บางครั้งความสุขของการเดินทางอาจไม่ใช่การรีบพุ่งไปให้ถึงจุดหมาย แต่คือการได้เห็นภาพข้างทางค่อยๆ เปลี่ยนไปตามความเร็วที่เราเลือกเอง ภาคใต้มักถูกนำเสนอในมุมของความสนุกสนานและปาร์ตี้ริมหาด แต่ครั้งนี้
Inzpy อยากชวนทุกคนเปลี่ยนมุมมอง มาสัมผัสปักษ์ใต้ในเวอร์ชันที่เรียบง่าย เป็นส่วนตัว และเต็มไปด้วยความทรงจำที่ละมุนกว่าเดิม
เราเริ่มทริปนี้ด้วยความตั้งใจที่จะใช้ชีวิตให้ช้าลง ลัดเลาะไปตามเส้นทางธรรมชาติที่เขียวขจี เมืองเก่าที่มีสตอรี่ และลำธารใสที่ช่วยรีเซ็ตพลังในใจได้ดีที่สุด
1. ชุมพร – ระนอง
เสน่ห์ของเมืองฝนที่แฝงความสงบไว้ทุกอณู
เราเลือกเริ่มต้นที่จังหวัดระนอง เมืองที่หลายคนอาจเคยมองข้าม แต่จริงๆ แล้วที่นี่คือสวรรค์ของคนรักความเขียวขจีค่ะ ถนนเพชรเกษมช่วงที่เข้าสู่ระนองนั้นสวยมาก เพราะเส้นทางคดเคี้ยวไปตามไหล่เขาฟีลคล้ายกับการขับรถเที่ยวในต่างประเทศ สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านปกคลุมจนดูร่มรื่นตลอดทาง
จุดที่เราหยุดพักคือ น้ำตกปุญญบาล ค่ะ ความพิเศษคือตัวน้ำตกตั้งอยู่ริมถนนใหญ่พอดี ทำให้เราแวะจอดเพื่อลงไปสูดอากาศสดชื่นและสัมผัสความเย็นของละอองน้ำได้ง่ายๆ สิ่งที่สัมผัสได้ทันทีระหว่างขับคือ “ความนิ่ง” ค่ะ ไม่ใช่แค่ความเงียบของป่ารอบข้าง แต่เป็นความเงียบภายในห้องโดยสารที่ทำให้เราฟังเพลงหรือคุยกับคนข้างๆ ได้ชัดเจนขึ้น จังหวะที่รถต้องไต่ระดับความชันบนทางเขา ก็ทำได้อย่างนุ่มนวลและตอบสนองได้ทันใจจนรู้สึกสบายใจตลอดการขับ
2. ตะกั่วป่า พังงา

ย้อนเวลาไปกับเมืองเก่ากลางหุบเขา
ถัดลงมาที่พังงา แต่เราขอข้ามทะเลไปหาความคลาสสิกที่ ย่านเมืองเก่าตะกั่วป่า ค่ะ เมืองเล็กๆ ที่เวลาเหมือนจะเดินช้าลงจริงๆ อาคารสไตล์ชิโน-โปรตุกีสที่นี่ยังคงความสมบูรณ์และมีเสน่ห์ในตัวเองแบบไม่ต้องพยายามแต่งเติมอะไรมาก ถ่ายรูปออกมาดูมีคลาสและมีสตอรี่
เราเลือกเดินเล่นส่องงาน Street Art และข้าม สะพานเหล็กบุญสูง ไปยืนดูวิวภูเขาแบบกว้างๆ สิ่งที่ทำให้การเที่ยวเมืองเก่าครั้งนี้สนุกขึ้นคือความคล่องตัวค่ะ แม้ถนนในย่านนี้จะค่อนข้างแคบ แต่เราก็ขับมุดไปตามซอยต่างๆ ได้อย่างมั่นใจ เพราะระบบช่วยมองรอบคันทำงานได้แม่นยำมาก ทำให้การถอยจอดหรือกลับรถในพื้นที่จำกัดทำได้แบบไม่ต้องกังวล เป็นการสำรวจเมืองที่ผ่อนคลายและจอยกับบรรยากาศได้เต็มที่จริงๆ
3. สุราษฎร์ธานี

สัมผัสป่าดิบชื้นที่เขาสก
เดินทางต่อมายังใจกลางภาคใต้กับ อุทยานแห่งชาติเขาสก พิกัดนี้คือที่สุดของสายธรรมชาติค่ะ ภูเขาหินปูนสูงตระหง่านที่ล้อมรอบด้วยผืนน้ำสีมรกตใน เขื่อนเชี่ยวหลาน คือภาพที่ยืนยันว่าเมืองไทยสวยไม่แพ้ที่ไหนในโลก
ความประทับใจของพอยท์นี้คือการได้นั่งมองวิวผ่านกระจกบานใหญ่ในรถค่ะ พื้นที่ภายในรถที่โปร่งและกว้างทำให้เรามองเห็นยอดเขาและกลุ่มเมฆได้แบบเต็มตาโดยไม่รู้สึกอึดอัดแม้จะเดินทางมาหลายชั่วโมง ช่วงเที่ยงที่แสงแดดทางใต้เริ่มเข้มขึ้น รถก็ยังมีม่านบังแดดที่ช่วยกรองแสงได้ดี ทำให้เรายังนั่งชมวิวป่าเขาได้แบบเย็นสบาย เหมือนมีเลานจ์ส่วนตัวที่เคลื่อนที่ไปพร้อมกับเราทุกที่
4. นครศรีธรรมราช

