Home Blog Page 996

หนังรักรับวาเลนไทน์ อยากสวีทอยู่ที่บ้านอย่าลืมหยิบขึ้นมาดู

0

วาเลนไทน์นี้ อาจจะไม่ใช่วันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่มีเวลาให้กันมากนัก แต่ถ้าหลังจากดินเนอร์หรู ๆ แล้ว กลับมานอนดู หนังรักรับวาเลนไทน์ ซักเรื่อง มันก็คงจะเติมเต็ม วันพิเศษแบบนี้ของคุณให้อิ่มอกอิ่มใจได้แน่นอน ฉะนั้น วันนี้ เราก็เลยจะมาเสนอหนังรักสัญชาติไทยดี ๆ ให้ทุกคนได้ดูก่อน บางเรื่องอาจจะเก่าไปสักหน่อย แต่คุณต้องคิดถึงหนังพวกนี้แน่ ๆ

หนังรักรับวาเลนไทน์

เรื่องแรกที่อยากจะแนะนำให้ดู ชนิดที่ว่า ไฮไลท์เน้น ๆ เล่นคือ “สิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก” ที่ได้สุดหล่อ มาริโอ เมาเร่อ มันรับบท “พี่โชน” คนหล่อประจำโรงเรียน และ ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบลูย์ ซึ่งถือเป็นเรื่องแรกของเธอ และ “ใบเฟิร์น” ก็โด่งดังมาจากภาพยนตร์เรื่องนี้นี่แหละ

สำหรับสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก เป็นเรื่องราวของ “น้ำ” ที่ตกหลุมรักรุ่นพี่สุดฮอตประจำโรงเรียนอย่าง “โชน” ซึ่งน้ำก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อให้พี่โชนมาสนใจ ซึ่งเรื่องนี้เป็นหนังรักที่มีชั้นเชิงมาก ๆ เรื่องหนึ่งครับ มีความหักมุมต่าง ๆ นา ๆ และบอกเลยว่า ตอนที่ผมดูสมัยนั้น่าจะ ม.5 ม.6 เสียน้ำตาในโรงภาพยนตร์

คือในวันนั้นที่ผมไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้ ในโรงหนังส่วนใหญ่รู้จักกันหมด เพราะส่วนใหญ่ก็จะเป็นเด็ก รุ่นพี่ รุ่นน้องในโรงเรียนของผมนั่นแหละ แล้วพอหนังจบ ออกมา ยืนกัน ยืนกอดกัน ร้องไห้กันระงมทั้งโรง ฉะนั้น คอมเฟิร์มว่า มันดีจริง ๆ ครับ

หนังรักรับวาเลนไทน์

เรื่องต่อมาคือ “แฟนฉัน” ภาพยนตร์ระดับตำนาน ที่สร้างดาราคุณภาพขึ้นมาประดับวงการถึง 3 คน ทั้ง แน็ค-ชาลี ไตรรัตน์, โฟกัส-จีระกุล และแจ็ค-เฉลิมพล ทิฆัมพรธีรวงศ์ เรื่องราวของ “เจี๊ยบ” เด็กผู้ชายที่มีแต่เพื่อผู้หญิง แต่เขาอยากจะเล่นกับเพื่อนผู้ชายนะ แต่เพื่อนผู้ชายไม่ให้เล่นด้วย

ซึ่งก็มีแต่ “น้อยหน่า” นี่แหละที่คอยเยียวยาหัวใจ มอบรอยยิ้ม และความสุขให้กับเขาอยู่ตลอด จนมันกลายเป็นการแอบรักแบบเด็ก ๆ แต่แล้ว วันหนึ่งก็มีเรื่องราวที่ทำความสัมพันธ์ระหว่าง เจี๊ยบและน้อยหน่าเปลี่ยนไป แค่จะเป็นอย่างไร ไปดูกันครับ

เรื่องนี้เด็ก 90s จำได้ดีแน่นอน เพราะมันเป็นตำนาน ทั้งเนื้อหา ทั้งนักแสดง และเพลงที่ตอนนั้น เพลงอะไรที่อยู่ในเรื่องจัดว่า “โคตรจะฮิต” หนังรักสุดน่ารักแบบเด็ก ๆ มันคืออะไรที่โคตรจะกระแส และถูกพูดถึงมาก ๆ ในยุคนั้น

“รถไฟฟ้า มาหานะเธอ” ตำนานหนังรักเธออีกเรื่องหนึ่งครับ โดยเรื่องนี้ได้ เคน-ธีรเดช และ คริส หอวัง มาเล่นบทพระนาง ที่ยิ่งดูกันยิ่งฟิน เป็นภาพยนตร์อีกเรื่องที่ผมดูบ่อยมากเหลือเกิน ซึ่งในปัจจุบันหนังเรื่องนี้ยังคงถูกพูดถึง หรือเอามาทำเป็นมีมอยู่เสมอ สำหรับชีวิตของเหมยลี่ นางเอกของเรื่อง

เหมยลี่ สาววัย 30 หน่อย ๆ (มั้งนะ ไม่แน่ใจอายุ) ที่ไม่เคยมีแฟนเลยมาทั้งชีวิต เพราะแม่สอนมาว่า เป็นผู้หญิง “ห้ามจีบผู้ชายก่อน” จนกระทั่งได้เจอกับ “ลุง” วิศวะสุดหล่อที่อยู่ ๆ ก็โผล่เข้ามาในชีวิตแบบสุดบังเอิญ โลกกลม พรหมลิขิต ความรักจึงเริ่มก่อตัว เหมยลี่จะจีบผู้ชายครั้งแรกในวัย 30 แต่กระนั้นความรักก็มีอุปสรรคจนได้

ไม่ว่าจะเป็นเวลาการทำงานที่โคตรจะไม่ตรงกัน หรือ “อีเด็กข้างบ้าน” ของเหมยลี่ ที่มาอ่อยคุณลง แบบไม่เว้นวัน เรียกต้องหักพี่หักน้องกันเลยทีเดียวงานนี้ แต่กระนั้น เหมยลี่ กับ ลุง ก็ยังมีความสวีตหวานแหวว และค่อย ๆ พัฒนาความสัมพันธ์ขึ้นมาจนได้ แต่… อะไรไปดูเอา

หนังรักขึ้นหิ้งครับเรื่องนี้ ผมกล้าพูดเลย คริส หอวัง แสดงได้ดีมาก เชื่อว่า ปัจจุบัน สาววัย 30 ที่ยังโสดย้อนกลับไปดูก็ต้องอิน กับวลีเด็ดต่าง ๆ ในเรื่องแน่ ๆ ฉะนั้น วาเลนไทน์นี้ หยิบมาดู ก็โรแมนติกแบบติดฮาได้แน่นอน

หนังรักรับวาเลนไทน์

 

“รักแห่งสยาม” ภาพยนตร์ที่สร้างความฮือฮาสุด ๆ ในยุคนั้น หนังที่ทำให้ มาริโอ เมาเร่อ แจ้งเกิดในวงการ กับความรักในแบบของ LGBTQ เรื่องแรกของไทย พูดถึงความรักในวัยเรียนที่สุดชุลมุนหัวใจ

เรื่องมันเริ่มจากมิตรภาพที่ใกล้ชิดของสองหนุ่ม “ต๋อง” และ “มิว” แม้ว่าพวกเขาจะแยกทางกันเมื่อโตขึ้น แต่ทั้งสองก็พบกันอีกครั้งท่ามกลางอาชีพนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จของมิว หลังจากสับสนและเผชิญปัญหาในชีวิตมาหลายปี เมื่อได้กลับมาพบกันอีกครั้งพวกเขาก็กลับมาด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน และความสัมพันธ์รวมถึงเคมีระหว่างกันก็ไม่อาจปฏิเสธได้

นี่คือหนึ่งในภาพยนตร์ที่โด่งดัง และที่เป็นจดจำที่สุดเรื่องหนึ่งของไทย ใครอยากย้อนวัย แล้วดูว่า มาริโอ เมาเร่อ ในตอนนั้นน่ารักแค่นั้น หยิบมาดูกันแฟน ก็น่ารักดีครับ

