ในวันฝนตก รถติด แชตเด้ง ทำไมวันธรรมดาหน้าฝนถึงดูดพลังงานกว่าที่คิด?

เคยไหมคะที่รู้สึกว่าวันนี้ไม่ได้มีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น งานที่ทำก็กองเท่าเดิม ตารางชีวิตก็ไม่ได้แน่นไปกว่าเมื่อวาน แต่ว่าพอเข้าช่วงหน้าฝนแบบนี้ แค่ใช้ชีวิตให้ผ่านไปแต่ละวันกลับรู้สึกเหนื่อยหอบแบบบอกไม่ถูก ตั้งแต่ตื่นมาเช็กพยากรณ์อากาศในมือถือ ต้องเผื่อเวลาเดินทาง เลือกรองเท้าที่โดนน้ำแล้วจะไม่พัง พกร่ม พกเสื้อคลุม พอนึกภาพว่าต้องออกไปเจอถนนเปียกๆ คนแน่นบนรถไฟฟ้า แถมแชตงานยังเด้งรัวไม่หยุด

แค่คิดพลังงานก็หายไปเกินครึ่งแล้วค่ะ นี่แหละคือเหตุผลที่วันธรรมดาหน้าฝนมันหนักหนากว่าปกติ ทั้งที่เราไม่ได้ทำงานเพิ่มขึ้นเลย เนื่องจากพลังงานถูกใช้ไปกับรายละเอียดจุกจิกตลอดทั้งวันที่เราอาจไม่ทันสังเกตตัวเอง

 

ฝนตกหนึ่งรอบ อาจเปลี่ยนอารมณ์เราไปทั้งวันแบบไม่ทันตั้งตัว

ในวันฝนตก รถติด แชตเด้ง ทำไมวันธรรมดาหน้าฝนถึงดูดพลังงานกว่าที่คิด?

ฝนตกอาจดูเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นบ่อย แต่ว่าสำหรับคนใช้ชีวิตในเมือง มันคือตัวแปรที่เปลี่ยนจังหวะชีวิตได้ทั้งวันเลยค่ะ จากที่เคยออกจากบ้านเวลาเดิมเป๊ะๆ อาจต้องขยับให้เร็วขึ้นเพื่อหนีรถติด หรือจากที่เคยใส่รองเท้าคู่ที่ชอบที่สุด อาจต้องเปลี่ยนเป็นคู่ที่รับมือพื้นเปียกได้ดีกว่า เพราะความลื่นและแอ่งน้ำทำให้เราต้องใช้สมาธิในการเดินมากกว่าเดิมหลายเท่า

ความล้าสะสมมันเริ่มตั้งแต่เรายังไม่ถึงออฟฟิศด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในวันที่ต้องรีบไปประชุมหรืองานที่ต้องเริ่มตรงเวลา เราไม่ได้แค่เดินทาง แต่เรากำลังแข่งกับเวลาและสภาพอากาศอยู่ในหัวตลอดเวลา! พอถึงเวลาต้องนั่งลงที่โต๊ะทำงานจริงๆ เลยรู้สึกเหมือนวันนี้ผ่านไปแล้วครึ่งวัน ทั้งที่เพิ่งเริ่มเช็กอีเมลเองค่ะ

 

แชตเด้งรัว ทำให้สมองไม่เคยได้พักจาก Notification

ต่อให้ข้างนอกฝนจะตกหนัก หรือการจราจรจะติดขัดแค่ไหน แต่ว่างานในโลกออนไลน์ยังเดินต่อแบบไม่สนสภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นแชตเด้งแบบต่อเนื่อง อีเมลยังเข้าไม่หยุด และหลายครั้งที่เราต้องสลับโหมดให้ไวมาก จากคนที่เพิ่งฝ่าละอองฝนมาหมาดๆ กลายเป็นคนที่ต้องตอบงานให้ทันท่วงทีภายในไม่กี่นาที เพราะแน่นอนว่าความเร็วในการสั่งงานยุคนี้ไม่ได้ลดลงตามความเร็วของรถบนท้องถนนเลยค่ะ  (กรี๊ดออกมา!) 

