6 หูฟังตัดเสียงรบกวน ไว้ใช้ตอนเดินทางหรือทำงานในคาเฟ่

ถ้าใครเคยลองทำงานในคาเฟ่หรือเดินทางบ่อย ๆ จะรู้เลยว่า เสียงรอบข้างสามารถรบกวนสมาธิได้ง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นเสียงคุย เสียงเครื่องชงกาแฟ หรือเสียงบนเครื่องบิน หูฟังแบบ Noise Cancelling (ANC) เลยกลายเป็นไอเทมสำคัญสำหรับหลายคน

รวม 6 รุ่นหูฟังตัดเสียงรบกวนยอดนิยม เรียงจากถูกไปแพง พร้อมจุดเด่นของแต่ละรุ่น เพื่อช่วยเลือกให้เหมาะกับการใช้งานทั้งตอนเดินทางและนั่งทำงานนอกบ้าน

6 หูฟังตัดเสียงรบกวน

1) Anker Soundcore Space Q45

ราคาโดยประมาณ: ~4,000–5,000 บาท

รุ่นนี้ถือเป็นหนึ่งใน หูฟัง ANC ที่คุ้มค่าที่สุดในกลุ่มราคาเริ่มต้น จุดเด่นคือระบบตัดเสียงรบกวนที่สามารถลดเสียงภายนอกได้สูงถึงประมาณ 98% และรองรับ Hi-Res Audio พร้อม LDAC สำหรับการฟังเพลงคุณภาพสูง

ดีไซน์เป็นหูฟังแบบครอบหูน้ำหนักไม่มาก ใส่สบาย เหมาะกับการใช้งานหลายชั่วโมง และแบตเตอรี่ก็อึดมาก สามารถใช้งานได้ประมาณ 50 ชั่วโมงเมื่อเปิด ANC

เหมาะกับใคร

  • คนที่อยากได้หูฟังตัดเสียงรบกวนตัวแรก
  • นักเรียน นักศึกษา หรือคนทำงานที่งบไม่สูง
  • คนที่อยากได้ ANC ดีในราคาคุ้มค่า

2) Sony WH‑1000XM4

ราคาโดยประมาณ: ~8,990 บาท

ถึงจะเป็นรุ่นที่ออกมาหลายปีแล้ว แต่ยังถูกยกให้เป็นหนึ่งใน หูฟัง ANC ที่ดีที่สุดในตลาด จุดเด่นคือชิป HD Noise Cancelling Processor QN1 ที่ช่วยลดเสียงรบกวนได้ดีมาก พร้อมเทคโนโลยีเสียงอย่าง DSEE Extreme และ LDAC เพื่อเพิ่มรายละเอียดเสียงเพลง

ดีไซน์ของรุ่นนี้พับเก็บได้ ทำให้พกพาสะดวก เหมาะกับการเดินทาง และแบตเตอรี่สามารถใช้งานได้ประมาณ 30 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

เหมาะกับใคร

  • คนที่ต้องเดินทางบ่อย เช่น เครื่องบิน รถไฟ
  • คนที่อยากได้ ANC ระดับราคาที่ลดลงจากรุ่นใหม่
  • คนที่เน้นเสียงเพลงและความสบายในการใส่นาน ๆ

3) Nothing Headphone (1)

ราคาโดยประมาณ: ~8,999 บาท

หูฟังจากแบรนด์ Nothing รุ่นนี้โดดเด่นมากในเรื่อง ดีไซน์กึ่งโปร่งใสแบบซิกเนเจอร์ของแบรนด์ ให้ฟีลเทคโนโลยีล้ำ ๆ แตกต่างจากหูฟังทั่วไป

ด้านสเปคมาพร้อม Bluetooth 5.3, LDAC, ANC แบบเรียลไทม์ และไมโครโฟน 4 ตัว สำหรับการคุยโทรศัพท์ รวมถึงรองรับเสียงคุณภาพสูงระดับ 24-bit/96kHz

เหมาะกับใคร

  • คนที่อยากได้หูฟังดีไซน์โดดเด่น
  • สายแฟชั่นหรือสายแกดเจ็ต
  • คนที่อยากได้ฟีเจอร์ใหม่ ๆ พร้อมเสียงคุณภาพสูง

