Home Blog Page 1062

เปลี่ยนหน้าหมองคล้ำด้วย สกินแคร์ Vitamin C ตัวท็อป 2021

เปลี่ยนหน้าหมองคล้ำด้วย สกินแคร์ Vitamin C ตัวท็อป 2021 – แสงแดด และอากาศในเมืองไทยของเรามันช่างไม่เป็นใจต่อการมีผิวพรรณที่ขาวกระจ่างใสแบบสาวเกาหลีเอาเสียเลย ด้วยปัจจัยหลายอย่างทำให้ปัญหาผิวหมองคล้ำโดยเฉพาะใบหน้ามักเกิดขึ้นเป็นประจำ ไม่ว่าจะบำรุงหรือทาครีมกันแดดเท่าไหร่ใบหน้าก็ไม่เคยจะสดใสขึ้นสักครั้ง การมีผิวหน้าที่หมองคล้ำไม่เพียงทำให้เราดูไม่สวยแล้ว ยังทำให้ความมั่นใจของเราลดน้อยลงอีกด้วย

การบำรุงผิวหน้าให้กระจ่างใสนั้นสามารถทำได้ แต่จะต้องเลือกผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าที่สามารถช่วยให้ผิวที่หมองคล้ำฟื้นฟูจนผิวขาวใสได้ดังเดิม ซึ่งสกินแคร์ที่จะช่วยทำให้ผิวหมองคล้ำกลายเป็นผิวที่สดใสจะต้องมีส่วนผสมของ Vitamin C เพื่อช่วยในการฟื้นฟูผิวที่หมองคล้ำให้กลับมาขาวกระจ่างใสขึ้นได้เร็วที่สุด สำหรับใครที่กำลังมองหา สกินแคร์ที่มี Vitamin C อยู่ วันนี้ Inzpy ได้รวบรวมสุดยอดตัวท็อป ประจำปี 2021 มาฝากทุกคนกันเลย

7 สกินแคร์ Vitamin C ตัวท็อป 2021

1.Kiehl’s Powerful Strength Line Reducing Concentrate

สาว ๆ คนไหนที่ประสบปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำอย่างหนัก แนะนำ Kiehl’s Powerful Strength Line Reducing Concentrate ซึ่งเป็นสกินแคร์วิตามินซีสูตรเข้มข้นที่สกัดจากธรรมชาติ เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย แต่สำหรับใครที่ต้องออกแดดบ่อย ๆ ไม่แนะนำให้ใช้ทาตอนก่อนออกแดด ควรใช้ทาบำรุงเฉพาะกลางคืนเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวหน้าเกิดกระขึ้นมา

Kiehl’s Powerful Strength Line Reducing Concentrate

2.Merci Vitamin C Extra Bright Serum

เป็นหนึ่งในเซรั่มสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ วิตามินซีถึง 3 ชนิดด้วยกัน ช่วยปรับสีผิวให้แลดูกระจ่างใสขึ้นได้หลังใช้ไปเพียงหนึ่งขวดเท่านั้น Merci Vitamin C Extra Bright Serum ยังสามารถช่วยในเรื่องของรอยดำรอยแดงได้อีกด้วย พร้อมเติมความชุ่มชื่นให้ผิว ด้วยสารสกัดจากว่านหางจระเข้ พร้อมมาตรฐาน organic Certified

Merci Vitamin C Extra Bright Serum

3.The Body Shop Vitamin C Skin Boost

ตัวนี้เป็นสกินแคร์วิตามินซีที่มีเนื้อเจลให้สัมผัสที่เบาสบายเหมาะสำหรับใครที่มีผิวมัน The Body Shop Vitamin C Skin Boost มาพร้อมส่วนผสมของวิตามินเข้มข้น ทำให้สามารถบำรุงผิวได้อย่างล้ำลึกยิ่งขึ้น คืนความมีชีวิตชีวา ความสดชื่น และผิวที่ขาวกระจ่างใสขึ้นให้กับผิวหน้าอย่างเร่งด่วน ภายใน 1-2 อาทิตย์

The Body Shop Vitamin C Skin Boost

4.EUCERIN Hyaluron Filler 10% Pure Vitamin C Booster

หลายคนคงเคยเห็น และเคยใช้กันมาบางแล้วกับแบรนด์ EUCERIN ที่มีจำหน่ายทั่วไปไม่ว่าจะร้านค้า ร้านขายยา หรือตามโรงพยาบาลต่าง ๆ สำหรับตัวนี้ Hyaluron Filler 10% Pure Vitamin C Booster ไม่เพียงแค่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นเท่านั้น ยังช่วยเร่งฟื้นบำรุงผิวหมองคล้ำเสื่อมโทรม ลดริ้วรอยแรกเริ่ม ทำให้ผิวอิ่มฟูคงความอ่อนเยาว์ ที่มีส่วนผสมหลักอย่างผงวิตามินซีบริสุทธิ์ 10% และไฮยาลูรอนเข้มข้น

EUCERIN Hyaluron Filler 10% Pure Vitamin C Booster

5.No7 Youthful Vitamin C Fresh Radiance Essence

สำหรับใครที่กำลังหาสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซีที่มีราคาประหยัด แต่มีประสิทธิภาพในการฟื้นฟูผิวสูง No7 Youthful Vitamin C Fresh Radiance Essence ก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ดีไม่น้อย ด้วยวิตามินซีบริสุทธิ์ 5% จากนวัตกรรมชั้นนำที่ช่วยบำรุงผิวที่ดูเหนื่อยล้าให้กลับมากระจ่างใสได้อีกครั้ง พร้อมเติมความชุ่มชื้นให้ผิว และยังช่วยผลัดเซลล์ผิวอีกด้วย

No7 Youthful Vitamin C Fresh Radiance Essence

6.Clinique Fresh Pressed™ Daily Booster with Pure Vitamin C

ใครที่ต้องการการดูแลผิวแบบขั้นสุด Clinique ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่สาว ๆ หลายคนไว้วางใจ สำหรับปัญหาผิวหน้าหมองคล้ำ Fresh Pressed™ Daily Booster with Pure Vitamin C สามารถช่วยทำให้ผิวหน้ากลับมาสดใสมีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง ที่มีส่วนประกอบวิตามินซีสกัดเข้มข้นเปี่ยมประสิทธิภาพใช้ร่วมกับมอยเจอร์ไรเซอร์ ทำให้จุดด่างดำและริ้วรอยดูจางลงได้อีกด้วย

Clinique Fresh Pressed™ Daily Booster with Pure Vitamin C

7.LA ROCHE POSAY Pure Vitamin C10 Serum

สกินแคร์ Vitamin C การจะเผยผิวกระจ่างใสสามารถทำได้ง่าย ๆ ด้วยการใช้ LA ROCHE POSAY Pure Vitamin C10 Serum ที่เป็นเซรั่มวิตามินซีเข้มข้น พร้อมปรับสีผิวให้ดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ และยังสามารถช่วยลดเลือนริ้วรอย คืนความชุ่มชื้น ริ้วรอยเหี่ยวย่นจะลดลง เหมาะกับทุกสภาพผิว

LA ROCHE POSAY Pure Vitamin C10 Serum

Balenciaga Fall 2022 “The Lost Tape” สื่อสารข้อความจากอดีตผ่านคอลเลกชั่น

Balenciaga Fall 2022 “The Lost Tape” สื่อสารข้อความจากอดีตผ่านคอลเลกชั่น

Balenciaga
Cr.Photo ; harpersbazaar.co.th

ทุกครั้งที่มีการเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ของแบรนด์อย่าง Balenciaga ก็มักจะมีไอเทมและเสื้อผ้าให้เราได้ตื่นตาตื่นใจ ที่แฝงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจเหนือจินตนาการ ที่มีความแปลกใหม่ออกมาให้เราได้ตื่นเต้นได้ว้าวอยู่เสมอทุกครั้งไป โดยในคอลเลกชั่นล่าสุดนี้ก็ไม่ทำให้เหล่าสาวกต้องผิดหวัง

Balenciaga
Cr.Photo ; harpersbazaar.co.th

Balenciaga แบรนด์หรูระดับโลกสัญชาติสเปนพึ่งทำการเปิดตัวเผยโฉมคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วงประจำปี 2022 (Fall 2022) ที่มาในคอนเซ็ปต์และรูปแบบของแรงบันดาลใจที่มีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก นั่นก็คือ “The Lost Tape” ที่ “Demna Gvasalia” ดีไซเนอร์และครีเอทีฟไดเรกเตอร์หัวเรือใหญ่ของแบรนด์ต้องการถ่ายทอดข้อความจากอดีตเกี่ยวกับสิ่งที่อาจจะเป็นไปได้และสิ่งที่ไม่เคยได้เป็นมาก่อน

Cr.Photo ; ellethailand.com

เปรียบเสมือนการชวนให้รำลึกหวนคิดถึงช่วงเวลาที่การออกแบบเสื้อผ้ามีชีวิตชีวาด้วยแนวคิดตั้งต้นแบบดิบ ๆ ในยุคสมัยที่เราได้ผ่านพบมา ไม่ว่าจะเป็นบรรยากาศการจัดรันเวย์โชว์ เสื้อผ้า หรือแม้แต่ภาพ Photoshoot ต่าง ๆ ภายในคอลเลกชั่น สามารถสะท้อนกลิ่นอายพาเราย้อนกลับไปนึกถึงช่วงเวลายุคปลาย 90s อย่างการต่อต้านแฟชั่น (Rebellion Fashion) เทคนิคการตัดต่อหรือการรื้อโครงสร้าง (Deconstruction Fashion) และความเรียบง่ายมินิมอลในรูปแบบโมโนโครม (Monochrome Fashion)

Cr.Photo ; ellethailand.com

ซึ่งถ้าเราลองสังเกตดูดี ๆ เราจะสามารถพบเห็นแฟชั่นเหล่านี้ได้ในทุกที่ ตั้งแต่เสื้อผ้าการแต่งตัวงานอุตสาหกรรมไปจนถึงงานใต้ดินที่มีความเคลื่อนไหวอันเป็นกระแสในอดีต โดยสิ่งเหล่านี้ถูกถ่ายทอดผ่านเสื้อผ้าภายในคอลเลกชั่นออกมาในรูปแบบสไตล์อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของดีไซเนอร์หัวขบถอย่าง Demna ที่มอบกลิ่นอายความเป็นสตรีทแวร์ การดีไซน์รูปทรงแบบ Oversized ที่ได้มีการพัฒนาต่อยอดจากโครงร่างสร้างเดิมของแบรนด์บาเลนเซียก้า ผ่านมุมมองอันเฉียบแหลมของเขา ได้อย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใครอย่างน่าชื่นชม

