spot_img

ครีมกันแดดมีกี่ประเภท? เลือกใช้ให้ถูก ผิวสวยไม่กลัว UV

เวลาออกจากบ้าน แสงแดดคือศัตรูตัวร้ายของผิวที่หลายคนมองข้าม เพราะแม้เราจะไม่รู้สึกแสบหรือร้อนผิวทันที แต่รังสี UV ที่มาพร้อมแสงแดดนั้นสามารถทำลายเซลล์ผิวได้อย่างลึกและต่อเนื่อง ทั้งทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ ริ้วรอยก่อนวัย ไปจนถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งผิวหนังได้เลยทีเดียว

หนึ่งในเกราะป้องกันผิว ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ ครีมกันแดด (Sunscreen) แต่รู้ไหมว่าครีมกันแดดไม่ได้มีแบบเดียว? บางชนิดเหมาะกับผิวมัน บางชนิดเหมาะกับผิวแพ้ง่าย หรือบางแบบก็ช่วยปกป้องได้ครอบคลุมกว่า 

วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่า ครีมกันแดดมีกี่ประเภท ต่างกันยังไง และแบบไหนที่เหมาะกับผิวของเรามากที่สุด

 

ครีมกันแดดคืออะไร และทำไมต้องทาทุกวัน

ครีมกันแดดคืออะไร และทำไมต้องทาทุกวัน

ครีมกันแดดคือผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) ซึ่งแบ่งออกเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่

รังสี UVA 

  • ทำลายผิวในชั้นลึก ทำให้เกิดริ้วรอยและความหมองคล้ำ

รังสี UVB

  • ทำลายผิวชั้นนอก ทำให้ผิวไหม้ แดง และเกิดฝ้า กระ

เพราะอย่าลืมว่าแม้จะอยู่ในร่ม เช่น ออฟฟิศ, บ้าน แต่รังสี UVA สามารถทะลุกระจกได้ จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ต่อให้ไม่ได้ออกแดด ก็ต้องทาครีมกันแดดทุกวันเพราะรังสี UV สามารถทำร้ายผิวได้โดยที่เราไม่รู้ตัวเลยล่ะ

 

ครีมกันแดด มีกี่ประเภทกันแน่?

โดยทั่วไปแล้ว “ครีมกันแดด” แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ได้แก่

1. ครีมกันแดดกายภาพ (Physical Sunscreen หรือ Mineral Sunscreen)

ครีมกันแดดกายภาพ จะทำงานโดยสะท้อน รังสี UVA และ UVB ออกไปจากผิว เหมือนเป็นกระจกที่ช่วยป้องกันไม่ให้รังสีทะลุเข้าสู่ผิวชั้นใน ซึ่งส่วนผสมหลักที่ใช้เป็นเกราะป้องกันแสงคือ แร่ธาตุ  Zinc Oxide และ Titanium Dioxide

ข้อดี

  • ปลอดภัยกับผิวแพ้ง่ายและผิวเด็ก
  • ทาแล้วเห็นผลทันที ไม่ต้องรอให้ซึม
  • มีความคงตัว ไม่เปลี่ยนแปลงและไม่สลายง่ายเมื่อเจอแสงแดด

ข้อจำกัด

  • เนื้อครีมมักจะเห็นสีขาวชัดและหนาเตอะ ทาแล้วหากโดนเหงื่อ หรือเกลี่ยไม่ดีอาจทิ้งคราบขาว
  • สำหรับคนผิวมันอาจรู้สึกหนักผิวหรือมันเยิ้มได้

เหมาะกับ: ผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย ผิวแห้ง หรือผู้ที่ต้องการครีมกันแดดสูตรอ่อนโยนไม่ระคายเคือง

2. ครีมกันแดดเคมี (Chemical Sunscreen)

ครีมกันแดดเคมีสูตรนี้จะดูดซับ รังสี UV แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานความร้อน ก่อนปล่อยออกจากผิว เป็นกลไกที่แตกต่างจากแบบกายภาพ โดยส่วนผสมที่พบบ่อย ได้แก่ Avobenzone, Octinoxate, Oxybenzone และ Homosalate

ข้อดี

  • เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบ
  • ทาแล้วผิวดูเนียน ไม่ทำให้ดูวอกหรือลอย

