More

    แจกทริปไหว้พระ 9 วัดอยุธยา วันเดียวก็เที่ยวได้

    แจกทริปไหว้พระ 9 วัดอยุธยา วันเดียวก็เที่ยวได้

    สายบุญ สายเที่ยววัด สายเที่ยวประวัติศาสตร์ ฟังทางนี้ เพราะวันนี้เรามีทริปดี ๆ โปรแกรมเที่ยวเด็ด ๆ มาแนะนำกัน ทริปนี้เป็นทริปสั้น ๆ แบบไปเช้าเย็นกลับ เหมาะสำหรับคนที่อยากเที่ยวแต่ไม่มีเวลามากนัก ไม่อยากขับรถไกล ตามมาได้เลยค่ะ วันนี้เราจะมา แจกทริปไหว้พระ 9 วัดอยุธยา วันเดียวก็เที่ยวได้ รับรองว่าต้องถูกใจใครหลาย ๆ คนแน่นอน

    เริ่มต้นเดินทางออกจากกรุงเทพฯ ควรออกเช้าหน่อยนะคะ ประมาณ 7 โมงเช้า ใช้เวลาเดินทางไปยังอยุธยาประมาณ 1 ชั่วโมงนิด ๆ แวะวัดแรกก่อนเลยค่ะ ที่วัดพนัญเชิงวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ ที่สำคัญ และมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากแห่งหนึ่งในอยุธยา โดยเฉพาะพระประธานของวัด หลวงพ่อโต หรือพระพุทธไตรรัตนนายก พระพุทธรูปที่สร้างขึ้นในศิลปะแบบอู่ทองตอนปลาย ปางมารวิชัย ขัดสมาธิราบ ขนาดหน้าตักกว้าง 14.20 เมตร สูง 19.20 เมตร นับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปสมัยอยุธยาที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย

    แจกทริปไหว้พระ 9 วัดอยุธยา

    จากนั้นก็ไปต่อยังวัดมหาธาตุ ซึ่งอยู่ห่างออกไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร  วัดแห่งนี้มีความโดดเด่น และน่าสนใจ คือ เศียรพระพุทธที่มีอายุกว่าร้อยปี ซึ่งถูกปกคลุมไปด้วยรากไม้ เศียรนี้ทำจากหินทราย ด้วยศิลปะแบบอยุธยา ซึ่งถูกรากของต้นโพธิ์ปกคลุมเอาไว้ อยู่ในบริเวณข้างวิหาร เป็นสิ่งมหัศจรรย์ที่สวยงามมาก ๆ ของวัดแห่งนี้ค่ะ

    แจกทริปไหว้พระ 9 วัดอยุธยา

    วัดพระศรีสรรเพชญ์ เป็นอดีตวัดหลวงประจำพระราชวังโบราณอยุธยา สร้างขึ้นประมาณปี 2035 โดยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ที่นี่มีจุดที่น่าสนใจที่สำคัญ คือ เจดีย์ทรงลังกาสามองค์ที่ตั้งตระหง่าน เรียงรายเป็นแนวอย่างโดดเด่น เป็นโบราณสถานที่สำคัญของไทยที่มีมนต์เสน่ห์สวยงาม นอกจากนี้ภายในวัดก็ยังมีซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างที่สำคัญอื่น ๆ อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นพระวิหาร หอระฆัง พระอุโบสถ เป็นต้น ซึ่งล้วนแต่มีความเก่าแก่ และสวยงามอย่างมาก

    แจกทริปไหว้พระ 9 วัดอยุธยา

    วัดไชยวัฒนาราม เป็นวัดเก่าแก่ ที่เป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา สร้างขึ้นโดย พระเจ้าปราสาททอง เมื่อปี พ.ศ.2173 วัดไชยวัฒนาราม เป็นวัดหลวงที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์สืบต่อมาหลังจากนั้นทุกพระองค์ จึงได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชสมัย เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพพระบรมวงศานุวงศ์เกือบทุกพระองค์

    วัดท่าการ้อง วัดนี้จะเป็นวัดสุดท้ายในช่วงเช้าของทริปเรานะคะ วัดแห่งนี้ เป็นวัดที่นักท่องเที่ยวนิยมแวะมาสักการบูชาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ นามว่า “พระพุทธรัตนมงคล” หรือที่เรียกกันว่า “หลวงพ่อยิ้ม” ที่งดงาม และพระพักตร์ที่มีความเมตตา บริเวณโดยรอบของวัดจะตกแต่งด้วยไม้ดอก ไม้ประดับสวยงาม

    นอกจากนี้แล้วด้านหลังของวัดท่าการ้องได้จัดให้เป็นตลาดน้ำ ซึ่งมีของกินหลากหลายชนิด ทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ข้าวผัด ของกินเล่นต่าง ๆ เราสามารถแวะทานอาหารกลางวันกันได้ที่นี่ แต่ตลาดจะเปิดเฉพาะ วันเสาร์ อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์เท่านั้นนะคะ

