More

    5 คำถามสำคัญที่ต้องรู้ก่อนทำ Sculptra ตอบโจทย์ความกระชับ คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว

    ชั่วโมงนี้หากจะพูดถึงหัตถการเสริมความงามแล้วขาด Sculptra ไป คงจะไม่ถูกต้องเท่าไรนัก เพราะโปรแกรม Sculptra ถือเป็นหัตถการใหม่ที่มาแรงและได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะตอบโจทย์ในเรื่องของริ้วรอยและการกระชับผิวหน้าซึ่งเป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่เผชิญอยู่ อีกทั้งการดูแลผิวหน้ายังเป็นเรื่องที่สำคัญในยุคนี้ เพราะการเผชิญหน้ากับแสงแดด มลภาวะ และความเครียดในการใช้ชีวิตแต่ละวัน เป็นตัวการทำให้เซลล์ผิวหน้าเสื่อมถอย อ่อนแอลง ทั้งยังถูกทำลายได้ง่ายขึ้น เร็วๆ นี้ใครที่กำลังหาข้อมูล แพลนเตรียมงบไว้สำหรับทำหัตถการนี้อยู่ และอยากรู้ว่าก่อนทำ Sculptra ต้องเตรียมตัวอย่างไร หรือรู้อะไรบ้าง? ลองมาเช็ก 5 เรื่องสำคัญเกี่ยวกับการทำ Sculptra จากบทความนี้ได้เลย รับรองว่าอ่านจบแล้วสามารถทักไปจองคิวแบบมั่นใจได้ทันที!

    1. รวบตึงทุกความสงสัย Sculptra คืออะไร? ช่วยอะไร? และมีหลักทำงานอย่างไร?

    Sculptra คือสารฉีดกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน อยู่ในกลุ่ม Collagen Biostimulator โดยมีส่วนประกอบเป็นกรดโพลี แอล แลคติก (Poly-L-Lactic Acid; PLLA) สารอุ้มน้ำที่เข้ากันได้กับเนื้อเยื่อของในร่างกายและย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติ ทำให้ Sculptra ได้รับความนิยมอย่างมากในแวดวงสาย Skin Booster เพราะมีส่วนช่วยกระตุ้นการเพิ่มเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ที่ทำหน้าหลักในการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินในชั้นผิว และฟื้นฟูโครงสร้างภายในของผิวให้กลับมาแข็งแรง ทำให้สภาพผิวโดยรวมดูดีขึ้น มีความอ่อนเยาว์และอิ่มฟู แถมยังช่วยลดเลือนริ้วรอยเล็กๆ และให้ผลลัพธ์ที่อยู่ได้นานหลายปี เพราะถึงแม้เวลาผ่านไปและ PLLA เริ่มค่อยๆ สลายตัว แต่คอลลาเจนที่ร่างกายได้สร้างขึ้นมาจะยังคงอยู่ ทำให้ร่องลึกหรือริ้วรอยบนผิวดูตื้นขึ้น ผิวมีความแข็งแรงและกระชับมากขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ในแง่การคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวนั้น Sculptra ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดี จึงถูกยกให้เป็นหนึ่งในหัตถการมาแรง และได้รับความสนใจจากคนหนุ่มสาวและวัยทำงานในปัจจุบันอย่างล้นหลามเลย

    2. Sculptra เหมาะกับใคร

    – มีปัญหาผิวหย่อนคล้อย – เพราะไลฟ์สไตล์ที่หนักหน่วง เช่น พักผ่อนน้อย ดื่มสุรา และสูบบุหรี่ รวมถึงปัจจัยเรื่องอายุที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้การผลิตคอลลาเจนผิวลดลงมาก จนเห็นผิวที่ขาดความยืดหยุ่นและหย่อนคล้อยได้ชัดเจน การฉีด Sculptra จะช่วยเพิ่มการผลิตคอลลาเจนมากขึ้น พร้อมปรับผิวให้กระชับขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ 

    – ต้องการฟื้นฟูสภาพผิว – เหมาะสำหรับคนที่มีสภาพผิวที่หยาบกร้าน และมีริ้วรอยจากสิว แล้วอยากให้ผิวกลับมาละเอียดเรียบเนียนอีกครั้ง 

    – อยากปรับทรงหน้าให้มีเข้ารูปและสมมาตร – การทำ Sculptra เป็นตัวช่วยในการปรับโครงหน้าและรูปทรงโดยรวมของใบหน้า เช่น แก้มตอบ กรอบหน้าไม่ชัดเจน หรือขมับยุบเป็นแอ่งลึก ให้มีความกระชับและมีรูปทรงที่ชัดเจน ทั้งยังช่วยให้ดูอ่อนวัยมากขึ้น

    – อยากยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดและได้ผลลัพธ์ที่คงทน – Sculptra เป็นหัตถการที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการหาโปรแกรมกระชับหน้าแบบที่ไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัด โดยจะเข้าไปกระชับจากโครงสร้างผิวภายในให้ส่งผลลัพธ์ออกมาถึงภายนอก ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาและทำงานแบบค่อยเป็นค่อยไป จึงคงอยู่ได้นาน ไม่ต้องทำบ่อยๆ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่คุ้มค่า

