เคยไหมคะ? อยากทำบุญแต่ไม่ค่อยมีเวลาเดินทางไปถึงที่วัด หรืออยากบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือสังคม แต่พอถึงเวลายื่นภาษีก็ต้องมานั่งหาหลักฐานวุ่นวาย ตอนนี้บอกเลยว่ามันง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะมากค่ะ เพราะกรมสรรพากรเขามีระบบ e-Donation ที่จะทำให้การบริจาค + การลดหย่อนภาษีเป็นเรื่องเดียวกันแบบไม่ต้องเก็บเอกสารให้วุ่นวายอีกต่อไป!

มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า “e-Donation” คืออะไร?
e-Donation เป็นระบบที่กรมสรรพากรพัฒนาขึ้นเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลการบริจาคจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาล สถานศึกษา ศาสนสถาน หรือองค์กรที่เข้าร่วมระบบ ส่งตรงเข้าฐานข้อมูลของสรรพากรโดยอัตโนมัติ ข้อดีคือ เวลาเรายื่นภาษีแล้วข้อมูลการบริจาคจะถูกดึงขึ้นมาเองทันที โดยไม่ต้องแนบหลักฐานให้ยุ่งยากเลยค่ะ และยังทำให้การขอคืนภาษีเร็วขึ้นอีกด้วย
บริจาคแบบไหนลดหย่อนภาษีได้บ้าง?
ตามกฎหมายแล้ว จะมี 3 ประเภทหลัก ๆ ที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้ค่ะ
- บริจาคลดหย่อนได้ 2 เท่า: ได้แก่ การบริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา พัฒนาสังคม และสถานพยาบาลของรัฐ โดยสามารถนำเงินที่บริจาคมาหักได้ 2 เท่า แต่รวมแล้วต้องไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
- บริจาคลดหย่อนได้ตามจริง: เช่น การบริจาคเพื่อการกุศลทั่วไป ลดหย่อนได้เต็มจำนวนที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
- บริจาคให้พรรคการเมือง: ลดหย่อนได้ตามจริง แต่สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท
บริจาคที่ไหนได้ลดหย่อนภาษี 2 เท่าบ้าง?
ถ้าอยากบริจาคให้คุ้มและได้สิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า ต้องเลือกหน่วยงานที่อยู่ในเกณฑ์ เช่น โรงเรียนหรือสถานศึกษา (ทั้งรัฐและเอกชน), โรงพยาบาลของรัฐ (แต่ถ้าเป็นมูลนิธิของโรงพยาบาลจะได้แค่ตามจริง), หน่วยงานด้านกีฬาที่ขึ้นกับสมาคมกีฬาแห่งประเทศไทย, กองทุนพัฒนาครูของกระทรวงศึกษาธิการ, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพื่อพัฒนาเด็กเล็ก, กองทุนยุติธรรม และสภากาชาดไทย แต่มีข้อสำคัญที่ต้องจำไว้คือ การบริจาคต้องทำผ่านระบบ e-Donation เท่านั้น สิทธิ์ถึงจะนับเป็น 2 เท่า ไม่อย่างนั้นจะได้เพียงตามจริงเหมือนการบริจาคทั่วไปนั่นเองค่ะ
บริจาคผ่าน e-Donation ต้องทำอย่างไร?
การบริจาคผ่าน e-Donation บอกเลยว่าไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด เพราะกรมสรรพากรได้เชื่อมต่อระบบไว้กับธนาคารชั้นนำหลาย ๆ ธนาคารของประเทศไทยแล้ว เราเพียงแค่เลือกบริจาคผ่านแอปหรือเว็บไซต์ของธนาคารที่เข้าร่วม หรือจะใช้การ สแกน QR Code ที่ระบุว่าเป็นการบริจาคผ่านระบบ e-Donation ก็สะดวกสุดๆ หลังจากทำธุรกรรมเสร็จเรียบร้อย ข้อมูลการบริจาคของคุณจะถูกส่งตรงเข้าระบบของกรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องปริ้นท์ใบเสร็จ ไม่ต้องส่งเอกสารเพิ่มเลยค่ะ
*สามารถตรวจสอบข้อมูลการบริจาค e-Donation ได้กับธนาคารนั้น ๆ ที่คุณใช้
วิธีตรวจสอบการบริจาคในระบบ e-Donation
หลังจากที่คุณกดบริจาคไปแล้ว อยากเช็กใช่ไหมคะว่าระบบบันทึกข้อมูลเรียบร้อยหรือยัง? ง่ายมาก แค่เข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร จากนั้นล็อกอินด้วยเลขบัตรประชาชนและรหัสผ่านเพื่อเข้าระบบผู้เสียภาษี แล้วไปที่เมนู e-Donation ข้อมูลการบริจาคทั้งหมดที่ทำไว้จะแสดงทันทีว่าถูกบันทึกเข้าระบบแล้วหรือยัง ทำให้คุณมั่นใจได้ว่า เงินที่โอนออกไปไม่สูญเปล่า และสิทธิ์ลดหย่อนก็ไม่ตกหล่นแน่นอนค่ะ
(เว็บไซต์กรมสรรพากร: https://efiling.rd.go.th/rd-efiling-web/authen/DNT3)
แล้วทำไมเราควรใช้ e-Donation?
ข้อดีของ e-Donation นอกจากจะทำให้การยื่นภาษีง่ายขึ้นเพราะไม่ต้องแนบเอกสารแล้ว ยังช่วยให้คุณได้รับสิทธิลดหย่อนเร็วขึ้นอีกด้วย โดยระบบจะดึงข้อมูลเข้ามาอัตโนมัติเมื่อต้องคำนวณภาษีปลายปี ที่สำคัญยังเป็นระบบโปร่งใส ตรวจสอบได้ทั้งจากฝั่งผู้บริจาคและกรมสรรพากร ช่วยให้มั่นใจว่าเงินที่คุณบริจาคไปถึงหน่วยงานจริง ๆ และนำไปใช้ประโยชน์ต่อสังคมได้อย่างเต็มที่
เห็นประโยชน์ของการบริจาคออนไลน์แล้วใช่มั้ยคะ? บอกเลยว่า e-Donation นี่แหละค่ะ ตัวช่วยที่ทำให้การทำความดีของคุณง่ายและมีความสุขขึ้นเยอะเลย เพราะเราไม่ต้องวุ่นวายกับการเก็บใบเสร็จหรือเอกสารอีกต่อไปแล้ว ทุกอย่างเข้าระบบอัตโนมัติ ทำให้การขอเงินคืนภาษีก็ง่ายและเร็วกว่าเดิมสุดๆ ไปเลยค่ะ
เตรียมตัวให้พร้อม! รอลุ้น ‘คนละครึ่ง สูตรใหม่’ พร้อมวิธีลงทะเบียนที่ต้องรู้
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ รวมแอปพลิเคชัน จองร้านอาหาร ยอดฮิต : ไม่ต้องรอคิว แถมมีส่วนลดจัดเต็ม!