สูดโอโซนบริสุทธิ์ที่หมู่บ้านคีรีวง
เมื่อลงมาถึงนครศรีธรรมราช เรามุ่งหน้าไปที่ หมู่บ้านคีรีวง ทันทีค่ะ พื้นที่ที่ขึ้นชื่อเรื่องอากาศดีที่สุดในไทย เราเลือกจอดรถปูเสื่อปิกนิกริมลำธาร นั่งจุ่มเท้าในน้ำเย็นๆ และดูวิถีชีวิตชาวบ้านที่ทำผ้าย้อมสีธรรมชาติ เป็นโมเมนต์ที่เรียบง่ายแต่กลับช่วยเติมพลังงานดีๆ ให้กับเราได้มหาศาล
ความสะดวกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ Road Trip มากๆ คือฟังก์ชันฝาท้ายแบบ Dual Door ค่ะ เพราะเราสามารถเลือกเปิดแค่ครึ่งบนเพื่อหยิบตะกร้าปิกนิกหรือของใช้จุกจิกออกมาได้เลย ต่อให้จอดรถชิดกับสิ่งกีดขวางด้านหลังก็ไม่ใช่ปัญหา ดีเทลนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการออกแบบที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นจริงๆ นอกจากนี้พื้นที่เก็บของในรถยังเยอะพอที่จะจัดการกับของฝากที่ช้อปมาตลอดทางได้อย่างเป็นระเบียบค่ะ
5. สงขลา

เมืองเก่าที่มีเสน่ห์และสตอรี่น่าค้นหา
ปิดท้ายทริปที่ เมืองเก่าสงขลา ค่ะ ก่อนเข้าตัวเมืองเราไม่พลาดที่จะแวะเช็คอินที่ สะพานเอกชัย สะพานที่ยาวที่สุดซึ่งทอดข้ามทะเลน้อย เห็นวิวควายน้ำและนกนานาชนิด เป็นภาพที่สงบและสวยงามตามธรรมชาติจริงๆ
พอเข้าสู่ย่านเมืองเก่า เรามุ่งไปที่ โรงสีแดง หับ โห้ หิ้น อาคารสีแดงที่เป็นแลนด์มาร์คสำคัญ แล้วเดินเล่นชมงานศิลปะตามผนังตึกต่อ ย่านนี้ถนนค่อนข้างแคบและมีรถพลุกพล่าน แต่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยที่คอยเตือนจุดอับสายตาและช่วยสังเกตสิ่งกีดขวางรอบตัว ทำให้เราขับเที่ยวได้แบบสบายใจ ไม่ต้องเกร็งเวลาเจอรถสวน หรือแม้แต่เวลาที่ต้องหอบของพะรุงพะรัง ประตูสไลด์ไฟฟ้าที่สั่งงานได้ง่ายๆ ก็ช่วยให้ชีวิตคล่องตัวขึ้นเยอะค่ะ
The Secret of This Trip: เพื่อนร่วมทางที่ทำให้ทุกกิโลเมตรมีความหมาย

เดินทางมาครบ 5 จังหวัดแบบผ่อนคลายและมีความสุข หลายคนคงอยากรู้แล้วว่าเราใช้รถอะไรที่ทำให้นั่งสบายและสมูทได้ขนาดนี้? เฉลยเลยแล้วกันค่ะ เพื่อนร่วมทางที่พาเราล่องใต้ครั้งนี้คือ Nissan Serena e-POWER ค่ะ
สิ่งที่ทำให้รถคันนี้พิเศษกว่าใครคือระบบ e-POWER ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% ให้ความนุ่มนวล เงียบ และพุ่งตัวได้ทันใจแบบรถไฟฟ้า แต่จุดที่ตอบโจทย์สาวๆ ที่ชอบเดินทางที่สุดคือ “ไม่ต้องหาที่ชาร์จไฟ” ค่ะ เพราะรถมีเครื่องยนต์สำหรับปั่นไฟในตัว เติมน้ำมันได้ตามปกติเลย เหมาะมากสำหรับใครที่อยากได้ความล้ำสมัยแต่ไม่อยากวุ่นวายกับการวางแผนจุดชาร์จ
งานดีไซน์แบบ Made in Japan คือความภูมิใจที่ส่งผ่านออกมาในทุกดีเทล ตั้งแต่เบาะนั่งที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลายรูปแบบ ไปจนถึงฝาท้ายเปิดสองชั้นที่เพิ่มความสะดวกให้ทริปนี้สมบูรณ์แบบ นิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ จึงไม่ใช่แค่พาหนะ แต่เป็นเพื่อนร่วมทางที่เข้าใจไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่รักการเดินทางอย่างแท้จริงค่ะ
ปักหมุด 5 ทุ่งดอกไม้ บานสะพรั่งรับต้นปี 2569 : พิกัดถ่ายรูปสวย ที่ต้องไปเช็กอินสักครั้ง!
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ








