Home Blog Page 800

ชี้เป้า 5 รองเท้าสลิปออน ถอดใส่ง่าย เดินสบาย มีสไตล์ได้ทุกวัน

สวัสดีค่ะเหล่าสาวกสายแฟชั่นทุกคน กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ แน่นอนว่าเวลาเราแต่งตัวจะไปไหน ทำอะไรแต่ละที นอกจากเสื้อผ้าที่ต้องคำนึงถึงแล้ว ‘รองเท้า’ ก็เป็นไอเทมสำคัญไม่แพ้กัน ที่จะมองข้ามไปไม่ได้เลยล่ะ เพราะรองเท้าจะมีรูปลักษณ์สวยงามอย่างเดียวมันไม่พอ แต่ต้องมาพร้อมความสวมใส่สบายด้วยถึงจะถือว่าเป็นรองเท้าที่ดี วันนี้เราเลยอยากมานำเสนอรองเท้าประเภท Slip-on (สลิปออน) หรือ รองเท้าสวม ที่นอกจากจะสวมใส่สบายแล้ว ยังแมตช์กับเสื้อผ้าได้ง่ายหลากหลายสไตล์อีกด้วย งั้นอย่ารอช้าตาม Inzpy มาดูชี้เป้า 5 รองเท้าสลิปออน ถอดใส่ง่าย เดินสบาย มีสไตล์ได้ทุกวันกันเลยยย

cr.photo ; pinterest
Vans

มาเริ่มกันที่แบรนด์แรกกันเลยค่ะ อย่าง Vans แบรนด์ยอดนิยมขวัญใจสายสตรีทและชาวแฟชั่นสายสเก็ตบอร์ด โดยรุ่นยอดฮิตซิกเนเจอร์ของแบรนด์ก็หนีไม่พ้นรุ่น Classic Slip-On ที่ออกมาเป็นแบบ Unisex ที่ใส่ได้ทั้งผู้ชายและผู้หญิง เป็นรองเท้าเรียบง่ายดีไซน์มินิมอล ทำมาจากวัสดุผ้าแคนวาส ยืดหยุ่นสวมใส่ง่าย เดินสบายคล่องตัวได้ทั้งวันแบบไม่มีหวั่น ที่ทำออกมาทั้งแบบสีพื้นเรียบ ๆ อย่างสีขาว, ดำ, เทา, ครีม, น้ำเงิน และอีกมากมาย ทั้งยังมีแบบลวดลาย Checkerboard อันเป็นเอกลักษณ์สุดคูล รวมไปถึงแบบลายเพ้นท์เท่ ๆ อีกด้วย ใครกำลังตามหารองเท้าประเภทนี้ ต้องรับไว้พิจารณาเป็นตัวเลือกแรก ๆ แล้วล่ะ รับรองไม่มีผิดหวัง

รองเท้าสลิปออน
cr.photo ; pinterest
TOMS

มาต่อกันที่อีกหนึ่งแบรนด์ดังสัญชาติอเมริกันอย่าง TOMS ที่ถ้าพูดถึงรองเท้าประเภทสลิปออน สายแฟชั่นรวมไปถึงสาวกหลาย ๆ คน จะต้องนึกถึงแบรนด์นี้เป็นแบรนด์แรก ๆ อย่างแน่นอน ที่นอกจากทางแบรนด์จะทำรองเท้าออกมามากมายหลากหลายดีไซน์แล้ว ยังมีอีกหลายคอลเลกชันที่มีให้เลือกกันจนหน้ามืดตาลาย ตามสะสมกันแบบไม่หวาดไม่ไหว มีทั้งแบบสีเรียบคลาสสิก สีสันสดใส รวมไปจนถึงลวดลายเก๋ไก๋น่ารัก ที่ทำออกมาตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ โดยตัวรองเท้าทำมาจากผ้าแคนวาส สวมง่ายใส่สบาย แถมทนทาน อย่างน้อยมีรองเท้าจากแบรนด์นี้ไว้ไม่เสียใจแน่นอน

รองเท้าสลิปออน
cr.photo ; pinterest
Keds

ถัดมากับอีกหนึ่งแบรนด์รองเท้าชื่อดังสัญชาติอเมริกันอย่าง Keds ที่เหล่าสาวกสายแฟชั่นจะต้องรู้จัก เพราะเป็นที่นิยมฮอตฮิตเป็นอย่างมากในหมู่เหล่าแฟชั่นนิสต้ารุ่นใหม่ โดยเฉพาะสาวกแฟชั่นสายมินิมอล ด้วยดีไซน์คลีน ๆ เรียบง่ายสบายตา ไม่ต้องมีอะไรหวือหวาให้มากความ แต่พอใส่แล้วกลับดูดีมีสไตล์ได้อย่างน่าทึ่งแบบไม่ต้องพยายาม โดยมีรุ่นคลาสสิกตลอดกาลอย่าง Champion Core, Jump Kick และ Chillax ที่เป็นรองเท้าประเภทสลิปออนที่กระชับกับรูปเท้า ถอดใส่ง่าย แถมยังสวมใส่สบายแบบสุด ๆ ด้วยความเรียบง่ายจึงทำให้มิกซ์แอนด์แมตช์เข้ากับลุคการแต่งตัวได้ง่ายดาย ไม่ว่าจะเป็น Everyday Look, ลุคในวันสบาย ๆ หรือลุคไปออกทริป ก็เอาอยู่หมดเลยล่ะ

รองเท้าสลิปออน
cr.photo ; pinterest
Adidas

จะไม่พูดถึงรองเท้าสลิปออนรุ่นดังอย่าง Superstar Slip-on Shoes จากแบรนด์ Adidas ก็คงจะผิดพลาดอย่างมหันต์ เพราะเป็นรุ่นที่ได้รับกระแสการตอบรับอย่างท่วมท้น ที่ชาวแฟชั่นนิสต้าต้องหามาใส่กันทั่วบ้านทั่วเมืองให้ได้ เพราะฮิตแบบเกินต้านทานไหว ด้วยดีไซน์สุดคูลฉีกแนวจากรองเท้าประเภทสลิปออนแบบที่เราเห็นทั่ว ๆ ไป ด้วยรูปลักษณ์รองเท้าที่เป็นแบบแถบยางยืดไขว้ตัดกันแบบโดดเด่นไม่เหมือนใคร ทั้งยังตั้งใจทำหัวรองเท้าเป็นแบบ Shell Toe เพื่อป้องกันการกระแทกโดยเฉพาะ ใช้วัสดุเกรดพรีเมียมการันตีความสบายในการสวมใส่ สามารถใช้งานได้ในหลากหลายโอกาส ที่ให้ลุคทั้งแบบกึ่งทางการและในวันสบาย ๆ ได้อย่างลงตัว

cr.photo ; pinterest
Skechers

ปิดท้ายกันไปด้วยรองเท้าสลิปออนจากแบรนด์รองเท้าสุขภาพอย่าง Skechers (สเก็ตเชอร์ส) เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องรองเท้าที่สวมใส่สบาย จนครองใจเหล่าสาวกได้อย่างเหนียวแน่น นอกจากจะมีน้ำหนักเบาเหมือนไม่ได้ใส่แล้ว พื้นรองเท้ายังออกแบบมาเพื่อช่วยซัพพอร์ตเท้ารองรับแรงกระแทก ทำให้รู้สึกนุ่มสบายเวลาสวมใส่ ในส่วนของพื้นรองเท้าชั้นนอก สามารถยึดเกาะได้เป็นอย่างดี ทั้งยังมีความทนทานมากอีกด้วย สำหรับใครที่กำลังมองหารองเท้าสลิปออนที่ใส่แล้วไม่เมื่อยเท้า ที่มาพร้อมกับสีสันและดีไซน์สวย ๆ ที่มีให้เลือกมากมาย ถือว่าตอบโจทย์ตรงเป๊ะโดนใจ

