เผลอแป๊บเดียวเราก็เดินทางมาถึงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2025 กันแล้วนะคะ เชื่อว่าหลายคนคงกำลังยุ่งอยู่กับการเตรียมชุดไปงานปาร์ตี้ หรือนั่งคัดรูปสวยๆ ในมือถือเพื่อลงรูปสรุปปีที่ผ่านมา แต่ก่อนที่เราจะกระโดดเข้าสู่บรรยากาศแห่งการฉลองปีใหม่แบบเต็มตัว Inzpy อยากชวนสาวๆ และเพื่อนๆ ทุกคนมาทำสิ่งหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้การดูแลผิวหรือการจัดบ้าน นั่นคือการทำ “Financial Check-up” หรือการตรวจสุขภาพทางการเงินนั่นเองค่ะ
ทำไมต้องตรวจสุขภาพการเงินน่ะเหรอ?
ก็เพราะว่าตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา เราอาจจะใช้ชีวิตกันอย่างเต็มที่จนลืมสังเกตไปว่า “เงิน” ของเราไหลไปกับอะไรบ้าง ทำไมเป้าหมายที่เคยตั้งไว้ตอนต้นปีถึงยังไม่ถึงฝั่งสักที? การกลับมาเผชิญหน้ากับตัวเลขและบัญชีธนาคารในช่วงสิ้นปีแบบนี้ ไม่ใช่เพื่อมานั่งจับผิดตัวเองให้เสียใจนะคะ แต่คือการทำความเข้าใจความจริงเพื่อให้เราเริ่มต้นปี 2026 ได้อย่างมั่นใจและจัดการเงินได้ปังกว่าเดิมค่ะ
1. สรุปยอด “ความสุข” ที่จ่ายไป: เงินรั่วไปทางไหนบ้าง?
ก้าวแรกที่ต้องทำเลยคือการเผชิญหน้ากับความจริงค่ะ ลองเปิดแอปธนาคารหรือแอปบันทึกรายจ่ายขึ้นมาดูสิว่า ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา เราใช้เงินไปกับเรื่องไหนมากที่สุด การแยกหมวดหมู่รายจ่ายจะช่วยให้เราเห็นภาพรวมว่า “ไลฟ์สไตล์” ของเราจริงๆ เป็นอย่างไร
อย่างแรกที่ห้ามมองข้ามเลยคือ ค่าใช้จ่ายที่ตัดอัตโนมัติ (Subscription) ลองเช็กดูว่าเรากดสมัครอะไรทิ้งไว้บ้าง? ไม่ว่าจะเป็นสตรีมมิ่งที่ไม่ได้ดูมาสามเดือนแล้ว แอปแต่งรูปที่ใช้แค่ครั้งเดียว หรือแอปออกกำลังกายที่โหลดมาประดับหน้าจอ ยอดเงินเล็กๆ น้อยๆ ที่ถูกหักทุกเดือน เมื่อนำมารวมกันทั้งปีอาจกลายเป็นเงินก้อนใหญ่ที่เราเอาไปช้อปปิ้งของชิ้นใหญ่ได้เลยนะคะ
ต่อมาคือหมวด “ของมันต้องมี” ลองไล่ดูประวัติการสั่งซื้อในแอปช้อปปิ้งออนไลน์สิว่า ปีนี้เราหมดเงินไปกับสินค้าประเภทไหนมากที่สุด? บางครั้งเราอาจจะซื้อเพราะโปรโมชั่น หรือซื้อเพราะความเครียดชั่วคราว การเห็นยอดรวมจะช่วยให้ปีหน้าเราตั้งกฎการซื้อใหม่ให้รัดกุมขึ้น เช่น “กฎรอ 48 ชั่วโมงก่อนกดจ่ายเงิน” เพื่อเช็กว่าเราอยากได้จริงๆ หรือแค่หน้ามืดตามโปรโมชั่นกันแน่
สุดท้ายคือ ค่าภาษีสังคม ไม่ว่าจะเป็นซองงานแต่ง งานวันเกิดเพื่อน หรือทริปสั้นๆ ที่ต้องไปกับกลุ่มเพื่อน การเช็กยอดส่วนนี้จะทำให้ปีหน้าเราสามารถ “กันงบประมาณ” สำหรับเข้าสังคมไว้ล่วงหน้าได้ถูก โดยไม่ต้องไปดึงเงินจากส่วนอื่นมาใช้จนตึงมือค่ะ
2. เช็กสุขภาพ “เงินสำรองฉุกเฉิน”: เกราะป้องกันความวุ่นวาย
หัวใจสำคัญของการใช้ชีวิตในวัยทำงานที่ทำให้เรานอนหลับได้สนิทที่สุดคือการมี “เงินสำรองฉุกเฉิน” ค่ะ ลองถามตัวเองดูอย่างตรงไปตรงมาว่า ถ้าวันพรุ่งนี้เกิดเหตุไม่คาดฝัน เช่น ตกงานกะทันหัน หรือมีเรื่องด่วนที่ต้องใช้เงินก้อนโต เรามีเงินสำรองเพียงพอที่จะใช้ชีวิตแบบปกติไปได้อีกอย่างน้อย 3-6 เดือนหรือยัง?
