Home Blog Page 760

ข้าวผัดปูเมืองทอง ร้านใหญ่ จอดรถสบาย

ร้านอาหารที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองทองธานี แต่ไม่มีสาขาที่เมืองทองแล้ว ตอนนี้ร้าน ข้าวผัดปูเมืองทอง เป็นร้านอาหารขนาดใหญ่ ที่มีที่จอดรถกว้างขวาง มีที่นั่งเยอะมาก และมีอาหารหลากหลายมากขึ้นมาก ที่สำคัญ ราคาไม่แพงเลย

ร้านที่เราไปทาน เป็นสาขาเลียบทางด่วนรามอินทรา ก่อนออกถนนรามอินทรา ร้านใหญ่มาก เปิดไฟสว่างสังเกตได้ชัดเจน และมีที่จอดรถได้หลายสิบคัน ขณะที่ด้านหน้า พนักงานหลายคนกำลังประจำที่เพื่อปรุงอาหารให้กับลูกค้า

ภายในร้านก็จะมีรูปขนาดใหญ่ให้เห็นได้ชัดเจน ว่ามีเมนูอะไรน่าทานบ้าง ซึ่งมีเมนูเพิ่มขึ้นมา อย่างกุ้งอบวุ้นเส้น กระเพาะปลา สุกี้ และอีกหลายเมนู การจัดระเบียบดีมาก แบ่งโซนได้ดี และมีทีวีให้ดูระหว่างรออาหารมาเสิร์ฟ

ชุดแรกที่สั่งก็จะเป็นหมูสะเต๊ะชุดเล็ก ที่มาทั้งหมด 10 ไม้ ในราคา 65 บาท น้ำจิ้มเข้มข้น เนื้อหมูไม่ติดมัน ทานได้เรื่อย ๆ เลย สำหรับจานนี้

ข้าวผัดปูเมืองทอง

จานต่อมาก็เป็นสุกี้แห้งหมู ที่ผัดมาได้แห้ง หอมกระทะมาก จานนี้น่าทานมาก มาพร้อมกับน้ำจิ้มรสเด็ด เส้นกำลังร้อน ๆ เลย ทานตอนนี้จะได้รสชาติมากที่สุด สำหรับจานนี้ราคาอยู่ที่ 55 บาทเท่านั้น

อีกชามที่เห็นแล้วอยากลองก็คือกระเพาะปลา มาในหม้อดินแบบกำลังร้อน ๆ เลย น้ำซุปข้น เหนียว ไม่ติดกันเป็นก้อน ส่วนกระเพาะปลาก็ดีในระดับราคา 55 บาท ใส่ซอสเปรี้ยวลงไปหน่อย อร่อยแน่นอน

ข้าวผัดปูเมืองทอง

พอจะเริ่มสั่งข้าวผัดปู ก็เริ่มอิ่มเต็มที่แล้ว ก็เลยใส่กล่องกลับบ้านไปทานกัน แอบไปถ่ายตอนพนักงานกำลังผัด ก็เห็นสูตรการทำ ที่เตรียมข้าวที่ผัดไว้ส่วนหนึ่งแล้ว นำมาผัดต่ออีกที ทำให้ข้าวแห้ง หอม อร่อยเพิ่มขึ้น

ข้าวผัดปูเมืองทอง สาขาเลียบทางด่วน
ที่อยู่: ถนนประดิษฐ์มนูธรรม แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร 10220
พิกัด: Google Map มีที่จอดรถ
เวลาทำการ: 11.00 – 21.00 น.
เบอร์โทร: 0816463296

ติดตาม Inzpy ได้ที่
Website:
https://inzpy.com/travel/
Youtube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy
Facebook:
https://www.facebook.com/inzpyth

พากินร้านเด็ด “แซ่บเล้ง” ลาดพร้าว 87

พากินร้านเด็ด “แซ่บเล้ง” ลาดพร้าว 87

วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาแวะทานร้านอาหารที่ 87 Station ซึ่งบริเวณนี้จะเป็นจุดศูนย์รวมร้านอาหาร ร้านนั่งชิล ในซอยลาดพร้าว 87 ซึ่งเราก็ไปรีวิวเอาไว้หลายร้านแล้ว สำหรับวันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาทานเมนูแซ่บ ๆ กันบ้าง ร้านนี้ชื่อว่า แซ่บเล้ง มาดูกันว่ามีเมนูไหนน่าสั่งมาทานบ้าง

ร้านนี้จะเป็นร้านเล็ก ๆ นะคะ ออกแนวร้านอาหารกึ่ง ๆ ร้านนั่งชิลค่ะ มีโต๊ะประมาณ 6-7 โต๊ะเท่านั้น เมนูก็จะมีให้เลือกไม่ได้เยอะมากนะคะ ส่วนมากจะเป็นเมนูที่รสชาติจัดจ้าน เช่น ต้มเล้ง ส้มตำ และของทานเล่น

วันนี้เราสั่งเมนูต้มเล้งหม้อไฟมาทานกันค่ะ เมนูนี้สามารถเลือกได้ 3 แบบนะคะ คือ กระดูกหมู ขาไก่ และหมูเด้ง หรือจะสั่งรวมทั้ง 3 อย่างมาก็ได้ ซึ่งวันนี้เราก็สั่งแบบรวมมาเลยค่ะ กระดูกหมูและขาไก่ ต้มมาแบบเปื่อยกำลังดี น้ำซุปรสชาติจัดจ้าน เปรี้ยว เค็ม เผ็ด สั่งมาทานคู่กับข้าวสวยคือดีงามเลยค่ะ น้ำซุปซดคล่องคอ สดชื่นมาก ๆ หรือจะทานเป็นกับแกล้มคู่กับเครื่องดื่มเย็น ๆ ก็ดี

แซ่บเล้ง

นอกจากนี้เราก็ได้ลองสั่งเมนูอื่น ๆ มาทานกัน จานนี้เป็นข้าวหมูทอด อันนี้ก็รสชาติแบบทั่วไปนะคะ หมูหมักมาแบบนุ่ม ๆ รสชาติกลมกล่อมกำลังดี ทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่ว

อีก 2 จานต่อมาเป็นเมนูกับแกล้มค่ะ บอกแล้วว่ามาร้านนี้ ต้องสั่งเครื่องดื่มมาจิบ ๆ แหละ เราสั่งของทอดมาทั้ง 2 จานเลย เป็นหมูสามชั้นทอดน้ำปลา และเอ็นข้อไก่ทอด ทั้ง 2 เมนูนี้ก็คือทอดออกมาได้กรอบมาก ๆ เสิร์ฟใส่จานมาแบบร้อน ๆ จากกระทะ อร่อยค่ะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาร้านสำหรับนั่งเล่น พูดคุย ทานอาหารแซ่บ ๆ หรือใครที่ชอบเมนูต้มเล้งเป็นพิเศษ แนะนำว่าให้ลองแวะมาทานกันที่ร้านนี้ดูนะคะ

รายละเอียดเพิ่มเติม
พิกัด : https://goo.gl/maps/DEMqxxHY6Sk19C149
เวลาทำการ : เปิดทุกวัน 17.00-23.00
โทร : 080 252 6652
ลักษณะร้านค้า : มีที่จอดรถ
ระดับราคา : เริ่มต้น 60 บาท

ติดตาม Inzpy ได้ที่
Website:
https://inzpy.com/travel/
Youtube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy
Facebook:
https://www.facebook.com/inzpyth
ฝาก กดติดตาม กดไลก์ กดแชร์เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ

