More

    ปวดเข่า ปวดข้อ คอลลาเจนช่วยได้จริงมั้ย?

    spot_img

    ยิ่งเมื่ออายุเพิ่มขึ้นปัญหาที่หลายๆ ท่านต้องพบเจอ คือ อาการ ปวดเข่า ปวดข้อ ไม่ว่าจะการลุก การนั่ง การเดินมากๆ หรือการออกกำลังกายหนักๆนั้นไม่สามารถทำได้ดีเท่าแต่ก่อนแล้ว ซึ่งเป็นสิ่งที่เข้าใจได้ เพราะร่างกายของเรามีการใช้งานมาอย่างยาวนานทำให้ประสิทธิภาพลดลง ยิ่งสำหรับคนที่ไม่เคยดูแลร่างกายเลย การเสื่อมสภาพของร่างกายก็ยิ่งเกิดได้มากกว่า และรุนแรงกว่า ยิ่งเป็นเรื่องของสุขภาพ เข่า ข้อ หรือขา ยิ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราจะต้องดูแลให้ดีเป็นพิเศษ

    อาการ ปวดเข่า ปวดข้อ จึงเป็นอาการที่หลายๆ คนเจอในช่วงวัยที่เพิ่มขึ้น หรือแม้แต่คนที่ใช้งานหนักก็ตาม การดูแล บำรุง รักษา เข่า ข้อ นั้นเป็นสิ่งที่ควรทำเป็นอย่างมาก เพราะหากปล่อยไว้ให้เรื้อรังอาจจะต้องเข้ารับการรักษาจากแพทย์ซึ่งอาจมีค่าใช้จ่ายสูงอย่างแน่นอน แต่จะมีวิธีไหนบ้างที่เราสามารถดูแลเข่า ข้อ เพื่อป้องกันอาการปวดเข่า ปวดข้อได้บ้างมาดูกัน

    คอลลาเจนที่ช่วยในเรื่องของข้อต่อได้หรือไม่ ?

    หลายคนอาจจะเคยได้ยินโฆษณาจากสื่อต่างๆ เกี่ยวกับ คอลลาเจนที่ช่วยบรรเทา หรือรักษา อาการปวดเข่า ปวดข้อได้ ซึ่งคอลลาเจนนั้นสามารถช่วยบรรเทา หรือรักษา อาการ ปวดเข่า ปวดข้อได้จริงๆ แต่ไม่ใช่ว่าจะไปซื้อคอลลาเจนอะไรก็ได้ตามท้องตลาดที่มีขายทั่วไปมารับประทานได้ เพราะคอลลาเจนนั้นมีอยู่หลายชนิดทั้งคอลลาเจนที่ช่วยเรื่องของผิวพรรณ เส้นผม เล็บ และคอลลาเจนที่ช่วยเรื่องของข้อต่อ สำหรับผู้ที่ต้องการคอลลาเจนเพื่อช่วยในเรื่องของข้อต่อจะต้องเลือกดูผลิตภัณฑ์ให้ดีๆ ก่อนซื้อมารับประทาน

    คอลลาเจนสำหรับช่วยเรื่องข้อต่อ

    คอลลาเจน (Collagen) คือ โปรตีนชนิดหนึ่ง ที่เกิดจากการรวมตัวของกรดอะมิโนจากหลากหลายชนิด ซึ่งคอลลาเจนสำ (collagen) หรับช่วยเรื่องข้อต่อจะเรียกว่า “collagen type II” ที่เป็นคอลลาเจน (collagen) ที่พบได้ตาม เซลล์กระดูกอ่อนบริเวณข้อต่อ collagen type II จะช่วยซ่อมแซม และเพิ่มระดับของกรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic acid) ที่เป็นส่วนประกอบของสารหล่อเลี้ยงตามข้อต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งยิ่งอายุมากขึ้นร่างกายจะผลิตคอลลาเจน (collagen) ชนิดนี้จะลดลงทำให้เกิดการปวดเข่า ปวดข้อได้

    ปวดเข่า ปวดข้อ คอลลาเจน2
    Cr: Photo www.freepik.com

    อาการที่พบบ่อยสำหรับผู้ที่ขาด collagen type II

    • อย่างที่บอกไปยิ่งเราอายุเพิ่มมากขึ้นเท่าไหร่กระบวนการผลิตของ collagen type II นั้นก็จะลดลงตาม ทำให้
    • สุขภาพร่างกายนั้นเสื่อมโทรมลงเรื่อยๆ โดยจะมีอาการเจ็บป่วยที่ตามมาดังนี้
    • เกิดอาการปวดบริเวณข้อเข่าและข้อต่อต่างๆ
    • มักจะพบอาการฝืดตึงบริเวณข้อเข่าอยู่บ่อยๆ
    • เกิดเสียงขึ้นบริเวณข้อเข่าเวลาเคลื่อนไหวได้ง่าย
    • ขึ้น-ลงบันได ลุกนั่งลำบากเนื่องจากอาการเจ็บเข่า
    ปวดเข่า ปวดข้อ คอลลาเจน1
    Cr: Photo www.freepik.com