4) Sony WH‑1000XM6

ราคาโดยประมาณ: ~11,990 บาท

รุ่นใหม่ในซีรีส์ 1000X ของ Sony ที่ยังคงจุดแข็งเรื่อง Noise Cancelling ระดับท็อปของตลาด พร้อมอัปเกรดการประมวลผลเสียงและไมโครโฟนเพื่อให้การตัดเสียงและคุณภาพเสียงดีขึ้น

ดีไซน์ยังคงความมินิมอลแบบ Sony ใส่สบายสำหรับการใช้งานทั้งวัน และรองรับฟีเจอร์อย่าง Adaptive Sound Control ที่ปรับระดับเสียงรบกวนตามสถานการณ์โดยอัตโนมัติ

เหมาะกับใคร

  • คนที่อยากได้ ANC ตัวท๊อปของ Sony
  • คนที่ใช้หูฟังทำงานทั้งวัน
  • คนที่ต้องเดินทางบ่อย

5) Bose QuietComfort Headphones

ราคาโดยประมาณ: ~14,000–16,000 บาท

Bose เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่อง Noise Cancelling มายาวนาน รุ่น QuietComfort ก็ยังคงจุดเด่นนี้ไว้ พร้อมเสียงที่บาลานซ์ ฟังสบาย และใส่สบายมาก

หลายคนมองว่ารุ่นนี้เป็นหนึ่งในหูฟังที่ ใส่สบายที่สุดในตลาด ทำให้เหมาะกับการใส่นาน ๆ เช่น ตอนบินหลายชั่วโมงหรือทำงานทั้งวัน

เหมาะกับใคร

  • คนที่ต้องใส่หูฟังนานมาก
  • นักเดินทางหรือสาย Work from Cafe
  • คนที่ต้องการ ANC ระดับสูง

6) Apple AirPods Max

ราคาโดยประมาณ: ~20,000 บาท

หูฟังครอบหูระดับพรีเมียมจาก Apple จุดเด่นคือ ดีไซน์อะลูมิเนียมทั้งตัวและวัสดุคุณภาพสูง ให้ฟีลพรีเมียมมากเมื่อเทียบกับหูฟังทั่วไป

ภายในใช้ชิป Apple H1 ในแต่ละข้างหู พร้อมระบบ Computational Audio และ Spatial Audio ที่ให้มิติเสียงสมจริง โดยเฉพาะเมื่อใช้กับอุปกรณ์ในระบบ Apple

เหมาะกับใคร

  • คนที่ใช้ iPhone / Mac / iPad เป็นหลัก
  • คนที่อยากได้หูฟังดีไซน์พรีเมียม
  • คนที่เน้นคุณภาพเสียงและ Ecosystem ของ Apple

หูฟัง Noise Cancelling ควรเลือกแบบไหนดี?

ถ้าดูจากรุ่นทั้งหมด จะเห็นว่าหูฟัง ANC มีหลายระดับราคา ตั้งแต่หลัก 4,000 ไปจนถึงเกือบ 20,000 บาท

  • ถ้าอยากได้ คุ้มค่า: Soundcore Space Q45
  • ถ้าอยากได้ ANC ดีระดับเรือธง: Sony WH-1000XM4 / XM6
  • ถ้าอยากได้ ดีไซน์แปลกใหม่: Nothing Headphone (1)
  • ถ้าอยากได้ ความสบายสูง: Bose QuietComfort
  • ถ้าใช้ Apple ecosystem: AirPods Max

สุดท้ายแล้ว รุ่นที่เหมาะที่สุดขึ้นอยู่กับ งบประมาณ วิธีใช้งาน และสไตล์ของแต่ละคน แต่ถ้ามีหูฟังตัดเสียงรบกวนดี ๆ สักตัว การเดินทางหรือการทำงานในคาเฟ่ก็จะโฟกัสได้ง่ายขึ้นมากเลย

 


4 พิกัด Yoga & Pilates Studio ในกรุงเทพฯ ที่ไปแล้วได้ทั้งหุ่นและรูป

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

THE GLASSES LIST: ส่องแว่นกันแดด Sunnies Studios รุ่นไหนที่เกิดมาเพื่อคุณ!

เที่ยวแบบ ‘No Plan’ ดีจริงไหม? สรุปชัดๆ ข้อดี-ข้อเสียแบบไม่อวย สำหรับคนอยากหนีจากตารางเที่ยวที่น่าเบื่อ

Related Post