Blooming Makeup ไอเดียแต่งหน้าหวานฉ่ำด้วยดอกไม้

Blooming Makeup ไอเดียแต่งหน้าหวานฉ่ำด้วยดอกไม้

ไอเดียแต่งหน้าสุดสนุก ตามมาเสิร์ฟอีกแล้วค่าสาว ๆ กับไอเดีย Blooming Makeup แต่งหน้าด้วยดอกไม้ ที่ใครได้เห็นเป็นต้องว้าว และกดถูกใจกันอย่างแน่นอน นี่ถือเป็นการแต่งหน้าน่ารัก ๆ สุดครีเอต ที่ใช้การวาดดอกไม้ หรือดอกไม้ดอกเล็ก ๆ เข้ามาช่วยเพิ่มสีสันให้กับการแต่งหน้า สวยหวาน ฟรุ้งฟริ้ง เป็นลุคที่มี Gimmick เป็นที่สุด สาวเมคอัพคนไหนที่เบื่อ Everyday Looks ที่แต่งอยู่ทุกวัน หรือกำลังเบื่อกับการอยู่แต่บ้านไม่ได้แต่งตัวออกไปไหน การลองหัดแต่งหน้าในลุคสุดฉ่ำลุคนี้ดูก็น่าสนใจไม่น้อยเลยนะคะ ถ้าแต่งดี ๆ ก็สามารถแต่งออกจากบ้านสวย ๆ เก๋ ๆ สไตล์แฟชั่นนิสต้าได้เหมือนกันอีกด้วยนะ ให้เราได้ครีเอตลุคฉ่ำ ๆ ให้กับตัวเอง พอมีเจ้าดอกไม้สุดน่ารักมาอยู่บนใบหน้ายังทำให้ลุคของเราดูชวนฝันขึ้นอีกด้วยค่าาาาา

โดยความโดดเด่นของลุคนี้คือ กลีบดอกไม้สวย ๆ ช่วยทำให้ลุคของสาว ๆ สวยซอฟต์แบบเป็นธรรมชาติ ทั้งยังทำให้ดูมีเสน่ห์ในแบบสาวเฟมินีนอีกด้วย ซึ่งเคล็ดลับการแต่งหน้าลุคนี้ให้ออกมาไม่โป๊ะ คือ การเลือกใช้เครื่องสำอางเนื้อครีมค่ะ เพราะเครื่องสำอางแบบนี้เวลาที่เราใช้กาวติดดอกไม้จะไม่ทำให้เกิดคราบเหมือนเครื่องสำอางเนื้อแป้งค่ะ การแต่งหน้าลุค Blooming Makeup หรือ การแต่งหน้าด้วยการติดดอกไม้เก๋ ๆ พอมาลองพิจารณากันดูแล้ว เราอาจจะรู้สึกว่าเป็นลุคการแต่งหน้าที่ไม่น่าจะใช้ได้จริงใช่ไหมล่ะ ? บอกเลยว่าใครคิดแบบนั้นก็คือผิดค่ะ เพราะจริง ๆ แล้วลุคแต่งหน้าด้วยดอกไม้เราสามารถนำมาดัดแปลงให้เป็นลุคฉ่ำ ๆ สวย ๆ แต่งไปเที่ยวแบบเก๋ได้ดีทีเดียว หรือใครมีฟีลอยากได้รูปตัวเองแบบแปลกใหม่ไว้ลงไอจี การแต่งหน้าสไตล์นี้ก็ดูน่าสนใจไม่เบา ด้วยความที่ดอกไม้จะทำให้ลุคของคุณดูโดดเด่นค่ะ กลีบเล็ก ๆ น่ารักสีสันสดใส ทำให้คุณดูสวยหวานขึ้น ละมุนขึ้นมาทันตา

MAKEUP IDEA

ในส่วนของการใช้ดอกไม้ มาประดับบนใบหน้าพร้อมเมคอัพฉ่ำ ๆ เป็นอีกไอเดียหนึ่ง ที่ทำให้เราได้ครีเอตลุคใหม่ ๆ ที่โดดเด่นแตกต่างไปจากเดิม โดยการใช้ดอกไม้เข้ามาช่วยในการแต่งหน้านั้นจะทำให้ลุคของสาว ๆ มีความละมุนละไม และได้ความเป็นแฟนตาซีเล็ก ๆ แต่ความจะเป็นแฟนตาซีนั้นก็ขึ้นอยู่กับคนแต่งด้วยนะ ว่าจะใช้ดอกไม้มากน้อยแค่ไหน และจะใช้แบบใด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทางเราก็คอนเฟิร์มเลยว่า ดอกไม้เป็นของที่คู่กับผู้หญิง พอมาอยู่บนใบหน้าเราแล้วก็ยิ่งทำให้ลุคของเราน่าสนใจขึ้นไปอีก ซึ่งต่อไปนี้จะเป็นไอเดียจากเหล่าไอดอลสาวที่เรารวบรวมมาให้ชมกันเป็น inspiration ไว้แต่งหน้ากัน ซึ่งแต่ละแบบขอบอกเลยว่า สวยปิ๊งปั๊ง เห็นแล้วอยากหาดอกไม้มาแต่งตามรัว ๆ แน่นอน ถ้าพร้อมชมกันแล้ว เรามาดูไอเดียพร้อมกันเลยค่ะ บอกเลยงานนี้ฉ่ำไปด้วยดอกไม้ เซฟไว้แต่งคลายเครียดได้เลยนะคะ

Blooming Makeup

Blooming Makeup

Mark Tuan และ Kitty Chicha บินลัดฟ้าร่วมชมโชว์ Saint Laurent Men’s Spring/Summer 2023

จบลงไปเป็นที่เรียบร้อยแบบหมาด ๆ กับแฟชั่นโชว์สำหรับสุภาพบุรุษจากแบรนด์ลักชัวรีระดับโลกสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Saint Laurent กับคอลเลกชันประจำฤดูกาล Spring/Summer 2023 ที่ยกรันเวย์ไปจัดถึงกลางทะเลทรายท่ามกลางความแห้งแล้งอันกว้างใหญ่ไร้ผู้คน ณ เมืองมาร์ราคิช ประเทศโมร็อกโก ซึ่งการเลือกโลเคชั่นในการจัดโชว์ในครั้งนี้ก็มีที่มาที่ไป เพราะสถานที่แห่งนี้มีความสำคัญต่อแบรนด์ Saint Laurent เป็นอย่างมาก จะมีเรื่องราวอย่างไรนั้น ตาม Inzpy ไปดูรายละเอียดพร้อมกันเลยค่ะ

cr.photo ; museeyslparis.com

ที่บอกว่าโลเคชั่นการจัดงานในครั้งนี้ มีความผูกพันสำคัญกับทางแบรนด์เป็นอย่างมากก็เพราะว่า หลังจากที่ Yves Saint Laurent ผู้ก่อตั้งแบรนด์ ได้เดินทางมาเยี่ยมเยือนเที่ยวชมจนได้ค้นพบเมืองมาร์ราคิช ที่อยู่ในประเทศโมร็อกโกในปี 1966

cr.photo ; elledecor.com

เขาก็ได้ตัดสินใจสร้างบ้านพักตากอากาศอย่าง Villa Oasis ที่เปรียบเสมือนสถานที่หลบภัยอันคุ้นเคย ที่เขาชอบหนีมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เพราะเขาได้ใช้เวลาอย่างสงบสุขและเรียบง่าย ผิดกับบรรยากาศขั้วตรงข้ามกับตารางงานอันแสนยุ่งเหยิงวุ่นวายที่เขาต้องเผชิญในเมืองปารีส

cr.photo ; museeyslmarrakech.com

ซึ่งเมืองนี้นอกจากจะเป็นที่ตั้งบ้านพักตากอากาศของผู้ก่อตั้งอย่าง Yves Saint Laurent แล้ว ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ Musée Yves Saint Laurent อีกด้วย ทำให้ไม่น่าแปลกใจว่าทำไมในครั้งนี้ทางแบรนด์ถึงได้ตัดสินใจเลือกเมืองสวรรค์กลางทะเลทรายแห่งนี้เป็นสถานที่จัดแสดงแฟชั่นโชว์สำหรับคอลเลกชัน Men’s Spring/Summer 2023 นั่นเอง

cr.photo ; Courtesy of Anwar Hadid

ตัวรันเวย์ถูกยกไปจัดที่กลางทะเลทรายอากาเฟย์ ที่ต้องเดินทางออกนอกเมืองมาร์ราคิชไปประมาณ 1 ชั่วโมง โดยฉากหลังของโชว์ในครั้งนี้ได้ถูกรังสรรค์ขึ้นอย่างยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งรันเวย์ในครั้งนี้ Anthony Vaccarello ครีเอทีฟไดเรกเตอร์คนปัจจุบัน ได้รับแรงบันดาลใจจากหนังสือนิยายเรื่อง The Sheltering Sky ปี 1949 ของ Paul Bowles ที่ตัวละครหลักเดินทางไปทั่วทั้งตอนเหนือของทวีปแอฟริกา ที่ได้กล่าวถึงความสวยงามของเนินทรายโมร็อกโกในยามเย็น

