ฉันเกลียดวันจันทร์! คนวัยทำงานเข้าข่าย ป่วยโรคจิตเภทมากกว่าวัยอื่น

ฉันเกลียดวันจันทร์! คนวัยทำงานเข้าข่าย ป่วย “โรคจิตเภท” มากกว่าวัยอื่น : วัยทำงานเป็นวัยที่ต้องเผชิญกับสภาวะความเครียดจากปัญหาต่างๆ ในชีวิตมากกว่าวัยอื่นๆ ทั้งเรื่อง การทำงาน การเข้าสังคม หรือการแบกความรับผิดชอบในวัยที่มากขึ้น ดังนั้น วัยทำงานจึงเป็นช่วงอายุที่พบโรคทางจิตเวชได้มากที่สุด ซึ่งแพทย์หญิงณัฏฐพัชร์ ลำเลียงพล จิตแพทย์ โรงพยาบาล BMHH – Bangkok Mental Health Hospital อธิบายว่า “โรคจิตเภท” หรือ Schizophrenia เป็น 1 ใน 5 โรคทางจิตเวชที่พบบ่อยในวัยทำงาน เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของสมอง ส่งผลให้มีความคิดและการรับรู้ที่ผิดปกติไปจากเดิม

โรคนี้ มักจะมีอาการหูแว่ว ประสาทหลอน พูดไม่รู้เรื่อง หรือมีพฤติกรรมแปลกๆ สาเหตุของการเกิดโรคแบ่งเป็น 3 สาเหตุ ได้แก่ พันธุกรรม, ความผิดปกติของสารสื่อประสาทในสมอง, และภาวะทางด้านจิตใจ ซึ่งโรคจิตเภทเป็นโรคที่มีความรุนแรงจำเป็นต้องรีบรักษา

BMHH ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โรคทางจิตเวช หลายโรครักษาให้หายได้ หลายโรครักษาให้ดีขึ้นได้ เพราะฉะนั้น การเข้ารับรักษาอย่างถูกต้องและต่อเนื่องเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ป่วยและคนใกล้ชิดควรต้องให้ความร่วมมือ เพื่อผู้ป่วยจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างปกติ

*เพิ่มเติม: โรคจิตเภท (Schizophrenia) เป็นความผิดปกติทางจิตใจที่รุนแรงและเรื้อรัง ซึ่งส่งผลต่อความคิด ความรู้สึก และพฤติกรรมของผู้ป่วย ทำให้ผู้ป่วยมีความยากลำบากในการแยกแยะความจริงกับความคิดหรือจินตนาการของตนเอง

ลักษณะอาการของโรคจิตเภท สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลัก:

  1. อาการบวก (Positive Symptoms): เป็นอาการที่เกิดขึ้นเพิ่มเติมจากภาวะปกติของบุคคลทั่วไป ได้แก่

    • ประสาทหลอน (Hallucinations): การรับรู้สิ่งที่ไม่เป็นจริง เช่น ได้ยินเสียงพูดคุย เห็นภาพ หรือได้กลิ่นที่ไม่มีอยู่จริง
    • ความคิดหลงผิด (Delusions): ความเชื่อที่ผิดปกติและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง เช่น เชื่อว่าตนเองมีพลังวิเศษ หรือถูกคนอื่นตามล่า
    • ความคิดสับสน (Disorganized Thinking): การพูดหรือเขียนที่ไม่ปะติดปะต่อ เปลี่ยนเรื่องไปมาอย่างรวดเร็ว หรือใช้คำพูดที่ไม่มีความหมาย
  2. อาการลบ (Negative Symptoms): เป็นอาการที่แสดงถึงการลดลงหรือขาดหายไปของความสามารถทางอารมณ์และพฤติกรรม ได้แก่

    • พูดน้อยลง (Alogia): การพูดน้อยลงหรือไม่พูดเลย
    • ความรู้สึกเฉยชา (Affective Flattening): การแสดงออกทางอารมณ์ลดลง เช่น ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ หรือไม่แสดงความเศร้า
    • ขาดความสนใจ (Avolition): ขาดความสนใจหรือแรงจูงใจในการทำกิจกรรมต่างๆ
    • ความยากลำบากในการเริ่มต้นและรักษาความสัมพันธ์ (Anhedonia/Asociality): ไม่สามารถมีความสุขกับสิ่งที่เคยชอบ หรือหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม
  3. อาการทางปัญญา (Cognitive Symptoms): เป็นอาการที่ส่งผลต่อความสามารถในการคิดและจดจำ ได้แก่

    • สมาธิสั้น (Attention Deficits): มีปัญหาในการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง
    • ความจำบกพร่อง (Memory Problems): มีปัญหาในการจำข้อมูลหรือเหตุการณ์ต่างๆ
    • ความยากลำบากในการวางแผนและแก้ไขปัญหา (Executive Functioning Deficits): มีปัญหาในการตัดสินใจ วางแผน หรือจัดการกับงานต่างๆ

อาการของโรคจิตเภทอาจแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล และอาจมีอาการอื่นๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมาข้างต้น หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการที่สงสัยว่าอาจเป็นโรคจิตเภท ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง

ข้อมูลเพิ่มเติม:

บทความที่เกี่ยวข้อง
นอนน้อย แต่อาจได้โรคแถมมาเยอะ
รู้หรือไม่? “ออกกำลังกาย” มีดีกว่าแค่การ “ลดน้ำหนัก” ช่วยเพิ่มความฟิตพร้อมพิชิตโรค

Related Post