Home Blog Page 1012

รวม 8 ออยล์บำรุงผม ให้ผมนุ่มสลวยตั้งแต่โคนจนถึงปลาย

0

รวม 8 ออยล์บำรุงผม เพื่อผมนุ่มสลวยตั้งแต่โคนจนถึงปลาย

ออยล์บำรุงผม อีกหนึ่งไอเทมสำคัญของคนที่รักเส้นผมเลย เพราะออยล์บำรุงผมจะช่วยลดปัญหาผมเสียแห้งแตกชี้ฟู ซึ่งเกิดจากสารเคมี ความร้อน มลภาวะทางอากาศ รวมถึงแสงแดด ปัจจัยเหล่านี้ก็ถือเป็นอีกสิ่งสำคัญที่ทำให้ผมของหลาย ๆ คนแห้งเสีย หยาบกร้าน Inzpy จึงมี 8 ออยล์บำรุงผมคุณภาพแน่นมาฝากกัน จะมีตัวไหนบ้างตามมาดูกันเลย

  • L’OREAL PARIS ELSEVE Extraordinary Oil

Hair Oil ออยล์บำรุงผม

ออยล์บำรุงผมตัวฮิตจากแบรนด์ L’OREAL PARIS ด้วยส่วนผสมของน้ำมันสกัดจากดอกไม้ 6 ชนิด คือ โลตัส ซันฟลาวเวอร์ คาโมบาย ลินซีด โรส เทียเร่ ที่มีมาให้เลือกถึง 3 สูตรด้วยกัน คือสำหรับผมทำสี สูตรสำหรับผมธรรมดาขผมแห้ง และสูตรสุดท้ายสำหรับผมแห้งเสียมาก เนื้อออยล์บางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ

  • Yves Rocher BHC V2 Reparation Anti Breakage Serum

Hair Oil ออยล์บำรุงผม

Serum บำรุงผมสูตรเข้มข้น ด้วยคุณค่าส่วนผสมจาก Jojoba Oil ที่มีคุณสมบัติในการช่วยฟื้นฟูเส้นผม พร้อมปกป้องความร้อนจากอุปกรณ์จัดแต่งทรงผม ช่วยให้ผมนุ่มลื่น สุขภาพแข็งแรง เงางามอย่างเป็นธรรมชาติ จากแบรนด์ Yves Rocher แบรนด์ที่มีเชี่ยวชาญเกี่ยวกับพฤกษาพรรณมากกว่า 50 ปี

  • Oriental Princess Cuticle Professional

Hair Oil ออยล์บำรุงผม

เจลวิตามินบำรุงเส้นผมสูตรสำหรับซ่อมแซมและฟื้นฟูผมแห้งเสีย จากแสงแดด ความร้อนจากอุปกรณ์จัดแต่งทรงผม และสารเคมี สาเหตุที่ทำให้ผมขาดความเรียบลื่น ด้วยเทคโนโลยี Natural Keratin Repair Plus E ช่วยดูแลเส้นผมที่ถูกทำลายถึงโครงสร้างชั้นใน (Cortex) ให้แข็งแรงตั้งแต่รากผมจรดปลายเส้นผม พร้อม D-Panthenol โปรวิตามินบี 5 ช่วยปกป้องเส้นผมจากการทำลายของแสงแดด และด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ Camellia Oil ที่มีส่วนประกอบของ Oleic acid ซึ่งทำหน้าที่อุ้มน้ำในโครงสร้างของเส้นผม คืนความชุ่มชื่นให้กับเส้นผมที่แห้งเสียแตกปลาย ช่วยให้ผมที่แห้งเสียกลับมาเงางาม และมีชีวิตชีวา

  • Gisou Honey Infused Hair Oil

Hair Oil

ออยล์บำรุงผม ที่อุดมไปด้วยสารสกัดของน้ำผึ้งจากสวนผึ้งของครอบครัวเจ้าของแบรนด์ Negin Mirsalehi ซึ่งมีส่วนผสมของแร่ธาตุ กรดอะมิโน และสารต้านอนุมูลอิสระ ที่คิดค้นขึ้นเพื่อสร้าง และซ่อมแซมเส้นผม ส่วนประกอบสำคัญอื่น ๆ เช่น น้ำมันมะพร้าว และน้ำมันอัลมอนด์ ซึ่งล้วนมีคุณสมบัติในการช่วยรักษาความชุ่มชื่น แบบเป็นธรรมชาติของเส้นผม พร้อมส่งผลให้เส้นผมมีสุขภาพที่ดีขึ้น

  • Mise En Scène Perfect Serum Original

Hair Oil ออยล์บำรุงผม

เซรั่มบำรุงผมสูตรเข้มข้นจากแบรนด์ Mise En Scène ที่ช่วยฟื้นบำรุงผมด้วยสารสกัดน้ำมันธรรมชาติ 7 ชนิด Argan Oil / Camellia Oil / Coconut Oil / Apricot Oil / Marula Oil / Jojoba Oil / Olive Oil ที่จะช่วยบำรุงให้ผมนุ่มสลวยใน 3 วัน ลดความหยาบกร้านแตกปลาย และชี้ฟูของเส้นผม ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผมดูเงางามไม่พันกัน

  • Kérastas Elixir Ultime L’Huile Originale Oil

Hair Oil

ออยล์บำรุงผม จากแบรนด์ Kérastas ที่ผสานคุณค่าโอลิโอ-คอมเพล็กซ์ ช่วยปกป้องความร้อนจากการเป่าไดร์ ลดการเกิดไฟฟ้าสถิต มอบความชุ่มชื้นและความแข็งแรงแก่เส้นผม บำรุงดูแลปลายผมที่แห้งแตก ให้ดูนุ่มชุ่มชื้นและดูเงางาม เหมาะสำหรับผมแห้งเล็กน้อย

  • สลิน เฮิร์บ SALIN HERB Silky Hair Coat

Hair Oil

แฮร์โค้ทบำรุงผมสูตรเข้มข้น มีส่วนผสมจากน้ำมันธรรมชาติอย่าง Jojoba Oil ที่ช่วยบำรุงให้ผมนุ่ม เงางาม ลดการแตกปลาย และยังมีส่วนผสมของวิตามินอี ที่ช่วยลดปัญหาผมแห้งเสีย ปกป้องผมจากความร้อน และวิตามินบี 5 ที่ช่วยฟื้นฟูเส้นผมที่ชี้ฟูให้กลับมามีน้ำหนัก ดูสุขภาพดี

  • L’occitane Aromachologie Repairing Oil

Hair Oil

ออล์บำรุงผม จากแบรนด์ L’occitane ที่ช่วยบำรุงผมแห้งเสียถึงแห้งเสียมาก จากน้ำมันหอมระเหย 5 ชนิด รวมถึงคุณค่าจากน้ำมันอัลมอนด์หวาน วิตามินต่าง ๆ และโอเมก้า 9 รวมถึงเอสเซนเชียลออยล์ที่มีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูสภาพผม ให้ดูมีประกายเงางามสุขภาพดี มาพร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของโรสแมรี่และลาเวนเดอร์ที่จะทำให้กลิ่นหอมติดเส้นผมอีกด้วย

เป็นยังไงกันบ้างกับ 8 ออยล์บำรุงผม ที่เราเอามาฝากกัน หวังว่าจะถูกใจคนที่กำลังหาไอเทมบำรุงผมกันอยู่นะ แล้วคราวหน้า Inzpy จะมีไอเทมความสวยความงามอะไรมาฝากเพื่อน ๆ กันอีก อย่าลืมติดตามให้ดีนะ 🙂

Allure Céleste จิวเวลรี่ชั้นสูงจาก “Chanel”

ถ้าหากจะพูดถึงคำว่า “จิวเวลรี่” แล้วนั้น ทุกคนน่าจะจินตนาการและเห็นภาพเป็นสิ่งเดียวกันอย่างแน่นอนนั่นก็คือ เครื่องประดับที่เข้ามาเพื่อเติมเต็มและแต่งแต้มความสวยงามให้กับหญิงสาว นับว่าเป็นไอเทมแฟชั่นสำคัญอย่างหนึ่งที่อยู่คู่กับวงการแฟชั่นและเป็นของคู่กายหญิงสาวมาอย่างยาวนาน ซึ่งแบรนด์ไฮเอนด์ฝรั่งเศสระดับตำนานอย่าง Chanel ก็เป็นอีกหนึ่งแบรนด์เก่าแก่ของโลก ที่ได้ทำการรังสรรค์คอลเลกชันจิวเวลรี่อันโดดเด่น และน่าสนใจออกมาให้เราได้ทึ่งและประทับใจอยู่เสมอตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Chanel
Cr.photo ; ©Collection Schall / Roger Schall & countryandtownhouse.co.uk

ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมห้องเสื้อระดับโลกแห่งนี้กลายเป็นที่รู้จักในแวดวงจิวเวลรี่อย่างแพร่หลายและแข็งแกร่ง เพราะจิวเวลรี่แต่ละชิ้นจากแบรนด์นั้น สามารถสะท้อนความยอดเยี่ยมของจิวเวลรี่ชั้นสูงแสนวิจิตรตระการตาออกมาได้อย่างไร้ที่ติ โดยวงการแฟชั่นยกย่องให้ Coco Chanel เป็นผู้สร้างบรรทัดฐานและนิยามของจิวเวลรี่ขึ้นไปอีกระดับ

ย้อนกลับไปในช่วงปลายยุค 1920s ผลกระทบจาก “Great Depression” หรือภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่ ทำให้ผู้คนโหยหาความรุ่งเรืองที่เคยได้สัมผัสในสมัยอดีตก่อนยุคสงคราม ในขณะที่โลกค่อย ๆ ฟื้นคืนความหวัง ในปี 1932 จึงเป็นช่วงเวลาเหมาะในการเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง โดย London Diamond Corporation (สมาพันธ์เพชรแห่งกรุงลอนดอน) เกิดไอเดียบรรเจิดในการสร้างความคึกคัก ทั้งยังต้องการฟื้นฟูตลาดค้าเพชรให้กลับมารุ่งเรืองอีกครั้ง

โดยได้ตัดสินใจทำการทาบทาม Grabrille Chanel แฟชั่นดีไซเนอร์หญิงระดับตัวแม่ หญิงมากความสามารถที่ได้รับการยกย่องจากสื่อต่างประเทศว่า เป็นผู้ที่ออกแบบคอสตูมจิวเวลรี่ได้สวยงามยิ่งกว่าเครื่องประดับจริง ซึ่งเธอกำลังมีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมากในยุคนั้น เพื่อให้เธอช่วยสร้างสรรค์ผลงานโปรโมตอัญมณีอันล้ำค่าของพวกเขา

Chanel
Cr.photo ; lofficielthailand.com

ซึ่งในเดือนพฤศจิกายน 1932 นั้นเอง กาเบรียล ชาเนล ได้รังสรรค์คอลเลกชัน High Jewelry (ไฮจิวเวลรี่) เป็นครั้งแรกของโลกขึ้นมา โดยใช้ชื่อว่า ‘Bijoux de Diamants’ ซึ่งภายในคอลเลกชันนี้ เธอตั้งใจสร้างสรรค์เครื่องประดับอัญมณีทั้งหมด ที่สามารถสะท้อนการมอบอิสระในการเคลื่อนไหวไปพร้อม ๆ กับการมอบความสวยงามอันเลอค่าให้กับหญิงสาว

ซึ่งนับว่าเป็นคอลเลกชันที่สามารถฟื้นฟูอุตสาหกรรมจิวเวลรี่ในยุคนั้น ด้วยแรงบันดาลใจอันน่าทึ่งในเรื่องความสวยงามของดวงดาวและความรัก โดย กาเบรียล ชาเนล ได้ตีความหมายภาพความสวยงามเหล่านั้นให้กลายเป็นจิวเวลรี่ที่มีดีไซน์เกี่ยวข้องกับฝนดาวตก อันเป็นบทสรุปของความรัก ความหลงใหลที่เธอมีต่อความงามและชีวิตอันเปล่งประกายเช่นเดียวกับแสงสะท้อนระยิบระยับจากเครื่องประดับอันเลอค่า

Chanel
Cr.photo ; ellethailand.com

คอลเลกชัน ‘Bijoux de Diamants’ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากคืนหนึ่งในฤดูร้อนที่กรุงปารีส ในขณะที่ท้องฟ้ามืดสนิท มีเพียงแสงส่องสว่างจากพระจันทร์เสี้ยว และดวงดาวที่เปล่งประกายราวกับเพชรระยิบระยับ ที่ล่องลอยอยู่บนฟากฟ้า ทำให้ กาเบรียล ชาเนล เกิดความคิดอันสร้างสรรค์ในการออกแบบเครื่องประดับ ที่สามารถคลุมผิวกายและเส้นผมของหญิงสาวด้วยฝนดาวตก ไปพร้อม ๆ กับพระจันทร์เสี้ยวที่ส่องสว่างแข่งกับดวงอาทิตย์ที่ลุกโชน

นับว่าเป็นการแสดงออกถึงสไตล์และความคิดสร้างสรรค์แบบเฉพาะตัวเป็นอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการนำหลักการของการทำเสื้อผ้า โอต์ กูตูร์ มาประยุกต์ใช้กับเครื่องประดับชั้นสูงได้อย่างน่าทึ่งอีกด้วย ซึ่งไม่มีช่างจิวเวลรี่คนไหนในยุคนั้นทำได้แบบเธอมาก่อน

Chanel
cr.photo ; countryandtownhouse.co.uk

โดยเธอใช้วิธีการเน้นที่รูปทรงในการออกแบบ เพื่อสร้างสรรค์ลุคในแบบที่ต้องการ เสริมความสมบูรณ์แบบของเพชรด้วยความเรียบง่าย โดยไม่อาศัยการตกแต่งใด ๆ เพิ่มเติม ไม่จำเป็นต้องพึ่งเทคนิคการฝังเสียด้วยซ้ำ แต่เน้นการเจียระไนแบบคลาสสิกทั้งเพชรสีขาวและสีเหลืองที่ประดับลงบนตัวเรือนแพลทินัมและเยลโลว์โกลด์

ที่ออกแบบมาเพื่อการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน ซึ่งในบรรดาผลงาน 50 ชิ้น มีผลงาน 22 ชิ้นที่นำเสนอในธีมท้องฟ้า โดยสามารถนำมาเรียงต่อกันเป็นแผนที่ท้องฟ้า ที่ปกคลุมไปด้วยดาวหาง ดวงจันทร์​และดวงอาทิตย์ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้ “Bijoux de Diamants” เป็นเหมือนหลักฐานแห่งการปฏิวัติวงการจิวเวลรี่ของโลกเลยก็ว่าได้

Cr.photo ; vogue.co.th

เวลาได้ล่วงเลยมากว่า 90 ปี มุมมองของเธอยังคงทันสมัยอย่างเหลือเชื่อ ซึ่งแบรนด์ Chanel ในวันนี้ก็พร้อมแล้วที่จะเขียนนิยามบทใหม่ให้กับคอลเลกชันสุดพิเศษนี้ โดยสตูดิโอจิวเวลรี่ของชาเนลนำแรงบันดาลใจจาก ‘Bijoux de Diamants’ มาสร้างสรรค์เป็นเรื่องราวใหม่ผ่านคอลเลกชันที่ใช้ชื่อว่า ‘1932’ Patrice Leguéreau โดยยังคงยึดมั่นการออกแบบในธีมท้องฟ้า ความบริสุทธิ์ของเส้นสายที่อ่อนช้อย และเสรีภาพของร่างกายเวลาสวมใส่

โดยมีสร้อยคอ Allure Céleste หนึ่งในผลงานชิ้นเอกของคอลเลกชันนี้ สร้างความโดดเด่นสะกดทุกสายตาชวนให้เราหวนนึกถึงความยอดเยี่ยมไร้ที่ติ ของจุดเริ่มต้นที่ กาเบรียล ชาเนล รังสรรค์ไว้ตั้งแต่ปี 1932 ซึ่งก็คือการเดินทางของแสงที่เล็ดลอดออกมาจากดวงดาว เชื่อมโยงกันในความเวิ้งว้างของท้องฟ้า ที่สะท้อนความหมายผ่านเครื่องประดับสุดหรู ตกแต่งด้วยเพชรกลมน้ำงามจำนวนไม่น้อย

