David Beckham อัศวินแห่งราชบัลลังก์ – เปิดเส้นทางชีวิต กว่าจะมาเป็น “เซอร์ เดวิด เบ็คแฮม”

หลายคนอาจคุ้นชื่อ David Beckham ในฐานะฐานะนักฟุตบอลระดับตำนาน แต่วันนี้เขาได้รับการยกย่องในอีกบทบาทหนึ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม นั่นคือการได้รับบรรดาศักดิ์ “เซอร์” (Sir)  ซึ่งเป็นหนึ่งในเกียรติยศสูงสุดของสหราชอาณาจักร เกียรตินี้ไม่ได้มอบให้แค่เพราะเขาเคยสร้างตำนานบนสนามฟุตบอล แต่เพราะบทบาทของเขาในฐานะไอคอนทางวัฒนธรรม และผู้ที่อุทิศตนทำงานการกุศลเพื่อผู้คนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง

 

ทำไม “เซอร์” (Sir) ถึงเป็นเกียรติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับ David Beckham?

ในโลกของฟุตบอล David Beckham ผ่านการคว้าแทบทุกแชมป์ใหญ่ที่นักเตะคนหนึ่งจะฝันถึง ทั้งพรีเมียร์ลีก, ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ไปจนถึงลาลีกา อีกทั้งยังเคยได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้น OBE ตั้งแต่ปี 2003 แล้วด้วย แต่การได้รับบรรดาศักดิ์ Knight Bachelor ครั้งนี้ ถือเป็นเกียรติสูงสุดที่ก้าวข้ามทุกความสำเร็จบนสนามหญ้า เพราะนี่คือการยอมรับจากระดับประเทศอย่างเป็นทางการว่า เขามีคุณูปการต่อสังคมและประเทศชาติจริง ๆ ไม่ใช่แค่ความสำเร็จในฐานะนักกีฬา

และนับจากวันนี้เขาจะถูกเรียกว่า “เซอร์ เดวิด เบคแฮม” อย่างเต็มภาคภูมิ ส่วนภรรยาอย่าง วิคตอเรีย ก็จะได้รับคำนำหน้าว่า “เลดี้ เบคแฮม” ตามธรรมเนียม และสิ่งสำคัญคือ บรรดาศักดิ์ “เซอร์” ไม่ได้มอบให้เพราะชื่อเสียงหรือความโด่งดัง แต่จะพิจารณาจากการอุทิศตนเพื่อสังคม รวมถึงการทำงานเพื่อส่วนรวม และผลการกระทำที่จับต้องได้ ตลอดช่วงชีวิต

เพราะฉะนั้น สำหรับเบคแฮม เกียรตินี้จึงไม่ใช่เพียงคำเรียกนำหน้าชื่อ แต่คือ “การถูกยอมรับว่าการกระทำของเขามีความหมายต่อผู้คนจริง” ทั้งในสนามฟุตบอลและนอกสนาม

 

David Beckham

2 เหตุผลหลักที่ทำให้ ‘Becks’ ก้าวสู่การเป็นอัศวินแห่งราชบัลลังก์

การตัดสินใจของราชสำนักในการมอบบรรดาศักดิ์ครั้งนี้ไม่ได้มาจากแค่ลูกฟรีคิกอันเป็นตำนานเท่านั้น หากแต่มาจากผลงานที่โดดเด่นรอบด้าน อาทิ

  1. ตำนานลูกหนัง (A Sporting Icon)

เบคแฮมคือสมาชิกคนสำคัญของยุค “Class of ’92” ในแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่คว้า Treble Winner ในปี 1999 แถมเป็นนักฟุตบอลอังกฤษคนเดียวที่ยิงประตูในฟุตบอลโลกได้ถึง 3 ครั้ง ที่เจ๋งกว่านั้นคือในฐานะกัปตันทีมชาติอังกฤษ เขาลงสนามไปถึง 115 นัด ซึ่งความทุ่มเทนี้ส่งผลให้เขาเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลรุ่นใหม่ทั่วโลก

