Home Blog Page 994

รวม “คำบอกรัก” ของแต่ละประเทศ เพราะคำว่ารักคำเดียวไม่เคยพอ

รวม “คำบอกรัก” ของแต่ละประเทศ เพราะคำว่ารักคำเดียวไม่เคยพอ

คำบอกรัก

วันวาเลนไทน์วนมาถึงอีกครั้ง คนมีคู่ก็อยากจะบอกรักแฟน แต่บอกมากี่ปี ๆ ก็ใช้แต่คำเดิม ๆ “ฉันรักเธอ” วาเลนไทน์ปีนี้ ถ้าอยากเปลี่ยนคำเดิม ๆ บอกรักแฟนในภาษาใหม่ ๆ วันนี้เราเลยได้รวบรวม คำบอกรัก ของแต่ละประเทศมาไว้ในบทความนี้แล้วค่ะ ตามไปอ่านกันได้เลย เตรียมฝึกเอาไว้บอกรักแฟนกันค่ะ

ภาษาเกาหลี 사랑해  อ่านว่า  “ซา รัง แฮ”
ภาษาญี่ปุ่น  愛してる อ่านว่า “ไอ ชิเทรุ”
ภาษาเวียดนาม Tôi yêu em  “ตอย ยิ่ว เอ๋ม”
ภาษาฟิลิปปินส์ Mahal kita  “มาฮัล กะตา”
ภาษามาเลเซีย Saya cintamu  “ซายา จินตามู”
ภาษาจีน 我爱你  อ่านว่า “หว่ออ้ายหนี่”
ภาษาลาว ຂ້ອຍຮັກເຈົ້າ  อ่านว่า “ข้อยฮักเจ้า”
ภาษาพม่า ငါသည်သင်တို့ကိုချစ်   อ่านว่า “จิต พา เด”
ภาษาเขมร ខ្ញុំ​ស្រលាញ់​អ្នក อ่านว่า “บอง สรัน โอน”
ภาษาอังกฤษ I love you อ่านว่า “ไอ เลิฟ ยู”

คำบอกรัก
Cr. Freepik

ภาษาอิตาลี Ti amo   อ่านว่า “ติ อโม”
ภาษาฝรั่งเศส Je t’aime อ่านว่า “เฌอแตม”
ภาษาเยอรมัน Ich liebe Dich   อ่านว่า “อิคช์ ลิเบอ ดิกช์”
ภาษาฮอลแลนด์ Ik hou van jou   อ่านว่า “อิค เฮา ฟาวน์ เยา”
ภาษานอร์เวย์  Jeg Elsker Deg อ่านว่า “ไย เอล สการ์ได”
ภาษาเดนมาร์ก Jeg elsker dig  อ่านว่า “ยาก์ อิลช เกอร์ไดก์”
ภาษาตุรกี Seni Seviyorum   อ่านว่า “เซนีเซวีโยรัม”
ภาษาแอฟริกัน Ek is lief vir jou   อ่านว่า “เอค เอิร์ส ลิฟ เวอร์ โยว”
ภาษาบัลแกเรีย обичам те   อ่านว่า “โอบิชัม เต”
ภาษาฮังการี Szeretlek  อ่านว่า   “เซเรตแลค”
ภาษาเช็ก Miluji tě  อ่านว่า “มิลูจิ เต”
ภาษารัสเซีย я тебя люблю อ่านว่า “ยาวาส ลุยบลิอู”

เรารวบรวมเอามาให้ทุก ๆ คนกันทั้งหมด 22 คำ จาก 22 ประเทศนะคะ ฝึกออกเสียงแล้วนำไปใช้กันได้เลย ทันวันวาเลนไทน์พอดี ส่วนสำหรับใครที่ยังไม่มีของขวัญให้คนรัก ตอนนี้ยังเตรียมทันนะคะ สามารถไปอ่าน สูตรทำช็อกโกแลตง่าย ๆ ให้แฟนเป็นของขวัญวันวาเลนไทน์ กันได้เลย

Louis Vuitton คอลเลกชันกระเป๋าใหม่ รำลึกถึง Virgil Abloh

0

Louis Vuitton คอลเลกชันกระเป๋าใหม่ Spring/Summer 2022 รำลึกถึง Virgil Abloh

Cr.Photo ; Louis Vuitton

Louis Vuitton ยังคงแสดงความเคารพต่อ Virgil Abloh ดีไซเนอร์ที่มีผลงานมากที่สุดคนหนึ่งของแฟชั่นเฮาส์ อย่างที่เราทราบกันดีว่าเขาคือ Artistic Director of Menswear ของ Louis Vuitton เขาทำหน้าที่นั้นในขณะที่เขาเป็นหัวหน้าวงการแฟชั่นสตรีทของ Off-White การสร้างแบรนด์ที่หรูหรา และสตรีทแวร์ให้กับคนทั่วโลก ที่ได้มีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบที่เป็นอาการพบเห็นยาก ซึ่งเป็นมะเร็งรูปแบบที่หายากมาก ๆ ที่เสียชีวิตในวัยเพียง 41 ปี เรียกได้ว่าเขย่าวงการแฟชั่นไปทั่วโลก แต่เขานั้นก็มีผลงานมากมายที่เปลี่ยนวงการแฟชั่นหลายต่อหลายครั้ง ซึ่งคอลเลกชันนี้ในรูปแบบใหม่ที่เพิ่มเข้ามาในไลน์ผลิตภัณฑ์สำหรับ Season Spring/Summer 2022

เพื่อเป็นการรำลึกถึงฤดูกาลที่ 7 ของคอลเลกชัน Virgil Abloh ที่ Louis Vuitton แบรนด์หรูได้เปิดเผยกระเป๋าที่ได้รับการคัดสรร ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภาพเงาลำตัวของ Atelier ในคอลเลกชันอุปกรณ์เสริมการเดินทาง ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ คอลเลกชันนี้ประกอบด้วยลำตัวกระเป๋าที่นิ่ม ที่มีรูปร่างเป็นทรงกลม และโครงสร้างกระเป๋าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า คล้ายกับที่พบในช่วงทศวรรษ 1900 ที่เหมือนคอลเลกชันนี้ ซึ่งกระเป๋าแต่ละใบมีเลข “7” Spring/Summer 2022 เป็นสัญลักษณ์ และพาดพิงถึงคอลเลกชันฤดูกาลที่เจ็ดของ Virgil Abloh

Cr.Photo ; Louis Vuitton

คอลเลกชันนี้มีความโดดเด่น ขึ้นชื่อในด้านการเพิ่มสีสันให้กับชิ้นงาน ที่ไร้กาลเวลาทศวรรษ 1900 โดยใช้การเน้นสีนีออน ตัวเลข “7” ถูกตรึงไว้อย่างเด่นชัดบนกระเป๋าแต่ละใบในเฉดสีที่โดดเด่น อีกความโดดเด่นกระเป๋านุ่มแต่งด้วยสีส้มที่เป็นแก่นสารของ Louis Vuitton ชวนให้นึกถึงกระเป๋าเดินทางของบ้านในช่วงทศวรรษที่ 1920 เมื่อสีย้อนยุคเพิ่มเข้ากับดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์วินเทจ ชิ้นเดียวกันนี้ยังมีอยู่ในรูปแบบโมโนแกรม Louis Vuitton แบบดั้งเดิม แต่ให้สัมผัสของ Virgil Abloh ด้วยสายรัดสีเหลืองนีออน Pochette Voyage MM เรียงรายไปด้วยสีน้ำเงินเทอร์ควอยซ์ ซึ่งเป็นสีที่ใช้บ่อยในคอลเลกชันก่อนหน้าของ Virgil Abloh

คอลเลกชันกระเป๋า Louis Vuitton วางจำหน่ายทางออนไลน์แล้ว และสินค้าต่าง ๆ คาดว่าจะขายปลีกระหว่าง 1,386 ดอลลาร์สหรัฐ ถึง 4,697 ดอลลาร์สหรัฐ ที่บอกเลยว่าน่าสะสมสุด ๆ และอย่าลืมติดตาม Inzpy ที่จะพาเพื่อน ๆ มาดูคอลเลกชันต่าง ๆ ในโลกของแฟชั่น อย่าลืมติดตามกันนะครับ

Ghetts มาพร้อมกับ Reebok Classic Leather รองเท้า Original

0

Ghetts มาพร้อมกับ Reebok Classic Leather รองเท้า Original Footwear

Cr.Photo ; reebok

สำหรับหลาย ๆ คน ก็คงเคยเห็นเจ้า Reebok Classic Leather รองเท้าที่ยืนหยัดผ่านการทดสอบของกาลเวลามาอย่างยาวนาน ที่มีการรู้จักทั่ววงการรองเท้าแฟชั่นอย่างแพร่หลายเรียกได้ว่า Original Footwear เป็นมากกว่ารองเท้าในตำนานแฟชั่นยุคแรก อย่างเจ้ารองเท้า Reebok Classic Leather รองเท้าผ้าใบที่ปรากฏตัวในช่วงบูมฟิตเนสในยุค 80 แต่ในไม่ช้าก็พบว่ามีชื่อเสียงในหมู่แฟชั่นของยุค 80 และได้มีความนิยมในวงการฮิปฮอปในยุค 90 ศิลปินต่าง ๆ ในยุคแรก ๆ ซึ่งผู้ที่ออกแบบเจ้าตัวรองเท้านี้ก็คือ Joseph William Foster เริ่มต้นออกแบบรองเท้าวิ่งคู่แรกในห้องนอนตัวเองตอนอายุได้เพียง 14 ปีเท่านั้น ซึ่งรองเท้าคู่แรกที่ Joseph William Foster ออกแบบนั้นเป็นรองเท้ามีตะปูด้านหน้า เพื่อการยึดเกาะที่แข็งแรง และถือเป็นต้นแบบรองเท้าสไตล์ Spiked Running Shoes เลยก็ว่าได้

เจ้าตัวรองเท้า Reebok Classic Leather นั้น ช่วงที่รองเท้าคู่นี้ออกวางจำหน่าย ก็มีรองเท้าชื่อดังในยุค 80 อย่าง Adidas Superstar และ Nike’s Air Force 1 ที่เป็นคู่แข่งตัวกาจ ก็มีความนิยมไม่แพ้กัน ซึ่งเจ้าตัว Reebok Classic ผลิตจากหนังแท้คุณภาพดี และเสริมความแข็งแรงด้วยผ้า Nylon และด้วยทรงรองเท้าที่โฉบเฉี่ยวมากในยุคนั้นทำให้ Reebok Classic Leather เป็นที่ชื่นชอบอย่างรวดเร็ว แถมยังสามารถใส่ออกกำลังกาย และเดินเที่ยวเก๋ ๆ ได้ในเวลาเดียวกัน ส่งผลให้รองเท้า Reebok Classic Leather คู่นี้กลายเป็น Daily Shoes โดยสมบูรณ์แบบ ด้วยการออกแบบที่ดูแล้วสะอาดตา ลวดลายเส้นสายที่มีความเรียบ และพื้นรองเท้าที่รับแรงกระแทกที่ดีเยี่ยม

Cr.Photo ; reebok

Ghetts ในฐานะแร็ปเปอร์ชั้นนำคนหนึ่ง ได้มองว่าสินค้าคลาสสิก เป็นสิ่งที่น่าอัศจรรย์ อย่าง Reebok Classic Leather ที่เราได้เห็นใน Youtube ช่องของ Reebok ที่ทาง Ghetts ได้ใส่เจ้าตัวรองเท้าคู่นี้แล้วดูเท่สุด ๆ ในคอนเซ็ปต์ที่มีชื่อว่า Life Is Not A Spectator Sport

Inzpy ขอฝากเพื่อน ๆ ติดตามเรา เพื่อรับข่าวสารแฟชั่นต่าง ๆ ที่เราจะไม่ได้มีแค่บทความของรองเท้า แต่ยังมีทั้งเสื้อผ้าแฟชั่นต่าง ๆ ที่มีให้เพื่อน ๆ ได้มาอ่านในทุก ๆ วัน อย่าลืมติดตามกันนะครับ

ผู้บริหาร Nade ตาถึง มอบรางวัลพิเศษ “นางงามผิวสวย” ให้กับ “ซิลเวีย” นางสาวเชียงใหม่ 2565

ผู้บริหาร Nade ตาถึง มอบรางวัลพิเศษ “นางงามผิวสวย” ให้กับ “ซิลเวีย” นางสาวเชียงใหม่ 2565 – จบไปแล้วกับการประกวดนางสาวเชียงใหม่ประจำปี 2565 ที่จัดขึ้นในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 ณ ลานกิจกรรมตรงข้ามสวนเฉลิมพระเกียรติ 82 พรรษา องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่ 89 โดยตลอด 89 ปีที่ผ่านมาเวทีประกวดนางงามระดับภูมิภาคอย่างเวทีนางสาวเชียงใหม่ได้ส่งออกนางงามไปยังเวทีระดับประเทศ และระดับโลกมาแล้วมากมาย

การประกวดนางสาวเชียงใหม่ในแต่ละครั้งมีเป้าหมายเพื่อเชื่อมโยงอัตลักษณ์ความเป็นล้านนาสู่สากล และทำให้เมืองเชียงใหม่เป็นที่รู้จักมากขึ้น สำหรับในการประกวดนางสาวเชียงใหม่ประจำปี 2565 ครั้งนี้ก็มีสาวงามตบเท้าเข้ามาสมัครแข่งขัน และเข้าร่วมคัดเลือกมากมายกว่า 30 คน แต่จะมี 1 เดียวเท่านั้นที่จะได้เป็นที่ 1 รับมงกุฏ และสายสะพาย พร้อมกับเงินรางวัลมูลค่ากว่า 300,000 บาท ไปเลย

“นางงามผิวสวย”

สำหรับรางวัลพิเศษที่หลายคนจับตามองมากที่สุดว่าสาวงามคนใดจะได้รับนั้นคือ รางวัล “นางงามผิวสวย” ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Nade by Beauraz ที่เป็นหนึ่งในผู้สร้างผลิตภัณฑ์คอลลาเจนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในตอนนี้ ในการเป็นผู้คัดเลือกสาวงาม 1 ใน 30 คนให้ได้รับรางวัลนางงามผิวสวย ของการประกวดนางสาวเชียงใหม่ในรอบลองไฟวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ซึ่ง 1 ในสาวงามทั้งหมดที่ได้รับรางวัลนางงามผิวสวยประจำปี 2565 นั้นก็คือ “ซิลเวีย – ศิรดา โลบูลโย่” ที่เป็นหนึ่งในผู้เข้าประกวดตัวเต็ง และยังได้รับตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ประจำปี 2565 อีกด้วย

“นางงามผิวสวย” 5

ถือว่าผู้สนับสนุนรางวัลนางงามผิวสวย อย่างผู้สร้างผลิตภัณฑ์คอลลาเจน Nade by Beauraz นั้นตาถึงที่จะมอบรางวัลพิเศษนี้ให้กับ “ซิลเวีย – ศิรดา โลบูลโย่” และเธอเองก็ยังได้รับตำแหน่งใหญ่ที่สุดในการประกวดครั้งนี้คือ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 นางสาวเชียงใหม่ 2565 อีกด้วย วันนี้ Inzpy จึงจะพาไปหาคำตอบในการคัดเลือกนางงามผิวสวยจากผู้คัดเลือกครั้งนี้อย่างผู้บริการ Nade by Beauraz ที่เป็นหนึ่งในการสร้างแรงบันดาลใจเรื่องความสวยให้กับสาวงามตลอดการแข่งขัน

ทำไม Nade by Beauraz จึงตัดสินใจในการเป็นสปอนเซอร์ให้กับนางสาวเชียงใหม่ประจำปี 2565 ?

ทางผู้บริหาร Nade by Beauraz ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการประกวดนางสาวเชียงใหม่ เพื่อที่จะเป็นตัวแทนของผู้หญิงล้านนาที่ขึ้นชื่อว่าสวย และมีผิวพรรณที่ดีที่สุด เพราะทาง Nade by Beauraz ก็ให้ความสำคัญกับสุขภาพ โดยเฉพาะเรื่องผิวพรรณที่ทำให้ผู้หญิงนั้นดูสวย และดูมีออร่าขึ้นมาได้

จึงทำให้เราอยากเข้าไปสนับสนุนการประกวดในครั้งนี้ และให้สาวงามทุกคนได้รับประทานก่อนขึ้นประกวด เพื่อให้นางงามทุกคนมีผิวพรรณที่สดใส ดูมีออร่ามากที่สุดในวันประกวด ใครที่ได้ชมการประกวดทั้ง 2 รอบ ก็จะเห็นว่าสาวงามแต่ละคนนั้นมีผิวที่สว่างกระจ่างใส มีออร่าขึ้นจริง ๆ

3

Nade by Beauraz มีส่วนช่วยสร้างความมั่นใจให้กับนางงามในการประกวดครั้งนี้ด้านได้บ้าง ?

