ตลาดรถไฟฟ้าในไทยช่วงนี้มีตัวเลือกเยอะขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะกลุ่ม รถไฟฟ้าไม่เกิน 800,000 บาท ที่เริ่มมีทั้งรถไซซ์เล็กสำหรับขับในเมือง รถ Hatchback ใช้งานง่าย ไปจนถึง SUV ไฟฟ้าที่ให้พื้นที่ใช้สอยมากขึ้น ทำให้คนที่อยากเริ่มใช้ EV ไม่จำเป็นต้องขยับงบไปถึงหลักล้านเสมอไป
แต่ก่อนตัดสินใจซื้อจริงอย่าดูแค่ราคา เพราะรถไฟฟ้าแต่ละรุ่นมีจุดเด่นต่างกัน ทั้งขนาดตัวรถ ระยะทางต่อชาร์จ พื้นที่ใช้สอย ศูนย์บริการ และโปรโมชันในช่วงนั้นๆ มาดูกันว่าถ้างบไม่เกิน 800,000 บาท มีรุ่นไหนอยู่ในลิสต์บ้าง
GEELY EX2 Pro

ราคาเริ่มต้นประมาณ 429,990 บาท
GEELY EX2 Pro เป็นรถไฟฟ้าไซซ์เล็กที่เด่นเรื่องราคาเข้าถึงง่าย เหมาะกับคนที่อยากเริ่มใช้ EV ในงบไม่สูงมาก ตัวรถมีขนาดกะทัดรัด ขับในเมืองคล่องตัว จอดง่าย และเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น ขับไปทำงาน ไปคาเฟ่ หรือเดินทางระยะใกล้ถึงระยะกลาง
AION UT 500 Premium

ราคาเริ่มต้นประมาณ 619,900 บาท
AION UT 500 Premium เป็นรถไฟฟ้าทรง Hatchback ที่เหมาะกับคนที่อยากได้รถขนาดกำลังดี ขับง่าย และมีฟีเจอร์ที่ตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น เหมาะกับคนเมือง คนทำงาน หรือครอบครัวขนาดเล็กที่อยากได้ EV ใช้งานทุกวัน โดยยังคุมงบให้อยู่ในช่วงหกแสนต้นๆ
BYD Dolphin Standard Range

ราคาเริ่มต้นประมาณ 509,900 บาท
BYD Dolphin Standard Range เป็นหนึ่งใน EV ที่คนไทยคุ้นชื่อมาก จุดเด่นคือขนาดตัวรถไม่ใหญ่เกินไป ใช้งานง่าย และเหมาะกับการขับในเมือง รุ่นนี้เหมาะกับคนที่อยากได้รถไฟฟ้าคันแรก ใช้รับส่งคนในบ้าน เดินทางไปทำงาน หรือใช้ในชีวิตประจำวันแบบไม่ต้องการรถตัวถังใหญ่
BYD ATTO 2 Premium

ราคาเริ่มต้นประมาณ 659,900 บาท
BYD ATTO 2 Premium เหมาะกับคนที่อยากได้รถไฟฟ้าทรง SUV หรือ Crossover ในงบไม่เกิน 800,000 บาท ตัวรถให้ความรู้สึกอเนกประสงค์มากกว่า Hatchback มีพื้นที่ใช้สอยเพิ่มขึ้น และเหมาะกับคนที่อยากได้รถคันเดียวใช้ได้หลายสถานการณ์ ทั้งขับในเมืองและเดินทางใกล้ๆ กับครอบครัว
MG S5 EV Plus D+ Standard RWD

ราคาเริ่มต้นประมาณ 649,900 บาท
MG S5 EV Plus D+ Standard RWD เป็น SUV ไฟฟ้าที่น่าสนใจในงบนี้ เพราะให้ตัวถังที่ดูเป็นรถครอบครัวมากขึ้น เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่โดยสารและพื้นที่เก็บของมากกว่ารถไฟฟ้าไซซ์เล็ก รุ่นนี้เหมาะกับคนที่อยากได้ EV ใช้งานเป็นรถหลักของบ้าน และต้องการความอเนกประสงค์ในชีวิตประจำวัน
MG4 Electric MY2026

ราคาเริ่มต้นประมาณ 669,900 บาท
MG4 Electric MY2026 เป็นรถไฟฟ้าทรง Hatchback ที่มีคาแรกเตอร์การขับชัดกว่ารถใช้งานทั่วไป เหมาะกับคนที่อยากได้ EV ขนาดไม่ใหญ่เกินไป แต่ยังให้ฟีลการขับที่สนุกขึ้น ดีไซน์ดูทันสมัย และใช้งานได้ทั้งในเมือง รวมถึงเดินทางนอกเมืองเป็นครั้งคราว
CHERY V23 2WD PLUS

ราคาเริ่มต้นประมาณ 759,900 บาท
CHERY V23 2WD PLUS เป็นตัวเลือกที่ขยับขึ้นมาใกล้เพดานงบ 800,000 บาท จุดเด่นคือดีไซน์ SUV ทรงเหลี่ยมที่ดูแตกต่างจากรถไฟฟ้าหลายรุ่นในตลาด เหมาะกับคนที่อยากได้ EV ที่มีคาแรกเตอร์ชัด ใช้งานในเมืองได้ และยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์วันหยุดหรือการเดินทางแบบสบายๆ มากขึ้น
ก่อนซื้อรถไฟฟ้าไม่เกิน 800,000 บาท ควรดูอะไรบ้าง?
แม้รถไฟฟ้ากลุ่มนี้จะมีราคาเข้าถึงง่ายขึ้น แต่ก่อนซื้อจริงควรดูมากกว่าราคารถ เช่น เงินดาวน์ ค่างวด ดอกเบี้ย ประกันภัย ค่าติดตั้งเครื่องชาร์จ ระยะทางต่อชาร์จ และศูนย์บริการใกล้บ้าน เพราะรถไฟฟ้าที่เหมาะกับเรา ไม่ใช่แค่รุ่นที่ราคาดี แต่ต้องเข้ากับการใช้งานจริงด้วย
อีกเรื่องที่ควรเช็กคือโปรโมชันในช่วงนั้นๆ เพราะราคารถ EV อาจเปลี่ยนตามแคมเปญ รุ่นย่อย หรือเงื่อนไขของผู้จำหน่าย ถ้าเป็นไปได้ควรลองขับจริง เปรียบเทียบค่างวด และดูบริการหลังการขายก่อนตัดสินใจ
หมายเหตุ: ราคาเป็นข้อมูลโดยประมาณ อาจเปลี่ยนแปลงตามโปรโมชัน รุ่นย่อย พื้นที่จำหน่าย และเงื่อนไขของผู้จำหน่าย ควรตรวจสอบราคาล่าสุดกับโชว์รูมก่อนตัดสินใจ
มีงบ 400,000 / 800,000 / 1,000,000 บาท เลือก EV หรือ Hybrid รุ่นไหนดี? ให้เหมาะกับการใช้จริง
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ มัดรวม 5 แอปช่วยเก็บเงิน เปลี่ยนนิสัยการเงินให้มีกินมีใช้ยาวๆ – มือใหม่หัดออมต้องอ่าน!
■ แจกฟรี! “ตารางออมเงิน” ฉบับอัปเกรด 2026 วางแผนการเงินให้เป๊ะ