  1. ฮีโร่เพื่อสังคม (The Global Humanitarian)

ในความเป็นจริงแล้ว นี่คือเหตุผลที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เขาถูกยกย่องเป็น “เซอร์” เพราะเบคแฮมเป็นทูตให้กับ UNICEF (กองทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติ) มานานกว่าสองทศวรรษ เขาใช้ชื่อเสียงและอิทธิพลของตัวเองระดมทุนและเป็นกระบอกเสียงช่วยเด็กที่เปราะบางทั่วโลก นอกจากนี้ก็ยังมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ลอนดอนเป็นเจ้าภาพโอลิมปิก 2012 รวมถึงสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ของ The King’s Foundation ด้านการศึกษาและสิ่งแวดล้อมด้วย

 

David Beckham

เบื้องหลังชุดสูท และความภูมิใจของ ‘Sir David’

ในวันเข้าพิธีพระราชทานบรรดาศักดิ์ เบคแฮมปรากฏตัวด้วยความสง่างามในชุดสูทสีเทาเรียบหรู ซึ่งออกแบบโดยภรรยาของเขาเอง Lady Victoria Beckham โดยทั้งคู่เผยว่าแรงบันดาลใจมาจากสไตล์ของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ในวัยหนุ่ม ถือเป็นการแสดงความเคารพต่อสถาบัน และสะท้อนถึงความพิถีพิถันที่ไม่โอ้อวด แต่เต็มไปด้วยความหมาย

“ผมไม่อาจบรรยายได้เลยว่าวันนี้เป็นวันพิเศษสำหรับผมมากแค่ไหน ในฐานะเด็กชายที่เกิดในลอนดอนตะวันออก ที่ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์อัศวินจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งและซาบซึ้งในเกียรตินี้ ผมโชคดีที่ได้เป็นตัวแทนประเทศของเรา และผมทำสิ่งนี้ด้วยความภาคภูมิใจเสมอมา…” Sir David กล่าว

และแน่นอนว่าในบรรยากาศที่เต็มไปด้วยเกียรติยศเขาก็ยังเปิดเผยด้วยอารมณ์ขันว่า ลูกอาจจะเรียกเขาเล่น ๆ ว่า “Sir Dad” (เซอร์คุณพ่อ) ซึ่งนี่ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องตลกในครอบครัว แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความภูมิใจที่ครอบครัวมีต่อเกียรติยศครั้งนี้อย่างแท้จริง

David Beckham ไม่ได้เป็นแค่ ‘นักกีฬา’ แต่คือ ‘ไอคอนทางสังคม’

การได้รับบรรดาศักดิ์ “เซอร์ เดวิด เบคแฮม” เป็นการยืนยันว่าเขาไม่ใช่แค่ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการกีฬาและแฟชั่นเท่านั้น แต่เป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมให้ดีขึ้น ดังนั้นการอุทิศตนทั้งในและนอกสนามของเขาจึงได้สร้างแรงบันดาลใจและทิ้งมรดกอันยิ่งใหญ่ไว้ให้กับโลกอย่างแท้จริง

 

‘Sir’ ไม่ได้ใช้เรียกเล่น ๆ มาดูกันว่าต้องมีอะไรถึงจะได้เป็น!

เพื่อให้เข้าใจว่าทำไม David Beckham ถึงยกย่องเกียรตินี้ว่ายิ่งใหญ่ที่สุด อันดับแรกเราต้องทำความเข้าใจระบบบรรดาศักดิ์ของสหราชอาณาจักรกันก่อน

  1. ‘เซอร์’ ไม่ใช่แค่คำเรียก แต่คือเกียรติยศแห่งชาติ
  • Knight Bachelor: คือบรรดาศักดิ์ที่ David Beckham ได้รับ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเกียรติยศสูงสุดที่พระประมุขแห่งสหราชอาณาจักร (กษัตริย์หรือราชินี) พระราชทานให้แก่พลเมืองที่สร้างผลงานโดดเด่นหรืออุทิศตนเพื่อประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

ผลของการได้รับ: ผู้ได้รับจะมีสิทธิใช้คำนำหน้า “Sir” นำหน้าชื่อ (เช่น Sir David Beckham หรือ Sir David) ในชีวิตสาธารณะ เอกสารทางการ และบริบทที่เหมาะสม สะท้อนการยอมรับอย่างเป็นทางการจากรัฐ ไม่ใช่เพียงฉายาที่สื่อเรียกเล่น ๆ

  1. ความแตกต่างระหว่าง ‘เซอร์’ และ ‘ขุนนางสืบตระกูล’
  • ตำแหน่ง Knight Bachelor (เซอร์) ที่เบคแฮมได้รับ เป็นบรรดาศักดิ์ส่วนบุคคล หรือ Personal Honour นั่นหมายความว่าบรรดาศักดิ์นี้ยกย่องบุคคลนั้นตลอดชีวิต แต่จะไม่สามารถสืบทอดไปยังลูกหลานได้ ซึ่งจะต่างจากตำแหน่ง Lord, Earl, Duke ที่เป็น Hereditary Titles ที่สามารถส่งต่อไปยังทายาทได้

คำนำหน้าสำหรับภรรยา: และสำหรับภรรยาของผู้ที่ได้รับตำแหน่ง Sir จะได้รับคำนำหน้าว่า Lady ตามธรรมเนียม ซึ่งในกรณีนี้ก็จะสามารถเรียกได้ว่า Lady Victoria Beckham ได้เลยค่ะ

  1. บรรดาศักดิ์นี้มอบให้เพื่ออะไร?

การได้รับตำแหน่ง Sir เป็นการยกย่องว่าบุคคลนั้นได้สร้างประโยชน์สำคัญต่อประเทศชาติและสังคม ซึ่งอาจโดดเด่นในหลากหลายด้าน เช่น

  • กีฬา (Sports)
  • ศิลปะและวัฒนธรรม (Arts & Culture)
  • วิทยาศาสตร์และนวัตกรรม (Science)
  • การอุทิศตนเพื่อสาธารณประโยชน์หรือองค์กรการกุศล (Public & Charitable Service) 

และไม่ใช่แค่เดวิด เบคแฮมเท่านั้น นักกีฬาระดับตำนานอีกหลายคนก็ได้รับเกียรตินี้เช่นกัน เช่น

  • Sir Alex Ferguson – ผู้จัดการทีมฟุตบอลในตำนาน
  • Sir Lewis Hamilton – แชมป์โลกฟอร์มูล่าวันหลายสมัย

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำให้ “Sir David Beckham” พิเศษ ไม่ใช่ความดังหรือรูปลักษณ์เลย แต่คือ “ความตั้งใจที่จะทำให้โลกดีขึ้นทีละอย่าง” แบบที่ทำมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันนี้ และนั่นทำให้ตำแหน่งนี้มีความหมายมากกว่าแค่คำนำหน้าชื่อ แต่เป็นเหมือนการบอกว่า ต่อให้เริ่มจากที่เล็กแค่ไหน ถ้าเราทำสิ่งที่ดีอย่างสม่ำเสมอ วันหนึ่งมันจะส่งเสียงดังพอให้โลกได้ยินเอง

 


ทายนิสัยจาก 12 เดือนเกิด – อ่านจบแล้วเข้าใจคาแรกเตอร์ตัวเองมากขึ้น! ปี 2569

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ อัปเกรดทริป! รวมบัตรเครดิต ‘เข้า Lounge ฟรี’ ทั่วโลก

■ แจกพิกัด 7 เที่ยวจีนหน้าหนาว สวยเหมือนอยู่ในฝัน – พร้อมทริคเตรียมตัวก่อนเดินทาง

Parichat
Parichat
ถ้าเขียนแล้วชอบ ก็แปลว่าใช่ -

Related Post