    ถึงแม้ Sculptra จะเป็นหัตถการที่ให้ผลลัพธ์ออกมาน่าพอใจขนาดไหน แต่การฉีด Sculptra ก็มีข้อยกเว้นและอาจไม่เหมาะกับคนบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่แพ้ส่วนประกอบหลักของ Sculptra สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร ผู้ที่มีปัญหาผิวหนังติดเชื้อและมีอาการอักเสบ มีประวัติแผลคีลอยด์ และผู้ที่มีประวัติโรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE) ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้เข้ารับบริการเอง ควรปรึกษากับแพทย์มากประสบการณ์ให้ประเมินอาการและส่งต่อคำแนะนำที่ถูกต้อง ก็จะเป็นการลดความเสี่ยงและการเกิดผลลัพธ์ที่ไม่พึงประสงค์ได้

    3. ฉีด Sculptra ตรงจุดไหนได้บ้าง

    คำถามท็อปฮิตว่า แล้วควรฉีด Sculptra ตรงจุดไหนดี? อาจต้องย้อนกลับไปดูว่ามีส่วนไหนของใบหน้าที่เจ้าตัวยังรู้สึกไม่มั่นใจและอยากแก้ไขให้ดีขึ้น เพราะ Sculptra คือสารที่กระตุ้นการผลิตคอลลาเจนที่จะเข้าไปช่วยเติมเต็มผิวให้ดูเนียนกระชับ เต่งตึงขึ้นและช่วยลดเลือนริ้วรอยและความเหี่ยวย่นเล็กๆ ได้ ให้เลือกฉีดที่ส่วนนั้นเป็นพิเศษ โดยสามารถทำได้ทั้งบริเวณกรอบหน้า ขมับ หรือหน้าแก้ม เพราะบริเวณเหล่านี้เป็นจุดที่เกิดริ้วรอยและความหย่อนคล้อยได้ง่ายตามการใช้ชีวิตและปัจจัยเรื่องอายุที่เพิ่มขึ้น แต่จะแนะนำให้หลีกเลี่ยงบริเวณหน้าผาก จมูก ใต้ตา ร่องน้ำหมาก ร่องแก้มและปาก เพราะเป็นจุดที่ใกล้ดวงตาและส่วนที่มีความบอบบางนั่นเอง

    4. ก่อนฉีด Sculptra เตรียมตัวอย่างไร

    แน่นอนว่าก่อนเข้ารับการฉีด Sculptra ก็ควรมีการเตรียมตัวให้พร้อมเช่นเดียวกับการเข้ารับทำหัตถการรูปแบบอื่นๆ ดังนี้ 

    – หลีกเลี่ยงรับประทานยาบางชนิดที่อาจไปเพิ่มความเสี่ยงในการแข็งตัวของเลือดและเร่งให้เกิดอาการช้ำ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน ยาสลายลิ่มเลือด และยาสมุนไพรบางชนิด 

    – หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์และการสูบบุหรี่อย่างน้อย 2-3 วันก่อนเข้ารับบริการ 

    – เพื่อผลลัพธ์ที่น่าพอใจ ควรเว้นระยะห่างกับการทำหัตถการอื่นๆ ก่อนฉีด Sculptra อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์

    5. หลังฉีด Sculptra ควรดูแลตัวเองอย่างไร

    ควรดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดหลังฉีด Sculptra เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ยาวนานและมีประสิทธิภาพ ดังนี้

    – หลังฉีด 24 ชั่วโมง ให้งดการแต่งหน้าและการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทันที 

    – หลังฉีดประมาณ 1-2 สัปดาห์ งดการทำกิจกรรมที่ผ่านความร้อน เช่นการเข้าซาวน่าร้อน หรือการออกกำลังกายมากเกินไป

    – หลังฉีดประมาณ 1 เดือน ควรงดการทำเลเซอร์ที่มีความร้อนสูง

    ครบแล้วกับ 5 เรื่องที่ควรรู้ ไม่ว่าจะเป็นการฉีด Sculptra คืออะไร เหมาะกับใครและฉีดตรงไหนได้บ้าง รวมไปถึงวิธีการดูแลตัวเองทั้งก่อนและหลังทำ Sculptra เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและอยู่ได้นาน ผิวดูฟูเปล่งปลั่งอ่อนเยาว์และมีโครงสร้างผิวที่แข็งแรงขึ้น สำหรับใครที่กำลังมองหาโปรแกรม Sculptra แล้วอยากได้คำแนะนำเพิ่มเติม รวมถึงเช็กงบประมาณว่า Sculptra ราคาเท่าใด มีโปรโมชันไหนที่ตอบโจทย์ สามารถมาที่ Better Me Clinic by Dr. Chanya ยินดีให้คำแนะนำแบบไม่มีค่าใช้จ่ายกับคุณหมอมากประสบการณ์ พร้อมเข้าประเมินสภาพผิวอย่างละเอียดด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย ใส่รายละเอียดแบบเคสต่อเคส ติดต่อนัดหมายได้ที่เบอร์ 02-059-8118, 088-603-2641 หรือ Line: @bettermeclinic

    Editor in Chief
    Editor in Chief
    กว่า 10 ปี ในแวดวงออนไลน์ หลงใหลการถ่ายรูปร้านอาหาร คาเฟ่ และโรงแรม พักผ่อนด้วยการทำนายดวง ที่คนดูรักเรา ​❤️

    Related Post