แดดเมืองไทยช่วงนี้ไม่ใช่แค่ร้อนธรรมดา แต่มันคือการทดสอบความอดทนของเมคอัพบนหน้าเราค่ะ ใครที่เคยเจอปัญหาแต่งหน้าออกจากบ้านสวยๆ แต่เดินไปขึ้นรถไฟฟ้าแค่ไม่กี่นาทีหน้าก็เริ่มไหล ผิวเริ่มดรอปเหมือนโดนของ
วันนี้เราจะมาแชร์สเตปการแต่งหน้าแบบ Minimalist ที่เน้นความสดใส ดูสะอาดตา แต่มีความ High Performance
ในเรื่องความทนทานมาฝากกันค่ะ รับรองว่าอ่านจบแล้วเอาไปทำตามได้ทันที ไม่ต้องมีสกิลช่างแต่งหน้าก็รอด
Prep ผิวให้พร้อมด้วยเนื้อสัมผัสแบบ Water-based
กฎเหล็กข้อแรกของการแต่งหน้าหน้าร้อนคือการเลือกสกินแคร์ค่ะ หลายคนชอบประโคมครีมบำรุงเนื้อหนักเพราะกลัวหน้าแห้ง แต่จริงๆ แล้วการใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันเยอะเกินไปคือตัวการที่ทำให้เมคอัพเลื่อนหลุดตอนเหงื่อออก แนะนำให้เลือกใช้ Moisturizer เนื้อเจลที่ซึมไวและทิ้งความหนึบไว้บนผิวเล็กน้อยเพื่อให้เครื่องสำอางเกาะตัวได้ดีขึ้น
ที่สำคัญคือห้ามลืมครีมกันแดดเด็ดขาดค่ะ แต่ให้เลือกสูตรที่เป็น Hybrid หรือเนื้อน้ำที่ซึมหายไปกับผิวทันที ไม่ทิ้งคราบขาวหรือความมันส่วนเกินไว้ การเตรียมผิวที่ดีคือการทำให้ผิวชุ่มชื้นแต่ต้องแมตต์ ในจุดที่จำเป็นค่ะ

งานผิวแบบ Less is More ที่ปกปิดเท่าที่จำเป็น
แทนที่จะใช้รองพื้นแบบ Full Coverage ที่ทำให้หน้าดูหนาเหมือนใส่หน้ากาก ให้ลองเปลี่ยนมาใช้ Skin Tint หรือคุชชั่นเนื้อซอฟต์แมตต์แทนค่ะ การลงงานผิวในหน้าซัมเมอร์เราควรเน้นการลงแบบบางเบาที่สุด โดยเริ่มจากกึ่งกลางใบหน้าแล้วค่อยๆ เกลี่ยออกไปด้านนอก ถ้ามีรอยสิวหรือรอยคล้ำใต้ตาที่ปิดไม่มิด ให้ใช้ คอนซีลเลอร์ แต้มเฉพาะจุดแทนการลงรองพื้นเพิ่ม การเผยผิวจริงบ้างจะทำให้ลุคของคุณดูดูสดใสและไม่ดูพยายามจนเกินไป
เทคนิคการเลือกเฉดสีก็สำคัญค่ะ ในช่วงหน้าร้อนผิวเราอาจจะเข้มขึ้นเล็กน้อยจากการโดนแดด การเลือกสีที่สว่างกว่าผิวมากเกินไปจะทำให้หน้าดูเทาได้ง่ายเมื่อผสมกับเหงื่อ ดังนั้นการเลือกสีที่พอดีกับผิวหรือสว่างกว่าแค่ครึ่งเฉดคือทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับ ไลฟ์สไตล์ คนเมืองค่ะ
เติมสีสันด้วยเนื้อครีมเพื่อความกลมกลืน
จุดพลาดที่หลายคนเจอคือการลงบลัชออนแบบฝุ่นลงบนหน้าที่ยังไม่ได้เซตแป้ง ซึ่งจะทำให้หน้าดูเป็นปื้นและแก้ไขยากค่ะ แนะนำให้ใช้ ครีมบลัช สีส้มพีชหรือชมพูระเรื่อ แตะลงบนแก้มในขณะที่รองพื้นยังหมาดๆ เนื้อครีมจะกลืนไปกับผิวดูเหมือนแก้มมีเลือดฝาดจริงๆ จากข้างใน นอกจากความสวยแล้ว บลัชออนเนื้อครีมยังมีความทนทานต่อความชื้นได้ดีกว่าแบบฝุ่น ทำให้แก้มของคุณยังมีสีสันชัดเจนแม้จะผ่านไปค่อนวัน