ข้อจำกัด

  • ต้องรอให้ครีมซึมเข้าสู่ผิวก่อนประมาณ 15–20 นาที
  • บางคนอาจแพ้หรือระคายเคืองได้
  • ยังไม่คงตัวเมื่อเจอแสงแดดจัด ต้องใช้สูตรที่มีสารช่วยคงตัว

เหมาะกับ: คนผิวมัน คนที่ต้องการครีมกันแดดเนื้อบางเบา หรือใช้ก่อนแต่งหน้า

3. ครีมกันแดดแบบผสม (Hybrid Sunscreen)

ถือว่าเป็นครีมกันแดดที่รวมข้อดีของทั้งแบบกายภาพและเคมี เข้าด้วยกัน โดยมีทั้งสารสะท้อนรังสีและสารดูดซับรังสีในหนึ่งเดียว

ข้อดี

  • ปกป้องรังสี UV ได้ครอบคลุมและยาวนาน
  • เนื้อบางเบา เกลี่ยง่าย ไม่ทิ้งคราบ
  • เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่อยากได้กันแดดที่ครบทุกด้าน

ข้อจำกัด

  • ราคาสูงกว่าแบบอื่นเล็กน้อย
  • ก่อนซื้อต้องเลือกสูตรที่ผ่านการทดสอบว่าไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง โดยเฉพาะคนที่มีผิวแพ้ง่าย ,ผิวบอบบาง

เหมาะกับ: ทุกสภาพผิว โดยเฉพาะคนที่ชอบเนื้อสัมผัสบางเบาแต่ต้องการประสิทธิภาพสูง

เห็นไหมล่ะว่าครีมกันแดดแต่ละประเภท มีหลักการทำงาน เนื้อสัมผัส และความเหมาะสมกับสภาพผิวที่แตกต่างกัน ไปดังนี้ลองเลือกดูว่าแบบไหนที่ใช่สำหรับเราที่สุด หรือหากซื้อตามร้านขายยาอาจปรึกษาเภสัชกรก่อนซื้อก็ได้นะ

 

SPF และ PA คืออะไร? ค่าที่เหมาะกับชีวิตประจำวันควรเท่าไหร่

สุดไว้ก่อน เพราะคิดว่ายิ่งมากยิ่งดี แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่แค่นั้นนะ เพราะทั้งสองค่ามีหน้าที่ป้องกันรังสีคนละแบบ ดังนั้นควรเลือกให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนด้วย

SPF (Sun Protection Factor) 

คือค่าที่บอกความสามารถของครีมกันแดดในการป้องกันรังสี UVB ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้ผิวไหม้ แดง และเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ

  • SPF 15 ปกป้องได้ราว 93%
  • SPF 30 ปกป้องได้ประมาณ 96.7%
  • SPF 50 ปกป้องได้ราว ๆ  98%

PA (Protection Grade of UVA)

คือค่าที่บอกระดับการป้องกันรังสี UVA ตัวการร้ายที่แอบทำลายผิวในชั้นลึกแบบเนียน ๆ โดยที่เราแทบไม่รู้ตัว เพราะแม้ว่าจะไม่ทำให้ผิวไหม้ แต่จะทำให้ผิวแก่ก่อนวัย เช่น มีริ้วรอย ผิวคล้ำ และสีผิวไม่สม่ำเสมอ

  • PA+ ป้องกันระดับน้อย
  • PA++ ป้องกันปานกลาง
  • PA+++ ป้องกันสูง
  • PA++++ ป้องกันสูงมาก

 

แล้วควรเลือกค่า SPF / PA เท่าไหร่ดี?

ขึ้นชื่อว่าครีมกันแดด ใคร ๆก็ต้องคิดว่ามันก็กันแดดได้เหมือนกันหมด แต่ในความจริง ค่า SPF / PA และเครื่องหมาย + ที่หากยิ่งมีมากเท่าไหร่ ยิ่งสามารถป้องกันได้ในระดับสูงขึ้นเท่านั้น ดังนั้นหากจะเลือกใช้ แนะนำให้เลือกจากกิจวัตรประจำวันเป็นหลัก ว่าเราต้องทำกิจกรรมกลางแจ้งไหม หรืออยู่หน้าจอคอมเจอแสงสีฟ้าตลอดเวลา 