หนังรักรับวาเลนไทน์

เรื่องสุดท้ายของบทความนี้ กับความรักระหว่างเพื่อน ที่ในยุคหนึ่งคำนี้นั้นฮิตมากคือ Friend Zoneหนังรักติดฮา และมีโมเม้นท์ให้เขินเยอะเหลือเกิน นอกจากนี้ การแสดงระดับคุณภาพของ ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก และ นาย-ณภัทร ก็ยิ่งยกระดับหนังเรื่องนี้ขึ้นไปอีกขึ้น

เมื่อชายคนหนึ่งตกหลุมรักเพื่อนสาวคนสนิทของตนเองมาร่วมสิบปี แต่กลับติดอยู่ในสถานะ “เพื่อนที่ดีที่สุด” ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นเรื่องราวที่ชวนตลกขบขัน และชายคนนั้นก็อยากจะก้าวข้ามคำว่าเพื่อนไปให้ได้ และดูเหมือนมันจะประสบความสำเร็จ แต่มันดันมีเรื่องราวอีกหลายอย่างเกิดขึ้นในระหว่างทางรัก

ไปลุ้นกันครับว่า คำว่า Friend Zone กำแพงของความว่าเพื่อน จะถูกทำลายลงได้หรือไม่ หรือสุดท้ายมันจะเป็นการ “สิ้นสุดทางรัก” หรือ “สิ้นสุดทางเพื่อน” กันแน่

วาเลนไทร์ขอให้แฮปปี้มีความสุด อย่าทำอะไรขั้นใจแฟนจนต้องทะเลาะกัน จะแสดงความรักก็ป้องกันกันด้วยนะครับ และที่สำคัญอย่าลืมไปดูหนังรักที่ Inzpy แนะนำ เพราะบอกเลยว่า คุณกับแฟน ฟินทุกเรื่องแน่ ๆ ผมสัญญาด้วยหัวใจเลย

XYX  นิทรรศการกลุ่ม โดยสามศิลปินมากฝีมือ

XYX  นิทรรศการกลุ่ม โดยสามศิลปินมากฝีมือ นอกจาก X และ Y คือตัวอักษรในภาษาอังกฤษแล้ว ยังเป็นสัญลักษณ์ทางคณิตศาสตร์ ที่ใช้อ้างอิง 2 แกน ในแนวนอน (X) และแนวตั้ง (Y) ในระบบพิกัดฉาก

รวมถึง X และ Y ยังถูกใช้เป็นสัญลักษณ์แทน โครโมโซมเพศ หรือกำหนดเพศของสิ่งมีชีวิต โดยโครโมโซมเพศชายแทนด้วยสัญลักษณ์ XY และโครโมโซมเพศหญิงแทนด้วยสัญลักษณ์ XX อีกด้วย

XYX  นิทรรศการกลุ่ม

จึงเป็นสาเหตุให้นิทรรศการศิลปะครั้งนี้ได้ใช้ตัวอักษรคู่นี้ มาเป็นนิยามแทนตัวตนของสามศิลปินนามธรรมเพศชายและหญิงที่จัดแสดงในนิทรรศการครั้ง ณ Xspace Gallery

และไม่เพียงผลงานของศิลปินทั้งสามมีบุคลิก และเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกัน หากแต่ยังมีสไตล์ วิธีคิด แรงบันดาลใจ และรูปแบบในการแสดงออกผ่านกระบวนการสร้างสรรค์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ในขณะเดียวกัน ความแตกต่างที่ว่านี้ก็สร้างบทสนทนาโต้ตอบสื่อสารซึ่งกันและกันได้อย่างน่าสนใจ จึงกลายเป็นที่มาของชื่อนิทรรศการที่เป็นเสมือนการปฏิสัมพันธ์ทางศิลปะระหว่างบุรุษและสตรีอย่าง “XYX” นั่นเอง

XYX  นิทรรศการกลุ่ม

เริ่มต้นด้วยศิลปินคนแรก เป็นเพศหญิงชื่อ Aimi Kaiya ซึ่งเธอได้ทำงานในแนวทางศิลปะนามธรรม ที่เน้นในการแสดงออกของอารมณ์ความรู้สึก ผ่านสีสันและร่องรอยความเคลื่อนไหวของฝีแปรงที่ใกล้เคียงกับแนวทางศิลปะแบบ Abstract Expressionist

ผลงานชุด Motherland (ถิ่นกำเนิด) ของเธอชุดนี้ จึงเป็นดั่งบทกวีแห่งชีวิต ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความฝันที่เต็มไปด้วยสีสัน การผจญภัย และการสำรวจจิตวิญญาณอันไร้เดียงสาในยามหลับใหล โลกในความฝันอันเต็มไปด้วยความสุข ความสดใส ความอบอุ่น ความเมตตากรุณา ไม่ต่างอะไรกับมุมพักใจอันแสนสงบ ที่ช่วยปลอบประโลมชีวิตของเธอในวันที่ยากลำบาก เป็นกลไกทางจิตใจที่จะช่วยรักษาสมดุลในวันที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนของชีวิต และกระตุ้นให้เธอตระหนักรู้ถึงความหมาย และเป้าหมายที่แท้จริงของการมีชีวิตอยู่ ทำให้เธอเข้าใจความเป็นไปของโลกนี้ได้มากขึ้น และถ่ายทอดประสบการณ์ที่ว่าออกมาให้ผู้คนได้รับรู้ผ่านผลงานศิลปะ

ศิลปินเลือกใช้สีสันสดใส เส้นสายแปลกตา ผ่านสื่อศิลปะหลากหลายประเภท เพื่อเป็นตัวแทนของการค้นหาการมีอยู่ของตัวตน ประสบการณ์ของความรัก ความเมตตา และการให้อภัย อันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในการดำรงชีวิตในฐานะศิลปินของเธอ ดังคำกล่าวของเธอที่ว่า

“ถึงแม้โลกภายนอกจะเลวร้ายจนทำให้ฉันรู้สึกแย่เพียงใด แต่ฉันเลือกที่จะสร้างสรรค์ผลงานศิลปะจากความรู้สึกที่สวยงามเพื่อปลอบประโลมผู้คนและตัวฉันเอง”

XYX  นิทรรศการกลุ่ม

สำหรับคนที่สอง คือ Kristof Ghekiere ศิลปินชายชาวเบลเยียม ที่อาศัยและทำงานในกรุงเทพฯ เดิมทีเขาสนใจและหลงใหลศิลปะมาตั้งแต่ครั้งวัยเยาว์ แต่สถานการณ์ในชีวิตพลิกผันให้เขาหันเหไปในเส้นทางสายอื่น ก่อนที่จะแสวงหาหนทางหวนกลับมาสู่เส้นทางศิลปะอีกครั้งในที่สุด

ผลงานศิลปะของเขาดำเนินไปในแนวทางอันนิ่ง น้อย เรียบง่าย ลดทอน เช่นเดียวกับแนวทางศิลปะแบบ Minimalism, จุดเริ่มต้นในการทำงานของเขา เกิดจากการสังเกตและเฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัว และหยิบฉวยเอาภาพประทับใจที่บันทึกไว้ในความทรงจำหรือภาพถ่าย นำเข้ามาสู่กระบวนการระหว่างเหตุผลและความรู้สึก

โดยศิลปินเชื่อว่า ทุกภาพจากความทรงจำหรือภาพถ่าย ต่างมีเส้นสาย รูปทรง หรือระนาบอันเปี่ยมความหมายลึกซึ้ง ศิลปินเสาะหาความหมายที่ว่านั้นด้วยการลบหรือตัดองค์ประกอบส่วนเกินออกไปนั่นเอง ก่อนเผยแก่นแท้ของความหมายอันลึกซึ้งของความเรียบง่าย ที่ลดทอนแบบ minimalism ในผลงานของเขาให้ปรากฏขึ้นมา