Men's Spring/Summer 2023
cr.photo ; ysl

เพื่อต้องการนำเสนอความสวยงามของประเทศโมร็อกโก Anthony Vaccarello ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ ได้จับมือร่วมงานกับ Es Devlin ศิลปินและนักออกแบบเวทีชาวลอนดอน ในการรังสรรค์บริเวณจัดโชว์สุดตระการตา ซึ่งเป็นวัตถุวงกลมที่จมอยู่ในบ่อน้ำกลางรันเวย์ที่ค่อย ๆ ยกขึ้นมาเหนือน้ำในช่วงท้ายของโชว์ พร้อมเปล่งแสงสว่างเจิดจ้าเป็นรูปวงแหวนเรืองแสงสุดอลังการท่ามกลางทะเลทราย ที่ให้สัมผัสลึกลับ ล้ำสมัย น่าค้นหา ช่วยทำให้เสื้อผ้าคอลเลกชันนี้ดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีกอย่างปฏิเสธไม่ได้

Men's Spring/Summer 2023
cr.photo ; ysl

นอกจากสถานที่จัดโชว์สุดอลังการและเสื้อผ้าสุดหรูหราจากคอลเลกชัน ที่เรียงแถวออกมาให้ทุกคนได้รับชมแล้วนั้น จะไม่ให้พูดถึงแขกคนสำคัญของแบรนด์ ที่คับคั่งไปด้วยเหล่าคนดังที่ยกทัพตบเท้าเดินทางมาร่วมชมโชว์ได้อย่างไรกัน เพราะแฟนคลับต่างรอเชียร์อยากเห็นหน้าแบบใจจะขาด โดยเฉพาะไอดอลหนุ่มฮอตจากเกาหลีใต้อย่าง Mark Tuan หนุ่มหล่อหนึ่งในสมาชิกวง Got7 ที่ปรากฏตัวด้วยลุคจาก Saint Laurent ตั้งแต่หัวจรดเท้า

Men's Spring/Summer 2023
cr.photo ; ysl

และยังมีนักแสดงสาวแซ่บ ตัวแทนชาวไทยเพียงหนึ่งเดียวอย่าง Kitty Chicha (คิทตี้ ชิชา) อวดลุคเปรี้ยวซ่าบินลัดฟ้าไปร่วมชมโชว์ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน นอกจากนั้นยังมี Dominic Fike นักแสดงจากเรื่อง Euphoria, Laura Harrier และ Anwar Hadid มาร่วมชมโชว์อีกด้วย

Men's Spring/Summer 2023
cr.photo ; vogue.com

ในส่วนของเสื้อผ้าภายในคอลเลกชัน ดูเหมือนว่าเป็นการต่อยอดมาจากคอลเลกชัน Fall/Winter 2022 สำหรับผู้หญิง เพราะสไตล์การทำเสื้อผ้า Men’s Spring/Summer 2023 ในครั้งนี้ Anthony Vaccarello ผู้เป็นครีเอทีฟไดเรกเตอร์ไม่ได้ตั้งใจทำให้แตกต่างแหวกแนวไปไกลจากทางฝั่งของผู้หญิงมากนัก

Men's Spring/Summer 2023
cr.photo ; vogue.com

เป็นเหมือนการปรับเสื้อผ้าสำหรับผู้ชายให้มีความเฟมินีนและมีรูปทรงที่รัดรูปพอดีตัวมากขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น เสื้อเชิ้ตผ้าไหมสีครีมและสีน้ำตาลอ่อนดีเทลคอเสื้อแบบผูก เสื้อทักซิโด Le Smoking สีดำที่ฟิตติ้งดูสบายมากขึ้น แมตช์กับกางเกงเอวสูงขายาว และไฮไลต์อย่างเสื้อโค้ทที่ทำจากผ้าวูล Grain de Poudre ทรงไหล่ตั้งคมกริบโฉบเฉี่ยวเรียบหรูตามแบบฉบับ Saint Laurent

Men's Spring/Summer 2023
cr.photo ; vogue.com

สำหรับใครที่พลาดรับชมโชว์ สามารถชมทั้ง 50 ลุคจากรันเวย์อีกครั้งได้ที่นี่

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับ Saint Laurent Men’s Spring/Summer 2023 ที่เราเอามาฝากทุกคนในวันนี้ หวังว่าทุกคนจะได้รับทั้งสาระและความบันเทิง ทันเหตุการณ์ความเป็นไปในวงการแฟชั่นไม่มากก็น้อยนะคะ สุดท้ายอย่าลืมติดตามในคราวหน้าว่า เราจะเอาข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์แฟชั่นที่น่าจับตามองอื่น ๆ ที่น่าสนใจแบบไหนมาฝากกันอีก รอติดตามชมที่ Inzpy ที่นี่ที่เดียว ห้ามพลาดเลยนะคะ!!

DDproperty: เผยสุดยอดทำเลทอง ในรอบครึ่งแรกปี 65

0

ท่ามกลางบททดสอบที่ท้าทาย ทั้งจากสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบาง ภาวะเงินเฟ้อ ผนวกกับผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น แม้จะสั่นคลอนความเชื่อมั่นในการใช้จ่ายของผู้บริโภค แต่ความต้องการด้านที่อยู่อาศัยยังคงมีอยู่

ดีดีพร็อพเพอร์ตี้ (DDproperty) เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย เผยข้อมูลเชิงลึกจากผู้เข้าเยี่ยมชมในเว็บไซต์ www.ddproperty.com ในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 (ระหว่างเดือนมกราคม – มิถุนายน 2565)

DDproperty: เผยสุดยอดทำเลน่าจับตามองในรอบครึ่งแรกปี 65
“MRT พระราม 9” ทำเลสุดฮอตแนวรถไฟฟ้า คนกรุงเลือกซื้อย่าน “สวนหลวง” ตลาดเช่า “บางนา” มาแรง

สะท้อนเทรนด์ความต้องการที่อยู่อาศัยยอดนิยมของผู้ซื้อและผู้เช่าทั่วประเทศ พบว่าการเข้าชมประกาศขายอสังหาฯ ลดลงประมาณ 14% จากช่วง 6 เดือนก่อนหน้า สืบเนื่องจากปัจจัยรุมล้อมข้างต้นที่ส่งผลให้ผู้บริโภคบางส่วนชะลอการตัดสินใจซื้อเปลี่ยนมาเป็นการเช่าแทน ส่งผลให้ความต้องการเช่าในบางทำเลมีการเติบโตอย่างน่าสนใจ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากแบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด ที่เผยว่ามีผู้บริโภคเพียง 16% เท่านั้นที่พร้อมจะซื้อบ้านภายใน 1 ปีข้างหน้านี้

โดยพฤติกรรมการค้นหาที่อยู่อาศัยผ่านช่องทางออนไลน์ของคนหาบ้านยุคนี้ 50% จะพิมพ์คำค้นหาตามสิ่งที่ตัวเองต้องการหรือสนใจ (Free Text) ขณะที่อีกกลุ่มจะใช้คำค้นหา (Keyword) เกี่ยวกับทำเลที่ตั้งของอสังหาฯ แบบเฉพาะเจาะจง เช่น ค้นหาด้วยจังหวัด, เขต/อำเภอ, แขวง/ตำบล คิดเป็นสัดส่วน 40% ของการค้นหาทั้งหมด

ขณะที่ “สถานีรถไฟฟ้า” ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มคำค้นหายอดนิยมและมาแรงในยุคนี้ มีสัดส่วน 10% ของการค้นหาทั้งหมด สะท้อนให้เห็นว่าทำเลแนวรถไฟฟ้ายังเป็นอีกปัจจัยสำคัญในการค้นหาที่อยู่อาศัยของคนหาบ้าน โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ต้องการหลีกเลี่ยงปัญหารถติด จึงเลือกทำเลที่อยู่อาศัยที่สะดวกในการเดินทางด้วยรถไฟฟ้าแทน