ยกตัวอย่าง เช่น

  • อยู่ในร่ม – ทำงานออฟฟิศ

ใช้ SPF 30 / PA+++ แต่อย่าลืมว่ารังสี UVA ยังลอดหน้าต่างหรือไฟนีออนได้ ดังนั้นเน้นไปที่ค่า PA สูง ๆ ก็เพียงพอแล้ว

  • ออกแดดทั่วไปในชีวิตประจำวัน

ใช้ SPF 30–50 / PA+++ เพราะช่วยป้องกันได้ครบโดยไม่หนักผิวจนเกินไป

  • ทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือต้องเดินป่า ขึ้นเขา

ควรใช้ SPF 50 / PA++++ และทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันทั้ง UVA และ UVB 

  • คนที่เหงื่อออกง่าย-เล่นกีฬา หรือต้องว่ายน้ำ

เลือกสูตร กันน้ำ (Water-resistant) เพื่อให้กันแดดติดทนนาน

 

วิธีเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว

ครีมกันแดดที่ดีไม่ใช่แค่ป้องกันรังสี UV ได้เท่านั้น แต่ยังต้อง “เหมาะกับผิว” ด้วย เพราะหากเลือกผิดอาจทำให้สิวขึ้นหรือเกิดการระคายเคืองได้

ผิวมัน

เป็นกลุ่มคนที่มีปัญหาในการเลือกครีมกันแดดมากที่สุด เพราะหลายคนไม่ได้ทาแค่ครีมกันแดด แต่แต่งหน้า ลงเครื่องสำอางด้วย โดยเฉพาะสาว ๆ ดังนั้นควรเลือกสูตร Oil-free, เจล, หรือ ฟลูอิดที่เนื้อบางเบา ซึมเร็ว ไม่เหนียวเหนอะ และอาจเลือกใช้ส่วนผสมช่วยควบคุมความมัน เช่น ซิลิกา หรือไนอะซินาไมด์ ก็ดีนะ ลดการเกิดสิวจากผิวมันเยิ้มได้ด้วย

ผิวแห้ง

สำหรับใครที่ผิวแห้งกร้าน หรือมักทำงานในออฟฟิที่เปิดแอร์เย็น ๆ ตลอดเวลา แนะนำให้เลือกสูตรครีมเข้มข้น หรือมีส่วนผสมของมอยส์เจอร์ไรซิ่ง เพื่อให้ผิวไม่แห้งกร้านระหว่างวัน หรือเลือกที่มีส่วนผสมของเซราไมด์หรือไฮยาลูโรนิคแอซิด หากพื้นผิวเป็นผิวแห้งขาดน้ำ เพราะจะช่วยเติมความชุ่มชื้น

ผิวแพ้ง่าย

แนะนำให้เลือกสูตรกันแดดกายภาพ หรือ สูตรสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ และควรหลีกเลี่ยงครีมกันแดดที่มีส่วนผสมน้ำหอม แอลกอฮอล์ และพาราเบน

ผิวเป็นสิว

เป็นผิวที่อยู่ในช่วงอ่อนแอ ดังนั้นต้องดูแลเป็นพิเศษ แนะนำให้เลือกสูตร Non-comedogenic เพราะไม่อุดตันรูขุมขน และควรหลีกเลี่ยงกันแดดเนื้อหนัก เช่น น้ำมัน ที่ข้นหรือมันจนเกินไป

 

เคล็ดลับทาครีมกันแดดให้ได้ผลสูงสุด

แม้จะเลือกครีมกันแดดดีแค่ไหน ถ้าใช้ผิดวิธีก็อาจไม่ได้ผลเต็มที่ ลองเช็กดูว่าที่เราเคยทากันแดดถูกวิธีแล้วหรือยัง? 

  1. เน้นใช้ปริมาณที่เหมาะสม หรือประมาณ 2 ข้อนิ้วสำหรับใบหน้า และ 1 ช้อนชาสำหรับลำคอ 
  2. ทาซ้ำทุก 2–3 ชั่วโมงหากอยู่กลางแจ้ง หรือหลังเหงื่อออก
  3. ทาก่อนแต่งหน้า 15–20 นาที โดยเฉพาะกันแดดเคมี 
  4. อย่าลืมทาจุดสำคัญ ใบหู หลังมือ คอ และหลังคอ ซึ่งมักถูกลืม แต่ส่วนเหล่านี้โดนแดดเต็ม ๆ 
  5. ล้างหน้าให้สะอาดทุกวัน เพื่อป้องกันการอุดตันและสิวอักเสบ