NADE’ by Beauraz เป็นกลุ่มที่สร้างผลิตภัณฑ์อาหารเสริมคอลลาเจน คือ NADE’ Marine Collagen + Dipeptide และ NADE’ Collagen Jellystick ซึ่งในการประกวดครั้งนี้ NADE’ by Beauraz ได้นำคอลลาเจน 2 แบบ แบบแรก NADE’ Marine Collagen + Dipeptide ที่เป็นคอลลาเจนชนิดผง มาให้สาวงามทุกท่านได้รับประทาน

เพราะ แต่ละซองจะประกอบไปด้วย คอลลาเจนไดเปปไทด์จากปลาทะเลนำเข้าจากประเทศนอร์เวย์ และส่วนผสมมากมายอย่าง สารสกัดจากเปลือกสน ที่ช่วยลดปัญหา ฝ้า กระ จุดด่างดำ ช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส อ่อนกว่าวัย ช่วยให้ผิวเรียบตึง หรือจะเป็น COENZYME Q10 ที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และที่สำคัญยังมี TeloAge ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของแล็บเราที่ช่วยชะลอวัยระดับเซลล์เพื่อให้สาวงามได้เตรียมพร้อมเรื่องของผิวพรรณ และสุขภาพให้พร้อมก่อนขึ้นเวทีให้มีความมั่นใจมากขึ้น

ส่วนสาวงามบางคนที่แพ้อาหารทะเล และอยากได้ตัวเลือกที่ทานสะดวก เรายังมี NADE’ Collagen Jellystick ซึ่งเป็นคอลลาเจนแบบเจลลี่ ทำจากคอลลาเจนที่สกัดจากปลาน้ำจืดจาก NIPPI ซึ่งเป็นโรงงานคอลลาเจนเจ้าแรก ๆ ของประเทศญี่ปุ่น และยังมี Astaxanthin ที่ช่วยยับยั้งการก่อเม็ดสีของผิวอีกด้วย

8

เกณฑ์ที่ทาง NADE’ by Beauraz ใช้ในการให้รางวัลนางงามผิวสวยในครั้งนี้ ?

สำหรับเกณฑ์ที่เราใช้ในการตัดสินรางวัลนางงามผิวสวยในครั้งนี้คือ สาวงามที่มีผิวพรรณที่สวยดูมีออร่าที่สุด เพราะสาวงามแต่ละคนได้รับประทาน NADE’ Marine Collagen + Dipeptide ทำให้แต่ละคนมีผิวที่ดีกันทุกคนอยู่แล้ว แต่การรับประทานคอลลาเจนให้ได้ผลที่สุดก็จะมีวิธีการของมันอยู่ ซึ่งหากรับประทานอย่างถูกต้องก็จะทำให้ผิวพรรณดูสว่างกระจ่างใสได้ชัดเจนที่สุด และประกอบกับการดูแลรักษาผิวพรรณของแต่ละคนด้วยที่จะทำให้มีผิวที่ดูสุขภาพดี

รู้สึกอย่างไรที่บ้าง กับสาวงามที่ทาง Nade by Beauraz เลือกให้เป็นนางงามผิวสวย ได้รับตำแหน่งใหญ่อย่างนางสาวเชียงใหม่ประจำปี 2565 ?

ทาง Nade by Beauraz ที่เข้าไปเป็นหนึ่งในผู้ตัดสินรางวัลพิเศษอย่าง “นางงามผิวสวย” ก็รู้สึกดีใจ และขอแสดงความยินดีกับน้อง “ซิลเวีย – ศิรดา โลบูลโย่” ที่ได้รับตำแหน่งคว้ามงกุฎนางสาวเชียงใหม่ในครั้งนี้ด้วย ในระหว่างเก็บตัว น้องซิลเวียมีผิวพรรณที่ดีอยู่แล้ว ยิ่งในรอบลองไฟผิวของน้องยิ่งเปล่งประกายมีออร่าโดดเด่นเป็นอย่างมาก ทำให้ทางเราเลือกมอบรางวัลนางงามผิวสวยให้กับน้องซิลเวีย

“นางงามผิวสวย” 2

อย่างที่บอกไปการมีผิวพรรณที่ดี เปล่งปลั่ง ดูมีออร่ายิ่งทำให้ผู้หญิง ดูสวย และเป็นที่น่าจดจำมากยิ่งขึ้น ทำให้ทางเรา NADE’ by Beauraz จึงอยากจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้หญิงทุกคนที่อยากดูดีทั้งภายใน และภายนอกได้ง่าย ๆ

โดยการเลือกทานอาหารเสริมคอลลาเจนที่มีประสิทธิภาพอย่าง NADE’ Marine Collagen + Dipeptide และ NADE’ Collagen Jellystduck ในการเป็นหนึ่งในตัวช่วยในเรื่องของสุขภาพผิวอย่าง “ซิลเวีย – ศิรดา โลบูลโย่” สาวงามที่ได้รับตำแหน่งนางสาวเชียงใหม่ประจำปี 2565 ในครั้งนี้

ห้องนอน ไม่ได้นอน รวมไอเดียแต่งห้องนอนสร้างบรรยากาศรัก

0

ห้องนอน ไม่ได้นอน รวมไอเดียแต่งห้องนอนสร้างบรรยากาศรัก เพราะความรักเป็นสิ่งสวยงาม และชีวิต Sex ก็คือองค์ประกอบหนึ่งของความรักที่ชุบชูใจให้แก่กันระหว่างคู่รัก

Cr. Photo by Alexander Krivitskiy on Unsplash

ฉะนั้น การแต่งห้องนอนเพื่อเติมอรรถรสให้ชีวิต จึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะสร้างสรรค์นำพาให้คุณมีความสุข สลัดจากห้องนอนเรียบ ๆ จำเจน่าเบื่อ สู่ห้องนอนสุดแซ่บ (and ไฟลุก!) ด้วยไอเดียในการตกแต่งที่จะทำให้คุณฟินเวอร์… แบบเบอร์แรงงงง ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น Inzpy รวบรวมข้อมูลมาเสิร์ฟให้คุณแล้ว (อ่านเลย ด่วนๆ)  

เร้าอารมณ์ ด้วยแสงไฟ  
ห้องนอน
Cr. Photo by Joyce G on Unsplash

สำหรับทริคการตกแต่งไฟ ให้คุณได้นำไปลองใช้  มีดังนี้…  เริ่มจาก แสงเทียน แสงไฟสุดคลาสสิกตลอดกาล ที่สร้างให้ห้องคุณดูโรแมนติกได้ในพริบตา แต่การจุดเทียนให้ฟินได้อารมณ์ ไฟในห้องนั้นต้องไม่สว่างมากเกินไป ฉะนั้นถ้าไฟในห้องหรี่ได้ ก็ควรปรับความสว่างลดลง เพื่อให้เปลวเทียนโดดเด่น ขับเน้นให้เกิดบรรยากาศที่อบอุ่น และเซ็กซี่

แนะนำให้ใช้เป็นเทียนหอมที่มีกลิ่นอ่อน ๆ เพราะถ้ากลิ่นแรง… เกินเบอร์ แทนที่จะโรแมนติก กลับกลายเป็นแป๊กสนิท ทุกอย่างก็จะพัง! ทันที

แสงจากโคมไฟ (หากเป็นแสงแบบ Warm White ยิ่งดี) ถ้าเป็น ‘โคมไฟตั้งโต๊ะ’ อาจเลือกเป็นตัวโคมรูปทรงที่เป็นสิงสาราสัตว์ เพื่อปลุกเร้าอารมณ์แบบนายพราน… ให้มู้ดห้องดูห้ำหั่นแอบแซ่บ (อารมณ์ประมาณว่า ฉันกำลังโดนล่า…) วางตั้งไว้ด้านซ้ายและขวาของโต๊ะข้างเตียง และถ้าเป็น ‘โคมไฟห้อยเพดาน’ ลองเลือกหาแชนเดอเลียร์มาติดตั้งไว้บริเวณกลางห้อง หรือหากห้องมีขนาดใหญ่ ก็ติดตั้งไว้เหนือมุมนั่งเล่นในห้องนอน เพื่อให้ห้อยระย้าลงมาส่องแสงประกายสวยเย้ายวน

หรือ… ลงทุนสักนิด ติดตั้ง ไฟหลืบ บริเวณหลังหัวเตียง ที่เป็นการแสงแบบ indirect lighting ก็จะทำให้เตียงนอนดูมีมิติมากขึ้น แถมแสงยังส่องสะท้อนฉาบไปยังเรือนร่างคู่รัก ซึ่งซีนนี้บอกเลยใครเห็นเป็นต้องสยิว… จั๊กจี้หัวใจสุด ๆ ยิ่งถ้าใช้เป็นไฟหลืบสามารถเปลี่ยนสีได้ ก็จะทำให้ห้องดูวาไรตี้มากขึ้น (ก็แล้วแต่ว่าคุณชอบแบบไหน)