“กรุงเทพฯ” ยืนหนึ่งจังหวัดที่มีการค้นหาอสังหาฯ มากที่สุด 

ภาพ: คุณหลิว

กรุงเทพมหานครครองความนิยมเป็นจังหวัดที่มีการค้นหาอสังหาฯ มากที่สุดในช่วงครึ่งปีแรก ในขณะที่

อันดับ2 ได้แก่ เชียงใหม่, อันดับ 3 นนทบุรี, อันดับ 4 ชลบุรี, อันดับ 5 สมุทรปราการ, อันดับ 6 ปทุมธานี, อันดับ 7 ภูเก็ต, อันดับ 8 ประจวบคีรีขันธ์, อันดับ 9 เมืองพัทยา และอันดับ 10 นครราชสีมา

จะเห็นได้ว่าการค้นหาที่อยู่อาศัยส่วนใหญ่จะอยู่ในจังหวัดปริมณฑลที่ได้รับอานิสงส์ความเจริญจากเมืองหลวง รวมทั้งหัวเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งเป็นผลจากเทรนด์ Workcation ได้รับความนิยมในช่วงที่มีการแพร่ระบาดฯ รูปแบบการทำงานที่ได้ท่องเที่ยวและพักผ่อนในเวลาเดียวกัน กลายเป็นอีกปัจจัยที่ดึงดูดให้ผู้บริโภคมองหาบ้านพักตากอากาศในหัวเมืองท่องเที่ยวมากขึ้น

“MRT พระราม 9” สุดยอดทำเลยอดนิยมแนวรถไฟฟ้า

ทำเลแนวรถไฟฟ้าเป็นอีกตัวเลือกที่ได้รับความนิยมเมื่อค้นหาที่อยู่อาศัย สอดคล้องกับข้อมูลจาก “แบบสอบถามความคิดเห็นของผู้บริโภคที่มีต่อตลาดที่อยู่อาศัย DDproperty’s Thailand Consumer Sentiment Study รอบล่าสุด” เผยว่าผู้บริโภคมากกว่าครึ่ง (51%) มองว่าโครงการที่อยู่อาศัยที่เดินทางสะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะ เป็นปัจจัยภายนอกที่มีความสำคัญอันดับต้น ๆ โดยทำเลแนวรถไฟฟ้าที่มีการค้นหามากที่สุดในช่วงครึ่งปีแรก 2565 ส่วนใหญ่อยู่ในทำเลที่เป็นแหล่งงาน มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์การใช้ชีวิตวิถีคนเมือง

โดย 10 สถานีรถไฟฟ้าที่เป็นทำเลยอดนิยมในกลุ่มคนค้นหาอสังหาฯ ช่วงครึ่งปีแรก 2565
อันดับ 1 ได้แก่ MRT พระราม 9 อีกหนึ่งทำเลศักยภาพของกรุงเทพฯ ตามมาด้วยอันดับ 2 BTS อ่อนนุช, อันดับ 3 BTS อารีย์, อันดับ 4 BTS อโศก, อันดับ 5 BTS พร้อมพงษ์, อันดับ 6 BTS เอกมัย, อันดับ 7 MRT ห้วยขวาง, อันดับ 8 BTS อุดมสุข, อันดับ 9 BTS ทองหล่อ และอันดับ 10 BTS สะพานควาย

“สวนหลวง” ครองใจคนซื้อชาวกรุง 

ด้านตลาดอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ มีความเคลื่อนไหวน่าจับตามองและมีโครงการใหม่เปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เห็นได้ชัดจากจำนวนการเข้าชมประกาศอสังหาฯ สำหรับขายบนเว็บไซต์ DDproperty พบว่า  “สวนหลวง” กลายเป็นทำเลในกรุงเทพฯ ที่ได้รับความสนใจซื้อมากที่สุดในช่วงครึ่งปีแรก ซึ่งเป็นย่านที่อยู่อาศัยระดับกลางถึงระดับบนที่ได้รับอานิสงส์จากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง

“บางนา” มาแรงในตลาดเช่า

ขณะที่จำนวนการเข้าชมประกาศอสังหาฯ ให้เช่าบนเว็บไซต์ DDproperty พบว่า “บางนา” เป็นทำเลที่ได้รับความสนใจเช่ามากที่สุดในช่วงครึ่งปีแรก ด้วยปัจจัยบวกที่สนับสนุนการเติบโตจากโครงการรถไฟฟ้าที่เชื่อมต่อเมืองระหว่างกรุงเทพฯ กับสมุทรปราการ ใกล้แหล่งงาน ประกอบกับการพัฒนาโครงการเมกะโปรเจกต์ (Mega Project) และโครงการที่อยู่อาศัยอีกหลายโครงการ

โดย 5 ทำเลในกรุงเทพฯ ที่ได้รับความสนใจซื้อมากที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ได้แก่

อันดับ1

แขวงสวนหลวง

เขตสวนหลวง

อันดับ2

แขวงบางจาก เขตพระโขนง

อันดับ3

แขวงบางนา

เขตบางนา

อันดับ4

แขวงลาดพร้าว

เขตลาดพร้าว

อันดับ5

แขวงคลองตันเหนือ

เขตวัฒนา

 

ด้าน 5 ทำเลในกรุงเทพฯ ที่ได้รับความสนใจเช่ามากที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ได้แก่

อันดับ1 แขวงบางนา

เขตบางนา

อันดับ2 แขวงบางจาก

เขตพระโขนง

อันดับ3 แขวงคลองตันเหนือ

เขตวัฒนา

อันดับ4 แขวงห้วยขวาง

เขตห้วยขวาง

อันดับ5 แขวงพระโขนง

เขตคลองเตย

 

ราคาขาย-เช่าอสังหาฯ เมืองกรุงยังไม่ฟื้น

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาราคาขายที่อยู่อาศัยโดยรวมทุกประเภทอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกนี้ยังไม่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยพบว่ามีราคากลางเฉลี่ยอยู่ที่106,000 บาท/ตารางเมตร ลดลง 5% จากปีก่อนหน้า และลดลงถึง 18% เมื่อเทียบกับช่วงที่ยังไม่มีการแพร่ระบาดฯ (ไตรมาส 4 ปี 2562) ช่วงเวลานี้จึงถือเป็นโอกาสอันดีและเหมาะสมสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการเป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยและมีความพร้อมทางการเงิน ก่อนที่จะมีการปรับขึ้นราคาขายอสังหาฯ และดอกเบี้ยในช่วงครึ่งปีหลังนี้

DDproperty: เผยสุดยอดทำเลน่าทอง ในรอบครึ่งแรกปี 65

ขณะที่อัตราค่าเช่าที่อยู่อาศัยโดยรวมทุกประเภทอสังหาฯ ในกรุงเทพฯ มีค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 485 บาท/ตารางเมตร/เดือน ลดลง 3% จากปีก่อนหน้า และลดลง 13% เมื่อเทียบกับช่วงที่ยังไม่มีการแพร่ระบาดฯ อย่างไรก็ดี แม้คอนโดมิเนียมจะเป็นอสังหาฯ ประเภทเดียวที่ค่าเช่าลดลง 3% จากปีก่อนหน้า แต่ก็ยังมีความต้องการเช่าอยู่ไม่น้อยและมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนอย่างคนวัยทำงานและนักศึกษา ทำให้มีอัตราค่าเช่าคอนโดฯ เฉลี่ยอยู่ที่ 500 บาท/ตารางเมตร/เดือน ขณะที่โครงการที่อยู่อาศัยแนวราบยังได้รับความนิยมต่อเนื่องในตลาดเช่าและมีทิศทางเติบโต บ้านเดี่ยวมีค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 320 บาท/ตารางเมตร/เดือน โตถึง 28% จากปีก่อนหน้า ส่วนทาวน์เฮ้าส์มีค่าเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 210 บาท/ตารางเมตร/เดือน โต 7% จากปีก่อนหน้า

