Childhood Trauma คืออะไร? ทำไมโตแล้วบางเรื่องยังสะกิดใจเราอยู่

บางทีเราไม่ได้ “อ่อนไหวเกินไป” กับเรื่องตรงหน้าหรอกค่ะ แต่อาจเป็นเพราะเรื่องนั้นไปแตะความรู้สึกเก่าที่เคยเกิดขึ้นตั้งแต่เด็ก เช่น กลัวโดนทิ้ง กลัวไม่ถูกเลือก กลัวทำผิดแล้วโดนตำหนิ หรือรู้สึกว่าต้องทำตัวดีตลอดถึงจะถูกรัก พอโตขึ้น เราอาจจำเหตุการณ์ไม่ได้ชัดทุกฉาก แต่ร่างกายกับใจยังจำความรู้สึกนั้นได้อยู่ นี่แหละที่ทำให้ Childhood Trauma ไม่ได้จบแค่ตอนเด็ก แต่อาจตามมาในความสัมพันธ์ การทำงาน และวิธีที่เรามองตัวเองแบบไม่รู้ตัว

 

จากข้อมูลด้านสุขภาพจิต Childhood Trauma มีฐานรองรับอยู่ค่ะ โดย CDC ระบุว่า ประสบการณ์ยากในวัยเด็กอาจส่งผลระยะยาวต่อสุขภาพและ well-being ได้ ขณะที่ The National Child Traumatic Stress Network อธิบายว่า เด็กที่ผ่านประสบการณ์กระทบใจ อาจมีความยากในการจัดการอารมณ์และความเครียดเมื่อโตขึ้น เพราะแบบนี้ บางเรื่องในวันนี้จึงอาจไปสะกิดความรู้สึกเก่าได้มากกว่าที่คิด แต่ควรใช้เพื่อสังเกตตัวเอง ไม่ใช่วินิจฉัยตัวเองทันทีค่ะ

 

Childhood Trauma คืออะไร

Childhood Trauma

 

Childhood Trauma คือประสบการณ์ในวัยเด็กที่ทำให้เรารู้สึกไม่ปลอดภัย ไม่ถูกฟัง ไม่สำคัญ หรือรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ไหวในช่วงเวลานั้นค่ะ บางคนเจอเหตุการณ์ชัดมาก เช่น การถูกทอดทิ้ง การถูกทำร้าย หรือการเติบโตในบ้านที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่บางคนอาจเจอในรูปแบบที่ดูเบากว่า เช่น ถูกเปรียบเทียบบ่อยๆ โดนเมินความรู้สึก หรือถูกคาดหวังให้เป็นเด็กดีตลอดเวลา

จุดสำคัญคือ สิ่งที่ผู้ใหญ่มองว่า “แค่นี้เอง” อาจไม่เล็กสำหรับเด็กค่ะ เพราะตอนนั้นเรายังไม่มีเครื่องมือในใจมากพอจะอธิบายหรือจัดการกับความรู้สึกตัวเองได้ หลายเรื่องเลยถูกเก็บไว้ในรูปแบบของความกลัว ความระวังตัว หรือวิธีป้องกันตัวบางอย่างที่เราใช้ต่อมาจนโต

ทำไมโตแล้วบางเรื่องยังสะกิดใจเราอยู่

เคยไหมคะ แค่มีคนตอบแชตช้า เรากลับรู้สึกเหมือนถูกทิ้ง หรือแค่โดนพูดเสียงแข็งนิดเดียว ก็ใจเสียไปทั้งวัน ทั้งที่ถ้ามองจากข้างนอก เหตุการณ์อาจไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น แต่ความรู้สึกข้างในกลับดังเกินเรื่องตรงหน้า นั่นอาจเป็นเพราะสถานการณ์วันนี้ไปคล้ายกับความรู้สึกเก่าในอดีต

บางคนเคยโตมากับการถูกเมิน พอโตแล้วจึงไวกับการไม่ถูกตอบกลับ บางคนเคยถูกตำหนิหนักเวลาทำผิด พอโตแล้วจึงกลัวความผิดพลาดมากกว่าปกติ หรือบางคนเคยรู้สึกว่าต้องทำให้ทุกคนพอใจ พอโตแล้วจึงปฏิเสธใครไม่ค่อยได้ ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าเราแปลกค่ะ แต่อาจเป็นสัญญาณว่าเรื่องตรงหน้าไปแตะ ปมในใจวัยเด็ก ที่ยังรอให้เรามองเห็นชัดขึ้น

Childhood Trauma แสดงออกยังไงในชีวิตตอนโต

บาดแผลในวัยเด็ก อาจไม่ได้แสดงออกแบบร้องไห้หรือพูดออกมาตรงๆ เสมอไป บางครั้งมันมาในรูปแบบของนิสัยที่เราคิดว่า “ก็เราเป็นแบบนี้แหละ” เช่น ชอบขอโทษก่อน ไม่กล้าบอกความต้องการของตัวเอง กลัวคนไม่พอใจ กลัวโดนทิ้ง หรือรู้สึกว่าต้องทำทุกอย่างให้ดีมาก ถึงจะมีคุณค่า

บางคนเมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัยจะเงียบหายไปเลย เพราะเคยเรียนรู้ว่าการพูดไม่ได้ช่วยอะไร บางคนตอบสนองแรงกว่าที่ตั้งใจ เพราะร่างกายเข้าสู่โหมดป้องกันตัวทันที ส่วนบางคนดูเหมือนรับมือทุกอย่างได้ดี แต่ข้างในเหนื่อยจากการคุมทุกอย่างไม่ให้ผิดพลาดเลยสักนิด สิ่งเหล่านี้อาจเป็นเงาของ Trauma ในใจ ที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง

มันกระทบความสัมพันธ์และการทำงานยังไง

ในความสัมพันธ์ Childhood Trauma อาจทำให้เรากลัวการถูกทิ้งมากกว่าที่คิด บางคนเลยเกาะความสัมพันธ์แน่นมาก อยากได้รับการยืนยันตลอดว่าอีกคนยังอยู่ตรงนี้ ขณะที่บางคนเลือกถอยหนีทันทีเมื่อเริ่มใกล้ชิด เพราะความใกล้ทำให้รู้สึกเสี่ยงเกินไป ทั้งสองแบบดูต่างกัน แต่ข้างในอาจมาจากความกลัวคล้ายกันค่ะ

ในเรื่องงานก็เช่นกัน บางคนรับงานเกินตัวเพราะไม่อยากทำให้ใครผิดหวัง บางคนไม่กล้าถามเพราะกลัวดูไม่ดี บางคนเครียดมากเมื่อได้รับฟีดแบ็ก เพราะมันพาใจกลับไปหาความรู้สึกเก่าตอนถูกตำหนิแรงๆ ตอนเด็ก พอเข้าใจตรงนี้ เราอาจเริ่มเห็นว่า บางปฏิกิริยาของเราไม่ได้เกิดจากเรื่องวันนี้อย่างเดียว แต่มาจากเรื่องที่สะสมมาก่อนหน้านั้นด้วย

เริ่มสังเกตตัวเองจากตรงไหน

ลองเริ่มจากสังเกตว่าเรื่องแบบไหนทำให้เราเสียศูนย์ซ้ำๆ ค่ะ เป็นการถูกเมิน การถูกปฏิเสธ การโดนตำหนิ การต้องรอคำตอบ หรือการรู้สึกว่าไม่มีใครเลือกเรา จากนั้นลองถามตัวเองเบาๆ ว่า ความรู้สึกนี้คุ้นไหม เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนตั้งแต่ตอนไหน และเราเคยรับมือกับมันยังไง

การสังเกตตัวเองไม่ได้แปลว่าต้องขุดอดีตทุกเรื่องขึ้นมาทันทีนะคะ แค่เริ่มเห็น pattern ของตัวเองก็ช่วยได้แล้ว เช่น เราเริ่มรู้ว่าเวลาคนหายไปนานๆ เราจะกังวลง่าย หรือเวลาโดนตำหนิ เราจะรีบโทษตัวเองก่อนเสมอ การเห็น pattern แบบนี้ทำให้เรามีช่องว่างเล็กๆ ก่อนตอบสนอง และอาจเลือกดูแลตัวเองในแบบที่ไม่ทำร้ายใจซ้ำกว่าเดิม

เข้าใจ Childhood Trauma ไม่ใช่การโทษอดีต

การรู้ว่าเราอาจมี Childhood Trauma ไม่ได้แปลว่าเราต้องโทษอดีต หรือรีบเปลี่ยนตัวเองทันทีค่ะ แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมบางเรื่องในวันนี้ถึงกระทบเรามากกว่าที่คิด และทำไมบางปฏิกิริยาของเรา ถึงมีที่มามากกว่าแค่ “นิสัย” ของเราเอง

ถ้าวันไหนเรื่องเล็กสำหรับคนอื่นกลับทำให้เรารู้สึกหนักมาก ลองไม่รีบตัดสินตัวเองก่อนค่ะ บางทีความรู้สึกนั้นอาจไม่ได้มาเพื่อดึงเราให้วนอยู่กับอดีต แต่อาจเป็นสัญญาณให้เราหันกลับมาดูว่า ข้างในยังมีเรื่องไหนที่อยากถูกเข้าใจมากขึ้นอยู่หรือเปล่า และถ้าความรู้สึกนั้นรบกวนชีวิต ความสัมพันธ์ หรือการทำงาน การคุยกับผู้เชี่ยวชาญก็เป็นอีกทางที่ช่วยให้เข้าใจตัวเองได้ปลอดภัยขึ้นค่ะ

cr.ข้อมูลจาก https://www.cdc.gov/aces/about/index.html?

 


ในวันฝนตก รถติด แชตเด้ง ทำไมวันธรรมดาหน้าฝนถึงดูดพลังงานกว่าที่คิด?

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ 8 หนังสือแปลและนิยายแปล อ่านยาวๆ ในวันว่าง

■ แนะนำ 6 เกมทำอาหารเล่นเพลิน เปลี่ยนมือถือให้เป็นครัวส่วนตัว

Parichat
Parichat
ถ้าเขียนแล้วชอบ ก็แปลว่าใช่ -

Related Post