หากใครที่มีครบแล้ว Inzpy ขอยกนิ้วให้เลยค่ะว่าคุณเก่งมาก! แต่ถ้าใครที่ยังไม่มี หรือมีน้อยกว่าที่ควรจะเป็น เป้าหมายหลักของปีหน้าต้องเป็นการสะสมเงินส่วนนี้เป็นอันดับแรกค่ะ และที่สำคัญต้องดูด้วยว่า “เงินส่วนนี้เก็บไว้ที่ไหน?”
เงินสำรองฉุกเฉินที่ดีควรอยู่ในบัญชีที่ถอนออกมาใช้ได้ง่าย แต่ยังต้องให้ดอกเบี้ยที่น่าพึงพอใจด้วย แนะนำให้ลองมองหาบัญชีออมทรัพย์ดิจิทัลที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีทั่วไปนะคะ อย่าเอาเงินส่วนนี้ไปลงในพอร์ตการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูงหรือสภาพคล่องต่ำ เพราะถ้าเกิดเรื่องด่วนขึ้นมาแล้วเราต้องขายสินทรัพย์ที่กำลัง “ติดดอย” ออกมาใช้ จะกลายเป็นว่าเราขาดทุนซ้ำซ้อนไปอีกค่ะ
3. เคลียร์ลิสต์ “หนี้” และภาระค้างคาให้เบาสบาย
ปี 2025 ที่ผ่านมา เราจัดการภาระหนี้สินได้ดีแค่ไหน? นี่คือช่วงเวลาแห่งการสะสางเพื่อให้ปีหน้าเราเดินตัวเบาขึ้น เริ่มต้นจากหนี้บัตรเครดิต ที่เป็นตัวการหลักของการทำให้เงินหายไปกับดอกเบี้ยมหาโหด ลองดูว่าตลอดปีเราจ่ายเต็มยอดทุกงวด หรือยังติดวนลูปจ่ายขั้นต่ำอยู่? หากยังจ่ายขั้นต่ำอยู่ เป้าหมายแรกสุดของปี 2026 คือการปิดยอดบัตรนี้ให้ไวที่สุดค่ะ
สำหรับหนี้ก้อนใหญ่ อย่างหนี้บ้าน หนี้รถ หรือหนี้การศึกษา ลองมาดูว่าในปีที่ผ่านมาเงินต้นลดลงไปเท่าไหร่แล้ว? การได้เห็นตัวเลขยอดหนี้ค่อยๆ ลดลง แม้จะทีละนิด ก็ช่วยสร้างพลังบวกและความรู้สึกภูมิใจในตัวเองได้มากนะคะ มันคือสัญลักษณ์ว่าเรามีความรับผิดชอบและกำลังสร้างรากฐานชีวิตที่มั่นคงขึ้นเรื่อยๆ
หากใครรู้สึกว่าภาระหนี้เริ่มล้นมือ การมองหาแนวทางการรีไฟแนนซ์หรือการปรับโครงสร้างหนี้ในช่วงต้นปีหน้าก็เป็นไอเดียที่ดีที่จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยลงได้ค่ะ
4. สำรวจ “พอร์ตลงทุน”: ทบทวนกลยุทธ์เพื่อความมั่งคั่ง
สำหรับสายลงทุน ไม่ว่าจะเป็นหุ้น กองทุนรวม ทองคำ หรือสินทรัพย์ดิจิทัล สิ้นปีคือช่วงเวลาที่ต้องมาดูผลงานกันหน่อยค่ะว่าปีที่ผ่านมาเป็นอย่างไรบ้าง สินทรัพย์ไหนคือ “ดาวรุ่ง” ที่ทำกำไรให้เรา และสินทรัพย์ไหนคือ “ตัวฉุด” ที่ผลประกอบการไม่เป็นไปตามคาด