โฟกัส เรื่องบนเตียง!
ห้องนอน
Cr.Photo : pinterest.com

การเลือกผ้าห่ม ผ้าคลุมเตียง ปลอกหมอน ที่มี texture นุ่มลื่น… อย่างผ้าแพร หรือผ้าซาติน ซึ่งเป็นเนื้อผ้าพิเศษที่มีความนุ่ม มันวาว… และบางเบา… มอบสัมผัสที่ชวนให้รู้สึกถึงความเซ็กซี่ หากใครไม่เคยใช้ หรือไม่คุ้นชิน ก็อาจจะเลือกซื้อมาไว้ปูในโอกาสพิเศษก็ได้ แถมผ้าสองชนิดนี้ยังทำให้ห้องหับดูหรูหราอีกด้วยนะ

ห้องนอน
Cr.Photo : pinterest.com

รวมถึงแนะนำให้หามุ้ง หรือม่านเตียงแบบผ้าโปร่งมาติดตั้ง ห้อยระย้าลงมาจากเพดาน เพราะเมื่อต้องแสงไฟ ยิ่งช่วยเพิ่มความโรแมนติก เกิดแสงเงาที่ได้อารมณ์และดูนวลตาทีเดียว

เสริมอีกนิด… ถ้าคุณไม่โลดโพนโจนทะยานเกินไป อย่าลืม! นำแจกันใส่ดอกไม้ มาจัดวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงด้วย อาจเลือกเป็นดอกทิวลิป หรือดอกกุหลาบ (หรือดอกไม้อะไรก็ได้ที่มีสีสันจัดจ้าน) ก็จะช่วยสร้างซีนและกลิ่นหอมที่สร้าง feel good ให้แก่เราได้

ใส่ลูกเล่น ในแนวดิ่ง  

Cr.Photo : pinterest.com

หากอยากให้ห้องดูพิเศษไม่เหมือนใคร ผ้าม่านที่เลือกมาติดตั้ง ควรมีความยาวเป็นพิเศษกว่าปกติทั่วไปที่ใช้ปิดเพียงแค่ช่องแสง เพราะผ้าม่านที่มีความสูงจรดพื้น หรือระพื้นนิดนึง จะช่วยเพิ่มความสูงโปร่งให้กับห้องนอนได้ รวมถึงช่วยเพิ่มบรรยากาศห้องนอนให้เซ็กซี่… ดูอลังการมี energy ยิ่งถ้าต้องลมเบา ๆ พัดปลิวไสว ยิ่งสร้างบรรยากาศให้โรแมนติก ส่วนการเลือกสีของผ้าม่าน ควรใช้สีที่ตัดกับผนังของห้องไปเลย หรือไม่ก็ใช้สีเดียวกันแต่มีเฉดที่ต่างกันนั่นเอง

สะท้อนความแซ่บ บนผนัง

Cr. Photo : artstation.com

ถ้าจะให้ห้องนอนมีดีกรีที่ร้อนแรงงงง… ขึ้น ลองตกแต่งกระจกไว้บนผนังฝั่งเหนือหัวนอน รับรองว่าแซ่บ… และเผ็ชชช เว่อร์ อาจจะเป็นกระจกชิ้นโต กรอบลายคลาสสิก หรือติดตั้งกระจกแผ่นเล็กๆ หลายแผ่นไว้เต็มผนัง ก็ทำให้ห้องดูสะดุดตาแถมชวนหวิวได้เป็นอย่างดี หรือถ้าอาย ไม่ชอบแนวกระจก ลองหาภาพศิลปะแนวเซ็กซี่ ๆ หรือภาพแนว Abstract สีสันจัดจ้าน ที่สะท้อนความเป็นตัวเองมาประดับไว้ตามผนังห้อง ก็สามารถสร้างคาแรคเตอร์ที่เป็นตัวคุณได้แบบเท่ ๆ อีกด้วย

และทั้งหมดนี้ คือ ห้องนอน ไม่ได้นอน ซึ่งเป็นไอเดียในการสร้างบรรยากาศรัก ที่เรานำมาฝาก หวังใจว่าคงเป็นแนวทางในการตกแต่งห้องให้คุณสามารถนำไปปรับใช้ เพื่อสร้างสเปซที่เป็นส่วนตัว ตอบโจทย์ความสุขของคุณได้… ไม่มากก็น้อยครับ

 

บทความน่าสนใจ : ฟาซาด (facade) 3 มิติ ดีไซน์เก๋ สะท้อนเสน่ห์อาคารคอนกรีตแบบย้อนยุค

Love And Leashes กับรสนิยม BDSM ที่โคตรจะฟิน

0

ไม่พูดถึงไม่ได้ครับ เพราะเป็นหนังอีกเรื่องที่รอจะดูจาก Netflix เหลือเกิน สำหรับ Love and Leashes ซึ่งได้เรท 18 + แต่ไม่ได้มีฉาก 18 + แบบชัดเจนเท่าไหร่นัก ซึ่งผมขอบอกตรงนี้ว่า หนังเรื่องนี้ใครที่รู้พลอตแล้วคาดหวัง sex แบบดุดันรับรองว่าผิดหวังแน่ ๆ แต่สิ่งที่อยากจะให้ดูของหนังเรื่องนี้คือความน่ารัก ชั้นเชิงในการเล่าเรื่อง และมันจะทำให้คุณเข้าใจ “รสนิยม” บางอย่างมากยิ่งขึ้น

Love and Leashes รักจูงรัก

ภาพยนตร์เรื่องนี้นำแสดงโดย ซอฮยอน แห่ง SNSD หรือ Girl’s Generation อดีตเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดัง โดยรับบทเป็น “นายหญิง” และ อีจุนยอง ในบทบาทของ “ทาส” ภายใต้ความสัมพันธ์แบบ BDSM ซึ่งกำกับโดย พัคฮยอนจิน ผู้ที่เคยมีผลงานภาพยนตร์อย่าง Lovers of Six Years และ Like for Likes ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่เธอสร้างผลงานลงสตรีมมิ่งอย่าง Netflix

สำหรับบทภาพยนตร์ของ “รักจูงรัก” นั้นดัดแปลงมาจากการ์ตูนใน Webtoon อย่าง Moral Sense ซึ่งเล่าเรื่องของ จองจีอู (ซอฮยอน) และ จองจีฮู (อีจุนยอง) ซึ่งเป็นพนักงานบริษัทใหญ่แห่งหนึ่งในเกาหลี

เรื่องราวมันเริ่มต้นที่ จองจีฮู ย้ายมาเป็นรองผู้จัดการในแผนกของ จองจีอู ซึ่งแค่แรกเห็น จีอู ก็ตกหลุมรักพระเอกของเราเข้าทันที แต่ความเป็นสาวห้าว สาวมั่น ลุคสวย แต่ยิ้มยาก ก็ต้องรักษาท่าทีเอาไว้

และด้วยความที่ชื่อคล้ายกัน ทำให้เกิดเหตุการณ์ส่งของผิดคนขึ้น และมันทำให้  จีอู ล่วงรู้ความลับที่จีฮู ปกปิดเอาไว้ นั่นคือรสนิยมทางเพศของจีฮู ที่ว่าเขาเป็น BDSM

สำหรับตัวของจีฮูนั้นที่ต้องปกปิดเรื่องนี้เอาไว้ เพราะเขากลัวว่าจะเป็นที่รังเกียจของสังคมที่เขาอยู่ เพราะรสนิยมของเขาไม่ได้ถูกยอมรับในวงกว้าง แต่ จองจีอู กลับรับตัวตนของเขาได้ และจุดนี้เองที่ทำให้ความสัมพันธ์ในแบบของ ดอมและซับ เริ่มต้นขึ้น

Love and Leashes

BDSM คืออะไร

ตัวอักษร 4 ตัวนี้มาจากคำว่า

B – Bondage พันธนาการ

D – Discipline การลงโทษ / Dominance การใช้อำนาจ

S – Sadism การมีความสุขจากการทรมานผู้อื่น / Submission การอยู่ภายใต้อำนาจ

M – Masochism การมีความสุขจากการถูกผู้อื่นทรมาน

BDSM เป็นรูปแบบหนึ่งของกิจกรรมและความสัมพันธ์ทางเพศที่สุขสมจากความเจ็บปวดและความรุนแรง (แต่ไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์กันเสมอไปก็ได้) มีฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจ อีกฝ่ายหนึ่งเป็นผู้อยู่ใต้อำนาจ โดยทุกฝ่ายมีการตกลงกติกาต่างๆ ร่วมกันเป็นข้อสัญญาเพื่อความสบายใจและความปลอดภัย ซึ่งจะมีการกำหนด “safe word” เมื่อต้องการเพลย์  อย่างใน “รักจูงรัก” พระ-นางของเราก็จะใช้คำว่า “ดุงดุง”

