เสื้อผ้าซัมเมอร์สีสดใสในตู้ยังไม่ต้องรีบพับเก็บนะคะ เพราะหลายชิ้นที่เราเลิฟในช่วงอากาศร้อนยังเอามาครีเอทลุคเก๋ๆ ในหน้าฝนได้อยู่ แค่ต้องรู้วิธีปรับจูนนิด เติมไอเท็มเสริมเข้าไปหน่อย เพื่อให้พร้อมรับมือกับฟ้าฝนที่ชอบมาแบบไม่บอกล่วงหน้า ไหนจะแอร์ในออฟฟิศที่เย็นจัดกว่าปกติ หรือพื้นเปียกแฉะที่ทำให้เราต้องคิดเรื่องการแต่งตัวให้มากกว่าเดิมอีกนิด
หัวใจสำคัญของ Summer to Rainy Look ไม่ใช่การโละตู้ซื้อใหม่ทั้งหมด แต่คือการหยิบเสื้อผ้าที่มีอยู่แล้วมาแมตช์ใหม่ให้เข้ากับอากาศช่วงเปลี่ยนฤดูมากขึ้นค่ะ อย่างเดรสสายเดี่ยวที่เคยใส่ท้าแดดเดี่ยวๆ ลองหาเชิ้ตบางมาสวมทับ หรือเสื้อกล้ามกับขาสั้นตัวเดิมที่เคยชิล อาจจะเพิ่มคาร์ดิแกนเข้าไปเพื่อกันหนาวจากละอองฝน หรือเปลี่ยนรองเท้าคู่ที่โดนน้ำได้แบบไม่ต้องกังวล เท่านี้ลุคเดิมที่เคยใส่ซ้ำๆ ก็ได้ฟีลใหม่ที่ใช้งานได้จริงแล้วค่ะ
คอมพลีทลุคด้วยเสื้อคลุมบางๆ เพิ่มเลเยอร์ให้ดูเต็มขึ้น

ไอเท็มชิ้นแรกที่ช่วยเปลี่ยนลุคหน้าร้อนให้กลายเป็นแฟชั่นหน้าฝนได้ทันทีคือ เสื้อคลุมบางๆ ค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเชิ้ตโอเวอร์ไซซ์ คาร์ดิแกนเนื้อโปร่ง หรือแจ็กเก็ตกันลมสีพื้นที่แมตช์ง่าย เพราะหน้าฝนไม่ได้มีแค่เรื่องตัวเปียก แต่ยังมีความเย็นจากแอร์ในคาเฟ่ รถไฟฟ้า หรือห้างสรรพสินค้า ที่บางทีชุดซัมเมอร์บางเฉียบอาจเอาไม่อยู่
ลองหยิบเดรสสายเดี่ยวตัวโปรดมาแมตช์คู่กับเชิ้ตสีขาวหรือฟ้าอ่อนดูค่ะ จะช่วยให้ลุคดูมีเลเยอร์ขึ้นทันที หรือถ้าใครถนัดแนวสตรีท เสื้อกล้ามกับกางเกงผ้าขากว้างแล้วเติมคาร์ดิแกนสีครีมหรือเทาก็ช่วยให้ลุคดูละมุนขึ้น ส่วนสายลุยต้องมีแจ็กเก็ตกันลมตัวบางติดกระเป๋าไว้เลยเนื่องจากมันช่วยกันละอองฝนได้ดี พับเก็บง่าย และไม่ทำให้รู้สึกหนักตัวจนเกินไปค่ะ
เปลี่ยนรองเท้าให้พร้อมสู้พื้นเปียกแบบไม่ต้องกลัวลื่น

เรื่องรองเท้าถือเป็นจุดวัดใจในหน้าฝนเลยค่ะ เพราะรองเท้าผ้าใบสีขาวคู่เก่ง หนังกลับสุดนุ่ม หรือส้นสูงพื้นเรียบอาจทำให้วันธรรมดากลายเป็นหายนะได้ถ้าต้องเจอน้ำขัง ถ้าไม่อยากลุ้นทุกก้าวลองเปลี่ยนมาใช้รองเท้าหน้าฝนที่ดูดีและแมตช์เข้ากับชุดได้จริงแทนค่ะ เช่น Jelly Shoes ทรงสวย Clog เท่ๆ หรือ Sandals พื้นยางกันลื่นที่ผลิตจากวัสดุ EVA
ถ้าวันนั้นเลือกใส่เดรสสั้น ลองแมตช์กับ Jelly Shoes สีพาสเทลจะได้ลุคที่ดูขี้เล่นแต่พร้อมเปียกแบบไม่ต้องนอยด์ หรือถ้าแต่งตัวแนวแคชชวลอย่างกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืด การหยิบ Clog มาใส่จะช่วยให้เดินลุยน้ำตื้นๆ ได้แบบสบายใจ ส่วนใครที่ชอบใส่กระโปรงยาว Sandals พื้นกันลื่นคือตัวช่วยที่ดีมากเพราะว่ามันทำให้เราเดินเหินสะดวกและลุคดูไม่ขัดกับสภาพอากาศ การเปลี่ยนรองเท้าแค่คู่เดียวช่วยยกระดับความมั่นใจในวันฝนตกได้มากกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ
อัปเกรดความคล่องตัวด้วยกระเป๋าที่พร้อมลุยไปกับเรา

กระเป๋าผ้าหรือหนังกลับที่เคยสะพายตอนแดดจัดอาจจะต้องพักไว้ก่อนในวันที่พยากรณ์อากาศบอกว่าฝนจะตกค่ะ เพราะถ้าเปียกขึ้นมาการดูแลรักษาจะเหนื่อยมาก ลองเปลี่ยนมาใช้กระเป๋าทนฝน หรือวัสดุที่ทำความสะอาดง่ายแทน เช่น กระเป๋าผ้าไนลอน หนังเคลือบกันน้ำ หรือกระเป๋า Crossbody ใบเล็กที่ช่วยให้เราขยับตัวได้คล่องแคล่วและหยิบของสะดวกเวลาถือร่ม
กระเป๋าไนลอนคือเพื่อนแท้ในวันฝนพรำเลยค่ะ เนื่องจากน้ำหนักเบา โดนละอองน้ำได้ และให้ลุคที่ดูสปอร์ตนิดๆ ส่วนใครที่ต้องไปทำงานหรือมีนัดสำคัญ กระเป๋าหนังเคลือบจะช่วยให้ลุคดูเรียบร้อยขึ้น ถ้าวันนั้นใส่แค่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ การสะพาย Crossbody สีเข้มเข้าไปจะทำให้ลุคดูคอมพลีทขึ้นทันที จุดสำคัญคือการเลือกใบที่ใช้งานได้จริงในวันที่ฟ้าปิด ไม่ใช่แค่ถือสวยๆ ตอนแดดออกเท่านั้นนะคะ
ปรับโทนสีใหม่ให้เข้ากับซีซั่นโดยไม่ทิ้งความสดใส

ลุคซัมเมอร์ส่วนใหญ่มักจะเป็นสีสันจัดจ้าน ซึ่งเรายังใส่ต่อได้นะคะ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าทั้งตู้ให้เป็นสีหม่นตามท้องฟ้า แค่ลองจับคู่สีสดเหล่านั้นกับโทนสีที่ดูซอฟต์ลงอย่าง สีครีม เทา น้ำตาล หรือเขียวหม่น จะช่วยให้ลุคโดยรวมดูนุ่มนวลและเข้ากับบรรยากาศหน้าฝนมากขึ้นทันที
ตัวอย่างเช่น เสื้อสีเหลืองมัสตาร์ดที่เคยใส่กับขาสั้นสีขาว ลองเปลี่ยนมาแมตช์กับกางเกงสีเทาอ่อน หรือถ้ามีเดรสลายดอกสีหวานอยู่แล้ว ลองหาคาร์ดิแกนสีกรมท่ามาคลุมทับดูค่ะ ส่วนเสื้อสีชมพูหรือฟ้าสดถ้าจับคู่กับไอเท็มสีเบจก็จะช่วยเบรกความแรงและทำให้ดูเข้ากับแฟชั่นหน้าฝนได้แบบไม่เคอะเขินเลยค่ะ
