Home Blog Page 943

พาชม 10 ลุคเครื่องประดับสุดหรูบนพรมแดง Oscars 2022

ถึงแม้ว่างานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่แห่งปีอย่างรางวัล Oscars 2022 จะจบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ทาง Inzpy ยังไม่ยอมจบง่าย ๆ ซึ่งหลังจากที่เราพูดถึงลุคพรมแดงสุดปังอลังการที่เรารวบรวมมาฝากทุกคนถึง 10 ลุคไปแล้วนั้น นอกจากเสื้อผ้าเรายังอยากที่จะพาทุกคน ตามไปส่องเครื่องประดับสุดหรูหรา ที่เข้ามาช่วยเติมเต็มลุคของเซเลบดาราแต่ละคนซึ่งจะปังขนาดไหน ตามไปดูกันเลย

cr.photo ; scmp.com / lofficielthailand.com

Thimothée Chalamet

พระเอกหนุ่มหล่อรูปงามมาดเซอร์จากภาพยนตร์เรื่อง Dune สุดฮอต มาพร้อมแจ๊คเก็ตทักซิโด้ผ้าลูกไม้สีดำสนิททับด้านนอกเพียงชั้นเดียว โดยที่ไม่ใส่อะไรไว้ข้างในเลย ตั้งใจแหวกอกไม่ติดกระดุมพร้อมโชว์จิวเวลรี่สุดหรูอันโดดเด่นตัดกับผิวขาวอย่างลงตัว โดยเครื่องประดับที่เขาสวมใส่นั้นเป็นสร้อยคอรูปเสือที่มาจากคอลเลกชัน Panthère de Cartier จากแบรนด์หรูอย่าง Cartier นั่นเอง

โดดเด่นด้วยดีไซน์รูปหัวเสือตัวแทนสัญลักษณ์ของแบรนด์ โดยสีเขียวบริเวณตาทำมาจากมรกต สีดำบริเวณจมูกทำมาจากหิน Onyx ส่วนบริเวณสายสร้อยและส่วนอื่น ๆ ประกอบไปด้วยทองคำขาวและเพชรเจียระไนน้ำงาม ทั้งหมด 135 เม็ด ที่มีน้ำหนักรวมราว 1.14 กะรัต ต้องบอกว่าปังไม่ไหว เพราะแค่สร้อยอย่างเดียวไม่รวมชุดก็ราคาเหยียบล้านแล้วค่ะแม่ขา

cr.photo ; harpersbazaar.com / townandcountrymag.com

Zendaya

สาว Zendaya ไม่เคยทำให้งานออสการ์และแฟน ๆ ต้องผิดหวัง เพราะเธอเป็นหนึ่งในดาวเด่นของงานพรมแดงอยู่เสมอ ด้วยลุคสุดปังที่เธอเลือกใส่ในแต่ละครั้ง ที่นอกจากเสื้อผ้าแล้วนั้น เครื่องประดับที่เธอเลือกมาแมตช์ก็แสนสวยงามลงตัว โดยเธอสวมสร้อยคอสุดหรู Bvlgari Serpenti High Jewelry ประกอบไปด้วยเพชรน้ำหนักกว่า 13 กะรัต ที่ออกแบบทำมาจากเทคนิคพิเศษ เสริมความหรูหราด้วยกำไลข้อมือรุ่น Serpenti Viper หลายต่อหลายชิ้นเพื่อสร้างเลเยอร์และความน่าสนใจให้กับลุค นอกจากนั้นยังใส่ต่างหูเพชรและแหวนเพชรสุดล้ำค่าอีกหลายวง โดยจิวเวลรี่ทั้งหมดมาจากแบรนด์ Bvlgari

cr.photo ; scmp.com / hollywoodreporter.com

Kristen Stewart

สาวเท่อย่าง Kristen Stewart มาในลุคสูทขาสั้นกับเสื้อเชิ้ตปลดกระดุม เพิ่มลูกเล่นให้กับลุคเก๋ด้วยสร้อยคอห้อยจี้ยาวประดับเพชร “Ganse Noire Spinelle” จากไลน์ Chanel High Jewelry ที่ทำมาจากวัสดุ Onyx, Spinel สีแดงสด และเพชรน้ำงามกว่า 18 กะรัต ประดับตกแต่งอยู่บนเรือนทองคำขาว เป็นสร้อยคอดีไซน์เก๋ไม่เหมือนใครชวนให้นึกถึงเนกไทที่มาในรูปแบบของจิวเวลรี่

cr.photo ; harpersbazaar.com / townandcountrymag.com

Nicole Kidman

สาวใหญ่มาในลุคชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอมเทาเรียบหรูสมเป็นเธอ เติมเต็มลุคด้วยเครื่องประดับจาก Harry Winston รุ่น Yellow-Diamond Eagle ที่สร้างสรรค์มาจากเพชร 33.42 กะรัต ประกอบกับทองและแพลตตินั่ม 18K นอกจากนั้นยังคอมพลีทลุคด้วย ต่างหู สร้อยข้อมือและแหวนเพชรที่เข้าเซตกันทั้งหมดจากแบรนด์เดียวกัน นอกจากเครื่องประดับจิวเวลรี่แล้ว เธอยังสวมใส่เรือนเวลาสุดหรูจาก Omega อีกด้วย

cr.photo ; lofficielthailand.com / townandcountrymag.com

Jessica Chastain

นักแสดงนำสาวจากเรื่อง The Eyes of Tammy Faye มาในลุคสะท้อนแสงวิบวับสีสวยงามชวนฝันจาก Gucci ที่มีการไล่เฉดสีดีเทลปักเลื่อมทั้งตัว เสริมลุคนี้ให้ปังไปอีกขั้นด้วยตุ้มหูห้อยระย้าสุดอลังการ High Jewelry จากคอลเลกชัน Hortus Deliciarum ดีเทลรูปหัวสิงโตประกอบไปด้วยเพชร 13.32 กะรัต, Spinel หลากสีไม่ว่าจะเป็นชมพู ม่วง และฟ้าอ่อนที่ประดับอยู่บนตัวเรือนทองคำขาว 18 กะรัต นอกจากนั้นยังมีสร้อยข้อมือหวานละมุนสีสันสวยงามเข้ากับชุดที่เธอสวมใส่ โดยทั้งหมดเป็นผลงานจาก Gucci

Oscars 2022
cr.photo ; harpersbazaar.com / townandcountrymag.com

Vanessa Hudgens

นักแสดงสาวมาพร้อมลุคชุดกระโปรงสายคล้องคอสีดำประดับเลื่อม ที่มีดีเทล Cut-Out สุดโมเดิร์น เครื่องประดับทั้งหมดที่เธอสวมใส่มาจากแบรนด์ Bvlgari โดยสร้อยคอที่เธอสวมเป็นสร้อยคอสุดปังอลังการที่ทำมาจากเพชรกว่า 23 กะรัตผสมผสานกับมรกตแสนสวยงามติดตราตรึงใจ เรียกให้คนเหลียวหลังได้ไม่ยากเย็น ที่มาพร้อมกับต่างหูภายในเซตที่เข้าคู่กัน

Oscars 2022
cr.photo ; hollywoodreporter.com / harpersbazaar.com

H.E.R.

นักร้องสาวผิวสีนอกจากจะสวมชุดมินิเดรสเกาะอกสีเหลืองนีออนสดใส เรียกทุกสายตาให้หันมองเธอแล้ว ยังเสริมลุคให้หรูหราลงตัวด้วยเครื่องประดับจากแบรนด์ Chopard High Jewelry ที่รังสรรค์ขึ้นจากมรกต 49.24 กะรัต เพชรอีก 62.15 กะรัต ประดับประดาบนตัวเรือนทองคำขาว 18K ทั้งยังมีต่างหูและแหวนภายในคอลเลกชันที่เข้าเซตกัน ทำให้เราละสายตาไปจากเธอไม่ได้เลยทีเดียว

Oscars 2022
cr.photo ; harpersbazaar.com / townandcountrymag.com

Lily James

ถือว่าเธอเป็นหนึ่งในแขกที่สวมชุดที่ดูดีที่สุดในงาน เป็นลุคที่ดูหวานละมุนดีเทลลูกไม้รัดรูป แอบเปรี้ยวเบา ๆ ด้วยกระโปรงผ่าสูง แต่นอกจากชุดจะสวยแล้ว เธอยังชนะเลิศในเรื่องของเครื่องประดับอีกด้วย โดยสร้อยที่เธอสวมใส่เป็นผลงานจากแบรนด์ Versace ที่เป็นสร้อยคอดีไซน์คล้ายงูพันรอบคอประดับด้วยเพชรสีขาวและสีเหลืองอย่างสวยงามโดดเด่น

Oscars 2022
cr.photo ; harpersbazaar.com / townandcountrymag.com

Zoë Kravitz

เสริมลุคหวานเดรสสีชมพูอ่อน ด้วยสร้อยคอโช้กเกอร์ประดับประดาล้อมรอบด้วยเพชรรูปวงรีแสนเก๋ไก๋ ที่เข้าคู่กับต่างหูเพชรรูปทรงเดียวกันจากแบรนด์ Kwiat ไม่ว่าจะเป็นสไตล์ของเครื่องประดับและทรงผมของเธอ อดไม่ได้ที่จะทำให้เรานึกถึงลุคของดาราสาวสุดไอคอนิกตลอดกาลอย่าง “ออเดรย์ เฮปเบิร์น”

Oscars 2022
cr.photo ; harpersbazaar.com / townandcountrymag.com

Ariana DeBose

นักแสดงสาวผู้คว้ารางวัลนักแสดงสมทบหญิงยอดเยี่ยมจากเรื่อง West Side Story มาในลุคแดงเดือดทั้งตัว ไม่ว่าจะเป็นครอปทอป กางเกง และเสื้อคลุม เสริมความโดดเด่นด้วยสร้อยเพชรประดับบนตัวเรือนแพลตตินั่ม จากแบรนด์ De Beers ที่มาพร้อมกับ กำไลเพชร ต่างหูเพชร และแหวนเพชรในเซตเดียวกัน ปิดท้ายความชิคด้วยนาฬิกาเรือนหรูจาก Omega

เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคน กับ 10 ลุคเครื่องประดับสุดหรูบนพรมแดง Oscars 2022 ที่เราคัดมาฝากทุกคนในวันนี้ หวังว่าลุคทั้งหมดที่เราเอามาฝากจะสามารถเป็นไอเดียและสร้างแรงบันดาลใจในการแต่งตัวให้ทุกคนได้ไม่มากก็น้อยนะคะ อย่าลืมติดตามว่าในครั้งหน้า Inzpy จะเอาข่าวสารที่น่าสนใจในวงการแฟชั่นแบบไหนมาฝากทุกคนอีก อย่าหนีหายไปไหนกันนะคะ

Step by Step การดูแลผิวตอนเช้า แบบเกาหลีทีละขั้นตอน

Step by Step การดูแลผิวตอนเช้า แบบเกาหลีทีละขั้นตอน – การดูแลผิวเป็นสิ่งสำคัญของผู้หญิงไม่ว่าจะวัยไหนก็ตาม ยิ่งในวัยรุ่นและวัยทำงานที่ต้องแต่งหน้าและออกไปเจอมลพิษเป็นประจำยิ่งต้องการการดูแลผิวหน้าเป็นพิเศษมากขึ้น การมีผิวหน้าที่ดีก็เหมือนการมีคะแนนความสวยไปครึ่งนึงแล้ว ไม่ว่ารูปหน้าของคุณจะดีหรือไม่ดี แต่การมีผิวที่ดีก็ทำให้คุณดูเป็นคนสวยได้มากว่าคนที่มีใบหน้าสวยแต่ผิวหน้าไม่ดี มีสิว มีริ้วรอย แบบนี้ไม่ขอเอาดีกว่า ดังนั้นสาว ๆ ทุกคนควรดูแลผิวหน้าให้สวยเรียบเนียน กระจ่างใสกันดีกว่า

Step by Step การดูแลผิวตอนเช้า แบบเกาหลีทีละขั้นตอน

วันนี้ทาง Inzpy จึงได้ไปค้นหาวิธีการดูแลผิวที่เจาะลึกลงไปสำหรับใครที่ต้องการขั้นตอนการดูแลผิวอย่างละเอียดว่าควรจะทำแบบไหนบ้าง โดยวิธีการดูแลดังต่อไปนี้จะเป็นการดูแลผิวที่เหมาะกับผิวของคนเอเชียเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นการปฏิบัติในกลุ่มของสาว ๆ เกาหลี และได้บอกเล่าต่อเคล็ดลับนี้จนเป็นที่นิยมไปทั่วโลก จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้างนั้นไปดูกันเลย

ขั้นตอน การดูแลผิวตอนเช้า !!

  • ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดผิวด้วยน้ำเท่านั้น ดังที่เราได้กล่าวไว้ข้างต้น การใช้น้ำสะอาดเพียงอย่างเดียวจะดีต่อผิวมากกว่า หลีกเลี่ยงการใช้คลีนเซอร์ในตอนเช้า เพื่อไม่ให้ผิวแห้ง
  • ขั้นตอนที่ 2: ใช้โทนเนอร์เพื่อปรับสมดุลระดับ pH ของผิว เพื่อไม่ให้แห้งและขาดน้ำ ขั้นตอนนี้ยังช่วยให้มั่นใจว่าผิวของคุณสะอาด และพร้อมดูดซับผลิตภัณฑ์ที่คุณใช้หลังจากนั้น

1.87

 

  • ขั้นตอนที่ 3: ใช้เอสเซนส์ ที่มีส่วนผสมระหว่างโทนเนอร์และเซรั่ม หรือที่เรานิยมเรียกว่า “น้ำตบ” นั้นเอง เอสเซนส์จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นอีกชั้นหนึ่งเพื่อช่วยให้คุณมีผิวที่อ่อนเยาว์อีกด้วย
  • ขั้นตอนที่ 4: ใช้ ampoule คุณจำเป็นต้องใช้ ampoule เมื่อผิวของคุณต้องการ TLC เพิ่มเติมเท่านั้น เพราะมันมีประสิทธิภาพมากกว่าเซรั่ม ampoule มีส่วนผสมที่ออกฤทธิ์มากกว่าเพื่อกำหนดเป้าหมายปัญหาผิวโดยเฉพาะได้ดีกว่า (ใช้สำหรับใครที่มีปัญหาผิวหน้าจริง ๆ หากผิวดีอยู่แล้วอาจไม่จำเป็นต้องใช้)

185

  • ขั้นตอนที่ 5: เพิ่มเซรั่มบำรุงที่คุณชื่นชอบหรือตรงกับปัญหาผิวที่กำลังเจออยู่ เพื่อกำหนดเป้าหมายการแก้ไขปัญหาผิวที่คุณอาจมี ตั้งแต่ริ้วรอย จุดด่างดำ สิว ฝ้า กระ ไปจนถึงความแห้งกร้าน และภาวะขาดน้ำ เป็นต้น
  • ขั้นตอนที่ 6: ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาให้ทั่วคิ้ว และเหนือกระดูกเบ้าตา จากมุมด้านในถึงมุมด้านนอกของดวงตา และบริเวณใต้ดวงตาของคุณเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผิวหนังที่ไม่สร้างความชุ่มชื้นในตัวเอง ดังนั้นจึงมีแนวโน้มที่จะแห้ง ดังนั้นควรเน้นด้วยครีมบำรุงรอบดวงตาแบบบางเบา

7448 การดูแลผิวตอนเช้า

  • ขั้นตอนที่ 7: ทามอยส์เจอไรเซอร์บางเบาให้ทั่วใบหน้าเพื่อให้แน่ใจว่าผิวของคุณคงความชุ่มชื้นตลอดทั้งวัน และการทามอยส์เจอไรเซอร์ยังป้องกันการเกิดความมันส่วนเกินบนผิวหน้าได้อีกด้วย
  • ขั้นตอนที่ 8: สุดท้าย ทาครีมกันแดดให้ทั่ว ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหน รังสียูวีจากดวงอาทิตย์จะเข้าถึงผิวของคุณได้ทุกเมื่อที่คุณอยู่ข้างนอก ดังนั้นการปกป้องผิวของคุณจึงเป็นกุญแจสำคัญ การทาครีมกันแดดทุกวันจะช่วยป้องกันริ้วรอย ร่องลึก และจุดด่างดำได้เป็นอย่างดี

Step by Step การดูแลผิวตอนเช้า แบบเกาหลีทีละขั้นตอน

สำหรับใครที่อยากรู้ว่าตอนการคืนสาวเกาหลีเขามีการบำรุงดูแลผิวอย่างไรบ้าง สามารถติดตามคอนเทนต์ดี ๆ ที่จะช่วยเพิ่มพลังความสวยอย่างมีแรงบันดาลใจได้ที่ Inzpy ที่นี่มีคอนเทนต์ดี ๆมากมาย ให้คุณสามารถเลือกอ่านเพื่อนำไปเป็นแรงบันดาลใจในชีวิตประจำวันได้ทุกวัน…

4 เคล็ดลับการทาสกินแคร์เกาหลี เพื่อผิวเปล่งปลั่ง

4 เคล็ดลับการทาสกินแคร์เกาหลี เพื่อผิวเปล่งปลั่ง – ความต้องการของผู้หญิงทั่วโลกไม่ใช่แค่การที่มีเครื่องหน้าที่สวย แต่จริง ๆ แล้วสิ่งที่ผู้หญิงต้องการมากกว่าความสวยคือ “การมีผิวพรรณที่ดี” ด้วยสภาพอากาศ และการดำรงชีวิตทำให้ผิวของสาว ๆ หลายคนมีปัญหาเกิดขึ้นไม่เหมือนกัน จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ว่า การมีผิวพรรณที่ดีเป็นสิ่งที่ยากมากที่สุด เพราะไม่ใช่ว่าทุกคนจะเกิดมามีผิวพรรณที่ดีไม่มีปัญหาเลยนั้นไม่มีแน่นอน

ในโลกยุคใหม่ทำให้สาว ๆ หลายคนหันมาใส่ใจในการดูแลรักษาผิวพรรณมากขึ้นกว่าแต่ก่อน พื้นฐานผิวที่ดีสามารถต่อยอดความงามออกไปได้มากกว่าการมีผิวที่มีปัญหา ไม่ว่าจะเป็นปัญหา สิว ฝ้า กระ ริ้วรอย ที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทำให้หลายคนเกิดความตระหนกเกี่ยวกับการดูแลผิวพรรณโดยเฉพาะผิวหน้ากันมากขึ้น เพราะยิ่งอายุเพิ่มขึ้นการดูแลผิวก็ยากขึ้นตามไปด้วย

สำหรับวันนี้สาว ๆ คนไหนที่ต้องการดูแลผิวหน้าให้ดูสดใสเปล่งประกายในทุกช่วงวัย Inzpy Beauty จึงมีวิธีหรือเคล็ดลับการทาสกินแคร์เกาหลี เพื่อให้ผิวได้รับการบำรุงแบบขีดสุดไปเลย จะมีขั้นตอนอะไรที่เราสามารถนำไปปรับใช้ได้บ้าง ไปดูกันเลยดังนี้

1. นวดอย่างออนโยนขณะอาบน้ำ

เมื่อคุณอาบน้ำ ให้นวดหน้าด้วยน้ำที่ไหลออกมาจากฝักบัว การนวดหน้าจะเพิ่มการไหลเวียนและช่วยให้ผิวของคุณดูดีขึ้น ใช้นิ้วของคุณเในการคลึงผิวเบา ๆ เพื่อสร้างการเคลื่อนไหวเป็นวงกลมนวดไปรอบใบหน้า และใช้นิ้วโป้งในการเคลื่อนไหวแบบหมุน เคลื่อนจากหน้าผากไปที่โหนกแก้ม แก้ม แล้วเลื่อนลงมาจนถึงกระดูกขากรรไกร ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ สัก 3-5 นาทีทุกวัน

1-2

2. อย่าลืมบำรุงริมฝีปากของคุณ

ริมฝีปากของคุณสามารถเพิ่มสีสัน และความสวยให้กับใบหน้าของคุณได้ การเพิ่มความชุ่มชื้นบนริมฝีปากของคุณสามารถทำให้ผิวของคุณดูอ่อนกว่าวัยและสดใสขึ้น เนรมิตริมฝีปากให้ชุ่มชื่นอย่างเป็นธรรมชาติด้วยลิปบาล์มที่ช่วยบำรุงริมฝีปาก หรือลองใช้ลิปทินท์เพื่อเพิ่มสีสันให้กับริมฝีปาก เพื่อให้ริมฝีปากดูอวบอิ่มอยู่ตลอดเวลา

4 เคล็ดลับการทาสกินแคร์เกาหลี เพื่อผิวเปล่งปลั่ง

3. ล้างหน้าให้น้อยลง

การล้างหน้ามากเกินไปอาจทำให้ผิวแห้งเกินไป เพราะบางคนนั้นชอบคิดไปเองว่าใบหน้าของเรายังไม่สะอาดพอทำให้มีการล้างหน้าซ้ำในครั้งเดียวกันถึง 2-3 รอบ ซึ่งมันจะส่งผลเสียต่อผิวหน้าเป็นอย่างมาก คุณสามารถใช้คลีนเซอร์ในการลบเครื่องสำอางและความสกปรกก่อนล้างหน้าได้ และในตอนเช้าให้ล้างหน้าด้วยน้ำเท่านั้น เพื่อให้ผิวเปล่งประกายนุ่มชุ่มชื้น และทำให้การทาครีมของคุณมีประสิทธิภาพขึ้นด้วย

1-35

4. ทาครีมกันแดดเสมอ

การป้องกันแสงแดดเป็นกุญแจสู่ผิวที่อ่อนเยาว์และเปล่งปลั่ง ไม่ว่าคุณจะใช้เงินไปกับผลิตภัณฑ์ดูแลผิวอื่น ๆ ไปเท่าไร หากคุณไม่ทาครีมกันแดด แสดงว่าคุณไม่ได้ทำประโยชน์ใด ๆ ให้กับผิวหน้าเลย และแท้จริงแล้วการไม่ทาครีมกันแดดส่งผลเสียมากกว่านั้นมากมาย รังสียูวีเป็นตัวการปัญหาของทุกอย่างตั้งแต่ริ้วรอย สิว ผิวหมองคล้ำ ไปจนถึงมะเร็งผิวหนัง ดังนั้นคุณควรทาครีมกันแดดทุกวันก่อนออกบ้าน ในปริมาณ 1 ข้อนิ้วมือเสมอ

4 เคล็ดลับการทาสกินแคร์เกาหลี เพื่อผิวเปล่งปลั่ง

Will Smith และหนังขึ้นหิ้งของเขา Bad Boys คู่หูขวางนรก

0

ผงาดขึ้นมาในปีนี้ครับสำหรับ Will Smith ที่คว้ารางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยมจากภาพยนตร์เรื่อง King Richard ไหนจะมีดราม่า ตบหน้า Chis Rock บนเวที เหตุผล คุณพี่คริส ร็อค ไปแซวภรรยาของ วิล สมิธ แบบล้ำเส้นเกินไป แต่วันนี้เราไม่ได้จะมาพูดถึงเรื่องนี้

แต่เราจะมาพูดถึง หนึ่งในภาพยนตร์ที่สร้างชื่อ และถูกยกขึ้นหิ้งของ วิล สมิธ แม้ว่าเขาจะรับรางวับจากหนังเรื่องนี้ก็ตาม “Bad Boys คู่หูขวางนรก”

เชื่อว่า หลายคนคงจะคุ้นชื่อ คุ้นหู และอ๋อกันขึ้นมาทีเดียว กับภาพยนตร์เรื่องนี้ กับเรื่องราวของสองตำรวจคู่ซี้ที่นิสัยต่างกันสุดขั้ว แต่เคมีดันเข้ากันสุด ๆ ทั้งความโหด ความดิบ กล้า บ้า และเพี้ยน!

Will Smith

Will Smith กับหนังที่ทำให้เขากลายเป็นภาพจำในยุคหนึ่ง

เรื่องราวของ ไมค์ ลาวรี่ย์ (วิล สมิธ) และ มาร์คัส เบอร์เน็ตต์ (มาร์ติน ลอร์เรน) ตำรวจคู่หูสุดซี้ ที่มีความเห็นต่างกันในการทำงาน แต่ก้สามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี คืออย่างภาคแรกเนี่ย ทั้งคู่จะต้องร่วมมือกันปกป้องพยาน แต่ด้วยนิสยัสุดห่ามของไมค์ กับความขี้แหยของ มาร์คัส แค่นี้มันก็เป็นอะไรที่ชวนฮาสุด ๆ ครับ

และแน่นอนด้วยความที่เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับตำรวจ นั่นหมายความว่า ฉากบู๊ จัดเต็มอยู่แล้ว ซึ่งวิล สมิธ ไม่ทำให้ผิดหวังแน่ ๆ ล่ะ ด้วยคารแรคเตอร์ของเขา หรือไมค์ ที่โคตรบ้า โคตรโหด โคตรอันตราย

ฉะนั้นแอคชั่นแต่ละฉาก ของ วิล สมิธ นั้นคือเท่ ดุดัน วิล เป้นคนที่ถือปืนได้เท่มาก บวกกับแข้งขายาว ๆ ของเขาเวลาที่ต้องเตะต่อย

ที่สำคัญเรื่องนี้การปล่อยมุกคือฮากระจาย เลยว่ามีแก็กสอดแทรกตลอดทั้งเรื่องแหละ และไม่ได้รู้สึกว่า มันล้นจนเกินไป และด้วยความฮา บวกมันส์ของ Bad Boy ก็ทำให้ Bad Boy II ได้ออกฉายในปี 2003 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภาคที่หลายคนจดจำ กับเนื้อเรื่องที่เข้มข้นขึ้น และพูดถึงตัวของ ไมค์ ลาวรี่ย์ มากขึ้น

ภาค 2 เปิดมาแบบโคตรมันส์ เมื่อทั้ง ไมค์ และ มาร์คัส ได้บุกถล่มแก๊งค้ายา ในฉากบู๊ ที่ปนไปด้วยความฮา กับความขี้บ่นของ มาร์คัส (คืออยากให้ไปดู มันฮาจริง) โดยเฉพาะหน้าของ มาร์ติน ลอว์เรน ในจังหวะที่ถูก วิล สมิธ ยิงเข้าไปที่ตูด ช็อตนี้ถ้ากินอะไรอยู่ รับรองมีสำลัก

และด้วยความห่ามของ ไมค์ นี่แหละที่ทำให้เกิดเรื่อง เมื่อ มาร์คัส อยากจะย้ายไปที่อื่น และยุติการเป็นคู่หูกับ ไมค์ เสียที ซึ่งในตรงนี้เองที่ทำให้ วิล สมิธ ได้ปลดปล่อยฝีมือการแสดงของเขาออกมา เป็นภาคที่ทำให้เรารู้จักกับตัวของ ไมค์ ลาวรี่ย์ มากขึ้นกว่าการเป็น ตำรวจ เพลย์บอย และโคตรห่าม

เป็นอีกภาคที่บู๊ระห่ำ บ้านพัง เมืองระเบิด ไฟท่วมรถ สุดสะใจ ตามลายเซ็นของ ไมเคิล เบย์ เป๊ะ ใช่ครับ เรื่องนี้ พี่เบย์ เจ้าพ่อระเบิดภูเขา เผามันทุกอย่างเป็นผู้กำกับ (ตั้งแต่ภาคแรกเลย)

และด้วยความมัน ฮา ที่ไม่ทิ้งบทภาพยนตร์ดี ๆ รวมไปถึงการแสดงที่เท่ และธรรมชาติ เข้ากันสุด ๆ ของทั้ง วิล และ มาร์ติน มันจึงทำให้ Bad Boys เป็นหนังที่ถูกพูดถึง และถูกถามถึงภาคต่ออยู่บ่อยครั้ง แต่มันต้องใช้เวลากว่า 17 ปี ถึงจะมีภาค 3 หรือชื่อ Bad Boys For Life (คู่หู ขวางนรกตลอดกาล )

Will Smith

นี่คือภาคต่อที่เหมือนเป็นการปิดเรื่องราวของ ไมค์ ลาวรี่ย์ และ มาร์คัส เบอร์เน็ตต์ เสียที โดยเฉพาะ มาร์คัส ที่วางแผนว่าจะเกษียณตัวเอง หลังจากที่อายุมากขึ้น แล้วตัวเขาเอาก็มีหลาน จึงอยากจะใช้ชีวิตสงบสุข และเลิกเสี่ยง ซึ่งมันสวนทางกับ ไมค์ ที่ยังอยากจะจับปืนไปยิงผู้ร้ายอยู่!

แต่กลับกลายเป็นว่า ไมค์ โดนยิงซะเอง ในงานเลี้ยงฉลองของมาร์คัส ซึ่งตัวของไมค์นั้นรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ซึ่งการยิงไมค์ ในครั้งนี้เป็นฝีมือของตัวร้าย นามอาร์มันโด้ ที่ต้องการจะแก้แค้นให้กับแม่ของเขา

ซึ่งไมค์ถือว่าเป็นเป้าหมายสูงสุด และด้วยเหตนี้แผนการเกษียณของมาร์คัส ก้ต้องชะงักไว้ก่อน เพราะมีคนมาเล่นเพื่อนรักขนาดนี้ ก็ต้องลุยสถานเดียว

สำหรับภาคนี้ Inzpy คอมเฟิร์มนะว่าคุ้มค่าการรอคอย เพราะกว่า 17 ปี ที่คิดถึง กลิ่นอายเดิม ๆ ยังอยู่แบบครบ แม้จะไม่ใช่ไมเคิล เบย์ แล้ว แต่แกบู๊ ยังครบรส ตามแบบฉบับแบดบอย แต่ที่สำคัญ นี่คือภาคที่มีดราม่าที่สุด โดยเฉพาะเรื่องราวของ ไมค์ และ วิล สมิธ ก็ถ่ายทอดมันออกมาได้ดีมากจริง ๆ

สำหรับ Bad Boys ภาคหนึ่ง และภาคสอง นั้นสามารถไปหาดูได้ใน Netflix ครับ ส่วนภาคสามอาจจะต้องใช้วิทยายุทธสักเล็กน้อย (ผมรู้คุณก็ใช้) เป็นเฟรนไชส์หนังที่ต้องสักครั้งในชีวิตครับ

สำหรับเรื่องนี้ เพราะตัวของ Will Smith เองสร้างคาแรคเตอร์ของ ไมค์ ลาวรี่ย์ ได้เป็นที่น่าจดจำมาก ๆ เป้นหนังบู๊ ที่พระเอกมีหลายมุมสุด ๆ

ซึ่งที่วันนี้ที่หยิบเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังก็เพราะอยากจะให้เด้กยุคใหม่ ได้มีโอกาสดูหนังขึ้นหิ้งที่สร้างชื่อเสียง และทำให้ วิล สมิธ เป็นที่จดจำ เท่านั้นเองครับ

 

Lub d Bangkok Siam (หลับดี บางกอก สยาม) เผยโฉมใหม่ หลังการรีแบรนด์

Lub d Bangkok Siam (หลับดี บางกอก สยาม) เผยโฉมใหม่ หลังการรีแบรนด์

Lub d Bangkok Siam

นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป (Narai Hospitality Group) ล่าสุดทำการรีแบรนด์ หลับดี (Lub d) กลุ่มโรงแรมไลฟ์สไตล์ในเครือ

Lub d Bangkok Siam

พร้อมเปิดให้บริการโรงแรม Lub d Bangkok Siam (หลับดี บางกอก สยาม) อีกครั้งหลังปิดปรับปรุง โดยเน้นการสร้างประสบการณ์ใหม่ที่น่าจดจำ ผ่านการรังสรรค์ให้มีคาเฟ่และบาร์ไลฟ์สไตล์เพิ่มเติม

ด้าน คุณนิธิดา นิธิวาสิน ผู้อำนวยการ Lub d กล่าวว่า หลับดี ไม่ได้เป็นเพียงแค่โรงแรม แต่เป็นไลฟ์สไตล์การพักผ่อนและการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ แต่เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมาทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางมาพักผ่อนได้ “หลับดี” จึงใช้โอกาสนี้ในการรีแบรนด์ใหม่ ครั้งแรกในรอบ 8 ปี

โดยได้ ดีไซน์สตูดิโอ (DesignStudio) บริษัทแบรนด์และครีเอทีฟดิจิตอลเอเจนซี่ชื่อดัง ที่มีผลงานการทำแบรนด์ให้กับ Alipay และ Airbnb มาออกแบบแบรนด์ภายใต้กลยุทธ์ ‘Go Brave’ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการกล้าที่จะออกจากกรอบ ผ่านบุคลิกที่สนุกและเป็นมิตร

ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายของ “หลับดี” ที่มุ่งสร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ อันน่าจดจำ (Unforgetable Experiences) และท้าทายให้นักเดินทางได้ลองทำสิ่งใหม่ ๆ

Lub d Bangkok Siam

และเพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป คุณนิธิดาระบุว่า นอกจากการปรับอัตลักษณ์แบรนด์แล้ว ยังทุ่มงบอีกกว่า 50 ล้านบาท ปรับปรุง หลับดี บางกอก สยาม (Lub d Bangkok Siam) ที่ตั้งอยู่ติดสถานี BTS สนามกีฬาแห่งชาติ  โดยรีโนเวททั้งห้องพัก 30 ห้องใหม่ ผ่านการผสมผสานความเป็นท้องถิ่นและความทันสมัยเข้าด้วยกัน เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและคงเอกลักษณ์ของกลุ่มลูกค้าที่ชอบโฮสเทล

Lub d Bangkok Siam

เพราะแบรนด์ “หลับดี” คือผู้บุกเบิกโรงแรมแนวโฮสเทลสัญชาติไทยที่ประสบความสำเร็จและได้รับการยอมรับในระดับสากล รวมถึงเคยได้รับการจัดอันดับให้เป็นโฮสเทลอันดับ 1 ด้วยความโดดเด่นด้านการบริการและการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้เข้าพัก พร้อมเพิ่มพื้นที่ส่วนกลาง และ Co-working Space ที่มีอุปกรณ์ครบครันตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Workation สามารถรองรับการประชุมหรือการจัดเวิร์คชอปเป็นกลุ่มได้

Lub d Bangkok Siam

ซึ่งในงานยังมีการเปิดตัว Rodken (รถเข็น) ไลฟ์สไตล์คาเฟ่ที่สนับสนุนความยั่งยืนของชุมชน และ District (ดิสทริก) บาร์บรรยากาศสบาย ๆ เหมาะกับการพบปะสังสรรค์ ไว้อยู่คู่กับแบรนด์ “หลับดี” ในสาขาอื่น ๆ ต่อไปอีกด้วย

สำหรับ หลับดี โรงแรมไลฟ์สไตล์ในเครือนารายณ์กรุ๊ป ถือเป็นหนึ่งในเครือโรงแรมที่เติบโตเร็วที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวผู้ชื่นชอบการเดินทาง เพื่อสร้างกระสบการณ์ด้วยตัวเองจากทั่วทุกมุมโลกมากว่า 10 ปี กระทั่งได้กลายเป็นที่ยอมรับจากนักท่องเที่ยว และได้รับคะแนนความนิยมอันดับหนึ่งบนเว็บไซต์ TripAdvisor

รวมถึงเป็นโฮสเทลเพียงแห่งเดียวในประเทศไทยที่คว้ารางวัลระดับโลกอย่าง Hoscar Award 2020 สาขา Best Extra Large Hostel Worldwide

ปัจจุบันหลับดี มีสาขาอยู่แล้ว 5 แห่ง ได้แก่ หลับดี สยาม, หลับดี เกาะสมุย หาดเฉวง, หลับดี ป่าตอง ภูเก็ต, หลับดี มากาตี ฟิลิปปินส์ และ หลับดี เสียมราฐ กัมพูชา

นอกจากนี้ยังจะมีแผนเปิดตัวสาขาใหม่ 2 สาขาในปี 2565 ได้แก่ หลับดี เชียงใหม่ และ หลับดี จตุจักร รวมไปถึงอีก 2 สาขา ในปี 2566 ได้แก่ หลับดี พะงัน และ หลับดี กระบี่ นั่นเอง

โรงแรมหลับดี สยาม กลับมาเปิดให้บริการแล้วพร้อมคาเฟ่ Rodken ตั้งแต่เวลา 07.00 – 18.00 น. และบาร์ District ตั้งแต่ เวลา 18.00 – 23.00 น. (เปิดให้บริการทุกวัน) ดูรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก lubd.com

Cr.Photo : นารายณ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป

 

บทความน่าสนใจ : Her Huahin Pool Villa บ้านพักตากอากาศสุดฮิป เผยจริตแบบมินิมอล

 