ความสัมพันธ์ในแบบ BDSM นั้นไม่ได้จำกัดตามบทบาทสังคมที่ ผู้ชายจะมีอำนาจเหนือกว่าผู้หญิง หรือเจ้านายจะต้องเหนือกว่าลูกน้อง อย่างในเรื่องนี้ จองฮู ที่เป็นผู้ชาย และมีตำแหน่งที่ใหญ่กว่าก็เลือกที่จะตกเป็นทาสของจองอู ที่เป็นผู้หญิง

พระเอกผู้มีภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบ เป็นที่รักของทุกคน อีกมุมหนึ่งเขาคือเจ้าสุนัขขี้แงที่มีรสนิยมเป็น ‘เมลซับ’ คือทาสชายที่พึงพอใจกับการถูกย่ำยี ตกอยู่ใต้อำนาจของนางเอกที่ค่อยๆ ศึกษาบทบาท ‘เฟมดอม’ หรือนายหญิงผู้ออกคำสั่ง

ซึ่งการเพลย์ของกลุ่ม BDSM นั้นหากไม่นับการมี sex ก็จะไล่ไปตั้งแต่ล็อคข้อมือ เชือกผูก ใช้รองเท้าส้นสูงเหยียบ หรือพวกโซ่ แส้ กุญแจมือ ทั้งหลายแลที่เรา ๆ ชอบผู้แซวกันเล่นในกลุ่มเพื่อน ประมาณนั้น

แต่ทั้งนี้และทั้งนั้นการจะเป็น “ดอม” หรือเป็นซับใด ๆ ก็แล้วแต่ หัวใจสำคัญของ BDSM คือ “การสมยอม” จะไม่มีการบังคับขืนใจ ถ้าเริ่มการเพลย์ไปแล้วอีกฝ่ายม่โอเค ก้ต้องหยุดกิจกรรมดังกล่าวทันที

ความรู้สึกหลังดู

ด้วยความที่เป็นหนังที่รอคอย จึงตั้งใจดูเป็นพิเศษ สิ่งหนึ่งเลยที่ค้นพบคือ “ใจเกเร” ผมไม่ใช่คนที่ดูหนังเกาหลีเป็นหลักครับ ไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับทางเกาหลีมากนัก แต่ว่าเรื่องนี้มันทำให้ผมหลงรัก อีจุนยอง นอกจากการแสดงที่ทำได้ดี (โดยเฉพาะการเห่าแบบสุนัข) ความน่ารักน่าหยิก ที่ติดมากับเจ้าตัวมันทำให้ฟินแบบบอกไม่ถูก

แต่ในอีกความรู้สึกหนึ่งคือการได้เปิดโลกนะครับ เปิดโลกของ BDSM ทำให้ผมเข้าใจในรสนิยมนี้มากขึ้น คือหลายคนน่าจะเคยผ่านหนังในลักษณะนี้มาแล้วอย่าง “Fifty Shade” ซึ่งเรื่องนั้นก็คือ BDSM แบบเต็มข้อสุดพลัง ฉาก sex โจ่งครึ่ม ความซาดิสท์มาเต็มพิกัด โดยการใช้ภาพเล่าเรื่อง

ส่วนเรื่องนี้จะเล่าด้วยชั้นเชิงของการเพลย์ ที่ไม่ได้มีเรื่องของเพศสัมพันธ์เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่มันคือความสัมพันธ์ของคนสองคนที่มีจุดมุ่งหมายต่างกัน แต่มีปลายทางร่วมกันประมาณนั้น คือทั้ง จองอูและจองฮู ต้องการปลดปล่อย อย่างนางเอก ก็ต้องการปลดปล่อยความหงุดหงิด ความน่ารำคาญ ที่มีต่อหัวหน้างานจอม Harassment

ส่วนพระเอก เขาแค่ต้องการนายหญิงที่ตอบสนองความต้องการของเขา คนที่เขาอยู่ด้วยและสบายใจ ยอมรับในตัวตนของเขา และด้วยรสนิยมส่วนตัวที่เขาจะรู้สึกฟินมาก ๆ กับการเพลย์แต่ละครั้งโดยมีนางเอกเป็นคนคุมเกม

ซึ่งนี่คือสิ่งที่ผมบอกว่า จุดมุ่งหมายต่างกัน แต่ปลายทางมันมีจุดร่วมกันอยู่ นางเอกที่ค่อย ๆ เรียนรู้การเป็น “เฟมดอม” (นายหญิง) ก็ใช้รสนิยมการเป็น “ซับ” ของพระเอก ในการปลดปล่อยสิ่งต่าง ๆ ในตัวเอง ส่วนตัวพระเอกก็ได้ซึมซับความทรมาน การถูกกดขี่ ในแบบที่ตัวเองต้องการ

มันทำให้ผมเข้าใจนะว่า ทำไมตัวหนังถึงได้เรท 18 + จริง ๆ ให้เรท 20 + ยังได้ เพราะคนดูเองก็ต้องมีความรู้ความเข้าใจ ในเรื่องของรสนิยมทางเพศระดับหนึ่ง มันไม่ใช่หนังที่ดูแล้วจะเอาไปลอง หรือไปทำตามได้ง่าย ๆ หากคนที่ไม่เข้าใจ หรือไม่ได้มีความชอบจริง ๆ มันคือความทรมาน หรือความสนุกเพียงชั่วครู่ หรืออารมณ์ชั่ววูบเท่านั้นเอง

ส่วนฟีลของหนัง มันเป็นหนังฟีลกู้ดครับ ฟีลกู้ดมาก ๆ ไม่มีจุดไหนที่ชวนเครียด ดูไป ยิ้มไป เขินไปตลอดเวลา เคมีของทั้ง ซอฮยอน และ อีจุนยอง มันเข้ากันดีมาก ๆ แม้ตัวพลอตเรื่องจะแปลก แต่เส้นเรื่องไมได้เดายากขนาดนั้น ซึ่งในมุมกลับกันมันเดาง่ายเลยแหละ แต่มันก็ทำให้ตัวหนังเข้าใจง่ายขึ้นเยอะ

และอีกสิ่งที่ชอบนะครับคือ Love and Leashes ไม่ได้นำเสนอแค่ด้านความฟิน หรือการทำให้เล่าเข้าใจ BDSM เท่านั้น แต่มันยังพูดถึงข้อเสีย และความอันตราย รวมถึงความอึดอัดในความสัมพันธ์บางอย่างด้วย แต่จะนำเสนอในรูปแบบไหน ก็ไปได้ครับใน Netflix ตอนนี้ทะยานขึ้นไปเป็น อันดับ 2 ของ Netflix เรียบร้อยจ้า

ตามไปดู แฟชั่นคนท้องสุดแซ่บ ของแม่ Rihanna

กลับมาโลดแล่นในวงการและออกสื่อให้เราได้เห็นกันอีกครั้งกับสาวแซ่บที่แน่นอนว่าไม่มีใครไม่รู้จักอย่างสาว Rihanna ที่ไม่เคยทำให้แฟน ๆ ต้องผิดหวัง ไม่ว่าจะด้วยลุคการแต่งตัวสุดชิคของเธอ ที่มีสไตล์เป็นของตัวเองแบบไม่เหมือนใครและคงไม่มีใครเหมือน จนสาว ๆ ผู้คลั่งไคล้แฟชั่นต่างยกให้เธอเป็นแฟชั่นไอคอนในดวงใจกันเลยทีเดียว

Cr.photo ; harpersbazaar.com

ไหนจะงานเพลงที่เป็นที่ฮอตฮิตติดชาร์ตมากมาย หรือจะเป็นผลงานผลิตภัณฑ์ที่คุณแม่ (ค้า) Rihanna ได้ออกมาวางขาย จนได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลาม ประสบความสำเร็จแบบพลุแตก ไม่ว่าจะเป็นทั้งเครื่องสำอางแบรนด์ Fenty Beauty และ Savage X Fenty ไลน์ชุดชั้นในสุดแซ่บ เอาใจกลุ่มแฟชั่นนิสต้าทุกเพศทั่วโลก

Cr.photo ; harpersbazaar.com

ซึ่งเธอได้ห่างหายจากวงการเพลงไปนานมาก และได้ผันตัวมาเป็นแม่ค้าแบบเต็มตัว จนแฟนหลาย ๆ คน ก็บ่นคิดถึงลุคการแต่งตัวเวลาเธอไปตามงานและสถานที่ต่าง ๆ จนในต้นปีนี้นั้นเอง ที่เธอกลับมาพร้อมกับข่าวดีและการปรากฏตัวต่อสื่ออีกครั้งในฐานะ “คุณแม่” ตัวจริง ที่ไม่ใช่เพียงแม่ค้าอีกต่อไป เพราะเธอได้ตั้งท้องลูกคนแรกกับแฟนหนุ่มแรปเปอร์ชื่อดังอย่าง A$AP Rocky ที่เป็นข่าวฮือฮาสนั่นวงการไปเมื่อปลายเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา

และถึงแม้ว่าคุณแม่ริจะตั้งท้อง เธอก็ยังไม่ทิ้งความแซ่บในการแต่งตัวที่เป็นเสมือนตัวตนของเธอแม้แต่น้อย ซึ่งเธอคิดว่าการแต่งตัวสวย ๆ ทั้ง ๆ ที่ตั้งท้องมันเป็นอะไรที่สนุกมาก และเธอไม่ต้องมาคอยกังวลในการที่จะปกปิดท้องโต ๆ ของเธอ เพราะมันทั้งสนุกและก็ตื่นเต้นไปพร้อมกัน ๆ เลยล่ะ โดยในวันนี้ Inzpy จะพาทุกคนตามไปดูลุคสุดแซ่บของคุณแม่ริ ว่าจะแซ่บเก๋เบอร์ไหนไปดูกัน!!