Cr.photo ; lofficielthailand.com

ทั้งยังประดับไปด้วยแซฟไฟร์ทรงรีสีน้ำเงินเข้มน้ำหนักพิเศษ 55.55 กะรัต และเพชรทรงลูกแพร์ชนิด IIa DFL น้ำหนัก 8.05 กะรัต ที่เปล่งประกายความงามอันโดดเด่นไม่เหมือนใคร ยิ่งไปกว่านั้นเพชรที่รายล้อมเหล่านี้ ยังสามารถถอดแยกชิ้นส่วนออกเป็นเครื่องประดับสุดหรูหราได้อีกหลายชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเข็มกลัดอันมีเอกลักษณ์ เช่นเดียวกับเพชรแถวกลางที่สามารถนำมาประยุกต์สวมเป็นสร้อยข้อมือ หรือกระทั่งสามารถเปลี่ยนเป็นสร้อยคอสั้นได้อีกด้วย นับว่าเป็นผลงานที่รังสรรค์ขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อยกย่องแนวคิดอันสร้างสรรค์ของ กาเบรียล ชาเนล ที่ต้องการให้ผู้หญิงสวมใส่เครื่องประดับได้ดั่งใจ โดยถูกปกคลุมไปด้วยกลุ่มดวงดาวระยิบระยับสวยงามอันน่าหลงใหล

Cr.photo ; vogue.co.th

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคนกับเครื่องประดับสุดหรูหรา คอลเลกชันล่าสุดจากแบรนด์ระดับโลกเก่าแก่อย่างแบรนด์ Chanel ที่เชื่อว่าถ้าทุกคนได้เห็น จะต้องตกหลุมรักและหลงใหลไปกับความงดงามสะกดทุกสายตา ไร้ที่ติอย่างปฏิเสธไม่ได้เลยค่ะ นับว่าเป็นคอลเลกชันเครื่องประดับที่ได้ถูกนำมาทำใหม่ ภายใต้แรงบันดาลใจอันสร้างสรรค์ ส่วนใครที่ชื่นชอบเครื่องประดับและนาฬิกาเป็นพิเศษ สามารถติดตามสาระความรู้และความบันเทิงได้ที่ Inzpy ที่จะมีบทความที่น่าสนใจมาฝากทุกคนอีกเพียบ รอชมกันได้เลยค่ะ

6 เคล็ดลับกำจัดขนหมออ้อย พร้อมใส่บิกินี่ตัวโปรดแบบแซ่บ ๆ

0

6 เคล็ดลับกำจัดขนหมออ้อย พร้อมใส่บิกินี่ตัวโปรดแบบแซ่บ ๆ

เคล็ด(ไม่)ลับ "แก้ก้นดำ"

6 เคล็ดลับกำจัดขนหมออ้อย… เรื่องของขนหมออ้อยเนี่ย นับเป็นปัญหาใหญ่ของสาว ๆ ยุคนี้เลยก็ว่าได้เนอะ จะปล่อยไว้เป็นป่ารกรุงรังก็ไม่ได้ เกิดวันไหนอยากใส่บิกินีขึ้นมาแล้วน้องดันโผล่มาจ๊ะเอ๋เนี่ยแย่เลยนะ แต่การที่จะกำจัดขนหมออ้อยออกไปมันก็มีปัญหาตามมาอยู่ ไหนจะปัญหาเรื่องคันยุบยิบ หรือขนคุด เดี๋ยววันนี้ Inzpy จะมาเผย 6 เคล็ดลับกำจัดขนหมออ้อย ให้คุณสาว ๆ ใส่บิกินีกันแบบมั่นใจ แถมไม่คันยุบยิบ ๆ ไปดูกันเลย

เคล็ดลับกำจัดขนหมออ้อย

1.โกน 

6 เคล็ดลับกำจัดขนหมออ้อย

ก่อนจะโกน แนะนำให้ตัดก่อนนะคะ เริ่มจากใช้กรรไกรเล็มก่อน แล้วใช้ครีมกำจัดขน ฟอกสบู่ หรือทำให้ขนเปียกก่อนโกนด้วย จะช่วยให้โกนง่ายขึ้น และลดแรงเสียดสีระหว่างผิวหนังกับใบมีดโกน ที่เป็นสาเหตุของอาการคันยิบ ๆ ดังนั้นให้ทำตามที่เราแนะนำก่อนจะโกนนะคะ จะได้ไม่เกิดอาการระคายเคืองและคันในภายหลัง

และอีกอย่างที่เป็นพื้นฐานของการโกนเลย คือเรื่องของใบมีดค่ะ เลือกใบมีดดี ๆ ไม่เช่นนั้นอาจจะโดนบาดได้ ทำให้เกิดการบาดเจ็บ แถมน้องสาวของเราเป็นแผลอีก ต้องเลือกใบมีดโกนดี ๆ เลย เซฟความปลอดภัยไว้ด้วยค่า

2.แว็กซ์ 

6 เคล็ดลับกำจัดขนหมออ้อย

อันนี้อาจจะเจ็บหน่อยนะคะสาว ๆ อาจจะดูทรมานไปหน่อย แต่วิธีนี้มีข้อดีตรงที่กำจัดถึงรากถึงโคน ขนขึ้นใหม่ช้าลง และขนที่ขึ้นมาใหม่ก็ไม่เป็นตอแข็ง ๆ แต่แว็กซ์ก็มีอยู่ด้วยกันหลายแบบ มีให้เลือกทั้งแบบร้อนและแบบเย็น มีทั้งแบบแผ่นแว็กซ์และแบบครีมแว็กซ์ ข้อนี้หลังแว็กซ์แล้วให้หาว่านหางจระเข้มาบำรุงด้วยนะคะ จะได้บรรเทาอาการคันและระคายเคืองได้

3.เลเซอร์กำจัดขน

6 เคล็ดลับกำจัดขนหมออ้อย

วิธีนี้เป็นวิธีกำจัดขนและไม่ให้ขนขึ้นมาใหม่แบบถาวรเลย แต่มีข้อเสียอย่างคือ ราคาสูง ใช้งบเยอะหน่อย แต่ถ้าใครอยากกำจัดขนหมออ้อยแบบถาวรเลย ก็แนะนำวิธีนี้ เจ็บแต่จบ…

เลเซอร์บิกินี เป็นหนึ่งในวิธีการกำจัดขนด้วยการใช้คลื่นพลังงานเลเซอร์ โดยจะแบ่งออกได้เป็น 2 แบบคือ Bikini Line และ Whole Bikini ซึ่งทั้ง 2 วิธีจะแตกต่างกันบริเวณที่ทำ Bikini Line จะเป็นการกำจัดขนด้วยเลเซอร์บริเวณขอบบิกินี่ ทำให้ขนไม่แพลมออกมา ส่วน Whole Bikini เป็นการกำจัดขนบริเวณจุดซ่อนเร้นทั้งหมด ซึ่งมีประโยชน์ตรงที่ทำให้ดูแลรักษาความสะอาดได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องขนแพลมออกมาเวลาที่ใส่ชุดบิกินี

4.จัดแต่งทรง

6 เคล็ดลับกำจัดขนหมออ้อย

สำหรับใครที่ไม่อยากโกนออกหมด ไม่อยากโล้นจนเกินไป เราก็อาจจะโกนเฉพาะบริเวณง่ามขา กับตัดแต่งเล็ม ๆ ออกเพิ่มเติมได้ค่ะ ตัดพอไม่ให้รก และไม่โผล่มาทักทายเวลาเราใส่บิกินีก็พอ วิธีนี้เป็นอีกวิธีที่ง่าย สะดวกและรวดเร็ว ที่สำคัญประหยัดงบด้วยค่ะ

5.ทาน้ำมันธรรมชาติ

วิธีนี้เป็นเคล็ดลับในการป้องกันการระคายเคือง หลังจากที่เราโกน แว็กซ์ หรือเลเซอร์เสร็จแล้วค่ะ น้ำมันธรรมชาติ นอกจากจะช่วยลดอาการระคายเคือง ยังช่วยให้ผิวของน้องสาวเนียนนุ่ม ไม่อักเสบ ไม่คัน แถมช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ด้วย

6.ดูแลด้วยมอยส์เจอไรเซอร์

วิธีนี้เป็นอีกหนึ่งวิธีที่สาว ๆ ควรทำหลังกำจัดขนหมออ้อยเสร็จ เพราะถ้าหากว่าน้องสาวของเราขาดความชุ่มชื้น บอกเลยว่าอาจจะเกิดอาการคันหนักมากเลยนะคะ เราจึงควรดูแลน้องสาวของเราให้ชุ่มชื้นด้วยการหามอยส์เจอไรเซอร์มาบำรุงเป็นประจำด้วยนะคะ