Cr.Photo ; ellethailand.com

คอลเลกชั่นนี้เป็นเหมือนการเติมเต็มช่องว่างจากช่วงปีที่บาเลนเซียก้าถูกลืมเลือนไป โดยรายละเอียดการดีไซน์แบบไอคอนิกของบาเลนเซียก้าในอดีตนั้น ถูกรื้อนำกลับมาปัดฝุ่นทำใหม่อีกครั้ง ให้มีความร่วมสมัยและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น และที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือ การออกแบบทั้งหมดที่มีการใส่กลิ่นอายสไตล์เอกลักษณ์ของ Demna ไว้อย่างเต็มเปี่ยม

Cr.Photo ; ellethailand.com

โดยมีการเล่นสัดส่วน และการสร้างซิลลูเอท (Silhouette) ใหม่ที่ถูกพัฒนาต่อยอดขึ้นมาเพิ่มเติม รวมไปถึงซิกเนเจอร์ของแบรนด์ อย่างเช่น เสื้อสูททรงนาฬิกาทราย ชุดเดรสทรงระฆัง แจ็กเก็ตเข้ารูปช่วงเอว และชุดวอร์ม ไม่เพียงเท่านั้นยังมีการสอดแทรกความหรูหราเอาไว้ด้วย โดยการใช้เทคนิคการเดรปผ้าอัดพลีต หรือชุด Slip Dress ผ้าลูกไม้ที่ให้สัมผัสความเป็นสาววินเทจย้อนยุค

Balenciaga
Cr.Photo ; ellethailand.com

นอกจากนั้นยังมีการผสมผสานเทคนิคการกลับจากด้านหน้าไปด้านหลังของชุดสูทคลาสสิกและเดรสผ้าทวีต ซึ่งเป็นการนำเอาโครงสร้างทางวิศวกรรมการตัดเย็บแบบกลับด้านมาประยุกต์ใช้ร่วมกับการสร้างสรรค์ผลงานแฟชั่นสไตล์ Tailoring พร้อมด้วยการเลือกใช้ผ้านิต (Knitted Fabrics) ที่มีความยืดหยุ่นพิเศษเพื่อความง่ายและสะดวกในการสวมใส่

Balenciaga
Cr.Photo ; ellethailand.com

และความพิเศษอีกอย่างหนึ่งที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยก็คือ การที่บาเลนเซียก้ายังคงยึดมั่นในแนวคิดการดำเนินการผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเลือกใช้ผ้าพิมพ์และผ้าอื่น ๆ ที่ใช้ภายในคอลเลกชั่นที่ได้รับการรับรองการผลิตด้วยความยั่งยืนถึง 89.6% รวมไปถึงการอัพไซเคิลชิ้นส่วนของหนังที่นำมาปรับใช้ในการสร้างสรรค์เสื้อผ้าและเครื่องประดับรูปแบบต่าง ๆ ภายในคอลเลกชั่นนี้อีกด้วย

Balenciaga
Cr.Photo ; ellethailand.com

เป็นยังไงกันบ้างคะ กับคอลเลกชั่นแนวสตรีทแวร์สุดหรูภายใต้แรงบันดาลใจสุดสร้างสรรค์ แถมยังทำมาจากกระบวนการผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นและวัสดุแบบยั่งยืนอีกด้วย หวังว่าทุกคนจะชอบคอลเลกชั่นที่พาเราหวนย้อนนึกถึงวันวานในแบบฉบับของแบรนด์บาเลนเซียก้า แบบไม่เหมือนใครและไม่น่าจะมีใครเหมือน เมื่อพูดถึงคอลเลกชั่นที่มีแนวคิดรักษ์โลกแล้ว อยากจะชวนทุกคนตามไปดูอีกคอลเลกชั่นที่น่าสนใจอย่าง H&M คอลเลกชั่นรักษ์โลกธีม “Innovation Circular Design Story” กันที่นี่ ถ้าไม่อยากพลาดข่าวสารและสาระความบันเทิงในวงการแฟชั่นที่อัพเดทกันทุกวันแบบไม่ยอมให้ทุกคนต้องตกเทรนด์ อย่าลืมเข้ามาดูบทความผ่านช่องทางของ Inzpy กันทุกวันนะคะ ฝากติดตามกันด้วยค่ะ

Nike Kwondo 1 โอกาสสุดท้ายในการเป็นเจ้าของ

Nike Kwondo 1 โอกาสสุดท้ายในการเป็นเจ้าของ

Nike Kwondo 1
Cr.Photo ; Carnival Store

Nike Kwondo 1 ที่สายสนีกเกอร์หลายคนพลาดโอกาสการซื้อเจ้ารองเท้าตัวนี้ไป หรือที่มีชื่อเต็ม ๆ ก็คือ Nike x Peaceminusone Kwondo 1 ที่ร่วมออกแบบโดย G-DRAGON โดยสนีกเกอร์คู่นี้วางจำหน่ายในวันที่ 3 ธันวาคม ที่ผ่านมาไม่นานนัก

Nike Kwondo 1
Cr.Photo ; Carnival Store

แต่ล่าสุดทาง Carnival Store ได้เปิดโอกาสให้สายสนีกเกอร์ ในการเป็นเจ้าของ Kwondo1 รองเท้ารุ่นพิเศษจากความร่วมมือระหว่าง Nike และ Peaceminusone แบรนด์เสื้อผ้าจากการก่อตั้งของ G-Dragon ศิลปินชาวเกาหลีชื่อดังระดับโลก ด้วยการผสมผสานดีไซน์ของรองเท้าแบบทางการ และสปอร์ตแวร์แบบย้อนยุคเข้าไว้ด้วยกัน โดยตัวรองเท้าจะมาพร้อมกับวัสดุหนังแบบพรีเมี่ยม เสริมด้วยลวดลายสไตล์ Brogue และพื้นรองเท้าแบบหนาที่ได้แรงบันดาลใจจากรูปทรงและโครงสร้างของรุ่น Pegasus 83 และ Janoski ผสมกับลิ้นรองเท้าที่อ้างอิงจากรองเท้าสตั๊ดฟุตบอลในยุค 90’s

Cr.Photo ; Carnival Store

รูปแบบการซื้อหรือการเปิดจอง จะเป็นการวางจำหน่ายแบบจับสลากผ่านทาง Application Carnival เท่านั้น โดยเปิดให้ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2564 จนถึงวันที่ 17 ธันวาคม 2564 (ปิดการลงทะเบียนเวลา 12.00 น.) สำหรับใครที่ได้โอกาสในการจับสลาก Carnival Store จะเสนอราคาอยู่ที่ 4,600 THB โดยจะมี SIZE ให้เลือกครบทุกขนาดตามนี้เลย

SIZE (us) : 4 / 5 / 5.5 / 6 / 6.5 / 7 / 7.5 / 8 / 8.5 / 9 / 9.5 / 10 / 10.5 / 11 / 11.5 / 12 / 12.5 / 13

Cr.Photo ; Carnival Store
วิธีการลงทะเบียน
1.ติดตั้งแอปพลิเคชั่น Carnival ในอุปกรณ์ของท่าน
สำหรับ IOS: https://apple.co/2HlTI9N
สำหรับ Android: https://bit.ly/2Q4bWjY
2.เลือกหัวข้อ “Launch” กรอกข้อมูลส่วนตัวให้ครบถ้วน
3.กดเลือกไอเทมที่ต้องการลงทะเบียน
4.อ่านเงื่อนไขการจับสลาก แล้วกดยอมรับเงื่อนไข
5.กรอกเลขบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต และเลขบัตรประชาชน / เบอร์โทรศัพท์ ให้ถูกต้อง โดยชื่อบนบัตรจะต้องตรงกับ ชื่อที่ลงทะเบียน และชื่อที่อยู่ผู้รับ (สำหรับจัดส่ง) เท่านั้น
หากสร้างบัญชีครั้งแรกด้วยการเลือก Log in ผ่าน Facebook กรุณาแก้ไข ชื่อ- นามสกุลของท่านในหน้าข้อมูลบัญชีผู้ใช้ให้เป็น ชื่อ-นามสกุล จริงของท่าน ก่อนการลงทะเบียน
**โปรดตรวจสอบความถูกต้องก่อนการกดยืนยันการลงทะเบียน หากกรอกข้อมูลผิดจะไม่สามารถแก้ไขได้
6.สำหรับลูกค้าที่ใช้บัตรเครดิต หรือบัตรเดบิต ในการลงทะเบียนครั้งแรก ระบบจะทำการทดลองตัดเงินอัตโนมัติ (1 บาท) และทำการโอนคืนให้ลูกค้าทันที (เพื่อเป็นการตรวจสอบว่าบัตรของท่านสามารถใช้งานได้)
7.ระบบเปิดให้ลงทะเบียนได้ในวันที่ 16 ธันวาคม 2564 และจะปิดรับการลงทะเบียนวันที่ 17 ธันวาคม 2564 (ปิดการลงทะเบียนเวลา 12.00 น.)
8.หลังจากได้รายชื่อผู้ลงทะเบียนแล้ว ระบบจะทำการสุ่มผู้ชนะตามจำนวน และส่ง Email คำสั่งซื้อ (สำหรับผู้ชนะที่ตัดเงินผ่านเท่านั้น) ในวันที่ 17 ธันวาคม 2564 เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป โดยระบบจะทำการตัดเงินอัตโนมัติจากบัตรเครดิต หรือบัตรเดบิตที่ท่านได้ลงทะเบียนไว้ +ค่าจัดส่ง 100 บาททันที และสินค้าจะเริ่มจัดส่งในวันที่ 18 ธันวาคม 2564 เป็นต้นไป
9.หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการลงทะเบียน สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Call Center: โทร 02-114-7423 (เวลาทำการ 10:00 – 19:00 น.)

