เวลาพูดถึงคนดัง หลายคนอาจนึกถึงงานแสดง งานเพลง หรือแฟชั่นก่อนเป็นอย่างแรกนะคะ แต่ช่วงหลังจะเห็นชัดขึ้นว่าคนในวงการหลายคนไม่ได้หยุดอยู่แค่หน้าจอ เพราะเริ่มขยับมาทำธุรกิจของกินกันจริงจังมากขึ้น ทั้งคาเฟ่ ร้านขนม ชาผลไม้ โยเกิร์ต ไปจนถึงร้านอาหารที่มีคาแรกเตอร์ชัดจนแฟนคลับตามไปลองกันต่อเองแบบไม่ต้องรอใครป้ายยา
ที่น่าสนใจคือหลายแบรนด์ไม่ได้อาศัยแค่ชื่อเสียงในการดึงคนเข้าร้าน แต่มีภาพจำของตัวเองค่อนข้างชัด บางร้านโตจากของหวาน บางแบรนด์เริ่มจากเมนูเดียวแล้วขยายต่อได้เร็ว ส่วนบางคนก็เลือกลงสนามในหมวดที่เข้ากับไลฟ์สไตล์ของตัวเองแบบดูแล้วต่อภาพได้ไม่ยากเลยค่ะ
วิน เมธวิน

COSIE และ SOURI
ถ้าพูดถึงฝั่งของหวาน ชื่อของ วิน เมธวิน น่าจะเป็นหนึ่งในคนแรกๆที่หลายคนนึกถึงค่ะ เพราะฝั่งหนึ่งคือ SOURI แบรนด์มาการองและขนมหวานที่มีภาพจำชัดมาก โดยวินมีบทบาทในฐานะผู้ก่อตั้งและผู้บริหารร่วมกับพี่สาว
อีกชื่อที่ถูกพูดถึงคู่กันคือ COSIE ซึ่งเป็นร้านเบเกอรี่สไตล์โฮมเมดที่มีข้อมูลเชื่อมโยงกับครอบครัวของวิน โดยแบรนด์นี้เน้นงานคราฟต์ขนมปังและเค้กที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ทั้งสองชื่อทำให้เห็นว่าโมเดลธุรกิจของกินของคนดังสามารถต่อยอดเป็นหลายไลน์ได้ถ้าแบรนด์แรกเริ่มมีฐานและภาพจำที่แข็งแรงพอค่ะ
หลิงหลิง คอง

Kwong Kee Roast
ขณะที่ หลิงหลิง คอง ก็มีชื่อเชื่อมกับ Kwong Kee Roast (กวงกี โรสต์) แบรนด์อาหารสไตล์จีนที่เน้นเมนูเป็ดย่างและหมูแดงสูตรเฉพาะตัวค่ะ โดยแบรนด์นี้มีทั้งหน้าร้านและตัวตนบนโซเชียลที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ถือเป็นร้านอาหารคนดังที่เลือกจับตลาดอาหารจานหลักแบบจริงจัง เน้นคุณภาพและรสชาติที่ส่งต่อความอร่อยแบบต้นตำรับ เป็นอีกลุคในการการทำธุรกิจที่ทำให้เราเห็นความตั้งใจของเธอในอีกมุมหนึ่งค่ะ
ออม กรณ์นภัส

CHAGÔ
ช่วงที่ผ่านมา ออม กรณ์นภัส ถูกพูดถึงกับแบรนด์ CHAGÔ ค่อนข้างมากค่ะ โดยเธอได้เปิดตัวแบรนด์เครื่องดื่มชาผลไม้สไตล์ร่วมสมัยนี้ร่วมกับพาร์ทเนอร์ ความน่าสนใจของ CHAGÔ อยู่ที่การจับหมวดเครื่องดื่มซึ่งเข้าถึงง่าย และเป็น Segment ที่คนพร้อมลองของใหม่อยู่ตลอด ถ้าคาแรกเตอร์แบรนด์ชัดพอ โอกาสถูกพูดถึงต่อในโซเชียลก็สูงตามไปด้วยค่ะ เป็นไลฟ์สไตล์คนดังที่กลายเป็นธุรกิจที่ตอบโจทย์ความชอบส่วนตัวได้ดีมาก
สกาย วงศ์รวี

BURNT BKK
ในฝั่งอาหารที่ขยับมาทางมื้อหลักมากขึ้น สกาย วงศ์รวี เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง BURNT BKK ร้านอาหารที่เน้นเมนูเบอร์เกอร์และฟรายส์ที่มีสไตล์ชัดเจนค่ะ เคสของ BURNT BKK ทำให้เห็นอีกมุมว่าธุรกิจของคนในวงการไม่ได้จำกัดอยู่แค่คาเฟ่ แต่สามารถไปถึงรีวิวร้านอาหารที่มีทิศทางของแบรนด์แข็งแรง และวางตัวเองเป็น Destination สำหรับสายกินตัวจริงได้เหมือนกัน
ปอนด์ ณราวิชญ์

WITH U GURT
ฝั่งของ ปอนด์ ณราวิชญ์ มีชื่อเชื่อมกับ WITH U GURT แบรนด์โยเกิร์ตที่กำลังถูกพูดถึงอย่างต่อเนื่องค่ะ ความน่าสนใจคือแบรนด์นี้มีการต่อยอดเมนูและทำคอนเทนต์ร่วมกับแฟนคลับอยู่ตลอด ทำให้ภาพของธุรกิจของกินชิ้นนี้ดูเข้าถึงง่ายและมีความเป็นกันเองสูงมาก เป็นการขยับตัวเข้าสู่โลกธุรกิจที่ใช้เสน่ห์เฉพาะตัวมาสร้างฐานลูกค้าได้อย่างน่าติดตามค่ะ
บิวกิ้น พุฒิพงศ์

