยๆ ป็นอีกหนึ่งสาเหตุของค่าไฟ ตั้งตู้เย็นห่างจากกำแพงอย่าไปชิดมาก อย่างน้อยก็ประมาณ 15 เซนติเมตร เพื่อให้ตู้เย็นระบายอากาศออกมาได้อย่างสะดวก และหลีกเลี่ยงควรตั้งตู้เย็นไว้ใกล้แหล่งความร้อน เพราะจะทำให้ตู้เย็นทำงานหนักมากขึ้น เมื่อตู้เย็นทำงานหนักก็จะทำให้มีการใช้ไฟฟ้าในบ้านมากขึ้น และมีอีกทริคเล็ก ๆ การจัดตู้เย็นให้เป็นระเบียบ ไม่ควรยัด ๆ จะทำให้ตู้เย็นทำงานหนักแล้วเราก็จะเสียเงินหนักด้วยเช่นกัน

5.  ถอดปลั๊กไฟ

ถอดปลั๊กไฟ

อุปกรณ์ไฟฟ้าทั้งหลายที่เราใช้ทำอาหารช่วง Work from Home ไม่ว่าจะเป็นกระทะไฟฟ้า ไมโครเวฟ หรือหม้อหุงข้าว หลังใช้งานเสร็จแล้ว อย่าลืมดึงปลั๊กออกให้หมดค่ะ เพราะอุปกรณ์เหล่านี้ล้วนเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟค่อนข้างสูง หรือถ้าจะให้ดีเปลี่ยนไปใช้เตาแก๊สทดแทน หรือใช้ให้น้อยลง ก็ช่วยลดค่าไฟได้มากเลยทีเดียว

ทั้งหมดนี้ก็เป็น 5 เทคนิคการประหยัดไฟฟ้าในบ้าน ลดค่าใช้จ่าย รักษาสิ่งแวดล้อม ได้รวบรวมมาฝากกันเพื่อให้บ้านของคุณสามารถประหยัดไฟบ้านในช่วงฤดูร้อนนี้อย่างมีประสิทธิภาพ


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

วงการ AV สุดวิกฤตพระเอกหนังทั้งวงการมีแค่ 70 คน!

0

เป็นปัญหาที่พบเจอมาอย่างยาวนานและยังแก้ไม่ได้ซักทีสำหรับ วงการ AV ที่มีพระเอกน้อยเหลือเกิน ซึ่งบอกตรง ๆ ว่า มันค่อนข้างจะสวนทางกลับฝั่งของเหล่า นางเอก AV ที่มีเยอะมหาศาล ทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ ที่แทบจะ Debut กันรายวัน วันนี้ก็เลยจะมาดูว่าปัญหามันเกิดจากอะไร

วงการ AV

วงการ AV กับวิกฤตขาดแคลนดาราชาย

อุตสาหกรรมหนังโป๊ญี่ปุ่นกำลังเผชิญวิกฤตขาดแคลนนักแสดงชายที่จะเข้าฉากวาบหวิวกับดาราสาวๆ ล่าสุดหนุ่มเลือดปลาดิบผู้คร่ำหวอดในวงการหนังเอวีมานานนับสิบปีถึงกับโอดครวญว่า ทุกวันนี้เพื่อนร่วมอาชีพหาได้ยากยิ่งกว่า “เสือเบงกอล” ที่ว่าเป็นสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เสียอีก!

โดยนักแสดงหนุ่มผู้มีนามแฝงในวงการหนังผู้ใหญ่ว่า “ชิมิเค็น” (Shimiken) ซึ่งหากใครที่ดูหนัง AV อยู่เป็นประจำ ต้องคุ้นหน้าคุ้นตาเขาอยู่แล้ว เพราะนี่คือพระเอกที่ผ่านเหล่านางเอกตัว Top มาหมดเอาง่าย ๆ ว่าไล่มาตั้งแต่ในยุคของ Sora Aoi, Kiara Asuka มาจนถึงปัจจุบันอย่าง Yua Mikami หรือ Tsukasa Aoi เรียกว่าตั้งแต่ช่วงปี 2008 มาจนถึงปัจจุบันเลยก็ว่าได้