Cr.photo ; eonline.com / 1stdibs.com

ประเดิมลุคแรกกันด้วยลุคที่เธอเผยออกสื่อครั้งแรกว่าเธอตั้งท้อง โดยภายในภาพคุณแม่ริสวมเสื้อโค้ทพองยาวสไตล์วินเทจจากแบรนด์ Chanel สี Hot-Pink พร้อมตั้งใจปลดกระดุมเผยให้เห็นหน้าท้องกลมโตเหมือนเป็นการประกาศว่าเธอกำลังตั้งครรภ์อย่างชัดเจน นอกจากนั้นยังคอมพลีทลุคด้วยจิวเวลรี่แสนเก๋ที่มีความยาวมาก จนดูเหมือนตั้งใจให้สร้อยประดับประดาลงมาเพื่อแต่งแต้มบริเวณหน้าท้องของเธออย่างสวยงาม แมตช์เข้าคู่กับยีนส์ฟอกสีซีด เติมสีสันด้วยเข็มขัดสีดำทอง ก็ได้ลุคสุดต๊าชสไตล์ Rihanna ที่ใครเห็นก็ต้องว้าว! โดยมีแฟน ๆ เข้ามาร่วมโพสต์ข้อความแสดงความยินดีผ่านโซเชียลมีเดียกันอย่างล้นหลาม

rihanna
Cr.photo ; elle.com / eonline.com

ไปต่อกันที่ลุคที่สองของแม่ Rihanna ที่ใส่ออกมาเดินเล่นชิล ๆ ไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารแถว Santa Monica รัฐแคลิฟอร์เนีย หลังจากที่ประกาศเรื่องการตั้งครรภ์ คุณแม่ริฮานนาก็ได้ปฏิวัติวงการแฟชั่นคนท้องอีกครั้งด้วยลุคสุดต๊าชลุคนี้ เป็นลุคที่มีการมิกซ์แอนด์แมตช์ออกมาได้อย่างสุดชิคแปลกตา ผสมผสานความทันสมัยและสไตล์การแต่งตัวแบบ Y2K หรือการแต่งตัวแบบวัยรุ่นยุค 2000s ออกมาได้อย่างสุดล้ำ

โดยเธอสวมใส่กางเกงยีนส์เอวต่ำจากแบรนด์ Vetements แมตช์กับรองเท้าส้นสูงจาก Tom Ford ที่สไตล์ลิ่งแบบเก๋ ๆ ด้วยการสวมทับปลายขากางเกงยีนส์ สวมใส่บราเพชร Jacqui Aiche Diamond ทับด้วยเสื้อครอปจากแบรนด์ Fendi เพิ่มเลเยอร์กันหนาวอีกชั้น ด้วยเสื้อโค้ทยาวเทคนิคตัดต่อผ้าขนนุ่มลายเสือสลับผ้ายีนส์ ปิดท้ายลุคแบบคูล ๆ ด้วยหมวกแก๊ปลายพรางทหาร เป็นอันจบลุคนี้ไปแบบสุดปัง!

rihanna
Cr.photo ; en.vogue.me / elle.com

มาต่อกันที่ลุคที่ 3 ลุคล่าสุด ที่ก็ไม่ทำให้พวกเราเหล่าแฟนคลับต้องผิดหวังเช่นเคย ด้วยลุคแซ่บสุดปังจากงานพรมแดงงาน Fenty Beauty แบรนด์เครื่องสำอางอันโด่งดังของเธอนั่นเอง โดยในลุคนี้เธอมาในเสื้อแขนกุดคล้องคอสุดแซ่บ ประดับประดาแต่งแต้มด้วยเลื่อมห้อยระย้าทั้งตัวสีเขียว ห้อยลงมาตามหน้าท้องกลมโตของเธออย่างสวยงามน่ามอง ยิ่งไปกว่านั้นยังเพิ่มเสน่ห์ด้วยกางเกงไล่เฉดสีม่วงซีทรู ดีเทลเลื่อมห้อยระย้าที่ถักทอทั้งตัวเช่นกัน ทำให้ลุคนี้คุณแม่ริยังคงความแซ่บให้กับแฟชั่นคนท้องได้แบบไม่มีแผ่วอีกตามเคย

rihanna
Cr.photo ; elle.com

ปิดท้ายกันไปด้วยลุคที่ 4 เป็นลุคสีดำทั้งตัว All-Black สุดต๊าช ตั้งแต่หัวจรดเท้าแบบไม่มีหลุดธีม โชว์หน้าท้องคุณแม่ตั้งครรภ์แบบสับ ด้วยเสื้อถักนิตติ้งดีเทลเชือกร้อยสลับไปมา เผยให้เห็นช่องว่างบริเวณหน้าอกยาวไปจนถึงท้องน้อยสุดเซ็กซี่จากแบรนด์ Jean Paul Gaultier เพิ่มความชิคด้วยการนำไปแมตช์เข้าคู่กับเลกกิ้งสีดำสุดเรียบหรูจากแบรนด์ The Attico เพิ่มมิติและลูกเล่นให้กับชุดด้วยการสวมแจ็กเก็ตมีฮู้ดสีดำสนิทจาก Wardrobe NYC อีกชั้น ปิดท้ายจบคอมพลีทลุคด้วยแว่นตาสีดำสไตล์ The Matrix

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคนกับแฟชั่นคนท้องของแม่ Rihanna สุดแซ่บที่เราเอามาฝากทุกคนในวันนี้ หวังว่าจะสามารถเป็นไอเดียการแต่งตัวให้กับเหล่าแฟชั่นนิสต้าได้ไม่มากก็น้อยนะคะ โดยเฉพาะเหล่าคุณแม่ขาแซ่บที่บางคนอาจจะกังวลและไม่มั่นใจว่าพอตัวเองตั้งท้อง แล้วจะไม่สามารถแต่งตัวสวย ๆ ได้แบบที่เคย วันนี้เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ถึงเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์แม้ว่าท้องจะใหญ่ขนาดไหน ก็สามารถแซ่บได้แบบไม่มีแผ่วค่ะ วันนี้เราคงต้องขอลาไปก่อน อย่าลืมติดตามสาระ ความรู้ และความบันเทิงในวงการแฟชั่นได้ที่ Inzpy ซึ่งเราจะมีบทความที่น่าสนใจมาฝากทุกคนอีกเพียบเลยค่ะ

รวมไอเดียทรงผมจาก JUN U-Kiss หรือน้องหมาจาก Love and Leashes

ไอเดียทรงผมจาก JUN U-Kiss หรือน้องหมาจากภาพยนตร์ Love and Leashes

นาทีคงไม่มีใครไม่รู้น้องหมาสุดน่ารักหรือทาสชายของนายหญิงอย่าง จองจีฮู จากภาพยนตร์ของ Netflix อย่าง Love and Leashes ใช่มั้ยล่ะ ? ซึ่งจองจีฮูเนี่ยก็รับบทโดย JUN (จุน) หรือ Lee Joon-young (อี จุนยอง) นักแสดงมากความสามารถและหนึ่งในสมาชิกวงบอยแบนด์ U-Kiss นั่นเอง

ตั้งแต่ภาพยนตร์ได้ทำการสตรีมมิ่งผ่าน Netflix ไปเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาก็เรียกได้ว่ากระแสตอบรับดีมาก ๆ เลย ทั้งในด้านของเนื้อหา และเหล่านักแสดงซึ่งในครั้งนี้ Inzpy จะขอพาทุกคนไปส่องความรักและสไตล์ของจุนผ่านทรงผมของเค้ากัน ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีสไตล์อะไรบ้างและน่ารักขนาดไหน 🥰

