เที่ยวคามิโคจิช่วง พฤษภาคม–มิถุนายน : Green Season ของ Japan Alps ที่น่าไปก่อนซัมเมอร์เต็มตัว

ถ้าพูดถึงญี่ปุ่นช่วงธรรมชาติสวย หลายคนอาจนึกถึงซากุระหรือใบไม้เปลี่ยนสีก่อน แต่จริงๆ แล้วช่วงเดือนพฤษภาคม–มิถุนายน ก็เป็นอีกช่วงที่น่าไปมาก โดยเฉพาะถ้าอยากเจอภูเขา แม่น้ำใส อากาศเย็น และวิวเขียวแบบไม่ต้องรอซัมเมอร์เต็มตัว หนึ่งในจุดที่ควรปักหมุดคือ คามิโคจิ (Kamikochi) พื้นที่ธรรมชาติในโซน Japan Alps ที่เปิดให้เที่ยวโดยทั่วไปตั้งแต่กลางเดือนเมษายนถึงกลางเดือนพฤศจิกายนค่ะ

ที่น่าสนใจคือช่วงนี้ยังไม่ใช่หน้าร้อนแบบเต็มตัว แต่เป็นฟีลปลายใบไม้ผลิถึงต้นฤดูร้อน หรือที่หลายคนเรียกว่า Green Season ของคามิโคจิ ต้นไม้เริ่มเขียวสด แม่น้ำเริ่มใสขึ้นในวันที่ฟ้าเปิด และยอดเขาบางจุดยังมีหิมะเหลือให้เห็นเป็นฉากหลัง ภาพรวมเลยให้ความรู้สึกต่างจากญี่ปุ่นในเมืองมาก เหมาะกับคนที่อยากเปลี่ยนจากแพลนเดินห้าง คาเฟ่ หรือย่านช้อปปิง มาเจอธรรมชาติแบบเดินง่าย วิวดี และไม่ต้องใช้แรงหนักเกินไป

 

เที่ยวคามิโคจิเดือนพฤษภาคม: ปลายใบไม้ผลิที่ภูเขาเริ่มเขียว

เที่ยวคามิโคจิเดือนพฤษภาคม: ปลายใบไม้ผลิที่ภูเขาเริ่มเขียว
cr.https://www.kamikochi.org/spot/kappa-bridge

ถ้าเลือกเที่ยวคามิโคจิเดือนพฤษภาคม ฟีลหลักจะเป็นธรรมชาติที่เพิ่งกลับมาสดหลังผ่านฤดูหนาว อากาศยังเย็น เดินเล่นสบาย และมีโอกาสได้เห็นยอดเขาที่ยังมีหิมะตัดกับสีเขียวของต้นไม้ ช่วงนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ภาพญี่ปุ่นอีกแบบ ไม่ใช่ซากุระ ไม่ใช่ใบไม้แดง แต่เป็นภูเขา แม่น้ำ และอากาศที่ทำให้รู้สึกว่าทริปช้าลงแบบดีมาก

สำหรับเส้นทางที่เหมาะกับเดือนนี้ แนะนำเริ่มจาก Kappa Bridge จุดแลนด์มาร์กที่เห็นวิวภูเขาและแม่น้ำ Azusa ได้ชัดมาก จากนั้นค่อยเดินต่อไปทาง Taisho Pond ถ้าอยากได้วิวผืนน้ำสะท้อนภูเขาแบบไม่ต้องเดินหนัก หรือถ้ามีเวลาเพิ่มอีกนิด อาจเลือกเดินเลียบแม่น้ำไปเรื่อยๆ เพื่อเก็บบรรยากาศระหว่างทาง พฤษภาคมจึงเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวธรรมชาติแบบสบายๆ ถ่ายรูปได้เรื่อยๆ และยังไม่อยากเจออากาศร้อนแบบกลางฤดูร้อน แต่ถ้าจะเดินเส้นทางยาวหรือขึ้นพื้นที่สูง แนะนำเช็กอากาศรายวันก่อนเสมอ เพราะอากาศบนภูเขาเปลี่ยนได้ไวค่ะ