อย่าลืมนะคะว่านอกจากเรื่องของความสวยงามของน้องสาวแล้ว ความสะอาดก็เป็นอีกเรื่องที่สำคัญมาก ๆ หมั่นทำความสะอาด ไม่ให้น้องสาวมีกลิ่นหรืออับชื้น เช็ดซับด้วยกระดาษทิชชูหลังทำธุระเสร็จทุกครั้ง และทามอยส์เจอไรเซอร์หรือครีมบำรุงด้วยนะ สำหรับวันนี้เราก็ต้องขอลาไปก่อน แล้วพบกันใหม่คอนเทนต์หน้านะคะ บายยยยย…

แนะนำร้านอาหารอร่อยในบึงกาฬ “ครัวบึงงาม รีสอร์ท”

แนะนำร้านอาหารอร่อยในบึงกาฬ “ครัวบึงงาม รีสอร์ท”

สวัสดีค่ะทุกคนนนน ช่วงนี้สายมูกำลังมาแรง โดยเฉพาะช่วงนี้ กระแสถ้ำนาคา จังหวัดบึงกาฬ กำลังมาแรงสุด ๆ เลยล่ะค่ะ เมื่อครั้งที่แล้วเราได้แนะนำร้าน VT แหนมเนืองที่อุดรไปแล้ว ครั้งนี้เราเลยมาแนะนำอีกหนึ่งร้านอาหารอร่อย ๆ ที่บึงกาฬกัน ใครที่มาสักการะที่ถ้ำนาคา ลองแวะมาทานที่ร้านนี้ได้ ที่นี่มีชื่อว่า “ครัวบึงงาม รีสอร์ท” นะคะ

ครัวบึงงาม
ร้านอาหารครัวบึงงาม อยู่แถวบึงโขงหลง ไม่ไกลจากจุดขึ้นถ้ำนาคามากนัก เราจะแปะพิกัดไว้ให้ด้านล่างนะคะ บรรยากาศที่ร้านนี้ ร้านค่อนข้างกว้างขวาง มีที่จอดรถเยอะ ที่นั่งในร้านแบ่งออกเป็น 2 โซน ทั้ง Indoor และ Outdoor มีที่นั่งให้เลือกค่อนข้างเยอะนะคะ โซนด้านนอก สามารถเลือกที่นั่งในร้านแบบธรรมดาก็ได้ นอกจากนี้ยังมีที่นั่งแบบร่มรื่นในโซนสวน ด้านหน้าทางเข้ามีการจัดแต่งให้เป็นน้ำตกจำลอง หรือไปนั่งชมวิวชิล ๆ บนดาดฟ้าก็ได้อีกเช่นกัน บรรยากาศดีทุกโซนเลยค่ะ

 

มาดูในส่วนของอาหารกัน ที่นี่จะมีบริการอาหารเป็นอาหารไทย มาดูเมนูที่เราสั่งมาทานกันในวันนี้ค่ะ
มาเริ่มกันที่ 2 เมนูแรก ยำวุ้นเส้นหมูสับ กับเอ็นข้อไก่ทอด เมนูแบบเบสิก ยำวุ้นเส้นทำออกมาได้อร่อยครบรส กำลังดีไม่เผ็ดจนเกินไป ส่วนเอ็นข้อไก่ทอด ก็ทอดมาร้อน ๆ กรุบกรอบ อร่อยค่ะ

เมนูถัดมาคือส้มตำปูปลาร้า เส้นมาแบบกรุบกรอบ ตำได้รสจัด น้ำปลาร้าหอมนัว แบบสไตล์อีสานแท้ ๆ อร่อยค่ะ มารัว ๆ ต่อด้วยยำถั่วพู อันนี้รสชาติกลาง ๆ แต่จะต่างกับที่เราเคยกินนะคะ ที่นี่เค้ายำออกมาเหมือนยำปกติ ไม่มีใส่พริกเผา

ครัวบึงงาม

จานต่อมา เป็นจานที่เราค่อนข้างชอบเลยค่ะ เมนูปลานิลนึ่งซีอิ๊ว เมนูนี้ทำออกมาได้ค่อนข้างอร่อยดี ปลาสด นึ่งซีอิ๊วมาแบบหอม ๆ รสชาติเค็มกำลังดี ทานคู่กับผักที่ใส่มาด้วย อร่อยลงตัว ต้องไปลองนะคะ

ครัวบึงงาม

ห่อหมกทะเลมะพร้าวอ่อน เมนูนี้เป็นเมนูแนะนำของทางร้าน และต้องบอกว่ารสชาติอร่อย สมกับเป็นเมนูแนะนำค่ะ เครื่องห่อหมกใส่มาแบบจัดเต็ม รสชาติหอม มัน กำลังดี เป็นอีกหนึ่งเมนูที่เราคิดว่าต้องห้ามพลาดเลยค่ะ

สองเมนูสุดท้าย คือเมนู ลาบปลาคัง และต้มแซ่บขาไก่ ทั้ง 2 เมนูนี้ ทำออกมาได้รสชาติค่อนข้างจัดจ้าน เผ็ด เปรี้ยว แซ่บ อร่อยคล่องคอ ใครที่ทานรสจัด แบบเผ็ดแล้วตื่น ต้องถูกใจทั้ง 2 เมนูนี้เลยค่ะ

ที่ “ครัวบึงงาม รีสอร์ท” ที่นี่นอกจากจะมีบริการร้านอาหารแล้ว ก็ยังมีบริการห้องพัก ห้องประชุม นอกจากนี้ถ้าใครอยากมานั่งเล่น ๆ จิบกาแฟ ที่นี่ก็มีบริการในส่วนของคาเฟ่อีกด้วยนะคะ ใครที่แวะมาบึงกาฬ ยังหาร้านอาหารที่น่าสนใจไม่ได้ ก็อย่าลืมเก็บที่นี่ไว้เป็นหนึ่งในตัวเลือกได้เลยค่ะ

พิกัด : https://goo.gl/maps/iWbBrYwfDHumtNsH9
โทร : 086-221-4262 / 080-197-9409
เวลาเปิด-ปิด : 09.00-22.00 น.

ไอเดียแต่งห้องนอนพาสเทลสายหวาน สุดน่ารัก!!

0

ไอเดียแต่งห้องนอนพาสเทลสายหวาน สุดน่ารัก!!

Pastel ไอเดียแต่งห้องนอนพาสเทลสายหวาน สุดน่ารัก ด้วยการดีไซน์ห้องนอนให้เป็นสีชมพูตอนรับเดือนแห่งความรัก กำลังเริ่มจะเข้าในช่วงเทศกาลเลยก็ว่าได้ วันนี้ Inzpy ได้นำไอเดียมาเอาใจสาว ๆ สายหวาน เรียบร้อย น่ารัก กับมุมห้องนอนสุดโปรดกับสีแต่งห้องหวาน ๆ ว่ามีเทรนด์การแต่งห้องยังไงบ้าง จะโดนใจสาว ๆ ขนาดไหน ตามไปดูกันเลยจ้า

Pastel

การทำผนังห้องนอนเป็นสีชมพู

การทำผนังห้องนอนสีชมพูพาสเทลคุมโทนหลัก ทำให้ผนังห้องเป็นโทนสีสายหวานมินิมอลหวาน ๆ โทนอ่อน เป็นการเปลี่ยนมู้ดโทนสีให้ความรู้สึกอ่อนหวาน เรียบร้อย น่ารัก น่าทะนุถนอม หรือ จะสลับทาผนังกับสีอื่นก้ได้ ก็คลาสสิกไปอีกแบบ

การใช้เฟอร์นิเจอร์สีชมพู

การตกแต่งห้องนอนให้เป็นเฟอร์นิเจอร์สีชมพูพาสเทล ก็จะวิ้งวับไปเลยะแม่ ! ช่วยเพิ่ม layer ความน่ารักของห้องไปอีก อาจจะแต่งห้องเป็นสีขาว แต่ใช้เฟอร์นิเจอร์สีชมพู อย่างเก้าอี้โต๊ะแต่งหน้า หรือ โซฟา ไปในเฉดสีโทนเดียวกัน สลับตัดกันให้ความโดดเด่นกับอุปกรณ์ตกแต่งก็สวยไปอีกแบบนะแม่

