ไพโรจน์ สังวริบุตร: ตำนานแห่งแผ่นฟิล์มและหัวใจของผู้ชมไทย
เมื่อรุ่งอรุณของวันที่ 3 มิถุนายน 2568 มาถึง ข่าวการจากไปอย่างสงบของ
ไพโรจน์ สังวริบุตร หรือที่รู้จักกันดีในชื่อเล่นว่า “เอ๋” ได้สร้างความโศกเศร้าให้กับ
วงการบันเทิงไทยอย่างยิ่ง อดีตพระเอกขวัญใจวัยรุ่นและผู้กำกับมากฝีมือ ได้จาก
ไปด้วยวัย 72 ปี ณ จังหวัดนครราชสีมา จากสาเหตุ หลอดเลือดหัวใจอุดตัน ทิ้งไว้
เพียงความทรงจำ ความอบอุ่น และผลงานอันทรงคุณค่าที่จะคงอยู่ตลอดไป

(ภาพจาก : Thai Movie Posters)
⸻
รากฐานจากบ้าน “สังวริบุตร” สู่เวทีชีวิต
เกิดเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2496 ที่อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
ไพโรจน์ สังวริบุตร เติบโตมาในครอบครัวสายศิลปิน โดยมีคุณพ่อเป็นนักแสดงคณะละคร
วิทยุ และคุณแม่เกี่ยวข้องกับวงการบันเทิง ขณะเดียวกัน เขายังเป็นหลานของ
“ไพรัช สังวริบุตร” ศิลปินแห่งชาติ นับได้ว่าเส้นทางสายนี้ถูกหล่อหลอมตั้งแต่เยาว์
วัยจากเสียงพากย์และฉากละครที่รายล้อมอยู่รอบตัว
แม้จะเรียนจบช่างอิเล็กทรอนิกส์จากวิทยาลัยเทคนิคกรุงเทพ และปริญญาโทจาก
คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกริก แต่ใจของเขากลับเลือกเดินบนเส้นทาง
บันเทิงอย่างแน่วแน่
⸻
(ภาพจาก : Thai Movie Posters)
บทบาท “ตั้ม” กับยุคทองของวัยรุ่นไทย
การรับบทนำในภาพยนตร์ “วัยอลวน” (พ.ศ. 2519) กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ
ในชีวิตของไพโรจน์ บทบาท “ตั้ม” ทำให้เขากลายเป็นสัญลักษณ์ของชายหนุ่ม
อารมณ์ดี ใจอบอุ่น และน่ารักแบบธรรมชาติ แตกต่างจากพระเอกยุคเดียวกันที่
เน้นความเข้มแข็งแบบ “ชายชาตรี”
เคมีระหว่างเขากับ “จิ๋ม–ลลนา สุลาวัลย์” ที่รับบท “โอ๋” สร้างกระแส “คู่ขวัญ” ที่
ยังคงเป็นต้นแบบของ “คู่จิ้น” มาจนถึงทุกวันนี้
(ภาพจาก : Thai Movie Posters)
⸻
จากนักแสดงสู่ผู้สร้างแรงบันดาลใจ
หลังจากฝากผลงานการแสดงในภาพยนตร์ยอดนิยมมากมาย เขายังไม่หยุดแค่
หน้ากล้อง แต่ข้ามมาอยู่เบื้องหลังในฐานะ ผู้กำกับและผู้สร้างภาพยนตร์ ด้วยผล
งานกว่า 10 เรื่อง เช่น “วัยอลวน 5: ตั้ม–โอ๋ ตัวตึง” (2565) ที่เขากลับมากำกับ
ด้วยตนเอง พร้อมสานต่อเสน่ห์ของเรื่องราวให้คนรุ่นใหม่ได้รู้จัก
เขายังฝากฝีมือการกำกับละครโทรทัศน์ และเป็น “ครูใหญ่” ในรายการ The
Trainer ปั้นฝันสนั่นเวที อีกบทบาทหนึ่งของการแบ่งปันและให้โอกาสแก่คนรุ่น
ใหม่
ภาพของไพโรจน์ในวัยกลางคน ขณะกำกับภาพยนตร์ พร้อมคำบรรยาย: “จาก
หน้ากล้องสู่หลังกล้อง เขาคือศิลปินครบเครื่อง”
⸻
ชีวิตส่วนตัวที่เต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ
เขาเคยสมรสและมีบุตร 3 คน ก่อนใช้ชีวิตร่วมกับ ชญานิศวร์ พิริยศุภกาญจน์ คู่
ชีวิตต่างวัยที่อยู่เคียงข้างในช่วงสุดท้ายของชีวิต แม้ไม่ได้จดทะเบียนสมรส แต่
ความรักของทั้งคู่สะท้อนความเข้าใจและการเติบโตไปด้วยกัน
เขายังมีแผนงานภาพยนตร์เรื่องสุดท้ายชื่อ “ย่าม่าน” ที่ยังถ่ายทำไม่เสร็จ และลูกๆ
ตั้งใจจะสานต่อให้เสร็จตามความตั้งใจของคุณพ่อ เนื้อหาของภาพยนตร์นี้เกี่ยว
กับการส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของจังหวัดน่าน
⸻
พิธีอำลาตำนาน
พิธีรดน้ำศพของคุณไพโรจน์ สังวริบุตร มีกำหนดจัดขึ้นในวันนี้ (4 มิถุนายน
2568) เวลา 16.00 น. ณ วัดมกุฏกษัตริยารามราชวรวิหาร ศาลา 7 โดยจะมีพิธี
สวดพระอภิธรรมในเวลา 18.00 น. และระหว่างวันที่ 5 – 8 มิถุนายน 2568 เวลา
18.30 น. พิธีฌาปนกิจศพจะจัดขึ้นในวันจันทร์ที่ 9 มิถุนายน 2568 เวลา 17.00
น.
ภาพรอยยิ้มของไพโรจน์ในวัยชรา พร้อมคำบรรยายว่า “แม้ร่างจะลับไป แต่ผล
งานและความรักจะคงอยู่”
⸻
แม้ “เอ๋– ไพโรจน์ สังวริบุตร” จะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่เขาได้ทิ้งไว้ซึ่งผลงานที่ฝัง
แน่นในหัวใจผู้ชม ความอบอุ่นของ “ตั้ม” ความเป็นครูใน “The Trainer” และ
ความใฝ่ฝันใน “ย่าม่าน” จะเป็นพลังต่อยอดให้คนรุ่นหลังได้เดินตามรอยเท้าแห่ง
ศิลปะอันงดงามของเขาต่อไป