“สมุทรปราการ” คว้าอันดับ 1 ตลาดซื้อ-เช่าอสังหาฯ ปริมณฑล

เทรนด์ Work from Home ในช่วงการแพร่ระบาดฯ ส่งผลให้ผู้บริโภคมองหาที่อยู่อาศัยในทำเลรอบนอกของกรุงเทพฯ มากขึ้น ทำให้ที่อยู่อาศัยย่านชานเมืองและปริมณฑลกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในด้านราคาที่ย่อมเยากว่า จากจำนวนการเข้าชมประกาศอสังหาฯ สำหรับขายในเขตปริมณฑลบนเว็บไซต์ DDproperty พบว่า สมุทรปราการเป็นจังหวัดปริมณฑลที่ได้รับความสนใจซื้อและเช่าอสังหาฯ มากที่สุดในครึ่งแรกของปี 2565 โดยได้รับปัจจัยบวกมาจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียว ส่วนต่อขยาย ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ที่ช่วยให้การเดินทางมาทำงานหรือเรียนในย่านใจกลางเมืองสะดวกสบายมากขึ้น

โดย 5 ทำเลในเขตปริมณฑลที่ได้รับความสนใจซื้อมากที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ได้แก่

อันดับ 1

 ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ

อันดับ 2

ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

อันดับ 3

ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ

จังหวัดสมุทรปราการ

อันดับ 4 ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี

จังหวัดสมุทรปราการ

อันดับ 5 ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา

จังหวัดปทุมธานี

ขณะที่ 5 ทำเลในเขตปริมณฑล ที่ได้รับความสนใจเช่ามากที่สุดในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ได้แก่

อันดับ 1

ตำบลสำโรงเหนือ อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ

อันดับ 2

ตำบลบางกระสอ อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี

อันดับ 3

ตำบลบางแก้ว อำเภอบางพลี

จังหวัดสมุทรปราการ

อันดับ 4 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง

จังหวัดปทุมธานี

อันดับ 5 ตำบลปากเกร็ด อำเภอปากเกร็ด

จังหวัดนนทบุรี

DDproperty

DDproperty (ดีดีพร็อพเพอร์ตี้) เป็นเว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาริมทรัพย์อันดับ 1 ของไทย ในเครือ PropertyGuru Group (พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป – NYSE: PGRU) ซึ่งเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ DDproperty มีส่วนในการพลิกโฉมวิธีการค้นหาบ้านมาสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ และช่วยให้คนไทยตัดสินใจซื้อ-ขาย-เช่า-ลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมั่นใจ

ปัจจุบัน DDproperty เป็นแพลตฟอร์มอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ค้นหาที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์อื่น ๆ  โดยมีส่วนแบ่งการตลาดกว่า 60% ในเมืองไทย สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่ www.DDproperty.com; www.PropertyGuruGroup.com/  รวมไปถึงช่องทางโซเชียลมีเดียของเรา ได้แก่ Facebook, Instagram, YouTube, และ Linkedin

*แหล่งข้อมูล: จาก SimilarWeb ช่วงระหว่าง ต.ค. 2564 – มี.ค. 2565

PropertyGuru Group

พร็อพเพอร์ตี้กูรู กรุ๊ป (NYSE: PGRU) เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำ ของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ค้นหาบ้านกว่า 38 ล้านราย เข้าเยี่ยมชมและใช้บริการบนเว็บไซต์ในแต่ละเดือน

พร็อพเพอร์ตี้กูรูและบริษัทในเครือช่วยให้ผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่อาศัยทั่วภูมิภาคได้เข้าถึงรายการประกาศขาย-เช่าที่มีมากกว่า 3.3 ล้านรายการ อีกทั้งยังมีข้อมูลเชิงลึกและโซลูชั่นต่าง ๆ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคในสิงคโปร์, มาเลเซีย, ไทย, อินโดนีเซีย และเวียดนาม ใช้ประกอบการตัดสินใจครั้งสำคัญได้อย่างมั่นใจ

PropertyGuru.com.sg เริ่มให้บริการครั้งแรกในปี 2550 นับเป็นการปฏิวัติตลาดอสังหาริมทรัพย์ในสิงคโปร์ ด้วยการนำระบบออนไลน์เข้ามาใช้และช่วยให้การหาบ้านมีความโปร่งใสมากขึ้น ในช่วงเวลากว่า 15 ปีที่ผ่านมา

พร็อพเพอร์ตี้กูรูได้เติบโตมาเป็นบริษัทด้านเทคโนโลยีอสังหาฯ ที่มีการเติบโตสูง มีเว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านอสังหาฯ อันดับ 1 อยู่ภายใต้การบริหาร มีแอปพลิเคชั่นที่มีรางวัลเป็นเครื่องการันตีคุณภาพ มีแพลตฟอร์มที่ดีที่สุดเพื่อช่วยส่งเสริมการขายให้กับผู้พัฒนาอสังหาฯ อย่าง FastKey, เว็บไซต์มาร์เก็ตเพลสด้านสินเชื่อบ้าน PropertyGuru Finance อีกทั้งยังมีบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจอสังหาฯ ที่สำคัญ ๆ อาทิ การจัดงานแจกรางวัลด้านอสังหาฯ กิจกรรมส่งเสริมการตลาด รวมไปถึงสื่อสิ่งพิมพ์ทั่วภูมิภาคเอเชีย สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถเข้าชมได้ที่  propertygurugroup | linkedin

ที่มา: ข้อมูลจาก SimilarWeb ช่วงระหว่าง ต.ค. 2564 – มี.ค. 2565
ที่มา: ข้อมูลจาก Google Analytics ช่วงระหว่าง ก.ค. 2564 – ธ.ค. 2564
ข้อมูลช่วงระหว่าง ก.ค. 2564 – ธ.ค. 2564

เว็บไซต์ในเครือพร็อพเพอร์ตี้กูรู:

ไทย: DDproperty.com
สิงคโปร์: PropertyGuru.com.sg | CommercialGuru.com.sg
มาเลเซีย: PropertyGuru.com.my
อินโดนีเซีย: RumahDijual.com
เวียดนาม: Batdongsan.com.vn
เอเชีย: AsiaPropertyAwards.com


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

Adamas ผลงานใหม่ของ จีซอง ในบทบาทฝาแฝด 27 กรกฎานี้ทาง Disney+

0

Adamas ผลงานใหม่ของ จีซอง ในบทบาทฝาแฝด 27 กรกฎานี้ทาง Disney+

Adamas ซีรีส์แนวระทึกขวัญ ลึกลับของผู้กำกับ พัคซึงอู และคนเขียนบทอย่าง ชเวแทคัง และผลงานการแสดงนำโดย จีซอง ที่ต้องมารับบทบาทเป็น 2 พี่น้องฝาแฝดที่กำลังตามหาความจริงของคนที่ฆ่าพ่อบุญธรรมและใส่ร้ายพ่อที่แท้จริงว่าเป็นฆาตกร Streaming พร้อมกันวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ ทาง Disney+ Hotstar

ซีรีส์ว่าด้วยเรื่องราวสุดลึกลับของพี่น้องฝาแฝด ที่ต้องการสืบหาความจริงถึงเบื้องหลังจากฆาตกรรมของพ่อพวกเขาเมื่อ 22 ปีก่อน หลังจากที่ได้หาข้อมูลแล้วก็ได้พบว่าฆาตกรคือพ่อแท้ ๆ ของพวกเขา ซึ่งเป็นคนที่ฆ่าเป็นพ่อบุญธรรมของพวกเขานั่นเอง ซึ่งพ่อแท้ ๆ กำลังอยู่ในเรือนจำเพื่อรอโทษประหารชีวิต และยังถูกใส่ร้ายว่าเป็นฆาตกร 2 พี่น้องเลยต้องพยายามหาความจริง รวมถึงการตามหา Adamas อาวุธสังหารที่หายไป เพื่อนำมาจับฆาตกรตัวจริง

Korea Drama on Disney+ จ๊ซอง

เรื่องนี้ก็อัดแน่นไปด้วยนักแสดงคุณภาพแนวหน้าของเกาหลีไม่ว่าจะเป็น จีซอง รับบทเป็น ฮาอูชิน นักเขียนนวนิยายขายดี และรับบทเป็น ซงซูฮยอน อัยการประจำสำนักงานอัยการกลางกรุงโซล ซึ่งจีซองก็เป็นนักแสดงมากฝีมือของเกาหลี ผลงานการแสดงเช่น The Devil Judge | Kill Me Heal Me | Doctor John | Familiar Wife | Innocent Defendant | New Heart เป็นต้น