ส่วนคนสุดท้ายคือ สมนึก หวงธนะภัณฑ์ ศิลปินชาวภูเก็ต ผู้ดั้นด้นเดินทางมาร่ำเรียนศิลปะในกรุงเทพฯ และหวนกลับไปอาศัยและทำงานอยู่ในจังหวัดภูเก็ต ผลงานของเขาเป็นการบันทึกเรื่องราวรอบ ๆ ตัวทั่ว ๆ ไปในชีวิตแต่ละวัน ไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็ก ๆ หรือใหญ่ ทั้งสิ่งที่เป็นรูปธรรมอย่างรูปทรงในธรรมชาติ หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างอย่างข้าวของเครื่องใช้ สถาปัตยกรรม หรือสิ่งที่เป็นนามธรรมอย่างอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด โดยเปลี่ยนจากการเล่าเรื่องผ่านตัวหนังสือให้กลายเป็น เส้น สี นํ้าหนัก ลวดลาย จังหวะ และการสังเคราะห์รูปทรงและพื้นที่ว่างในงานจิตรกรรม

ผลงานของเขาแสดงความเป็นคู่ตรงข้ามระหว่างงานจิตรกรรมนามธรรม ที่นำเสนอระนาบของเส้นสาย และรูปทรงเรขาคณิตแบบ Geometric abstraction กับงานจิตรกรรมนามธรรมที่สำแดงอารมณ์ความรู้สึกผ่านสีสัน และร่องรอยความเคลื่อนไหวของฝีแปรงแบบ Abstract expressionist

ศิลปินใช้ผลงานภาพวาดสีอะคริลิก สื่อผสมของเขาชุดนี้ เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติในแผ่นดินเกิด ในขณะเดียวกัน ต้องการสื่อสะท้อนถึงการขยายตัวของเมืองอย่างรวดเร็ว ที่นับวันยิ่งบ่อนทำลายความสมดุลทางชีวภาพระหว่างสังคม และธรรมชาติในผืนแผ่นดินไทยลงทุกที

สำหรับใครสนใจ XYX  นิทรรศการกลุ่ม โดยสามศิลปินมากฝีมือ อย่าง Aimi Kaiya, Kristof Ghekiere และ สมนึก หวงธนะภัณฑ์ สามารถเข้าชมได้ฟรี ตั้งแต่วันที่ 18 กุมภาพันธ์  – 9 เมษายน 2565 (จันทร์ – เสาร์ 10:00 น. – 17:00 น.) ณ Xspace Gallery ถนนสุขุมวิท 71 ซอยปรีดีพนมยงค์ 14

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Xspace Gallery

 

Love letter to Bangkok

บทความน่าสนใจ : Love letter to Bangkok นิทรรศการสุดน่ารักจากผลงานการวาดของ Sundae Kids

 

 

Ed Sheeran Feat. Bring Me The Horizon แบบเลยโคตรจะร็อก

0

ไม่น่าเชื่อว่าจะมีวันนี้ แต่มันก็เกิดขึ้นแล้วสำหรับ Ed Sheeran Feat. Bring me the horizon ในงาน Brit Award 2022 เมื่อ Ed โชว์เพลงของตัวเองอย่าง Bad Habits แต่ความพิเศษของโชว์ที่ทำให้แฟน ๆ กรี๊ดกันสุดเสียงคือ การขึ้นมาแจมของ Oliver Sykes กับคณะ BMTH ของเขา

Ed Sheeran

Ed Sheeran x Oliver ที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดขึ้นได้

คือที่ผมบอกว่า มันไม่น่าเชื่อ เพราะว่าจริง ๆ แล้ววง Bring Me The Horizon นั้นเป็นวงดนตรีในสายเมทัล ซึ่งหนักไปทางได้เดธคอร์ เลยด้วยซ้ำในช่วงแรกของวง แต่ด้วยหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้น การสั่งสมประสบการณ์ ความเก๋าของวง และอุปนิสัยของวงที่ออกอัลบั้มแต่ละครัง พวกเขาแทบจะไม่เคยซ้ำแนวเพลงเลย

ก็ทำให้ชื่อของ “บริงมี” เป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นเรื่อย ๆ จากวง เดธคอร์ สู่ เมทัลคอร์ ขยับมาเป็นร็อกที่มีความเบาลงมาจากชุดแรก ๆ ยิ่งในช่วงหลังพวกเขาใส่ความเป็น Electronic เข้าไปในบทเพลงของพวกเขา และยิ่งไปกว่านั้นอัลบั้มชุด Amo ที่ปล่อยออกมาในปี 2019 พวกการเป็นวง Pop ในคราบชาวร็อคไปเป็นที่เรียบร้อย

ซึ่งแม้แฟน ๆ จะด่าพวกเขาจะแนวเพลงที่โคตรจะเบาหูลงมาเยอะ แต่สิ่งหนึ่งที่ยังไงก็ต้องเชื่อก็คือ พวกเขาดังขึ้น และเป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น หรือเอาง่าย ๆ คือ วงเดธคอร์ วงหนึ่งมัน “แมส” ขึ้นมาซะอย่างนั้น ซึ่งตรงนี้ก็ต้องชื่นชมทางวงที่รู้จักปรับตัว รู้จักใช้แนวเพลงที่หลากหลายในการมักใจคนฟัง และมันทำให้พวกเขาได้ก้าวขึ้นไปแสดงร่วมกับป็อปสตาร์ที่ว่ากันว่านี่คือ “เจ้าพ่อเพลงเพราะแห่งยุคโซเชี่ยล”

ซึ่งในโชว์นี้ Ed และ Bring Me The Horizon ก็จับมือกันบรรเลงเพลง Bad Habits อันเป็นเพลงฮิตของ Ed แต่ว่าทำคราวนี้เล่นกันในเวอร์ชั่นของเมทัล ซึ่งนอกจากเพลงจะทำออกมาได้ดีแล้ว ยังได้เห็น Ed สะพายกีตาร์ไฟฟ้า และสับสายในแบบร็อก ๆ อีกต่างหาก

นับเป็นภาพที่แปลกตาทีเดียว เพราะที่ผ่านมาเวลาเล่นคอนเสิร์ต พี่เอ็ด จะสะพายกีต้าร์โปร่งตลอด พอเปลี่ยนมาเป็นสาดริฟฟ์ดุเดือดก็ดูเป็นชาวร็อกขึ้นมาทันที พอเล่นเสร็จพี่โอลิเวอร์ กับพี่เอ็ด ก็สวมกอดขอบคุณกันและกัน เป็นภาพที่ผมในฐานะแฟนเพลงของ BMTH โคตรจะประทับใจเลย

และด้วยเสมียงกรี๊ดของผู้ชมในงานมันยิ่งบ่งบอกชัดเลยว่า พวกเขาอยากจะเห็นทั้งคู่ทำเพลงด้วยกันแบบจริงจังซักซิงเกิ้ลเป็นแน่แท้

สำหรับใครที่ชอบแนวเพลงแบบนี้ หรือภาพความประทับใจเหล่านี้ หรืออยากฟังเพลง หรือการ Featuring ของศิลปินที่ชื่นชอบก็อย่าลืมติดตามพวกเรา Inzpy กันเอาไว้นะครับ

วงเมทัล ขวัญใจแฟน ๆ ประกาศอัลบั้มใหม่เสร็จแล้ว 90 %

0

สุดยอดวงเมทัลที่หลายคนรอคอยอย่าง Avenged Sevenfold มีข่าวว่ากำลังทำอัลบั้มใหม่กันอยู่ และมันใกล้จะเสร็จแบบ 100 % แล้ว ซึ่งแฟน ๆ ก็ตัวเตรียมสนับสนุนกันเต็มที่อย่างแน่นอน เพราะว่าทางวงห่างหายจากการทำสตูดิโออัลบั้มไปถึง 6 ปี ซึ่งอัลบั้มล่าสุดของพวกเขาคือ The Stage ที่ออกมาเมื่อปี 2016

