Home Blog Page 775

Air Jordan 37 เปิดตัวอย่างเป็นทางการโดย Jordan Brand

0

Air Jordan 37 เปิดตัวอย่างเป็นทางการโดย Jordan Brand

เกือบทุกปีตั้งแต่ปี 1985 ที่ Nike ได้เปิดตัวรุ่นใหม่ในไลน์ Air Jordan ในตำนาน ด้วยความนิยมอย่างล้นหลามของซีรีส์ Swoosh ได้ก่อตั้งแบรนด์ Jordan Brand ในปี 1997 เพื่อผลักดันการจับคู่ระหว่าง Nike และ Michael Jordan ให้ถึงขีดสุด แม้ว่า Jordan Brand จะสร้างสีสันจำนวนนับไม่ถ้วน แต่ตอนนี้ Jordan ซีรีส์ที่มีหมายเลขก็มี 37 รายการแล้วด้วยการเปิดตัว Jordan 37

Jordan Brand

Sneaker ที่ทรงอิทธิพลสักแบรนด์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการรองเท้ากีฬาบาสเกตบอลแล้วล่ะก็ แน่นอนว่าคงหนีไม่พ้น Jordan Brand ที่อยู่ภายใต้การดูแลของ Nike อย่างแน่นอน ยืนยันได้จากยอดขายรองเท้า Air Jordan หลายร้อยถึงหลายพันล้านเหรียญในแต่ละปีตั้งแต่เริ่มผลิตรุ่นแรกออกมา และยังขายดีจนแซงหน้ารองเท้าจาก Nike เองด้วยซ้ำไป

Jordan Brand

ในการออกแบบ Jordan 37 ใช้ห้องแล็บวิจัยการกีฬาของ Nike เพื่อมุ่งเน้นไปที่สามขั้นตอนของการกระโดด ส่วนต่า งๆ ที่ร่างไว้ได้แก่ แครช โหลด และเปิดตัว จากนั้น เทคโนโลยีที่เหมาะสมก็ถูกรวมเข้ากับแต่ละขั้นตอนการกระโดด โฟมรุ่นเรือธงของแบรนด์ Formula 23 ผสานกับแม่พิมพ์ TPU ที่ส้นรองเท้าเพื่อรับพลังงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการกระแทกจากการลงจอดอย่างหนัก สำหรับขั้นตอนการโหลด Jordan Brand ได้ทบทวนก้านคาร์บอนไฟเบอร์ที่ส่วนกลางเท้าซึ่งพบล่าสุดใน Jordan 32 สุดท้ายนี้ การเปิดตัวใหม่ทั้งหมดได้รับการสนับสนุนโดยหน่วยสโตรเบล Zoom Air ที่จับคู่กับยูนิตส่วนหน้าเพิ่มเติม

Jordan Brand

รายละเอียดเพิ่มเติมรวมถึงการปรับปรุง Lenoweave โดยใช้ Arkema ซึ่งเป็นเส้นด้ายที่แข็งแรงและยืดหยุ่นได้ รูปแบบของอัปเปอร์ Lenoweave นำแรงบันดาลใจจากทั้ง Jordan 7 และตะกร้าสานจากแอฟริกาตะวันตก การออกแบบลดชั้นเป็นชั้น การรองรับในรองเท้าจำกัดเฉพาะจุดที่จำเป็น การเรียกกลับของ Jordan 7 อีกครั้งเกิดขึ้นที่ color block ของพื้นรองเท้าชั้นนอก ลุค “Beyond Borders” ในเฉดสีขาว ดำ ม่วงและแดงจะทำหน้าที่เป็นสีเปิดตัวพร้อมโฉม “Hare” สุดคลาสสิกที่จะตามมา

Jordan Brand

Jordan 37 เปิดตัวทั่วโลกในเดือนกันยายนนี้ผ่าน Nike และบางร้านจำหน่ายในสี “Beyond Borders” หลังจากนั้นไม่นาน ฉบับ “Hare” จะวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ร่วง

The Duffer Brothers มีแนวโน้มสร้าง Death Note Live-Action สำหรับ Netflix

0

The Duffer Brothers มีแนวโน้มสร้าง Death Note Live-Action สำหรับ Netflix

The Duffer Brothers

ผลงานล่าสุดที่เราพึ่งได้เห้นมาไม่นานคือ Stranger Things 4 Vol. 2 ซึ่งยังมีข่าวจาก Netflix ประกาศออกมาว่า Matt และ Ross Duffer ได้ต่อสัญญาเพื่อพัฒนาหลายโครงการสำหรับแพลตฟอร์ม และก่อตั้ง Upside Down Pictures ซึ่งเป็นโปรดักชั่นเฮาส์ใหม่ที่ตั้งชื่อตามมิติที่เป็นศูนย์กลางของผลงานไซไฟของพวกเขา ในคำแถลงต่อสาธารณะเกี่ยวกับ Upside Down Pictures ทาง The Duffers ได้เปิดเผยว่าโปรดิวเซอร์ Hilary Leavitt ( Orphan Black, Ozark ) ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้าสตูดิโอและแสดงความมั่นใจในความสามารถของเขา ที่จะทำให้มันประสบความสำเร็จ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ซีรีส์ภาคแยก Stranger Things ที่จะเจาะดีเทลเรื่องราวของแต่ละตัวละคร และอีกหนึ่งเรื่องที่เราจะเอามาพูดกันวันนี้ก็คือ Death Note Live-Action สำหรับ Netflix

ไม่นานมานี้ The Duffer Brothers เพิ่งเปิดตัวซีซันที่สี่ของซีรีส์ยอดนิยมของ Netflix Stranger Things ซึ่งพวกเขาเขียน กำกับ และอำนวยการสร้าง Stranger Things 4 ขึ้นอันดับ 1 ในรายการโทรทัศน์ภาษาอังกฤษยอดนิยมของ Netflix (ตลอดกาล) โดยมีผู้ชม 1.15 พันล้านชั่วโมงใน 28 วันแรก – เฉพาะซีรีส์ที่สองที่มียอดผู้ชมเกินพันล้านชั่วโมง โดยคาดว่ายอดสุดท้ายจะอยู่ที่ สูงขึ้นเป็นฉบับ 2 ถึงระยะเวลาการดู 28 วัน ฤดูกาลที่สามที่ออกในปี 2019 ยังคงอยู่ที่ #3 ไฮไลท์ทำลายสถิติ  Stranger Things 4 ได้แก่:

    • เป็นสุดสัปดาห์รอบปฐมทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับรายการทีวีภาษาอังกฤษบน Netflix โดยมีผู้ชม 286.79 ล้านชั่วโมง
    • ขึ้นอันดับ 1 ใน 10 อันดับแรกใน 91 ประเทศ เป็นครั้งแรกสำหรับซีรีส์ภาษาอังกฤษ
    • กลายเป็นซีซั่นทีวีภาษาอังกฤษที่มีคนดูมากที่สุดในสัปดาห์เดียวบน Netflix ด้วยจำนวนการรับชม 335.01 ล้านชั่วโมง 
    • เข้าสู่รายการยอดนิยมที่สุดที่ #3 โดยมีผู้ชม 621.80 ชั่วโมงหลังจากเปิดตัวเพียง 10 วันหลังจากเปิดตัว ซึ่งสร้างสถิติใหม่ให้เป็นซีรีส์ภาษาอังกฤษที่เร็วที่สุดที่จะบุกเข้าไปในรายการยอดนิยมที่สุด 
Death Note

เอาล่ะเราพูดในผลงานล่าสุดคร่าว ๆ ของเขาพอละ ไม่นานมานี้อย่างที่เราได้เห็นข้างต้นว่า ได้มีประกาศจากทาง Netflix ว่าทางสตูดิโอ ของเจ้าตัว The Duffer Brothers ที่ตอนนี้กำลังจะได้เริ่มทำซีรี่ย์ Death Note Live-Action ที่ได้ควาร่วมมือกับ Matt และ Ross Duffer เปิดเผยข้อมูลไม่มากนัก นอกเหนือจากข้อเท็จจริงที่ว่ามันจะเป็นซีรีส์ทางโทรทัศน์ที่ดัดแปลงมาจากมังงะ และอนิเมะของญี่ปุ่น นี่จะเป็นครั้งที่สองที่ Netflix ผลิต Death Note ฉบับคนแสดง โดยเรื่องแรกย้อนหลังไปถึงภาพยนตร์ปี 2017 ที่นำแสดงโดย Nat Wolff, Lakeith Stanfield, Margaret Qualley, Shea Whigham, Paul Nakauchi, Jason Liles และ Willem Dafoe.

Death Note

ซึ่ง Death Note นั้นประกาศออกมาพร้อมกับโปรเจ็กต์ภาคแยกของ Stranger Things และละครเวทีที่กำกับโดย Stephen Daldry แล้ว Upside Down Pictures ยังทำงานในซีรีส์ต้นฉบับที่ไม่มีชื่อซึ่งสร้างโดย Jeffrey Addiss และ Will Matthews ( Dark Crystal: Age of Resistance ) Upside Down Pictures จะปรับคุณสมบัติที่มีอยู่เช่น Curtis Gwinn กับ Stephen King และThe Talisman ของ Peter Straub แต่โปรเจ็กต์ที่น่าจะดึงดูดผู้ชมได้มากที่สุดคือการสปิน Death Note ของสตูดิโอที่กำลังจะมาถึง

รวม กระเป๋าเดินทาง แบรนด์หรูที่สายเดินทางไม่ควรพลาด

0

รวม กระเป๋าเดินทาง แบรนด์หรูที่สายเดินทางไม่ควรพลาด

ในช่วงที่สถานการณ์โรคระบาดเริ่มดีขึ้น หลาย ๆ ประเทศเริ่มเปิดรับนักท่องเที่ยวชาวไทยให้ได้เข้าประเทศกันแล้ว Inzpy เลยมีไอเทมที่บอกเลยว่าสายเดินทางไม่มีไม่ได้ ! กับ 10 กระเป๋าเดินทาง ระดับแบรนด์เนมมาฝากกัน จะมีอะไรบ้างตามมาดูกันเลย