ADAMAS Korea Drama on Disney+ จีซอง นักแสดง

นักแสดง ซอจีฮเย รับบทเป็น โนฮวายอง ภรรยาของลูกชายคนโตแห่งตระกูลแฮซงกรุ๊ป ที่ให้การช่วยเหลือ ฮาอูชิน แบบลับ ๆ ผลงานการแสดงที่ผ่านมา Dinner Mate | Crash Landing on You | Kiss Sixth Sense | Black Knight | 49 Days เป็นต้น

อีซูคยอง รับบทเป็น คิมซอฮี นักข่าวประจำสำนักข่าวท้องถิ่น TNN ผู้รักความถูกต้อง และมีความลับบางอย่างเกี่ยวกับพี่น้องฝาแฝดคู่นี้ ผลงานการแสดงที่ผ่านมา Yaksha: Ruthless Operations | Law School | The Miracle | The Odd Family Zombie On Sale เป็นต้น

Korea Drama on Disney+

ฮอซองแท รับบทเป็น ชเวแทซอง ผู้จัดการของหน่วยรักษาความปลอดภัย แฮซงวอนแมนชั่น ซึ่งเป็นบ้านของประธานควอนแห่งแฮซงกรุ๊ป ผลงานที่ผ่านมา Hitman: Agent Jun | Black Money | Racket Boys | Beyond Evil | Squid Game | The Silent Sea เป็นต้น

สำหรับ Adamas ซีรีส์แนวระทึกขวัญ ลึกลับ ผลงานการแสดงนำโดย จีซอง ที่ต้องมารับบทบาทเป็น 2 พี่น้องฝาแฝด Streaming พร้อมกันวันที่ 27 กรกฎาคมนี้ ทาง Disney+ Hotstar

ขอขอบคุณข้อมูล :

Salaya One Residences: VIP DAY เริ่มเพียง 2.3 ลบ. 23-24 ก.ค.นี้

“ศาลายา วัน เรสซิเดนท์” (Salaya One Residences) คอนโดมิเนียมระดับพรีเมียม ที่อยู่ในมิกซ์ยูส โปรเจกต์ มูลค่า 2,200 ล้านบาท แห่งแรกและแห่งเดียวในย่านศาลายา บนทำเลที่ดีที่สุดปากซอยตั้งสิน ใกล้ม.มหิดล ภายใต้จุดขาย “ยืนหนึ่งย่านศาลายา”

พัฒนาโครงการโดย บริษัท มีนำ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดจองครั้งแรก!! เลือกยูนิตสวยก่อนใครในราคาดีที่สุด ในงาน VIP Day ระหว่างวันที่ 23-24 ก.ค.นี้ ณ สำนักงานขายโครงการฯ รับโอกาสพิเศษจองในงานรับเพิ่ม Lucky draw จำนวน 20 รางวัล มูลค่ากว่า 760,000 บาท*

คลิก

คลิกเพื่อลงทะเบียนร่วมงานล่วงหน้า พร้อมรับส่วนลดเพิ่ม 200,000 บาท*

“ศาลายา วัน เรสซิเดนท์” ยื่นหนึ่งเหนือใครในย่าน “ยืนหนึ่งทำเล” ตั้งอยู่บนปากซอยตั้งสิน Living Community ใหญ่ที่สุดในศาลายา “ยืนหนึ่งส่วนกลางใหญ่” ในย่านกับพื้นที่ 2.6 ไร่ 48 กิจกรรม “ยืนหนึ่งครบจบ” Eat, Shop กับโครงการ Mix-used หนึ่งเดียวในย่าน “ยืนหนึ่งห้องใหญ่” 31.5 ตร.ม. พร้อมเฟอร์นิเจอร์ครบสุด และ “ยื่นหนึ่งราคาเริ่มต้นเพียง 2.3 ล้านบาท

BEST CONDO ARCHITECTURAL DESIGN
BEST CONDO ARCHITECTURAL DESIGN

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Add line: @salayaone
Facebook: SalayaOneResidences
e-mail:  [email protected]
โทร. 02 441 4888

ที่ตั้งโครงการ
แผนที่โครงการ https://bit.ly/3LjphRr
ปากซอยตั้งสิน ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม 73170
พิกัด Google โดยประมาณ : 13.800986, 100.311852

การเดินทางโดยสาธารณะ
หน้าโครงการจะมีวินมอเตอร์ไซค์ และ Taxi วิ่งผ่านไป หรือจะใช้บริการ Grab

เดินออกมาตรงถนน 4006 จะมีป้ายรถเมล์ มีสาย ปอ.515 ปอ.547 และสาย 84ก วิ่งผ่านนั่งเข้าเมืองไปอนุสาวรีย์ชัยฯ สีลม และวงเวียนใหญ่

ถ้าจะขึ้นรถตู้ต้องมาตรง ม.มหิดลจะมีท่ารถตู้นั่งไปปิ่นเกล้า และอนุสาวรีย์ชัยฯ

นอกจากนี้โครงการยังอยู่ใกล้ รถไฟสถานีศาลายา ประมาณ 1.8 กม. นั่งไปลงสถานีตลิ่งชันเชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนนั่งเข้าเมืองได้เลย หรือจะไปลงบางซ่อนเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีม่วงได้ หรือไปลงบางซื่อเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินและสายสีแดงได้ ในอนาคตจะมีโครงการรถไฟฟ้าสายสีแดงอ่อนช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา วิ่งมาตามแนวรถไฟเดิม โดยสถานีที่ใกล้คือสถานีศาลายา

Salaya One Residences: VIP DAY เริ่มเพียง 2.3 ลบ. 23-24 ก.ค.นี้
Salaya One Residences: VIP DAY เริ่มเพียง 2.3 ลบ. 23-24 ก.ค.นี้

โรงพยาบาล

  • ศูนย์การแพทย์กาญจนาภิเษก 4.7 ก.ม.

สถานศึกษา

  • โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ 1.4 ก.ม.
  • มหาวิทยาลัยมหิดล 1.8 ก.ม.

ห้างสรรพสินค้า

  • Too fast too sleep 400 ม.
  • Groove market 400 ม.
  • Mini Big C 400 ม.
  • China town 1.7 ก.ม.
  • The salaya 1.5 ก.ม.
  • Central Salaya 5.2 ก.ม.
  • The Brio 8.0 ก.ม.

หมายเหตุ : บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

ชี้เป้าแบรนด์ ‘รองเท้าแตะ’ เป็นได้ทั้งรองเท้าลำลอง และไอเทมที่สร้างสรรค์ลุคแฟชั่น

0

ชี้เป้าแบรนด์ ‘รองเท้าแตะ’ เป็นได้ทั้งรองเท้าลำลอง และไอเทมที่สร้างสรรค์ลุคแฟชั่น

ชี้เป้าแบรนด์ ‘รองเท้าแตะ’ เป็นได้ทั้งรองเท้าลำลอง และไอเทมที่สร้างสรรค์ลุคแฟชั่น… เมื่อพูดถึง “รองเท้าแตะ” หลายคนอาจนึกถึงรองเท้าหูหนีบทั่วไปสำหรับใส่เป็นลุคแคชชวลสบาย ๆ แต่จริง ๆ แล้วสมัยนี้หลายคนมักหยิบรองเท้าแตะมาแมตช์กับเสื้อผ้าลุคอื่น ๆ สำหรับใส่ไปนอกบ้านกันมากขึ้น อีกทั้งแบรนด์รองเท้าแตะหลายแบรนด์ก็ต่างพากันออกคอลเลกชันใหม่ ผลิตรุ่นรองเท้าแตะด้วยดีไซน์ใหม่ ๆ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ให้เราได้ตามไปชอปกันอยู่เสมอ แน่นอนว่าก็พ่วงมากับฟังก์ชันการใช้งานที่ใส่แล้วสบายเท้าด้วยเช่นกัน ซึ่งวันนี้ Inzpy ก็จะมาชี้เป้าแบรนด์รองเท้าแตะให้ทุกคนได้ชอปกันค่ะ บอกเลยว่าเป็นได้ทั้งรองเท้าลำลองและไอเท็มที่สร้างสรรค์ลุคแฟชั่นได้ด้วย จะมีแบรนด์ไหนกันบ้าง ตามไปดูกันเลย !