วงเมทัล

A7X วงเมทัล ขวัญใจ กับอัลบั้มใหม่ที่เสร็จแล้ว 90 %

อย่างที่เกริ่นหัวไปครับ ว่า A7X นั้นห่างหายจากการออกสตูดิโออัลบั้ม ของตัวเองมานานมาก ๆ แต่ล่าสุด Brooks Wackerman มือกลองของวงเผยว่าอัลบั้มใหม่คืบหน้าไปถึง 90% แล้ว ซึ่งอัลบั้มใหม่ของพวกเขา ใช้เวลาในการทำมานานกว่า 4 ปีแล้ว โดยทาง Wackerman เผยว่า

หนึ่งในความน่าขนลุกเกี่ยวกับความครีเอทีฟคือพวกเราใช้วงออเคสตร้ามาอัดเพลงถึง 78 ชิ้นในอัลบั้มของพวกเรา ความจริงคือเราสามารถนำนักดนตรีที่น่าทึ่งมารวมตัวกันเพื่อยกระดับผลงาน มันทำให้เรารู้สึกสะท้านไปเลย ผมรอไม่ไหวแล้วที่จะให้ทั้งโลกได้ฟังงานของพวกเรา สิ่งที่ผมอยากจะบอกทั้งหมดทั้งมวลคือมันไม่เหมือนผลงานที่เราเคยปล่อยออกไปแน่นอนครับ

สำหรับ Avenged Sevenfold พวกเขาผ่านการออกอัลบั้มมาแล้วทั้ง 7 ชุดด้วยกัน โดยชุดแรกของพวกเขาออกมาเมื่อปี 2001 โดยใช้ชื่อว่า “Sounding The Seventh Trumpet” ซึ่งเป็นอัลบั้มแรกและอัลบั้มเดียวที่ M.Shadow นักร้องนำของวงใช้การร้องแบบว้าก หรือ scream แบบแทบจะ 100 % 

ซึ่งการร้องแบบนี้มันส่งผลให้ตัวของ Shadow เส้นเสียงมีปัญหา และต้องเลิกร้องแบบนี้ไป ซึ่งนี่อาจจะเป็นหนึ่งในเหตุผลที่เราแทบจะไม่เห็น A7X เล่นสดเพลงจากอัลบั้มชุดนี้เลย

จากนั้นปี 2003 หลังจากที่ M.Shadow รักษาเสียงเรียบร้อยพวกเขาก็ปล่อยอัลบั้มชุดที่สอง “Waking The Fallen” ซึ่งในอัลบั้มนี้ก็มีเพลงที่ฮิตระดับตำนานอย่าง “Unholy Confession” สิงสถิตอยู่

จากนั้นอีกสองปี ต่อมา หรือปี 2005 อัลบั้ม “City Of Evil” อัลบั้มนี้เป็นอีกอัลบั้มที่ฮิตมากกกของวง เพลงฮิตเยอะ อาทิ Bat County ,Beast and The Harot และ Seize The Day 

ปี 2007 อัลั้บมที่ฮิตที่สุดของพวกเขาก็ถูวางจำหน่าย ซึ่งหากใครจำกันได้ เราเคยพูดถึงอัลบั้มนี้กันไปแล้ว สำหรับอัลบั้มที่มีชื่อเดียกันกับวงอย่าง “Avenged Sevenfold” ซึ่งก็อ่านรีวิวอัลบั้มนี้ได้ในเว็บของ Inzpy ได้เลยครับ

จนกระทั่งปี 2010 วงก็เกิดการเปลี่ยนแปลง หลังจากเกิดสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อ Jamie “The Rev” O’sullivan เสียชีวิตกะทันหันจากการใช้ยาเกินขนาด แต่สุดท้ายพวกเขาได้ Mike Portnoy แห่งวง Dream Theater มาช่วยอัดให้จนได้อัลบั้ม “Nightmare” ออกมาในที่สุด ซึ่งก็มีเพลงฮิตอย่าง “Nightmare” และ “So Far Away” ที่พวกเขาแต่งให้ The Rev ผู้ล่วงลับ

“Hail To King” อัลบั้มชุดที่ 6 ถูกปล่อยออกมาในปี 2013 โดยครั้งนี้พวกเขาได้มือกลองใหม่เข้ามาเป็นสมาชิกอย่างเป็นทางการ ได้แก่ Brooks Wackerman ซึ่งมีเพลงฮิตคือเพลงขื่อเดียวกับอัลบั้ม และ “Shepherd of Fire”

และอัลบั้มล่าสุดของพวกเขา “The Stage” ในปี 2016 ที่มีเพลงดี ๆ แต่ดันเป็นอัลบั้มที่ไม่ค่อยถูกพูดถึงมากนัก ฉะนั้น อัลบั้มชุดต่อของพวกเขาที่กำลังจะออกมา แฟน ๆ จึงตั้งตารอคอยอย่างใจจดใจจ่อเหลือเกิน เพราะนี่ถือเป็นการเว้นช่วงการออกอัลบั้มนานที่สุดของทางวงแล้ว

เอาเป็นว่า อีกไม่นานเกินรอครับ อดใจกันเล็กน้อย ถ้ามัน 90% แล้วล่ะก็ไม่เกินปี 2022 นี้แหละเราจะได้หังผลงานใหม่ของพวกเขาแน่นอน

Hyunbin Son yejin คู่จริงทั้งในจอและนอกจอ แจ้งข่าวดีเตรียมเข้าพิธีวิวาห์

Hyunbin – Son yejin แจ้งข่าวดีเตรียมเข้าพิธีวิวาห์

Hyunbin (ฮยอนบิน) และ Son yejin (ซน เยจิน) คู่รักจากในจอ สู่นอกจอ แจ้งข่าวดีเตรียมเข้าพิธีวิวาห์ผ่าน Instagram ให้แฟน ๆ ได้ทราบกัน

Hyunbin - Son yejin

เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2022 ซน เยจินได้ Post ภาพพร้อมข้อความบน Instagram ส่วนตัวของเธอ เพื่อแจ้งข่าวน่ายินดีเกี่ยวกับเธอและคุณฮยอนบินเนื้อความว่า

“ฉันมีใครคนหนึ่งที่จะใช้ชีวิตของฉันต่อจากนี้ร่วมกัน ใช่แล้วค่ะเขาคือคนคนนั้น เขาเป็นคนที่อบอุ่น และเป็นที่พึ่งพิงให้กับฉัน มันเป็นสิ่งที่ฉันไม่คาดคิดในการที่ผู้ชายกับผู้หญิงได้มาเจอกัน ได้แบ่งปันหัวใจ และคำสัญญาในอนาคต ทุกอย่างเป็นไปอย่างธรรมชาติค่ะ นี่เรียกว่าพรหมลิขิตใช่ไหมคะ”

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 손예진 (@yejinhand)

ส่วนทางฮยอนบินก็ได้มีการ Post ภาพจดหมายที่เขียนด้วยลายมือของเขาเองผ่านทาง Instagram ของทางต้นสังกัดอย่าง VAST Entertainment ความว่า

“ผมเขียนสิ่งนี้ด้วยความตั้งใจที่จะแจ้งให้แฟน ๆ ที่ห่วงใย ให้ความสนใจและให้ความรักกับผม ถึงการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในชีวิต บางคนอาจจะคาดเดาในเรื่องนี้ไว้แล้ว ? ถูกต้องครับ ผมได้ตัดสินใจครั้งสำคัญที่จะแต่งงาน และกำลังจะก้าวเข้าสู่ขั้นที่สองในชีวิตของผม ผมสัญญากับเธอว่าจะทำให้เธอยิ้มได้เสมอ และก้าวผ่านวันข้างหน้าไปด้วยกัน”

เรียกได้ว่าหลังจากได้อ่านข้อความของทั้งคู่แล้ว ทำเอาหลาย ๆ คนรู้สึกและสัมผัสได้ถึงความรักของทั้งคู่เลยใช่มั้ยล่ะ โดย Hyunbin และ Yejin ได้ร่วมงานกันในผลงานภาพยนตร์ Negotiation ในปี 2018

Crash Landing on You

และผลงานต่อมาในซีรีส์ Crash Landing on You ในปี 2019 และก็ได้พัฒนาความสัมพันธ์จนกลายเป็นคนรัก และได้เปิดเผยถึงความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่ในแฟน ๆ ได้ทราบกันในปี 2021 นั่นเอง