อี จุนยอง
CR. https://www.pinterest.com/

สไตล์แรกมากับทรง Fade and taper ที่เน้นการสไลด์ไล่ระดับของผมลงจากด้านบนลงด้านล่าง ส่วนด้านบนจะไว้ให้ยาวหน่อยเพื่อให้เซตได้หลายทรงก็ได้นะ ส่วนของจุนก็เซตคล้าย ๆ กับทรง Comma แต่จะแสกผมหน้าม้าให้เห็นหน้าผากเยอะกว่าทรง Comma มากหน่อย บอกเลยว่าทรงนี้แทบจะเข้าทุกรูปหน้าเลยนะ แถมผมด้านบนก็สามารถเซตได้หลากหลายมาก ๆ ด้วย หนุ่ม ๆ ที่ชอบเซตผมบอกเลยทรงนี้พลาดไม่ได้

อี จุนยอง
CR. https://www.pinterest.com/

ต่อมากับสไตล์ Medium fade ที่เน้นการไถไล่ระดับผมด้านช่วงกลางศีรษะลงไป ส่วนด้านบนก็ตัดหน้าม้าคล้าย ๆ แบบทรงกะลาครอบนั่นเอง (แต่ไม่ต้องสั้นขนาดนั้นนะ) และเซตโดยการไดร์ยกโคนขึ้นเล็กน้อย เพื่อให้ผมหน้าม้าด้านหน้าไม่ดูลีบแบนเกินไปนั่นเอง

อี จุนยอง
CR. https://www.pinterest.com/

สไตล์ต่อมาหนุ่ม ๆ ที่มีผมยาวหน่อยสามารถเซตตามกันได้เลย กับการเซตในสไตล์ Messy Hair ที่เน้นการเซตให้ดูยุ่ง ๆ แบบของจุนอาจจะไม่ได้ถึงขนาดยุ่งมากนะ เพียงแค่ดัดลอนผมให้ดูมีความหยักศกนิด ๆ เพื่อให้ได้ลุคที่ดูน่ารักขึ้น ส่วนด้านข้างเป็นแบบ Sideburn ที่เป็นลายผมแบบการไว้จอนนั่นเอง ส่วนด้านหลังก็ใช้แบตตาเลี่ยนไถเก็บทรงให้เรียบร้อย

จุน U-kiss
CR. https://www.pinterest.com/

ทรงต่อมากับสไตล์สบาย ๆ ของหนุ่ม JUN กันบ้าง ที่มาแบบปล่อยหน้าม้าลงมาให้ดูมีความเป็นธรรมชาติ แบบไม่ต้องเซตอะไรมากมายเพียงแค่ไดร์ยกโคนผมให้ดูมีวอลลุ่มขึ้นหน่อยเท่านั้นเอง เหมาะสำหรับวันสบาย ๆ ลุคชิล ๆ

JUN Hair style
CR. https://www.pinterest.com/

อีกหนึ่งสไตล์การเซตแบบ Comma สุดฮิตนั่นเอง ผมด้านข้างเน้นเป็นการซอยไล่ระดับแบบ Medium fade และผมด้านบนก็ไว้ให้ยาวหน่อย เพื่อที่จะได้สามารถเซตได้หลากหลายทรง ซึ่งการเซตแบบ Comma แบบของจุนก็คือการใช้ไดร์ยกโคนผมขึ้นในช่วงกลางผม และแสกผมออกเป็นแบบแสกข้างเล็กน้อย ส่วนหน้าม้าก็ไดร์ให้งุ้มเข้าหนากันเป็นลักษณะของตัว Comma นั่นเอง

JUN Hair style
CR. https://www.pinterest.com/

อีกหนึ่งสไตล์หน้าม้าสุดน่ารัก แบบที่เน้นการซอยไล่ระดับผมด้านบนให้สั้นไล่ระดับความยาวลงมาเรื่อย ๆ ให้เป็นลักษณะของหน้าม้าสไลด์ปลายแหลมนั่นเอง ซึ่งทรงนี้ก็สามารถเซตได้หลายทรงเลย เนื่องจากผมด้านบนมีความยาว ส่วนใครอยากปล่อยสบาย ๆ แบบจุนก็ได้นะ แค่ไดร์ยกโคนผมขึ้นและใส่ผลิตภัณฑ์เซตผมเพื่อให้หน้าม้าอยู่ทรงเท่านั้นเอง

JUN Hair style
CR. https://www.pinterest.com/

ต่อมากับทรง Two Block สุดฮิต ที่มีการเซตแบบ Comma โดยการแสกผมแบบแสกไปด้านข้าง และไดร์ยกโคนผมขึ้น และจัดทรงให้ปลายผมด้านหน้างุ้มเข้าหากัน ส่วนด้านบนก็ใช่ที่หนีบผมเพื่อจัดทรงให้ดูมีความยุ่ง ๆ นิด ๆ พร้อมใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมเซตให้ผมอยู่ทรงมากขึ้น

JUN Hair style
CR. https://www.pinterest.com/

ทรงสุดท้ายกันแล้ว ซึ่งก็มาในสไตล์การเซตแบบ Wet Look สุดเท่นั่นเอง โดยการเซตให้แสกแบบซิกแซกไปด้านข้าง และจัดเซตให้ปลายผมหน้าม้างุ้มเข้าหน้ากันในลักษณะของสไตล์ Comma เพียงแต่เน้นการเปิดหน้าผากมากกว่า พร้อมกับจับเอาปอยผมออกมาเล็กน้อยเพื่อให้ดูมีความเซ็กซี่ขึ้นนั่นเอง ทรงนี้หนุ่ม ๆ คนไหนเซตไปงานปาร์ตี้บอกเลยว่าปังแน่นอน !

ก็จบกันไปแล้วสำหรับ 8 ไอเดียทรงผมจากหนุ่ม JUN U-Kiss หรือเจ้าทาสจากภาพยนตร์ Love and Leashes นั่นเอง หวังว่าจะถูกใจหนุ่ม ๆ ที่กำลังหาไอเดียทรงผมกันอยู่นะ ส่วนใครที่ยังไม่ได้ดู Love and Leashes บอกเลยว่าอย่าพลาดความสนุกนี้เด็ดขาด ! ดูได้แล้ววันนี้ทาง Netflix นะ ส่วนใครที่อยากติดตามหนุ่มคนนี้ก็สามารถ Follow ได้ทาง Twitter : @LEEJUNYOUNG_TWT นะ 🙂

ลิซ่า BLACKPINK X CELINE Haute Parfumerie หอมกระกระชากใจ

เป็นที่ฮือฮาอีกครั้งสำหรับแบรนด์แฟชั่นระดับโลกอย่าง CELINE ที่ได้เปิดตัวน้ำหอมอย่าง CELINE Haute Parfumerie ซึ่งเป็นน้ำหอมชั้นสูงที่ทางแบรนด์ได้ตั้งใจรังสรรค์ออกมาให้ผู้คนทั่วโลกได้ลองสัมผัส และสิ่งที่ทำให้ตัวน้ำหอมของ CELINE ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมาก ๆ นั้นมาจาก ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล หรือ ลิซ่า BLACKPINK ที่เธอได้เป็นถึงโกลบอลแอมบาสเดอร์ของ CELINE มากตั้งแต่ปี 2019

BLACKPINK X CELINE Haute Parfumerie

การเปิดตัวน้ำหอม CELINE Haute Parfumerie ในครั้งนี้ก็ได้ ลิซ่า BLACKPINK มา PR และปล่อยแคมเปญภาพขาว-ดำสุดคลาสสิกของลิซ่าที่โพสท่ากับราวบันใดอย่างสวยงามชวนค้นหาแบบสาวปารีเซียง ซึ่งถูกชักชวนโดยครีเอทีฟไดเร็กเตอร์อย่าง Hedi Slimane ที่รู้จักกันดีกับลิซ่า เพราะทั้งสองทำงานร่วมกันมาตั้งแต่ปี 2019 ทำให้แคมเปญภาพกับน้ำหอมทำออกมาได้อย่างสวยงามสมบูรณ์แบบ และไร้ที่ติ

ลิซ่า BLACKPINK X CELINE Haute Parfumerie

CELINE Haute Parfumerie หนึ่งในหอมชั้นสูงของทางแบรนด์ที่ Hedi พัฒนาขึ้นมาในปี 2019 มีทั้งหมด 11 กลิ่น ซึ่งแต่ละกลิ่นถูกปรุงจากส่วนผสม และขั้นตอนที่พิถีพิถันจนได้กลิ่นสัมผัสอันน่าทึ่งออกมาให้ผู้คนทั่วโลกได้สัมผัสกับความหอมที่ไม่ว่าจะผู้หญิง หรือผู้ชายก็สามารถใช้ได้ทุกเพศแบบไม่มีแบ่งแยก