Pastel

เลือกผ้าปูที่นอนแบบพาสเทล

การเลือกสีผ้าปูที่นอนแบบผ้าสีพาสเทล เป็นเรื่องสำคัญอีกอย่างที่สาว ๆ หลาย ๆ คนให้ความสำคัญในการจัดห้องนอนให้มีความเป็นผู้หญิงแต่แฝงกลิ่นอายแบบสไตล์มินิมอล ก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อนในการจัดห้องนอน การเลือกลายผ้าปูก็เป็นไอเทมสุดจี๊ด ที่สาว ๆ ก็ให้ความสำคัญไม่แพ้กันเพื่อให้เข้าโทนสีห้องนอนนั้นเอง

Pastel

การเพิ่มสีโทนเย็น

การเพิ่มสีโทนเย็นโดยใช้โทนสีชมพูพาสเทลก็หวานไปหน่อยล่ะ เราก็เลยแนะนำการจับโทนสีมาผสมกันให้เป็นแนวสีโทนเย็น ๆ อย่างสีเขียวเข้ม เขียวอ่อน สีครีม และ สีขาว ให้มาตัดกัน อย่าง ผนังห้องนอนสีขาว ผ้าปูที่นอนสีชมพู ก็ให้ความรู้สึกเรียบ ๆ แต่ดูสบายตา และ อบอุ่นอีกด้วย

เพิ่มดีไซน์ความหรูหรา

การเพิ่มดีไซน์ความหรูหรา ก็ต้องแต่งด้วยโทนเรียบ ๆ แต่ให้ความมินิมอลเรียบแต่ดูดี แนะนำการแต่งห้องแบบตัดกับสีทอง อย่างเฟอร์นิเจอร์ ไม่ว่าจะเป็นเก้าอี้ โต๊ะกระจกเครื่องแป้ง  ก็ช่วยเพิ่มให้ห้องนอนมีความรู้สึกไฮโซดูดีขึ้นมาเลยล่ะ หรือ จะใช้โทนสีดำ ตัดกับสีชมพูก็จะดูดุดัน เรียบแต่มีสไตล์ไปอีกแบบเลยล่ะ

ทั้งหมดนี้เป็นไอเดียในการแต่งห้อง Pastel ตามความชอบฉบับสาว ๆ สายหวาน ที่อยากจะมีโมเมนต์ห้องนอนของแต่ละคนแบบไหนก็ลองเอาไป Mix and Match กันเลยน้า ว่าจะดีไซน์ให้ออกมาเป็นแบบไหนจะดูดี ดูหรู ดูแพง จะจึ้ง! กันขนาดไหนลองไปจัดห้องกันดูน้าา

สุดยอดไอเทมปราบผมเสีย ให้ผมกลับมานุ่มสวย เงางาม

สุดยอดไอเทมปราบผมเสีย ให้ผมกลับมานุ่มสวย เงางาม

ช่วงนี้สภาพอากาศแปรปรวนนะคะสาว ๆ บางวันก็ร๊อนร้อน บางวันก็ฝนตก อากาศเย็นกรุบกริบ สภาพอากาศแบบนี้มันส่งผลต่อเส้นผมของเราด้วยนะคะ ไม่ใช่แค่จากความร้อนหรือจากการทำสีเท่านั้นนะ รู้มั้ยเอ่ย…

เพราะบางคนจะบอกว่า เนี่ยไม่เคยใช้ไดร์เป่าผม ไม่เคยทำสีเลยนะ งั้นไม่จำเป็นต้องบำรุงผมก็ได้มั้ง… แบบนี้ไม่ได้ บอกเลยว่าผิด ! เพราะมันยังมีปัจจัยเรื่องของสภาพอากาศและมลภาวะฝุ่นควันมาเกี่ยวข้องด้วย ฉะนั้น ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องบำรุงผมน้าาาาา ไม่งั้นผมพัง แห้งกร้านไม่รู้ด้วยนะ ซึ่งวันนี้ Inzpy จะมาแนะนำ… สุดยอดไอเทมปราบผมเสีย ให้ผมของคุณสาว ๆ กลับมาสวยเงางามกัน ! จะมีไอเทมเด็ด ๆ ตัวไหนบ้าง ตามไปดูกันเลยค่า

ไอเทมเด็ดปราบผมเสีย ให้ผมสวย !

1.Yves Rocher BHC V2 Reparation Universal Botanical Balm

Yves Rocher BHC V2 Reparation Universal Botanical Balm

จัดการทุกปัญหาผมเสียด้วย Yves Rocher BHC V2 Reparation Universal Botanical Balm ดูแลทุกปัญหาเส้นผมเลย น้องเป็นแบบเนื้อบาล์มนะ เป็นบาล์มบำรุงผมสูตรเข้มข้น มีส่วนผสมสำคัญจากโจโจบาออยล์ออร์แกนิกที่อุดมไปด้วยกรดไขมัน Omega-6 และ Omega-9 เข้าฟื้นบำรุงเส้นผมให้กลับมามีชีวิตชีวา  และ Agave Fructans ช่วยเติมเต็มสารอาหารให้เส้นผม เพิ่มความแข็งแรงให้กับผมมากยิ่งขึ้น

และเราสามารถใช้หมักผมทิ้งไว้ข้ามคืนโดยที่ไม่ต้องล้างออกได้ด้วยนะคะ หรือจะใช้จัดแต่งทรงผมก่อนแปรงผมก็ได้อีก หรืออออ… หรือจะใช้ระหว่างวันในตอนที่ผมเราชี้ฟูก็ได้เหมือนกัน มันดีขนาดนี้ ก็มีแล้วเนอะแม่ ๆ สนใจตามไปตำ กดคลิกที่นี่เลย

2.Hair Rituel by SISLEY Restructuring Nourishing Balm

สุดยอดไอเทมปราบผมเสีย
Hair Rituel by SISLEY Restructuring Nourishing Balm

มาต่อกันที่บาล์มอีกหนึ่ง เป็นบาล์มฟื้นบำรุงเส้นผมและปลายผม เหมาะมากเลยค่าสำหรับผมแห้งเสียและเปราะขาดง่าย น้องมีส่วนผสมเข้มข้นจากพืชพรรณ 5 ชนิด ตรงเข้าฟื้นฟูตั้งแต่ระดับเนื้อผมด้านในจนถึงเกล็ดผมด้านนอก เส้นผมจะได้รับการฟื้นฟูและซ่อมแซม ได้รับการปกป้องตั้งแต่ไฟเบอร์ผมชั้นในไปจนถึงเกล็ดผมชั้นนอก คืนความแข็งแรงให้เส้นผม ไม่เปราะขาดง่าย ผมแตกปลายและชี้ฟูลดลง ดูนุ่มสลวยและเงางามเป็นประกาย

แนะนำให้ใช้บาล์มนวด ๆ ไปบนเส้นผมที่แห้งก่อนจะสระผม ทิ้งไว้ 30 นาที แล้วค่อยสระผมตามปกติ หรือจะทิ้งไว้ข้ามคืนแล้วค่อยสระก็ได้นะ สนใจอยากตำ กดคลิกที่นี่

3.Schwarzkopf Professional OIL ULTIME Mediterranean

สุดยอดไอเทมปราบผมเสีย
Schwarzkopf Professional OIL ULTIME Mediterranean

เปลี่ยนจากบาล์มมาเป็นน้ำมันธรรมชาติกันบ้างค่ะ กับ ออยล์ อัลไทม์ เมดิเตอร์เรเนี่ยน ฟินิชชิ่ง จาก ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล น้ำมันบำรุงผมจากธรรมชาติ 100% จากดอกมะลิขาวบริสุทธิ์ มาพร้อมกลิ่นหอมสดชื่นของมะนาวและส้มอีกด้วย ปราศจากซิลิโคน ไม่ทิ้งความมันบนเส้นผม ช่วยบำรุงเคลือบทั่วเส้นผมเลย ผมจะเปล่งประกายเงางาม นุ่มลื่นพลิ้วไหว จัดทรงง่าย

เพียงกดแค่นิดเดียวพอนะ อย่าเยอะเกินไม่งั้นจะเหนียวเหนอะหนะ แค่นิดเดียวก็บำรุงทั่วเส้นผมแล้วค่ะ แถมมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ด้วย สนใจตำตาม กดคลิกที่นี่ 