Hyunbin

ฮยอนบิน มีชื่อจริงว่า คิม แทพยอง นักแสดงและนายแบบมากฝีมือจากประเทศเกาหลี เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน 1982 สังกัดค่าย VAST Entertainment ซึ่งเป็นค่ายที่เขาก่อตั้งขึ้นเอง ฮยอนบินมาผลงานทั้งการแสดงทั้งซีรีส์ ภาพยนตร์ และงานถ่ายแบบมากมาย

ผลงานซีรีส์เช่น Secret Garden / My Lovely Sam Soon / Memories of the Alhambra / Hyde Jekyll, Me / Crash Landing on You เป็นต้น

ผลงานภาพยนตร์เช่น Come Rain, Come Shine / Confidential Assignment 1-2 / Late Autumn / The Swindlers / Negotiation / Rampant เป็นต้น

Son yejin

ซน เยจิน (Son Ye-jin) นักแสดงหญิงมากความสามารถจากประเทศเกาหลี เกิดเมื่อวันที่ 11 มกราคม 1982 สังกัดค่าย MS Team Entertainment และมีผลงานด้านการแสดงมากมายเช่นเดียวกัน

ผลงานซีรีส์เช่น Thirty-Nine / Something in the Rain / Personal Taste / Summer Scent / Don’t Look Back: The Legend of Orpheus / Crash Landing on You เป็นต้น

ผลงานภาพยนตร์เช่น The Negotiation / A Moment to Remember / Be With You / April Snow / The Classic / The Last Princess เป็นต้น

Inzpy ก็ขอแสดงความยินดีกับคู่รักสุดน่ารักคู่นี้ด้วยนะ เรียกได้ว่าเป็นคู่รักในจอ สู่คู่จริงนอกจอที่เหมาะสมกันมาก ๆ เลย ขอให้รักและดูแลกันอย่างนี้ตลอดไปเลยนะ 🙂

รวมไอเดีย Mix & Match เสื้อสูทให้มีสไตล์ในแบบฉบับของ Mino

ใครว่าเสื้อสูทต้องเป็นทางการ มา Match เสื้อสูทให้มีสไตล์แบบ Mino กัน

เสื้อสูทเป็นไอเทมที่หลาย ๆ คนที่คิดว่าต้องใช้เฉพาะงานที่เป็นทางการ งานจริงจังเท่านั้น แต่บอกเลยว่าไม่จำเป็น ! เสื้อสูทก็สามารถทำมาใส่ให้เป็นแฟชั่นสุดเท่ได้นะ Inzpy เราเลยมีไอเดีย Mix & Match เสื้อสูทในฉบับของ Rapper สุด Swag อย่าง Song Mino มาฝากกัน บอกเลยว่าดูเท่แถมมีสไตล์สุด ๆ

Mino Fashion Styles
Instagram : realllllmino

เริ่มกันที่สไตล์แรก กับการ Match เสื้อสูทลายตารางโทนสีน้ำตาล กับเสื้อยืดสีดำ กางเกงสีดำ และรองเท้าสีดำแบบเน้นสีให้เป็น All Black เพิ่มความโดดเด่นให้กับสีเสื้อสูทไปเลย และเพิ่มลูกเล่นให้กับลุคอีกนิดหน่อยด้วยหมวกแก๊ปสีม่วง และแว่นกันแดดนั่นเอง

เสื้อสูท มิโน
Instagram : realllllmino

สไตล์ต่อมาก็คือการนำเสื้อสูทสีดำ และกางเกงผ้าทรงลุงสีเดียวกัน มา Match กับเสื้อยืดสีขาวด้านในนั่นเอง เป็นสไตล์ที่เน้นการเล่นสีคู่ตรงข้ามอย่างสีขาวดำได้อย่างลงตัวมาก ๆ เลย แถมยังมีลูกเล่นของเครื่องประดับอย่างสร้อยสุดเท่ กับกระเป๋าสบายไหล่สีดำที่ช่วยทำให้ลุคนี้ดู Swag ขึ้นอีกด้วย

Mino Fashion Styles
Instagram : realllllmino

มาถึงสไตล์ที่สามกันบ้าง บอกเลยว่าลุคนี้เก๋สุด ๆ ด้วยการเล่นสีโทนพลาสเทลในเสื้อผ้าหลัก ๆ สามชิ้นนั่นก็คือ เสื้อเชิ้ตสีเหลืองพลาสเทล กางเกงสแล็คขายาวสีเขียวพลาสเทล Match กับเสื้อสูท Oversize สีเทาอ่อน ๆ และเพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาให้ลุคนี้ด้วยผ้าพันคอสีม่วงอมชมพูลายดอกไม้นั่นเอง

เสื้อสูท มิโน
Instagram : realllllmino

สไตล์ต่อมาของหนุ่ม Mino ก็คือการ Match เป็นชุดสูท แบบเสื้อสูท กางเกง เป็นสีและลายเดียวกันไปเลย ความโดดเด่นของลุคนี้ก็คือการเอาเสื้อสูทมาคลุมทับไว้ด้านนอกนั่นเอง และเพิ่มลูกเล่นให้ลุคนี้ด้วยเครื่องดับเงินอย่างสร้อยคอ สร้อยข้อมือ และต่างหูก็ทำให้ได้ลุคใส่สูทแบบ Swag ได้แล้ว

Mino Fashion Styles
Instagram : realllllmino

มาต่อกันที่สไตล์ที่ห้า กับเสื้อสูทลายสก็อตสวมทับกับเสื้อยืดสีขาวเรียบ ๆ Match กับกางเกงยีนส์ คาดเข็มขัดสีครีมเข้าไปอีกสักหน่อย บอกเลยว่าเริ่ด ! หนุ่ม ๆ คนไหนที่มีนัดเดต แต่งลุคนี้ไปบอกเลยว่าโดนใจคู่เดตแน่นอน

เสื้อสูท มิโน
Instagram : realllllmino

อีกสไตล์ที่นำเสื้อสูทมา Match กับกางเกงยีนส์ และเสื้อยืดสีขาวนั่นเอง เพียงแค่ปรับเปลี่ยนการเล่นสีนิดหน่อย โดยการเปลี่ยนมาเป็นสูทสีอ่อน เล่นสีกับกางเกงยีนส์สีเข้ม และเข็มขัดหนังสีดำ บอกเลยว่าแค่นี้ก็ได้อีกหนึ่งลุคใส่สูทแบบเท่ ๆ แล้ว

Mino Fashion Styles
Instagram : realllllmino

มาต่อกันในสไตล์การ Match เสื้อสูทแบบติส ๆ กันบ้าง กับการนำเสื้อสูทลายตารางและเสื้อยืดที่มีโทนสีใกล้เคียงกันมาใส่ด้วยกันนั่นเอง อย่างหนุ่มมิโนเนี่ยก็เน้นเป็นการเล่นสีน้ำเงิน สีขาว และสีแดงนั่นเอง เพราะแม้แต่กระเป๋าคาดอกยังเป็นสีน้ำเงินเลย และก็มาเพิ่มไอเทมให้ลุคด้วยหมวกทรงจิตรกร กับแว่นตากันแดดทรงกลมแค่นี้ก็ได้ลุคเสื้อสูทในสไตล์ติส ๆ แล้ว

เสื้อสูท มิโน
Instagram : realllllmino

มาถึงสไตล์สุดท้ายกันแล้ว กับการ Match เสื้อสูทกับเสื้อยืดสีขาวเรียบ ๆ กับกางเกงยีนส์ อย่างที่บอกว่าสไตล์นี้เนี่ยแต่งได้แบบง่าย ๆ แบบที่ใคร ๆ ก็แต่งตามได้เลย เพราะเสื้อผ้าแต่ละชิ้นเนี่ยเชื่อว่าทุกคนแทบจะต้องมีติดตู้เสื้อผ้ากันอยู่แล้วแหละ แค่ลองเอามา Mix & Match ตามสไตล์ของหนุ่มมิโนก็ได้อีกลุคแต่งตัวเท่ ๆ แล้ว