เลือกเนื้อผ้าที่แห้งไว ไม่ทำให้ตัวชื้นจนหงุดหงิด
อีกหนึ่งทริคที่ช่วยให้การแต่งตัวหน้าฝนง่ายขึ้นแบบสิบเต็มสิบคือการเลือกเนื้อผ้าค่ะ ช่วงที่อากาศมีความชื้นสูง เสื้อผ้าที่หนาเกินไปหรืออมน้ำอย่างผ้าคอตตอนเนื้อหนักจะทำให้เราอึดอัดและเสียความมั่นใจได้ง่ายถ้าโดนฝน ลองเปลี่ยนมาเลือกชิ้นที่ผ้าบาง เบา ระบายอากาศดี และที่สำคัญคือต้องแห้งไวค่ะ
เสื้อเชิ้ตผ้าลินินผสม กางเกงผ้าทรงหลวม หรือเดรสผ้าโพลีเอสเตอร์เนื้อนิ่มจะตอบโจทย์มากในช่วงนี้เพราะว่าถ้าเกิดโดนละอองฝนขึ้นมาผ้าพวกนี้จะแห้งได้เร็วกว่า ส่วนกางเกงยีนส์ก็ยังใส่ได้ตามปกติค่ะ แต่อาจจะต้องเลี่ยงทรงที่ยาวลากพื้นเพื่อไม่ให้ปลายขาดูดซับความสกปรกจากน้ำบนถนน การเลือกผ้าที่ดูแลง่ายช่วยให้ลุคของเราดูเป๊ะได้ตลอดทั้งวันแม้ต้องเดินทางหลายต่อค่ะ
ไปต่อกับลุคซัมเมอร์ แค่ปรับให้เข้ากับวันก็รอดชัวร์
การเปลี่ยนจากลุคหน้าร้อนมาเป็นลุครับหน้าฝนไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลยค่ะ เสื้อผ้าชิ้นเก่งอย่างเสื้อกล้าม เดรสสายเดี่ยว หรือกางเกงขาสั้นยังเป็นพระเอกได้เสมอ แค่รู้จักเติมไอเท็มหน้าฝนอย่างเสื้อคลุมตัวบาง สลับมาใส่รองเท้าที่พร้อมลุยน้ำ และเลือกกระเป๋าที่ดูแลเช็ดถูง่าย รวมไปถึงการปรับโทนสีและเนื้อผ้าให้เข้ากับอากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อย
การแต่งตัวตามฤดูกาลไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองไปทั้งหมด แค่รู้ว่าชิ้นไหนควรเอามาแมตช์ต่อ และชิ้นไหนที่ควรมีติดตัวไว้เพื่อความสะดวก ลุคเดิมๆ ที่เคยใส่ก็จะดูน่าสนใจขึ้นทันที แถมยังช่วยให้เราสนุกกับการแต่งตัวได้ทุกวัน ไม่ว่าจะเจอฟ้าหลังฝนที่สดใสหรือพายุที่มาแบบกะทันหัน ผิวและชุดของเราก็ยังเป๊ะได้แบบไม่ต้องกังวลค่ะ
Butter Yellow Match Guide: แมตช์สีเหลืองยังไง ให้ลุคดูดีและสดใส
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ Rainy Staycation in Bangkok 5 โรงแรมในกรุงเทพฯ ที่เหมาะกับวันฝนตก
■ ในวันฝนตก รถติด แชตเด้ง ทำไมวันธรรมดาหน้าฝนถึงดูดพลังงานกว่าที่คิด?








