เที่ยวจีนต้องรู้ จีนเปลี่ยน “บัตรขาเข้า” เป็นออนไลน์ 100% – เริ่ม 20 พ.ย. 2025 พร้อมอัปเดตมาตรการเดินทางใหม่ที่ควรรู้!

ปี 2025 เป็นช่วงเวลาที่การเดินทางไปจีนกำลัง “เปลี่ยนหน้าใหม่” อย่างชัดเจน เพราะทางการจีนประกาศ ปรับระบบบัตรขาเข้าจากแบบกระดาษ สู่ระบบออนไลน์ทั้งหมด จุดเด่นคือการทำให้ขั้นตอนการผ่านด่าน ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และเป็นมิตรกับนักเดินทางมากขึ้น

นอกจากเรื่องบัตรขาเข้าแล้ว จีนยังประกาศอีกหลายมาตรการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวและการเดินทางข้ามพรมแดน ทั้งสำหรับคนที่แวะเปลี่ยนเครื่อง คนที่ต้องเดินทางไป–กลับฮ่องกง/มาเก๊า รวมถึงผู้ที่อยากแวะเที่ยวในจีนแบบ Stopover ด้วย ดังนั้น ถ้าคุณมีแพลนบินไปจีน หรือมีไฟลต์ที่ต้องต่อเครื่องผ่านจีนในปี 2025 เป็นต้นไป บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจ สิ่งที่เปลี่ยนแปลงแบบง่าย ๆ และนำไปใช้ได้ทันที

บัตรขาเข้าแบบกระดาษ กลายเป็น “ออนไลน์ทั้งหมด” เริ่มใช้อย่างเป็นทางการ 20 พฤศจิกายน 2025

จากเดิมที่เราเคยได้รับบัตรกระดาษบนเครื่อง และต้องกรอกข้อมูลก่อนเข้าด่านตรวจคนเข้าเมือง ตอนนี้สามารถกรอกออนไลน์ได้เลย ผ่าน

  • เว็บไซต์ทางการของ National Immigration Administration (NIA)
  • แอป NIA 12367
  • หรือ สแกน QR Code ที่ด่านเมื่อเดินทางถึง

รูปแบบใหม่นี้ช่วยให้เราลดเวลาในการยืนกรอกเอกสารที่ด่าน และมีโอกาสผิดพลาดทางข้อมูลน้อยลง เพราะทุกอย่างเตรียมได้ตั้งแต่ก่อนเครื่องลง

Tip แนะนำ: กรอกล่วงหน้า 24 ชม. ก่อนเดินทาง และแคปหน้าจอยืนยันข้อมูลเก็บไว้ เผื่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตหน้างานไม่เสถียร

 

ผ่านด่านเร็วขึ้นด้วยระบบ “Face Scan”

จีนเปลี่ยน “บัตรขาเข้า” เป็นออนไลน์ 100%
cr.freepik

มีผลใช้แล้ว และกำลังขยายให้ครอบคลุมมากขึ้นในเมืองหลัก อย่าง กวางโจว เซินเจิ้น จูไห่ เซี่ยงไฮ้ ระบบนี้คือช่องตรวจคนเข้าเมืองแบบอัตโนมัติ เพียงวางหนังสือเดินทาง → สแกนใบหน้า → ประตูเปิด → เดินเข้าได้เลย

จุดเด่นคือ

  • ไม่ต้องยื่นเอกสารเยอะ
  • ไม่ต้องพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ทีละคน
  • ลดเวลาการรอคิวได้จริง โดยเฉพาะช่วงไฟลต์ลงพร้อมกันหลายเที่ยว

เหมาะสำหรับ

  • นักเดินทางที่ไปจีนบ่อย
  • นักธุรกิจ
  • นักศึกษาที่อยู่ระยะยาว
  • หรือคนที่ต้องเดินทางข้ามพรมแดนฮ่องกง–เซินเจิ้นเป็นประจำ

 

แวะเปลี่ยนเครื่องในจีน: ง่ายกว่าเดิมมาก

ถ้าคุณเป็นสายบินไกล เช่น ยุโรป อเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น เกาหลี และมีไฟลต์ต้องต่อเครื่องในจีน ตอนนี้คุณไม่จำเป็นต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว หากระยะเวลาต่อเครื่องไม่เกิน 24 ชั่วโมง นั่นหมายความว่า

  • เข้าอาคารผู้โดยสาร → รอไฟลต์ต่อ → บินต่อได้เลย โดย ไม่ต้องยื่นเอกสารเพิ่ม ไม่ต้องเข้าแถว ตม.