แก้มเยอะหน้าบาน แก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยเครื่องสำอางที่มีบนโต๊ะเครื่องแป้ง

แก้มเยอะหน้าบาน แก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยเครื่องสำอางที่มีบนโต๊ะเครื่องแป้ง – ปัญหาของผู้หญิงส่วนใหญ่ที่ดูเป็นกังวลมากที่สุดเรื่องหนึ่งคือ “ปัญหาหน้าบานแก้มเยอะ” ซึ่งสาเหตุของบางคนอาจจะเกิดจากรูปหน้าที่มีกราม เป็นกรรมพันธุ์จากพ่อแม่ หรืออีกสาเหตุอาจเกิดจากการรับประทานอาหารมากเกินไปทำให้ใบหน้าอ้วนขึ้นได้ง่าย จึงเป็นปัญหาที่ทำให้สาว ๆ เกิดความไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมา บางคนถึงกลับไม่กล้าออกบ้านกันเลยทีเดียว

การแก้ไขปัญหาเรื่อง แก้มเยอะหน้าบาน มีอยู่หลายวิธีด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การฉีดโบท็อกซ์ (Botox) จะใช้สำหรับคนที่หน้าบานเพราะกล้ามเนื้อบริเวณกรามใหญ่ , การฉีดเมโสแฟต (Meso Mat) จะใช้ฉีดบริเวณที่เป็นส่วนของไขมันเท่านั้น , การทำไฮฟู่ (HIFU) คือการยกกระชับใบหน้าด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ หรือจะเป็นการร้อยไหมเพื่อยกกระชับผิวหน้าให้เต่งตึง วิธีการเหล่านี้จะต้องให้แพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการทำเท่านั้น

แก้มเยอะหน้าบาน

สำหรับใครที่กลัวเข็ม กลัวเจ็บ หรือมีงบในการแก้ปัญหาหน้าบานแก้มเยอะไม่มากพอ วิธีที่บอกไปก่อนหน้านี้อาจจะไม่ตอบโจทย์สักเท่าไร แต่การจะทำให้ปัญหาหน้าบานแก้มเยอะหมดไปไม่ได้มีแค่วิธีที่บอกไปด้านบนเพียงอย่างเดียวเท่านั้น การแต่งหน้าก็เป็นหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้หน้าบานแก้มเยอะหายไปได้ เพราะการแต่งหน้าจะช่วยสร้างมิติให้หน้าดูเล็กลงได้ ดังต่อไปนี้

แก้ปัญหาแก้มเยอะหน้าบาน ด้วยเครื่องสำอาง

ในการแก้ไขปัญหาแก้มเยอะหน้าบานด้วยเครื่องสำอาง เป็นวิธีการหรือเทคนิคที่ช่างแต่งหน้าใช้ในการกลบจุดด้อยบนใบหน้าของลูกค้าเพื่อให้เกิดมิติ และสร้างใบหน้าที่สวยขึ้นให้กับผู้ที่แต่งหน้า เทคนิคเหล่านี้ส่วนใหญ่จะใช้เครื่องสำอางในการตกแต่งในส่วนที่ดูไม่ดี ไม่ว่าจะเป็น แก้ม กราม จมูก ตา เพื่อให้แต่ละสัดส่วนถูกปรับแต่งให้ออกมาสวยงาม และเป็นธรรมชาติที่สุด

แก้มเยอะหน้าบาน 1

เครื่องสำอางที่จะช่วยทำให้ใบหน้าของสาว ๆ เรียวเล็กลงจากเดิมได้นั้นมีอยู่ไม่กี่ชนิด และบางชนิดก็สามารถนำมาดัดแปลงวิธีใช้เพื่อแก้ไขปัญหาแก้มเยอะหน้าใหญ่ได้ จะมีอะไรบางนั้นไปดูกันเลย

1.ใช้รองพื้น 2 เฉดสี

การใช้รองพื้นเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยแก้ปัญหาหน้าบานแก้มเยอะได้เป็นอย่างดี โดยการเลือกใช้รองพื้นที่เข้มกว่าปกติที่คุณใช้ประมาณ 2-3 เฉดสี เช่นหากคุณใช้ Double Wear Stay-In-Place Makeup SPF 10 Foundation เบอร์ 1W1 Bone เป็นสีหลัก ให้คุณเลือกเบอร์ที่เข้มขึ้นอย่างเบอร์ 2N2 Buff หรือ 2W2 Rattan ในการนำมาปิดบังในส่วนของใบหน้าที่บานและแก้มที่ใหญ่ได้

แก้มเยอะหน้าบาน รองพื้น

โดยตำแหน่งในการทารองพื้นแต่ละเบอร์นั้น หากคุณไม่ชำนาญในการเกลี่ยรองพื้น ให้คุณทารองพื้นสีหลักที่คุณใช้เป็นประจำก่อน จากนั้นค่อยใช้รองพื้นสีที่เข้มขึ้นในการทาไปยังบริเวณ โหนกแก้ม และบริเวณกรามเพื่อให้ผิวบริเวณนั้นเกิดเงาขึ้นมา เพื่อลอกสายตาทำให้แก้มและกรามดูเล็กลงได้

2.คอนทัวร์ และ บรอนเซอร์

คอนทัวร์ถือเป็นเครื่องสำอางที่ผลิตออกมาเพื่อแก้ปัญหาแก้มเยอะหน้าบานโดยเฉพาะ ซึ่งสีของคอนทัวร์จะออกเป็นโทนสีน้ำตาลที่มีให้เลือกใช้หลายเฉดสี เพื่อให้เข้ากับสีผิวของแต่ละคนมากที่สุด โดยปัจจุบันคอนทัวร์ที่มีให้ใช้จะมีอยู่ 2 แบบ คือแบบฝุ่น และแบบครีม ซึ่งแบบครีมนั้นจะใช้ในขั้นตอนหลังจากทารองพื้นเรียบร้อยแล้ว และต้องใช้ก่อนลงแป้ง หากพูดไปแล้วก็จะเหมือนกับใช้รองพื้นสีเข้มในการสร้างมิติขึ้นมาเหมือนข้อแรกเลย

สำหรับบรอนเซอร์นั้นจะมีความคลายครึงกับ คอนทัวร์เลย แต่บรอนเซอร์จะมีเนื้อสีที่อ่อนกว่า และบางรุ่นบางแบรนด์อาจจะมีแบบผสมชิมเมอร์เข้าไปด้วย ใครที่ชอบให้ผิวดูแทน ผิวดูโกลว์ บรอนเซอร์ถือเป็นไอเทมที่ต้องมีติดโต๊ะเครื่องแป้ง และบรอนเซอร์ยังสามารถทำหน้าที่เป็นคอนทัวร์ได้อีกด้วย https://inzpy.com/beauty/

คอนทัวร์ที่น่าใช้

URBAN DECAY Stay Naked Threesome

เป็นคอนทัวร์แบบฝุ่นที่ผู้หญิงทั่วโลกนิยมใช้กัน ซึ่ง URBAN DECAY Stay Naked Threesome ไม่ได้มีคอนทัวร์เพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังมีไฮไลท์ และบลัชออนในตัวเองด้วย ถือเป็นหนึ่งไอเทมในการแต่งหน้าที่คุ้มค่ามาก ๆ สำหรับใครที่แต่งหน้าเป็นประจำ

URBAN DECAY Stay Naked Threesome

BENEFIT COSMETICS Hoola Matte Bronzer

บรอนเซอร์รุ่นนี้เป็นเครื่องสำอางที่ขายดีมาก ๆ ของ BENEFIT เพราะ COSMETICS Hoola Matte Bronzer ตัวนี้สามารถใช้เป็นคอนทัวร์ในการแต่งหน้าได้อีกด้วย เพราะด้วยความที่เนื้อของ COSMETICS Hoola Matte Bronzer เป็นฝุ่นเนื้อแมตต์ทำให้สามารถใช้ได้ทั้งผู้หญิง และผู้ชายที่ต้องการเก็บกรอบหน้าให้เข้ารูปมากขึ้น

BENEFIT COSMETICS Hoola Matte Bronzer

MAKE UP FOR EVER Ultra HD Invisible Cover Stick Foundation

ใครที่มีผิวขาว ผิวเหลือง ผิวแทน ผิวสีเข้ม ก็สามารถใช้ Ultra HD Invisible Cover Stick Foundation ได้ เพราะ MAKE UP FOR EVER ได้ออกแบบให้ Ultra HD Invisible Cover Stick Foundation มีโทนสีให้เลือกถึง 14 เฉดสีด้วยกัน ให้คุณเลือกสีที่เหมาะสมที่สุดได้ โดยมาเป็น Stick Foundation ใช้ง่าย แและควรใช้ในขั้นตอนต่อจากการลงรองพื้นเท่านั้น

MAKE UP FOR EVER Ultra HD Invisible Cover Stick Foundation

ANASTASIA BEVERLY HILLS Contour Powder Kit • Light to Medium

สำหรับใครที่ชอบการแต่งหน้า หรือมีความชำนาญ และต้องการไอเทมที่สามารถเลือกใช้ได้อย่างหลากหลาย ANASTASIA BEVERLY HILLS Contour Powder Ki จึงออกพาเลทที่มีทั้ง คอนทัวร์ บรอนเซอร์ ไฮไลท์ จบครบมาในตลับเดียว ใครที่ชอบการแต่งหน้าถือว่าคุ้มมาก ๆ

ANASTASIA BEVERLY HILLS Contour Powder Kit • Light to Medium

The Yers ปล่อยซิ้งเกิ้ลที่ 2 ของอัลบั้มชุดที่ 4 ออกมาให้แฟน ๆ หายคิดถึง

0

The Yers วง Post/Punk สัญชาติไทย (ถ้าให้พูดเข้าใจง่ายก็เป็น Rock นั่นแหละ) เจ้าของบทเพลง ระหว่างขับรถ ,คืนที่ปวดร้าว หรือ เสพติดความเจ็บปวด ที่ห่างหายไปเหมือนกันในช่วงโควิด-19 โดยก่อนหน้านี้ เพลงที่ถูกปล่อยออกมาอย่าง  “ตำรับยา” ก็ผ่านมานานกว่า 8 เดือนแล้ว

ซึ่งสำหรับใครที่กำลังคิดถึงทั้ง 4 คนอย่าง อู๋-ยศทร (ร้องนำ/กีต้าร์) ,ต่อ-พนิต (กีต้าร์) ,โบ๊ท-นิธิศ (เบส) และ บูม-ถิรรัฐ (กลอง) แล้วล่ะก่อน ได้หายคิดถึงแน่นอน เพราะล่าสุดพวกเขาได้ปล่อยเพลงใหม่ออกมาเป็นที่เรียบร้อยในชื่อว่า “ล้างแค้น”

The Yers

ล้างแค้น เพลงใหม่ที่พร้อมฟาดกลับจาก The Yers

ล้างแค้น กับ Music Video ที่มีแต่ความบาดหมาง และคับแค้นอยู่ในใจ ที่เนื้อเรื่องค่อย ๆ ดำเนินไป จนไปพีคสุด ๆ ในตอนจบ ด้วยภาพแบบฟิล์มหนัง ที่มีความเรโทรสูง ซึ่งมันดูมีคลาสและชั้นเชิงในการถ่ายทำ และสื่อออกมาได้ดีอย่างมาก ส่วนเนื้อเพลง พูดถึงความทรมานในจิตใจจากการถูกหลอกลวงและย่ำยี แต่สุดท้ายก็ต้องทน และรอวันที่จะปะทุออกมา

ยังคงเอกลักษณ์ของเพลงช้าสไตล์ The Yers ครับ เสียงร้องของอู๋ มีสเน่ห์เหลือเกินในเพลงบัลลาดแบบนี้ มันรู้สึกถึงความโกรธ ความกดดัน และความอึดอัด ที่ฝังอยู่ข้างในจริง ๆ

ในส่วนของพาร์ทดนตรี ครั้งนี้ได้มีการใช้เครื่องสายมาบรรเลงประสานด้วยทั้ง ไวโอลิน และ เชลโล่ ที่บรรเลงโดย โชติ บัวสุวรรณ และ สมัชชา พ่อค้าเรือ ตามลำดับ

ซึ่งเพลงนี้ทั้งวงช่วยกันทำเองแทบจะในทุกขั้นตอน ยกเว้นในส่วนของการ Mixed และ Mastering ที่ได้ นฤชิต เฮงวัฒนอาภา มาช่วย

นอกจากเครื่องสายแล้ว เพลงนี้ยังใช้เสียงสังเคราะห์อย่างซินธิไซเซอร์ ทำให้มีกลิ่นของความเป็นเรโทรอิเล็คโทร ซึ่งมันโคตรจะลงตัวกับดนตรีร็อคในแบบฉบับของพวกเขา มันสมบูรณ์แบบครับ เป็นเพลงที่มีลูกเล่นเยอะมาก แต่ฟังง่าย เข้าใจง่าย เป็นอีกผลงานคุณภาพที่จะขึ้นไปเขย่าชาร์ตเพลงอย่างแน่นอน

สำหรับ The Yers คงต้องบอกว่า เป็นวงดนตรีที่ผมนั้นติดตามมาตั้งแต่อัลบั้มชุดแรก และตัวผมเองก็ได้คาดหวังกับวงนี้ ถึงขนาดเคยขนานนามว่า “ความหวังใหม่” ของวงการเพลงไทย ซึ่งจากวันนั้น จนถึงวันนี้ จากอัลบั้มแรกถึงอัลบั้มที่ 4 ในปัจจุบัน (ปล่อยมา 2 เพลง) บอกเลยว่า ไม่ผิดหวังที่ได้คาดหวังในตัวพวกเขาจริง ๆ

ด้านอู๋ นักร้องนำ ได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า

“มันเกิดจากการเอาประสบการณ์ของเราในอดีตมาลองแต่งเป็นเพลงดู เป็นเรื่องที่มีความดาร์กหน่อยๆ ส่วนตัวแล้วบางทีผมจะเป็นคนที่ชอบเก็บความรู้สึกโกรธเอาไว้ข้างใน บางเรื่องก็เก็บเอาไว้นานจนบางทีมันจะกลายเป็นความแค้นไปได้ มีอยู่ช่วงหนึ่งที่อินกับอารมณ์นี้มากๆ ก็เลยลองเอามันมาเปลี่ยนเป็นเพลงดู เหมือนได้ระบายอารมณ์และความรู้สึกออกไปด้วย”

“ในส่วนของพาร์ทดนตรี เราชอบซาวด์แบบนี้ ยิ่งช่วงหลังฟังเพลงที่มีซาวด์ในยุค 80’s บ่อย ฟังจากแผ่นไวนิล มันมีสเน่ห์ บวกกับที่ช่วงนี้เทรนด์เสียงสังเคราะห์เริ่มกลับมา เลยลองเอามาใส่ดูครับ”

The Yers

อย่าลืมฟังกันครับ ล้างแค้น ซิงเกิ้ลที่สองจากสตูดิโออัลบั้มชุดที่ 4 ของพวกเขา Inzpy เชื่อว่าทุกคนจะชอบแน่ ๆ สำหรับใครที่ไม่อยากพลาด หรืออยากหาเพลงดี ๆ ฟัง กดติดตามพวกเราไว้ครับ คุณจะไม่ผิดหวังแน่นอน

180° All Day All Season คาเฟ่ ที่มองเห็นวิวภูเขาสวย ๆ ที่ เขาค้อ เพชรบูรณ์

180° All Day All Season คาเฟ่ ที่มองเห็นวิวภูเขาสวย ๆ ที่ เขาค้อ เพชรบูรณ์

180° All Day All Season เขาค้อ เพชรบูรณ์

เป็นอีกคาเฟ่ ที่มองเห็นวิวภูเขาสวย ๆ ที่ เขาค้อ เพชรบูรณ์ นั่นก็คือ 180° All Day All Season คาเฟ่ ที่มองวิวเขาค้อได้แบบ 180 องศาเลยค่า สัมผัสบรรยากาศแบบธรรมชาติ สูดอากาศบริสุทธิ์กันแบบเต็มปอด เรียกได้ว่าเป็นอีกคาเฟ่ที่ต้องแวะไป บอกเลยว่ามองเห็นวิวจริง ๆ แล้วต้องร้อง ว้าว

180° All Day All Season คาเฟ่ เขาค้อ เชพรบูรณ์

ดีไซน์การตกแต่งคาเฟ่ ถ้ามองจากด้านนอกเข้าไป จะมีจุดสังเกตง่าย ๆ ก็คือ ลักษณะของคาเฟ่ จะเป็นเหมือน โดมไม้ทรงโค้ง สไตล์บ้านเอสกิโม แต่เป็นการต่อเติมด้วยงานไม้โทนสีน้ำตาลน่ารักมาก มีที่จอดรถ และมีพื้นที่ให้เดินถ่ายรูปสวย ๆ มากมายเลยค่ะ และถ้าหากไปถูกช่วงก็มีโอกาสที่จะได้เห็นวิวทะเลหมอกสวย ๆ ด้วย บอกเลยค่ะว่า วิวดีมาก

180° All Day All Season คาเฟ่ เขาค้อ เพชรบูรณ์

โซนตรงกลางของคาเฟ่ จะมีมุมให้รูปเยอะแยะเต็มไปหมดเลยค่ะ แต่ที่เป็นจุดเด่นของคาเฟ่ ก็จะเป็นน้องหมีขาว ที่นำมาวางอยู่ตรงกลางคาเฟ่นี้ โดดเด่นเห็นชัดมาแต่ไกลเลย เป็นอีกจุดนึงที่ใครมาก็ต้องมาถ่ายรูปคู่กับน้องหมีขาวค่ะ ถือว่าเรียกความสนใจกับผู้ที่แวะมาคาเฟ่ได้เป็นอย่างดีเลยค่าทุกคน น้องหมีน่ารักมาก

180° All Day All Season คาเฟ่ เขาค้อ เพชรบูรณ์

นอกจากนี้แล้วที่คาเฟ่นี้ยังมีความน่ารักอย่างนึงก็คือ มีกาชาปองให้กดด้วยนะคะ ใครที่พาลูกหลานมา บอกเลยว่าเด็ก ๆ ต้องชอบแน่นอนค่ะ เรียกให้ไปหยอดเหรียญหมุนทั้งวันกันแน่ ๆ 555+ และนอกจากจะมีน้องหมีขาวแล้ว ฝั่งหน้าบาร์ยังมี พี่หมีขาวตัวใหญ่อีกหนึ่งตัว ที่กำลังรอให้ทุกคนไปถ่ายรูปคู่อยู่ด้วยนะคะ ซึ่งถ้ายืนถ่ายรูปกับพี่หมีขาวก็จะได้ภาพที่มองเห็นวิวภูเขาสวย ๆ ด้วยค่ะ

180° All Day All Season คาเฟ่ เขาค้อ เพชรบูรณ์

สำหรับลานที่เป็นระเบียงทอดกว้างออกไปฝั่งวิวภูเขา หากมองไปทางด้านซ้าย ก็จะได้ภาพวิวต้นสนสวย ๆ เวลาถ่ายภาพออกมานี่ยังกะอยู่สวิตเซอร์แลนด์เลยล่ะค่า สวยงามมาก เราว่าเป็นอีกมุมถ่ายรูปสวย ๆ อีกมุมนึงเลย ใครที่อยากไปคาเฟ่ ที่ได้สัมผัสบรรยากาศแบบธรรมชาติ วิวกว้าง 180 องศาแบบนี้ ต้องแวะมาที่คาเฟ่นี้นะคะ มีน้องหมีขาวรอต้อนรับทุกคนอยู่ค่า

สำหรับเมนูแนะนำก็จะเป็น เมนูนี้เลยค่ะ แค่การตกแต่งก็คือน่ารัก กินขาดไปเลยเด้อ ในเมนูนี้ก็จะประกอบไปด้วย ไอศกรีมรวมมิตรหนึ่งลูก เบอร์รี่มิกซ์หลากหลายชนิด ชีสที่เห็นนั้น ด้านนอกจะเป็นไวท์ช็อกโกแลตที่เคลือบชีสด้านในไว้ค่ะ ทานคู่กับไอศกรีมคือรสชาติดีมาก กลิ่นหอม ตัดหวานด้วยการทานเบอร์รี่มิกซ์ เข้ากันดีมาก ๆ เลยล่ะค่าทุกคน แถมแก้ร้อนได้ดีเลยค่ะ

อีกหนึ่งเมนูที่เลือกมาทานคู่กันกับเซตขนมหวาน นั่นก็คือ น้ำลิ้นจี่โซดาค่ะ จะบอกว่ารสชาติดี ดื่มแล้วสดชื่นมาก ๆ เมนูโซดาช่วงนี้ก็จะเจอบ่อยหน่อยนะคะ 555+ ถ้าคนไม่ค่อยดื่มกาแฟแบบเรา เราว่าเป็นเครื่องดื่มเลือกสั่งมาลองก็ถือว่าดีค่ะ แถมมีหลากหลายรสชาติให้เลือกด้วย แล้วเวลาดื่มมันก็รู้สึกสดชื่นมาก ๆ เลยค่า ใครที่กำลังมองคาเฟ่ บนเขาค้อ ก็ลองแวะไปดูที่นี่กันได้นะคะ เผื่อติดใจ ^^