หวังว่าทุกคนจะชอบ บทความชี้เป้า 5 รองเท้าสลิปออน ถอดใส่ง่าย เดินสบาย มีสไตล์ได้ทุกวัน ที่เราคัดเอามาฝากทุกคนในวันนี้ ทางเราเชื่อว่าน่าจะถูกใจและเข้ากับสไตล์ของเหล่าสาวกทุกคนได้อย่างแน่นอนค่ะ หวังว่าข้อมูลที่เราเอามาฝาก จะสามารถช่วยเป็นไอเดียในการเลือกรองเท้าสวยดูดีมีสไตล์ แถมใส่สบายให้กับทุกคนได้ไม่มากก็น้อยนะคะ ในวันนี้ทาง Inzpy ต้องขอลาไปก่อน พบกันใหม่คราวหน้า พร้อมไอเดียชอปปิงแบบปัง ๆ อย่าลืมติดตามชมกันนะคะ

ทาน Floating Brunch ที่ เรือนเสน่หา House of Passion

ทาน Floating Brunch ที่ เรือนเสน่หา House of Passion

สำหรับทริปอัมพวา 3 วัน 2 คืน ที่ผ่านมานั้น คืนแรกเราได้ไปพักกันที่ เรือนเสน่หา House of Passion เป็นที่พักเก๋ ๆ ริมคลองอัมพวา ที่ตกแต่งด้วยสไตล์วินเทจ ผสมผสานงาน Loft ให้ความรู้สึกได้ย้อนยุคอัมพวาในวันวาน ที่นี่เป็นที่พักเล็ก ๆ แต่มีบริการครบครันมาก ๆ ซึ่งในวันที่เราไปพัก เราก็ฝากท้อง มื้อกลางวันกันที่เลย เพราะเราอยากจะถ่ายรูปสวย ๆ กับ Floating Brunch กันนั่นเองจ้า

เรื่องกินก็สำคัญ แต่เรื่องความสวยนั้นสำคัญกว่า 555 มาเที่ยวที่พัก ที่มีสระว่ายน้ำสวยเก๋ขนาดนี้ทั้งที เราก็อยากจะได้รูปเก๋ ๆ ในน้ำกันบ้าง อยากรู้ว่า การใส่บิกินี่ ทานอาหารถาดลอยน้ำมันรู้สึกยังไง ก็เลยสั่งมาลองกันดูค่ะ

ต้องบอกเลยว่าเจ้าถาดอาหารลอยน้ำเนี่ย หนักมาก หนักกว่าที่ตาเห็นนะคะ เพราะฉะนั้นถ้าใครอยากสั่งมาถ่ายรูปละก็ แจ้งเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเอาไว้ก่อนได้เลย เพราะต้องใช้เวลาในการจัด และยกมาเสิร์ฟให้ที่สระว่ายน้ำนะคะ

มาดูภายในถาดอาหารนี้กันว่า ที่พักจัดเสิร์ฟอะไรมาบ้าง สำหรับจานหลัก ๆ เลยก็จะเป็นสปาเกตตีขี้เมาทะเล ไก่ทอด แซนด์วิช เฟรนช์ฟรายส์ สมูททีผลไม้ ผลไม้สด และน้ำมะพร้าวค่ะ จัดมาแบบสวยงาม

เราลงไปถ่ายรูป และทานอาหารกันในน้ำพอเป็นพิธีนะคะ จากนั้นก็ยกขึ้นมากินกันอย่างตั้งใจที่ริมสระ อาหารที่จัดมาให้คืออร่อยเลยค่ะ ที่เราชอบมากที่สุดคือ สปาเกตตีขี้เมาทะเล รสชาติจัดจ้าน กุ้ง หมึก มาแบบชิ้นเบิ้ม ๆ

ส่วนตากล้องเราชอบไก่ทอดค่ะ หมักมารสชาติกำลังดี ทอดมาแบบไม่แห้งมาก อร่อยค่ะ แต่ปกติตากล้องชอบกินไก่สดมากกว่า ยิ่งลากลงไปกินในน้ำยิ่งชอบเลย ฮ่า ฮ่า

และอีกเมนูที่เหมาะกับอากาศร้อนมาก ๆ ก็คือ สมูททีผลไม้ ทานแล้วสดชื่นมาก ยิ่งทานคู่น้ำมะพร้าวที่เสิร์ฟมา คือหวาน หอม แก้กระหายดีสุด ๆ ผลไม้สดที่จัดมาในจานก็จะมีพวก แตงโม  สับปะรด และแก้วมังกร ผลไม้หวาน อร่อยดีค่ะ

สรุปเลยก็คือ อร่อยทุกจาน ทานหมดไม่มีเหลือ 5555 ใครที่เป็นสายถ่ายรูป สายโซเชียล ต้องห้ามพลาด Floating Brunch กันนะคะ รับรองเมมเต็มแน่นอน เพราะมันถ่ายรูปสวยมากกกกกก

รายละเอียดเพิ่มเติม
พิกัด : https://g.page/HOPamphawa?share
เบอร์โทร : 089-6137-838
Facebook : เรือนเสน่หา

รวม 10 ร้านน่านั่ง บาร์ เปิดใหม่ ถนนข้าวสาร อัปเดตล่าสุด 2022

ช่วงผ่อนคลายสถานการณ์ เราก็เริ่มลุยกันทันที วันนี้พาทุกคนมาตะลุยกันที่ ถนนข้าวสาร กันค่ะ ตอนนี้เริ่มกลับมาครึกครื้นกันบ้างแล้ว เลยจะขอรวบ 10 ร้านน่านั่ง บาร์ ถนนข้าวสาร มาให้ มีทั้งร้านเปิดใหม่ ทั้งร้านในตำนาน ลองมาดูกันค่ะว่า ร้านไหนถูกใจคุณ

บรรยากาศที่ถนนข้าวสาร ก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยทุกคน ยังมีคนมาดึงเข้าร้านเหมือนเดิม 555 แนะนำกันเป็นแถวเลย แล้วช่วงนี้คือ โปรโมชัน ก็มาเพียบช่วงนี้ เหมาะมาก ๆ ที่จะไปปลดปล่อยกันสักหน่อย

1. Madam Musur มาดาม มูเซอ

เริ่มจากร้านเบา ๆ กันก่อนค่ะ ร้านนี้เค้าจะเปิดเร็วกว่าในถนนข้าวสาร อยู่ในซอยรามบุตรี ถ้ามาช่วงกลางวันแนะนำว่ามานั่งร้านนี้กันก่อนได้เลยค่ะ สำหรับร้าน Madam Musur จะตกแต่งเป็นสไตล์ โบฮีเมียน นั่งชิล ๆ เอาบรรยากาศ มีเครื่องดื่มให้เลือกสั่งหลากหลาย แล้วก็มีอาหารแนวอาหารเหนือด้วยค่ะ ลูกค้าส่วนใหญ่ก็จะเป็นต่างชาติ ไม่ค่อยมีคนไทยนะคะ ถูกใจ สาย ฝ. เลยล่ะ

Madam Musur
41 ซอยรามบุตรี แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
พิกัด: Google Map https://goo.gl/maps/HLJVNHT9B9WoRYGw7
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 24.00 น.
ระดับราคา: ฿฿฿
เบอร์ติดต่อ: 022814238
Facebook: https://www.facebook.com/madamemusur

2. Man Se มันเซ

ร้านเปิดใหม่ สไตล์เกาหลีเกาใจ ใครเป็นสายเกานะ ร้านนี้คือ ตอบโจทย์มาก ไม่ว่าจะเป็นสไตล์การตกแต่งร้าน แนวเพลง รวมไปถึงเมนูอาหารด้วยค่ะ ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นแนว LGBT ครบรสมากสำหรับร้านมันเซ เข้าไปแล้วบรรยากาศน่ารักสุด ๆ เห็นคนเต้น Cover กันได้แทบทั้งร้านเลย เลิศไม่เบา