  • Supreme x RIMOWA

กระเป๋าเดินทาง

กระเป๋าใบแรกจากแบรนด์ Supreme แบรนด์สเก็ตบอร์ด และการร่วมมือกับแบรนด์กระเป๋าเดินทางชื่อดังอย่าง RIMOWA ออกกระเป๋าอะลูมิเนียมแห่งยุครุ่น Topas กระเป๋าเดินทางรูปทรงล้อลากแบบทันสมัยเพื่อความคล่องตัวในทุกการเดินทางด้วยระบบแบบล้อลาก Multiwheel ซึ่งมาด้วยกัน 2 ขนาดและ 2 สีคือสีดำและแดง

ราคาอยู่ที่ประมาณ 48,000 – 54,000 บาท

กระเป๋าเดินทาง

กระเป๋าเดินทางล้อลากผลงานดีไซน์ของ Marc Newson ทำจากผ้าแคนวาสและตกแต่งขอบด้วยหนังวัว ภายในบุด้วยตาข่าย น้ำหนักเบาสามารถถือขึ้นเครื่องได้สะดวกสบาย ทุกรายละเอียดเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรม ที่มาพร้อมความคล่องตัวตั้งแต่ตัวล็อค TSA แบบใหม่ ที่แสดงถึงความเรียบหรูไปจนถึงล้อที่ใช้งานสะดวก 4 ล้อ

ราคาอยู่ที่ประมาณ 109,000 บาท

กระเป๋าเดินทาง

อีกหนึ่งการ Collab กันของแบรนด์ระดับ Luxury อย่าง DIOR และ RIMOWA โดดเด่นด้วยลาย Dior Oblique ที่ไปดูบนกระเป๋าเดินทาง RIMOWA ที่ทำจากอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาและทนทาน ล้อทั้งหมดเป็นแบบหมุนได้ 4 ล้อ มาพร้อมที่จับแบบเลื่อนออกเพื่อสะดวกต่อการใช้งาน และตัวล็อคที่ผ่านการรับรองจาก TSA ที่จับหิ้วมีมาทั้งด้านบนและด้านข้าง

ราคาอยู่ที่ประมาณ 113,000 บาท

  • OFF – WHITE Quote Luggage FOR TRAVEL #Black

กระเป๋าเดินทาง

กระเป๋าเดินทางจากแบรนด์ OFF – WHITE ที่โดดเด่นด้วยด้านหน้าเป็นลายนูนรูปลูกศรอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ด้านหลังเป็นลายนูนตัวอักษร FOR YRAVEL วัสดุซับด้านในทำมาจากโพลีเอสเตอร์ 100% วัสดุด้านนอกทำจากโพลีคาร์บอเนต 100% และตัวล็อคที่ผ่านการรับรองจาก TSA

ราคาอยู่ที่ประมาณ 30,600 บาท

  • Versace Logo Printed Suitcase

กระเป๋าเดินทาง

กระเป๋าเดินทางพิมพ์ลาย Logo หนังหลากสีจาก Versace ที่มีหูหิ้วด้านบน พร้อมติดซิปรอบด้าน พิมพ์ Logo ด้านหน้า กระเป๋ามีซิปด้านหน้า ตัวที่จับด้านข้างสามารถพับเก็บได้ มาพร้อมช่องใส่ของแบบสอดด้านใน โดดเด่นด้วยสีสันสดใส พร้อมตัวล็อคระดับมาตรฐาน

ราคาอยู่ที่ประมาณ 121,600 บาท

กระเป๋าเดินทาง

กระเป๋าเดินทางอะลูมิเนียมชุบผิวคุณภาพสูง RIMOWA Original  ที่ผลิตโดยคำนึงถึงอายุการใช้งานที่ยาวนาน ด้วยวัสดุที่ให้ความทนทานและมีน้ำหนักเบา ตัวล็อคที่ผ่านการรับรองจาก TSA ซึ่งสามารถเปิดได้โดยการรักษาความปลอดภัยระหว่างการตรวจสอบสัมภาระของสายการบินโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ Multiwheel® System การบังคับเลี้ยวที่เสถียรของล้อทั้ง 4 ล้อ

ราคาอยู่ที่ประมาณ 43,000 บาท

กระเป๋าเดินทางแบรนด์เนม

Gucci กระเป๋าเดินทางที่ทำจากวัสดุที่คัดสรรมาอย่างดี ที่เป็นการร่วมมือกับ Globe-Trotter พร้อมการตกแต่งขอบกระเป๋าด้วยหนังสีน้ำตาล และวัสดุฮาร์ดแวร์โทนสีแพลเลเดียม ซับในผ้าฝ้ายลินินสีดำ ทั้ง 4 ล้อสามารถหมุนได้แบบ 360° ตัวกระเป๋าสามารถช่วยป้องกันความร้อน แสงแดด และน้ำฝนได้

ราคาอยู่ที่ประมาณ 149,000 บาท

กระเป๋าเดินทางแบรนด์เนม

กระเป๋า Carry-on แบบมีล้อ ที่ทำมาจากหนัง Saffiano โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบหรูดูดี และมีเสน่ห์ด้วยการเล่นสีสันที่ตัดกัน และ Logo ตัวอักษรนูนด้านหน้ากระเป๋า มาพร้อมซิปและตัวล็อคระดับมาตรฐาน และป้ายชื่อหนังที่สามารถถอดได้ วัสดุซับในทำด้วยผ้าไนลอนพิมพ์ลาย Logo 4 ล้อสามารถหมุนได้แบบ 360°

ราคาอยู่ที่ประมาณ 160,000 บาท

  • Chanel Denim Coco Case Gold-Tone Metal Blue Trolley

กระเป๋าเดินทางแบรนด์เนม

กระเป๋าเดินทางจากแบรนด์หรู Chanel ที่รังสรรค์ให้พื้นที่ด้านในสามารถเก็บสัมภาระได้อย่างมากมาย และยังคง Concept ของ Coco Collection ได้อย่างโดดเด่น ทำด้วยวัสดุคุณภาพสูงมาพร้อมความแข็งแรงทนทาน ที่จับมาโดดเด่นด้วยโซ่สีทองสุดหรู พร้อมด้ามยืดไสลด์ และ 4 ล้อสามารถหมุนได้แบบ 360°

ราคาอยู่ที่ประมาณ 46,000 บาท

กระเป๋าเดินทางแบรนด์เนม

อีกหนึ่งการ Collab กันของแบรนด์ระดับ Luxury อย่าง Fendi และ RIMOWA รวมกันเป็นหนึ่งเดียวในความเป็นเลิศและความเชี่ยวชาญของอิตาลีและเยอรมัน กระเป๋าเดินทางอะลูมิเนียมและหนังวัว 100% 4 ล้อพร้อมลวดลาย FF และหนัง Cuoio Romano สีดำ พร้อมที่จับ 2 ด้าน พร้อมด้ามยืดสไลด์ และระบบล็อคสองชั้น ตัวช่องภายในบุด้วยผ้าที่มีลวดลาย FF และมีฉากกั้นที่มีกระเป๋าซิปและสายรัดปรับระดับได้

ราคาอยู่ที่ประมาณ 119,000 บาท

เป็นยังไงกันบ้างกับ 10 กระเป๋าเดินทาง ที่เราเอามาฝากกัน บอกเลยว่าใครเตรียมจะออกเดินทางไปต่างประเทศหรือจะไปออกทริปที่ไหน ไอเทมนี้บอกเลยว่าห้ามพลาด 🙂

แนะนำ “เครื่องดื่มยามเช้า” เพื่อสุขภาพ ฉบับคนไม่ทานกาแฟ

แนะนำ “เครื่องดื่มยามเช้า” เพื่อสุขภาพ ฉบับคนไม่ทานกาแฟ

แนะนำ "เครื่องดื่มยามเช้า"

แนะนำ เครื่องดื่มยามเช้า ฉบับคนไม่กินกาแฟ… เริ่มต้นเช้าวันใหม่ การได้ดื่มเครื่องดื่มดี ๆ สักแก้ว จะทำให้เรารู้สึกเฟรช กระปรี้กระเปร่า และทำให้วันนั้นเป็นวันที่ดีวันหนึ่งเลย ซึ่งหลายคนมักเลือกให้กาแฟ เป็นตัวช่วยที่ดีที่สุด แต่หลายคนก็ไม่ชอบดื่มกาแฟ หรืออาจจะแพ้คาเฟอีนบ้าง วันนี้ Inzpy ก็ได้ทำการรวบรวมเมนูเครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับดื่มยามเช้าเบา ๆ มาฝากเพื่อน ๆ กันด้วยนะคะ มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างแน่นอน เดี๋ยวไปดูกันดีกว่านะคะว่าเครื่องดื่มสุขภาพที่แนะนำให้ดื่มในตอนเช้ามีอะไรกันบ้าง

1.ชาเขียวมัทฉะ

แนะนำ "เครื่องดื่มยามเช้า"

ปริมาณคาเฟอีนที่มีอยู่ในชาเขียวมัทฉะนั้นมีมากพอๆ กับที่มีอยู่ในกาแฟ ดังนั้นใครที่ต้องการเริ่มต้นวันด้วยคาเฟอีนแต่ไม่อยากดื่มกาแฟ แนะนำให้ดื่มชาเขียวมัทฉะกันค่ะ รับรองว่าช่วยให้คุณรู้สึกกระปรี้กระเปร่าทั้งวัน ที่สำคัญเครื่องดื่มชนิดนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระ และมีสรรพคุณช่วยลดความดันและลดไขมันได้ดีอีกด้วย

2.ช็อกโกแลตร้อน

หลายคนต่างทราบกันดีอยู่แล้วว่า เครื่องดื่มช็อกโกแลตมีสารคาเฟอีนไม่น้อยไปกว่ากาแฟ ดังนั้นใครที่ร่างกายมีความต้องการคาเฟอีนแต่ไม่อยากดื่มกาแฟ แนะนำให้ดื่มช็อกโกแลตร้อนในตอนเช้ากันค่ะ จะช่วยปลุกความสดชื่นในร่างกายได้ ที่สำคัญเครื่องดื่มชนิดนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและให้พลังงานแก่ร่างกายด้วยเช่นกัน