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ) เพิ่มเพื่อน

ฤดูกาล ดองบ๊วย มาถึงแล้ว แชร์วิธีทำ Umeshu ของคนญี่ปุ่น

ทุกคนช่วงนี้เป็นช่วงที่ บ๊วย กำลังออกผลสวยงามเต็มดอยเลย ซึ่งที่บ้านจะปลูกกันเยอะในแถบ ดอยอ่างขาง เพราะบ๊วยจะเป็นผลไม้เมืองหนาว ปลูกได้เฉพาะที่ที่มีอากาศเท่านั้น ซึ่งช่วงนี้ก็เป็น ฤดูกาลของบ๊วยแล้ว หลายคนก็เตรียมตัวทำ บ๊วยดอง กันเต็มไปหมดเลย เราก็เลยจะมาแชร์วิธีทำ Umeshu ของคนญี่ปุ่น เป็นการทำเหล้าบ๊วยนั่นเอง ซึ่งวันนี้จะแชร์ทั้งวิธีทำ เหล้าบ๊วย และวิธีทำ ไซรัปบ๊วย ทั้งสองอย่างนี้ต้องเตรียมอะไรบ้างมาดูกันเลยค่า

ฤดูกาล ดองบ๊วย มาถึงแล้ว แชร์วิธีทำ Umeshu ของคนญี่ปุ่น

สำหรับวัตถุดิบในการทำเหล้าบ๊วยนั้นจะมีอยู่ไม่กี่อย่างค่ะ

วัตถุดิบทำ เหล้าบ๊วย
1. บ๊วยสด แก่จัด หรือลูกเขียวอมเหลือง 800 กรัม
2. น้ำตาลกรวด 400 กรัม
3. แอลกอฮอล์ (แนะนำเป็นน้ำแอลกอฮอล์ 25% ขึ้นไป และเป็นแบบไม่มีสี)
4. ขวดโหล 2 ลิตร (แนะนำใช้เป็นโหลแก้ว แบบหนา)
5. ไม้จิ้มฟัน
อุปกรณ์ก็จะมีประมาณนี้เลยค่า มาดูวิธีทำกันต่อเลย

วิธีทำ เหล้าบ๊วย

ฤดูกาล ดองบ๊วย มาถึงแล้ว แชร์วิธีทำ Umeshu ของคนญี่ปุ่น

1. อันดับแรกเมื่อเราได้บ๊วยมา มาคัดเฉพาะลูกที่สมบูรณ์ก็คือ ลูกบ๊วยที่จะใช้ดองจะต้อง ไม่นิ่มช้ำ ไม่มีรอยแผล และไม่สุกมากจนเกินไปค่ะ ถ้านิ่มแล้วสามารถคัดออกได้เลย และเมื่อคัดบ๊วยเรียบร้อยแล้ว เราก็นำบ๊วยไปล้างน้ำให้สะอาด แล้วก็แช่น้ำทิ้งไว้อีกประมาณ 2 – 4 ชม. เพื่อลดความฝาด และให้ยางของบ๊วยออกให้หมดค่ะ

ฤดูกาล ดองบ๊วย มาถึงแล้ว แชร์วิธีทำ Umeshu ของคนญี่ปุ่น

2. ช่วงระหว่างที่แช่บ๊วยเราก็มาทำการฆ่าเชื้อขวดโหลกันต่อเลยค่ะ โดยส่วนใหญ่ก็จะนำโหลไปนึ่งประมาณ 20 นาที แต่หากใครไม่สะดวกใช้วิธีต้มน้ำร้อนแล้วเทลงในขวดโหลกลิ้งให้ทั่วทั้งหมด รวมถึงฝาด้วยนะคะ ระวังอย่าเทมากเกินไปเพราะอาจจะทำให้โหลแตกได้ค่ะ หลังจากที่ฆ่าเชื้อเรียบร้อยก็นำโหลมาผึ่งให้แห้งสนิท ย้ำว่าต้องแห้งสนิทนะคะ หลังจากนั้นก็นอนดู Netflix วนไปค่ะ จนกว่าจะถึงเวลานำบ๊วยขึ้น

3. เมื่อบ๊วยเราแช่นานพอสมควรแล้ว ก็นำมาสะเด็ดน้ำให้แห้งสนิทเช่นกันค่ะ เพราะถ้าหากบ๊วยไม่แห้งก็อาจจะทำให้เกิดเชื้อราขณะดองได้ หรือถ้าใครไม่มีที่ผึ่งก็สามารถใช้ผ้า หรือกระดาษทิชชูค่อย ๆ ซับน้ำออกให้หมด เพราะตัวบ๊วยจะมีขนบาง ๆ ที่ปกคลุมผลไว้อยู่ค่ะ เช็ดไปเรื่อย ๆ จนครบทุกลูกเลยค่ะ การทำอาหารแปรรูปจะต้องมีความสะอาด และใจเย็น ไม่งั้นอาจต้องมานั่งเสียใจภายหลังได้ 555

4. บ๊วยที่แห้งดีแล้ว ต่อไปเราก็จะต้องมาแกะขั้วออกค่ะ จะเห็นว่าตรงขั้วบ๊วยจะมีจุกสีดำ ๆ ติดอยู่ตรงนั้นอาจจะเป็นแหล่งสะสมของฝุ่นอยู่ เพราะฉะนั้นก็ต้องจัดการแคะออกให้น้องบ๊วยด้วยนะคะ วิธีก็ง่ายมากเลย เพียงแค่ใช้ไม้จิ้มฟันที่เราเตรียมไว้ ค่อย ๆ แคะออกค่ะ มันจะหลุดออกง่ายมาก แต่ระวังอย่าให้บ๊วยช้ำหรือเกิดแผลนะคะ

5. และขั้นที่ต้องใช้ความอดทนค่อนข้างสูง ก็คือขั้นตอนของการ จิ้มบ๊วยค่ะ ขั้นนี้ทำเพื่อให้แอลกอฮอล์ซึมเข้าบ๊วย แล้วดึงเอารสบ๊วยออกมาให้เยอะที่สุดค่ะ ก็ใช้ส้อมจิ้มให้รอบ ๆ เลย บางคนก็ใช้ไม้จิ้มฟันค่อย ๆ จิ้มก็ได้เหมือนกันค่ะ ค่อย ๆ ทำไปจนครบทุกลูกนะคะ

ฤดูกาล ดองบ๊วย มาถึงแล้ว แชร์วิธีทำ Umeshu ของคนญี่ปุ่น

6. หลังจากนั้นก็ถึงขั้นตอนในการเรียงบ๊วยลงขวดโหลกันแล้วค่า ขั้นตอนนี้ก็นำขวดโหลที่เราฆ่าเชื้อเตรียมไว้มา จัดเรียงบ๊วยลงขวดโหลเลยค่ะ หากใครไม่มั่นใจว่าโหลจะสะอาดหรือเปล่า สามารถใช้กระดาษทิชชู หรือสำลีชุบแอลกอฮอล์ที่จะใช้ดองบ๊วย เช็ดอีกรอบนึงก่อนก็ได้ค่าเพื่อความชัวร์ แล้วก็มาเริ่มเรียงบ๊วยลงไปได้เลย

7. เราจะเริ่มจากการนำบ๊วยลงขวดโหลก่อนนะคะ หลังจากนั้นก็ตามด้วยน้ำตาลกรวดที่ชั่งไว้แล้วใส่ตามลงไป หรือจะแบ่งเป็นชั้นสลับกันระหว่างบ๊วยกับน้ำตาลก็ได้ค่ะ เพื่อเวลาละลายจะได้เข้ากันง่ายขึ้น เรียงลงไปจนเต็มโหลตามภาพ หลังจากนั้นก็เติมด้วยแอลกอฮอล์ที่เราเตรียมไว้ เทตามลงไปได้เลยค่า ส่วนใครที่อยากทำเยอะกว่านี้ก็เทียบอัตราส่วนได้เลยค่ะ ส่วนความหวานนั้นถ้าดองไปครบ 4 – 6 เดือนเปิดชิมแล้วหวานน้อยไปค่อยมาเพิ่มน้ำตาลกรวดทีหลังได้ค่ะ

ก่อนจะปิดฝา หากไม่มีฝาพลาสติกปิดลองกันไอน้ำก่อน ก็ใช้เป็นแรปอาหารพันปากขวดไว้ก่อน แล้วค่อยทำการปิดขาอีกทีค่ะ แค่นี้ก็เสร็จขั้นตอนการดองเหล้าบ๊วยเรียบร้อยแล้วค่า ไม่ยากเลยใช่ไหมละคะ แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการดองเหล้าบ๊วยนั่นก็คือ เวลา ค่ะทุกคน เพราะบ๊วยดองจะต้องใช้เวลาอย่างต่ำประมาณ 1 ปีขึ้นไป ถึงจะได้รสชาติที่ดี ดองเสร็จแล้วก็นำไปเก็บไว้ในที่มืด หรือจะห่อด้วยผ้า แล้วเก็บลืมไปเลยค่ะ 555 มาดูวิธีทำไซรัปบ๊วยกันต่อเลยดีกว่าค่ะ

ฤดูกาล ดองบ๊วย มาถึงแล้ว แชร์วิธีทำ Umeshu ของคนญี่ปุ่น

จะบอกว่าวิธีนี้ทำคล้าย ๆ กับเหล้าบ๊วยเลยค่ะ เพียงแต่ไม่ต้องใช้แอลกอฮอล์ แต่การทำบ๊วยไซรัปมีโอกาสขึ้นรา และเสียง่ายกว่าการดองเหล้าบ๊วย เพราะฉะนั้นจะต้องใช้ความพิถีพิถันในการดองนิดนึงค่ะ