180° All Day All Season เขาค้อ เพชรบูรณ์
พิกัด: Google Map
Facebook: 180alldayallseason

รีวิว ความสะดวก สบาย ภายในเรือเจ้าหญิงน้อย

รีวิว ความสะดวกสบาย ภายในเรือเจ้าหญิงน้อย

ชั่วโมงนี้สายดำน้ำลึกแบบ scuba ไม่มีใครไม่รู้จัก เรือเจ้าหญิงน้อยเป็นแน่ เพราะเพิ่งลงน้ำไปไม่กี่ทริป และเป็นเรือต่อใหม่ ที่ใหญ่โต มโหฬาร อลังกาลงานสร้างมาก มาพร้อมกับ ความสะดวก สบาย ในหลาย ๆ จุด ที่นักดำน้ำทุกคนอยากไปสัมผัส ภายในเรือเจ้าหญิงน้อยมีอะไรบ้าง ลองมาดูกันค่ะ

เมื่อก้าวเข้ามาที่ท้ายเรือ จุดแรกที่นักดำน้ำจะเจอก็คือ โซนที่วางถังอากาศเรียงรายอยู่บนแพลทฟอร์มนี้ เกือบ 30 ถัง แต่ด้วยความที่มันกว้างใหญ่ ทำให้ดูไม่แออัดเลย ทริปนี้เราไปกับ scubanine ร้านดำน้ำที่ออกทริปสนุกสนานมาก ลองมาดูกันค่ะ

โซนวางถังอากาศที่กว้างใหญ่นี้ ทำให้การเปลี่ยนชุด หรือเตรียมตัวก่อนลงไปดำน้ำ สะดวกสบายมาก ๆ ขึ้น แลดูให้ความรู้สึกผ่อนคลาย แทนที่จะรีบ ๆ ลงเป็นชุด ๆ เราบอกได้เลยว่า เป็นทริปที่ผ่อนคลายที่สุดแล้ว

ความสะดวกสบาย

ติดกับโซนวางถังอากาศ ก็จะเจอกับห้องน้ำส่วนกลาง ที่มีถึง 3 ห้อง และห้องเก็บของอีก 1 ห้อง ที่สะอาดมาก ๆ เรียกได้ว่าสะอาดกว่าบางเรือที่ใช้ห้องน้ำรวมกันอีก เล่ามาถึงจุดนี้นี่อยากพาไปดูห้องน้ำในห้องนอนจังเลย

ห้องนอนแบบเตียงคู่

ห้องนอนของเรือเจ้าหญิงน้อยนี้ มีอยู่ 2 แบบ คือแบบเตียงคู่ หรือ twin bed จะอยู่บนชั้นเดียวกันกับ โซนวางถังอากาศเลย คือไม่ต้องเดินลงไปใต้ดินให้เหนื่อย เตียงนี่นุ่มน่านอน แอร์เย็นฉ่ำ แถมยังบุนวมรอบหัวเตียง ไว้นั่ง ๆ นอน ๆ โดยรอบอีก อะไรมันจะเว่อร์วังขนาดนี้ เท่านั้นยังไม่พอ ทุกห้องที่นี่คือมีห้องน้ำในตัวทั้งหมด และมีตู้เย็น ตู้เซฟ ไว้เก็บของสำคัญอีก

ห้องนอนแบบเตียงเดี่ยว

คือดีมาก ๆ อ่ะค่ะ ห้องแบบเตียงเดี่ยวนี่จะอยู่ที่ชั้นใต้ดิน (lower deck) หรือลงมาอีกชั้น แต่ลงมาแล้วไม่อยากขึ้นเลย เพราะห้องข้างล่างนี่ใหญ่กว่าให้ข้างบน ใหญ่กว่าไปหมด ตู้เย็นยังใหญ่กว่าเลย 555 มีสิ่งอำนวยความสะดวกพร้อมเลยค่ะ ไม่ต้องนำไปทั้งปลั๊กต่อสำหรับนักดำน้ำที่มีอุปกรณ์เยอะ หรือสาว ๆ ที่ต้องการไดร์เป่าผม ทางเรือก็มีวางไว้ให้นะ ผ้าเช็ดตัว เครื่องอาบน้ำ ก็ครบ ที่สำคัญ น้ำอุ่นก็มี เรียกว่าอยู่โรงแรม 5 ดาว เลยนี่

ชั้น 2 ของเรือ ที่รวมตัวกัน

เป็นโซนแห้งหลังจากขึ้นจากน้ำแล้ว เราก็ขึ้นบันไดวนมาโซนนี้จะเป็นโซนพูดคุย รับบรีฟ และทานอาหาร บรรยากาศแบบ อยู่ท้ายเรือมองได้รอบทิศ เวลาแดดมา ฝนมา แม่บ้านก็มาช่วยอย่างรวดเร็วค่าาา

จะเห็นได้ว่า เรากินบุฟเฟ่กันทุกมื้อ และเช้า ๆ ก็จะมีขนมปัง กาแฟ วางไว้สำหรับคนตื่นเช้ามาก

กาแฟสดก็มีนะ แม่บ้านที่นี่ชงได้แบบร้านใหญ่ ๆ เลย คือนั่งมองมันนานมาก ว่าเราอยู่บนเรือ หรือร้านคาเฟ่กันแน่

อาหารการกิน

ไม่ต้องห่วงเลยค่ะเรื่องอาหารการกินบนเรือ ถูกปากเรา ๆ มากมาย อย่างก๊วยจั๊บนี่ เหมือนเฮียอ้วนเยาวราชมาเลย ส่วนอาหารทะเลก็สดมาก ๆ กุ้ง หอย ปู ปลา มาครบ แถมกั้งอีกต่างหาก และเยอะมาก ๆ ด้วย เรียกได้ว่ากินไม่เคยหมดสักมื้อ วันนึงเสริฟ 5 มื้อเลย

ความสะดวกสบาย

เราโชคดีมาก ที่เจอฝนแค่ 2 วันแรก เพราะทางผู้จัดการเรือจะให้ออกไปหน้าเรือทำ BBQ กัน คือถ้าเจอฝนก็อดหน่ะ ยังไงก็แล้วแต่ คือจัดชุดสนามเหมือนไปแค้มป์ปิ้งเลย น่ารักสุด ๆ เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์มากในทริปนี้

เล่าแต่เรืองอาหารยาวไปถึงหน้าเรือเลย คือโซนรวมตัว บรีฟ กินข้าวอยู่หลังเรือ แล้วไปหน้าเรือเลย 555 ตรงกลางก็จะเป็นห้องซาลูน ที่ไว้สังสรรค์ หรือนอนเล่นตอนกลางวัน ที่แอร์นี่เย็นเป็นอยู่ขั่วโลกเลยทีเดียว ใครอยากร้องคาราโอเกะ หรือเปียนโน ก็เชิญเลยค่ะ พวกเราเอาคอมมาเปิดหนังกัน แล้วนอนอืด ๆ กันไปค่ะ

ความสะดวกสบาย

ตกค่ำเราก็ขอนิดนึงนะ ให้มีแสงสีสักหน่อย ไฟนี่เอามาเองนะ หาซื้อได้ทั่วไป ตื๊ด ๆ ๆ ๆ

โซนชั้นดาดฟ้าเรือ

ความสะดวกสบาย

ชั้นนี้จะอยู่บนชั้นรวมตัวกัน ขึ้นมาแล้วเหมือนกับอยู่อีกที่เลย คือเป็นส่วนตัว นั่งชิล ผ่อนคลาย แต่ก็ใหญ่มากอยู่นะ คือเรือลำนี้รับผู้โดยสารแค่ 34 คน แต่เนื้อที่นี่สามารถจุได้อีกเท่าตัวเลย

เป็นยังไงกันบางคะ สำหรับการรีวิวเรือใหม่สุดแห่งท้องทะเลอันดามัน ใครอยากมาผ่อนคลาย และดำน้ำกับเรือลำนี้ ลองติดต่อร้านดำน้ำที่มีจองเรือไว้เลยค่ะ หรือจะติดต่อเพจ M.V. Chao Ying Noi Thailand Liveaboard “Little Princess” ก็ได้

H&M เปิดตัวคอลเลกชั่นรักษ์โลกธีม “Innovation Circular Design Story” ฉลองส่งท้ายปี

H&M เปิดตัวคอลเลกชั่นรักษ์โลกธีม “Innovation Circular Design Story” ฉลองส่งท้ายปี

Cr.Photo ; lofficielthailand.com

นับว่าเป็นข่าวดีของสาวกแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง H&M ที่พึ่งเปิดตัวคอลเลกชั่นใหม่ภายใต้ชื่อ “Innovation Circular Design Story” ให้เหล่าสาวกได้มีความสุข สนุกสดใสไปกับการแต่งตัวเพื่อเฉลิมฉลองการส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่เดินทางเข้ามาใกล้เข้าไปทุกที แต่นอกจากความสวยงามของเสื้อผ้าแล้วนั้น คอลเลกชั่นนี้ก็ไม่ธรรมดาเพราะมาพร้อมแนวคิดรักษ์โลก โดยในคอลเลกชั่นนี้นอกจากจะเน้นความสนุกสนานแล้ว ยังเน้นความยั่งยืนในการผลิตอีกด้วย ทำให้เราเห็นได้ชัดเจนว่าแบรนด์นี้กำลังตั้งใจก้าวสู่อนาคตอันสดใสด้วยความกล้าที่จะแตกต่าง

Cr.Photo ; lofficielthailand.com

โดยความพิเศษภายในคอลเลกชั่นนี้คือ การใช้วัสดุรีไซเคิลที่ผ่านนวัตกรรมในอุตสาหกรรมแฟชั่นที่ล้ำสมัย จึงสามารถนำไปรีไซเคิลและนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นแล้วทางแบรนด์ยังใส่ใจในเรื่องการนำวัสดุรีไซเคิลไปปรับใช้ได้ในอีกหลากหลายรูปแบบ จากคอนเซ็ปต์รักษ์โลกที่ได้กล่าวไปแล้ว ทำให้เราสามารถเห็นถึงความมุ่งมั่นของ H&M ที่สื่อสารผ่านคอลเลกชั่นนี้ ในการมุ่งหน้าก้าวสู่กระบวนการผลิตเสื้อผ้าแฟชั่นที่ยั่งยืน โดยเน้นการหมุนเวียนและการใช้ซ้ำมากยิ่งขึ้น