4.Mise En Scène Perfect Serum Original

สุดยอดไอเทมปราบผมเสีย
Mise En Scène Perfect Serum Original

Mise En Scène Perfect Serum Original เซรั่มบำรุงผมจากเกาหลีสูตรดั้งเดิม ได้รับเสียงโหวตให้เป็นเซรั่มบำรุงผมอันดับ 1 เลย การันตรีด้วยรางวัลมากมาย แถมฮิตสุด ๆ ในเกาหลี ! น้องเซรั่มขวดนี้มีส่วนผสมของน้ำมัน 7 ชนิด ช่วยบำรุงผมให้แข็งแรง ทำให้ผมดูมีน้ำหนักและไม่พันกัน ลดการชี้ฟู ทำให้จัดทรงง่าย ผมดูเงางาม สุขภาพดี อยากตำ กดคลิกที่นี่

5.Lolane Natura Daily Hair Serum Magic in One

สุดยอดไอเทมปราบผมเสีย
Lolane Natura Daily Hair Serum Magic in One

Lolane Natura Daily Hair Serum Magic in One แบรนด์นี้สาว ๆ คุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ขวดนี้ดูแลเรื่องผมหลุดร่วงและผมบางโดยเฉพาะเลย แถมยังช่วยบำรุงผมแห้งเสีย ผมแตกปลาย จัดทรงยากให้กลับมานุ่มสลวย เนื้อเซรั่มมีความเข้มข้นสูง แต่ไม่เหนียวเหนอะหนะนะ ใช้บำรุงผมโดยที่ไม่ต้องล้างออก สนใจขวดนี้ กดคลิกที่นี่เลย 

เป็นยังไงกันบ้างเอ่ย กับไอเทมปราบผมเสียที่เรามาแนะนำกัน รับรองเลยค่าว่าปราบผมแห้งผมพัง ผมชี้ฟู และอีกสารพัดปัญหาผมได้แบบอยู่หมัดเลย ผมก็สำคัญไม่แพ้ผิวนะสาว ๆ รักผมต้องขยันหมั่นบำรุงผมนะคะ

One Origin Sanampao บิ๊กโปรเจกต์ออฟฟิศติด BTS

One Origin Sanampao บิ๊กโปรเจกต์ออฟฟิศติด BTS นับเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์ใหญ่ ที่ทาง ‘วัน ออริจิ้น’ (ในเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้) จับมือกับยักษ์ใหญ่อสังหาฯ ญี่ปุ่นอย่าง “โตคิว แลนด์ เอเชีย” เพื่อพัฒนาโครงการร่วมทุนเพิ่มเติมอีก 1 โครงการ

ผุดบิ๊กโปรเจกต์ “วัน ออริจิ้น สนามเป้า” อาคารสำนักงานเกรดเอแห่งแรกของออริจิ้น ติด BTS สนามเป้า ภายใต้แนวคิด “Human Centric District with New Normal Lifestyle” โดยมีพื้นที่ให้เช่ากว่า 34,000 ตารางเมตร

One Origin Sanampao

ด้าน นาย ปิติพงษ์ ไตรนุรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด เปิดเผยว่า “บริษัทยังคงเดินหน้าสร้างความร่วมมือใหม่ ในกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) กับหลากหลายพันธมิตร เพื่อสร้างโอกาสเติบโตอย่างยั่งยืนต่อเนื่อง

ล่าสุด ได้ตกลงร่วมมือกับ บริษัท โตคิว แลนด์ เอเชีย จำกัด พันธมิตรยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์จากประเทศญี่ปุ่น เพื่อร่วมทุนกันพัฒนาโครงการ “วัน ออริจิ้น สนามเป้า” (One Origin Sanampao) อาคารสำนักงานเกรดเอแห่งแรกภายใต้การพัฒนาของเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ มูลค่า REIT 4,400 ล้านบาท

หลังจากก่อนหน้านี้ได้ร่วมทุนกันครั้งแรกเมื่อกลางปี 2564 เพื่อพัฒนาโครงการวัน ออริจิ้น พญาไท (One Origin Phayathai) โครงการมิกซ์ยูส (Mixed-use) โรงแรม และพื้นที่ค้าปลีก มูลค่า REIT 3,600 ล้านบาท

ส่วนความร่วมมือในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและไว้วางใจจาก โตคิว แลนด์ เอเชีย ที่มีต่อ วัน ออริจิ้น ในการเดินหน้าลงทุนธุรกิจที่สร้างรายได้ประจำในประเทศไทย และศักยภาพความต้องการอาคารสำนักงานในทำเลใกล้รถไฟฟ้าในเมือง ซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

โครงการวัน ออริจิ้น สนามเป้า จะเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ช่วยตอกย้ำแนวคิดที่มีร่วมกัน คือ ต้องการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจร เพื่อสร้างสรรค์คุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์แบบให้แก่ผู้บริโภค”

One Origin Sanampao

 ด้าน นายฮิเดทาสึ อิเคดะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตคิว แลนด์ เอเชีย จำกัด กล่าวว่า

“จากวิสัยทัศน์การขยายการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัทให้ความสำคัญกับการพิจารณาพันธมิตรที่เหมาะสม มีชื่อเสียง และน่าเชื่อถือ สำหรับการลงทุนในแต่ละประเทศ สำหรับในประเทศไทย การเดินหน้าร่วมทุนกับบริษัท วัน ออริจิ้น จำกัด และเครือออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ เพิ่มเติมในโครงการวัน ออริจิ้น สนามเป้า จะเป็นอีกก้าวสำคัญของการเติบโตของบริษัทในประเทศไทย พร้อมกับการช่วยยกระดับอีโคซิสเท็มของการใช้ชีวิตให้แก่คนในไทย”

One Origin Sanampao

สำหรับโครงการ วัน ออริจิ้น สนามเป้า เป็นโครงการอาคารสำนักงานเกรดเอ สูง 25 ชั้น 1 อาคาร บนพื้นที่ 3-2-61 ไร่ ติด BTS สนามเป้า ทำเลศักยภาพซึ่งเป็นแหล่งงานขนาดใหญ่ และรวมอาคารสำนักงานชั้นนำหลายแห่ง เดินทางสะดวกสบายทั้งรถไฟฟ้า และใกล้จุดขึ้นลงทางด่วน

ตัวโครงการพัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด Human Centric District with New Normal Lifestyle ตอบโจทย์การทำงานแบบ Work-Life Balanced และการใช้ชีวิตแบบ New Normal ด้วยรูปแบบการออกแบบที่เน้น Flexible Space และ Flexible working time ให้สอดคล้องกับการทำงานของบริษัทต่าง ๆ ในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น และรองรับการทำงานได้หลากหลายธุรกิจ ทั้งบริษัทในประเทศและบริษัทต่างชาติ

ภายในอาคารประกอบด้วยพื้นที่อาคารรวม (Gross Floor Area หรือ GFA) 56,100 ตร.ม. โดยเป็นพื้นที่ให้เช่า (Leasable Area) ประมาณ 34,000 ตร.ม. แบ่งเป็นพื้นที่สำนักงานให้เช่า 33,000 ตร.ม. และพื้นที่เชิงพาณิชย์ 1,000 ตร.ม. โดยเริ่มดำเนินการก่อสร้างในไตรมาส 2/2565 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งานในช่วงไตรมาส 1/2567

ทั้งนี้ โครงการ วัน ออริจิ้น สนามเป้า ออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมและชุมชนรอบโครงการ ตามเกณฑ์ Leadership in Energy & Environmental Design (LEED) Gold certificated ทั้งด้านการออกแบบส่วนพื้นที่สีเขียวด้านหน้าโครงการอย่างเหมาะสม เพื่อลดค่าความร้อนของพื้นถนนคอนกรีต และลดความร้อนจากภายนอกเข้าสู่ภายในอาคาร

ส่วนภายในตัวอาคารมีการกระจายพื้นที่สีเขียวให้ครอบคลุมในส่วนพื้นที่ต่าง ๆ ของอาคาร รวมถึงมีการออกแบบพื้นที่ช่องเปิดของอาคารให้มีขนาดเพียงพอให้แสงธรรมชาติเข้าสู่ตัวอาคาร ช่วยลดความร้อนที่เกินความจำเป็น ช่วยประหยัดการใช้พลังงานภายในอาคาร มีการคำนึงถึงการลดมลพิษของพื้นที่จอดรถของโครงการ โดยการออกแบบที่จอดรถอัตโนมัติในส่วนพื้นที่เหนือพื้นดิน

รวมถึงโครงการยังมีการใช้วัสดุก่อสร้างที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นวัสดุที่มีค่าสะท้อนแสงน้อย เพื่อเป็นมิตรกับชุมชนรอบโครงการอีกด้วย

 

บทความน่าสนใจ : ANA Beach House รีสอร์ทดีไซน์หรู เปิดให้บริการ Well-Being Resort

 

The Secret แต่งบ้านเติม “ความรัก” ให้ปังในปีเสือ!!