    ช่วงบ่ายเราจะไปไหว้พระกันต่ออีก 4 วัดค่ะ ไปต่อกันที่ วัดธรรมิกราช วัดแห่งนี้เป็นวัดเก่าแก่มาก ๆ เพราะเป็นวัดหลวงที่สร้างขึ้นก่อนการสถาปนากรุงศรีอยุธยา จุดไฮไลต์ของวัดแห่งนี้คือ เศียรพระขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของวัดแห่งนี้ไปแล้วนั่นเองค่ะ เศียรพระธรรมิกราชในปัจจุบัน ประดิษฐานอยู่ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา แต่ทางวัดได้ทำเศียรจำลองขึ้น และประดิษฐานไว้หน้าวัด ที่แม้ว่าจะเป็นเศียรจำลองแต่มีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอย่างมาก

    วัดเชิงท่า ที่อยุธยามีวัดเชิงท่าอยู่ 2 แห่งคือที่อำเภอบางปะอินและอำเภอเมือง ซึ่งวัดเชิงท่าที่เราจะไปเป็นวัดที่อยู่ในเมืองนะคะ ภายในวัดมีโบราณสถานสำคัญ ได้แก่ ปรางค์ห้ายอดสมัยอยุธยา ซึ่งมีลักษณะพิเศษหาที่อื่นไม่ได้ โดยก่อฐานพระปรางค์เป็นทรงแท่งสี่เหลี่ยมจัตุรัส และสร้างวิหารยื่นออกไปเป็นรูปกากบาท ทางทิศใต้ สร้างเป็นวิหารขนาดใหญ่เป็นมหาปราสาทยอดปรางค์ที่พบที่วัดเชิงท่านี้แห่งเดียว

    วัดหน้าพระเมรุราชิการาม วัดแห่งนี้เป็นวัดเดียวในเขตเมืองพระนครศรีอยุธยาที่ไม่ถูกทำลายเมื่อครั้งเสียกรุง ภายในวัดมีสิ่งน่าสนใจมากมาย ตั้งแต่พระอุโบสถแบบอยุธยาขนาดใหญ่ซึ่งมีเสาอยู่ภายใน และสิ่งที่โดดเด่นคือพระประธานในพระอุโบสถซึ่งสร้างปลายสมัยอยุธยา เป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องปางมารวิชัยหล่อสำริดขนาดใหญ่ นามว่า “พระพุทธนิมิตวิชิตมารโมลีศรีสรรเพชญ์บรมไตรโลกนาถ” ขนาดหน้าตักกว้าง 4.40 เมตร สูง 6 เมตร

    มาถึงวัดสุดท้ายของทริปนี้ค่ะ วัดพระงาม วัดนี้เป็นวัดร้าง ที่สันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนต้น และถูกทิ้งร้างหลังเสียกรุงครั้งที่ 2 เมื่อปี พ.ศ. 2310 ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองอยุธยา ทางด้านทิศเหนือ จุดเด่นของวัดร้างแห่งนี้อยู่ที่ ซุ้มประตูโบราณที่มีอายุกว่าร้อยปีค่ะ ซุ้มประตูนี้เป็นซุ้มประตูเก่าที่ถูกโอบล้อมไปด้วยรากของต้นโพธิ์ ที่พันกันตั้งแต่พื้นดินขึ้นไปด้านบนซุ้มประตู และแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาออกไปสวยงาม มองดูแล้วจินตนาการเหมือนกับซุ้มประตูที่สามารถเดินก้าวผ่านทะลุมิติไปได้เลยค่ะ แนะนำว่าให้มาให้ช่วงพระอาทิตย์กำลังจะตกดินนะคะ เพราะจะได้แสงสีส้ม ลอดผ่านซุ้มประตู สวยงามมาก ๆ ค่ะ อ่านรีวิวฉบับเต็ม คลิก

    เที่ยวครบ 9 วัดกันแล้ว ก็ได้เวลาเดินทางกลับกรุงเทพฯ แล้วนะคะ ก่อนกลับอย่าลืมแวะทานกุ้งเผา และซื้อโรตีสายไหมกลับไปเป็นของฝากกันด้วยนะคะ หวังว่าเพื่อน ๆ จะชอบทริปที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ ถ้าหากชอบก็อย่าลืมไปติดตามอ่านบทความย้อนหลังกันด้วยนะคะ

     

    fahwoww
    fahwoww
    สิ่งแรกที่ทำหลังกลับจากเที่ยว คือ วางแพลนทริปถัดไป ^..^ เรื่องกิน เรื่องเที่ยว ขอให้บอกงานถนัด

    Related Post