Cr.Photo ; lofficielthailand.com

นอกจากนั้นแล้วเพื่อเป็นการยกระดับการเฉลิมฉลองคอลเลกชั่นนี้ให้สุดเหวี่ยง H&M จึงได้ร่วมงานกับนางแบบและเซเลบริตี้คนดังในวงการหลายคนอย่าง นอร์มานี (Normani), จีจี้ ฮาดิด (Gigi Hadid) และไคอา เกอร์เบอร์ (Kaia Gerber) เพื่อรวมทัพประสานพลังช่วยสร้างความสนุกสนานและความตื่นเต้นในการแต่งตัว เตรียมพร้อมปาร์ตี้ในเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองในช่วงสิ้นปีนี้

Cr.Photo ; lofficielthailand.com

“Innovation Circular Design Story” คอลเลกชั่นล่าสุดที่เราพูดถึงในวันนี้ เป็นหนึ่งในโปรเจกต์พิเศษภายใต้ แนวคิด Innovation Stories ของ H&M ซึ่งเป็นโครงการรักษ์โลกที่ทางแบรนด์ริเริ่มขึ้น ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปี 2021 ซึ่งประกอบไปด้วยคอลเลกชั่นธีมต่าง ๆ เพื่อการส่งเสริมกระบวนการผลิต การเลือกใช้วัสดุและเทคโนโลยีที่ยั่งยืนมากขึ้นในการผลิตเสื้อผ้าแฟชั่น อีกทั้งยังมุ่งเน้นไปที่การออกแบบที่ทันสมัย มีการใช้วัสดุที่ล้ำสมัย และเป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา

circular
Cr.Photo ; lofficielthailand.com

คอลเลกชั่นนี้ตั้งใจออกแบบมาเพื่อคนที่ต้องการแสดงความเป็นตัวตนของตัวเองออกมา รวมถึงคนที่ต้องการทดลองอะไรใหม่ ๆ นอกจากนั้นแล้วแคมเปญนี้ยังได้นำเสนอมุมมองของการเฉลิมฉลองเทศกาลในช่วงเวลาแห่งความสุขปลายปี ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Just before the party starts” โดยได้ช่างภาพมากฝีมืออย่าง “ราฟาเอล ปาวาร็อตติ” (Rafael Pavarotti) ลั่นชัตเตอร์ผลงานภาพถ่ายแฟชั่นแสนสนุกสดใสในคอลเลกชั่นนี้ โดยภาพถ่ายแฟชั่นเซตนี้ตั้งใจนำเสนอความสนุกสนานของการเตรียมตัวไปปาร์ตี้ ที่สื่อถึงสไตล์ความเป็นตัวของตัวเองของชาวแฟชั่นนิสต้า ที่รักการแต่งตัว การโพสท่าหน้ากระจก การ Mix & Match เลือกลุคที่ใช่ก่อนออกจากบ้าน การเต้นในชุดสวยอย่างสนุกสนาน และความอิสระเสรี

ยิ่งไปกว่านั้นคอลเลกชั่นนี้นอกจากจะออกแบบโดยทีมออกแบบมืออาชีพของ H&M แล้วยังมีการร่วมงานกับสไตลิสต์ไฟแรงที่มีผลงานโดดเด่นอย่าง “อิ๊บ คามารา” (Ib Kamara) ผู้รับบทบาทที่ปรึกษาด้านศิลป์ และยังเป็นผู้ลงมือจัดการสไตล์ลิ่งในแคมเปญนี้ทั้งหมด โดยที่ทั้งคามาราและปาวาร็อตติได้รับมอบหมายจากทางแบรนด์ H&M ให้ใช้ความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มที่เพื่อเปลี่ยนจินตนาการอันแสนสนุกให้กลายเป็นความจริงให้ได้

circular
Cr.Photo ; lofficielthailand.com

“อิ๊บ คามารา” กล่าวว่าเขาภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ H&M ในคอลเลกชั่นสุดแสนพิเศษนี้ ที่มีแนวคิดใส่ใจเรื่องการหมุนเวียนในการใช้วัสดุรีไซเคิล ซึ่งนำไปสู่การสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีให้กับโลกใบนี้ นอกจากจะรักษ์โลกแล้ว ยังไม่ลืมที่จะให้ความสำคัญกับสไตล์ของเสื้อผ้าและไอเทมแต่ละชิ้น ยังมีการเลือกใช้สีสันที่โดดเด่นสะดุดตา รูปทรงดีไซน์ที่สวยงามแปลกตาอีกด้วย ช่างเป็นคอลเลกชั่นที่มีหลากหลายมิติและน่าสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งสามารถสื่อถึงความรู้สึกอันแสนพิเศษ รวมไปถึงความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นระหว่างการแต่งตัวเตรียมพร้อมที่จะไปงานปาร์ตี้ ความสุขเวลาเลือกชุดที่พร้อมจะออกไปสนุกสุดเหวี่ยง และแน่นอนว่าจะต้องเป็นลุคที่ทำให้เรารู้สึกเหมือนเป็นดาวเด่นที่สุดในงาน

circular
Cr.Photo ; lofficielthailand.com

คอลเลกชั่นนี้ออกแบบโดยใช้อุปกรณ์พิเศษเฉพาะ ซึ่งคิดค้นโดย H&M Group ที่เรียกว่า “Circulator” ที่ช่วยอำนวยความสะดวก ทำให้ทีมออกแบบของ H&M สามารถตรวจเช็คกระบวนการผลิตเสื้อผ้าได้ทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่ใช้ ระยะเวลาการใช้งาน รวมไปถึงการออกแบบ โดยอุปกรณ์ Circulator นี้เป็นปัจจัยหลักสำคัญที่ช่วยสนับสนุนความมุ่งมั่นตั้งใจของบริษัท ที่ต้องการทำให้เกิดการหมุนเวียนในอุตสาหกรรมแฟชั่นมากขึ้น เพื่อดำเนินสู่เป้าหมายในการเป็นบริษัทที่ส่งผลดีต่อสภาพแวดล้อมภายในปี 2040 และอีกเป้าหมายที่สำคัญก็คือ การทำให้ผลิตภัณฑ์ H&M ทั้งหมดผ่านการออกแบบด้วยอุปกรณ์พิเศษนี้ภายในปี 2025 ในอนาคตอันใกล้

Cr.Photo ; Courtesy of @gigihadid & @kaiagerber (Instagram)

ทั้งจีจี้ ฮาดิด และไคอา เกอร์เบอร์ ได้โพสต์ลงอินสตาแกรมส่วนตัว เผยให้เห็นตัวอย่างของการเปิดตัวคอลเลกชั่นนี้  ไม่ว่าจะเป็น เดรสตกแต่งด้วยเลื่อมสีชมพูทำจากโพลีเอสเตอร์รีไซเคิล หรือชุดสุดล้ำที่ทำจากไฟเบอร์ที่ผลิตจากวัสดุเหลือใช้ ซึ่งสาวสวยแต่ละคนได้มีการรังสรรค์สไตล์ลิ่งในแบบของตนเอง ด้วยไอเทมเสื้อผ้าจากในคอลเลกชั่น ซึ่งเป็นการยั่วยวนใจเหล่าสาวก H&M ให้ยิ่งตื่นเต้น เตรียมตัวพร้อมไปช้อปเสื้อผ้าจากคอลเลกชั่นนี้กันยกใหญ่

circular
Cr.Photo ; lofficielthailand.com

โดยคอลเลกชั่น “Innovation Circular Design Story” นี้เริ่มวางจำหน่ายวันที่ 16 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป ก่อนที่จะเปิดตัวที่ร้าน H&M สาขาสยามพารากอน และเซ็นทรัลเวิลด์

ติดตามข้อมูลและข่าวสารเพิ่มเติมทางเว็บไซต์ H&M ได้ ที่นี่

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับคอลเลกชั่นรักษ์โลกสุดพิเศษที่เราเอามาฝากกันในวันนี้ หวังว่าทุกคนจะชอบนวัตกรรมใหม่จากทาง H&M และความคิดสร้างสรรค์ซึ่งถือว่าเป็นแนวโน้มที่ดีมากในวงการแฟชั่น ที่เราสามารถคิดค้นวิธีการและกระบวนการผลิตในอุตสาหกรรมแฟชั่น ที่สามารถช่วยรักษาโลกของเราไปพร้อมกับความสวยงามและสไตล์การออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่น อย่างนี้สิถึงจะเรียกว่า เป็นวิถีแฟชั่นที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง ซึ่งในช่วงปีหลังที่ผ่านมามีหลากหลายแบรนด์ดังระดับโลก ที่เริ่มปรับเอาแนวคิดนี้เข้ามาทำธุกิจกันอย่างแพร่หลายมากขึ้น หวังว่าเราจะได้เห็นเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่สามารถช่วยโลกเราเอาไว้ได้ ไปพร้อมกับจินตนาการสร้างสรรค์ของวงการแฟชั่นที่ไม่มีวันหยุดยั้ง

ใครยังคิดไม่ออกว่าปาร์ตี้ที่ใกล้จะถึงนี้ จะแต่งตัวไปร่วมงานอย่างไรดี ลองแวะไปดู ไอเดียลุคไปปาร์ตี้ สุดปัง พร้อมฟาด!! บอกลาสิ้นปี จาก SHEIN ได้ที่นี่ อย่าลืมติดตามคราวหน้า ว่าทางเราจะนำเอาข่าวและสาระความบันเทิงในวงการแฟชั่นอะไรที่น่าสนใจมาฝากทุกคนกันอีก รอติดตาม.. อย่าหายไปไหนนะคะทุกคน

ราชินีดอกหญ้า “ต่าย อรทัย” ศิลปินลูกทุ่งหญิงคนแรก ! ที่ได้ขึ้น Billboard Times Square NYC

0

ราชินีดอกหญ้า “ต่าย อรทัย” ศิลปินลูกทุ่งหญิงคนแรกที่ได้ขึ้น Billboard Times Square NYC

ราชินีดอกหญ้า
“ต่าย อรทัย” ศิลปินลูกทุ่งหญิงคนแรกที่ได้ขึ้น Billboard Times Square NYC