Man Se
140-142 แขวง ตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
พิกัด: Google Map https://goo.gl/maps/iUs5iEymxQnQfAXf6
เปิดทุกวัน เวลา 17.00 – 23.00 น.
ระดับราคา: ฿฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0655193000
Facebook: https://www.facebook.com/manse.bkk

3. Golf Bar Cocktail Khaosan Rd.

ร้านกอล์ฟบาร์ จะเป็นร้านแนว Street หน่อยนะคะ แสงสีแนวนีออน มี DJ เปิดเพลง แต่ก็สไตล์แบบนั่งเอาบรรยากาศชิล ๆ โยกได้ มีเครื่องดื่มให้เลือกสั่งทั้งเบียร์ ค็อกเทล เหล้า ร้านไม่ใหญ่มากค่ะ ใครชอบแนว Steet ก็ลองเป็นร้านนี้ได้ค่ะ

Golf Bar Cocktail Khaosan Rd.
ถนนข้าวสาร แขวง ตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
พิกัด: Google Map https://goo.gl/maps/X12H1gTe1NEjezkG6
เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 02.00 น.
ระดับราคา: ฿฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0930214103
Facebook: https://www.facebook.com/pages/Golf-Bar-Cocktail-Khaosan-Rd/101643824621712

4. Hippie De Bar

ฮิปปี้เดอบาร์ ร้านนี้ถ้าจากด้านนอกจะหายากนิดนึงนะคะ เพราะทางเดินเข้าจะเหมือนทางเข้าซอย แต่จะมีป้ายร้านแบบสีสัน ๆ ให้เป็นจุดสั่งเกต ด้านนอกผู้เหมือนจะเป็นร้านแนว Street แต่ถ้าเดินเข้าไปด้านในสไตล์การตกแต่งออกแนววินเทจย้อนยุคเท่ ๆ ค่ะ มีเหล้า มีเบียร์ มีค็อกเทล ให้เลือกสั่งมากมาย นั่งชิล ๆ แต่ก็โยกได้นะ

Hippie De Bar
46 ถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
พิกัด: Google Map https://goo.gl/maps/HDLEeGCzKNGaTK346
เปิดทุกวัน เวลา 17.00 – 02.00 น.
ระดับราคา: ฿฿฿
เบอร์ติดต่อ 0818202762
Facebook: https://www.facebook.com/Hippiedebar46

5. Here Bar

ใครที่ชอบแนว Hiphop นะ บอกเลยว่าต้องห้ามพลาดร้านนี้เลยค่ะ ฮิปฮอปจัดเต็มมาก สายโยก สายนั่งได้หมดเลย บรรยากาศก็แนวข้าวสารมันส์ ๆ ร้านนี้วัยรุ่นเยอะนะคะ ใครชอบแนวนร้ก็ลองดูนะ นั่งไม่นิ่ง อยู่ไม่สุขแน่ เพราะว่าปิดเพลงมันส์ 555

Here Bar
180 Khaosan Rd, Khwaeng Talat Yot, Khet Phra Nakhon, Krung Thep Maha Nakhon 10200
พิกัด: Google Map https://goo.gl/maps/3s22gS9TnEKYv3Vr6
เปิดทุกวัน เวลา 09.00 – 23.00 น.
ระดับราคา: ฿฿฿
Facebook: https://www.facebook.com/herebarkhaosanroad

6. Boozy

ร้านเปิดใหม่อีกหนึ่งร้านค่ะ ชื่อว่า Boozy เป็นสไตล์ Cocktail มีดีเจเปิดเพลงสไตล Electronic มีความ สาย ฝ. นะคะ ส่วนใหญ่จะนั่งดื่มเพลิน ๆ ฟังเพลงมันส์ ๆ

ถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200 ใกล้ร้าน Here Bar
เปิดทุกวัน 10.00 – 23.00 น.
ระดับราคา: ฿฿฿

7. Is Bar’z

อีสบาร์ เป็นร้านเปิดใหม่เหมือนกันนะ ด้านหน้าดูเหมือนร้านยาโบราณ 555 แต่ว่าร้านนี้เค้ามันมากเลยนะคะ เพราะว่ามีดีเจมาเปิดเพลงค่า แนว EDM อะไรประมาณนั้นค่ะ นั่งชิล ๆ หน้าร้านก็ได้ หรือจะโยกเบา ๆ ก็ได้เช่นกันค่ะ เป็นร้านที่บรรยากาศค่อนข้างโอเคนะ เน้นสาย ฝ. อยู่เด้อ

Is Bar’z
190 ถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
พิกัด: Google Map https://goo.gl/maps/hGBw6C4WC7ibUjhH8
เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 24.00 น.
ระดับราคา: ฿฿฿

8. My Darling รักน้องโบว์

ร้านรักน้องโบว์ ร้าน สาย ฝ. ตัวจริงเสียงจริง เป็นบรรยากาศนั่งชิล ๆ เปิดเพลงเบาๆ มีเครื่องดื่มให้เลือกสั่งเยอะ หรือจะไปนั่งทานอาหาร เหมาะสำหรับไปรวมแก๊ง หรือว่าไปนั่งส่องผู้ต่างชาติอะไรประมาณนี้ค่ะ ร้านใหญ่ โซน Outdoor คือดี ดูรีวิวเต็ม ร้านรักน้องโบว์ คลิกเลย

My Darling @Khao San Rd. รักน้องโบว์
106 ซอยรามบุตรี แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
พิกัด: Google Map https://goo.gl/maps/afpo6p1HSbsBQBnY7
เปิดทุกวัน ตลอด 24 ชม.
ระดับราคา: ฿฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0865679346
Facebook: https://www.facebook.com/pages/My-Darling-Khao-San-Rd/130604327069078

9. Re Re Khaosan

รีรีข้าวสาร สุดเท่ ที่ตกแต่งสไตล์ร้านแนว Loft มีดีเจดังจากผับต่าง ๆ ไปเปิดเพลง แนวแบบมันส์ ๆ เฮฮาปาร์ตี้จัดเต็มเลยค่ะ เป็นร้านที่ใครไปต้องชอบ ออกแนวกึ่งผับเบา ๆ โยกได้ นั่งเพลินได้ ร้านค่อนข้างใหญ่ มีสองชั้น สายตี้แนะนำร้านนี้เลยค่ะ

Re Re Khaosan
190 ถนนข้าวสาร แขวงตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
พิกัด: Google Map https://goo.gl/maps/SNRD9YY5cuVQXm58A
เปิดทุกวัน เวลา 17.00 – 02.00 น.
ระดับราคา: ฿฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0611711999

10. Kalanbatu Reggae Bar

ร้านสุดท้าย จะเป็นร้านสายเพลิน แนวเรกเก้ จะไปนั่งทานข้าว หรือดื่มเบียร์ก็ดี ใครสไตล์เรกเก้คือ ต้องร้านนี้เลยค่ะ ดูเหมือนเป็นร้านชิล ๆ แต่บรรยากาศมันส์สุด ๆ กับวงดนตรีแนวเพลงเรกเก้จัดเต็ม เมนูแนะนำของที่นี่ก็จะเป็นพิซซ่าเตาถ่านค่ะ วัยรุ่นแนว ๆ เพียบ

Kalanbatu Reggae Bar
235 ซอย รามบุตรี แขวง ตลาดยอด เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร 10200
พิกัด: Google Map https://goo.gl/maps/DVSbn9w694TtkzNe9
เปิดทุกวัน เวลา 10.00 – 02.00 น.
ระดับราคา: ฿฿฿
เบอร์ติดต่อ: 0815816964
Facebook: https://www.facebook.com/Kalanbatu-Reggae-Bar-1752935478149250