การสำรวจพอร์ตไม่ได้แปลว่าเราต้องรีบขายทิ้งเสมอไปนะคะ แต่คือการ ปรับสมดุลพอร์ตการลงทุน (Rebalance) ให้เข้ากับเป้าหมายของเราในปีหน้าและสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป สินทรัพย์บางอย่างที่ราคาพุ่งสูงขึ้นมากอาจทำให้สัดส่วนในพอร์ตผิดเพี้ยนไป เราอาจต้องขายทำกำไรบางส่วนแล้วนำไปเพิ่มในส่วนที่ราคายังถูกอยู่ หรือถ้าใครพบว่าความเสี่ยงที่รับได้ลดลง ก็อาจถึงเวลาที่ต้องปรับมาลงทุนในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยมากขึ้น
อย่าปล่อยให้พอร์ตการลงทุนถูกทิ้งไว้ตามยถากรรมนะคะ การให้ความสำคัญและปรับปรุงมันอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เงินของเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดในปี 2026 ค่ะ
5. ตั้งเป้าหมายใหม่: เขียนบันทึกการเงินฉบับปังปี 2026
เมื่อเราเห็นภาพรวมของปีเก่าอย่างชัดแจ้งแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายคือการวางแผนสำหรับปีหน้าทันทีค่ะ การตั้งเป้าหมายการเงินที่ดีไม่ควรเลื่อนลอย แต่ต้องชัดเจนและวัดผลได้ เช่น จากเดิมที่บอกว่า “ปีหน้าจะออมเงินให้มากขึ้น” ให้เปลี่ยนเป็น “ปีหน้าต้องมีเงินออมเพิ่มขึ้น 50,000 บาท” หรือ “จะออมเงินให้ได้ 20% ของรายได้ในทุกเดือน”
นอกจากเป้าหมายที่เป็นตัวเลขแล้ว ลองหาตัวช่วยที่ทำให้การออมเงินเป็นเรื่องสนุกดูบ้างนะคะ เช่น การใช้ “ตารางออมเงิน 130 วัน” หรือการตั้งกติกาขำๆ กับตัวเองว่าถ้าเผลอช้อปปิ้งเกินงบ ต้องปรับเงินตัวเองไปเก็บออมเพิ่มอีกเท่าตัว กุศโลบายเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้จะช่วยให้การจัดการเงินไม่น่าเบื่อและทำได้ต่อเนื่องนานขึ้นค่ะ
การทำ Financial Check-up ไม่ใช่การมานั่งจับผิดตัวเองหรือสร้างความรู้สึกผิดว่าเราใช้เงินเก่งแค่ไหน แต่มันคือการ “ตระหนักรู้” ถึงสถานะปัจจุบัน เพื่อที่เราจะได้เดินไปข้างหน้าได้อย่างมั่นใจและมีแผนรองรับที่ชัดเจนค่ะ
Inzpy เชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะมีความสุขกับการใช้ชีวิต มีเงินเหลือไปช้อปปิ้งของที่รัก หรือไปเที่ยวในที่ที่อยากไป ตราบใดที่เรามีการวางแผนและจัดการเงินที่ดี ปีหน้าปี 2026 ขอให้เป็นปีที่ทุกคนจัดการเงินได้อยู่หมัด เก็บเงินอยู่ หมุนเงินคล่อง และมีอิสระทางการเงินในแบบที่คู่ควรนะคะ!
แจกฟรี! “ตารางออมเงิน” ฉบับอัปเกรด 2026 วางแผนการเงินให้เป๊ะ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ 8 ช่อง Podcast แนะนำ ได้ทั้งฮีลใจ – รีเซตตัวเองก่อนเริ่มปีใหม่
■ ขึ้นทางด่วนฟรี 7 วันรวด ของขวัญปีใหม่ 2026 จาก กทพ. พร้อมคืนเงิน Easy Pass 50%