แบรนด์ ‘รองเท้าแตะ’ เป็นได้ทั้งรองเท้าลำลอง และไอเทมที่สร้างสรรค์ลุคแฟชั่น

1. Adidas Yeezy Slide

ชี้เป้าแบรนด์ ‘รองเท้าแตะ’

รองเท้าแตะตระกูล Yeezy Slide รุ่นสุดฮิตของ Adidas และ Kanye West นอกจากดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังมีจุดเด่นเรื่องน้ำหนักเบาและมีความทนทาน เพราะทำจากวัสดุโฟม EVA ส่วนรองรับเท้ามีความนิ่มให้ความรู้สึกสบายขณะเดิน พื้นรองเท้าแบบ Groove ทำหน้าที่เพิ่มความยืดหยุ่นและการยึดเกาะได้ดี มีหลากสีเอิร์ธโทนมาให้เลือก ทั้งสีน้ำตาล, สีขาว และสีเขียว ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2,700 บาท

2. Birkenstock 

ชี้เป้าแบรนด์ ‘รองเท้าแตะ’

Birkenstock เป็นแบรนด์รองเท้าแตะที่มีมายาวนานตั้งแต่ยุค 70s โดดเด่นเรื่องการเป็นรองเท้าเพื่อสุขภาพ ที่ใช้วัสดุเป็นมิตรกับธรรมชาติ อย่างเส้นใยปอ หนังสัตว์ และไม้ก๊อก ซึ่งเมื่อสวมใส่ไปสักพักรองเท้าจะสามารถปรับสภาพให้เข้ากับสรีระรูปเท้าของผู้สวมใส่ ในส่วนของดีไซน์นั้นก็มีให้เลือกหลายแบบหลายรุ่น ทั้งสำหรับผู้หญิงและผู้ชาย ไม่ว่าจะเป็นรุ่นคลาสสิกอย่าง ‘Arizona’ หรือ รุ่นลำลองอย่าง ‘London’ และ ‘Montana’ ก็เข้ากับลุคในวันสบาย ๆ ได้ดี ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 2,090 – 8,790 บาท

3. Crocs 

ชี้เป้าแบรนด์ ‘รองเท้าแตะ’

รองเท้าแตะดีไซน์หัวโตอันเป็นเอกลักษณ์อย่าง Crocs เชื่อว่ามีคนไม่น้อยที่เป็นสาวกรองเท้าแบรนด์นี้ด้วยหลายประการ ทั้งการออกแบบมาให้เป็น Unisex ใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิงหญิง วัสดุที่ใช้ทำจากโฟม Croslite จึงน้ำหนักเบา ทนทาน ใส่สบาย ซัพพอร์ตเท้า และที่สำคัญยังมีสีสันสดใส รวมถึงมีไอเทมเสริมอย่าง ‘Jibbitz’ หรือตัวตกแต่งรองเท้าน่ารัก ๆ ให้เลือกมากมาย รองเท้าผู้ใหญ่ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 1,890 – 2,890 บาท

4. Havaianas

ชี้เป้าแบรนด์ ‘รองเท้าแตะ’

Havaianas แบรนด์รองเท้าแตะสัญชาติบราซิล ยืนหนึ่งเรื่องความทนทาน เพราะผลิตจากยาง 100% จุดเด่นของแบรนด์คือการรังสรรค์ไอเทมด้วยการใช้สีสัน และมีหลายคอลเลกชันให้เลือกซื้อมากมาย ในด้านคุณสมบัติมีความทน ใส่แล้วกระชับเท้า พื้นรองเท้าเป็นยางยืดหยุ่น น้ำหนักเบา และด้วยราคาที่ไม่แรง เริ่มต้นที่ราคาหลักร้อยไปจนถึงหลักพัน ทำให้เป็นอีกแบรนด์รองเท้าแตะที่น่าสนใจ และเป็นที่นิยมในหมู่สาว ๆ ทั้งวัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ รวมถึงสาว ๆ มหาลัยที่ต่างถูกอกถูกใจกับรองเท้าแบรนด์นี้กันเป็นจำนวนมาก ราคาเริ่มต้นที่ 345 – 1,995 บาท

5. Brutus Sandal Camper 

ชี้เป้าแบรนด์ ‘รองเท้าแตะ’

แบรนด์รองเท้าดีไซเนอร์ชั้นนำอย่าง Camper เองก็มีคอลเลกชันรองเท้าแตะมานำเสนอด้วยเช่นกัน โดยคอลเลกชันล่าสุดที่แนะนำคือรุ่น ‘Brutus Sandal’ รองเท้าแตะสไตล์มินิมอล ทำจากผ้าฝ้ายรีไซเคิล 100% ส่วนของพื้นรองเท้าทำจากยาง EVA จึงมีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ให้ความรู้สึกสบายทุกย่างก้าว ตอบโจทย์การเป็นรองเท้าที่ใส่ออกนอกบ้านก็ดูดี และสามารถสวมใส่ได้ในทุกวัน ราคา 4,950 บาท

เป็นยังไงกันบ้างคะกับแบรนด์ ‘รองเท้าแตะ’ เป็นได้ทั้งรองเท้าลำลอง และไอเทมที่สร้างสรรค์ลุคแฟชั่น จะใช้ใส่อยู่บ้านสบาย ๆ หรือใส่ไปเที่ยวก็ได้หมดเลย บอกเลยว่าต้องมีสักชิ้น… ของมันต้องมีสักคู่นะคะ 😉

นั่งเรือเที่ยว เขาช่องลม ดินแดนกรีนโซนแห่งนครนายก

นั่งเรือเที่ยว เขาช่องลม ดินแดนกรีนโซนแห่งนครนายก

ช่วงหน้าฝนนี้ ใคร ๆ ก็คงคิดถึงธรรมชาติที่เขียว สดชื่น และสายฝนที่ชุ่มฉ่ำกันอยู่ใช่ไหมคะ? วันนี้เราจะพาเพื่อน ๆ มาสัมผัสความเขียวขจีของป่าเขา และความชุ่มฉ่ำของลำธาร ด้วยการนั่งเรือเที่ยวที่ เขาช่องลม จังหวัดนครนายกกันค่ะ

เขาช่องลม

สำหรับสายเที่ยวธรรมชาติ หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินชื่อของเขาช่องลมอย่างแน่นอน เพราะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่กำลังเป็นที่นิยมกันมาก ๆ ในหน้าฝนนี้ การเดินทางไปที่เขาช่องลมนี้ อันดับแรกเพื่อน ๆ จะต้องขับรถมาที่เขื่อนขุนด่านปราการชลกันก่อนนะคะ ตามพิกัดที่เราให้เอาไว้ท้ายบทความ

ที่นี่จะมีลานสำหรับจอดรถเอาไว้ให้บริการฟรี มีพื้นที่กว้างขวาง จอดรถได้จำนวนมากค่ะ เมื่อจอดรถเรียบร้อยก็เข้าไปติดต่อที่ ชมรมเรือหางยาวเขื่อนขุนด่าน ซึ่งจุดนี้จะเป็นจุดให้บริการเรือนำเที่ยวไปยังเขาช่องลมค่ะ

ค่าเรือนำเที่ยวคนละ 200 บาท แต่ว่าจะต้องจอยเรือกับนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ นะคะ เรือนั่งได้ประมาณ 8-10 คน ครบจำนวนเรือถึงจะออกค่ะ แต่ถ้าใครไม่อยากรอก็สามารถเหมาเรือได้ค่ะ ลำละ 1,500 บาท โดยปกติแล้วเรือจะแวะเที่ยวทั้งหมด 3 จุด คือ น้ำตกผางามงอน น้ำตกคลองคราม และไฮไลต์น้ำตกเขาช่องลม แต่เนื่องจากช่วงนี้น้ำยังน้อย ทำให้ไม่สามารถเข้าชม 2 น้ำตกแรกได้ เรือจึงพาไปแวะที่ต้นน้ำแทนค่ะ