ซึ่งทางของชิมิเคนนั้นได้เผยว่า ในวงการเอวี มีนักแสดงอยู่ไม่เกิน 70 คน ที่เล่นแบบเป็นประจำ ต่อนักแสดงหญิง 10,000 คน แล้วคุณผู้อ่านลองคิดดูว่า เหล่านักแสดงชายจะต้องใช้ร่างกายหนักแค่ไหน คือง่าย ๆ คุณลองคิดว่าเวลาที่คุณทำกิจกรรมกับแฟน หรือภรรยา มันก็ค่อนข้างจะใช้พลังงาน ยิ่งวันละหลายรอบด้วย

แต่นี่เหล่านักแสดงนอกจากต้องใช้พลังงานในการทำกิจกรรม วันละหลายรอบ เขายังต้องแสดงตามบทบาทอีกต่างหาก แล้วด้วยความที่เป็นคนญี่ปุ่น ความเป็นมืออาชีพต้องบอกเลยว่า สูงปรี๊ด หากใครเคยดูรายการ เถื่อน Travel ของคุณสิงห์ วรรณสิงห์ ตอนที่ไปดูเบื้องหลังการถ่ายทำหนัง AV คุณจะเข้าใจเลยเลยว่า เขามืออาชีพขนาดไหน

สำหรับการถ่ายทำหนัง AV ต่อเดือนนั้นเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,500 เรื่อง จากค่ายหนังที่มีหลากหลายไม่ว่าจะเป็น S1 Style, Madonna หรือ E-Body แล้วก็ยังมีอีกเยอะเป็นสิบค่าย กับพระเออกเฉลี่ยประมาณ 70 คน นั่นหมายความว่าเหล่าพระเอกจะต้องแสดงกันคนละ 2-3 เรื่องต่อวัน

อ่ออย่าลืมซะล่ะว่าคำว่า 2-3 เรื่อง แต่ว่าในแต่ละเรื่องนั้น อาจจะมีพระเอกแค่คนเดียว และมักจะมีฉากเลิฟซีนอย่างน้อย ๆ 3-4 ฉาก เรียกว่าทำงานหนักมาก ๆ จึงไม่แปลกใจที่ค่ายหนังต่าง ๆ ประกาศหานักแสดงชายให้วุ่นวายไปหมด แต่การที่นักแสดงหญิงมีเยอะ นักแสดงชายมีน้อย ทั้งที่ดาราสาว ๆ นั้นมีแต่แจ่ม ๆ มันก็ต้องมีเหตุผลในตัวเองมัน และนี่คือ สิ่งที่ทำให้ชายญี่ปุ่นไม่นิยมเป็นดาราหนัง AV ครับ