วัตถุดิบ บ๊วยไซรัป
1. บ๊วยเหลือง บ๊วยเกือบสุก 400 กรัม
2. น้ำตาลกรวด 400 กรัม
3. โหล 1.5 ลิตร (ใช้โหลใหญ่กว่าเพื่อเหลือพื้นให้แก๊สที่ก่อตัวกระจายตัวได้)
4. แอปเปิลไซเดอร์ 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ บ๊วยไซรัป
1. ขั้นตอนทุกอย่างทำเหมือนเหล้าบ๊วยเลยนะคะ ทั้งการล้างบ๊วย และการฆ่าเชื้อขวดโหล แกะขั้วทุกอย่าง แต่การเรียงบ๊วยลงขวดโหลแนะนำว่าให้สลับชั้นกันระหว่างบ๊วยกับน้ำตาลกรวดค่ะ ซึ่งใส่บ๊วยลงก่อนทุกครั้งแล้วตามด้วยน้ำตาลกรวด และชั้นสุดท้ายก็ปิดท้ายด้วยน้ำตาลกรวดอีกทีค่ะ เพื่อเวลาที่น้ำตาลละลายจะได้ไหลเคลือบบ๊วยทุกลูก น้ำตาลจะช่วยให้เคลือบไม่ให้บ๊วยเกิดเชื้อราค่ะ

2. เมื่อเรียงทุกอย่างลงครบหมดแล้ว ก็เติมด้วยแอปเปลไซเดอร์ต่อได้เลย 1 ช้อนโต๊ะ ตัวแอปเปิลไซเดอร์จะช่วยจัดการกับแบคทีเรียที่อาจทำให้บ๊วยเสียได้ แล้วหลังจากนั้นก็ทำการห่อด้วยแรปอาหารก่อนปิดฝาอีกทีค่ะ ก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อย หลังจากนั้นก็นำไปเก็บไว้ในที่ทึบแสง หรือห่อผ้าไว้ก็ได้ค่ะ

3. ขอเพิ่มคำแนะนำอีกนิดว่า ระหว่างช่วง 1 – 4 วันแรกต้องคอยหมั่นมากลิ้งขวดโหลให้น้ำตาลเคลือบบ๊วยให้ครบทุกลูกค่ะ และเพื่อให้น้ำตาลละลายเร็วขึ้น วันละครั้ง แล้วก็เมื่อทำครบแล้วก็ปล่อยทิ้งยาว ๆ ได้เลย สำหรับไซรัปบ๊วยนั้นจะใช้เวลาประมาณ 1 – 3 เดือนก็สามารถนำมาผสมน้ำเปล่า หรือน้ำโซดาดื่มได้แล้วค่ะ เมนูนี้เด็กก็สามารถดื่มได้นะคะ เพราะในบ๊วยมีวิตามินซีสูง ดื่มเพื่อบำรุงผิวพรรณ และเป็นผลไม้ที่มีฤทธิ์เย็นสามารถดื่มเพื่อช่วยดับกระหายคลายร้อนได้ดีเลยค่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะ สำหรับวิธี ดองบ๊วย หรือ Umeshu ทั้งสองแบบ บอกเลยว่าขั้นตอนไม่ยากเลย แต่ต้องใช้ความพิถีพิถันในการดองนิดนึง คนญี่ปุ่นทำไว้สำหรับดื่มกันเองภายในครอบครัว หรือเวลามีญาติพี่น้องแวะมาเยี่ยมค่ะ แต่อย่าดื่มเยอะ ๆ นะคะ ดื่มแต่พอดีก็พอแล้ว เพราะยิ่งเก็บไว้นาน ๆ รสชาติยิ่งดี ซึ่งเมื่อถึงฤดูกาลบ๊วยของคนญี่ปุ่น จะมาช่วงประมาณเดือนพฤษาคม ก็จะเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดี ๆ ที่ทำให้คนในครอบครัวได้ช่วยกันทำ อย่างบ้านเราก็สามารถสั่งบ๊วยได้จากในเพจขายบ๊วยทั่วไปเลยค่ะ หรือลองเข้าไปดูกันได้ที่ กลุ่มเฟซบุ๊ก เล่าบ๊วย ได้นะคะ

ส่วนใหญ่มีเยอะแถวดอยอ่างขาง จะเริ่มออกผลให้เราได้เริ่มดองกันก็ประมาณเดือน มีนาคม – เดือนเมษายน แต่ถ้าพลาดแล้วล่ะก็ รออีกทีปีหน้าเลยค่า เพราะว่าบ๊วยจะออกมาแค่ปีละครั้งเท่านั้นนะคะ ดองกันไปยาว ๆ ค่ะ ส่วนใครที่อยากไปเที่ยวมากกว่า ก็สามารถตามไปดูร้านอาหารเด็ดดัง คาเฟ่ ที่พัก สถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมได้ที่ Inzpy Travel ได้เลยนะคะ

เพิ่มเพื่อนไลน์ เพื่อติดตามข่าวสาร และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Line ID @Inzpy https://lin.ee/q9fQfshเพิ่มเพื่อน

กันแดด Shiseido รุ่นใหม่ ! ผสาน Sun Dual Care ปกป้องผิวได้ทุกอณู

0

กันแดด Shiseido รุ่นใหม่ ! ผสาน Sun Dual Care ปกป้องผิวได้ทุกอณู

กันแดด Shiseido รุ่นใหม่ ! ผสาน Sun Dual Care ปกป้องผิวได้ทุกอณู… SHISEIDO ได้ออกผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดด Urban Environment Triple Beauty Suncare Emulsion SPF 50+ PA++++ มีสรรพคุณในการบำรุงผิวให้สวยด้วยนะ ทั้งปกป้องทั้งบำรุงกันไปเลยค่ะงานนี้

น้องเป็นแดดเนื้ออิมัลชั่น คล้ายน้ำนม สบายผิวมาก ไม่เหนียวเหนอะหนะ เหมาะกับสภาพอากาศร้อน ๆ ของเมืองไทย ที่สำคัญทาสองข้อนิ้วแล้วไม่วอกไม่ลอยด้วยนะคะ เหมาะสำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน ตัวนี้บอกเลยค่ะว่าเด็ดจริง !!!!

กันแดด Shiseido รุ่นใหม่ !

สูตรนี้เป็นสูตร Oil Free ปราศจากน้ำมัน พร้อมด้วยประสิทธิภาพในการคุมมัน และลดปัญหาผิว อันเกิดจากความมันส่วนเกินบนใบหน้า ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยชะลอริ้วรอยและจุดด่างดำที่เกิดจากแดดอีกด้วย มีกรดไฮยาลูโรนิก ช่วยป้องกันมลพิษทางอากาศหรือ PM 2.5 ช่วยให้ผิวรู้สึกชุ่มชื้นและดูสดใสขึ้น มอบความชุ่มชื้นยาวนานถึง 8 ชั่วโมง รวมไปถึงช่วยดูดซับและจัดการกับปัญหาความมันส่วนเกินบนใบหน้า นอกจากนี้เค้ายังมีสาหร่ายสีเขียวแกมน้ำเงินโบราณที่เจริญเติบโตในทะเลสาบมานานกว่า 3 พันล้านปี เป็นประโยชน์ต่อการดูแลผิว ปราศจากสารที่เป็นอันตรายต่อผิว  ไม่ว่าจะเป็น Octionoxate, Oxybenzone, Parabens และ Cycle Silicone เหมาะกับทุกสภาพผิวเลย ปังอะไรเบอร์นั้น

มาพร้อมเทคโนโลยี SuperVeil-UV 360 ทำหน้าที่ปกป้องผิวจากแสงแดดเสมือนม่านบางเบาแนบสนิทไปกับผิว ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้ทุกอณูองศา ความปังอยู่ที่เค้าผสานเทคโนโลยี Sun Dual Care ป้องกันรังสียูวีที่มีประสิทธิภาพ และเปลี่ยนแสงที่เข้ามากระทบใบหน้าให้กลายเป็นแสงแห่งความงามให้กับผิวแทน ให้ผิวดูเล่นแสง มันปังมั้ยล่ะคะ จากที่จะทำร้ายผิว กลายเป็นทำให้ผิวสวยขึ้นแทน ให้ผิวดูสวยสุขภาพดี มันดีมันจึ้งขนาดนี้มงไม่ลงจะงงมาก

Urban Environment Triple Beauty Suncare Emulsion SPF50+ PA++++ ขนาด 30 ml ราคา 1,550 บาท ใครอยากลองแนะนำว่าให้รีบไปจัดด่วน ๆ เลย หรือสามารถชอปออนไลน์ได้ที่นี่เลยนะคะ central.co.th

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ของเว็บไซต์ Inzpy เพิ่มเติม ทาง LINE ฟรี !
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

พาชมไอเทมของตกแต่งบ้านจาก DIOR The midi collection ของ Pierre Yovanovitch

0

ไอเทมของตกแต่งบ้านจากผลงานดีไซน์ของ Pierre Yovanovitch

ของตกแต่งบ้านอีกหนึ่งไอเทมสำคัญที่ช่วยทำให้บรรยากาศในบ้านดูดี และบ่งบอกถึง Lifestyle ของผู้อยู่อาศัยได้ และสำหรับใครที่ชอบการตกแต่งบ้านในสไตล์ที่ดูเรียบง่ายและมีกลิ่นอายความร่วมสมัยของศิลปะฝรั่งเศสอยู่ด้วย Inzpy ขอพาไปชมไอเทมของตกแต่งบ้านจาก DIOR The midi collection ซึ่งเป็นผลงานของ Interior Designer มากฝีมืออย่าง Pierre Yovanovitch นั่นเอง