อยากแวะเที่ยวในจีนก่อนบินต่อ? ใช้สิทธิ์ “พำนักได้สูงสุด 240 ชั่วโมง”

นอกจากการต่อเครื่องแบบรวดเร็วแล้ว จีนยังมีมาตรการที่หลายคนเรียกว่า “Transit 240 ชั่วโมง” ซึ่งเปิดโอกาสให้นักเดินทาง สามารถเข้าจีนและอยู่ได้สูงสุดถึง 10 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่าล่วงหน้า เหมาะมากสำหรับคนที่อยาก แวะเที่ยว พักผ่อน หรือพบปะคู่ค้าทางธุรกิจก่อนเดินทางต่อ

เงื่อนไขสำคัญ

  • ต้องมีพาสปอร์ตที่ยังมีอายุใช้งาน
  • ต้องมีตั๋วเดินทางต่อไปยัง “ประเทศที่สาม” พร้อมเอกสารยืนยันวันเดินทางชัดเจน

คำว่า ประเทศที่สาม หมายถึง ประเทศปลายทาง ต้องไม่ใช่ประเทศที่คุณเดินทางออกมา

▶︎ ตัวอย่างที่ “เข้าเงื่อนไข” กรุงเทพ → กวางโจว → โตเกียว
เพราะประเทศที่สาม คือ ญี่ปุ่น ดังนั้น คุณสามารถแวะเที่ยวกวางโจวได้สูงสุด 10 วันก่อนบินไปโตเกียว

▶︎ ตัวอย่างที่ “ไม่เข้าเงื่อนไข” กรุงเทพ → เซี่ยงไฮ้ → กรุงเทพ (เพราะเป็นการวนกลับประเทศเดิม จึงไม่ถือว่าเดินทางไปประเทศที่สาม ในกรณีนี้ต้องทำวีซ่าท่องเที่ยวจีนตามปกติ)

ด่านที่รองรับถูกขยายเป็น 65 ด่านทั่วประเทศ ทำให้เมืองยอดนิยมอย่าง กวางโจว เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง เซินเจิ้น กลายเป็นตัวเลือก Stopover ที่ยืดหยุ่นขึ้นกว่าเดิม

อะไรคือภาพรวมของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้?

จีนกำลังเปลี่ยนการเดินทางเข้า–ออกประเทศให้เป็น “ดิจิทัลและไร้กระดาษ” เพื่อให้เดินทางได้ง่ายขึ้นโดยสิ่งที่เราเห็นชัดเจนคือ

  • ขั้นตอนน้อยลง
  • เวลาในการผ่านด่านลดลง
  • ความสับสนของเอกสารถูกแทนด้วย ระบบกลางเดียว

ทั้งหมดนี้ทำให้การเดินทางเป็นมิตรขึ้นสำหรับนักเดินทางรุ่นใหม่ที่ตั้งใจเน้นประสบการณ์ ถ้าคุณเคยกังวลว่า “ไปจีนต้องเตรียมเอกสารเยอะใช่ไหม” การประกาศครั้งนี้เปลี่ยนภาพนั้นไปอย่างชัดเจน เพราะประเทศจีนกำลังบอกว่า “เดินทางไปเถอะ เราทำให้มันง่ายขึ้นแล้ว” และแน่นอนว่า นี่คือสัญญาณดีสำหรับทั้งนักท่องเที่ยว สายธุรกิจ และคนที่ชอบบินต่อเครื่องเป็นประจำนั่นเองค่ะ

ข้อมูลจากเว็บไซต์: National Immigration Administration (NIA)

 


แจกพิกัด 7 เที่ยวจีนหน้าหนาว สวยเหมือนอยู่ในฝัน – พร้อมทริคเตรียมตัวก่อนเดินทาง

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ David Beckham อัศวินแห่งราชบัลลังก์ – เปิดเส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น “เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม”

■ เมื่ออายุ 30 เราจะแข็งแกร่งกว่าที่คิด? – เลิกกลัว “เลขสาม” แล้วมาใช้ชีวิตอย่างเข้าใจตัวเอง

Parichat
Parichat
ถ้าเขียนแล้วชอบ ก็แปลว่าใช่ -

Related Post