จะเห็นว่าทั้งสิบร้านนั้นมีร้านเปิดใหม่ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ แล้วก็เริ่มแนวร้านหลากหลายสไตล์มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มนักท่องเที่ยวทั้งไทย และต่างประเทศ ความสนุกครึกครื้นที่มีคู่กับกรุงเทพฯ มายาวนาน ชาวต่างชาติที่มาเที่ยวเมืองไทย ก็สนใจที่จะแวะมาที่ ถนนข้าวสาร กันเพียบ ถือเป็นแหล่งเศรษฐกิจแหล่งนึงที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ดีเลยค่ะ แต่คนไทยก็ไปเที่ยวเยอะเหมือนกันนะคะ ใครอยากออกไปเปิดหูเปิดตา ก็ลองแวะไปกันได้เลย แต่ใครที่ชอบแนวธรรมชาติ เที่ยวต่างประเทศ สามารถเข้าไปหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Inzpy Travel ได้เลยค่า

Mod เพิ่มการรองรับผู้ผู้เล่นสูงสุดสิบคน Super Mario Odyssey

0

Mod เพิ่มการรองรับผู้ผู้เล่นสูงสุดสิบคน Super Mario Odyssey

ผู้ดัดแปลงได้อนุญาตให้ผู้เล่นเล่นออนไลน์กับผู้เล่นสูงสุดสิบคนในเกมแบบเล่นคนเดียว Super Mario Odyssey

Super Mario Odyssey

ม็อดที่สร้างโดยแฟน ๆ ได้รับการพัฒนาโดย CraftyBoss และสามารถเล่นได้บน คอนโซล Nintendo Switch ที่มีการดัดแปลง โดยใช้ ROM ที่ไม่เป็นทางการเท่านั้น ส่วนเสริมที่ไม่เป็นทางการทำให้คุณสามารถเล่นเกมออนไลน์พร้อมกันกับผู้เล่นสิบคน และให้ผู้เล่นได้แชร์และซิงค์ความคืบหน้าในขณะที่พวกเขาออกเดินทางเพื่อรวบรวมดวงจันทร์ด้วยกัน

“ขอให้สนุกกับการสำรวจอาณาจักรกับเพื่อน ๆ เล่นโหมดเกม หรือเอาชนะเกมให้เร็วที่สุด!” กล่าวถึงคำอธิบายของ mod

Super Mario Odyssey

ผู้สร้างอ้างว่าม็อดยังอยู่ในการพัฒนาในช่วงต้นและได้เตือนว่าผู้เล่นอาจพบข้อบกพร่องและ “แง่มุมที่ไม่ได้รับการปรับแต่ง” อย่างไรก็ตาม CraftyBoss สัญญาว่าพวกเขาจะปรับปรุงม็อดอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มันขัดเกลาที่สุด

กราฟิกของเกม มาริโอ ภาคนี้ถือว่ายกระดับกว่าภาค Mario  3D World อย่างเห็นได้ชัด แม้อาจจะไม่ได้เท่ากับเกมบน PS4 แต่มันดูดีอย่างไม่น่าเชื่อ และเฟรมเรตระดับ 60 FPS ทั้งแบบต่อทีวีและแบบพกพา ที่แสดงให้เห็นว่าเครื่อง Nintendo Switch ก็แรงพอตัว ส่วนเพลงประกอบก็ถือเป็นอีกความโดดเด่นเพราะมีการจัดเต็มด้วยธีมที่เหมาะกับเกมแนว มาริโอ ที่มีแนวหลักเป็น Jazz แต่ก็มีการปรับเปลี่ยนไปตามดินแดนที่มาริโอเราไปเยือน ที่สำคัญภาคนี้มีการแต่งเพลง jump up super star! ที่ทั้งไพเราะและติดหูใส่เข้าเป็นเพลงประกอบ และขอบอกไว้เลยว่าไม่ได้มีแค่เพลงเดียว ยิ่งทำให้โดยรวมการนำเสนอของเกมอยู่ในระดับสุดยอดทุกอย่าง

Final Fantasy กับระบบ Turn-based ที่หายไป!

0

Final Fantasy ใครก็รู้ครับว่าเป็นเกมแนว Turn-based ที่โด่งดังมาก่อน แต่สุดท้ายระบบนี้ก็ถูกถอดออกจากเกมไป เปลี่ยนเป็นที่ระบบ Action Real-time มีอิสระในการเล่นมากกว่าเดิม ซึ่งเอาจริง ๆ ตรงจุดนี้ก็แทบจะไม่เคยรู้เหตุผลเลยว่า เพราะอะไรถึงเปลี่ยน

แต่ล่าสุดก็ได้มีการเปิดเผยออกมาแล้ว่า ที่ระบบดั้งเดิมอันเป็นจุดขายค่อย ๆ ถูกออกไปนั้น สาเหตุเพราะกราฟฟิก ระบบเทิร์น-เบส มันไม่เข้ากับกราฟฟิกที่สมจริงขึ้น ไปดูรายละเอียดของเรื่องนี้กัน

Turn-based

Final Fantasy ไร้ Turn-based เพราะกราฟิกที่สมจริงขึ้น

โดยเรื่องนี้ได้รับการเปิดเผยโดยคุณ Naoki Yoshida Yoshida ผู้อำนวยการสร้างFinal Fantasy 16 ซึ่งได้ห้สัมภาษณ์กับ GamesRadar+ ถึงเรื่องที่ว่า “ทำไมFinal Fantasy ถึงค่อยๆ ถอยออกจากการใช้ระบบต่อสู้แบบ Turn-based และเปลี่ยนเป็นเกมแอ็คชันขึ้นเรื่อย ๆ”

ซึ่งประเด็นที่แฟน ๆ ของซีรีส์ FF นั้นสงสัยและตั้งคำถามกับตัวเองในตอนที่เห็นเกมภาคใหม่ อย่างFinal Fantasy 16 ที่เปลี่ยนเป็นเกมแอ็คชันเรียลไทม์เต็มรูปแบบ

“ผมเข้าใจว่าแฟน ๆ จำนวนมากปรารถนาที่จะเห็นการกลับมาของระบบการต่อสู้แบบTurn-based แต่มันก็เป็นเรื่องเจ็บปวดสำหรับผมเหมือนกันที่จะต้องพูดแบบนี้ ผมขอโทษที่พวกเราจะไม่ทำแบบนั้นในภาคนี้ของซีรีส์ ในฐานะเป็นคนที่เติบโตมาพร้อมกับเกม RPG แบบ Turn-based หรือระบบการต่อสู้แบบใส่คำสั่ง ผมเข้าใจอย่างยิ่งเลยว่า ทำไมแฟนๆ ถึงร้องขอเรื่องนี้ และเข้าใจว่าระบบนี้มันยอดเยี่ยมแค่ไหน”

โดยเกม FF 16 นั้นจะใช้ระบบการต่อสู้แบบแแอ็คชันเต็มรูปแบบเหมือนกับ Devil May Cry  ซึ่งมันจะแตกต่างจากภาคเก่า ๆ โดยสิ้นเชิงที่เคยมีมา โดย Clive Rosfield ตัวเอกหลักของเกมจะโต้ตอบแบบเรียลไทม์ในตอนที่เรารัวปุ่มใส่คำสั่งผ่านคอนโทรลเลอร์

ส่วนสาเหตุที่ทีมงานตัดสินใจทิ้งระบบTurn-based ก็เพราะมันเกี่ยวข้องกับเรื่องคุณภาพกราฟิกของเกมที่สมจริงขึ้น

“แต่สิ่งหนึ่งที่เราได้ค้นพบเมื่อเร็วๆ นี้คือ กราฟิกของเกมยิ่งดีขึ้นและดีขึ้นเรื่อยๆ ตัวละครในเกมก็สมจริงมากขึ้น ยิ่งดูเหมือนภาพถ่ายมากขึ้น และการผสมผสานความสมจริงระดับนั้น กับความรู้สึกที่ไม่สมจริงของการใส่คำสั่งแบบTurn-based มันไม่สามารถไปด้วยกันได้ มันจะทำให้เกิดช่องว่างที่ประหลาดขึ้น”

