More

    ต่อขนตาแบบนี้ใช่เลย เป๊ะปังเหมาะกับคุณ 

    spot_img

    ต่อขนตาแบบนี้ใช่เลย เป๊ะปังเหมาะกับคุณ

    ต่อขนตา เขาว่ากันว่าดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจ มันคือเรื่องจริงค่ะ ยิ่งช่วงนี้ที่เราต้องหน้ากากอนามัยตลอดเวลาด้วย แล้ว ดวงตายิ่งต้องดูสวยเป็นพิเศษ การต่อขนตา คือการเสริมความงามที่คุณสาว ๆ ให้ความสนใจและช่วงนี้สามารถทำได้แล้ว ทำให้บางร้านนั้นคิวยาวเหยียดกันเลยทีเดียว แต่ก่อนที่เราจะต่อขนตาเสริมความสวยให้ดวงตาของเราแล้ว เรามาทำความรู้จักกันก่อนว่าการต่อขนตานั้นมีกี่แบบ และแบบไหนที่เหมาะสมกับเรามากที่สุด เพื่อความปลอดภัยหลีกเลี่ยงการระคายเคืองต่อดวงตาและสะดวกต่อการใช้ชีวิตประจำวันของเราด้วยค่ะ

    ต่อขนตา
    Cr.Photo: pinterest
    การต่อขนตามีทั้งหมด 4 แบบ
    ต่อขนตา
    Cr.Photo: pinterest

    1. Classic เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ชอบขนตาดูสวยแบบธรรมชาติเพราะเป็นการ ต่อขนตา แบบเส้นต่อเส้น หรือ 1:1 ทำให้ขนตายาวขึ้นและหนาขึ้นแบบธรรมชาติเรียงตัวเหมือนขนตาจริงของเรามากที่สุด การต่อขน ต่อแบบ Classic นี้ต้องอาศัยความละเอียดของช่างเป็นอย่างมาก สำหรับคนที่ขนตาทิ่มลงขนตาน้อยตาดูไม่สดใสแนะนำให้ต่อขนตาแบบนี้เลยจะช่วยทำให้ตาดูกลมโตมากขึ้นและสดใสขึ้นด้วย

    Cr.Photo: pinterest

    2. 2D เป็นการต่อขนตาแบบ 2:1 หรือการใช้ขนตาปลอม 2 เส้นต่อเข้ากับขนตาจริง 1 เส้น เพื่อเพิ่มความหนาของขนทำ การต่อแบบ 2D นี้จะทำให้ขนตาดูหนาขึ้นกว่าแบบ Classic เป็นการต่อขนตาแบบธรรมชาติแต่ช่วยให้ใบหน้าดูหวานตาคมขึ้นด้วย

    ต่อขนตา
    Cr.Photo: pinterest

    3. Volume สำหรับสาวๆ ที่แต่งหน้าบ่อยและต้องการมีขนตาหนาเหมือนติดขนตาปลอมจะเหมาะกับการต่อขนตาแบบ Volume ที่สุด การต่อแบบวอลุ่มนี้จะใช้ขนตาปลอม 1 ช่อ หรือประมาณ 3-5 เส้น ต่อเข้ากับขนตาจริง 1 เส้นเป็นการเพิ่มความหนาซเป็นการต่อขนตาที่จะทำให้ขนตาดูฟูและเต็มที่สุด โดยใช้ขนตาปลอม 1 ช่อ ซึ่งจะมีประมาณ 3-5 เส้น ต่อขนตาธรรมชาติ 1 เส้น เส้นขนตาที่ใช้จะบางกว่าแบบ Classic และ 2D แต่ว่าจะใช้หลายๆ ช่อ แบบนี้จะทำให้ขนตาฟูและหนา เหมาะกับคนที่มีปัญหาเรื่องขนตาที่บางและต้องการให้ขนตาดูฟูขึ้น และคนที่อยากมีขนตาเต็มๆ เหมือนใส่ขนตาปลอมแบบธรรมชาติ สาวๆ ที่แต่งหน้าเป็นประจำ อยากมีขนตาแน่น ก็จะเหมาะกับแบบนี้ค่ะ