เป็นยังไงกันบ้างกับ 8 ไอเดียการ Mix & Match เสื้อสูทในสไตล์หนุ่ม Mino ที่เราเอามาฝากกัน หวังว่าจะถูกใจหนุ่ม ๆ ที่กำลังหาไอเดียแต่งตัวไปเดตหรือไปออกงานเบา ๆ หรือแม้แต่เที่ยวชิล ๆ กันอยู่นะ ส่วนใครที่มีเสื้อสูทติดตู้เสื้อผ้าอยู่นานแล้วแต่ไม่เคยเอามาใส่สักที ก็เอามาแต่งตามกันได้นะ รับรองว่าเท่ไม่แพ้หนุ่มมิโนแน่นอน 🙂

สร้างอัตลักษณ์ความหอบแบบไทย หอมไกลระดับโลก “Thai Perfumers”

“Thai Perfumers” สร้างอัตลักษณ์ความหอบแบบไทย หอมไกลระดับโลก – ในงาน Bangkok design week 2022 มีกิจกรรม และนิทรรศการให้ผู้ที่สนใจเรื่องของงาน design ได้เข้าร่วมมากมาย ในย่าย เจริญกรุง-ตลาดน้อย ได้มีการจัดกิจกรรม และนิทรรศการตลอดสายมีผู้สนใจเข้าร่วมมากมาย โดยเฉพาะในโซนของ TCDC กรุงเทพฯ อาคารไปรษณีย์กลาง ที่มีการจัด “ประกวดสุนทรียศาสตร์แห่งกลิ่นหอม” จากนักปรุงน้ำหอมที่มีความสามารถส่งเข้ามาร่วมประกวดมากกว่า 50 กลิ่น

Thai Perfumers

งานนี้จัดขึ้นโดย Thai Perfumers ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่อุทิศให้กับการเข้าถึง การศึกษา และการทดลองน้ำหอม เราต้องการพัฒนาชุมชนน้ำหอมและทำให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น  และทุ่มเทให้กับการสนับสนุนศิลปินและผู้คนในสาขาที่เกี่ยวข้องที่มีความหลงใหลในน้ำหอม โดยมีเป้าหมายของเราคือการสร้างจุดเริ่มต้นใหม่สำหรับผู้ที่สนใจในกลิ่นและเพื่อส่งเสริมการวิจัยและพัฒนาใหม่ เรามุ่งมั่นที่จะทำให้ชุมชนมีความกระฉับกระเฉง มีชีวิตชีวา และเป็นมิตรมากที่สุด

การประกวดสุนทรียศาสตร์แห่งกลิ่นหอมถูกจัดขั้นในงาน Bangkok design week 2022 ได้เป็นการประกวดออกเป็น 3 สายคือ Fashionable Fragrance Award , Art Exploration Award และ Thai Enhancement Award เปิดโอกาสให้นักปรุงน้ำหอมทั่วไป และแบรนด์แฟชั่นได้รังสรรค์น้ำหอมเข้ามาประกวดที่มีมากกว่า 50 กว่ากลิ่น

Thai Perfumers 2
Cr: Photo https://www.facebook.com/thaiperfumers/

แรงบันดาลใจของการทำน้ำหอมที่ถูกถ่ายทอดออกไป

ในแต่ละสายการประกวดน้ำหอมไทยในครั้งนี้มีการปรุงน้ำหอมโดยใช้แรงบันดาลใจในการรังสรรค์น้ำหอมที่เป็นกลิ่งของเฉพาะ ซึ่งส่วนใหญ่จะได้แรงบันดาลใจจากเรื่องราวชีวิต และรสนิยมความชอบของตนเองลงไปผสมผสานกลิ่นจากวัตถุดิบต่างๆ จนลงตัว โดยเฉพาะในสายของ Art Exploration Award ที่มีผู้ส่งเข้าประกวดมากกว่า 20 กลิ่น

น้ำหอมในสาย Art Exploration Award จะมีความสนุกสนานในเรื่องของกลิ่นที่ผู้ปรุงจะใช้จิตนการ ความชอบ ความหลงไหล และความศรัทธา ในการนำมาเป็นแรงบันดาลใจของการปรุงน้ำหอม อย่างเช่นน้ำของนักปรุงน้ำหอม พิริยะ ปิ่นทอง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประสบการณ์ในช่วงธันวาคม ที่เขาได้โดยสารถเมย์พร้อมกับผู้คนมากมายในย่ามค่ำคืนช่วงหน้าหนาวที่มีกลิ่นของดอกตีนเป็ดลอยมาตามลม จึงได้ผสมผสานกลิ่นของวัตถุดิบจนได้ความรู้สึกของวันนั้น

Perfume
Cr: Photo https://www.facebook.com/thaiperfumers/ Bangkok design week 2022

นี่เป็นเพียงแค่หนึ่งในตัวอย่างของแรกบันดาลใจของนักปรุงน้ำหอมที่อยากให้ทุกคนได้สัมผัสกับความรู้สึกของกลิ่นที่เปรียมเหมือนงานศิลปะชิ้นเอกที่มีแค่หนึ่งเดียวเท่านั้น ในสายของ Art Exploration Award หลายคนอาจจะเข้าถึงยาก แต่บอกเลยว่าแต่ละกลิ่นจะสร้างประสบการณ์ และแรกบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับคุณได้อย่างแน่นอน

Thai Perfumers ในสายอื่นๆ อย่าง Fashionable Fragrance Award ที่เป็นแบรนด์แฟชั่นต่างๆ ในเมืองไทยได้ส่งน้ำหอมเข้ามาประกวดอย่างมากมาย แต่ละแบรนด์ก็สร้างสรรค์โดยยกแรกบันดาลใจจากเรื่องความที่ผู้คนเข้าถึงง่าย อย่าง ความรักความอบอุ่น เช่นเดียวกับ สายของ Thai Enhancement Award ถึงจะมีวัตถุดิบหลักกำหนดไว้อยู่แล้วแต่นักปรุงก็ได้ผสมผสานจากความรู้สึก และแรงบันดาลใจของตัวนักปรุงเอง

66
Cr: Photo https://www.facebook.co m/thaiperfumers/ Bangkok design week 2022

วัตถุดิบของไทยที่นักปรุงน้ำหอมเลือกใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน

น้ำหอมที่ถูกรังสรรค์จากนักปรุงที่ส่งเข้ามาประกวดน้ำหอมไทยในครั้งนี้ ส่วนใหญ่แต่ละคนก็มีการคัดสรรวัตถุดิบของไทยมาใช้ในการนำมาเป็น Top Notes, Middle Notesและ Base Notes กันอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ ไม้หอม ที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย

โดยเฉพาะในการแข่งขัน Thai Enhancement Award ที่กำหนดโจทย์ยกระดับวัตถุดิบไทยให้มีมูลค่าเป็นประจักษ์ในสังคมซึ่งในปีนี้คือ “น้ำมันหอมระเหยจากส้มโอไทย” ที่ทำการปลูก และสกัดภายในประเทศ โดยนักปรุงน้ำหอม หรือศิลปินสามารถนำมาเป็นองค์ประกอบหลัก หรือเสริมในน้ำหอมได้ การทำเช่นนี้จึงเป็นการช่วยดึงศักยภาพวัตถุดิบของไทยให้เป็นทีประจักษ์ได้เป็นอย่างดี

2
Cr: Photo https://www.facebook.com/thaiperfumers/ Bangkok design week 2022

หากใครที่พอมีเวลา และรักในกลิ่นหอม Inzpy จึงอยากเชิญชวนทุกท่านไปเข้าร่วมงาน Bangkok design week 2022 กิจกรรมของ Thai Perfumers ที่จัดการประกวด “สุนทรียศาสตร์แห่งกลิ่นหอม” ที่จัด ณ TCDC กรุงเทพฯ อาคารไปรษณีย์กลาง ถนนเจริญกรุง ถึงวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2565 ซึ่งคุณสามารถเข้าเป็นเป็นหนึ่งในผู้ตัดสินการประกวดน้ำหอมทั้ง 3 สายคือ Fashionable Fragrance Award , Art Exploration Award และ Thai Enhancement Award โดยการโหวตกลิ่นน้ำหอมที่คุณชอบได้เลย