สำหรับงานตา ไม่ต้องคัดเบ้าให้วุ่นวายค่ะ แค่ใช้สีอายแชโดว์เนื้อลิควิดที่มีชิมเมอร์ละเอียดๆ ทาบางๆ ทั่วเปลือกตา จะช่วยให้ดวงตาดู Fresh และดูตื่นตลอดเวลา จบด้วยการเขียนอายไลเนอร์แบบ Waterproof เส้นเล็กชิดโคนขนตา เพื่อให้ดวงตามีมิติโดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องแพนด้าตอนบ่าย
ล็อกเมคอัพให้ล็อคจริงด้วยแป้งและสเปรย์
มาถึงขั้นตอนที่ตัดสินว่าหน้าเราจะรอดหรือร่วง นั่นคือการ Setting ค่ะ เราจะไม่ใช้แป้งผสมรองพื้นทาทับไปทั้งหน้า แต่จะใช้แป้งฝุ่นโปร่งแสง (Translucent Powder) ค่อยๆ ใช้พัฟกดเบาๆ เฉพาะบริเวณ T-Zone หรือจุดที่หน้ามันง่าย ส่วนบริเวณโหนกแก้มให้ปล่อยไว้เพื่อให้ผิวยังดูมีความเงาแบบเป็นธรรมชาติ
และไอเทมที่ขาดไม่ได้เลยคือ Setting Spray ค่ะ ขั้นตอนนี้คือตัวช่วยชีวิตของจริง ให้ฉีดสเปรย์ห่างจากใบหน้าประมาณหนึ่งช่วงแขนจนรู้สึกว่าหน้าเปียกนิดๆ แล้วปล่อยให้แห้งเอง สเปรย์จะทำหน้าที่เป็นฟิล์มบางๆ เคลือบทุกอย่างไว้ให้อยู่หมัด ทริคเล็กๆ คือถ้าวันไหนต้องออกแดดจัดจริงๆ ให้ฉีดสเปรย์ลงบนฟองน้ำก่อนแต่งหน้าแล้วนำไปกดซ้ำที่ผิว จะช่วยให้เครื่องสำอางติดทนขึ้นแบบคูณสอง
ปากดูอิ่มน้ำด้วย Lip Tint และ Oil
หน้าแมตต์แล้ว ปากต้องดูสุขภาพดีค่ะ ลืมลิปสติกเนื้อแมตต์แห้งๆ ไปก่อน เพราะมันจะยิ่งทำให้หน้าดูอ่อนล้าในวันที่อากาศร้อน ให้เลือกใช้ Lip Tint สีธรรมชาติทาข้างในแล้วเกลี่ยออกมาด้านนอก จากนั้นทับด้วยลิปออยล์หรือกลอสใสๆ เพื่อให้ปากดูอิ่มน้ำและดู Healthy ตลอดเวลา ข้อดีของทินต์คือต่อให้ลิปกลอสหลุดออกไประหว่างวัน สีของทินต์ก็ยังจะสเตนอยู่บนปาก ไม่ทำให้หน้าดูซีดค่ะ
แต่งหน้าหน้าร้อนไม่ใช่เรื่องยาก แค่ต้องเลือกใช้ Texture ให้ถูกและเน้นความเบาบางเข้าไว้ค่ะ หวังว่าเทคนิคที่เราเอามาฝากจะช่วยให้ทุกคนสนุกกับการแต่งหน้าและออกไปใช้ชีวิตข้างนอกได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องคอยส่องกระจกเช็กความเยิ้มกันบ่อยๆ ใครลองเอาไปทำตามแล้วเป็นยังไง หรือมีไอเทมลับตัวไหนที่อยากแชร์ ก็มาบอกกันได้นะคะ เจอกันใหม่บทความหน้าค่ะ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ ป้ายยา ไอเทม Cool Tone Makeup ที่ต้องมี! เทรนด์แต่งหน้าสีชมพูหวานละมุนที่กำลังมาแรง