    ต่อขนตา
    Cr.Photo: pinterest

    4. Hybrid เป็นเทคนิคการต่อขนตาแบบผสมผสานโดยใช้เทคนิคทั้ง 2 แบบของ Classic และ Volume เช่น การต่อเส้นต่อเส้น 70% การต่อวอลลุ่ม 30%, การต่อเส้นต่อเส้นและวอลลุ่ม ในสัดส่วนเท่าๆกันแบบละ 50% เป็นต้น การต่อแบบนี้จะทำให้ดวงตาดูกลมโตและเห็นขนตาชัดขึ้นโดดเด่น การต่อแบบนี้อาจจะไม่เหมาะกับคนที่ชอบแบบธรรมชาติ แต่ขนตาแบบฟุ้งนี้จะเหมาะกับสาวๆ ที่ชอบสไตล์สายฝอดวงตาคมชัดมากกว่า

    การเตรียมตัว

    หลังจากที่เรารู้แล้วว่าการต่อขนตามีทั้งหมดกี่แบบ และแบบไหนเหมาะสมกับเรามากที่สุด ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมตัวก่อนไปต่อขนตานั้นย่อมเป็นสิ่งจำเป็นที่คุณสาวๆ ต้องเรียนรู้ควบคู่ไปด้วยเพื่อหลีกเลี่ยงอาการระคายเคือง ก่อนจะไปต่อขนตานั้นสิ่งที่สาวๆ ต้องทำคือ คุณสาวๆ ไม่ควรลงเมคอัพบริเวณดวงตาไม่ว่าจะเป็น การเขียนอายไลเนอร์ ปัดมาสคาร่า หรือแม้กระทั่งทาอายแชโดร์ ให้หยุดแต่งตาไปก่อนนะ ไม่เช่นนั้นอาจทำให้แสบตาหรือเกิดการระคายเคืองระหว่างต่อขนตาได้ การต่อขนตาจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่คุณเลือกความละเอียดยากง่ายของการต่อขนตา

    ต่อขนตา
    Cr.Photo: pinterest
    การดูแลรักษาหลังต่อขนตา

    หลังจาก ต่อขนตา มาแล้วภายใน 24 ชั่วโมง ต้องระวังอย่าให้ขนตาที่ทำมานั้นโดนน้ำ อย่าขยี้ตาแรงๆ เพราะอาจจะทำให้ขนตาจริงของคุณหลุดร่วงได้ หลังจากที่เราต่อขนตามาแล้วนั้นคุณสาวๆ สามารถแต่งหน้าได้ตามปกกติเลยค่ะ ยกเว้นเพียงแค่ต้องพยายามดัดหรือปัดมาสคาร่าบริเวณขนตาค่ะ เพราะอาจจะเกดความเสียหายจนขนตาจริงของคุณหลุดร่วงไปด้วยได้ นอกจากห้ามขยี้ตาแล้วการใช้ออยเช็ดบริเวณขนตาก็ห้ามทำเด็ดขาดเพราะอาจทำให้ขนตาคุณไม่สวยและหลุดได้อีกเช่นกัน สิ่งที่ควรทำคือการหาเซรั่มมาทาบำรุงขนตาและหมั่นแปรงขนตาให้เรียงเส้นสวยเป็นประจำเพื่อระยะอายุขนตาที่เราต่อมานั้นให้อยู่ได้นานขึ้น

    ใต้ตาดำ ทำไงดี แนะนำวิธีปกปิดใต้ตาดำที่ได้ผลดีที่สุด

    ใต้ตาดำ ทำไงดี แนะนำวิธีปกปิดใต้ตาดำที่ได้ผลดีที่สุด คลิกเลย

    Related Post

    spot_img

    Recommended