Yolé
ส่วน บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ก็มีข้อมูลชัดเจนในฐานะหนึ่งในหุ้นส่วนผู้ถือลิขสิทธิ์นำเข้า Yolé แบรนด์โยเกิร์ตไอศกรีมชื่อดังจากสเปนเข้ามาเปิดตัวในไทยค่ะ การขยับตัวครั้งนี้ทำให้ชื่อของแบรนด์ถูกพูดถึงในวงกว้างอย่างรวดเร็ว ด้วยความที่ตัวโปรดักต์มีจุดขายชัดเจนเรื่องสุขภาพและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้กลายเป็นธุรกิจบันเทิงที่ข้ามไลน์มาฝั่งอาหารได้อย่างสวยงามและดูอินเตอร์สุดๆ ค่ะ
ญดา นริลญา

YoPPa Yogurt
ฝั่ง ญดา นริลญา มีชื่อเชื่อมกับ YoPPa Yogurt อย่างชัดเจนค่ะ โดยเธอทำหน้าที่เป็นผู้บริหารหรือเจ้าของแบรนด์ที่ดูแลภาพลักษณ์และคุณภาพของโปรดักต์ด้วยตัวเอง ทำให้ชื่อของร้านถูกจดจำในฐานะอีกหนึ่งธุรกิจของกินที่เข้ามาเล่นในตลาดโยเกิร์ตพร้อมทาน ข้อดีของการทำแบรนด์แบบนี้คือจำง่าย และเข้ากับพฤติกรรมการกินของคนรุ่นใหม่ที่รักสุขภาพและต้องการความสะดวกค่ะ
อิน สาริน

Holiday Pastry ไปสู่ YOLK
ฝั่ง อิน สาริน เป็นอีกคนที่ขยับในสายอาหารและขนมแบบต่อเนื่องค่ะ โดยชื่อของ Holiday Pastry ถูกผูกกับอินอย่างชัดเจน ทั้งในฐานะร้านขนมชื่อดังและคาเฟ่ที่มีสาขาที่หลายคนรู้จักอยู่แล้ว
หลังจากนั้นอินยังต่อยอดด้วย YOLK แบรนด์ทาร์ตไข่ที่มีจุดเด่นเรื่องรสชาติเข้มข้น ซึ่งอินเป็นหนึ่งในผู้ผลักดันแบรนด์นี้ต่อจากความสำเร็จของ Holiday Pastry เคสของอินเลยน่าสนใจตรงที่มันไม่ใช่แค่เปิดร้านหนึ่งแล้วจบ แต่เป็นการขยับจากแบรนด์เดิมไปสู่แบรนด์ใหม่ที่มี Product Focus ชัดเจนขึ้น เป็นการแตกไลน์ธุรกิจที่น่าจับตามองมากค่ะ
ทำไมธุรกิจของกินของคนดังถึงถูกจับตา?
เหตุผลไม่ใช่แค่เพราะมีฐานแฟนคลับนะคะ แต่เพราะหมวดอาหารและเครื่องดื่มเป็นธุรกิจที่คนเข้าถึงได้ง่ายที่สุด ถ้าชื่อแบรนด์จำง่าย เมนูเล่าเรื่องได้ และภาพรวมชัด คนก็พร้อมแชร์ต่อในโซเชียลทันที อีกอย่างคือแบรนด์เหล่านี้ช่วยให้แฟนคลับรู้สึกใกล้ชิดศิลปินมากขึ้นในอีกแบบหนึ่ง จากเดิมที่ติดตามผ่านงานในวงการ ก็ขยับมาเป็นการตามไปลองของจริงที่เจ้าตัวมีส่วนอยู่เบื้องหลัง ไม่ว่าจะเป็นการร่วมก่อตั้ง เป็นหุ้นส่วน หรือเป็นคนผลักดันแบรนด์ด้วยตัวเองในการการทำธุรกิจยุคนี้ค่ะ
ลิสต์นี้บอกอะไรกับตลาดบ้าง? สิ่งที่เห็นชัดคือคนดังหลายคนไม่ได้เลือกทำธุรกิจแบบกว้างๆแต่เลือกหมวดที่เล่าเรื่องตัวเองต่อได้ง่าย และนั่นทำให้แบรนด์มีโอกาสโตต่อได้มากกว่าแค่กระแสช่วงเปิดตัวค่ะ ถ้ามองในมุมคนอ่าน ลิสต์นี้ก็น่าสนุกตรงที่บางคาเฟ่คนดังที่เราอาจเคยเห็นผ่านตาในฟีดมาแล้ว แต่เพิ่งรู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง ใครเป็นแฟนคลับของใคร ลองเช็กดูได้เลยนะคะ บางทีร้านที่อยากไปลองรอบหน้า อาจเป็นธุรกิจของคนโปรดที่คุณตามอยู่พอดีก็ได้ค่ะ เป็นความเคลื่อนไหวในธุรกิจบันเทิงที่เปลี่ยนมาสู่แบรนด์ขนมหวานและของกินที่น่าสนุกจริงๆค่ะ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ








