พออากาศเริ่มชื้น ฝนตกสลับแดดแรง เหงื่อออกง่ายขึ้น หลายคนอาจเริ่มข้ามขั้นตอนทาโลชั่นไปเลย เพราะกลัวผิวเหนอะ ตัวหนึบ หรือเสื้อผ้าติดผิวระหว่างวัน แต่จริงๆ แล้วช่วงอากาศชื้นก็ยังต้องดูแลผิวอยู่ค่ะ แค่ต้องเปลี่ยนวิธีเลือก Body Care ให้เข้ากับสภาพอากาศมากขึ้น ไม่ใช่หยิบเนื้อครีมหนักๆ แบบเดิมมาใช้ทุกวันแล้วหวังว่าจะสบายผิวเหมือนช่วงอากาศแห้ง
คีย์ของการเลือก Body Care ช่วงอากาศชื้น คือเนื้อสัมผัสต้องเบา ซึมไว ไม่เคลือบผิวจนรู้สึกหนัก แต่ยังช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวได้พอดี
ควรเลือกเนื้อสัมผัสให้เบากว่าช่วงอากาศแห้ง

ช่วงอากาศชื้นควรพักเนื้อครีมที่เข้มข้นมากๆ ไว้ก่อน โดยเฉพาะวันที่ต้องออกจากบ้าน เดินทาง หรือเจอทั้งแดด ฝน และแอร์ในวันเดียว ลองเปลี่ยนมาใช้โลชั่นเนื้อบาง เจลครีม เอสเซนส์บอดี้ หรือ บอดี้เซรั่ม ที่ซึมไวกว่าเดิม เนื้อสัมผัสแบบนี้จะช่วยให้ผิวรู้สึกสบาย ไม่หนึบ และแต่งตัวต่อได้เร็วขึ้น ถ้าใครยังชอบความชุ่มชื้นของครีมเนื้อแน่น อาจเก็บไว้ใช้เฉพาะกลางคืน หรือใช้เฉพาะจุดที่แห้งง่าย เช่น ข้อศอก หัวเข่า ส้นเท้า ส่วนช่วงกลางวันให้เลือกโลชั่นซึมไวแทน จะช่วยให้การดูแลผิวไม่กลายเป็นเรื่องรำคาญตัว
มองหาส่วนผสมที่เติมน้ำให้ผิว แต่ไม่หนักผิว
บอดี้แคร์ ที่เหมาะกับอากาศชื้นไม่จำเป็นต้องเบาจนเหมือนไม่ได้บำรุงค่ะ ให้มองหาส่วนผสมที่ช่วยเติมน้ำและกักความชุ่มชื้นแบบไม่หนักผิว เช่น Hyaluronic Acid, Aloe Vera, Glycerin, Panthenol หรือ Niacinamide ส่วนผสมกลุ่มนี้ช่วยให้ผิวดูนุ่มขึ้น รู้สึกชุ่มชื้นขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องทิ้งฟีลเคลือบผิวหนาๆ สำหรับคนที่มีผิวแห้งง่ายแต่ไม่ชอบความเหนอะ ลองเลือกสูตรที่เขียนว่า lightweight, fast-absorbing, gel lotion หรือ non-sticky จะช่วยคัดตัวเลือกได้เร็วขึ้น ส่วนใครผิวระคายง่ายช่วงฝนตกสลับอากาศร้อน อาจเลือกสูตรที่ไม่มีน้ำหอมจัด หรือสูตรสำหรับผิวบอบบาง เพื่อให้ผิวไม่ต้องรับภาระจากหลายอย่างพร้อมกัน
ทาหลังอาบน้ำตอนผิวยังหมาด ช่วยให้ซึมง่ายขึ้น