วงการ AV

สาเหตุที่ชายญี่ปุ่นไม่สนใจงานที่เหมือนได้ขึ้นสวรรค์

  • การที่จะเข้าสู่วงการจะต้องผ่านการแนะนำ คืออาจจะเดินไปสมัครเลยก็ได้แหละ แต่ถ้ามีคนรู้จักมันง่ายกว่า แล้วเข้าไปแล้ว ก็เริ่มจากผู้ช่วยตากล้อง ค่อย ๆ ขยับไปเป็นตัวประกอบ ถึงจะมีโอกาสไต่เต้าไปสู่การเป็นนักแสดง แต่หากร่างกายมีปัญหาอะไรแม้แต่นิดเดียวก็อด เขาก็เลยมองว่า มันไม่คุ้มกัน
  • คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่ค่อยมั่นใจในน้องชายของตัวเอง อันนี้พูดรวมไปถึงขนาด และการตื่นตัวพร้อมเข้าฉากตลอดเวลาเลยด้วยนะ คือการถ่ายทำหนัง AV นี่เรื่องหนึ่งถ่ายเป็นวัน ๆ เลย นั่นหมายความว่าคุณต้องกระปรี่กระเปร่าเป็นเป็นเวลา 8-10 ชั่วโมงเลย อาจจะมีพักเที่ยง พักอะไรบ้าง แต่เมื่อถึงเวลาพร้อม ก็ต้องซู่ซ่า ขึ้นมา ซึ่งนั่นแหละ คุณผู้ชายเรารู้กัน
  • เป็นอาชีพที่รายได้ไม่สูง สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มอาชีพ ได้รับค่าแรงต่อเรื่องประมาณ 3,000-6,000 บาท คนที่เริ่มเก๋าหน่อยก็จะได้ประมาณ 9,000-12,000 บาท พวกมืออาชีพที่ทำมาเป็นสิบๆ ปี ได้ต่อเรื่องประมาณ 15,000 บาท มันฟังดูเยอะนะ แต่อย่าลืมว่าค่าคตรองชีพของที่นู่น เขากินข้าวที่แบบเบสิค พอดี ๆ มื้อนึงก็ 500 บาท เข้าไปแล้ว
  • วงการ AV ต้องมีระเบียบวินัยกับตัวเองสูงมาก ก่อนถ่ายทำต้องงดกิจกรรมทางเพศทั้งหมด เพราะผู้กำกับหลายคนคาดหวัง(อีกแล้ว)ว่า คุณจะต้องมีน้ำเชื้อเป็นจำนวนมากตอนถ่ายทำจริง สีควรจะข้นขาวสวยในมุมของการเป็นหนัง AV เพื่อภาพที่สวยงาม คือประมาณพรุ่งนี้มีถ่าย คืนนี้คุณไม่พักผ่อน หรือไปนู่นนี่นั่นกับแฟน แล้วตอนเช้ามาเสียงานเสียการ อันนี้ก็ไม่ได้อีก แล้วมีถ่ายแทบจะทุกวัน นั่นคือแทบจะไม่มีเวลาให้ครอบครัวเลยล่ะ
  • เรื่องของการโดนกดขี่ คือ พอเป็นดาราผู้หญิงเธอรู้อยู่แล้วว่าต้องเจอกับอะไร แต่อย่างน้อยเธอก็มีโอกาสได้เลือกดาราชาย แต่ฝั่งของผู้ชายนั้ ด้วยความที่คนน้อยมาก พวกเขาแทบจะไม่มีโอกาสได้เลือก ต้องทำทุกสิ่ง เล่นทุกบทบาท แม้ว่า บทบาทนั้นอาจจะเป็นชายรักชาย หรือตั้งใจอะไรที่มันแย่ต่อจิตใจ
  • สุดท้ายคือฝั่งของผู้ชายนั้น ไม่มีโมเดลลิ่งมาดูแลเหมือนของฝั่งผู้หญิง และนั่นหมายความว่า ต้องดิ้นรนหางานกันเอง นอกจากนี้ด้วยรายได้ที่แตกต่างจากฝั่งผู้หญิงแบบมหาศาล ก็ทำให้พวกเขาต้องหางานอื่นทำควบคู่กันไปด้วย

เป็นไงล่ะ นี่คือความจริงที่ Inzpy ไปสืบหามา จริง ๆ เรื่องนี้มันเป็นปัญหาคาราคาซังที่นานมาละ อย่างที่บอกไปในช่วงต้นว่า ดาราหญิงน่ะเยอะ มีหน้าใหม่ตลอด และหน้าเก่าก็ออกหนังไม่เคยขาด แต่ถ้าตั้งใจ แวบเดียวก็จะรู้เลยว่า ดาราผู้ชายมันแทบจะซ้ำ ๆ เดิม ๆ จำได้ จนเราก็รู้สึกอิจฉา (ทำไมมันอยู่บนสรวงสวรรค์งี้ฟะ)

แต่พอมารู้เบื้องลึก เบื้องหลัง คิดแบบตามหลักความเป็นจริง มันก็แย่อยู่เหมือนกันนะ ร่างกายต้องทำงานหนักขนาดนั้น แถมบางครั้งต้องทำอะไรที่ไม่อยากทำอีก เรียกว่า จิตใจอาจจะแตกสลาย ไปพร้อม ๆ กับร่างกายได้เลย ไหนจะเรื่องของเวลาส่วนตัวที่อาจจะขาดตกบกพร่องไป แต่ถ้าคนไทยท่านใดอยากลองไปลองดูครับ แต่อย่าลืมไปเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก่อนนะ เพราะนี่คือ คุณสมบัติแรกเลยที่เขาจะเลือก