    การเลือกซื้อคอลลาเจน (collagen) สำหรับข้อเข่า

    เมื่อคุณรู้แล้วว่าคอลลาเจน (collagen) ที่ช่วยในเรื่องของข้อเข่านั้นคือ collagen type II คอลลาเจนตัวนี้จะมีอยู่มากในกระดูกอ่อนบริเวณหน้าอกของไก่ ในปลาแซลมอน ปลาทูน่า ปลาทู สาหร่ายทะเล เห็ด และผักใบเขียวชนิดต่างๆ ซึ่งคุณอาจจะต้องรับประทานเป็นจำนวนมาก เพื่อให้ร่างกายย่อยสลาย แล้วได้ collagen type II ออกมา สำหรับหลายๆคนนั้นอาจจะไม่มีเวลาที่จะไปหาอาหารเหล่านี้มาประกอบอาหารได้ในทุกๆ วัน

    ปัจจุบันหลายๆ แบรนด์อาหารเสริมต่างๆ ได้ทำผลิตภัณฑ์คอลลาเจน (collagen) ที่เป็น collagen type II ออกมามากมายไม่ว่าจะมีในรูปแบบซอง หรือกระปุกในการชงกับน้ำแล้วดื่ม หรือมาในรูปของแคปซูลที่สามารถรับประทานได้ง่ายกว่าแบบชงดื่ม เพราะคอลลาเจนจะมีกลิ่นเฉพาะตัว หลายท่านอาจจะรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวจากผลิตภัณฑ์คอลลาเจน (collagen)

    ปวดเข่า ปวดข้อ คอลลาเจน3
    Cr: Photo www.freepik.com

    เดี๋ยวนี้หลายผลิตภัณฑ์ คอลลาเจน (collagen) แก้ ปวดเข่า ปวดข้อ นั้นได้มีการแต่งเติมกลิ่นสี และใส่สารอาหารที่มีประโยชน์มากมายเพื่อให้ผู้บริโภคทานได้ง่ายขึ้น ซึ่งคุณสามารถเลือกเองได้เลยว่าอยากรับประทานคอลลาเจน (collagen) ในรูปแบบไหนที่ตรงใจที่สุด และควรรับประทานติดต่อกันเป็นประจำ วันละ 10,000 มิลลิกรัมต่อวัน เพื่อให้ร่างกายนำ collagen type II ไปใช้ในการซ่อมแซม และเพิ่มระดับของกรดไฮยาลูโรนิค (Hyaluronic acid) ที่เป็นส่วนประกอบของสารหล่อเลี้ยงตามข้อต่อในร่างกายได้อย่างเพียงพอ

    สำหรับใครที่ต้องการรับประทานคอลลาเจน เพื่อให้ร่างกายเกิดการกระตุ้นนำ คอลลาเจน (collagen) ไปใช้ได้จริงๆ ควรทานคู่กับอาหาร หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี (Vitamin C) เพื่อให้ร่างกายย่อยสลายคอลลาเจน (collagen) และนำไปซ่อมแซมตามข้อต่อต่างๆ ในร่างกายได้จริง เพราะการชงคอลลาเจนเปล่าๆ รับประทานลำไส้ของเราไม่สามารถที่จะดูดซึมเอาคอลลาเจนที่ทานเข้าไปโดยตรงได้ ซึ่งใน คอลลาเจน (collagen) สำหรับผิวส่วนใหญ่จะมีการผสมของวิตามินซี (Vitamin C)  เข้าไปอยู่แล้วทำให้สามารถรับประทานเข้าไปได้เลย

    How to ดีท็อกซ์ผิว (Detox skin) ให้กลับมามีชีวิตชีวา เรียบเนียนดังเดิม
    การดีท็อกซ์ร่างกายเพื่อให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งนั้นไม่จำเป็นต้องไปเข้าสปาแพงๆ เพื่อทำทรีทเม้นท์ให้กับผิว สำหรับใครที่พอมีเวลาก็สามารถทำการดีท็อกซ์ได้ด้วยตนเองเหมือนการเข้าสปาได้เช่นกันซึ่งเรามีสูตรในการทรีทเม้นท์ดีท็อกซ์ผิว (Detoxskin) ให้ผิวดูมีชีวิต ชีวา และสุขภาพดีมาแนะนำ

    How to ดีท็อกซ์ผิว (Detox skin) ให้กลับมามีชีวิตชีวา อ่านต่อ คลิก!!!

    Related Post

    spot_img

    Recommended