ยุคนี้ใครยังกลัวการใช้ บอดี้ออย เพราะกลัวเหนียวเหนอะหนะบอกเลยว่าพลาดมากค่ะ! เพราะเดี๋ยวนี้ Body Oil พัฒนาไปไกลมาก กลายเป็นไอเทมลับที่ช่วยให้ผิวดูเงา สุขภาพดีเหมือนดื่มน้ำวันละ 8 ลิตร แถมยังช่วยล็อคกลิ่นหอมให้กลิ่นติดผิว นานกว่าเดิมอีกหลายเท่า แต่ความต่างของออยล์แต่ละตัวไม่ได้มีแค่เรื่อง “หอมไม่หอม” แต่มันอยู่ที่ Texture, Finish และ Vibe ของกลิ่นที่ได้
วันนี้เราคัดมาให้เน้นๆ 9 ตัวที่ใช้แล้วรอด ครบทุกสไตล์มาฝากกันค่ะ

1. JOURNAL First Love Body Oil (≈1,190.-)
Vibe: หวานละมุนแบบลูกคุณหนู ตัวนี้ยืนหนึ่งเรื่องกลิ่นหอมสะอาดแบบพลับพลึง เนื้อออยล์เบามาก ซึมไว ใช้แล้วผิวโกลว์แบบธรรมชาติ ไม่ดูมันเยิ้ม เหมาะกับวันที่อยากให้กลิ่นตัวดู Soft และดูแพงแบบไม่ต้องพยายาม
2. L’Occitane Almond Supple Skin Oil (≈2,650.-)
Vibe: ผิวเด้งฉ่ำ กลิ่นหอมแพง Signature ที่สายออยล์ต้องมี! กลิ่นอัลมอนด์หอมอวลติดผิวมาก ตัวนี้เน้นเรื่องการบำรุงขั้นสุด ช่วยให้ผิวดูนุ่มและเด้งขึ้นทันที เหมาะสำหรับคนที่อยากได้ลุคผิวฉ่ำวาวแบบสุขภาพดีจริงจัง
3. BEAUTILAB Anti-Aging Shimmering Body Oil (≈399.-)
Vibe: สายออกงาน ผิวเล่นแสง ใครชอบงานโกลว์วิบวับต้องตัวนี้เลยค่ะ เขามี Shimmer ละเอียดที่ช่วยให้ผิวมีมิติขึ้นทันทีเวลาโดนแสงแดดหรือไฟในงานเลี้ยง ใส่สายเดี่ยวโชว์ผิวคือปังมาก
4. Susanne Kaufmann Marigold Body Oil (≈2,450.-)
Vibe: Clean Beauty สายออร์แกนิก ถ้าคุณอินกับงานบำรุงที่เน้นส่วนผสมจากธรรมชาติ ตัวนี้คือคำตอบ กลิ่นหอมสมุนไพรอ่อนๆ ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ช่วยปลอบประโลมผิวได้ดีมาก ไม่เน้นหอมฟุ้งแต่เน้นผิวสตรองค่ะ
5. Erb Glow Again Pure Body Oil (≈1,590.-)
Vibe: ไทยโมเดิร์น กลิ่นเก๋ไม่ซ้ำใคร ออยล์แบรนด์ไทยที่ทำถึงมาก กลิ่นหอมมีความร่วมสมัย ใช้แล้วผิวเงาสวยแต่ไม่มัน เนื้อสัมผัสค่อนข้าง Light ใช้ได้ทุกวันแม้ในอากาศบ้านเรา
6. PANPURI Body & Hair Nourishing Dry Oil (≈1,590.-)
Vibe: Spa Luxury สวยจบในขวดเดียว ความเก๋คือใช้ได้ทั้งตัวและผม กลิ่นหอมแบบผ่อนคลายเหมือนเดินเข้าสปาหรู เนื้อ Dry Oil ซึมเข้าผิวไวมาก ไม่ทิ้งความเหนียว เหมาะกับสาย Minimal ที่ชอบความคุ้มค่า
7. NUXE Huile Prodigieuse Dry Oil (≈885.-)
Vibe: ตัวดังระดับตำนาน ใช้ง่าย Classic Item ที่ทุกคนควรลอง กลิ่นเป็นเอกลักษณ์มาก ให้ความโกลว์ทันทีโดยไม่หนักผิว จะใช้เดี่ยวๆ หรือผสมโลชั่นก็ช่วยอัปเกรดผิวให้ดูดีขึ้นได้ทันที
8. Neutrogena Body Oil Light Sesame (≈320.-)
Vibe: Clean & Easy ใช้ได้ทุกวัน ตัวนี้เน้นความบางเบาขั้นสุด แนะนำให้ทาหลังอาบน้ำตอนตัวหมาดๆ ผิวจะนุ่มลื่นขึ้นทันที กลิ่นหอมจางๆ ไม่กวนน้ำหอม เหมาะกับวันที่เร่งรีบหรือคนที่ไม่ชอบอะไรหนักผิว
9. Palmer’s Cocoa Butter Skin Therapy Oil (≈700.-)
Vibe: กู้ผิวโทรม กลิ่นโกโก้อุ่นๆ สายบำรุงหนักต้องตัวนี้ค่ะ ช่วยเรื่องผิวไม่สม่ำเสมอได้ดีมาก กลิ่นโกโก้อ่อนๆ ให้ฟีลอบอุ่น ใช้ต่อเนื่องแล้วผิวจะดูเนียนกริบ ดูเป็นคนดูแลตัวเองดีสุดๆ
Match your Vibe: เลือกตัวไหนที่ใช่คุณ?
เน้นกลิ่นชัด หอมติดผิว: JOURNAL / PANPURI / NUXE
เน้นผิวฉ่ำ บำรุงลึก: L’Occitane / Palmer’s
เน้นผิวโกลว์ออกงาน: BEAUTILAB
เน้นเบาสบาย ใช้ได้ทุกวัน: Neutrogena / Erb
สาย Clean Beauty: Susanne Kaufmann
การเลือก Body Oil ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์จะช่วยให้การ บำรุงผิวกาย สนุกขึ้นเยอะค่ะ ใครยังไม่เคยลอง แนะนำให้เริ่มจากตัวที่เนื้อบางเบาก่อน แล้วคุณจะหลงรักงาน ผิวโกลว์ จนถอนตัวไม่ขึ้นแน่นอน!
Inzpy รวมไอเดียทรงผมสงกรานต์! 6 ทรงล็อกแน่น เปียกน้ำแค่ไหนก็ยังสวยเป๊ะ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ Summer Mood: 7 กิจกรรมชิล ๆ ที่เหมาะกับวันแดดแรง
■ ผิวไหม้แดดไม่ต้องว้าวุ่น! รวม มาสก์หน้าตัวเด็ด กู้หน้าพังให้กลับมาจึ้งหลังสู้ชีวิตกลางแจ้ง