DIOR The midi collection x Pierre Yovanovitch
CR. Photo: estliving

โดยการร่วมงานกันครั้งนี้เป็นการร่วมงานกันครั้งที่สองของ Pierre Yovanovitch และ Dior Maison ในชื่อ Midi ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสที่หมายถึง “เที่ยงวัน” ที่ถ่ายทอดให้เห็นถึงความงามที่มาจากการผสมผสานกันของ Château de la Colle Noire ที่ Montauroux ในประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นทรัพย์สินแผนกน้ำหอมของ Christian Dior และสถานที่ของ Pierre Yovanovitch อย่าง Château de Fabrègues นั่นเอง

Pierre Yovanovitch

ซึ่งใน Collection นี้มีผลงานทั้งหมด 15 ชิ้นที่ประกอบด้วย โคมไฟตั้งโต๊ะ กระจก กล่องซิการ์ ถาดใส่ของ กล่องทิชชู กรอบรูป เชิงเทียน กล่องใส่เครื่องเขียน ที่เผยเสน่ห์ของฝรั่งเศสผ่านการดีไซน์ที่เรียบง่ายและคำนึงถึงประโยชน์ในการใช้สอย และผลิตจากวัสดุในท้องถิ่นด้วย

  • The candle holder

The candle holder
CR. Photo: estliving – The candle holder

เชิงเทียนลายไม้ที่เป็นการใช้งานไม้แบบดั้งเดิมและการใช้วัสดุในท้องถิ่นที่ยั่งยืน แสดงให้เห็นถึงความเรียบง่ายที่มีเสน่ห์ของ Collection นี้

  • The table lamp and pencil holder

The table lamp and pencil holder
CR. Photo: estliving – The table lamp and pencil holder

โคมไฟตั้งโต๊ะดีไซน์สวย และกล่องใส่เครื่องเขียนที่เป็นการใช้งานไม้แบบดั้งเดิมและการใช้วัสดุในท้องถิ่นที่ยั่งยืน บอกเลยว่าโดนใจสาย Minimal แน่นอน เพราะด้วยลายไม้ที่ให้ความรู้สึกเรียบง่ายพร้อมกับสีนวล ๆ ของโคมไฟ ช่วยเพิ่มบรรยากาศดี ๆ ให้บ้านได้ไม่ยากเลย

  • The picture frames

DIOR The midi collection x Pierre Yovanovitch The picture frames
CR. Photo: estliving – The picture frames

กรอบรูปลายไม้ 2 ขนาด ที่จะช่วยเพิ่มเสน่ห์และนำทุกสายตาให้ไปหยุดอยู่ที่ภาพของคุณได้ไม่ยากเลย แถมด้วยดีไซน์ที่เรียบง่ายที่ไม่ว่าจะนำไปวางบริเวณไหนก็จะทำให้พื้นที่นั้นดูมีมิติขึ้นมาเลย

  • The serving trays

DIOR The midi collection x Pierre Yovanovitch The serving trays
CR. Photo: estliving – The serving trays

ไอเทมต่อมาใน DIOR The midi collection ถาดไม้ใส่ของหรือเสิร์ฟอาหาร ที่ช่วยให้พื้นอยู่ของคุณดูหรูหราในสไตล์เรียบหรู ด้วยลาย Oblique 3 สีซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ ChristianDior อีกด้วย

  • The trinket tray

The trinket tray DIOR The midi collection x Pierre Yovanovitch
CR. Photo: estliving – The trinket tray

ถาดไม้ใส่ของขนาดเล็ก ที่บอกเลยว่าจิ๋วแต่แจ๋วมาก ๆ เพราะนอกจากใช้วางของเล็ก ๆ น้อย ๆ ได้แล้ว ยังมาพร้อมลาย Oblique 3 สีซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Christian Dior ซึ่งจะช่วยยกระดับถาดใส่ของให้ดูหรูแบบมีสไตล์ได้ไม่ยากเลย

  • Dior Midi Mirror

DIOR The midi collection Mirror x Pierre Yovanovitch
CR. Photo: estliving – The Mirror

กระจกเงาทรงกลมกรอบไม้สไตล์ Minimal ที่เป็นมากกว่ากระจก เพราะด้วยดีไซน์ที่แสดงให้เห็นถึงความเรียบง่ายแต่ดูมีสไตล์ ทำให้นอกจากสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประโยชน์แล้วยังช่วยตกแต่งให้บริเวณที่อยู่อาศัยดูมีมิติขึ้นมาได้อีกด้วย

  • The tissue holder

The tissue holder กล่องทิชชู่ดิออร์
CR. Photo: estliving – The tissue holder

กล่องใส่ทิชชู ที่ช่วยยกระดับกล่องใส่ทิชชูแบบธรรมดา เพราะแน่นอนว่าแทบทุกบ้านจะต้องมีกล่องทิชชูอยู่แล้ว แต่กล่องใส่ทิชชูของ DIOR นั้นจะเป็นเหมือนของตกแต่งบ้านดีไซน์หรูไปในตัวที่ไม่ว่าจะเอาไปตั้งไว้ตรงไหนก็จะไม่ทำให้รู้จักเกะกะสายตาอย่างแน่นอน แถมยังให้อารมณ์ความเป็น Minimal ได้อีกด้วย

  • The cigar box

ดิออร์ The cigar box
CR. Photo: estliving – The cigar box

กล่องซิการ์ เรียกได้ว่าเป็นไอเทมที่ช่วยให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนวันวาน ด้วยกล่องซิการ์ที่มาพร้อมฝาปิดในสไตล์เก๋ไก๋ที่ทำให้เป็นมากกว่ากล่องเก็บซิการ์ธรรมดา ๆ ช่วยให้บ้านของคุณดูมีบรรยากาศที่ดูมีเสน่ห์ได้ไม่ยากเลย

เป็นยังไงกันบ้างกับไอเทมของตกแต่งบ้านจาก DIOR The midi collection ผลงานดีไซน์ของ Pierre Yovanovitch ที่เราเอามาฝากกัน เรียกได้ว่าดีไซน์สวยและเรียบง่ายซื้อมาตกแต่งบ้านทุกชิ้นเลย หวังว่าจะถูกใจสาย Minimal กันนะ 🙂

นากามะ อิซากายะ สำหรับคนเมืองทอง

อาหารญี่ปุ่นแนวกิน ดื่ม นั่งเพลิน สไตล์ อิซากายะ เป็นที่นิยมในประเทศไทยมานานแล้ว ด้วยเทรนด์ญี่ปุ่น หลังเลิกงาน ต้องมาดื่ม พูดคุยกัน สังคมไทยก็เริ่มเปลี่ยนจากนั่งร้านเหล้า มานั่งกิน ดื่มเบียร์ พร้อมกับแกล้มด้วยของปิ้ง ย่างเสียบไม้ หรือปลาดิบสักจาน สองจาน

วันนี้ inzpy ขอแนะนำร้านลับ ที่ไม่ค่อยลับแล้ว ในเมืองทองธานี แจ้งวัฒนะ “นากามะ อิซากายะ” เป็นร้านที่อยู่ในซอยลึกเข้าไปจากถนนบอร์ดสตรีท เส้นหลักของทางเข้าเมืองทอง หากเป็นคนนอกเมืองทอง คงจะหาไม่เจอ อันเป็นที่รู้กันว่าร้านนี้เป็นร้านลับ เพราะไม่มีป้ายบอกตรงเส้นถนนหลักด้วย

ภายในร้านจะมี 2 โซน คือโซนห้องแอร์ และโซนนอกห้องแอร์ ที่มีโต๊ะอยู่เต็มพื้นที่ ที่บอกร้านลับนั้นไม่ใช่คนน้อยเลย ลูกค้าของที่นี่มาจากทั่วบริเวณแถบนี้ ไปจนถึงนนทบุรี รังสิต งามวงศ์วาน หลากหลายสถานที่ มานั่งชิลกัน เม้าท์ม้อยกันกับเพื่อนฝูง ด้วยรสชาติ และคุณภาพอาหารที่ดี ทำให้นึกถึงอยู่ตลอด เราลองมาดูอาหารกันบ้าง คุณภาพจะเป็นอย่างไร

แน่นอนว่า กลับแกล้มอย่างแรกที่ทุกคนมาร้าน อิซากายะ ก็คือ “ทาโกะวาซาบิ” ของทางร้านนากามะ ก็เสิร์ฟมาในจานเล็ก เหมาะกันการกิน 2 คน เป็นออร์เดิร์ฟเรียกน้ำย่อยอย่างดี หากมองดูดี ๆ เรื่องรายละเอียดของทางร้าน คือดีงามมาก แม้แต่การแต่งจานเล็ก ๆ อย่างทาโกะวาซาบิ ก็ยังมีอะไรมาโรยหน้า คิดว่าเป็นหญ้าฝรั่น เครื่องเทศยอดนิยมชนิดหนึ่งนะ ทำให้จานนี้สวยงามขึ้นอีกเยอะเลย

ต่อมาก็เป็นการทดลองความสดของทางร้านล่ะ เจ้าฮามาจิ ซาชิมิ ที่มาแบบชิ้นใหญ่มาก และหนาพอประมาณ เรียกว่าหนาเลยละกัน มาในชามที่มีน้ำแข็ง เพื่อรักษาความสดตั้งแต่มือเชฟ จนถึงปากลูกค้าไปเลย วาซาบิสด ก้อนใหญ่ ๆ วางคู่กันมา เห็นความเงา และมันยังเยิ้ม ๆ ทำให้น้ำลายสอ อยากเอาเข้าปากแล้ว แต่ต้องรออีกสักอย่าง เพื่อถ่ายภาพหมู่ก่อน