 

เที่ยวคามิโคจิเดือนมิถุนายน: เขียวขึ้นชัด แต่ต้องเผื่อฝนไว้ด้วย

เที่ยวคามิโคจิ
cr.https://www.gltjp.com/en/directory/item/14893/

พอเข้าเดือนมิถุนายน คามิโคจิจะเริ่มขยับเข้าสู่ฟีลต้นฤดูร้อนมากขึ้น ธรรมชาติจะเขียวชัดกว่าเดือนพฤษภาคม และเส้นทางเดินหลายจุดดูสดขึ้นมาก เหมาะกับคนที่อยากเห็นวิวเขียวๆ แบบเต็มตา โดยเฉพาะโซน Kappa Bridge, Myojin Pond, Taisho Pond และเส้นทางเลียบแม่น้ำที่เดินได้เรื่อยๆ ไม่หนักเกินไป ถ้าวันไหนฟ้าเปิด วิวภูเขากับแม่น้ำจะสวยมากแบบไม่ต้องแต่งรูปเยอะ

อย่างไรก็ตาม มิถุนายนเป็นเดือนที่ควรเผื่อเรื่องฝนไว้ด้วยค่ะ เพราะเริ่มเข้าใกล้ช่วงที่ฝนมีโอกาสมาเยอะขึ้น บางวันอาจเจอเมฆต่ำ ฟ้าปิด หรือฝนที่ทำให้วิวภูเขาไม่เปิดเต็มที่ ดังนั้นถ้าจะไปช่วงนี้ ควรเตรียมเสื้อกันฝน ร่มพับ รองเท้าเดินที่ยึดพื้นดี และแพลนสำรองแบบไม่แน่นเกินไป เพราะต่อให้คามิโคจิยังเดินเที่ยวได้ในวันฝนตก แต่การแต่งตัวและจัดเวลาให้พร้อมจะช่วยให้ทริปไม่รวนง่ายเกินไป

 

แต่งตัวยังไงให้เดินคามิโคจิช่วง Green Season ได้สบาย

แต่งตัวยังไงให้เดินคามิโคจิช่วง Green Season ได้สบาย

 

ถึงจะเป็นช่วงที่เริ่มอุ่นขึ้น แต่คามิโคจิอยู่สูงประมาณ 1,500 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล อุณหภูมิจึงมักเย็นกว่าเมืองด้านล่างพอสมควร โดยเฉพาะช่วงเช้า เย็น หรือวันที่ฝนตก เพราะฉะนั้นอย่าคิดว่าไปพฤษภาคม–มิถุนายนแล้วจะแต่งตัวเหมือนเที่ยวเมืองได้ทั้งหมดนะคะ เสื้อแขนยาว เลเยอร์บางๆ และแจ็กเก็ตกันลมยังเป็นของที่ควรมีติดกระเป๋าไว้

ถ้าไปพฤษภาคม แนะนำแต่งแบบเลเยอร์ที่ถอดเข้าออกง่าย เช่น เสื้อแขนยาวด้านในกับแจ็กเก็ตบางๆ ส่วนรองเท้าควรเป็นคู่ที่เดินสบายและพื้นไม่ลื่น เพราะถึงจะไม่ได้ปีนเขาหนัก แต่เส้นทางธรรมชาติก็ยังต้องเดินเยอะกว่าทริปในเมืองอยู่ดี ส่วนถ้าไปมิถุนายนควรเพิ่ม rain gear เข้าไปด้วย ทั้งเสื้อกันฝน ร่มพับ และถุงกันน้ำสำหรับของสำคัญ เพราะถ้าเจอฝนขึ้นมา อย่างน้อยเราจะยังเดินต่อได้แบบไม่หมดสนุกกลางทาง

 