ราชินีดอกหญ้า “ต่าย-อรทัย ดาบคำ” ลูกทุ่งหญิงคนแรก ! อีกหนึ่งความสำเร็จบนเส้นทางสายดนตรี ได้ขึ้นป้ายบิลบอร์ดใยักษ์ใจกลางไทม์สแควร์ นิวยอร์ก อีกหนึ่งข่าวดีส่งท้ายปี 2564 สำหรับวงการลูกทุ่งของไทย ที่ศิลปินลูกทุ่งจากสังกัดแกรมมี่ โกลด์ ได้ปรากฏตัวบน “Billboard Times Square” กลางมหาครนิวยอร์ก

ราชินีดอกหญ้า
“Spotify EQUAL”

โด่งดังไกลระดับโลกในแคมเปญ “Spotify EQUAL” ของเดือนธันวาคม  เพื่อป่าวประกาศความเท่าเทียมผ่านโลกดนตรีที่จะไม่มีคำว่าเพศมาแบ่งกั้นอีกต่อไป โดยแคมเปญ “Spotify EQUAL” เริ่มมาตั้งแต่เดือนมีนาคม 2564  ซึ่งเป็นเดือนที่มีวันสำคัญอย่าง “International Women’s Day” เป้าหมายของแคมเปญนี้ คือต้องการให้ทุกคนสนับสนุนในความสามารถและเห็นความสร้างสรรค์ในด้านดนตรีของผู้หญิง

ต่าย อรทัย นับว่าเป็นศิลปินหญิงไทยคนที่ 8 ต่อจาก โบกี้-พิชญ์สินี วีระสุทธิมาศ (Bowkylion), ปาล์มมี่ อีฟ ปานเจริญ (Palmy), วี-วิโอเลต วอเทียร์, มิลลิ-ดนุภา คณาธีรกุล (MILLI), ส้ม-มารี เออเจนี เลอเลย์ (Zom Marie), เอิ๊ต-ภัทรวี ศรีสันติสุข และ อิ้งค์-วรันธร เปานิล ที่เคยได้ขึ้น Billboard Times Square ในแคมเปญ Spotify EQUAL ก่อนหน้านี้

ซึ่งจุดเริ่มต้นของโครงการ EQUAL มาจากการศึกษาของ USC Annenberg เกี่ยวกับตัวแทนของผู้หญิงในอุตสาหกรรมดนตรี ซึ่งพบว่าในปัจจุบัน บนชาร์ตเพลงที่เป็นศิลปินหญิงมีเพียง 1 จาก 5 เท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ทาง Spotify จึงตั้งใจช่วยขยายผลงานของครีเอเตอร์หญิงให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้นผ่านโครงการ EQUAL Global Music Program เพื่อส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศในด้านดนตรี

ราชินีดอกหญ้า

“ต่าย อรทัย” ราชินีดอกหญ้า…จากดอกหญ้าในป่าปูน ตอนนี้ได้ไปปรากฏตัวสู่ป่าปูนในมหาครนิวยอร์กเรียบร้อย และต่าย อรทัย ยังได้ออกมาเผยถึงความรู้สึกหลังถูกรับเลือก  กล่าวขอบคุณสำหรับการขึ้นปกเพลย์ลิสต์ในเดือนนี้ว่า“ขอขอบคุณทาง Spotify ที่เลือก ต่าย เป็นศิลปินลูกทุ่งคนแรก ที่ได้ร่วม Campaign EQUAL สนับสนุนความเท่าเทียมของเพศหญิง ทุกคนสามารถ ฟังเพลงของ ต่าย และ ศิลปินหญิงคนอื่นๆ”  

เรียกได้ว่าวันนี้เจ้าของเพลง “ดอกหญ้าในป่าปูน” อย่าง “ต่าย อรทัย” จะไม่ได้เป็นดอกหญ้าในป่าปูนแค่ในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังไปปรากฏตัวท่ามกลางป่าปูนในมหานครนิวยอร์กอีกด้วย สามารถกดฟังเพลงในเพลลิสต์ EQUAL Thailand คลิกที่นี่

ราชินีดอกหญ้า

ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับวงการเพลงลูกทุ่งบ้านเรา ขอบคุณโครงการดี ๆ อย่าง “Spotify EQUAL” ที่เห็นความสำคัญของความสามารถและเห็นความสร้างสรรค์ในด้านดนตรีของศิลปินหญิงจากทั่วโลก ขอบคุณที่เป็นแรงขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเพลง ยังไงก็อย่าลืมกดเข้าไปฟังเพลงของศิลปินไทยใน เพลย์ลิสต์ EQUAL ประเทศไทย กันได้นะคะ รับรองว่าเพราะทุกเพลงแน่นอนค่ะ


พอดแคสต์ บน Spotify ที่คนทั่วโลกฟังมากที่สุด !!! คลิกที่นี่

10 สถาปัตยกรรมสวย พิกัดถ่ายรูปปัง รับเทศกาลปีใหม่

10 สถาปัตยกรรมสวย พิกัดถ่ายรูปปัง รับเทศกาลปีใหม่

ชวนกันมาชาร์จแบตเติมพลังชีวิต กับการพาตัวไปเยือนสถานที่สวย ๆ พร้อมปล่อยใจ ทอดอารมณ์ไปกับสถาปัตยกรรมสุดพีค… ในเมืองไทย ซึ่ง 10 แห่งที่เราคัดสรรมาให้รู้จัก ล้วนแต่มีคาแรกเตอร์ที่แตกต่างกัน ให้ฟีลลิ่งที่หลากหลายไลฟ์สไตล์ ทว่าสิ่งที่เหมือนกันคือให้ความเพลิดเพลินอุรา และเหมาะแก่การชักภาพ เก็บไว้เป็นความทรงจำส่งท้ายปีนั่นเอง

1. สวนลอยฟ้าเจ้าพระยา

10 สถาปัตยกรรมสวย
Cr.Photo : www.facebook.comLandprocessphotos

แลนด์มาร์กสีเขียวแห่งใหม่ของคนกรุง ที่สร้างสรรค์เป็นสวนสาธารณะลอยฟ้ากลางแม่น้ำเจ้าพระยาแห่งแรกในประเทศไทยและแห่งแรกของโลก ซึ่งเปิดให้ประชาชนใช้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2563

ทว่าเดิม เคยเป็นโครงสร้างของรางรถไฟฟ้าลาวาลิน ที่ถูกปล่อยทิ้งร้างมานานกว่า 30 ปี  ต่อมาทางกรุงเทพมหานครได้ปรับปรุงภูมิทัศน์ใหม่ บริเวณช่องกลางสะพานพระปกเกล้า (หรือ สะพานด้วน) ให้กลายเป็นสวนสาธารณะลอยฟ้าที่เชื่อมการสัญจรระหว่างฝั่งธนบุรี และฝั่งพระนครเข้ากัน

ที่นี่นอกจากเป็นจุดชมวิวที่งามตา ยังมีการออกแบบเส้นทางเดินและทางจักรยานที่ดีไซน์เผยเส้นสายกราฟิกได้ร่วมสมัย(ระยะทางยาวประมาณ 280 เมตร และกว้าง  8.50 เมตร)  ละลานตาไปด้วยพืชนานาชนิด แถมมีมุมถ่ายรูปเก๋ ๆ ให้เลือกสรรเพียบ!

2. มหานคร สกายวอร์ค
10 สถาปัตยกรรมสวย
Cr.Photo : kingpowermahanakhon.co.th

ชื่อเสียงและความดังของ ตึก คิง เพาเวอร์ มหานคร (ตึกสูง 314 เมตร) คงไม่ต้องสาธยายให้มากความ แต่ถ้าไปเยือนที่นี่ สิ่งที่คุณต้องไปสัมผัสคือ หนึ่งลิฟต์ที่เร็วปรู๊ด… ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

และสองคือ มหานคร สกายวอร์ค ซึ่งเป็นจุดชมวิวเมืองแบบ 360 องศา บนชั้น 78 ที่งามเว่อร์…  แถมดีไซน์พื้นที่บางส่วนเป็นพื้นกระจกใสลอยฟ้า ณ ความสูงของตึกที่ 310 เมตร (มุมนี้ถ่ายรูปสวยบวกสยิววววแน่นอน) รวมถึง ห้ามพลาด! เดินขึ้นไปอีกนิด… บนจุด The Peak ณ ความสูงสุดของตึกที่ 314 เมตร เพื่อถ่ายวิวและเซลฟี่อวดลงโซเชียล รับรองได้ภาพปังอลังการงานสร้างแน่นอน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก kingpowermahanakhon.co.th

3. พิพิธภัณฑ์ช้าง (จังหวัดสุรินทร์)
10 สถาปัตยกรรมสวย
Cr.Photo : SPACESHIF TSTUDIO 2

พิพิธภัณฑ์ช้าง ตั้งอยู่ในโครงการโลกของช้าง (Elephant World) ซึ่งเนรมิตรพื้นที่กว่า 500 ไร่ ติดกับศูนย์คชศึกษา บ้านตากลาง จ. สุรินทร์ ให้เป็นศูนย์อนุรักษ์ช้างที่ใหญ่ที่สุดในโลก เป็นแหล่งศึกษาข้อมูลทางวิชาการและการจัดแสดงเรื่องราวของช้าง แถมที่นี่ยังมีช้างอาศัยอยู่มากที่สุดในโลก

10 สถาปัตยกรรมสวย
Cr.Photo : SPACESHIF TSTUDIO 2

โดยพิพิธภัณฑ์เนรมิตขึ้น เพื่อแสดงให้เห็นถึงวิถีชีวิตระหว่างชาวกูย (Kui) กับช้าง โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บุญเสริม เปรมธาดา อยู่เบื้องหลังในการการออกแบบ ซึ่งต้องบอกว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์พื้นถิ่นได้ทรงคุณค่าเป็นอย่างมาก แถมยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่เก๋ และสุดบรรเจิด รวมถึงมีมุมถ่ายรูปดิบ ๆ  เท่ ๆ ให้เลือกมากมาย แต่ละภาพถ้าครีเอทดีดี ราวกับภาพนางแบบ/นายแบบหลุดมาจากนิตยสารเลยล่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก FB : โลกของช้าง-Elephant-World

4. พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า
10 สถาปัตยกรรมสวย
Cr.Photo : www.facebook.comRama9MuseumThailand

