การไปเที่ยวต่างประเทศปีละ 2 ครั้งไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ และไม่จำเป็นต้องมีรายรับสูงเสมอไป แต่มันคือเรื่องของ Strategic Planning หรือการจัดการงบประมาณให้ลงตัว สำหรับคนที่ใช้ชีวิตในเมืองและต้องการให้รางวัลตัวเองแบบไม่ต้องปาดเหงื่อตอนสิ้นเดือน ลองมาเช็กระบบการเงินที่ทำได้จริงตามนี้ค่ะ
เปิดทริคเก็บเงินเที่ยวต่างประเทศปีละ 2 ครั้ง สำหรับคนรายได้ปานกลาง ทำยังไงดีนะ?
แบ่ง Bucket List ให้เห็นภาพชัด
หัวใจสำคัญคือการกระจายงบประมาณค่ะ เราไม่จำเป็นต้องจัดทริปใหญ่แบบจัดเต็มทุกรอบ ลองแบ่งเลเวลการเดินทางเพื่อให้ยอดเงินออมต่อเดือนไม่ตึงจนใช้ชีวิตลำบาก

ทริปแรกลองเลือกประเทศใกล้บ้านที่มีค่าครองชีพเป็นมิตร เช่น เวียดนาม ลาว หรือไต้หวัน ซึ่งค่าตั๋วเครื่องบินและที่พักมักจะมีดีลดีๆ ปล่อยออกมาตลอดปี ส่วนทริปที่สองค่อยขยับไปประเทศยอดฮิตอย่างญี่ปุ่นหรือเกาหลี การวางแผนแบบนี้จะทำให้เรามีเป้าหมายออมเงินที่ชัดเจนและจับต้องได้จริงมากขึ้น
แผนการออมแบบรายเดือน (Monthly Saving) ฉบับเห็นผลไว
ถ้าเป้าหมายรวมทั้งปีอยู่ที่ประมาณ 40,000 – 45,000 บาท (สำหรับทริปใกล้หนึ่งทริปและทริปยอดฮิตหนึ่งทริป) เราต้องเซตระบบแบบ Auto-Pilot เพื่อให้เงินงอกเงยแบบไม่เจ็บตัว
- แยก 10-15% ทันทีที่เงินออก: การหักออมเดือนละประมาณ 3,500 – 3,800 บาท คือจุดที่กำลังดี แนะนำให้ตั้งโอนอัตโนมัติเข้าบัญชีที่ไม่มีบัตรหรือแอปที่ถอนยากๆ เพื่อตัดวงจรการดึงเงินออกมาใช้ก่อนกำหนด
- เก็บเงินก้อนจากรายได้เสริม: ใครที่มีงานฟรีแลนซ์หรือรายได้พิเศษ ให้ถือว่าเงินก้อนนั้นคือตั๋วสำหรับการอัปเกรดทริป เช่น เปลี่ยนจากนอนโฮสเทลมาเป็นโรงแรมที่ทำเลดีขึ้น หรือเป็นงบช้อปปิ้งแยกต่างหาก วิธีนี้จะช่วยให้เงินเดือนหลักถูกใช้ไปกับการออมพื้นฐานเท่านั้น
- ตรวจสอบและตัดรายจ่ายแฝง: ลองเช็กดูว่าเรามีค่าสมาชิกรายเดือนจากบริการ Streaming หรือแอปพลิเคชันที่ลืมกดยกเลิกไหม การตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกอาจช่วยให้คุณมีเงินเหลือไปจองที่พักเพิ่มได้อีกคืน
- ใช้ตัวช่วยดิจิทัลคุมงบ: ใช้ฟีเจอร์ในแอปธนาคารที่ช่วยแยกกระเป๋าเงิน (Cloud Pocket) สำหรับแต่ละทริปโดยเฉพาะ การเห็นยอดเงินค่อยๆ ขยับขึ้นตามเป้าหมายจะทำให้เราจัดการเงินได้เป็นระบบขึ้น
เปรียบเทียบงบประมาณ ไต้หวัน VS ญี่ปุ่น
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าเงินออมเดือนละสามพันกว่าบาทจะพาเราไปไหนได้บ้าง ลองมาดูการจัด Budget แบบ Realistic ของสองประเทศยอดฮิตกันค่ะ

ทริปที่ 1: ไต้หวัน 4 วัน 3 คืน (งบประมาณ 15,000 บาท)
ไต้หวันเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ เพราะไม่ต้องขอวีซ่าและค่าเดินทางในเมืองถูกมาก