3.น้ำทับทิม

แนะนำ "เครื่องดื่มยามเช้า"

เหตุผลที่แนะนำให้สาวๆ ดื่มน้ำทับทิมในตอนเช้า เนื่องจากเป็นเครื่องดื่มที่มีความหวานเฉพาะตัวที่สามารถปลุกร่างกายให้รู้สึกสดชื่น ที่สำคัญน้ำทับทิมยังมีคุณสมบัติช่วยป้องกันมะเร็งและช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศอีกด้วยค่ะ

4.น้ำอุ่นผสมมะนาว

แนะนำ "เครื่องดื่มยามเช้า"

การดื่มน้ำอุ่นผสมน้ำมะนาวในตอนเช้า ช่วยแก้ปัญหาอาหารไม่ย่อย ลดกลิ่นปาก และอีกสารพัดปัญหาที่เกิดกับร่างกาย ได้เป็นอย่างดี

5.น้ำเต้าหู้

แนะนำ "เครื่องดื่มยามเช้า"

น้ำเต้าหู้ คือเครื่องดื่มจากถั่วเหลืองที่อุดมไปด้วยโปรตีน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการโปรตีนและมีอาการแพ้นมวัวอย่างมาก การดื่มน้ำเต้าหู้ในตอนเช้าจะช่วยให้ร่างกายรู้สึกอิ่มโดยไม่มีอาการแน่นท้อง เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ร่างกายย่อยง่ายและไม่มีไขมัน

6.น้ำมะพร้าว

อย่างที่ทราบกันอยู่แล้วว่าน้ำมะพร้าวมีส่วนช่วยขับสารพิษออกจากร่างกาย และยังมีน้ำตาลกลูโคสที่ร่างกายสามารถดูดซึมได้ภายใน 5 นาที นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารหลากหลายชนิด เช่น โพแทสเซียม โซเดียม เหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง วิตามินบี กรดอะมิโน และกรดอินทรีย์ ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่ดีต่อร่างกาย จึงแนะนำให้เป็นเครื่องดื่มสุขภาพสำหรับดื่มในตอนเช้านั่นเอง

7.น้ำเปล่า

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าน้ำเปล่าคือเครื่องดื่มสุขภาพที่ให้ผลดีแก่ร่างกายอย่างมาก ยิ่งถ้าได้ดื่มตอนท้องว่างในตอนเช้า รับรองว่าร่างกายจะได้รับการบำรุงอย่างเต็มประสิทธิภาพ ที่สำคัญน้ำเปล่ายังช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายได้ดีอีกด้วย จึงแนะนำให้สาว ๆ หันมาดื่มน้ำเปล่ากันให้มาก ๆ อย่างน้อยควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 8 แก้วจะดีต่อสุขภาพร่างกายในทุกวัน

เป็นยังไงกันบ้างคะกับเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่เรามาแนะนำกันในวันนี้ ดื่มแทนกาแฟในตอนเช้าได้เลยนะคะ สำหรับใครไม่ที่ไม่ใช่คอกาแฟ รับรองว่าให้ประโยชน์กับร่างกายแบบจุก ๆ อีกทั้งยังรสชาติก็ยังอร่อยใครก็สามารถดื่มได้ ยังไงก็อย่าลืมหาเครื่องดื่มดี ๆ ดื่มในตอนเช้า ก่อนออกไปทำงานหรือไปเรียนกันน้าาาาาา

สายมูต้องตามมาดู สีร่มเสริมดวงประจำวันเกิดตลอดหน้าฝนนี้

สวัสดีค่ะเหล่าสาวกสายแฟชั่นทุกคน ช่วงหน้าฝนแบบนี้ แน่นอนว่าฝนตกบ๊อยบ่อยยย ตกหนักซะด้วยสิ จะออกไปไหนกันแต่ละที ก็ต้องยืดอกพกร่มติดตัวกันเอาไว้ จะได้ไม่เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำหรือต้องติดฝนรอจนรากงอกให้ฝนซา กว่าจะได้กลับบ้านก็เซ็งแบบสุด ๆ พอฝนตกรถก็ติด ช่างเป็นชีวิตดี ๆ ที่ลงตัว แน่นอนว่า ‘ร่ม’ จึงกลายเป็นไอเทมสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ในหน้าฝน แต่สำหรับสายมูเตลูร่มก็ไม่ได้เอาไว้ใช้แค่กันฝนอย่างเดียวเท่านั้น เพราะสีร่มที่เราถือก็ต้องเป็นสีมงคล ที่ช่วยเสริมโชคเสริมดวงไปพร้อมกันด้วย วันนี้ Inzpy ขอมาเอาใจสาวกแฟชั่นสายมู ด้วยการรวบรวม สีร่มเสริมดวงประจำวันเกิด พร้อมให้ทุกคนออกไปท้าฝนและเสริมดวงไปพร้อม ๆ กัน

cr.photo ; pinterest
สำหรับสาวที่เกิดวันจันทร์

แน่นอนว่าสีประจำวันจันทร์ก็คือ ‘สีเหลือง’ คนที่เกิดวันจันทร์ก็ต้องถูกโฉลกกับสีเหลืองอยู่แล้วแบบไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องไปคิดให้มากความ ตามหาให้วุ่นวาย เพราะสีประจำวันเกิดนี่แหละสุดจะปังปุริเย่ เป็นสีที่สามารถเข้ามาช่วยเสริมทั้งโชคลาภเสริมทั้งดวง โดยเฉพาะเรื่องการเงินให้ไหลมาเทมาแบบเน้น ๆ สมมุติว่าจะไปทำงานหรือจะไปติดต่อธุรกิจดีลงานช่วงนี้ อย่าลืมพกร่มสีเหลืองเสริมดวงติดตัวไปด้วยล่ะ รับรองว่างานจะราบรื่นผ่านฉลุยแบบไม่มีสะดุด

ส่วนสีต้องห้าม คือ ‘ร่มสีแดง’ อย่าเผลอไปถือเชียวนะ ไม่งั้นดวงตกหนักยิ่งกว่าฝนอย่ามานอยด์ มาโทษกันล่ะ

cr.photo ; pinterest / tcstyleclues.com
สำหรับสาวที่เกิดวันอังคาร

คนที่เกิดวันอังคารเป็นคนที่ใช้เงินเก่งมาก! ยอมรับกันมาซะดี ๆ ถ้าไม่อยากชอปเพลินจนกระเป๋าตังค์ฉีก หน้าฝนนี้รีบไปหาร่มสีม่วงหรือสีน้ำตาลมาถือให้ไว ก็จะสามารถเข้ามาช่วยเสริมเรื่องการเงินของสาว ๆ ให้ดีขึ้นได้ นับว่าเป็นสองสีมงคลที่จะช่วยทำให้สาว ๆ เก็บเงินถุงเงินถัง เก็บเงินอยู่ได้ดีขึ้น

ส่วนสีต้องห้าม คือ ‘ร่มสีขาวและสีเหลือง’ ห่างเอาไว้จะดีต่อใจ เพราะไม่งั้นกระเป๋าตังค์อาจจะว่างเปล่าเหมือนสีขาวก็เป็นได้

cr.photo ; pinterest
สำหรับสาวที่เกิดวันพุธ (กลางวัน)

สำหรับคนที่เกิดวันพุธกลางวัน ตัวเลือกสีร่มมีเพียงหนึ่งเดียวคือ ‘สีขาว’ ที่เป็นสีมงคลเหมาะกับคนเกิดวันนี้เป็นที่สุด สีขาวถือว่าเป็นสีเรียกทรัพย์ ช่วยกระตุ้นดวงการเงินของสาว ๆ ให้พุ่งทะยาน เงินทองไหลมาเทมา จนใช้ไม่ทันกันเลยทีเดียว และสำหรับสายแฟชั่นแล้วนั้น ร่มสีขาวถือว่าเป็นไอเทมที่แมตช์เข้ากันได้ดีกับชุดได้ทุกลุค และเหมาะสมในทุกโอกาส เป็นต่อทั้งเรื่องการเงิน ทั้งเรื่องการแต่งตัว น่าอิจฉาเสียจริง

ส่วนสีต้องห้าม คือ ‘ร่มสีชมพูและสีส้ม’ ขอบอกเลยว่าอย่าไปอยู่ใกล้สีสันสดใส เพราะอนาคตเรื่องดวงการเงินของสาว ๆ อาจจะไม่ได้สดใสเหมือนเฉดสีนะจ๊ะ

สีร่มเสริมดวงประจำวันเกิด
cr.photo ; pinterest
สำหรับสาวที่เกิดวันพุธ (กลางคืน)

สีมงคลที่ถูกโฉลกประจำวันเกิดสำหรับคนที่เกิดวันพุธกลางคืนนั้นก็คือ ‘สีม่วงเข้ม’ ที่เป็นเฉดสีโทนมืด เข้ากับบรรยากาศยามค่ำคืนช่วงที่เราเกิด ถึงแม้เฉดสีจะไม่ได้สดใสมากนัก แต่เอฟเฟกที่ได้กลับตรงข้ามอย่างสิ้นเชิง เพราะถ้าถือร่มสีนี้แล้วล่ะก็ รับรองได้เลยว่าโชคลาภ รวมไปจนถึงดวงเรื่องการเงินของสาว ๆ จะสว่างสดใสจนลืมสีมืด ๆ ไปเลยล่ะ

ส่วนสีต้องห้าม คือ ‘ร่มสีส้ม’ เพราะถ้าไม่อยากดวงตกหนักกว่าฝน แนะนำว่าจะยกให้เพื่อน หรือจะโยนทิ้งไปเลยได้ยิ่งดี

