พัก 10 นาทีทั้งที อย่าจบที่การย้ายจากหน้าจองานไปไถโซเชียลแทนเลยค่ะ เนื่องจากการทำแบบนั้นไม่ใช่การพักที่แท้จริง แต่คือการเปลี่ยนไปรับข้อมูลอื่นจนสมองไม่ได้หยุดทำงานเลย พอกลับมาลุยงานต่อถึงได้รู้สึกตื้อกว่าเดิมแบบนี้ไง ยิ่งวันไหนงานแน่น ประชุมติดกัน หรือเปิดหลายแท็บจนเริ่มสับสน
การทำรีเซ็ตตัวเองในเวลาสั้นๆ คือการดึงตัวเองออกจากโหมดเร่งด่วนชั่วคราว เพื่อให้ร่างกายและสมองได้มีพื้นที่ว่างของตัวเองบ้างค่ะ

วางมือถือลงก่อน แล้วลองมองไปไกลๆ
ถ้าอยากให้การพักได้ผลจริง ลองเริ่มจากวางหน้าจอทุกอย่างลงค่ะ เพราะว่าการจ้องจอตลอดเวลาทำให้สมองรับภาระหนักเกินไป ดังนั้น ลองให้ช่วงแรกเป็นเวลาของการพักผ่อนสายตา มองออกไปนอกหน้าต่าง หรือหลับตานิ่งๆ สักครู่เพื่อให้ตาได้คลายจากการจ้องแสงสีฟ้านานๆ แค่ลุกจากโต๊ะไปเติมน้ำหรือเดินออกจากมุมเดิมนิดเดียว สมองจะเริ่มรู้แล้วว่าเรากำลังเข้าสู่โหมดพักจริงๆ ไม่ใช่แค่การย้ายจากหน้าจอหนึ่งไปอีกหน้าจอหนึ่งเฉยๆ ค่ะ
หายใจให้ช้าลง แม้ใจจะรีบส่งงานแค่ไหน
พอวางหน้าจอได้แล้ว ลองกลับมาเช็กจังหวะหายใจของตัวเองนิดนึงค่ะ เนื่องจากวันที่งานยุ่งเรามักจะหายใจตื้นโดยไม่รู้ตัว ยิ่งต้องปั่นงานรีบส่งไฟล์ ร่างกายจะเหมือนอยู่ในโหมดพร้อมลุยตลอดเวลา ดังนั้นควรใช้เวลาเพียง 1-2 นาทีหายใจเข้าให้ลึกกว่าปกติแล้วผ่อนออกยาวๆ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยรีเซ็ตระบบภายในให้เรากลับมาคุมกิจกรรม และโฟกัสงานชิ้นต่อไปได้ดีขึ้นแบบไม่น่าเชื่อเลย นอกจากนี้ระหว่างที่หายใจช้าๆ ให้ลองปล่อยวางเรื่องงานไว้ก่อน ถ้ามีความคิดแทรกเข้ามาก็แค่ปล่อยผ่านไปเพื่อให้สมองได้มีช่วงว่างจริงๆ ค่ะ
ขยับตัวนิดเดียว หัวโล่งขึ้นเยอะ
ต่อมาลองขยับร่างกายออกจากท่าเดิมดูบ้างค่ะ เพราะว่าการนั่งนานๆ ทำให้คอ บ่า ไหล่ ตึงจนเลือดไหลเวียนไม่สะดวก ซึ่งส่งผลให้สมองพลอยล้าไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้นลองใช้เวลาสั้นๆ บิดลำตัวเบาๆ หรือเดินช้าๆ รอบโต๊ะทำงานเพื่อให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น นอกจากนี้ หากทำงานที่บ้าน ลองลุกไปเปิดหน้าต่างหรือยืนยืดตัวข้างโต๊ะโดยไม่ต้องหยิบมือถือไปด้วย เพราะสุดท้ายแล้วร่างกายที่ผ่อนคลายจะช่วยให้การทำงานลื่นไหลขึ้นตามไปด้วยค่ะ
หิวหรือแค่เหนื่อย? ลองดื่มน้ำก่อนเริ่มต่อ
อีกเรื่องที่หลายคนลืมคือการดูแลร่างกายขั้นพื้นฐานค่ะ เพราะบางทีความเหนื่อยอาจมาจากร่างกายขาดน้ำโดยที่เราไม่รู้ตัว ดังนั้น แทนที่จะกดกาแฟแก้วที่สาม ลองเปลี่ยนเป็นน้ำเปล่าสักแก้วก่อนค่ะ หรือถ้าหิวจริงๆ ควรเลือกของกินเบาๆ อย่างผลไม้หรือถั่ว เพื่อไม่ให้ร่างกายหนักตัวจนง่วงซึมในช่วงบ่าย ยิ่งไปกว่านั้นการจิบน้ำสม่ำเสมอยังช่วยให้การดูแลตัวเองระหว่างวันเป็นเรื่องที่ทำได้ง่ายและเห็นผลชัดเจนที่สุดอย่างหนึ่งเลยค่ะ