วิธีทาก็สำคัญไม่แพ้เนื้อผลิตภัณฑ์ค่ะ หลังอาบน้ำให้ซับผิวพอหมาด แล้วทา Body Care ทันที จะช่วยให้ผิวรับความชุ่มชื้นได้ดีขึ้น และใช้ปริมาณน้อยกว่าการทาตอนผิวแห้งสนิทมากๆ วิธีนี้เหมาะกับช่วงอากาศชื้น เพราะไม่ต้องโบกเยอะ แต่ยังทำให้ผิวรู้สึกสบาย อีกทริคคือแบ่งปริมาณทาเป็นส่วนๆ แทนการบีบเยอะแล้วถูทีเดียวทั้งตัว เริ่มจากแขน ขา ลำตัว แล้วค่อยเติมเฉพาะจุดที่รู้สึกแห้ง จะช่วยลดความหนึบหลังทาได้ดีมาก โดยเฉพาะวันที่ต้องรีบแต่งตัวออกจากบ้าน และอยากให้ ผิวไม่เหนอะ ตั้งแต่เช้า
กลิ่นหอมควรสดชื่น ไม่หนักจนตีกับอากาศ
อากาศชื้นทำให้กลิ่นติดผิวชัดขึ้นในบางวัน โดยเฉพาะเวลามีเหงื่อหรืออยู่กลางแจ้งนานๆ ถ้าเลือกกลิ่นที่หนักเกินไป อาจทำให้รู้สึกมึนหรือไม่สบายตัวระหว่างวันได้ ช่วงนี้กลิ่นที่เหมาะกว่าคือโทนสะอาด สดชื่น หรือเบาๆ เช่น citrus, green tea, aquatic, floral แบบโปร่ง หรือกลิ่นแป้งสะอาดที่ไม่หวานจัด ถ้าใช้บอดี้มิสต์ น้ำหอม หรือโรลออนที่มีกลิ่นอยู่แล้ว แนะนำเลือก Body Care กลิ่นอ่อนหรือแบบไม่มีน้ำหอมไปเลย จะทำให้เลเยอร์กลิ่นบนตัวไม่ชนกัน และยังเหมาะกับวันที่ต้องอยู่ในออฟฟิศ รถไฟฟ้า หรือพื้นที่ปิดนานๆ
กันแดดตัวก็ยังจำเป็น แม้ฝนจะตก
หลายคนพอเห็นฟ้าครึ้มแล้วข้าม กันแดดตัว ไปทันที แต่วันฝนตกไม่ได้แปลว่าผิวไม่โดนแดดเลยค่ะ ถ้าวันนั้นใส่เสื้อแขนสั้น กระโปรงสั้น หรือกางเกงขาสั้น ควรมีกันแดดตัวที่เนื้อเบาและไม่เหนอะติดไว้ โดยเฉพาะคนที่ต้องเดินกลางแจ้ง ขึ้นรถ ลงรถ หรือออกไปซื้อของระหว่างวัน สูตรที่เหมาะกับอากาศชื้นควรเป็นเนื้อน้ำนม เจล หรือโลชั่นที่ซึมไว ไม่ทิ้งคราบขาวง่าย และไม่ทำให้ผิวลื่นจนรู้สึกไม่สบายตัว ถ้าต้องออกแดดนาน ค่อยเติมซ้ำตามความเหมาะสม จะช่วยให้การดูแลผิวหน้าฝน ครบขึ้นกว่าใช้แค่โลชั่นอย่างเดียว
Body Care ที่ใช่ ต้องทำให้ผิวสบายทั้งวัน
ช่วงอากาศชื้นไม่จำเป็นต้องเลิกทาโลชั่นหรือปล่อยผิวไว้เฉยๆ แค่เลือก Body Care ที่เนื้อเบา ซึมไว เติมน้ำให้ผิวได้ดี และไม่ทิ้งความเหนอะระหว่างวันก็พอ ลองดูทั้งเนื้อสัมผัส ส่วนผสม กลิ่น และวิธีใช้ให้เข้ากับอากาศ รวมถึงกิจวัตรของตัวเองในแต่ละวัน เพราะบอดี้แคร์ช่วงอากาศชื้นที่ดี ไม่ใช่ตัวที่บำรุงหนักที่สุด แต่คือตัวที่ทำให้ผิวสบาย แต่งตัวต่อได้ไว และไม่ทำให้เราอยากข้ามขั้นตอนดูแลผิวไปตั้งแต่เช้า อากาศจะชื้นแค่ไหน ผิวก็ยังดูแลได้แบบไม่ต้องเหนอะตัวค่ะ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ แนะนำ 6 เกมทำอาหารเล่นเพลิน เปลี่ยนมือถือให้เป็นครัวส่วนตัว
■ ไม่อยากเริ่มอะไรเลย ทั้งที่ไม่ได้ขี้เกียจ? บางทีคุณอาจติดอยู่ในภาวะ Mental Overload