เหมาะแก่การมาสนุกเป็นหมู่คณะ หรือมาเป็นครอบครัว เพราะพิพิธภัณฑ์พระรามเก้า เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยา และสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง และสร้างความตระหนักรู้ในการใช้ชีวิตร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยแบ่งเป็น 3 โซนหลัก คือ Our Home นำเสนอการกำเนิดระบบสุริยะจักรวาล โลก และวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิต จนถึงกำเนิดมนุษย์

10 สถาปัตยกรรมสวย
Cr.Photo : SPACESHIF TSTUDIO 2

Our Life โซนเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม และการปรับตัวของมนุษย์ให้เข้ากับระบบนิเวศ และ Our King การจัดแสดงให้เห็นถึงแนวคิด วิธีการทรงงาน และกระบวนการค้นหาคำตอบ ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของในหลวง ร.9 นอกจากนี้ยังมีหอชมวิวอยู่ภายนอก ซึ่งบอกเลยว่าเผยธรรมชาติอันงดงามและน่าสนใจไม่แพ้ข้างใน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก FB : Rama9MuseumThailand 

5. Chui Fong Tea Café 2
10 สถาปัตยกรรมสวย
Cr.Photo : IDIN Architect
10 สถาปัตยกรรมสวย
Cr.Photo : IDIN Architect

คาเฟ่ เสิร์ฟชาสุดต๊าช ซึ่งอยู่ในพื้นที่ไร่ชาฉุยฟง (เนื้อที่ประมาณ 500 ไร่) อ.แม่จัน จ.เชียงราย ถือเป็นไร่ชาที่มีความเก่าแก่ เผยลักษณะโค้งและลดหลั่นไปตามไหล่เขางดงามมาก ส่วนจุดเด่นอีกอย่างต้องยกให้เรื่องการดีไซน์ตัวอาคารที่ได้ IDIN Architect มารับหน้าที่เป็นผู้ออกแบบ โชว์ตัวอาคารที่ใช้วัสดุธรรมชาติได้ดิบเท่

ส่วนการดีไซน์ภายใน คำนึงถึงเรื่องการใช้สอยเป็นหลัก แถมครีเอทให้เกิดพื้นที่นั่งลดหลั่นเป็นขั้น ๆ ล้อรับไปกับสโลปเนินชา ราวอัฒจันทร์ที่สามารถมองเห็นวิวได้ทั่วถึง เรียกว่านั่งจิบชาไป พลางชมวิวไป ทำท่าเผลอ ๆ เนียน ๆ ให้ช่างภาพประจำตัวถ่ายรูปไป รับรองฟิน…

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก FB: ไร่ชาฉุยฟง

6. The Wine Ayutthaya
10 สถาปัตยกรรมสวย
Cr.Photo : SPACESHIF TSTUDIO 2
10 สถาปัตยกรรมสวย
Cr.Photo : SPACESHIF TSTUDIO 2

ร้านจำหน่ายอาหารและไวน์แนวคิดเท่ ๆ ที่ตั้งอยู่เคียงแม่น้ำเจ้าพระยาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นโครงสร้างน็อกดาวน์ ที่ใช้เหล็กผสมกับไม้อัดยางเคลือบเรซิ่นกันชื้นมาเป็นโครงสร้างหลัก  ห่มคลุมด้วยแผ่นพลาสติก PVC รอบอาคารอีกหนึ่งชั้นเพื่อป้องกันฝน ภายในแบ่งออกเป็นหลายโซน เผยบันไดวนลักษณะคล้ายที่เปิดไวน์ เป็นทางเดินขึ้นไปสู่ที่นั่งโซนต่าง ๆ

ต้องบอกว่าเป็นผลงานออกแบบของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ บุญเสริม เปรมธาดา (สถาปนิกผู้ก่อตั้ง Bangkok Project Studio และอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ที่ได้รับความสนใจจากสื่อออนไลน์ด้านสถาปัตยกรรมชั้นนำของโลกหลายสำนักทีเดียว (หนึ่งในนั้นคือเว็บไซต์ ArchDaily)

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก FB : Thewineayutthaya

7. Skywalk @ Aiyerweng
Cr.Photo : www.facebook.comskywalkaiyerweng
Cr.Photo : www.facebook.comskywalkaiyerweng

พีคในพีคจริง ๆ  สำหรับจุดชมทะเลหมอกอัยเยอร์เวง แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของ อ.เบตง จ.ยะลา เรียกว่า สร้างความคึกคักให้สายเที่ยวในเมืองไทยดีใจจนเนื้อเต้นนนน  เพราะหลังจากเปิดให้บริการ ก็มีผู้คนแห่มาชมทะเลหมอกกันยาว… ตั้งแต่เช้ามืด แถมที่นี่ ตั้งอยู่บนระดับความสูง 2,038 ฟุต จากระดับน้ำทะเล รวมถึงมีระเบียงทางเดิน ยาว 61 เมตร จึงขึ้นแท่นเป็นสกายวอล์คที่ยาวที่สุดในอาเซียน แถมปลายสะพานทำเป็นพื้นกระจกใส สามารถมองทะลุลงถึงพื้นด้านล่างที่เป็นหุบเหวและป่าไม้ (ว้าว)

ที่นี่เปิดให้เข้าชม ตั้งแต่เวลา 05.30-09.30 ทุกวัน จำกัดจำนวนขึ้นได้สูงสุดไม่เกิน 360 คน  ยิ่งช่วงปลายปี บอกเลยว่าน่าไปสุด ๆ ภาพหมอกขาวลอยอ้อยอิ่งเต็มฟากฟ้า แซมแทรกกับทิวเขาเขียวยืนตัวตระหง่าน แค่นึกก็ฟิน ใครถ่ายรูปไม่เก่ง ครีเอทมุมไม่เป็นอย่าได้แคร์ เพราะแชะภาพมายังไงก็สวย เชื่อเถอะ

ดูข้อมูลเพิ่มเติมคลิก FB : skywalkaiyerweng

8.เลอบัว แอท สเตท ทาวเวอร์
Cr.Photo : www.facebook.comlebua

 

โรงแรมในตำนาน ซึ่งชั้น 63 (จุดขึ้น-ลงบันไดบริเวณร้าน Sirocco) เคยถูกเลือกเป็นหนึ่งในฉากภาพยนตร์ ฮอลลีวู้ด เรื่อง The Hangover ภาค 2 ในปี 2011 มาแล้ว เพราะมีวิวเคียงแม่น้ำที่สวยมาก…  

นอกจากนี้ยังมีบาร์และร้านอาหารบรรยากาศดี ให้ลิ้มลอง รวมถึงมุมถ่ายรูปสุดชิคเพียบ อาทิ สะพานทางเดิน ชั้น 52 (ดีไซน์ฉากหลังเป็นสามเหลี่ยม) จุดเชื่อมต่อไปยังร้าน Breez (เสิร์ฟอาหารสไตล์เอเชีย) และ Lebua Number 3 ค็อกเทลบาร์ที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งบอกเลยว่าออกแบบได้แจ่ม! ราวกับรันเวย์ลอยฟ้าที่เก๋กู้ดไม่เหมือนใคร

รวมถึงชั้น 52 และชั้น 63 ยังเป็นจุดชมพลุในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่งาม… สะกดใจ ที่เจ๋งคือ ตึกมีสถาปัตยกรรมสวยคลาสสิก ใช้เป็นฉากหลังสุดเด็ดที่ทำให้รูปถ่ายของคุณดูคูล… และอลังการมากขึ้นทีเดียว

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก lebua.com

9. SIRIMAHANNOP
Cr.Photo : PIA Interior

จุดเด่นของโปรเจ็คท์นี้ เป็นการนำต้นแบบของเรือใบสำเภาโบราณ สมัยรัชกาลที่ 5 มาประยุกต์เป็นบาร์และร้านอาหารที่ผสานกับกลิ่นอายพิพิธภัณฑ์ได้อย่างน่าทึ่ง ซึ่งบนเรือสามารถรองรับผู้มาใช้บริการได้ประมาณ 300 ท่าน

แถม “สิริมหรรณพ” เป็นเรือที่จอดเทียบท่าถาวรอยู่ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อน ซึ่งเป็นผลงานในการออกแบบของบริษัท PIA Interior ที่เพิ่งได้รับรางวัลในเวทีระดับประเทศอย่าง DEmark 2021 อีกด้วย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก FB : Sirimahannop

10. ICONSIAM
Cr.Photo : ICONSIAM

ไอคอนสยาม นอกจากตัวอาคารจะสวยแล้ว ยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารชื่อดังให้คุณได้ลิ้มลอง แถมบางร้านมีทำเลตั้งอยู่เคียงริมแม่น้ำเจ้าพระยา มอบวิวที่สวย อาทิ Blue by Alain Ducasse, Jumbo Seafood, Greyhound Café, Höbs และ Fallabella River Front ซึ่งเหมาะแก่การมาดื่มด่ำทิวทัศน์ริมโค้งน้ำ ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของเมืองกรุงเทพฯ

รวมถึงเดือนนี้ยังมีงาน ‘Bangkok Illumination’ ซึ่งเป็นเทศกาลประดับไฟตกแต่งอิลลูมิเนชั่นประจำปี และการแสดงน้ำพุอันงดงาม และถ้าคุณยังเลือกไม่ได้ว่าจะไปเคาท์ดาวน์ที่ไหน แนะนำให้มาเยือนที่นี่ เพราะเป็นเดสติเนชั่นสำหรับการเคาท์ดาวน์ที่ขึ้นชื่อว่าจัดจ้าน และสวยงามไม่เหมือนใคร ที่สำคัญมีการแสดงพลุที่เป็นซิกเนเจอร์ ถ่ายรูปออกมาสวยมาก ๆ เลยล่ะ

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมคลิก www.iconsiam.com/th

และทั้งหมดนี้คือ 10 สถาปัตยกรรมสวย พิกัดถ่ายรูปปัง รับเทศกาลปีใหม่ ที่บอกได้เลยว่าไปเยือนแล้วคุณจะไม่เสียดาย ที่สำคัญจะได้ภาพสวย ๆ รวมถึงความทรงจำดีดีกลับมาที่บ้านให้ชุ่มชื่นหัวใจแน่นอน

 

บทความน่าสนใจ : Cartier นำเสนอคอลเลคชั่นสวยเก๋ ผ่านของขวัญและของแต่งบ้าน