จัดระเบียบหัวด้วยโน้ต 3 บรรทัด
ถ้างานยังวิ่งวุ่นอยู่ในหัวจนพักไม่ลง ลองเขียนโน้ตสั้นๆ 3 บรรทัดก่อนเริ่มพักดูค่ะ บรรทัดแรกเขียนว่าตอนนี้ค้างงานอะไรอยู่ บรรทัดที่สองเขียนว่าอะไรสำคัญที่สุดที่ต้องทำก่อน และบรรทัดที่สามเขียนว่าหลังพักเสร็จจะเริ่มจากจุดไหน ซึ่งการเขียนแบบนี้จะช่วยให้เรากลับมาลุยต่อได้ทันทีโดยไม่ต้องนั่งนึกให้เสียเวลา นอกจากนี้ยังช่วยลดความกังวลในช่วงที่เรากำลังพักได้ดีมาก ดังนั้น เราจึงสามารถพักได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกลัวว่าจะลืมงานที่ค้างไว้อยู่ค่ะ
สูตรพัก 10 นาที สำหรับวันงานล้นมือ
ถ้าไม่รู้จะเริ่มยังไง ลองใช้สูตรนี้เลยค่ะ 2 นาทีแรกวางมือถือและพักสายตา ต่อด้วย 2 นาทีฝึกหายใจช้าๆ ให้ใจนิ่ง จากนั้นใช้ 3 นาทีลุกไปขยับตัวหรือเดินเติมน้ำ อีก 2 นาทีเขียนโน้ตสั้นๆ เตรียมเริ่มงานต่อ และ 1 นาทีสุดท้ายกลับมานั่งที่โต๊ะพร้อมลุย เนื่องจากสูตรนี้ทำตามง่ายและไม่กินเวลาเกินไป ดังนั้น ต่อให้งานจะยุ่งแค่ไหนเราก็สามารถแบ่งเวลามาทำ สุขภาพประจำวันของเราให้ดีขึ้นได้เสมอ นอกจากนี้จุดสำคัญคืออย่าใช้เวลาทั้งหมดไปกับการไถมือถือ เพราะนั่นจะทำให้สมองไม่ได้พักจริงๆ ค่ะ
การพักไม่ได้ทำให้เสียเวลาเสมอไป
ในวันที่งานแน่น การพักสั้นๆ แบบมีสาระจะช่วยให้เราทำงานได้ไวขึ้นและลดความผิดพลาดได้ดีกว่าการฝืนทำต่อแน่นอนค่ะ เนื่องจาก การพักช่วยลดความตื้อและไม่ลากความล้าจากงานก่อนหน้าไปใส่งานถัดไป นอกจากนี้การพัก 10 นาทีที่ดียังช่วยให้เรากลับมาคุมหัวใจของงานได้ดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย ดังนั้นลองเอาเทคนิคนี้ไปปรับใช้ดูนะคะ แล้วจะรู้ว่าแค่ 10 นาทีที่วางทุกอย่างลงจริงๆ ก็เปลี่ยนมู้ดทั้งวันให้ดีขึ้นได้แล้วค่ะ
เอาเป็นว่าใครที่กำลังหัวหมุนกับกองงาน ลองลุกขึ้นมาปรับจังหวะตัวเองดูสักนิดนะคะ เพราะว่าเครื่องจักรยังต้องพัก แล้วนับประสาอะไรกับร่างกายเราล่ะคะ พักให้เต็มที่แล้วค่อยกลับมาลุยต่อให้จบค่ะ
Third Place คืออะไร? พื้นที่ที่ไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่งาน แต่ทำให้ชีวิตไม่ตัน
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ แนะนำ 6 เกมทำอาหารเล่นเพลิน เปลี่ยนมือถือให้เป็นครัวส่วนตัว
■ Fitbit Air: สายรัดสุขภาพไร้หน้าจอจาก Google หรือนี่จะเป็นคู่แข่งใหม่ของ Whoop?