แต่ปัญหา คือ แชตที่เด้งตลอดวันไม่ได้รบกวนแค่เวลาทำงานแต่ยังรบกวนสมาธิอย่างหนักด้วย ทุกครั้งที่มีเสียงแจ้งเตือน สมองเราต้องคอยประเมินทันทีว่าเรื่องนี้ด่วนไหม? เกี่ยวกับเราหรือเปล่า? ต้องรีบพิมพ์ตอบเลยไหม พอเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำๆ ในวันที่ร่างกายเพลียจากอากาศอยู่แล้ว ทุก Notification เลยกลายเป็นภาระทางใจที่เพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว จนบางทีก็รู้สึกอยากปิดมือถือทิ้งไปให้จบๆ ค่ะ

 

เหนื่อยเพราะเรื่องจุกจิก และความไม่สบายตัวที่คอยกวนใจ

บางครั้งความเหนื่อยที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ แต่อาจมาจากการตัดสินใจเรื่องเล็กๆ ที่เยอะเกินไปในวันเดียวค่ะ วันนี้จะออกกี่โมงดี? จะพกร่มใบไหนไป? จะสั่งข้าวเดลิเวอรี่ หรือเดินออกไปซื้อเองดีล่ะ? จะรอฝนหยุดตกก่อนกลับ หรือจะลุยออกไปเลย? เรื่องพวกนี้ดูเหมือนไม่หนัก แต่บอกเลยว่าพอต้องคิดวนไปวนมาทั้งวัน มันใช้พลังงานสมองไปมหาศาลมากค่ะ

นอกจากนี้ยังรวมไปถึงความไม่สบายตัวที่มองข้ามไม่ได้เลย เพราะในช่วง Rainy Season แบบนี้ทำให้อากาศชื้นจนเสื้อผ้าแห้งช้า รองเท้าเปียกอับ หรือผมที่เซตมาอย่างดีต้องเสียทรงเพราะละอองฝน สิ่งเหล่านี้ทำให้เรารู้สึกเหนอะหนะตลอดเวลา พอต้องมาโฟกัสเรื่องงานพร้อมกับรับมือความรู้สึกไม่สบายตัวไปด้วย เลยกลายเป็นวันที่ดูดพลังงานจนหมดเกลี้ยงแบบอธิบายไม่ถูกค่ะ

รับมือหน้าฝนยังไง ให้วันธรรมดาไม่ดูดพลังงานเกินไป

เราอาจหยุดฝนไม่ได้ แต่เรารับมือวันแบบนี้ได้ง่ายขึ้นค่ะ ลองเริ่มจากเตรียมของจำเป็นติดกระเป๋าไว้แบบไม่ต้องคิดเยอะ เช่น ร่มพับน้ำหนักเบา เสื้อคลุมบางๆ สำหรับกันแอร์ในออฟฟิศ และรองเท้าที่เดินสะดวกบนพื้นเปียก แค่ลดจำนวนครั้งที่ต้องตัดสินใจหน้างานลง ก็ช่วยเซฟพลังงานชีวิตไปได้เยอะแล้วค่ะ

เหนื่อยบ้างก็ได้ ไม่ได้แปลว่าจัดการชีวิตไม่ดี

ถ้าช่วงนี้รู้สึกว่าแค่ใช้ชีวิตธรรมดาก็เหนื่อยกว่าปกติ อย่าเพิ่งตำหนิตัวเองนะคะ เพราะหน้าฝนมันทำให้ทุกอย่างยากขึ้นจริงๆ นั่นแหละค่ะ ทั้งการเดินทางที่คาดเดาไม่ได้และอากาศที่ชวนให้ล้า สิ่งที่เราสัมผัสอยู่ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่เป็นผลจากการที่ต้องแบกรับภาระหลายอย่างพร้อมกันตลอดทั้งวันค่ะ

ลองอนุญาตให้ตัวเองเหนื่อยน้อยลงบ้าง ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไปก่อน แล้วยอมรับว่าบางวันเราอาจจะต้องการแค่การกลับบ้านไปพักผ่อนให้ไวที่สุด เตรียมตัวให้ดีและใจดีกับตัวเองให้มากพอ วันฝนตกก็จะไม่ใช่เรื่องที่น่าเหนื่อยใจจนเกินไปค่ะ แค่ปรับเปลี่ยนไอเท็มและมุมมองนิดหน่อย วันธรรมดาของคุณก็จะกลับมาลื่นไหลได้อีกครั้ง

 


Third Place คืออะไร? พื้นที่ที่ไม่ใช่บ้าน ไม่ใช่งาน แต่ทำให้ชีวิตไม่ตัน

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ เที่ยวคามิโคจิช่วง พฤษภาคม–มิถุนายน : Green Season ของ Japan Alps ที่น่าไปก่อนซัมเมอร์เต็มตัว

■ รวม 5 พิกัดเที่ยวจีนแบบ No Visa ที่ต้อง Update Vision ในปี 2026 (Check-in China)

Parichat
Parichat
ถ้าเขียนแล้วชอบ ก็แปลว่าใช่ -

Related Post