แค็ปชันเด็ดวันวาเลนไทน์ ถ้าไม่อยากเดียวดายแอดไลน์เรามานะ

แค็ปชันเด็ดวันวาเลนไทน์ ถ้าไม่อยากเดียวดายแอดไลน์เรามานะ

วันวาเลนไทน์ใกล้เข้ามาทุกทีแล้วนะคะทุกคน สายโซเชียลอย่างเราจะพลาดได้ยังไง ก็ออกไปเที่ยว ถ่ายรูป เช็กอินกันหน่อยสิคะ รูปพร้อมคิดแค็ปชันไม่ออกก็ไม่ต้องกลัวน้า เพราะว่าวันนี้เรามี แค็ปชันเด็ดวันวาเลนไทน์ ที่เหมาะสำหรับทั้งคนโสด และคนมีคู่ มาฝากกันค่ะ รับรองว่าเอาไปโพสต์เรียกยอดไลก์กันได้แบบปัง ๆ แน่นอน

น่ารักแบบคุณ มีนามสกุลใช้รึยัง
หลงทางแค่ผิดนัด ละหลงรักอะผิดมั้ย
ไม่อยากอยู่ในสตอรี่ อยากอยู่ในใจพี่มากกว่า
ดอกไม้มีให้วันวาเลนไทน์ หัวใจมีให้เธอทุกวัน
รอยยิ้มจาง ๆ พอจะทำให้ใจเธอบางบ้างไหม
แดดแรงทำให้หน้าพัง แต่เธอน่ารักจังทำให้หน้าแดง
อยู่คนเดียวมันก็ดี แต่บางทีก็อยากให้พี่มาอยู่ด้วย
เราอาจไม่มีความเซ็กซี่ให้เธอหลงใหล แต่มีความใส่ใจให้เธอหลงรัก
ฤดูฝนอยู่ในช่วงกลางปี เธอคนดีอยู่กลางใจเรา
ดอกกุหลาบให้กันปีละครั้ง แต่เขารักตัวเองจังมีให้ตลอดไป
ไม่อยากเป็นคนรักเธอข้างเดียว แต่อยากเป็นคนรักเดียวข้างเธอ
กินก๋วยเตี๋ยวให้เลือกเส้น อยากมีแฟนขี้เล่นต้องเลือกเรา

มีใจก็ทักมา 14 กุมภาจะได้กุมมือกัน
น้ำหนักอาจจะไม่คงที่ แต่รักที่มีอะคงทน
ข้างนอกมีแต่ฝุ่น งั้นขอเข้าไปในใจคุณได้ปะ
ฝุ่นไม่ดีต่อปอด แต่เธอยิ้มให้ตลอดมันดีต่อใจ
ดอกไม้อาจจะอยู่ได้ไม่นาน แต่เงินในธนาคารจะอยู่กับเธอตลอดไป
เคยเห็นตอนเรามีแฟนยัง ถ้ายังไม่เคย ก็มาเป็นแฟนเรา
คิดถึง เป็นคำกริยา แต่ถ้าเธอบอกรักมา คือคำวิเศษณ์
กาแฟยังใส่นม ถ้ารักคนอย่างผมต้องใส่ใจ
ไม่แพ้หรอกฝุ่น แพ้คุณมากกว่า
ดอกกุหลาบอะเราไม่ต้องการ….ขอให้เธออยู่กับเราแบบนี้นาน ๆ ก็พอ
อยากเป็นไข่ให้เธอเจียว เพราะคนใดที่ถูกเจียว คือคนเดียวที่ถูกใจ

ยิ้มให้ไม่ได้อ่อย แค่อยากให้ทักมาหน่อยเท่านั้นเอง
กินนมอาจจะทำให้โตไว แต่ถ้ากินเราเข้าไปหัวใจจะพองโต
ตอนแรกก็กลัวฝุ่นนะ แต่ตอนนี้กลัวคุณไม่รักมากกว่า
สวัสดีวันวาเลนไทน์ ถ้าไม่อยากเดียวดาย แอดไลน์เรามานะ
กุหลาบแท้อยู่ได้ไม่กี่วัน กุหลาบแบงก์พันอยู่ได้นานกว่านะ
วันธรรมดา…หายใจออกมาเป็นไอ วันวาเลนไทน์..หายใจออกมาเป็นเธอ
ยุงกัดให้ตบ อยากคบให้บอก
อากาศร้อนอย่างนี้ มาเป็น fan ให้ทีได้มั้ย
กุมภาไม่ต้องกุมมือใคร กุมมือเราไง จะกุมตลอดไปก็ไม่ว่ากัน
วาเลนไทน์นี้ ถ้าคุณรู้สึกว่าไม่มีใคร โปรดจงรู้ไว้ ว่าคุณยังมีงาน

14 กุมภาไม่ได้มีมาบ่อย จะบอกรักก็รีบหน่อย เราไม่ได้อ่อยแต่มันเป็นโอกาส
14 กุมภา ถ้าเธอซื้อดอกกุหลาบไม่ทัน เอาแบงก์พันมายืนยันความรักก็ได้
ช่วงนี้ไม่รู้ทำไม สายตามันเบลอ ๆ เพราะมองใคร ก็เห็นเป็นหน้าเธอตลอดเลย
ไม่ได้อยากเป็นอนาคตของใคร แต่อยากให้หัวใจเธอเป็นปัจจุบันของเรา
โสดมานาน ให้ขึ้นคานคงไม่ไหว รับสมัครคนมีใจ ช่วยพาไอลงจากคาน
คิดถึงเป็นคำกริยา แต่ถ้าเธอพูดมาเป็นคำวิเศษณ์
วันนี้เธอว่างไหม ว่าจะชวนเข้ามานั่งในหัวใจเราซะหน่อย
A – Z ชอบตัวไรไม่รู้ แต่ I ชอบ U นะรู้ยัง
ถ้ากุมภาพันธ์ ไม่รู้จะกุมมือใคร กุมมือเราไง อะ! ยื่นให้จับเลย
วันแห่งความรัก ดอกไม้ไม่ต้องมี แต่ขอเงินโอนเข้าบัญชีก็พอแล้ว
วาเลนไทน์มีแค่วันเดียว แต่รักเธอคนเดียวมีให้ทุกวัน
กุหลาบไม่ต้องการ แค่อยู่กินบุฟเฟต์กันไปนานๆ ก็พอ

สำหรับสายโซเชียลที่อยากได้แค็ปชันเด็ด ๆ เวลาไปเที่ยว ตามไปอ่านบทความ รวม 40 แค็ปชันสำหรับสายเที่ยว ได้เลยค่ะ

Cr. watsons

กว่าจะมาเป็น “ไคท์เซิร์ฟ” (Kite Boarding) กีฬาเอ็กซ์ตรีมทางน้ำ

กีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดฮิตเวลานี้ ไม่มีอะไรเกิน “ไคท์เซิร์ฟ” (ไคท์บอร์ดดิ้ง) ที่คนไทย และต่างชาติหันมาเล่นกัน แต่ทราบหรือไม่ว่า กว่าจะมาเป็น ไคท์บอร์ดดิ้ง ต้องผ่านการวิวัฒนาการมาขนาดไหน

ก่อนจะพูดถึงประวัติ “ไคท์เซิร์ฟ” ต้องกล่าวถึงต้นเรื่องของกีฬาทางน้ำ อย่าง “เซิร์ฟบอร์ด” หรือกระดานโต้คลื่น ที่มีจุดต้นจากชนพื้นเมืองของเกาะทางแปซิฟิก อย่างเกาะฮาวาย และเกาะตาฮิติ นำมาเล่นกันเองอยู่แล้วจากไม้กระดานที่ทำขึ้นเอง ตั้งแต่ศรรตวัตที่ 18 ทำให้ไม่มีใครทราบถึงผู้คิดค้นกระดานโต้คลื่นชนิดนี้ และเมื่อชาวยุโรปไปเห็นเข้า จึงนำมาพัฒนาไปเล่นต่อในแต่ละประเทศ