เดินทางไปคามิโคจิ ต้องรู้เรื่องรถก่อน

อีกเรื่องที่ควรรู้ก่อนแพลนคือ คามิโคจิไม่อนุญาตให้รถยนต์ส่วนตัวและมอเตอร์ไซค์เข้าไปในพื้นที่ เพื่อช่วยรักษาสภาพแวดล้อม นักท่องเที่ยวที่ขับรถมาต้องจอดที่ Sawando หรือ Hirayu แล้วต่อรถบัสหรือแท็กซี่เข้าไป ส่วนคนที่เดินทางจาก Matsumoto หรือ Takayama ก็ควรเช็กตารางรถบัสล่วงหน้า โดยเฉพาะวันหยุดหรือช่วงที่คนเดินทางเยอะ

เพราะแบบนี้ ถ้าอยากเที่ยวแบบไม่รีบ แนะนำวางแผนให้ไปถึงคามิโคจิตั้งแต่ช่วงเช้าค่ะ จะได้มีเวลาเดิน ถ่ายรูป นั่งพักริมแม่น้ำ และเผื่อเวลารถขากลับได้สบายขึ้น อีกอย่างคือคามิโคจิเป็นที่ที่เหมาะกับการค่อยๆ เดินมากกว่าการรีบเก็บทุกจุดในเวลาเดียว ถ้ามีเวลาไม่เยอะ ลองเลือกเส้นทางหลักที่อยากไปจริงๆ เช่น Kappa Bridge กับ Taisho Pond หรือ Kappa Bridge กับ Myojin Pond ก็พอ จะได้ไม่เหนื่อยเกินไปและยังได้ฟีลธรรมชาติครบ

คามิโคจิเหมาะกับใคร และควรไปเดือนไหนดี?

การเที่ยวคามิโคจิในช่วงพฤษภาคม–มิถุนายน เหมาะกับคนที่อยากหนีเมืองไปเจอธรรมชาติแบบจริงจัง แต่ยังไม่อยากเดินเขาหนักๆ เพราะหลายเส้นทางเดินง่าย วิวดี และใช้เวลาไม่ยาวเกินไป เหมาะกับคนที่อยากถ่ายรูป เดินเล่น สูดอากาศเย็น หรืออยากเพิ่มทริปธรรมชาติในแพลนญี่ปุ่นที่ไม่ได้มีแค่โตเกียว โอซาก้า หรือเกียวโต

ถ้าคุณชอบอากาศเย็น วิวภูเขาที่ยังมีหิมะ และฟีลปลายใบไม้ผลิ แนะนำเที่ยวญี่ปุ่นเดือนพฤษภาคม แล้วใส่คามิโคจิไว้ในแพลน แต่ถ้าอยากเห็นธรรมชาติเขียวชัดขึ้น ดอกไม้และต้นไม้ดูเต็มขึ้นเที่ยวญี่ปุ่นเดือนมิถุนายน ก็เป็นตัวเลือกที่ดี แค่ต้องเผื่อเรื่องฝนและเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

สรุปง่ายๆ คือ คามิโคจิช่วงพฤษภาคมมิถุนายนไม่ได้เหมาะกับคนที่อยากได้ซัมเมอร์จัดๆ แต่เหมาะกับคนที่อยากเจอ Green Season ของ Japan Alps แบบอากาศยังเดินเที่ยวได้สบาย และวิวธรรมชาติยังสดมากค่ะ

 


ปฏิทินเที่ยวคาซัคสถาน (Kazakhstan)  พฤษภาคม–กันยายน ไปเดือนไหนดี?

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ Re coffee – คาเฟ่ปากน้ำที่ไม่ได้มีแค่กาแฟ ชวนทำความรู้จัก Community Space ของคนปากน้ำ

■ Third Place คืออะไร? พื้นที่ที่ไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่งาน แต่ทำให้ชีวิตไม่ตัน

Parichat
Parichat
ถ้าเขียนแล้วชอบ ก็แปลว่าใช่ -

Related Post