0

The Secret แต่งบ้านเติม “ความรัก” ให้ปังในปีเสือ!!

The Secret แต่งบ้านเติม “ความรัก” ให้ปังในปีเสือ ก้าวมาเดือนกุมภาพันธ์แห่งความรัก หลาย ๆ คนก็เป็นนสาวโสดข้ามปี บางคนก็คนมีคู่แต่ชอบทะเลาะกันบ่อยก็เยอะ วันนี้ Inzpy เอาใจสาว ๆ ด้วยมูเตลูจัดห้องนอนสวีทกับแฟนยังไงให้ความรักปัง ปุริเย่ หรือ คนโสดต้องได้ดอกไม้วาเลนไทน์แบบไม่มีพักเลยจ้า จะมีเทคนิคดี ๆ อะไรกันบ้างตามมากันเลย…

The Secret

เสริมเฟอร์นิเจอร์ขาเตียง

การเสริมเฟอร์นิเจอร์ขาเตียง มีความเชื่อว่า การขยับ หรือ การเคลื่อนย้ายตำแหน่งนั้นมีผลต่อความรัก และ การดำเนินชีวิตส่งผลให้การใช้ชีวิตเปลี่ยนไปตามหลักของฮวงจุ้ย ตามศาสตร์ของฮวงจุ้ยเคยบอกไว้ว่าหากใครที่อยากให้ความรักราบรื่น สมหวัง ควรหาเตียงที่มีขา และ อย่าดันเตียงไปชิดกับหนังห้อง จะทำให้ความรักไม่สมใจหวัง

จัดวางเฟอร์นิเจอร์แบบคู่

การจัดวางเฟอร์นิเจอร์คู่ หากเราอยากเริ่มความสัมพันธ์กับใคร ก็ควรวางจัดเฟอร์นิเจอร์รอบ ๆ ให้เต็มไปด้วยความสัมพันธ์ราบรื่นแบบคนรักจะช่วยเสริมให้พลังด้านบวก เสริมให้ความรักเราไปในทางที่ดี ดังนั้นการจัดมุมบ้านในห้องทุกห้องในบ้านควรมีกรอบรูป หรือ ภาพถ่ายคู่ เพื่อเสริมการใช้ชีวิตคู่ จะช่วยเสริมแรงขับเคลื่อนพลังด้านความรักให้รักกันนาน ๆ ไปอีก

The Secret

วางภาพครอบครัวในบ้าน

การวางภาพของครอบครัวในบ้าน นอกจากจะเป็นการสร้างมิตรภาพ ความรักกับคนในครอบครัว เป็นภาพที่บอกถึงความรักเป็นการสร้างพลังพวก การเสริมกำลังใจ พลังในด้านดี ๆ ที่เป้นแรงผลักดันให้ชีวิตทุกอย่างประสำความสำเร็จละไปสู่เป้าหมายที่เราตั้งเป้าไว้ และ การติดภาพเป็นการบอกว่าเราสัมพันธ์ในครอบครัวนั้นเป็นเรื่องที่ดี

สร้างบรรกาศห้องนอน

การสร้างบรรยากาศในห้องนอนควรทำห้องนอนให้อบอุ่น และ มีความเป็นโซนส่วนตัว ที่ไม่มีห้องมากั้นเชื่อมต่อ เพราะจะทำให้ชีวิตวุ่นวาย มีแต่ความยุ่งยาก ปวดหัว และ ขี้หงุดหงิด การจัดห้องนอนควรเน้นห้องที่มีความโปร่ง โล่ง สบายตา การจัดพื้นที่ไม่ต้องเยอะก็จะทำให้อยู่ในพื้นที่ใกล้ชิดมากขึ้นทำให้ความสัมพันธ์นั้นดี ช่วยส่งเสริมเรื่องความรักให้ราบรื่น และ มีความเข้าอกเข้าใจกัน

สีชมพูเสริมความรัก

สีชพูเสริมความรัก การตกแต่งห้องนอนสีชมพู จะช่วยเพิ่มความรักตามหลักอวงจุ้ยเป็นสีที่ช่วยส่งเสริมความรัก ความสุข และ ความสนุกสนาน ห้องนอนของเจ้าของบ้านควรจะมีสิ่งของที่เป็นสีชมพูอยู่ด้วย แต่ไม่จำเป็นว่าต้องทำให้ทั้งห้องเป็นสีชมพู มีแค่บางส่วนก็พอ อาจจะเป็นโคมไฟ หรือ จะเป็นผ้าห่มก็ได้ นอกจากสีชมพูแล้วก็ยังมีสีฟ้าที่ช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ สติปัญญา และ ความก้าวหน้า ตวามสัมพันธืในครอบครัวให้ดีขึ้นอีกด้วย

ANA Beach House รีสอร์ทดีไซน์หรู เปิดให้บริการ Well-Being Resort

0

ANA Beach House รีสอร์ทดีไซน์หรู เปิดให้บริการ Well-Being Resort อีกหนึ่งกระแสในวงการอสังหาริมทรัพย์ ที่น่าจับตา ซึ่งล่าสุดทาง ซิซซา กรุ๊ป เปิดให้บริการ Well-Being Resort ภายใต้แบรนด์ชื่อ ANA Beach House (อณา บีช เฮ้าส์) ที่ผสานระหว่างศูนย์ดูแลฟื้นฟูสุขภาพระดับพรีเมียม ควบคู่กับรีสอร์ทหรู ระดับ 6 ดาว โดยมีวิลล่าเพียง 12 ยูนิต ชูจุดขายแต่ละหลังที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัว

ANA Beach House

ด้าน นายอรรถนพ พันธุกำเหนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิซซา กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาด Medical Service ว่า ปัจจุบันกระแสธุรกิจที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยั้ง มีอยู่ 3 ธุรกิจ คือ 1. ธุรกิจด้านเทคโนโลยี ทั้งเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต และ AI  2. ธุรกิจพลังงานสะอาด ที่ทำให้เม็ดเงินหลั่งไหลมาจากทั่วสารทิศ และ 3. ธุรกิจ Health & Wellness ที่สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาด Covid-19 ที่ทำให้ทั้งโลกตื่นตัว ในการเอาตัวรอดจากโรคระบาดนี้

รวมถึงการที่ผู้คนหันมาให้ความสนใจในสุขภาพของตัวเอง อยากดูแลตัวเองให้แข็งแรงขึ้น ดูดีขึ้น และแม้แต่การมีชีวิตที่ยืนยาวขึ้น จึงทำให้เกิดการเสาะแสวงหาวิธีที่จะตอบสนองความต้องการเหล่านั้น เช่น การใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์การกีฬา หรือแม้แต่การดูแลด้านโภชนาการ

ANA Beach House

และเพื่อเป็นการตอบรับเทรนด์ Medical Service ในช่วงปี 2564 ที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้พัฒนาโครงการเมกะโปรเจกต์ ‘นาใต้ เมดิคอล เซ็นเตอร์ แอนด์ รีสอร์ท’ ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาด ซึ่งเมื่อต้นปี ได้มีการเปิดให้บริการในส่วนของ อณา บีช เฮ้าส์ บนพื้นที่กว่า 4 ไร่ ซึ่งรีสอร์ทนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของ ‘นาใต้ เมดิคอล เซ็นเตอร์ แอนด์ รีสอร์ท’ โดยมีความพิเศษตรงที่ผสมผสานระหว่างศูนย์ดูแลฟื้นฟูสุขภาพระดับพรีเมียม ควบคู่กับรีสอร์ทหรู ระดับ 6 ดาว จำนวนทั้งหมด 12 ยูนิต บนหาดส่วนตัว

ซึ่งการบริหารงานจะดำเนินการโดยทีมบริหารโรงแรมมืออาชีพระดับสากล โดยคาดหวังว่าจะมีกลุ่มลูกค้าที่สนใจในด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพไม่ว่าจะมาในรูปแบบคู่รัก กลุ่มเพื่อน หรือครอบครัว รวมไปถึงกลุ่มลูกค้าที่ต้องการท่องเที่ยวพักผ่อนพร้อมได้รับการบริการในระดับเอ็กซ์คลูซีฟ เป็นต้น