 

Snail เพลงรักในมุมมองใหม่จากศิลปินมากความสามารถ Kim Jaehwan

0

Snail เพลงรักในมุมมองใหม่จากศิลปินมากความสามารถ Kim Jaehwan

กลับมาพร้อมผลงานเพลงใหม่อีกครั้งกับศิลปินหนุ่มมากความสามารถอย่าง Kim Jaehwan (คิมแจฮวาน) ที่มาพร้อมกับผลงานเพลงรักในมุมมองใหม่อย่างเพลง Snail

ในวันที่ 5 มิถุนายนที่ผ่านคิมแจฮวาน ได้ปล่อยผลงาน Single เพลงใหม่ล่าสุดออกมาให้แฟน ๆ ได้ติดตามกันอีกครั้ง ซึ่งเป็นการกลับมาในรอบ 6 เดือน หลังจากที่ได้ปล่อยผลงาน Mini Album “The Letter” ออกมาในช่วงเดือนธันวาคมปี 2021

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 김재환 (@jaehwan0527)

สำหรับเพลงนี้เป็นเพลงฟังสบาย ๆ ในสไตล์ดนตรีที่โดดเด่นด้วยเสียงกีตาร์อคูสติก ที่มาพร้อมกับเพลงนุ่ม ๆ ของแจฮวาน โดยเพลงนี้เป็นผลงานการเขียนเนื้อร้องและเรียบเรียงโดย ซอยองแบ Producer ชื่อดังของเกาหลี

สำหรับความหมายของเพลง Snail เป็นการเปรียบเทียบคนคนหนึ่งกับหอยทาก ที่ตั้งใจจะเป็นคนที่ดีขึ้นเพื่อคนที่ตัวเองรัก ถึงแม้ว่าอาจจะค่อย ๆ ทำไปแบบช้า ๆ แต่ก็จะเป็นคนที่ดีขึ้นแน่ ๆ และมีความตั้งใจที่จะทำอย่างแน่วแน่ เหมือนกับการเคลื่อนไหวของหอยทาก ที่ถึงแม้จะเคลื่อนตัวได้อย่างช้า ๆ แต่ก็เต็มไปด้วยความมั่นคงและแน่วแน่ที่จะก้าวไปข้างหน้า

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 김재환 (@jaehwan0527)

คิมแจฮวาน เกิดเมื่อวันจันทร์ที่ 27 พฤษภาคม 1996 เป็นศิลปินภายใต้สังกัด Swing Entertainment ที่เคยฝากผลงานและการพิสูจน์ความสามารถของเขาไว้มากมายไม่ว่าจะเป็นในรายการ Audition อย่าง Korea’s Got Talent 2 | Vocal War: God’s Voice

และรายการที่สร้างจุดเปลี่ยนในการเป็นนักร้องของเขานั้นก็คือ Produce101 Season 2 ซึ่งแจฮวานก็เป็นหนึ่งในผู้ชนะของรายการและได้ Debut กับวง Project Boy Group สุดฮอตอย่าง Wanna One ด้วย ปัจจุบันแจฮวานเป็นศิลปินเดี่ยวที่ผลงาน Mini Album กว่า 4 Album ด้วยกัน นั้นก็คือ [1st] Another | [2nd] MOMENT |
[3rd] CHANGE | [4th] THE LETTER และผลงานเพลง Single อีกมากมาย

Kim Jaehwan - Snail

สำหรับผลงานเพลง ​​Snail ของ Kim Jaehwan (คิมแจฮวาน) สามารถรับฟังและชม Music Vodeo ได้แล้วผ่านช่องทาง YouTube และทุก Platform Streaming เลยนะ 🙂

ขอขอบคุณข้อมูล : hallyukstar.com