BLACKPINK X CELINE Haute Parfumerie 2

น้ำหอมของ CELINE ที่สร้างสรรค์โดย HEDI SLIMANE ได้ดึงความรู้จากน้ำหอมระดับสูงของฝรั่งเศส เพื่อรักษาประเพณีของ “COUTURIER PARFUMEUR” ที่เปรียบเหมือนจิตวิญญาณของชาวปารีส ความคลาสสิกที่เด่นชัด และความซับซ้อน ซึ่งก่อให้เกิดคำถามเกี่ยวกับกลิ่นสัมผัสแบบฝรั่งเศส และความหมายในยุคของเรา ที่ทำให้หอมน้ำใน COLLECTION นี้ได้รับกระแสที่ดีจากทั้งคนรุ่นเก่า และคนรุ่นใหม่

BLACKPINK X CELINE

การจับ ลิซ่า BLACKPINK มาร่วมแคมเปญ CELINE Haute Parfumerie จึงเป็นการสื่อสารระหว่างน้ำหอมชั้นสูงที่สามารถไปได้กับคนรุ่นใหม่ ซึ่งบอกได้เลยว่านี่เป็นแค่น้ำจิ้มที่ทาง Hedi Slimane และ CELINE ปล่อยมาเท่านั้น ซึ่งเราจะได้เห็นผู้หญิงที่เป็นไอดอลระดับโลกอย่าง ลิซ่าในแคมเปญ CELINE Haute Parfumerie ในฐานะโกลบอลแอมบาสเดอร์คนใหม่แบบเต็มรูปแบบกันเร็ว ๆ นี้อย่างแน่นอน

BLACKPINK

5 เหตุผล ที่ควร “บอกรัก” กัน ในโอกาสพิเศษ

คำง่าย ๆ ที่หลายคนไม่กล้าพูด นั่นก็คือ คำว่ารัก นั่นเอง ทำไมคนเราต้อง “บอกรัก” กัน เหตุผลก็เพราะว่า เวลาที่เรารักใครสักคน ถือเป็นคำที่ช่วยให้ มีกำลังใจ และทำให้คนที่เรารักมีแรงขับเคลื่อนที่จะดำรงชีวิตต่อไป แต่จะบอกรักในวันธรรมดา สำหรับบางคนก็คงจะไม่กล้า และอาจจะดูเคอะเขินเกินไป เพาระฉะนั้นแล้วหา โอกาสพิเศษ อย่าง วันเลนไทน์ แบบนี้บอกรักกันดูสักครั้ง แล้วมาดูปฏิกิริยาของคนรักคุณกันดู ว่าเค้าจะเป็นยังไง น่าตื่นเต้นใช่ไหมล่ะ

การ บอกรัก คือ การให้กำลังใจ

บอกรัก โอกาสพิเศษ วาเลนไทน์ คำว่ารัก

เชื่อ หรือไม่ ว่าคำพูดของคนมีผลต่อเรื่องจิตใจคนมากพอสมควรเลยล่ะค่ะ ในวันที่คนรักเรารู้สึกแย่ หรือเหนื่อยล้ากับทุกสิ่งที่เข้ามาในชีวิต แต่ถ้าวันนั้นคุณได้อยู่ข้าง ๆ เค้า และบอกรักเค้า พลังของความรักจะช่วยให้คนที่รักรู้สึกดีขึ้นมาทันที มันจะทำให้คนที่คุณรักรู้สึกมีกำลังใจที่จะสู้กับปัญหาต่อไป อย่างน้อย ๆ เค้าก็มั่นใจว่าจะมีคุณอยู่ข้าง ๆ เค้าเสมอ

บอกรัก เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในชีวิต

คำว่ารัก

ถึงแม้ว่าคุณจะเป็นคนที่ทำดีทุกอย่าง แต่เป็นคนที่พูดจาไม่อ่อนโยน ไม่เคยพูดว่ารักกับคนรักคุณเลย มันจะดูขัดกับความรู้สึกที่เค้าได้รับ เหมือนการกระทำที่ทำไปวัน ๆ เพราะฉะนั้นควรจะมาคู่กันค่ะ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าต้องบอกรักทุกวัน หาโอกาสพิเศษ อย่าง วันวาเลนไทน์ แบบนี้ หรือหาเวลาออกไปเที่ยวด้วยกัน แล้วลองพูด คำว่ารัก กับคนที่คุณรักบ้าง รับรองว่า มันเป็นของขวัญชิ้นพิเศษมากกว่าสิ่งอื่นใดแน่นอน

การบอกรัก บ่งบอกถึงความ โรแมนติก

บอกรัก โอกาสพิเศษ วาเลนไทน์

หลายคนอาจจะไม่กล้าบอกรัก เพราะเป็นคนขี้อาย รู้สึกว่าแค่การกระทำแบบนี้ก็เพียงพอแล้ว แต่รู้หรือไม่ว่า ถ้าวันไหนที่คุณกล้าที่บอกรักคนที่คุณรัก วันนั้นจะเป็นวันที่โรแมนติกสุด ๆ โดยเฉพาะการบอกรักในวันพิเศษ เค้าจะมองว่าคุณเป็นคนใส่ใจในรายละเอียด แม้แต่เรื่องเล็กน้อยแบบนี้คุณยังไม่เคยพลาดที่จะทำมัน ถ้าปกติเป็นคนที่ทะเลาะกันทุกวัน ก็คิดซะว่า มันเป็นคำด่าคำนึงก็แล้วกัน 555+ คำว่ารัก

การบอกรัก เพื่อยืนยันความสัมพันธ์

คำว่ารัก

เป็นอีกเหตุผลหนึ่ง ที่จะบ่งบอกว่าวันนี้คุณยังรักเค้าเหมือนเดิม หาโอกาสพิเศษ บอกรัก กันสักนิด ดีกว่าให้คนอื่นมาบอกรักคนรักของคุณ แล้วเค้ากลับไปประทับใจกับ คำว่ารัก ของคำพูดคนอื่น คำพูดกับการกระทำมันต้องมาคู่กันดีที่สุดค่ะ แล้วยิ่งเวลาที่เค้าบอกรักกลับนะ คุณเองก็จะมีความสุขไปด้วยจริงไหมล่ะคะ

บอกรัก เพื่อไม่ให้รู้สึกห่างเหิน

บอกรัก โอกาสพิเศษ วาเลนไทน์

เวลาที่ต้องอยู่ห่างไกลกัน โดยเฉพาะ คนรักต้องไปทำงานต่างที่ ทำงานคนละที่ หรือมีอุปสรรคเรื่องของระยะทาง ไม่สามารถแสดงความรักต่อกันได้เต็มที่ คำว่ารัก นี่แหละ ที่จะเป็นกุญแจสำคัญ ที่จะบ่งบอกว่าคุณยังรักเค้า และเค้าก็ยังรักคุณอยู่ เพราะฉะนั้นแล้ว ก่อนวางสายจากคนรัก ลองบอกรักเค้าสักครั้งในวันดี ๆ สักวัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กัน และกัน

เหตุผลทั้งหมดนี้จะเห็นว่า คำว่ารัก สามารถบอกแทนได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ความห่วง การให้กำลังใจ การแสดงความรักที่หนึ่งอย่าง หรือแม้แต่การสร้างความเชื่อมั่นให้กับชีวิตคู่ ข้อดีมีมากขนาดนี้ ก็ไม่รู้จะหวงไว้ทำไมเนอะ ถ้าวันนึงไม่มีโอกาสได้บอกรักแล้ว คุณอาจจะเสียใจไปตลอดชีวิตเลยก็ได้

เพราะฉะนั้นแล้ว หาวันพิเศษ หรือหาโอกาสดี ๆ บอกรักกันบ้างนะคะ ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่แฟนเท่านั้น คนในครอบครัว เพื่อนฝูง เราก็บอกรักกันได้ สามารถแสดงความห่วงใย ให้กำลังใจได้เช่นกันค่ะ ใครที่หาโอกาสบอกรักคนที่เรารักอยู่ก็สู้ ๆ นะคะ

ถ้าใครยังหาสถานที่พิเศษ สำหรับวันพิเศษไม่ได้ ลองเข้าไปดูกันได้ที่นี่เลยค่ะ Inzpy Trevel จะหาที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ สถานที่ท่องเที่ยว มีให้เลือกเยอะเลย ฝากไว้กับงาน คอนเสิร์ต Social This Camping #3 ที่กำลังจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้ ด้วยนะคะ ใครอยากไปดูคอนเสิร์ต นนท์ ธนนท์ และซิลลี่ฟูลส์ที่เชียงราย ไปซื้อบัตรที่เพจ Inzpy ได้เลยค่ะ ตอนนี้มีแคมเปญพิเศษ เที่ยวเป็นคู่ ซื้อบัตร 1 ใบ รับฟรีอีก 1 ใบด้วยนะคะ