ก่อนถ่ายภาพหมู่ ต้องรอจานนี้ โรลพิเศษ หรือนากามะโรล คือเอาชื่อร้านมาตั้งเป็นเมนูเลย ที่พิเศษก็คืไม่มีข้าวด้านในเลย ใส่มันทุกอย่างที่มี ไม่ว่าแตงกวา ปูอัด ไข่ม้วน ตามภาษาข้าวม้วนห่อสาหร่าย แต่ไม่มีข้าวเท่านั้น จานนี้เรียกว่าเด็ดจริงของทางร้านเลย

ด้วยความเป็นอิซากายะขนานแท้ ต้องมีของปิ้งย่างเสียบไม้ อย่างเนื้อย่าง สามชั้นย่าง ต้นหอมใหญ่ย่าง และยังมีอีกหลายอย่าง นำมาเสียบไม้ย่าง ความอร่อยต้องให้ 5 คะแนนเต็มเลย มีความประณีตในการหั่น และย่างกำลังพอดี ส่วนราคาต่อไม้ เริ่มต้นแค่ 3x บาทเท่านั้น แต่มาแบบจัดเต็ม ทั้งของแต่ง ของโรยหน้า ไม้เดียวก็ทำ

สำหรับใครที่ต้องการมานั่งกินดื่มที่ร้าน นากามะ อิซากายะ ให้โทรนัดเพื่อน มากันเลย บริการดี อาหารอร่อย ครบเครื่องทุกเรื่องราว เป็นร้านลับที่ไม่ลับแล้ว

รายละเอียดเพิ่มเติม
พิกัด : Nakama Izakaya
ที่อยู่ : 29/555 ซอย แจ้งวัฒนะ-ปากเกร็ด ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด นนทบุรี 11220
Facebook : https://web.facebook.com/Nakama.izakaya
เบอร์โทร : 0923733376
เวลาเปิดทำการ : เปิดทุกวัน เวลา 11.30-00.00 น.
ลักษณะร้านค้า : มีที่จอดรถ
ระดับราคา : ฿฿฿ บาท

หากหนีเข้าเมือง ต้องไปลองอาหารเกาหลี ที่ Yokiyo

อิ่ม อร่อย กันที่ BBQ PLAZA มีโปรสุดคุ้ม!

อากาศร้อน ๆ แบบนี้ไปเดินห้างหลบร้อนกันสักนิด เดินหาของกินในห้างเลยละกัน วันนี้บังเอิญมาเจอร้าน BBQ Plaza เค้ามีโปรโมชัน จังหวะหิวก็ไม่รอช้า แล้วดูเหมือนว่าไม่ต้องรอคิว ก็เดินเข้าไปเลยสิคะ 555 เข้ามาแล้วบรรยากาศก็ได้อยู่นะ มาดูอัปเดตร้าน อิ่ม อร่อย BBQ Plaza กันดีกว่าค่าว่าเป็นยังไงบ้าง

อิ่ม อร่อย กันที่ BBQ PLAZA มีโปรสุดคุ้ม!

นาน ๆ มีจะได้แวะมาทานข้าวในห้างแบบนี้ ก็โอเคเหมือนกันนะคะ ช่วงโควิดที่ผ่านมาก็จะเห็นว่ามีหลายแบรนด์ที่ปิดตัวลง แต่ที่เห็นจะไม่แผ่วเลยย่าง Bar.B.Q Plaza อาจจะเป็นเพราะที่นี่ทำโปรโมชันออกมาอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งเราเองก็กลายเป็นทาสการตลาด เพราะความหิวพอดีไปโดยปริยาย 555 จึงทำให้เลือกเข้าที่นี่นั่นเอง

อิ่ม อร่อย กันที่ BBQ PLAZA มีโปรสุดคุ้ม!

วันนี้เราเลือกมาที่สาขา Fashion Island สั่งแบบเป็นเซตค่ะ เซตที่เราเลือกจะเป็นเซตหมูสุดคุ้ม ราคาเซตละ 619 บาท ได้มาเซตใหม่มาก ถ้าคนธรรมดาไปคนเดียว กินไม่หมดแน่นอนค่ะ มาดูในเซตกันดีกว่าว่าเค้าให้อะไรมาบ้างในเซต

ในเซตหมูก็จะมีชุดผักมาให้ แล้วก็จะมีเบคอน หมู A5 สไลด์มาแผ่นใหญ่จริงอะไรจริง มีหมูนุ่ม หมูสไลด์ถาดใหญ่อลังการสุด ๆ ทั้งหมดก็คือ อยู่ในเซตหมูสุดคุ้ม 619 บาทนี้แล้วค่ะ ตอนหิวก็ดูเหมือนจะไม่พอแหละ แต่พอกินไปเรื่อย ๆ โอ้โห เยอะไม่ไหว

อิ่ม อร่อย กันที่ BBQ PLAZA มีโปรสุดคุ้ม!

นอกจากนี้เราก็จะมีสั่งเมนูอื่น ๆ มาเพิ่ม ซึ่งที่ขาดไม่ได้เลยก็จะเป็นข้าวผัดกระเทียม แล้วก็สั่งเซตผักกาดห่อหมู กับกระเทียมคั่วเนยเพิ่ม ใครชอบกินกระเทียมเสริมภูมิคุ้มกัน ที่นี่สั่งมาจานเดียวได้เยอะสะใจมากทุกคน อ่ะเมื่อได้ทุกอย่างครบแล้วเราก็มาเริ่มลงมือปิ้งกันเลยค่า

สำหรับกระทะที่นี่ก็โด่งดังในเรื่องของการใช้ กระทะทองเหลือง ปิ้งดี ปิ้งมัน ปิ้งแล้วไม่ค่อยมีเศษไหม้ แล้วก็ร้อนไว ทำให้ทานได้เร็ว มันดีมากเลย เวลาเอาหมูลงแล้วมันดาดดัง ซู่วววว~ อื้อหือ แป๊บเดียวสุกค่ะทุกคน ที่ดูดควันก็จะทำเป็นแบบต่อกับโต๊ะไม่เกะกะสายตา ดีไซน์โอเคไม่เหมือนใคร

ส่วนเจ้ากระหล่ำซอยที่เห็นในกระทะนั้นก็เป็นแบบบุฟเฟต์นะคะ สั่งได้เรื่อย ๆ เลย

อิ่ม อร่อย กันที่ BBQ PLAZA มีโปรสุดคุ้ม!

เมื่อหมูสุกแล้วเราก็มาจัดวางบนผักห่อ วางกระเทียมแล้วเตรียมรับประทาน ทุกคนรสชาติมันละมุนมาก ไม่ได้กิน บาร์บีคิว พลาซ่า มานานแค่ไหนแล้ว จังหวะหิวด้วยแหละ 555 อร่อยคำโตสะใจ บอกเลยว่า ดีต่อคอสุด ๆ แล้วไม่ต้องนั่งกินอากาศร้อน ๆ อยู่ในห้างแอร์เย็นสบาย เพลินเลยค่า

แต่ที่กำลังฮิต และเป็นอะไรที่น่ารักมากก็จะเป็นเด็กเสิร์ฟน้องแมว ที่เวลาเราสั่งเมนูอะไร เค้าก็จะคอยนำอาหารที่เราสั่งมาเสิร์ฟตามโต๊ะ ไฮเทคโนโลยีทุกวันนี้เข้าถึงทุกอย่างจริง ๆ เลยค่ะ แม้แต่ร้านอาหารเองก็ยังเลือกใช้กัน แต่น้องแมวเค้าน่ารักนะคะ เสิร์ฟเสร็จเค้าก็จะบอกเราว่า ทานให้อร่อยนะคะ

อิ่ม อร่อย กันที่ BBQ PLAZA มีโปรสุดคุ้ม!

เป็นการมาทานอาหารในห้างที่ถือว่าดีเลยทีเดียวค่ะ สำหรับเซตหมูสุดคุ้มเซตนี้เอาอยู่เลยนะ เซตเดียวถือว่าคุ้มจริง ๆ ใครที่หาที่ดับร้อน ก็ลองแวะไปเดินห้างกันได้นะคะช่วงนี้ แต่ที่สำคัญก็คือ กาดไม่ตกเหมือนเดิมค่ะ ทุกคนในห้างยังคงต้องใส่แมสป้องกันกันไว้อยู่ตลอเวลา ทานอิ่มแล้วก็เดินย่อยชิล ๆ ชมของไปเรื่อย ๆ หายเหนื่อย หายร้อนแล้วก็ค่อยกลับบ้านกัน แต่ถ้าใครไม่ชอบเดินห้าง ไม่ชอบที่คนเยอะ ๆ ก็ลองเข้าดูร้านอาหารอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Inzpy Travel ได้เลยนะคะ เรายังมีอีกหลายที่ ที่ให้ทุกคนตามไปเช็คอินกันค่า

BBQ PLAZA สาขา Fashion Island
587 ซอย 39 ถนน รามอินทรา แขวง คันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร 10230
พิกัด: Google Map จอดรถในห้าง Fashion Island
เปิดทุกวัน เวลา 11.00 – 20.30 น.
Facebook: BarBQPlazaThailand

เพิ่มเพื่อนไลน์ เพื่อติดตามข่าวสาร และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
Line ID @Inzpy https://lin.ee/q9fQfshเพิ่มเพื่อน