เทรนด์ครีมกันแดดปี 2025

เทรนด์ปีนี้ไม่ได้หยุดอยู่ที่แค่ป้องกันแดดอีกต่อไป แต่ครีมกันแดดรุ่นใหม่ยังพัฒนาให้ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนยุคใหม่ ซึ่งส่วนผสมก็จะแตกต่างกันออกไป ได้แก่

1. กันแดดสูตรบางเบาไม่อุดตัน (Lightweight Formula)

เหมาะกับคนที่กลัวหน้ามันเยิ้มหลังทา หรือคนเป็นสิวง่าย เพราะสูตรนี้จะซึมไว ไม่เหนียวเหนอะและไม่อุดตันรูขุมขน โดยเฉพาะอากาศร้อนชื้นแบบบ้านเรา สูตรนี้ถือว่าได้รับความนิยมไม่น้อย

2. กันแดดผสมสกินแคร์ (Skincare-Infused Sunscreen) 

ส่วนใหญ่จะผสมสารบำรุงผิว เช่น วิตามินซี หรือสารต้านอนุมูลอิสระช่วยฟื้นฟูผิว เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ชอบทาครีมหลายขั้นตอน ต้องเลิฟแน่นอน

3. กันแดดลด Blue Light จากหน้าจอมือถือ

เพราะสมัยนี้ใคร ๆ ก็ทำงานหน้าจอคอม หรืออยู่หน้าจอมือถือเป็นเวลานานอะเนอะ ดังนั้นกันแดดยุคใหม่จึงมีส่วนผสมที่ช่วยป้องกัน Blue Light เช่น สารสกัดจากสาหร่าย วิตามินอี หรือแร่ธาตุที่ช่วยสะท้อนแสงสีฟ้า

4. สูตร Reef-safe ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อมและแนวปะการัง

ครีมกันแดดแนวนี้กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะไม่มีส่วนผสมที่เป็นอันตรายต่อแนวปะการัง เช่น Oxybenzone หรือ Octinoxate ใครที่เป็นสายดำน้ำ รักธรรมชาติ หรือชอบเที่ยวทะเล สูตรนี้เหมาะมาก

 

สรุป เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิว ปกป้องครบจบในขั้นตอนเดียว

ครีมกันแดดเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกคนควรใช้ทุกวัน ไม่ว่าฝนจะตกหรือแดดจะอ่อน เพราะรังสี UV อยู่รอบตัวเราเสมอ การเลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับผิวจึงเป็นก้าวแรกของการมีผิวสุขภาพดี เช่นผิวแพ้ง่าย เลือกกันแดดแร่ธาตุแบบกายภาพ, ผิวมัน แนะนำให้เลือกกันแดดเคมีเนื้อบางเบา 

ส่วนใครที่ยังไม่แน่ใจว่าผิวตัวเองเหมาะกับแบบไหนให้ เลือกกันแดดแบบผสม ที่เหมาะกับทุกสภาพผิว เพราะสามารถปกป้องครบจบในหลอดเดียว

สุดท้ายอย่าลืมทาซ้ำระหว่างวันเชียว เพราะครีมกันแดดไม่ได้อยู่บนผิวตลอดไป ไม่ได้ปกป้องยาวนานแบบทาครั้งเดียวอยู่ได้ 24 ชั่วโมง และอย่าลืมว่าต้องดูแลผิวจากภายนอกควบคู่กับการพักผ่อนและดื่มน้ำให้เพียงพอ จะช่วยให้ผิวของคุณแข็งแรง ดูสุขภาพดี และสู้แดดได้ดียิ่งขึ้น

 


ทวิญ ร่างฉัน วิญญาณเธอ (Decalcomania) : เจาะลึกซีรี่ส์ฟอร์มยักษ์ ไทย-สิงคโปร์ พร้อมเรื่องย่อ สุดมัน!

บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ

■ ‘The Ugly หน้าเกลียด’ ภาพยนตร์ทริลเลอร์แห่งปีที่ ‘ยอนซังโฮ’ จะพาคุณดำดิ่งสู่ด้านมืดของมนุษย์!

■ สายมูต้องรู้! บริจาคออนไลน์แบบไหน ลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า!

Parichat
Parichat
ถ้าเขียนแล้วชอบ ก็แปลว่าใช่ -

Related Post

Most Popular

Recommended