ANA Beach House

สำหรับ ความโดดเด่นของ “ANA Beach House” (อณา บีช เฮ้าส์) นอกเหนือจากทำเลที่ตั้งอยู่บนหาดนาใต้ จ.พังงา ที่มีความเงียบสงบและความเป็นส่วนตัวภายใต้ธรรมชาติที่สวยงามแล้ว  การออกแบบวิลล่าแต่ละหลังยังมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แถมรังสรรค์ขึ้นมาอย่างประณีต โดยเหล่าดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก อาทิ  Campana Brothers จากบราซิล, A-cero จากสเปน, Joseph Walsh จากไอร์แลนด์, Mark Brazier-Jones จากนิวซีแลนด์, Graham Lamb จากสหราชอาณาจักร รวมถึงดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกจากไทย เอกรัตน์ วงษ์จริต อีกด้วย

ANA Beach House

ที่สำคัญโครงการเป็นวิลล่าหรู ส่วนตัว ซึ่งแต่ละวิลล่ามีการจัดการดูแลโดย Personal Butler ที่จะมอบประสบการณ์บริการแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ให้แก่แขกที่มาพัก อาทิ  ห้องสปาส่วนตัวทุกหลัง ห้องชมภาพยนตร์ส่วนตัวแบบ 3D ตลอดจนเอกลักษณ์

ที่ทำให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาส คือ ห้องอาหารที่บริการโดยเชฟมืออาชีพชื่อดัง จากร้านอาหารมิชลินสตาร์ระดับโลก ที่จะมาให้บริการภายใต้คอนเซปต์ Premium Food นอกจากนี้ยังมีเชฟด้านอาหาร และการบูรณาการเพื่อสุขภาพระดับสากลมาร่วมให้บริการอีกด้วย

รวมถึงภายในรีสอร์ทแห่งนี้ยังมีบริการในส่วนพรีเมียมคลินิก ซึ่งเป็นส่วนของศูนย์ฟื้นฟูสุขภาพ เช่น การวินิจฉัยโรคแบบเชิงลึก เพื่อออกแบบโปรแกรมการรักษาเฉพาะบุคคล เวชศาสตร์ป้องกัน โดยมีการประยุกต์ความรู้ทุกด้านนำมาใช้ร่วมกันแบบองค์รวม เพื่อส่งเสริมสุขภาพที่ดีจากภายใน สู่ภายนอกให้กับแขกที่รับบริการ เป็นต้น โดยในส่วนของคลินิกนี้จะเปิดให้บริการในลำดับถัดไป แต่เมื่อไหร่นั้น… สามารถตามอัพเดทกันได้ที่ ana-beachhouse.com

บทความน่าสนใจ : งานสถาปนิก’ 65 ภายใต้แนวคิด “CO-WITH CREATORS : พึ่งพา-อาศัย”

5 Tips แต่งบ้านสายมินิมอล สุดคูล!!

0

5 Tips แต่งบ้านสายมินิมอล สุดคูล!!

Five Tips แต่งบ้านสายมินิมอล สุดคูล สำหรับสไตล์มินิมอล การแต่งบ้านเรียบง่ายแต่ให้บรรยากาศอบอุ่น สุดฮิตด้วยการดีไซน์ตกแต่งบ้านโดยใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น หรือ เป็นวัสดุไม้ที่ตัดในตัวบ้านมินิมอล สไตล์ คือความเรียบง่าย สะดวกสบาย มีการตกแต่งเท่าที่จำเป็นเท่านั้น แต่โดยรวมแล้วจะต้องออกมาดูดี ตามแนวคิดที่ว่า “Less is More” แปลว่า “น้อยแต่มากด้วยประโยชน์” โดยเน้นประโยชน์ใช้สอยที่สอดคล้องกับการดำรงชีวิตประจำวัน ให้ความรู้สึกที่ผ่อนคลายไม่อึดอัดไปกับของแต่งบ้าน วันนี้ Inzpy ได้นำทริคเล็ก ๆ น้อย ๆ ในการแต่งบ้านในสไตล์มินิมอลมาตอบโจทย์การใช้ชีวิตสำหรับคนหลงรักสไตล์มินิมอลว่าอะไรบ้าง ตามไปส่องกันเลยจ้า…

Five Tips

1. เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้นตอบโจทย์การใช้งาน

มาเริ่มต้นด้วยเฟอร์นิเจอร์กันก่อนเลย  สไตล์มินิมอลจะเป็นการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่มากนัก เน้นที่มีความจำเป็น เพื่อให้บรรยากาศภายในบ้านดูเรียบง่าย ปลอดโปร่ง สบายตาที่สุด  โดยวัสดุจะเลือกใช้เป็น “วัสดุไม้” เป็นหลัก เพราะจะได้ในเรื่องของความอบอุ่น และ ความเป็นธรรมชาติ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของสไตล์มินิมอลแต่ถึงแม้จะตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น  Infinity Design ผ้าม่าน แนะนำให้เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ของฟังก์ชั่นที่ใช้งาน

Five Tips

2. การใช้สี Earth Tone

การใช้สี Earth Tone เป็นการเน้นสีแบบโทนกลาง ธรรมชาติ ที่สามารถนำไปตกแต่งได้ทุกสไตล์ โดยการแต่งบ้านด้วยดีไซน์มินิมอลนั้น เน้นการใช้สีโทนอ่อนเป็นหลัก ไม่ฉูดฉาดจนเกินไป ซึ่งสีที่นิยมคือ สีโทนครีม น้ำตาล และ สีเขียวเป็นต้นจ้า

Five Tips

3. การเปิดรับแสงจากธรรมชาติ

การเปิดรับแสงจากธรรมชาติการแต่งบ้านสไตล์มินิมอลเน้นความอบอุ่น ซึ่งจะมีหน้าต่างบ้าน เพื่อให้แสงส่องเข้าได้อย่างทั่วบ้าน จะทำพื้นที่ของบ้านดูโปร่ง โล่ง สบายตามากยิ่งขึ้น  เพราะจะช่วยทำให้แสงแดดที่ผ่านเข้ามานั้นดูซอฟต์ลง ไม่รู้สึกจ้าจนเกินไป อีกทั้งยังได้กลิ่นอายความอบอุ่นเพิ่มขึ้นอีกด้วยสำหรับบ้านไหนมีบานหน้าต่างขนาดเล็ก อาจเลือกใช้เป็นประเภทมู่ลี่ ซึ่งมีให้เลือกถึง 2 แบบ ด้วยกัน คือ มู่ลี่ไม้ และ มู่ลี่อลูมิเนียม ซึ่งข้อดีของมู่ลี่คือ สามารถปรับใบขึ้น-ลง เพื่อเปิดรับแสงได้ตามความต้องการของเราเลย

Five Tips

4. การเติมบรรกาศธรรมชาติ

การเติมบรรยากาศธรรมชาติ การนำต้นไม้ไปไว้ในห้องนอน หรือ ในบ้านเพื่อสร้างบรรยากาศให้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่งการดีไซน์เอาต้นไม้ไปตกแต่งในบ้านก็ชวนให้ความรู้สึกผ่อนคลาย สบาย ๆ และ อิสระ เพียงแค่มาวางในมุมห้องตามที่เราต้องการก็ทำให้บรรยากาศในห้องดูดีเลยล่ะ หรือ ไม่ก็ลองเปลี่ยนต้นไม้ เป็นดอกไม้ไปใส่ลงแจกันละวางบนโต๊ทานอาหารก็ให้ Feel good ดีนะ

ห้องมินิมอล

5. โทนสีผ่านม่านมินิมอล

โทนสีผ้าม่านมินิมอล การเลือกผ้าม่านเพื่อตกแต่งบานหน้าต่าง ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์อีกชนิดก็ว่าได้ เพราะผ้าม่านจะช่วยให้บ้าน หรือ ห้องมีความรู้สึกโปร่งไม่อึดอัด ซึ่งโทนการแต่งบ้านในสไตล์มินิมอลนั้น มักใช้เป็นโทนสีครีม สีขาว เพื่อให้ความสบายตา หรือ จะเปลียนเป็นโทนสีกลางอย่าง สีน้ำตาล สีเทาก็ได้นะ ก็ช่วยให้ความรู้สึกอีกแบบหนึ่ง หากใครอยากได้เป็นสีโทนเข้ม ก็ยังสามารถใช้ได้อยู่นะ ก็จะได้ความเป็นโมเดิร์นอาร์ต ๆ ไปอีกแบบ