สีร่มเสริมดวงประจำวันเกิด
cr.photo ; pinterest
สำหรับสาวที่เกิดวันพฤหัสบดี

‘สีฟ้าและสีเขียว’ เป็นสีร่มมงคลที่เหมาะกับคนที่เกิดวันพฤหัสบดี เพราะสีฟ้าพาไปหาเงิน รวมพลังกับสีเขียวเหนี่ยวทรัพย์เป็น 2 สี ถูกโฉลกที่จะเข้ามาช่วยเรียกทรัพย์ให้กับสาว ๆ ได้แบบคูณสอง นับว่าเป็นสีร่มที่มีเฉดสีค่อนข้างโดดเด่นสะดุดตา ปังทั้งการแต่งตัว ปังทั้งดวงเรื่องการเงิน เริ่ดกว่านี้จะมีที่ไหน

ส่วนสีต้องห้าม คือ ‘ร่มสีดำและสีม่วง’ ถ้าไม่อยากให้ดวงเรื่องการเงินตกแบบไม่ทันได้ตั้งตัว ก็อย่าหามาถือนะจ๊ะ

สีร่มเสริมดวงประจำวันเกิด
cr.photo ; theblondesalad.com / pinterest
สำหรับสาวที่เกิดวันศุกร์

สาว ๆ ที่เกิดวันนี้ อาจจะต้องผิดหวังนิดหน่อย ถ้าคิดว่าจะได้ถือร่มสีสันสดใส เพราะสีมงคลที่เหมาะกับคนที่เกิดวันนี้กลับเป็นสีโทนสุภาพอย่าง ‘สีน้ำตาล’ ไม่สดใสไม่เป็นไร ยังไงเรื่องเงินก็สำคัญกว่าจริงมั้ย? ถึงจะเป็นเฉดสีเข้ม แต่สีนี้จะเข้ามาช่วยเสริมดวงการเงินให้สาว ๆ ให้สดใส จนออร่าเศรษฐีนีเปล่งประกายมาแต่ไกลเลยเชียวล่ะ

ส่วนสีต้องห้าม คือ ‘ร่มสีเทาและสีม่วง’ เตือนก่อนว่าเลี่ยงได้เลี่ยงนะ ถ้าไม่อยากให้เงินติดขัดหยุดชะงัก

สีร่มเสริมดวงประจำวันเกิด
cr.photo ; pinterest
สำหรับสาวที่เกิดวันเสาร์

คนที่เกิดวันนี้ช่างโชคดีจริง ๆ เพราะถ้าอยากได้แต่แบงก์สีเทา ก็แค่เลือกพกร่มสีเทาไว้ใกล้ตัว วันไหนฝนตกก็กางไปเลยแบบมั่น ๆ เรียกทรัพย์ ดูดทรัพย์มาให้สาว ๆ ได้แบบรัว ๆ ดวงการเงินพุ่งกระฉูด แถมร่มสีเทานอกจากจะเป็นสีที่เสริมโชคเสริมดวงแล้ว ยังจะช่วยเข้ามาเติมเต็มการแต่งตัวให้สาว ๆ คอมพลีทลุคได้แบบชิคเก๋แบบสุด ๆ อีกด้วยนะ

ส่วนสีต้องห้าม คือ ‘ร่มสีเขียว’ ถึงเขียวจะเหนี่ยวทรัพย์ แต่สำหรับคนเกิดวันนี้จะกลายเป็นเหนี่ยวแบงก์เขียวมาแทน อยากได้แบงก์สีไหนมากกว่ากันก็ถามใจดูเลยจ่ะ อย่าหาว่าไม่เตือน

สีร่มเสริมดวงประจำวันเกิด
cr.photo ; pinterest
สำหรับสาวที่เกิดวันอาทิตย์

‘สีดำ’ คือสีร่มมงคลที่เหมาะกับคนที่เกิดวันอาทิตย์ เพราะสีดำคือสีแห่งความเป็นนิรันดร์ สีนี้จึงเข้ามาช่วยเสริมให้ดวงการเงินของสาววันอาทิตย์มีความมั่นคงกว่าที่เคย งานรุ่งเงินพุ่งแบบฉุดไว้ยังไงก็ไม่อยู่ ยิ่งไปกว่านั้นแล้วสำหรับสาวกแฟชั่นสายมูแล้ว สีดำเป็นสีที่คลาสสิกและสามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมตช์ได้ง่ายที่สุด เพราะสามารถเข้ากันได้กับทุกชุด ทุกสไตล์ ไม่ต้องคิดเยอะให้ปวดหัว

ส่วนสีต้องห้าม คือ ‘ร่มสีน้ำเงินและสีฟ้า’ เพราะถ้าไม่อยากให้เงินหดหายไหลไปกับสายน้ำ ราวกับสีฟ้าแบบไม่มีอะไรกั้น ก็ควรเลี่ยงเลยจ่ะ

เป็นยังไงกันบ้างคะสาว ๆ กับบทความ สีร่มเสริมดวงประจำวันเกิด ตลอดหน้าฝนนี้ ที่เราเอามาฝาก หวังว่าบทความนี้จะช่วยเป็นแนวทางให้ทั้งคนสายมูและสายแฟชั่นโคจรมาพบกันได้อย่างลงตัวนะคะ แต่บางทีคนสายแฟชั่นนิสต้าที่อิงการแต่งตัวแบบสายมูทางเราก็คิดว่ามีแน่นอน ลองเอาไอเดียไปปรับใช้และทำตามกันดูนะคะ หวังว่าบทความนี้จะให้ทั้งสาระและเป็นประโยชน์กับทุกคนไม่มากก็น้อย อย่าลืมติดตามว่าเราจะนำสิ่งที่น่าสนใจแบบไหนมาฝากทุกคนในคราวหน้า อย่าลืมติดตามนะคะ

“ไอเทมออกกำลังกายสายลัคชู” จากแบรนด์ LOUIS VUITTON

“ไอเทมออกกำลังกายสายลัคชู” จากแบรนด์ LOUIS VUITTON

“สุขภาพ” ที่ดีเริ่มต้นที่การ “ออกกำลังกาย” แต่จะออกไปแต่ละทีก็ยุ่งยาก ไม่มีเวลาบ้าง ต้องฝ่ารถติดเอย ต้องลุ้นว่าจะไปพื้นที่เสี่ยงติดโควิดมั้ยอีก แต่มันจะดีกว่ามั้ย ถ้าเรามีอุปกรณ์เหล่านี้อยู่ที่บ้านของเรา วันนี้ Inzpy ก็เลยจะมาแนะนำ”ไอเทมออกกำลังกายสายลัคชู” จากแบรนด์ LOUIS VUITTON ให้เพื่อน ๆ กัน ออกกำลังกายแบบคนสวย ๆ รวย ๆ กันดีกว่า 😉 เค้ามีทั้งดัมเบลเอย เสื่อโยคะ ที่โดดเชือก และอีกหลายอย่างมากค่ะพส. จะใช้อุปกรณ์ในการออกกำลังกายทั้งทีมันต้องลาย Louis Vuitton เท่านั้น ใครเงินเหลือแนะนำเลยว่าให้ไปตำ ! เดี๋ยวไปดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีชิ้นไหนกันบ้าง

1.เชือกกระโดด CHRISTOPHER JUMP ROPE

"ไอเทมออกกำลังกายสายลัคชู"

เติมความหรูหราให้ช่วงเวลาออกกำลังกายประจำวันด้วยเชือกกระโดด Christopher ประดับสัญลักษณ์หลุยส์ วิตตองโดดเด่น หุ้มด้านหน้าและด้านหลังของด้ามจับด้วยหนัง Epi และ Monogram แคนวาส ตกแต่งดีเทลฮาร์ดแวร์เงางามเสริมความมีระดับ ไอเท็มออกกำลังกายที่มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัยสำหรับปรับความยาวเชือกได้สะดวกยิ่งขึ้น ราคา 26,000 บาท

2.ดัมเบล DUMBELLS 2 KG

"ไอเทมออกกำลังกายสายลัคชู"ดัมเบลดีไซน์สะดุดตาที่นำอุปกรณ์ออกกำลังกายและความมีสไตล์มาผสมผสานเข้าด้วยกันอย่างลงตัว เปี่ยมด้วยฟังก์ชันการใช้งานและฝีมือประณีตหรูหราของเมซง ดัมเบลน้ำหนัก 2 กิโลกรัมแต่งขอบ Monogram แคนวาสสุดไอคอนิก ประดับสัญลักษณ์หลุยส์ วิตตองและสลักลาย Monogram Flower ที่ส่วนปลายดัมเบล รวมถึงมือจับหุ้มหนัง Epi สัมผัสนุ่มกันเหงื่อ ราคา 86,500 บาท

3.ชุดกอล์ฟ ANDREWS GOLF KIT

"ไอเทมออกกำลังกายสายลัคชู"

ชุดกอล์ฟ Andrews ตั้งชื่อตามมหาวิทยาลัย Saint Andrews ซึ่งเป็นที่ตั้งสโมสรกอล์ฟชื่อดังและเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ตัดเย็บจากวัสดุลาย Monogram แคนวาสที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อรักษาธีมดั้งเดิมเอาไว้ ใช้วัสดุสีตัดกันและมีตะขอโลหะเพื่อให้พกพาได้สะดวก ในชุดนี้ มีลูกกอล์ฟจำนวน 3 ลูกและทีตั้งลูกจำนวน 4 ชิ้น ราคา 29,700 บาท

4.เสื่อออกกำลังกาย EXERCISE MAT

เสื่อออกกำลังกายหลุยส์ วิตตองรังสรรค์จากหนังคาวไฮด์ธรรมชาติ ลายสัญลักษณ์ของแบรนด์เสริมให้ไอเท็มนี้ดูหรูหรายิ่งขึ้น ผืนเสื่อม้วนเก็บได้ง่าย มาพร้อมสายสะพายและที่ใส่บัตร Monogram แคนวาส ผลิตจากวัสดุคุณภาพดี มีคุณสมบัติกันลื่นเพิ่มความปลอดภัยและรองรับทุกท่วงท่าตั้งแต่การออกกำลังกายไปจนถึงนั่งสมาธิ ราคา 76,500 บาท