หลังจากการเล่น “เซิร์ฟบอร์ด” แพร่หลายไปในยุโรป และอเมริกา ก็ได้มีคนคิดค้นการเล่นที่เพิ่มอุปกรณ์เข้าไปอย่าง “ร่มร่อน” หรือ “ปีกร่อน” เข้ามาผสมผสาน กับเซิร์ฟบอร์ด แต่ก็ยังไม่สำเร็จในยุคนั้น แต่กลับกลายเป็น Jim Drake ชาวอเมริกัน ที่จบวิชาการบินจากมหาลัยสแตนฟอร์ด ได้ริเริ่มคิดค้นเอาเสา และใบมาไว้บนเซิร์ฟบอร์ด และมีหางเสือ (fin) ที่ส่วนกลาง กับส่วนหาง เหมือนกับเรือข้ามมหาสมุทร ทำให้เกิดกีฬาชนิดใหม่ขึ้น เรียกว่า “วินด์เซิร์ฟ” (windsurf) เกิดขึ้นในยุค 70

ช่วงยุคกีฬาวินด์เซิร์ฟเป็นที่นิยมอย่างกว้างขว้างอยู่หลายปี จนบรรจุเข้าสู่การแข่งขันในโอลิมปิก ก็ยังมีคนคิดค้นต่อยอดจาก “ร่มร่อน” อยู่ต่อเนื่อง จนท้ายสุด 2 พี่น้อง Bruno Legaignoux และ Dominique Legaignoux จากชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติกของฝรั่งเศส ได้พัฒนาว่าวสำหรับเล่น “ไคท์เซิร์ฟ” ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 และต้นทศวรรษ 1980 และได้จดสิทธิบัตรการออกแบบว่าวแบบเป่าลมในเดือนพฤศจิกายน 1984 ซึ่งเป็นแบบที่บริษัทต่าง ๆ นำไปใช้เพื่อพัฒนาตนเองในเวลาต่อมา

ปัจจุบันกีฬา “ไคท์เซิร์ฟ” หรือ “ไคท์บอร์ด” เป็นกีฬาที่เล่นกันอย่างกว้างขวางทั่วทุกมุมโลก เนื่องจากการขนอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อเดินทางไปทะเลแต่ละที่ ง่ายกว่า “วินด์เซิร์ฟ” เพียงแค่กระเป๋าเป้ใบเดียวก็สามารถเก็บ “ร่ม” หรือ “ไคท์” ได้แล้ว และยังมีการพัฒนาไปสู่ “ไคท์ฟอยล์” (Kite Foil) ไปอีกขั้น ซึ่งได้ถูกเสนอให้บรรจุเข้าสู่โอลิมปิกต่อไป

Squid Beach หาดผืนสุดท้าย ปากน้ำปราณ

 

5 เพจ Facebook สายทะเล ที่ควรตามติด

ตามหา เพจ Facebook สายทะเล เพิ่มความอินให้กับชีวิต เพจที่จะเปลี่ยนให้ทุกคนรู้สึกหลงไหลในทะเลมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้ง 5 เพจที่คัดมาให้บอกเลยว่าเป็นเพจสายทะเล ตัวจี๊ดเลยล่ะค่ะ ถ้าไม่ตามถือว่าพลาดมาก บอกเลยว่าถ้าใครสนใจในเรื่องทะเลต้องตามติดเพจดังต่อไปนี้เลยค่า

5 เพจ Facebook สายทะเล

1. Take to Travel : พากันไปเที่ยว

ใครที่ชอบตามหาที่พักติดทะเล บอกเลยว่าต้องตามเพจนี้เลย เพจจะลงโพสแนวที่พักสวย ๆ ริมทะเล ติดทะเล หรือใกล้ทะเลค่ะ วิวดี แถมทำภาพได้คุมโทนมาก ๆ ภาพทุกโพสสวย ดูดี น่าติดตามสุด ๆ ใครที่ชอบไปเที่ยวทะเล แต่ไม่รู้จะไปพักที่ไหนดี ลองตามเพจนี้ดูนะคะ ลงภาพที่พักไว้เยอะมากเลยค่ะ
Facebook: Take to Travel : พากันไปเที่ยว

2. เพจ Facebook : HappyNancy

เพจนี้เป็นเพจของคุณแนนซี่ บอกเลยว่า เป็นสายทะเลตัวจริง ใครที่เป็นสายทะเลแทบจะไม่มีใครไม่รู้จักเลย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดำน้ำ ทั้ง Freedive หรือ Scuba แม้กระทั่ง Surfboard คุณแนนซี่นี่ตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะค่ะ ดูแล้วโลกมันสดใส มีความสุขไปด้วยทุกครั้งเลย ใครชอบความ Adventure สายทะเล ต้องตามเพจนี้ค่ะ
Facebook: HappyNancy

3. Nicole.Aloha

สำหรับเพจนี้คือ จุดเริ่มเริ่มต้นที่ทำให้เราเป็นคนที่ชอบชีวิตติดทะเลไปเลยค่ะ เวลาที่เข้ามาดูเพจ ใจนี่หยุดคิดเรื่องทะเลไม่หยุดเลย โดยเฉพาะกิจกรรมดำน้ำ Freedive ชอบมาก ๆ ดูแล้วมีความสุขมาก ๆ เห็นรอยยิ้มของน้องนุ่นแล้วสดใสสุด ๆ ถือว่าเป็นอีกเพจสายทะเลที่ทำได้เห็นมุมมองในการเที่ยวทะเลแบบหลากหลายรูปแบบมาก แถมชอบเวลาที่ตัดคลิปโดยใช้กล้อง Gopro ถ่ายด้วย เป้นมุมมองที่สวย และ Create มาก ๆ เลยล่ะค่ะ
Facebook: Nicole.Aloha

4. Planton Girl.

เป็นเพจที่เราติดตามรับชมตลอดเลย ใครที่ตามหาสานถที่ดำน้ำใหม่ ๆ แบบ Freedive หรือที่เที่ยวติดทะเลสถานที่ต่าง ๆ ให้ตามคนนี้เลยค่ะ เปิดโลกใต้น้ำได้เก๋มาก ชอบตามดูว่า เวลาที่เค้าไปดำน้ำ จะคอยลุ้นตามว่าจะได้เจออะไรบ้าง แล้วก็ทำให้รู้สึกอยากเที่ยวตามรอยแทบจะทุกวัน ถ้ามีเวลา 555+ แต่ถึงแม้จะไม่ได้ไปแบบนี้ แค่ได้ดูตามเพจนี้ก็ตื่นเต้นไปด้วยแล้ว
Facebook: Planton Girl.

5. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ใครที่ชอบติดตามข่าวสารทางทะเล เราแนะนำว่าให้ตามเพจ กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง เราจะได้เห็นข่าวเกี่ยวทางทะเลในไทยก่อนใครเลย และบางครั้งก็จะมกิจกรรมดี ๆ ที่คอยลงให้เราติดตาม อย่างการเก็บขยะริมชายหาด การดำน้ำปลูกปะการัง หรือเปิดคอร์สอนเรียนดำน้ำ Scuba ใครสนใจอาจจะต้องคอยติดตามเพจนี้นะคะ
Facebook: กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง

ใครที่เข้าสู่วงการสายทะเล สายดำน้ำ หรือ Surfboard ก็ลองตามติดเพจที่แนะนำนี้ดูนะคะ บอกเลยว่าถ้าตามครบทุกเพจ ทุกคนจะได้ซึมซับสายมะเลแบบเต็มที่ไปเลย จากเฉย ๆ อาจจะกลายเป็นหลงรักแบบเราไปเลยก็ได้ 555+ แต่ถ้าอยากตามหาที่พัก ร้านอาหาร คาเฟ่ สถานที่ท่องเที่ยวให้ตามไปดูได้ที่ Inzpy Travel ได้เลยค่า