ในความเป็นจริงแล้วระบบTurn-based ค่อย ๆ ถูกออกจาก FF ทีละนิดทีละหน่อยมาตลอด จากหลาย ๆ ภาคที่ผ่านมา แล้วแทนที่ด้วยระบบการต่อสู้ที่รวดเร็วขึ้น เหมือนอย่าง FF 7 Remake หรือ FF 15 ไปพร้อมกับการสร้างโลกของเกมที่ใหญ่และสมจริงขึ้น ในลักษณะกึ่ง ๆ Open World

Final Fantasy

“ผู้เล่นบางคนก็โอเคกับมัน พวกเขาโอเคถ้าเกมจะมีตัวละครสมจริงเหล่านี้ในระบบที่ไม่สมจริงแบบTurn-based ในทางกลับกันก็มีชาวเกมที่ทำใจเรื่องนี้ไม่ได้ ผมหมายถึง ถ้าคุณมีตัวละครกำลังถือปืนอยู่ ทำไมถึงไม่สามารถที่จะแค่กดปุ่มแล้วยิงกระสุนปืนออกไปได้เลยล่ะ ทำไมคุณจะต้องมากดใส่คำสั่งให้มันด้วย? และมันกลายเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบที่ถูกหรือผิด แต่มันเป็นคำถามที่ขึ้นอยู่กับผู้เล่นแต่ละคน” คุณ Yoshida กล่าว

สำหรับFinal Fantasy 16 ถูกพัฒนามาเพื่อ PS5 โดยเฉพาะที่ทางสตูดิโอพยายามผลักดันความสมจริงและรายละเอียดขึ้นไปในระดับใหม่ ด้วยการใช้ขุมพลังจากคอนโซล Next-gen ของ Sony ที่ทำให้คุณก็พอจะเข้าใจว่า ทำไมกราฟิกที่สมจริงถึงมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจให้เกมมีแนวทางเน้นไปที่แอ็คชันและล้ำสมัยมากขึ้น

ในความเป็นจริงคือคุณ Yoshida ยอมรับว่า ตอนที่เริ่มต้นพัฒนา Final Fantasy 16 การใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยของคอนโซลจาก Sony ให้เต็มประสิทธิภาพก็คือสิ่งที่ได้รับคำสั่งโดยตรงมาจากผู้บริหาร

สำหรับ FF 16 นั้น มีกำหนดวางจำหน่ายบน PS5 ในช่วงฤดูร้อนปี 2023 (มิ.ย. – ส.ค.)

ประติมากรรมหินอ่อนของ Adam Parker Smith ที่ The Hole LA

0

ประติมากรรมหินอ่อนของ Adam Parker Smith ที่ The Hole LA

The Hole LA

นี่คือความคิด: ลองนึกภาพเอารูปปั้นหินอ่อนคลาสสิกแล้วโยนลงในถังขยะ นั่นเป็นวิธีหนึ่งในการอธิบายนิทรรศการล่าสุดของ Adam Parker Smith ตั้งอยู่ที่แกลเลอรีแห่งใหม่ในลอสแองเจลิสของ The Hole ซึ่งแตกต่างจากความงามที่สดใสของศิลปินชาวอเมริกันอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งมักจะมีการอ้างอิงถึงวัฒนธรรมป๊อปที่แปลกประหลาดในโครงสร้างโทเท็ม

The Hole LA

การแสดงได้รับแรงบันดาลใจบางส่วนจากช่วงเวลาที่ Smith อาศัยอยู่ในกรุงโรม ซึ่งเขาได้ดำดิ่งลงไปในอาคารและงานศิลปะมากมายตั้งแต่สมัยโบราณ ประติมากรรมแต่ละชิ้นยืนอยู่ที่ความสูงประมาณหนึ่งลูกบาศก์เมตรโดยความร่วมมือกับปรมาจารย์ช่างแกะสลัก หุ่นยนต์ลดแกนเจ็ดแกน และทีมวิจัยดิจิทัลในพิพิธภัณฑ์ต่าง ๆ 

The Hole LA

ตั้งแต่ Apollo of Belvedere, Cupid Triumphant ไปจนถึง David ของ Bernini ประติมากรรมหินอ่อน Carrara ของ Smith ได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นใหม่เพื่อทำให้ดวงตาเสื่อมเสียจากการอ้างอิงตามบัญญัติเหล่านี้ นำเสนอแก่ผู้ชมด้วยแนวคิดที่ว่าครั้งหนึ่งประติมากรรมหินอ่อนไม่ได้แตกต่างกันในการจับภาพชีวิตประจำวันเช่น การเซลฟี่อยู่ในยุคปัจจุบัน ซึ่งเป็นแนวทางที่ตลกขบขันที่ท้าทายวิธีที่เรามองเห็นและเชื่อมโยงกับโลก

Crush เปิดให้ชมที่ The Hole LA จนถึงวันที่ 20 สิงหาคม

แนะนำแบรนด์ Rhode โดย Hailey Bieber นำเทรนด์ผิวโกลว์แบบ Glazed Donut

0

แนะนำแบรนด์ Rhode โดย Hailey Bieber นำเทรนด์ผิวโกลว์แบบ Glazed Donut

Rhode

แนะนำแบรนด์ Rhode โดย Hailey Bieber นำเทรนด์ผิวโกลว์แบบ Glazed Donut… เรียกได้ว่าตอนนี้ตลาดความงามคึกคักมาก เพราะช่วงที่ผ่านมาเหล่าศิลปิน เซเลป ดาราคนดังต่างก็พากันออกแบรนด์บิวตี้ของตัวเองกันไม่หยุด อย่าง Harry Styles ได้เปิดตัว Pleasing ซึ่งเป็นแบรนด์บิวตี้ไม่จำกัดเพศที่สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อทุกคน หรือจะมาทางฝั่งของนักร้องสาว Ariana Grade ที่เอาใจแฟนคลับที่หลงรักน้ำหอมของเธอด้วยการปล่อยแบรนด์เครื่องสำอาง R.E.M Beauty บอกเลยว่าไอเทมเมคอัพของเธอที่ปล่อยออกมามีให้เลือกหลากหลายมาก และที่ตามมาติดมาเลยก็คือ Hailey Bieber ที่ก่อนหน้านี้ประมาณช่วงปลายปีที่แล้ว เธอออกมาคอนเฟิร์มผ่านทางช่องยูทูปของตนว่าเตรียมเปิดตัว Rhode Beauty ในปี 2022

แนะนำแบรนด์ Rhode

ซึ่งหลังจากที่ Hailey Bieber ประกาศทำแบรนด์บิวตี้เป็นของตัวเองภายใต้ชื่อ Rhode เมื่อปลายปี 2021 ที่ผ่านมา พร้อมสร้างกระแสด้วยการนำเทรนด์ผิวโกลว์ชุ่มชื้นแบบโดนัทเคลือบน้ำตาล (Glazed Donut) ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุด แบรนด์ Rhode ที่ Hailey ตั้งใจทำมาแบบเงียบ ๆ สักพักใหญ่ก็ได้วางขายเป็นที่เรียบร้อย โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการด้วย 3 ผลิตภัณฑ์ที่อัดแน่นด้วยส่วนผสมของเปปไทด์ ซึ่งเป็นหนึ่งในส่วนผสมดาวเด่นในไลน์สกินแคร์ที่เธอเผยทางอินสตาแกรมของแบรนด์ว่าใช้เวลาหลายปีในการคิดค้นส่วนผสมและสูตรร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง โดยเน้นการใช้ส่วนผสมที่เป็นมิตรต่อผิว มาพร้อมคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูผิวอย่างมีประสิทธิภาพและช่วยเสริมความแข็งแรงให้เกราะป้องกันผิวในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

Hailey Bieber เปิดตัว Rhode ด้วยสกินแคร์ 3 ชิ้นแรกของแบรนด์ที่มาแบบมินิมอล เน้นส่วนผสมที่คลีน มีประสิทธิภาพ เข้าได้กับผิวทุกประเภทและไม่ระคายเคืองต่อผิว ได้แก่ เซรั่ม, มอยซ์เจอไรเซอร์เนื้อเข้มข้น และลิปทรีตเมนต์ โดยมาในแพ็คเกจเรียบง่าย ดูมินิมัลทันสมัยในโทนสีเทาอ่อน