5.สเก็ตบอร์ด SKATEBOARD

สเก็ตบอร์ดที่ออกแบบโดย Virgil Abloh ผลงานที่ให้เกียรติทั้งวัฒนธรรมสตรีทและเผยความเชี่ยวชาญด้านงานฝีมืออันพิถีพิถันของหลุยส์ วิตตอง รังสรรค์จากไม้เมเปิ้ลสลักลาย Monogram ทั้งชิ้นเข้ากับกริปเทปลาย Monogram แบบโปร่งใส และล้อสลักสัญลักษณ์หลุยส์ วิตตอง กลายเป็นไอเท็มเปี่ยมเอกลักษณ์และสมบูรณ์แบบสำหรับเหล่านักสะสม  สเก็ตบอร์ด ราคา 109,000 บาท

6.เซ็ตไม้ปิงปอง JAMES

ดีไซน์สุดเอ็กซ์คลูซีฟของเซ็ตไม้ปิงปอง James ได้คะแนนทั้งความหรูหราและตอบโจทย์การใช้งาน เซ็ตไม้ปิงปอง 2 อันที่รังสรรค์อย่างชำนาญมาพร้อมปลอกหุ้มไม้ปิงปองและที่ใส่ลูกปิงปองทำจาก Monogram แคนวาส พร้อมลูกปิงปอง 4 ลูกรวมในเซ็ต เสริมด้วยซิปและด้ามไม้ตกแต่งสัญลักษณ์ LV Circle ราคา 73,500 บาท

จบกันไปแล้วสำหรับ “ไอเทมออกกำลังกายสายลัคชู” จากแบรนด์ LOUIS VUITTON ที่เรานำมาฝาก ออกกำลังกายแบบคนสวย ๆ คนรวย ๆ ใครถูกใจไอเทมชิ้นไหนอย่าลืมไปตำกันนะคะ 🙂

‘ShopeePay’ ส่งโปรตั๋วหนัง แลกซื้อป๊อปคอร์นในราคาเพียง 1 บาท พร้อมชวนช้อปสินค้าของสะสมลิขสิทธิ์จากภาพยนตร์ดัง ต้อนรับแคมเปญ “Shopee 7.7 ”

0

‘ShopeePay’ ส่งโปรตั๋วหนัง แลกซื้อป๊อปคอร์นในราคาเพียง 1 บาท พร้อมชวนช้อปสินค้าของสะสมลิขสิทธิ์จากภาพยนตร์ดัง ต้อนรับแคมเปญ “Shopee 7.7 ”

ShopeePay’ ส่งโปรตั๋วหนัง แลกซื้อป๊อปคอร์นในราคาเพียง 1 บาท พร้อมชวนช้อปสินค้าของสะสมลิขสิทธิ์จากภาพยนตร์ดัง ต้อนรับแคมเปญ “Shopee 7.7 Free Shipping Marathon” ส่งฟรี* ไม่หยุด คุ้มฉุดไม่อยู่

คอหนังร้องว้าวหนักมาก “ShopeePay” (ช้อปปี้เพย์) ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินผ่าน Mobile Wallet แบบครบวงจรบนช้อปปี้ จัดใหญ่ ส่งดีลซื้อตั๋วหนัง แลกซื้อป๊อปคอร์น ในราคาเพียง 1 บาท[1] เพียงจองตั๋วผ่านฟีเจอร์ ‘ช้อปปี้ อีเซอร์วิส’ ฟีเจอร์ผู้ช่วยจ่ายเงินบนแอปฯ ช้อปปี้ พร้อมชวนช้อปสินค้าลิขสิทธิ์แท้จากภาพยนตร์สุดอินเทรนด์ส่งตรงจากค่ายมาร์เวลและยูนิเวอร์แซลในราคาพิเศษที่เหล่าสาวกไม่ควรพลาด ต้อนรับแคมเปญ “Shopee 7.7 Free Shipping Marathon” ส่งฟรี*[2] ไม่หยุด คุ้มฉุดไม่อยู่ ตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายน ถึง 7 กรกฏาคม 2565 นี้

เตรียมพบกับกองทัพสินค้าลิขสิทธิ์แท้จาก 2 ภาพยนตร์ดังกับการกลับมาครั้งใหญ่ที่โลกต้องสะเทือนของ Minions The Rise of Gru และ Marvel Studios’ Thor: Love and Thunder

ต้อนรับการกลับมากับความแสบของสมุนตัวเหลือง ‘มินเนี่ยน’ ตัวป่วนจอมฮา ในเรื่อง Minions The Rise of Gru รับรองความมันส์กับภารกิจครั้งใหม่ที่เหล่ามินเนี่ยนต้องไปหัดร่ำเรียนวิทยายุทธ์เพื่อรับมือต่อกรกับเหล่าวายร้ายมืออาชีพ ติดตามวีรกรรมแสบ ๆ และกดจองตั๋วหนัง พร้อมเลื่อนดูสินค้าน่ารักในราคาสุดคุ้ม อาทิ ครีมอาบน้ำ Minions Limited Edition จากแบรนด์ Madelyn, ชุดเครื่องนอนลายมินเนี่ยนจากแบรนด์ Fountain และขบวนของเล่น ของสะสมลิขสิทธิ์แท้อีกมากมาย อาทิ แบรนด์ Mattel และ Takara Tomy  ห้ามพลาด! จับจองเป็นเจ้าของได้แล้ว ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 23 กรกฎาคม 2565

  • โปรเด็ดห้ามพลาด วันเดียวเท่านั้น!รับ Shopee Coins Cashback 50% สูงสุด 299 Coins[3] เมื่อช้อปขั้นต่ำ 700 บาท พร้อมดีลสุดเซอร์ไพร์สจาก Shopee Live ในเวลา 18:15 – 19:16 น. พิเศษเฉพาะวันที่ 4 กรกฏาคมนี้เท่านั้น
  • เอาใจแฟน ๆ ตลอดทั้งแคมเปญ กับ Shopee Coins Cashback 20% สูงสุด 150 Coins[4] เมื่อช้อปขั้นต่ำ 299 บาท
  • คุ้มอีกต่อกับ Top Spenders ที่มียอดสูงสุด 2 อันดับแรก และมียอดซื้อขั้นต่ำ 5,000 บาท[5] รับเลย! โมเดลมินเนี่ยนสุดคิวท์จากยูนิเวอร์แซล มูลค่า 3,840 บาท
  • ได้เลยไม่ต้องลุ้น นักช้อป 100 ท่านแรก ที่มียอดซื้อขั้นต่ำ 999 บาท[6] รับทันทีเซตสายคล้องแมสและที่รองแก้วลายมินเนี่ยน ลิขสิทธิ์แท้จากยูนิเวอร์แซล มูลค่า 640 บาท

เตรียมตัวต้อนรับการกลับมาของเทพเจ้าสายฟ้าและการผจญภัยบทใหม่ที่ไม่มีใครเหมือนใน Marvel Studios’ Thor: Love and Thunder (ธอร์: ด้วยรัก และอัสนี) ที่เข้าฉายในวันที่ 6 กรกฎาคมนี้ พร้อมจัดแคมเปญเอาใจสาวกมาร์เวลตัวจริงกับขบวนสินค้าลิขสิทธิ์แท้กว่า 1,300 รายการให้เลือกช้อปได้บนช้อปปี้ และ Shopee Mall จากหลากหลายกลุ่มผลิตภัณฑ์ อาทิ กลุ่มแฟชันจากแบรนด์ 7StreetTh และ Power7, กลุ่มของเล่น ของสะสมจากแบรนด์ Toylaxy และ กลุ่มของใช้ทั่วไปจากแบรนด์ Ignite มาพร้อมดีลสุดพิเศษมากมายดั่งสายฟ้าฟาด ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 20 กรกฎาคมนี้

  • ลดโหดเหมือนโกรธใครมา กับ Shopee Coins Cashback 50% สูงสุด 250 Coins[7] เมื่อช้อปขั้นต่ำ 799 บาท พร้อมดีลสุดเซอร์ไพร์สจาก จาก Shopee Live ในเวลา 19:00 – 20:00 น. พิเศษเฉพาะวันที่ 5 กรกฏาคมนี้เท่านั้น
  • แฟนมาร์เวล เตรียมฟินทั้งแคมเปญ กับ Shopee Coins Cashback 20% สูงสุด 200 Coins[8] เมื่อช้อปขั้นต่ำ 599 บาท
  • สายเปย์ต้องร้องว้าว กับ Top Spenders ที่มียอดสูงสุด 3 ท่านแรก และมียอดซื้อตั้งแต่ 6,000 บาท[9] รับเลย พาวเวอร์แบงก์ค้อน THOR Hammer ลิขสิทธิ์แท้จาก MARVEL มูลค่า 3,990 บาท
  • ช้อปปุ๊ป รับปั๊ป สำหรับนักช้อป 180 ท่านแรก ที่มียอดคำสั่งซื้อขั้นต่ำ 500 บาท[10] รับซองเก็บหน้ากากอนามัยสุดคูลลายลิขสิทธิ์แท้จากมาร์เวล มูลค่า 175 บาท

ShopeePay

ขึ้นชื่อว่าคอหนัง ต้องได้ดูก่อนใคร รีบกดจองตั๋วหนังและซื้อป๊อปคอร์นกันได้แล้วผ่านฟีเจอร์ ‘ช้อปปี้ อีเซอร์วิส’ รับเลยป๊อปคอร์นราคาเพียง 1 บาท! [11] เมื่อซื้อตั๋วหนังเฉพาะโรงภาพยนตร์ SF Cinema ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคมนี้เท่านั้น และพบกับโปรฯ พิเศษต่อเนื่องตลอดช่วงแคมเปญ ‘Shopee 7.7 Free Shipping Marathon’ กับดีลตั๋วหนังทั้งโรงภาพยนตร์ SF Cinema และ Major Cineplex คุ้มจุก ๆ ด้วยส่วนลด 10%[12] ในวันที่ 7 กรกฏาคม 2565 นี้

ShopeePay ยังส่งต่อความคุ้มค่าที่ครอบคลุมทุกมิติของไลฟ์สไตล์ บน ‘ช้อปปี้ อีเซอร์วิส’ มัดรวมดีลดี โดนใจ ในแคมเปญ Shopee 7.7 Free Shipping Marathon ส่งฟรี*ไม่หยุด คุ้มฉุดไม่อยู่ เฉพาะวันที่ 7 กรกฎาคมนี้

  • โปรจ่ายบิลคุ้มสะใจ รับ Shopee Coins Cashback 10% Coins[13] เมื่อจ่ายผ่าน ShopeePay
  • มัดรวมมาทุกค่ายให้เติมเงินหรือเติมเน็ต รับ Shopee Coins Cashback 40% Coins[14]
  • จองโรงแรม ตั๋วเครื่องบิน บนแอปพลิเคชันช้อปปี้ แล้วชำระเงินผ่าน ShopeePay รับส่วนลดสูงสุดถึง 200 บาท[15] พร้อมคุ้มอีกต่อกับส่วนลดตั๋วเครื่องบินจากโครงการเราเที่ยวด้วยกัน[16]
  • เดินทางทั่วกรุงเทพง่ายๆ เมื่อ เติมเงินบัตร MRT รับ Shopee Coins Cashback คืนสูงสุด 40% Coins[17]

ติดตามรายละเอียดและกิจกรรมดี ๆ ได้ ที่นี่ พร้อมเพลิดเพลินกับการใช้จ่ายที่ดียิ่งขึ้นกับ ShopeePay บนแอปพลิเคชันช้อปปี้ เพียงกดอัปเดตแอปพลิเคชันช้อปปี้เป็นเวอร์ชั่นล่าสุด หรือดาวน์โหลดแอปพลิเคชันช้อปปี้ได้ฟรีจาก App Store, Google Play Store และ App Gallery

เกี่ยวกับ ShopeePay (ช้อปปี้เพย์)

ShopeePay เป็นผู้ให้บริการกระเป๋าสตางค์ออนไลน์ (Mobile Wallet) ที่ช่วยให้ผู้ใช้งาน สามารถเข้าถึงบริการการทำธุรกรรมทางการเงินดิจิทัลได้อย่างง่ายดาย ShopeePay เปิดตัวในปี 2558 โดยมุ่งส่งมอบที่สุดของประสบการณ์การช้อปปิ้งอย่างราบรื่นให้แก่ผู้ใช้งาน ทั้งการรับชำระเงินออนไลน์บนช้อปปี้ บริการเติมเงินในกระเป๋าสตางค์ออนไลน์ บริการโอน/ถอนเงิน รวมไปถึงการชำระเงินในช่องทางออฟไลน์ ณ ร้านค้าที่รองรับบริการมากกว่าพันร้านค้า

ShopeePay ช่วยให้ทุกการจับจ่ายและการบริหารจัดการธุรกิจเป็นเรื่องง่ายยิ่งขึ้น พร้อมมอบความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความคุ้มค่าให้แก่ผู้ใช้งาน อีกทั้งยังเป็นตัวช่วยสำคัญในการสร้างโอกาสให้ทุกธุรกิจและร้านค้าต่าง ๆ

ShopeePay เป็นหนึ่งธุรกิจภายใต้ SeaMoney ผู้ให้บริการด้านการเงินดิจิทัลซึ่งอยู่ในกลุ่มบริษัทเครือ Sea Limited โดยเป็นผู้นำในการให้บริการด้านการชำระเงินและธุรกิจด้านการเงินดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ภายใต้พันธกิจในการมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตผู้คนและการดำเนินธุรกิจในภูมิภาค ผ่านการบริการด้านการเงินที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ShopeePay และ SeaMoney ได้ที่ https://www.seamoney.com

[1] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[2] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[3] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[4] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[5] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[6] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[7] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[8] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[9] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[10] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[11] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[12] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[13] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[14] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[15] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[16] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

[17] เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

URBAAN ทีมนักศึกษา มจธ: เข้าชิงการแข่งขันออกแบบบ้านประหยัดพลังงานระดับนานาชาติ Solar Decathlon Europe

0

“URBAAN” ทีมนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) หนึ่งในตัวแทนจากมหาวิทยาลัยของไทยที่ได้รับเลือกให้เข้าร่วมแข่งขันออกแบบและก่อสร้างบ้านประหยัดพลังงานโดยใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในโครงการ Solar Decathlon Europe 2021/2022 (SDE2021/2022)

ที่เมืองวุพเพอร์ทาล ประเทศเยอรมนี ช่วงเดือนมิถุนายน 2022 พร้อมทีมร่วมแข่งขันอีก 18 ทีมจากมหาวิทยาลัยทั่วโลก ล่าสุด ยังได้รับเลือกให้เป็นบ้านสาธิต 1 ใน 8 ทีม ที่ทางผู้จัดงานต้องการเก็บไว้ เพื่อใช้เป็นบ้านสำหรับการทดลองอยู่อาศัยจริง (Living Lab) เป็นเวลา 3 ปี

จากคำว่า Urban หมายถึง ‘เมือง’ เมื่อมาผสมกับคำว่า ‘บ้าน’ หรือ Baan รวมกันแปลว่า ‘บ้านหรือที่อยู่อาศัยในเมือง’ เป็นที่มาของ “URBAAN (เออร์-บ้าน)” โจทย์หลักของการแข่งขัน

นางสาวเอมมิลี โวลด์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มจธ. ในฐานะหัวหน้าทีมสถาปัตย์ (Project architect) รับหน้าที่ในการออกแบบบ้าน กล่าวว่า เนื่องจากโจทย์การแข่งขันหลักในปีนี้ คือ การปรับปรุงอาคาร (renovation) เพื่อแก้ปัญหาการใช้พลังงานของอาคารเก่าที่มีอยู่ในเมือง เพราะประเทศในยุโรปจะมีอาคารเก่าจำนวนมาก จึงพยายามคิดค้นนวัตกรรมต่างๆสำหรับการปรับปรุงอาคารเก่าเพื่อให้เหมาะกับวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยในปัจจุบัน และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพด้านพลังงาน รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์อาคารเก่าซึ่งเป็นประวัติศาสตร์และความทรงจำของเมือง

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) - KMUTT
“URBAAN” ทีมนักศึกษา มจธ. เข้าชิงการแข่งขันออกแบบบ้านประหยัดพลังงานระดับนานาชาติ Solar Decathlon Europe

ในการแข่งขันครั้งนี้ ทีม นศ.จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้เลือก “ตึกแถวโบราณย่านตลาดน้อย” เป็นโจทย์ในการแข่งขัน

นางสาวเอมมิลี โวลด์ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มจธ. ในฐานะหัวหน้าทีมสถาปัตย์ (Project architect) รับหน้าที่ในการออกแบบบ้าน กล่าวว่า เนื่องจากโจทย์การแข่งขันหลักในปีนี้ คือ การปรับปรุงอาคาร (renovation) เพื่อแก้ปัญหาการใช้พลังงานของอาคารเก่าที่มีอยู่ในเมือง เพราะประเทศในยุโรปจะมีอาคารเก่าจำนวนมาก จึงพยายามคิดค้นนวัตกรรมต่างๆสำหรับการปรับปรุงอาคารเก่าเพื่อให้เหมาะกับวิถีชีวิตของผู้อยู่อาศัยในปัจจุบัน และเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพด้านพลังงาน รวมทั้งเป็นการอนุรักษ์อาคารเก่าซึ่งเป็นประวัติศาสตร์และความทรงจำของเมือง

ในการแข่งขันครั้งนี้ ทีม นศ.จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้เลือก “ตึกแถวโบราณย่านตลาดน้อย” เป็นโจทย์ในการแข่งขัน

“สาเหตุที่เลือกตลาดน้อย เพราะหากมองกรุงเทพฯ อาคารที่เราพบเห็นมากที่สุดคือตึกแถว และตลาดน้อย ถือเป็นตึกแถวเก่าแก่ที่มีอายุใช้งานมานาน และมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ อีกทั้งเป็นย่านชุมชนที่คนรุ่นใหม่รู้จักและกำลังผลักดันเป็น ‘ย่านสร้างสรรค์’ จึงต้องการนำตึกแถวดังกล่าวมาปรับปรุงและพัฒนาเพิ่มมูลค่าตึกเก่า ให้เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยหรือประกอบธุรกิจ โดยเพิ่มพื้นที่ให้จุคนได้มากขึ้น เป็นการฟื้นคืนชีวิตให้กับชุมชนอีกครั้ง แทนการทุบทำลายหรือปล่อยรกร้าง”

เอมิลี่ อธิบายเพิ่มเติมว่า ทีมงานได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากการลงพื้นที่และได้เห็นการค้าขายอะไหล่รถยนต์เก่า ซึ่งสามารถนำมาซ่อมและยืดอายุการใช้งานของรถยนต์อื่นๆได้ เป็นการตอบโจทย์เรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular economy) จึงได้นำแนวคิดของ ‘อะไหล่’ มาประยุกต์ใช้ในการแข่งขันที่วุพเพอร์ทาล โดยการออกแบบชิ้นส่วนของบ้านให้สามารถถูกปรับเปลี่ยนและทดแทนกันได้ เพื่อให้เกิดอาคารเก่าสามารถตอบโจทย์การอยู่อาศัยและเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงาน เนื่องจากการแข่งขันครั้งนี้ทางทีมนักศึกษาจะต้องสร้างบ้านจริงด้วยตนเอง ทำให้ต้องทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ ต้องลงรายละเอียดทุกอย่าง ตั้งแต่การเลือกสถานที่ เลือกอาคาร มีการวางแผน การเขียนแบบ รายละเอียดการก่อสร้างทั้งหมด ทั้งด้านสถาปัตยกรรม วิศวกรรม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้แบบที่คิดไว้ สามารถสร้างได้จริง เป็นโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้ขั้นตอนการทำงานจริง และการทำงานร่วมกันกับนักศึกษาจากภาควิชาต่างๆ

จุดเด่นของ URBAAN ในเชิงสถาปัตยกรรม คือ การทำโครงสร้างใหม่ โดยเลือกใช้ “ไม้ยางพารา” ที่หมดอายุมาเป็นวัสดุหลักในการก่อสร้าง ข้อดีคือ ติดตั้งง่าย น้ำหนักเบา ไม่ต้องทุบกำแพง ปรับเปลี่ยนแบบได้ ใช้เสียบในอาคาร สามารถออกแบบให้ปรับเลื่อนระดับของคานและพื้นไม้ขึ้นลงได้ตามความต้องการโดยใช้แรงงานมนุษย์ และรองรับชิ้นส่วนใหม่ๆ ได้ ซึ่งไม้ยางถือเป็นวัสดุท้องถิ่นในไทยนำมาใช้ประโยชน์เมื่อหมดอายุผลิตน้ำยางแทนการโค่นทิ้ง ตอบโจทย์เรื่องการหมุนเวียนและความยั่งยืน และการนำ “นุ่น” มาใช้เป็นฉนวนหุ้มอาคารเพื่อควบคุมอุณหภูมิในบ้านไม่ให้มีอุณหภูมิร้อนเกินไปในช่วงหน้าร้อนและเพื่อให้บ้านอุ่นในช่วงหน้าหนาว

ซึ่งในต่างประเทศจะนิยมใช้ฉนวนใยแก้วหรือไฟเบอร์ และจากไอเดียดังกล่าวทำให้ URBAAN ได้รับความสนใจจากคณะที่จัดการแข่งขันและถูกเลือกให้เป็น Living Lab 1 ใน 8 ทีมที่จะถูกติดตั้งอยู่ที่เมืองวุพเพอร์ทาล ประเทศเยอรมนีเป็นเวลา 3 ปี

ด้านนายภูรีภัทร รักบ้านเกิด หัวหน้าทีมไฟฟ้า จากภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า กล่าวว่า เรื่องไฟฟ้ามีโจทย์ค่อนข้างยาก แม้จะใช้ระบบพลังงานทดแทนจากโซล่าเซลล์ แต่ปีนี้กำหนดอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ใช้ทั้งตัวแผงและแบตเตอร์รี่จะต้องมีขนาดเล็ก และต้องจ่ายกระแสไฟฟ้าได้เท่ากับการแข่งขันเมื่อปี 2019 ซึ่งของหาได้ยากเพราะเป็นขนาดที่ทั่วไปไม่ได้ใช้กัน ปัญหานี้เราจึงต้องมีการวางแผนในเรื่องการจัดการพลังงาน การจัดวางเครื่องใช้ไฟฟ้า และการเลือกเวลาในการใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่ออกแบบให้ได้เพียงพอ ถือเป็นความท้าทาย

 

ขณะที่ นายชวิศ กฤตนัย จากภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล ยอมรับเช่นกันว่า โจทย์การแข่งขันในปีนี้มีความท้าทายขึ้น เพราะในแง่หนึ่งเราเป็นทีมนักศึกษาจากเมืองร้อนกำลังไปสร้างบ้านในเมืองหนาวที่มีโจทย์เรื่องของการทำความเย็นในหน้าร้อนและทำความร้อนในหน้าหนาว ซึ่งจะมีความซับซ้อนกว่าไทย

การแข่งขันครั้งนี้ไม่สามารถติดตั้งเครื่องทำความร้อน (heater) ได้ ต้องพึ่งพา Passive Design โดยการใช้ประโยชน์จาก สภาพภูมิอากาศ ทิศทางแดด ลม หรืออาศัยอุณหภูมิความร้อนจากผู้ตัวอาศัย แทนระบบ Active System เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ นอกจากนี้ ยังเป็นความท้าทายในเรื่องของมาตรฐานการออกแบบที่แตกต่างกันระหว่างของไทยกับเยอรมนี ซึ่งเป็นสิ่งที่เรายังไม่เคยมีประสบการณ์แบบนี้มาก่อน จึงถือเป็นโอกาสที่ดีที่ได้เรียนรู้จากการแข่งขันครั้งนี้

สำหรับความคืบหน้าในการเตรียมความพร้อมของทีมกับการแข่งขันครั้งนี้ นายธนพัฒน์ พันตาวงษ์ หรือเบียร์ ในฐานะหัวหน้าทีม URBAAN กล่าวว่า ขณะนี้ทีม URBAAN กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการออกแบบและสั่งทำทั้งส่วนประกอบและระบบต่างๆ ภายในบ้าน เช่น การออกแบบวิธีก่อสร้างให้สามารถประกอบบ้านเสร็จภายในเวลา 14 วัน การใช้ไม้ยางพาราประสาน (Glue-Laminated wood)ในการทำโครงสร้าง การใช้นุ่นสำหรับฉนวน และการใช้ระบบควบคุมอัตโนมัติในการควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ โดยวางแผนจะเริ่มทำการทดสอบการก่อสร้างบ้านสาธิตได้ในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ เป็นการซ้อมประกอบบ้านครั้งแรก จากนั้นจะทำการส่งส่วนประกอบทั้งหมดไปที่ประเทศเยอรมนี เพื่อให้ทันกำหนดที่จะต้องเริ่มติดตั้งบ้านในวันที่ 19 พฤษภาคม 2565 และจะต้องประกอบให้เสร็จภายใน 14 วัน เป็นอีกหนึ่งโจทย์สำคัญที่ท้าทายทีมอย่างมากเช่นกัน

สำหรับทีม URBAAN มีสมาชิกทั้งหมด 56 คน เป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 3 – 4 และปริญญาโท จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ และคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ทวิช พูลเงิน เป็นหัวหน้าโครงการ และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์วราลักษณ์ แผ่นสุวรรณ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา โครงการ Solar Decathlon Europe 2021/2022 เป็นการแข่งขันออกแบบบ้านประหยัดพลังงานของนักศึกษาในระดับนานาชาติ มีจุดประสงค์เพื่อต้องการสร้างความตระหนักเรื่องการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในครั้งนี้ทีมนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าธนบุรีได้เข้าร่วมแข่งขันเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกันตั้งแต่ปี 2014, 2019 และปี 2021


อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี
Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน

Jessi โบกมืออำลาค่าย P NATION หลังอยู่ร่วมกันมานานกว่า 3 ปี

0

Jessi โบกมืออำลาค่าย P NATION หลังอยู่ร่วมกันมานานกว่า 3 ปี

Jessi (เจสซี่) ศิลปินสาวสุดเซ็กซี่ ล่าสุดได้โบกมืออำลากับค่ายต้นสังกัดอย่าง P NATION หลังจากที่อยู่ร่วมกันมานานกว่า 3 ปี ตั้งแต่ปี 2019 โดยวันที่ 6 กรกฎาคม 2022 ทางค่ายต้นสังกัดของศิลปินสาวได้ออกมาประกาศแจ้งถึงเรื่องนี้ว่า

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Jessi / 제시 (@jessicah_o)

“เราอยากจะแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อทุกคน สำหรับความรักและการสนับสนุนต่อเจสซี่มาโดยตลอด และเราขอแจ้งให้ทุกคนได้ทราบว่าสัญญาของเจสซี่กับทางบริษัทของเราได้หมดอายุลงแล้ว เจสซี่เป็นศิลปินคนแรกของ PNATION และอยู่กับทางค่ายมาตั้งแต้เริ่มต้นจนถึงปัจจุบัน

และเธอก็เป็นศิลปินที่ได้สร้างชื่อเสียงและได้รับความรักจากแฟน ๆ จากความมุ่งมั่น ตั้งใจและพยายาม พร้อมด้วยบุคลิกที่สนุกสนานเป็นกันเองของเธอ โดยความสำเร็จและพลังงานด้านดี ๆ ก็ได้กลายเป็นแรงจูงใจและพลังเชิงบวกให้กับศิลปินท่านอื่น ๆ ในค่ายเสมอ

Jessi Leave P NATION เจสซี่ ออกจากค่าย

สุดท้ายนี้ทางค่ายของเราจะขอสนับสนุนและให้กำลังใจกับเจสซี่บนเส้นทางศิลปินของเธอต่อไปเรื่อย ๆ ในอนาคต พร้อมทั้งจะสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของเธอต่อไป ขอขอบคุณแฟน ๆ ที่ให้ความรักกับเจสซี่มาตลอด และเราขอให้ทุกคนยังคงมอบการสนับสนุน และกำลังใจอันอบอุ่นให้กับเธอเหมือนเดิม”

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Jessi / 제시 (@jessicah_o)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Jessi / 제시 (@jessicah_o)

Jessi (เจสซี่) หรือที่มีชื่อจริงว่า Ho Hyun-joo (โฮฮยอนจู) เป็นศิลปิน Rapper สาวที่ประสบความสำเร็จมากในวงการเพลงเกาหลี เธอเข้าสู่วงการเพลงเกาหลีตั้งแต่อายุเพียง 15 ปีเท่านั้น และปี 2015 เธอได้มีโอกาสเข้าร่วมแข่งขันรายการ Unpretty Rapstar รายการแข่งขันเพื่อค้นหาสุดยอด Rapper สาว ถึงแม้ว่าเธอจะพ่ายแพ้ให้กับ Cheetah และได้อันดับ 2 ในรายการ แต่ด้วยเอกลักษณ์รวมถึงสไตล์การ Rap ก็ทำให้เธอกลายเป็นที่จับตามอง

หลังจากนั้นเธอก็ได้ปล่อยผลงานเพลงเดี๋ยวอย่าง Ssenunni ออกมาและได้รับเสียงตอบรับที่ดีเป็นอย่างมากจากแฟนเพลง จนทำให้เธอได้ขึ้นแสดงบนเวทีประกาศรางวัลระดับประเทศอย่าง Mnet Asian Music Awards รวมถึงเวทีระดับอินเตอร์อย่าง Belasco Theater ที่ลอสแอนเจลิส พร้อมกับวงฮิปฮอปดูโอ้ Mighty Mouth ด้วย

และในปี 2019 เธอก็ได้เซ็นสัญญากับทางค่าย PNATION ซึ่งเป็นค่ายเพลงที่ก่อตั้งโดย PSY เจ้าของเพลงฮิตอย่าง GANGNAM STYLE นั่นเอง โดยเป็นศิลปินคนแรกของทางค่าย และ Single ลำดับ 3 อย่าง NUNU NANA ก็มียอดรับชมบน YouTube ทะลุ 100 ล้านวิวไปแล้ว  แถมเจสซี่ก็ยังได้ร่วมงานกับนักร้องสาวเสียงเพราะ Sunmi และนักร้องชื่อดังชาวอังกฤษ Ed Sheeran ในเพลง Shivers ที่ถูกนำมาถ่ายทอดใน Version ใหม่อีกด้วย

ถึงแม้ว่า Jessi (เจสซี่) จะได้ตัดสินใจอำลากับทางค่ายต้นสังกัดอย่าง P NATION แล้ว แต่ก็เชื่อว่าแฟน ๆ จะยังคอยสนับสนุนและติดตามผลงานเพลงของศิลปินสาวมากความสามารถต่อไปแน่นอน

ขอบขอคุณข้อมูล 1 | 2 |

แกรนด์ แอสเสทฯ เปิดตัวเมกะโปรเจกต์ โครงการ “อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง”

0

แกรนด์ แอสเสทฯ เปิดตัวเมกะโปรเจกต์ โครงการ “อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง”

Project เปิดตัวเมกะโปรเจกต์ โครงการ “อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง” เปิดประสบการณ์ที่พักอาศัยระดับลักชัวรี่ ผสานการดูแลสุขภาพแบบ Holistic Wellness ก้าวสู่ “จุดหมายปลายทาง” ที่พักอาศัยด้านสุขภาพแห่งใหม่ระดับเวิลด์คลาส

แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย ผนึกความร่วมมือ “อมาธารา เวลเนส รีสอร์ท” แบรนด์ธุรกิจบริการด้านสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) เปิดตัวโครงการ “อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง” มอบประสบการณ์สุขภาพดีแบบ Holistic Wellness ให้ผู้พักอาศัย ด้วยพูลวิลล่าระดับ 5 ดาว ตั้งตระหง่านริมทะเล ท่ามกลางธรรมชาติ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ย้ำจุดแข็งที่ตั้งโครงการในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจ “อีอีซี” พร้อมก้าวสู่ “จุดหมายปลายทาง” ที่พักอาศัยด้านสุขภาพระดับเวิลด์คลาสแห่งใหม่ในอนาคต

Project

ยุคใหม่แห่งการพักอาศัยที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม พร้อมเสริมสร้างสุขภาพที่ดี ผสมผสานไปกับความหรูหราอย่างลงตัว เริ่มต้นขึ้นแล้วที่จังหวัดระยอง บนชายฝั่งอันเลื่องชื่อของประเทศไทย โดยบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทย ผนึกความร่วมมือกับ “อมาธารา เวลเนส รีสอร์ท” (Amatara Wellness Resort) ผู้ประกอบธุรกิจรีสอร์ทและการให้บริการเพื่อสุขภาพชั้นนำของไทย ร่วมกันรังสรรค์ “อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง” (Amatara Residences Rayong) ที่พักอาศัยแบบบูรณาการแห่งใหม่ที่นำเสนอไลฟ์สไตล์ และวิถีความเป็นอยู่ระดับ 5 ดาว ผสมผสานเข้ากับการมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน และความเป็นมิตรต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกาศความพร้อมก้าวสู่ “จุดหมายปลายทาง” ด้านเวลเนสชั้นนำในระดับเวิลด์คลาส

Project

นายวิทวัส วิภากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง” เป็นโครงการที่พักอาศัยระดับเวิลด์คลาส ที่มุ่งเข้ามาสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้กับที่พักอาศัยระดับลักชัวรี่ในประเทศไทย ภายใต้แนวคิดการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) ที่ตั้งโครงการตั้งอยู่บนภูเขาที่มองเห็นทะเลอ่าวไทย และเกาะต่างๆ ประกอบด้วยพูลวิลล่า 61 หลัง คอนโดมิเนียม 282 ยูนิต และรีสอร์ทระดับ 5 ดาว 209 ห้อง พื้นที่ส่วนกลางประกอบด้วย สระว่ายน้ำอินฟินิตี้ ร้านอาหารสุดพิเศษ และโอเชียน สกาย บาร์ ฯลฯ ทั้งหมดจะเข้ามาเติมเต็มไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต และสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ผู้พักอาศัยในโครงการ

ความคืบหน้าล่าสุด ปัจจุบันพูลวิลล่า 9 หลังแรกสร้างเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เผยความเป็นไทยร่วมสมัยที่นำสถาปัตยกรรมดั้งเดิม ประสานเข้ากับการตกแต่งภายในที่ทันสมัย โดยการออกแบบและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เน้นสร้างความกลมกลืนกับธรรมชาติ อาทิ การใช้แสงสว่างจากธรรมชาติ วัสดุที่ใช้เป็นออร์แกนิกที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พักอาศัย เช่นเดียวกับโปรแกรมการดูแลสุขภาพ การพักผ่อนและเวิร์คช็อปต่างๆ จะมุ่งส่งเสริมและเน้นการสัมผัสธรรมชาติ เพื่อให้คนทุกวัยตั้งแต่รุ่นเด็กจนถึงรุ่นใหญ่ ได้มีประสบการณ์ชีวิตที่แตกต่างหลากหลาย โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือทำให้ผู้พักอาศัยทุกคนได้พบกับวิถีของตัวเองในการมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกาย ความคิด และจิตวิญญาณ

Projectจุดเด่นของโครงการ ยังเป็นเรื่องของทำเลที่ตั้ง ซึ่งอยู่ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยปัจจุบันรัฐบาลอยู่ระหว่างการจัดสร้างโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค รวมถึงมีมาตรการเพื่อยกระดับโครงข่ายคมนาคม เพื่อพัฒนาพื้นที่อีอีซีให้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญทางเศรษฐกิจ และเทคโนโลยีทั้งของไทยและภูมิภาคอาเซียนในอนาคต ซึ่งจะทำให้ระยอง กลายเป็นไพร์มโลเคชั่นที่ดึงดูดลูกค้าจากทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ต้องการเข้ามาดำเนินธุรกิจและพักอาศัย ซึ่งจะส่งผลดีต่อโครงการ “อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง” มากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ด้วยความร่วมมือกับ “อมาธารา เวลเนส รีสอร์ท” แบรนด์รีสอร์ทเพื่อสุขภาพที่โด่งดังจากภูเก็ต หนึ่งในแบรนด์ชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งโดดเด่นในการดูแลสุขภาพอย่างครบวงจร ที่มุ่งสร้างสภาวะสมดุลด้วยวิถีธรรมชาติ จะยิ่งเสริมให้โครงการ “อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง” เป็นไอคอนิกแลนด์มาร์คใหม่ของที่พักอาศัย และก้าวสู่ “จุดหมายปลายทาง” ด้านเวลเนสชั้นนำในระดับเวิลด์คลาส

“ความร่วมมือกับ อมาธารา เวลเนส รีสอร์ท ผนึกกับความแข็งแกร่งของ แกรนด์ แอสเสทฯ ซึ่งเป็นผู้นำในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของเมืองไทย จะทำให้ อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง สามารถนำเสนอประสบการณ์การพักอาศัยที่เหนือระดับ พร้อมบริการด้านสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic Wellness) ซึ่งเป็นเทรนด์ที่พักอาศัยที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่จุดหมายการท่องเที่ยวด้านสุขภาพชั้นนำของโลกอีกด้วย” นายวิทวัสกล่าวนายพีรพล นนทสูติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลล์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า โครงการ อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง เป็นสถานที่แห่งความหรูหราท่ามกลางความสุขสงบ ตั้งอยู่บนชายฝั่งในทำเลชั้นเลิศ ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ และป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ แวดล้อมไปด้วยต้นไม้มากกว่า 5,500 ต้น ซึ่งได้มีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดีนอกจากนี้ โครงการยังมีระบบต่างๆ เพื่อดูแลสิ่งแวดล้อมรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นระบบการกำจัดน้ำ ด้วยการกักเก็บน้ำฝนมาบำบัดเพื่อมาใช้ในโครงการ รวมถึงระบบการบำบัดน้ำเสีย โดยดูดน้ำขึ้นไปปล่อยลงท่อระบายน้ำด้านบน เพื่อไม่ให้มีการปล่อยน้ำเสียลงสู่ทะเล เป็นต้น

สำหรับที่พักในโครงการมาพร้อมวิวทะเล สระส่วนตัวแบบอินฟินิตี้ ห้องนั่งเล่นที่มีเนื้อที่กว้างขวางพร้อมครัวและบริเวณรับประทานอาหารที่ตกแต่งอย่างครบครัน ในด้านการบริการต่างๆ โครงการมีที่จอดรถส่วนตัวและการรักษาความปลอดภัย รวมถึงบริการช่วยเหลือระดับพรีเมียม อาทิ บริการเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวก (Concierge) 24 ชั่วโมง บริการแม่บ้าน เบลบอย บัทเลอร์ และคนขับรถบักกี้ ซึ่งจะทำให้เจ้าของห้องพักสามารถยกระดับไลฟ์สไตล์ของตัวเองไปสู่อีกขั้นของความสงบ ความพึงพอใจ และความสุขสบาย

Project โครงการ “อมาธารา เรสซิเดนเซส ระยอง” สามารถเดินทางได้สะดวก รวดเร็ว โดยอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 180 กิโลเมตร ใช้เวลาขับรถเพียง 2 ชั่วโมง อีกทางหนึ่ง ผู้พักอาศัยสามารถบินตรงมาที่ “อู่ตะเภา” สนามบินนานาชาติของจังหวัดระยองและพัทยา ซึ่งอยู่ห่างออกไป 77 กิโลเมตร ในราคาขายเริ่มต้นที่ 33 ล้านบาท

ข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 095 575 9999

ที่มา: กู้ดวิล คอมมูนิเคชั่นส์

 Symbol: GRAND

อัปเดตคอนเทนต์ใหม่ ๆ ทาง LINE ฟรี

Add friend ที่ ID : @inzpy (มี@นำ)เพิ่มเพื่อน