spot_img

รีวิว ราคี The Stain :หนังผีที่ไม่ใช่หนังผี องค์ประกอบดี แต่บทแอบ ช็อตฟีล !

เดินออกจากโรงมาปุ๊บ สิ่งแรกที่ต้องถามตัวเองเลยคือ “นี่เราดูเรื่องเดียวกับในตัวอย่างจริงใช่ไหม?” เป็นความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างว้าวกับเหวอค่ะ เพราะ ราคี (The Stain) มีวัตถุดิบระดับพรีเมียมอยู่ในมือ ทั้งนักแสดงตัวท็อปวงการ GL และ BL มาเจอกันแบบจุกๆ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับทำเอาเราอยากกริ๊ดดังๆ ในใจ เพราะมันมีทั้งจุดที่อยากอวยยศให้จนสุดเสียง และจุดที่เสียดายของแบบสุดตัวเหมือนกัน

เดิมทีโปรเจกต์นี้ถูกวางสารตั้งต้นไว้ให้มีกลิ่นอายแบบ “บุปผาราตรี” หนังผีระดับตำนานที่มีลายเซ็นชัดเจน ก่อนจะถูกรื้อและปั้นใหม่จนกลายมาเป็นเวอร์ชันนี้ เรื่องราวเริ่มที่ มาลี (อิงฟ้า วราหะ) หญิงสาวที่มีอดีตดำมืด กลับมายังอะพาร์ตเมนต์เก่าเพื่อเผชิญหน้ากับความทรงจำ จนได้เจอกับ ปราณ (อาโป ณัฐวิญญ์) นักเบลนด์ชาสุดลึกลับ ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะลึกซึ้งกลับถูกสั่นคลอนด้วยตัวละครอย่าง อัสนัย (เจษ เจษฎ์พิพัฒ) และ น้ำใส (ฟรีน สโรชา) จนนำไปสู่โศกนาฏกรรมที่ความลับไม่มีที่ซ่อนอีกต่อไป

งานโปรดักชันยืนหนึ่ง เลิฟซีนงานศิลป์ที่ทำถึง!

สิ่งแรกที่ต้องขอปรบมือให้คือ งานภาพและโปรดักชัน ค่ะ ค่ายนี้เขารักษามาตรฐานความเล่นใหญ่ได้ดีมาก เซ็ตติ้งเรือนกระจกบนดาดฟ้าคือสวยลึกลับ ดูอินเตอร์สุดๆ ส่วนพาร์ทความเซ็กซี่ที่หลายคนรอคอย บอกเลยว่าอิงฟ้าและอาโป “ทำถึง” มากค่ะ เป็นเลิฟซีนที่ใช้คำว่าเสียวได้เปลืองมาก แต่ดูเป็นงานศิลปะที่สวยงาม ไม่ได้ดูอนาจาร ถือว่าสอบผ่านในแง่ของสุนทรียภาพ

บทภาพยนตร์ที่แอบแกงนักแสดงไปนิด

จุดบอดที่เห็นชัดจนต้องเอ่ยปากคือ บทและไดอาล็อก ค่ะ ตัวละครมาลีสับเกินเบอร์ ลากชุดราตรีสีแดงเดินบนดาดฟ้าตั้งแต่หัววันจนพระเอกยังต้องทัก ซึ่งมันดูประดิษฐ์ไปนิด ส่วนบทของปราณก็ดูแข็งเหมือนหลุดมาจากนิยายที่อ่านยากไปหน่อย หนังใช้เวลาปูเรื่องแบบ Slow Burn สลับไทม์ไลน์ไปมาเกือบครึ่งเรื่องจนเราแอบหลุดโฟกัส แต่ความโชคดีคือการแสดงของ เจษ ที่กลายเป็น MVP ม้ามืด ระเบิดพลังในองก์สุดท้ายได้แบบปาดหมดทุกคน และ ฟรีน ที่รับบทน้ำใสได้น่าตบแบบแอ๊บสุดๆ

จุดเปลี่ยนสุดช็อตฟีล จากหนังสยองขวัญสู่คอมเมดี้ซ่องแตก

จุดที่พีคที่สุดคือตอนที่มาลีเสียชีวิตค่ะ โทนหนังพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ จู่ๆ หนังที่ดูเหมือนจะดราม่าสยองขวัญสโลว์เบิร์น ก็สับสวิตช์กลายเป็นหนังผีคอมเมดี้ฟีลซ่องแตกเฉยเลย! ความน่ากลัวแทบไม่มี แต่สิ่งที่กู้ชีพหนังไว้ได้คือ มุกตลก ค่ะ จังหวะการด้นสดของ พี่แจ๊ส ชวนชื่น และ พี่ฮาย อาภาพร คือมาถูกที่ถูกเวลามาก ช่วยดึงกราฟความสนุกให้พุ่งขึ้นมา จนกลายเป็นหนังผีตลกฟีลหอแต๋วแตกไปเลยในช่วงครึ่งหลัง

“ราคี” บาดแผลที่เกิดจากสถาบันครอบครัว

แก่นที่หนังพยายามจะสื่อจริงๆ คือความมัวหมองและปมในใจที่เกิดจากการเลี้ยงดูที่บิดเบี้ยว ตัวละครทุกคนไม่มีใครขาวหรือดำสนิท ทุกคนมีเปลือกหน้าที่สวยงามแต่ซ่อนความวิปริตไว้ข้างใน เป็นประเด็นที่น่าสนใจมากค่ะ แต่น่าเสียดายที่หนังขยี้จุดนี้ไปไม่สุดทาง เพราะมัวแต่ไปเสียเวลากับการเปลี่ยนโทนหนังไปมา

สรุปในมุมมอง Inzpy: แม้บทจะสะเปะสะปะจนปรับอารมณ์ตามไม่ทัน แต่ถ้าคุณเป็นแฟนคลับอิงฟ้า-อาโป แค่ไปดูคู่นี้ก็คุ้มค่าตั๋วแล้วค่ะ งานภาพสวย นักแสดงพยายามพยุงบทอย่างสุดความสามารถ และมีความตลกมาช่วยแก้เลี่ยน ใครที่ชอบความแปลกใหม่และอยากพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง ราคี (The Stain) เข้าฉายแล้วตั้งแต่วันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ในโรงภาพยนตร์ค่ะ


รีวิว Zootopia 2 (ไม่สปอยล์) สนุกมากจริง!

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ รีวิว Wicked For Good บทสรุปตำนานเเม่มดแห่งออซ

■ รวม 9 หนังผีสุดน่ากลัวที่ “เคยเกิดขึ้นจริง” ยิ่งรู้เบื้องหลังคดีปริศนา ยิ่งขนลุกจนนอนไม่หลับ

Parichat
Parichat
ถ้าเขียนแล้วชอบ ก็แปลว่าใช่ -

Related Post

Most Popular

Recommended