  • เซรั่ม Peptide Glazing Fluid ($29 USD หรือ ~ 1,015 บาท)

เซรั่ม Peptide Glazing Fluid เซรั่มเนื้อเจลเพื่อผิวฉ่ำวาวดูสุขภาพดี เนื้อสัมผัสเบา ๆ ช่วยให้ผิวฟูดูฉ่ำน้ำและเสริมความแข็งแรงของเกราะป้องกันผิว เนื้อสัมผัสแบบเซรั่มกึ่งเจลที่บางเบา อัดแน่นด้วยส่วนผสมของเปปไทด์ที่มีสรรพคุณช่วยให้ผิวแลดูอิ่มฟูและอ่อนเยาว์ รวมถึงส่วนผสมของไฮยาลูโรนิกที่ช่วยล็อคความชุ่ม ส่วนผสมของ Niacinamide ที่ช่วยปรับผิวให้ดูเรียบเนียนสม่ำเสมอ ส่วนผสมของน้ำมันมารูล่าที่ช่วยให้ผิวนุ่มเนียนและแข็งแรง

  • มอยซ์เจอไรเซอร์ Barrier Restore Cream ($29 USD หรือ ~ 1,015 บาท)

แนะนำแบรนด์ Rhode

ครีมมอยส์เจอไรเซอร์เพื่อผิวชุ่มชื้น เป็นเนื้อครีมเข้มข้นที่ให้การปลอบประโลมและฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว มีเนื้อสัมผัสแบบครีมเข้มข้น ช่วยบูสต์ความชุ่มชื่นให้ผิวอย่างล้ำลึกด้วยส่วนผสมอย่างเปปไทด์ คอมเพล็กซ์ ทั้งสองผลิตภัณฑ์มาพร้อมสูตรที่คิดค้นด้วยส่วนผสมแบบวีแกนและปราศจากน้ำหอม สร้างสรรค์มาให้ตอบโจทย์กับทุกสภาพผิวรวมถึงผิวบอบบางแพ้ง่าย

  • Peptide Lip Treatment ($16 USD หรือ ~ 560 บาท)

แนะนำแบรนด์ Rhode

ทรีตเมนต์บำรุงปากเพื่อให้ปากดูอวบอิ่มอย่างเป็นธรรมชาติ ปากนุ่มและฉ่ำวาว เป็นลิปที่ให้การปกป้องทั้งยังบำรุงช่วยไม่ให้ปากแห้ง มาพร้อมมอบฟินิชแบบกลอส มีให้เลือก 3 กลิ่น คือ Unscented, Salted caramel และ Watermelon slice และแบบปราศจากน้ำหอม (Fragrance-Free)

ใครที่สนใจก็สามารถตามไปส่องสินค้าของเค้าได้ที่เว็บไซต์ของทางแบรนด์ได้เลยนะคะ คลิกไปที่นี่เว็บไซต์ของแบรนด์ได้ที่นี่เลยค่า RHODE BEAUTY

iQIYI Playlist จัดหนัก หนัง ซีรีส์น่าดูให้ชมตลอดเดือน Pride Month

0

iQIYI Playlist แจกลิสท์หนัง ซีรีส์น่าดู ทั้งของไทยและต่างประเทศ ให้ชมตลอดเดือน Pride Month บนแอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) และ เว็บไซต์ www.iQ.com

iQIYI

iQIYI (อ้ายฉีอี้) แจกลิสท์หนัง 

เดือนมิถุนายน หรือที่ทั่วโลกจะรู้จักกันอีกชื่อว่า “Pride Month” เป็นเดือนแห่งการเฉลิมฉลองความภาคภูมิใจของกลุ่มหลากหลายทางเพศ iQIYI Playlist (อ้ายฉีอี้) แพลตฟอร์มวิดีโอออนไลน์ชั้นนำ จึงได้คัดสรรหนัง และซีรีย์น้ำดี เนื้อหาโดนใจ แทรกด้วยฉากสุดแซ่บ ให้แฟน ๆ ได้เลือกชมกันทั้งของไทยและต่างประเทศ บนแอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) และ เว็บไซต์ www.iQ.com มีเรื่องไหนบ้างไปลองดูกันได้เลย!

1.คืนนั้นกับนายดาวเหนือ (Check Out)

เรื่องแรก “คืนนั้นกับนายดาวเหนือ (Check Out)” ซีรีส์แนวโรแมนติกจาก 9Naa Production กำกับการแสดงโดย แก๊ปเปอร์–วรฤทธิ์ นิลกลม กับผลงานการกำกับที่ผ่านมาอย่างเรื่อง I Am Your King ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้นักแสดงนำอย่าง ชาฮับ–มารุจน์ กูมมุดดิน และ เบส– วิธวินท์ วีระวิทยานันต์ มาประกบคู่กันเป็นเรื่องแรก

เรื่องราวได้เล่าถึง ดาวเหนือ หนุ่มวัยทำงานที่อกหักกับรักแรก จึงหนีไปพักผ่อน ทำให้ได้เจอกับ นาย ผู้ชายที่ทำให้เขารู้สึกดีแม้เจอกันไม่นาน แต่หลังจากดาวเหนือกลับมา นายก็ได้หายไปจากชีวิตดาวเหนือ ดาวเหนือพยายามที่จะลบความทรงจำทั้งหมดที่เกี่ยวกับนาย โดยการกลับมาใช้ชีวิตแบบเดิม ทำงานที่ Lodestar Production house ที่ดาวเหนือร่วมเปิดกับ ที รักแรกที่ถูกดาวเหนือบอกเลิก

แต่ทีก็พยายามที่จะขอโอกาสจากดาวเหนือโดยได้รับการช่วยเหลือจาก โบ๊ท Editor ในออฟฟิศ แต่สถานการณ์กลับพลิกผันไปเมื่อบริษัทไม่มีรายได้นายเลยอาสาเข้ามาช่วยที ในฐานะที่เคยเป็นเพื่อนสมัยเรียน แต่นายกลับมาตามจีบดาวเหนืออีกครั้งหลังจากรู้ว่าตัวเองไม่ได้ชอบ แพรว ดาราสาวที่คบ ๆ เลิก ๆ โดยมี แคนดี้ เพื่อนสนิทคอยช่วย แม้ว่าระหว่างทางจะมีอุปสรรค สุดท้ายทั้งดาวเหนือและนายจะลงเอยกันเช่นไร

2.คินน์ พอร์ช เดอะ ซีรีส์ ลา ฟอร์เต้ (KinnPorsche The Series La Forte)

ถ้าพูดถึงซีรีส์วายน่าดูในปีนี้ คงหนีไม่พ้นเรื่อง “คินน์ พอร์ช เดอะ ซีรีส์ ลา ฟอร์เต้ (KinnPorsche The Series La Forte)” ออริจินัลซีรีส์วายของไทยเรื่องแรกจากทีมผู้ผลิต “Be on cloud” กำกับการแสดงโดย ก้องเกียรติ โขมศิริ, กฤษดา วิทยาขจรเดช และบัญชร วรเศรษฐ์อารี

โดยเรื่องนี้เป็นออริจินัลซีรีส์วายที่ดัดแปลงมาจากนวนิยายออนไลน์ชื่อเดียวกันโดยผู้เขียน daemi เป็นเรื่องของ คินน์ ลูกชายคนรองของตระกูลมาเฟียถูกลอบทำร้าย ในขณะที่กำลังหนีเอาตัวรอดก็ได้มาพบกับ พอร์ช หนุ่มนักศึกษาที่ทำงานพิเศษในสถานบันเทิงแห่งหนึ่ง ในตอนที่เขาเห็นคินน์ถูกศัตรูตามล่า เขาไม่ได้มีความคิดจะไปช่วยเลยแม้แต่น้อย

แต่แล้วคินน์และพอร์ชก็ได้ทำข้อตกลงกัน โดยจะให้พอร์ชช่วยจะต้องมีค่าตอบแทน ด้วยฝีมือยูโดระดับประเทศจึงสามารถช่วยคินน์ให้รอดพ้นจากศัตรูได้สำเร็จ ฝีไม้ลายมือและความโดดเด่นในการต่อสู้ของพอร์ช ทำให้คินน์อยากได้ตัวเขามาเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว แม้ว่าต้องพลิกฟ้าล่าแผ่นดินเขาก็จะทำเพื่อตามหาคนที่เขาต้องการ…

หลังจากนั้น พอร์ชก็ถูกคินน์และศัตรูของคินน์ตามรังควาน ชีวิตของเขาไร้สิ้นหนทาง เขาจึงทำได้เพียงยอมจำนนต่อโชคชะตา จึงต้องมาเป็นบอดี้การ์ดให้คินน์อย่างจำใจ แต่ในใจพอร์ชนั้นต่อต้าน เขาไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องบ้าๆ บอๆ พวกนี้ เพราะเขากลัวว่า ปอร์เช่ น้องชายอันเป็นที่รักเพียงคนเดียวของเขาจะเป็นอันตรายไปด้วย

ทว่าราวกับฟ้าดินกลั้นแกล้ง สุดท้ายเขาก็ต้องตอบรับเป็นบอดี้การ์ดของคินน์และเข้ามาอยู่ในตระกูลที่แสนจะวุ่นวายอย่างช่วยไม่ได้

การเป็นบอดี้การ์ดของตระกูลมาเฟียสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือฝีไม้ลายมือในระหว่างนั้นพอร์ชก็ได้พบกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดมากมาย ยิ่งเข้าใกล้คินน์มากเท่าไร ในใจของเขาก็ยิ่งสับสน เขาเริ่มใจเต้นแรง และสุดท้ายก็ตกหลุมรักคินน์ในที่สุด ทว่าเส้นทางนี้กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด

เพราะปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่ตามมาล้วนเป็นบททดสอบความรักของพวกเขา ปัญหาต่างๆ มากมายที่พอร์ชต้องเผชิญ กลับยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของเขาที่มีต่อคินน์

iQIYI

3.มิตรภาพอันงดงาม (My Best Friend’s Story)

ซีรีส์โรแมนติก ดราม่า มิตรภาพของผู้หญิงเรื่อง “มิตรภาพอันงดงาม (My Best Friend’s Story)” จากฝีมือกำกับของ เสิ่นหยาง (Shen Yang) จากเรื่อง Forever And Ever นำแสดงโดย 2 สาวเพื่อนซี้ทั้งในจอและนอกจออย่าง หลิวซือซือ (Liu Shi Shi) กับ หนีนี (Ni Ni)

โดยเรื่องได้พาย้อนกลับไปสู่เซี่ยงไฮ้ยุค 90 ถ่ายทอดเรื่องราวของสองสาว จูสั่วสั่ว (รับบทโดยหนีนี) และ เจี่ยงหนานซุน (รับบทโดยหลิวซือซือ) ที่มีครอบครัวและนิสัยที่แตกต่างกัน แต่มีหน้าตาสะสวยและฉลาดเหมือนกัน ในวัยเด็ก ฐานะทางบ้านของจูสั่วสั่วไม่ค่อยดี ซึ่งครอบครัวของเจี่ยงหนานซุนเคยได้ให้ความช่วยเหลือครอบครัวของจูสั่วสั่วไว้

จึงทำให้พวกเธอทั้งสองมีมิตรภาพที่ดีต่อกัน เมื่อเข้าสู่วัยทำงานจูสั่วสั่วเจอกับความไม่แน่นอนในที่ทำงาน และเจี่ยงหนานซุนเลือกที่จะเรียนต่อ และเริ่มมีความรัก ซึ่งพวกเธอทั้งคู่ต่างก็ผ่านเรื่องราวมามากมายในชีวิต แต่กลับยังคงคอยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน จนเกิดเป็นมิตรภาพอันงดงาม สามารถรับชมซับไทยครบทั้ง 38 ตอน ได้บนแอปพลิเคชันiQIYI (อ้ายฉีอี้) และ เว็บไซต์ www.iQ.com

4.กบฎรักจอมแผ่นดิน (King and the Clown)

ถัดจากซีรีส์ ก็มาถึงคิวของภาพยนต์จากฝีมือการกำกับของ อีจุนอิค (Lee Jun-Ik) พร้อมทีมนักแสดงชั้นนำโดย ลีจุนกิ (Lee Jun-Ki), คัมอูซอง (Kam Wu-Song), จองจินยอง (Jeong Jin-Yeong) และ คังซองยอน (Kang Sung-Yeon) มาร่วมสวมบทบาทในหนังแนวพีเรียด ดราม่าเรื่อง “กบฎรักจอมแผ่นดิน (King and the Clown)”

โดยตีแผ่เรื่องราวผ่านช่วงราชวงศ์โชซอนซึ่ง จางซัง (รับบทโดยคัมอูซอง) และกงกิล (รับบทโดยลีจุนกิ) นักแสดงละครเร่ พวกเขาสองคนไม่อยากทำตามคำสั่งของหัวหน้าคณะละครเร่ท้องถิ่น จางซังจึงชวนกงกิลไปเมืองหลวง เวลานั้นพระราชา ยอนซัน (รับบทโดยจองจินยอง) กำลังลุ่มหลงพระสนมนามว่า จางนกซู (รับบทโดยคังซองยอน) อย่างมากจนไม่เป็นอันว่าราชกิจ ไม่สนใจราษฎร

จางซังกับกงกิลเริ่มออกแสดงละครตลกล้อเลียนพระราชาซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมากมาย สุดท้ายจึงถูกจับข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ภายหลังจางซังขอร้องให้ตนได้มีโอกาสแสดงต่อหน้าพระพักตร์เพื่อให้พระราชาทรงพระสรวล โชคดีที่กงกิลมีไหวพริบทำให้พระราชาสรวลออกมาได้

พระราชาจึงให้คณะของพวกเขาอยู่ในวังเพื่อคอยสร้างความสำราญ กงกิลกลับเป็นที่โปรดปรานยิ่งเพราะใบหน้าอันงดงาม พวกเขาทำการแสดงไปเรื่อย ๆ เหล่าขุนนางก็กลับตายมากขึ้นเรื่อย ๆ เช่นกัน สุดท้ายแล้วคณะละครเร่จะมีจุดจบอย่างไร สามารถรับชมแบบซับไทยได้ด้วยนะ

5.อำนาจ ราคะ ใครจะหยุดได้ (A Frozen Flower)

และเรื่องสุดท้าย “อำนาจ ราคะ ใครจะหยุดได้ (A Frozen Flower)” ภาพยนตร์แนวพีเรียดดราม่า โดยผู้กำกับ และผู้เขียนบท “ยู ฮา (Yu Ha)” มาควบคุมการสร้าง ทั้งยังได้นักแสดงเบอร์ต้นอย่าง โจอินซอง (Jo In-Sung), จูจินโม (Joo Jin-Mo) และ ซงจีฮโย (Song Ji-Hyo) มารับบทนำด้วย

โดยพล็อตเรื่องได้อ้างอิงจากเหตุการณ์จริงในประวัติศาสตร์ช่วงราชวงค์โครยอ ซึ่งว่ากันว่ากษัตริย์โครยอนั้น (รับบทโดยจูจินโม) ไม่มีทายาทเพื่อสืบบัลลังค์เสียที ทั้ง ๆ ที่มีพระมเหสีผู้เลอโฉมจากอาราจักรหยวน (รับบทโดยซงจีฮโย) อยู่เคียงข้างเป็นเวลานาน

ทางอาณาจักรหยวนเลยมีราชโองการมาเร่งรัดกษัตริย์โครยอเรื่องทายาท แต่ด้วยพระองค์มีใจเสน่หา และสัมพันธ์ลึกซึ้งกับหัวหน้าหน่วยราชองครักษ์ ฮงริม (รับบทโดยโจอินซอง) พระองค์จึงไม่สามารถให้กำเนิดทายาทได้ พระองค์จึงได้ส่งฮงริมไปทำหน้าที่นี้กับพระมเหสีแทน แต่แล้วเรื่องราวกลับยิ่งซับซ้อน เมื่อฮงริมและพระมเหสีกลับมีใจให้กัน กษัตริย์โครยอจึงทำทุกทางเพื่อจะเอาชายคนรักกลับคืนมาให้ได้ เรื่องราวความรักสามเส้านี้จะจบลงเช่นไร

โดยทั้ง 5 เรื่องนี้สามารถรับชมได้บนแอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) และ เว็บไซต์ www.iQ.com

สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิก VIP ด้วยภาพคมชัดระดับ Full HD และเสียงระบบ Dolby Atmos เสมือนดูในโรงภาพยนตร์ โปรโมชั่นเดือนแรก จ่ายเพียง 35 บาท สามารถดูได้พร้อมกัน 2 จอ, ดาวน์โหลดเพื่อดูแบบออฟไลน์ไม่มีโฆษณาคั่นบนแอปพลิเคชัน iQIYI (อ้ายฉีอี้) และ เว็บไซต์ www.iQ.com เท่านั้น

ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ผ่านอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ทั้งสมาร์ตโฟน และแท็บเล็ตได้ใน  App Store และ Google Play – กดดาวน์โหลดฟรี  https://i.qy.net/f34caJ-b7 อัปเดต และติดตามความเคลื่อนไหวสาระบันเทิงยอดนิยมแห่งเอเชียได้ทาง Facebook Fanpage: https://www.facebook.com/iQIYIThailand; IG:@iQIYIThailand; Twitter: @iQIYIThailand; YouTube: iQIYI Thailand

Milan Fashion Week SS23 Street Style ที่มีชีวิตชีวาที่สุดสำหรับฤดูร้อน

0

Milan Fashion Week SS23 Street Style ที่มีชีวิตชีวาที่สุดสำหรับฤดูร้อน

ฤดูกาลเสื้อผ้าบุรุษทำให้ยุโรปหยุดครั้งที่สองในมิลานเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ฤดูใบไม้ผลิ/ฤดูร้อน 2023 ยังคงแสดงสีสันอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์แฟชั่นของมิลานเนื่องจากผู้ชมงานได้เข้าร่วมการแสดงที่โลภมากที่สุดในสไตล์สตรีทของพวกเขา อย่างดีที่สุด

Milan Fashion Week SS23 Street Style

ถนนหนทางในมิลานดูเหมือนหวนกลับไปสู่ความเร่งรีบก่อนเกิดโรคระบาด โดยแบรนด์หลักๆ ของอิตาลีอย่าง Fendi และ Prada ได้จัดแสดงคอลเล็กชั่นฤดูร้อนล่าสุดของพวกเขา ผู้แสดงสินค้ายังคงยึดมั่นในเสื้อผ้าซิลลูเอทแบบสบาย ๆ ที่พร้อมรับฤดูร้อนเพื่อต่อสู้กับคลื่นความร้อนของยุโรปที่พัดผ่านเมืองในสัปดาห์นี้ การจับคู่ที่เรียบง่าย เช่น เสื้อกล้ามตาข่ายสีเขียวของ Prada หรือเสื้อกล้าม JW Anderson สีกรมท่า กับกางเกงขายาวสุดคลาสสิกคือตัวอย่างชุดที่เน้นความสบาย และพร้อมรับความร้อนในช่วงสัปดาห์แฟชั่น

Milan Fashion Week SS23 Street Style

สีสันที่เด่นชัดบ่งบอกอารมณ์ของฤดูร้อนเมื่อถนนเห็นคอลเลกชันปุ่มดาวน์ที่มีสีสัน และมีลวดลายที่โดดเด่น เสื้อยืดกราฟิคมีช่วงเวลาที่ดีในมิลานด้วยเสื้อเชิ้ตโอเวอร์ไซส์หลายตัวที่เข้าคู่กับกางเกงทรงหลวมแบบลำลอง กุชชี่มีชื่อเสียงในด้านเครื่องประดับเป็นอย่างดี เนื่องจากผู้แสดงสินค้าได้อวดกระเป๋าและแว่นกันแดดที่ดีที่สุดจากคอลเลกชันล่าสุด คอลเลกชัน Gucci x adidas ได้ลุคที่ดูเรียบหรู โดยจับคู่โปโลสีเขียว แดง และครีมสุดคลาสสิกกับกางเกงสีเขียว Gucci ซิลลูเอทแบบมีเท็กซ์เจอร์ช่วยให้ชุดสไตล์สตรีทมีรายละเอียดมากขึ้น

Super Junior เตรียมมาเจอเอลฟ์ไทยใน SUPER SHOW 9 Road in Bangkok

0

Super Junior เตรียมมาเจอเอลฟ์ไทยใน SUPER SHOW 9 Road in Bangkok

เอลฟ์ไทยเตรียมตัวไว้ให้ดี เพราะ Boy Band ระดับตัวพ่อจากค่าย SM Entertainment อย่าง Super Junior เตรียมบินลัดฟ้ามาหาเหล่าเอลฟ์ไทย ในงานคอนเสิร์ต WORLD TOUR – SUPER SHOW 9 : ROAD in BANGKOK ถึง 2 รอบการแสดง ในวันที่ 30 และ 31 กรกฎาคม 2022

Super Junior WORLD TOUR - SUPER SHOW 9 : ROAD in BANGKOK

คุณยังจำความรู้สึกเหล่านั้นได้ไหม? SM True ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะได้พบกับทุกคนอีกครั้ง พร้อมประกาศการเริ่มต้นของการเดินทางครั้งใหม่ที่ทุกคนรอคอย กับ “SUPER SHOW” แบรนด์คอนเสิร์ต WORLD TOUR ที่ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนาน ของบอยแบนด์ระดับตำนาน

 

View this post on Instagram

 

A post shared by SM True (@smtruethailand)

SUPER JUNIOR กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง พร้อมการเดินทางครั้งที่เก้ากับบทเพลงที่จะคอยส่องแสงสว่างบนเส้นทางของทุกคน ในคอนเสิร์ต ‘SUPER JUNIOR WORLD TOUR – SUPERSHOW 9 : ROAD in BANGKOK’ ทั้งหมด 2 รอบการแสดง ในวันเสาร์ที่ 30 (เวลา 18.00 น.) และอาทิตย์ที่ 31 (เวลา 16.00 น.) กรกฎาคม 2565 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี
การรอคอยกำลังจะสิ้นสุดลง และความรู้สึกอันท่วมท้นในคอนเสิร์ตที่ทุกคนคิดถึงกำลังจะกลับมา พร้อมสุดยอดการแสดงโฉมใหม่ที่ต้องมาสัมผัสด้วยตัวเองเท่านั้น รับรองว่าสมการรอคอยแน่นอน! รอติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้เร็ว ๆ นี้

ข้อความจากช่องทาง Social Media ของ SM True ที่ประกาศข่าวดีให้แฟนคลับของหนุ่ม ๆ Boy Band ระดับตัวพ่อจากค่าย SM Entertainment อย่าง Super Junior ได้ดีใจกันยกใหญ่ กับการมาจัดคอนเสิร์ตในประเทศไทยเป็นครั้งที่เก้านั่นเอง ชาวเอลฟ์ไทยเตรียมตัวกันไว้ให้ดี แล้วไปเจอกับหนุ่ม ๆ ได้ กับงาน ‘SUPERJUNIOR WORLD TOUR – SUPER SHOW 9 : ROAD in BANGKOK ในวันที่ เสาร์ที่ 30 (เวลา 18.00 น.) และอาทิตย์ที่ 31 (เวลา 16.00 น.) กรกฎาคม 2565 ณ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี 🙂