เมื่อชำระเงินกันเรียบร้อย เจ้าหน้าที่จะแจ้งหมายเลขเรือที่เราจะต้องไปขึ้น หลังจากนั้นเราก็เดินไปที่เรือกันค่ะ ความสนุกสนานจะอยู่ที่ตรงนี้ เพราะเราจะต้องลงบันไดไปประมาณ 170 ขั้น เพื่อไปยังท่าเรือค่ะ ตอนลงไม่เท่าไหร่ แต่ตอนขึ้นขอบอกเลยว่าทั้งหอบ ทั้งขาสั่นเลยค่ะ บันไดค่อนข้างชันเลย

จากท่าเรือเข้าไปยังจุดต้นน้ำ ใช้เวลานั่งเรือไปประมาณ 5-10 นาทีเท่านั้นค่ะ จุดนี้จะเป็นทุ่งหญ้าเขียว ๆ กว้าง ๆ มีลำธารน้ำใส ๆ ไหลอยู่ตลอดริมข้างทาง พี่คนขับเรือให้เวลาเราอยู่ที่นี่ 40 นาทีค่ะ และแจ้งเราว่าให้เดินไปถึงแค่จุดที่เป็นต้นไม้ใหญ่ ที่ล้มลงมาขวางทางเดินก็พอ เพราะหากเข้าไปลึกกว่านั้น ก็อาจจะเป็นอันตราย กลัวว่าจะเจอกับสัตว์มีพิษค่ะ

เราอยู่ที่นี่กันเต็มเวลาเลย เพราะบรรยากาศดีมาก ๆ ทุ่งหญ้า แสงแดด และลำธาร ทำให้เราเพลิดเพลินกับการถ่ายรูป เก็บบรรยากาศรอบ ๆ ตัว

หลังจากนี้เราก็ขึ้นเรือไปยังเขาช่องลม ซึ่งเป็นจุดไฮไลต์ของทริปนี้กัน นั่งเรือไปแค่ไม่ถึง 5 นาทีเท่านั้นก็ถึงแล้วค่ะ พี่คนขับเรือแจ้งว่าถ้าจะเดินไปจนถึงตัวน้ำตกจะค่อนข้างไกล ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ถ้าไม่อยากเหนื่อยมากก็ไม่ต้องไปถึงจุดนั้นก็ได้ เพราะบริเวณด้านนอกนี้ก็บรรยากาศสวยงามไม่แพ้กันค่ะ

ตลอดทางที่เราเดินทั้งซ้ายและขวา จะเป็นป่าเขา และมีเนินต้นหญ้าสีเขียวสดใส ตรงกลางจะเป็นลำธาร ที่น้ำไหลลัดเลาะไปกับโขดหินเรื่อย ๆ ได้ยินเสียงน้ำกระทบหิน เป็นเสียงธรรมชาติที่ฟังแล้วเพลินมาก ๆ

เราเดินสูดอากาศบริสุทธิ์ ฟังเสียงน้ำตก ดูนก และถ่ายรูปกันอย่างเพลิดเพลินมาก ไปดูรูปทั้งหมดของทริปนี้กันค่ะ มันสวยงามมากจริง ๆ ในรูปว่าสวยแล้ว แต่สถานที่จริงสวยกว่านี้อีกหลายเท่าเลยค่ะ คุ้มค่ามาก ๆ ที่ได้เดินทางมาที่นี่

รายละเอียดเพิ่มเติม
พิกัด : https://goo.gl/maps/jWC4TFyjzLDdHwy77
เวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวัน 08.00-17.00 น.
ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการมาเที่ยว : มิถุนายน-ตุลาคม

ติดตาม Inzpy ได้ที่
Website:
https://inzpy.com/travel/
Youtube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy
Facebook:
https://www.facebook.com/inzpyth
ฝาก กดติดตาม กดไลก์ กดแชร์เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะคะ

 

อัปเดต นาขั้นบันได อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์

ช่วงหน้าฝนจะเป็นช่วงที่นาข้าวหลาย ๆ ที่แตกยอดเขียวขจีงดงามสุด ๆ อย่างที่ นาขั้นบันได แม่กลางหลวง บนอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ เราจะได้เห็นวิวนาขั้นบันไดใต้สายหมอก อากาศดี เหมาะกับการไปดื่มด่ำบรรยากาศ และถ่ายรูปเป็นอย่างมาก

อัปเดต นาขั้นบันได แม่กลางหลวง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
Credit Picture: https://web.facebook.com/DoiInthanonNationalPark

ล่าสุดทาง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้มีการ อัปเดต นาขั้นบันได เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่มองเห็นทุ่งนาอันเขียวขจี เป็นภาพที่งดงามมาก ๆ และด้วยเป็นช่วงหน้าฝนแบบนี้โอกาสที่จะได้เห็นสายหมอกบนทุ่งนามีเยอะมาก เป็นช่วงเวลาที่เหมาะสุดที่จะไปเที่ยวชมความงดงามนี้

อัปเดต นาขั้นบันได อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
Credit Picture: https://web.facebook.com/DoiInthanonNationalPark

นาขั้นบันได จะพบได้มากในแถบ แม่กลางหลวง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่ ชาวบ้านจะมีการแบ่งนาออกเป็นแปลง ๆ แบบไล่ระดับบนทิวเขา เวลาที่มองลงไปจากที่สูงเราจะเห็นภาพนาข้าวเขียวชอุ่มอยู่เต็มไปหมด รายล้อมไปด้วยคันนาที่แบ่งเป็นเส้นเรียงแถวสวยงาม

Credit Picture: https://web.facebook.com/DoiInthanonNationalPark

ซึ่งก่อนหน้านี้ที่ อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้มีการจำกัดนักท่องเที่ยวด้วยสถานการณ์โควิด-19 จึงทำให้หลายคนพลาดที่จะได้ชมบรรยากาศอันงดงามของท้องนา แต่หลังจากสถานการณ์เริ่มผ่อนคลายเหล่าบรรดานักเดินทางก็เลือกที่จะกลับไปเยือนกันอีกครั้ง ทำให้แม่กลางหลวงกลับมาครึกครื้นมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะช่วงหน้าฝนแบบนี้ นอกจากจะได้ไปเที่ยวชมธรรมชาติอันงดงาม ไปลุ้นทะเลหมอก แถมยังได้ไปสัมผัสนาขั้นบันไดกันแบบจุใจ

อัปเดต นาขั้นบันได อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
Credit Picture: https://web.facebook.com/DoiInthanonNationalPark

ใครที่ยังไม่เคยไปบอกเลยว่า ควรค่าแก่การไปชมให้ได้สักครั้งในชีวิต โดยช่วงที่น่าไปจะเป็นช่วงที่เข้าสู่ฤดูฝน ที่ชาวนาเริ่มทำการลงปักข้าวใหม่ เมื่อข้าวเริ่มโตท้องนาก็จะยิ่งงดงามมากยิ่งขึ้น ยาวไปจนถึงปลายปี และช่วงต้นปีจะเป็นช่วงที่ข้าวกำลังออกรวงสีทองสวยงาม ไม่ว่าจะไปเที่ยวช่วงหน้าฝน หรือหน้าหนาวก็มีโอกาสได้เห็นคันนาที่งดงามเช่นเดียวกันค่ะ

ขนาดมองเพียงรูปภาพ ยังเป็นภาพที่งดงามสุด ๆ ไปเลยใช่ไหมคะ บอกเลยว่าของจริงเห็นแล้วสวยกว่านี้แน่นอน แถมได้สัมผัสธรรมชาติแบบเต็มอิ่ม อากาศสดชื่นบริสุทธิ์มาก ๆ ใครที่อยากไปสัมผัสบรรยากาศแบบนี้แนะนำเลยที่ แม่กลางหลวง อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จ.เชียงใหม่

ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ 50160
พิกัด: Google Map https://goo.gl/maps/Ae1x7E6ruziLnPjK9

_____

ติดตาม Inzpy ได้ที่
Website:
https://inzpy.com/travel/
Youtube:
https://www.youtube.com/c/Inzpy
Facebook:
https://www.facebook.com/inzpyth