- ตั๋วเครื่องบิน: หากจองช่วงโปรโมชันแบบการจองล่วงหน้าจะอยู่ที่ประมาณ 5,000 – 7,000 บาท
- ที่พัก: เลือกย่านซีเหมินติงในสไตล์โฮสเทลหรือโรงแรมขนาดเล็ก เฉลี่ยคืนละ 1,200 บาท (หารกับเพื่อน) รวม 3,600 บาท
- ค่ากินและเดินทาง: อาหาร Street Food ราคาใกล้เคียงไทยมาก ตกวันละ 1,000 – 1,200 บาท ก็กินอิ่มและเที่ยวได้ครบ
- จุดเด่น: เหมาะสำหรับสายกินที่เน้นความคล่องตัวและการเดินทางที่สะดวก
ทริปที่ 2: ญี่ปุ่น 5 วัน 4 คืน (งบประมาณ 30,000 บาท)
ญี่ปุ่นเป็นทริปที่เราต้องใช้ความละเอียดในการวางแผนมากขึ้น เพื่อให้เที่ยวได้ครบในงบที่จำกัด
- ตั๋วเครื่องบิน: เน้นสายการบิน Low Cost หรือโปรโมชันที่มักจะปล่อยมาช่วงกลางปี อยู่ที่ 10,000 – 13,000 บาท
- ที่พัก: เน้น Business Hotel ใกล้สถานีรถไฟเพื่อประหยัดค่าเดินทางในเมือง เฉลี่ยคืนละ 1,500 บาท (หารกับเพื่อน) รวม 6,000 บาท
- ค่ากินและเดินทาง: กำหนดงบวันละ 2,000 บาท สำหรับค่าเดินทางด้วยบัตรเติมเงิน และอาหารร้านสะดวกซื้อสลับกับมื้อพิเศษ
- จุดเด่น: เหมาะสำหรับช่วงปลายปีเพื่อสัมผัสอากาศเย็นและการถ่ายรูปในเมืองที่คุมโทน
จองให้ไวใช้ Tech ให้เป็นประโยชน์
ในยุคที่ข้อมูลทุกอย่างอยู่บน Social Media การเป็นคนที่เข้าถึงข้อมูลได้ไวกว่าย่อมได้เปรียบ การกดติดตามเพจโปรโมชันหรือใช้ Google Flights เช็กราคาย้อนหลังจะทำให้เห็นช่วงเวลาที่ถูกที่สุด มักจะเป็นจุดที่ราคาสมเหตุสมผล และควรเลี่ยงช่วงวันหยุดยาวที่เป็น High Season เพื่อลดงบประมาณไปได้เยอะมาก
การเดินทางแบบ Backpacker หรือเลือกที่พักสไตล์โฮสเทลที่คุณภาพดีก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะประหยัดแล้ว ยังทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศท้องถิ่นแบบที่หาไม่ได้จากการนอนโรงแรมทั่วไป
บริหาร Pocket Money แบบไม่หลุดงบ
อย่าตกม้าตายตอนช้อปปิ้ง! วิธีแก้คือการกำหนดงบรายวันไว้ล่วงหน้า การใช้ Travel Card เป็นไอเดียที่ดีมากเพราะนอกจากจะได้เรทแลกเงินที่คุ้มค่าแล้ว ยังช่วยให้เราคุมการใช้จ่ายได้แบบ Real-time ผ่านมือถือ ไม่ต้องพกเงินสดจำนวนมากให้กังวลใจ
การไปเที่ยวคือการเปิดหูเปิดตาที่จัดการได้ด้วยตัวเราเอง แค่รู้จักบริหารจัดการและวางแผนให้เป็นระบบ ทริปต่างประเทศปีละ 2 ครั้งก็เป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้แบบไม่ต้องรอ ใครมีแผนในใจแล้ว เริ่มปั้นเงินออมตั้งแต่วันนี้ได้เลย
SNEAKERS GUIDE : รวมผ้าใบเดินสบาย ไปต่างประเทศทริปนี้เท้าไม่พังแน่นอน!
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ รวมพิกัด Reserved Parking บัตรเครดิตใบไหนจอด VIP ในห้างดังได้บ้าง ?
■ พิกัดทำพาสปอร์ตในห้างฯ เดินทางง่าย ได้คิวไว ไม่ต้องลางาน (อัปเดต 2026!)








