จบลงไปแบบสับสำหรับ Paris Fashion Week AW26 ที่ผ่านมาค่ะ บอกเลยว่ารอบนี้รันเวย์แทบจะไฟลุก ไม่ใช่แค่เพราะคอลเลกชันใหม่ แต่เป็นเพราะตัวเลขความปังบนโลกโซเชียลที่วัดกันผ่าน Earned Media Value (EMV) ซึ่งอ้างอิงข้อมูลจากรายงานของ Lefty แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลแฟชั่นระดับโลก ปีนี้คนไทยเราสร้างเรื่องแบบตะโกน!
เพราะสองนักแสดงสาว ออม กรณ์นภัส และ หลิงหลิง ศิริลักษณ์ พุ่งทะยานขึ้นไปแตะอันดับหนึ่งและสองของโลก แซงหน้าเหล่าไอดอล K-Pop และตัวแม่ระดับอินเตอร์ไปแบบขาดลอย วันนี้จะพามาส่องกันค่ะว่าปรากฏการณ์นี้มันคืออะไรและทำไมวงการแฟชั่นถึงต้องสั่นสะเทือน

EMV คืออะไร? บรรทัดฐานใหม่ที่ใช้วัดความปัง
ถ้าจะถามว่าแบรนด์ระดับลักชูรีเขาวัดกันยังไงว่าใครมาแรงที่สุดในซีซันนี้ คำตอบไม่ใช่แค่ยอดขายในช็อปอย่างเดียวแล้วค่ะ แต่เขาวัดกันที่ EMV (Earned Media Value) หรือมูลค่าทางสื่อที่แบรนด์ได้รับจากการถูกพูดถึงบนโซเชียลมีเดียแบบออร์แกนิก โดยข้อมูลจาก Vogue Business ย้ำชัดว่าตัวเลขนี้คือหัวใจของการทำตลาดแฟชั่นยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นการที่เซเลบริตี้ โพสต์รูป การที่แฟนคลับ ช่วยกันรีโพสต์ใน X หรือการติดแฮชแท็กใน TikTok และ Instagram ยิ่งมีคนเข้ามามีส่วนร่วมมากเท่าไหร่ มูลค่าทางสื่อของคนดังคนนั้นก็จะยิ่งสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งมันสะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ที่เลือกใช้พวกเขามานั่ง Front Row นั้นคิดถูกจริงๆ เพราะมันสร้างการรับรู้ในวงกว้างได้มหาศาลภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ยิ่งในยุคที่เราไถหน้าจอกันตลอดเวลา Digital Impact เลยกลายเป็นเรื่องที่แบรนด์ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ ไปแล้วค่ะ
10 อันดับตัวตึงที่ทรงอิทธิพลที่สุดในปารีส

สถิติล่าสุดจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลอย่าง Lefty ได้เปิดเผยรายชื่อคนดังที่สร้างมูลค่าสื่อสูงสุดในปารีสแฟชั่นวีกครั้งนี้ ซึ่งรายชื่อที่ออกมาบอกเลยว่าทำเอาชาวเราใจฟูสุดๆ เพราะอันดับหนึ่งและสองตกเป็นของคนไทยค่ะ
อันดับหนึ่งคือ “ออม กรณ์นภัส” ที่ไปร่วมโชว์ของ Dior โดยเธอสร้างตัวเลข EMV ไปได้สูงถึง 21 ล้านดอลลาร์ ตามมาติดๆ ด้วยอันดับสองอย่าง “หลิงหลิง ศิริลักษณ์” ที่สร้างมูลค่าไป 15.6 ล้านดอลลาร์ จากโชว์เดียวกัน ซึ่งถ้าดูจากลิสต์ด้านล่างนี้จะเห็นเลยว่าพวกเธออยู่ในกลุ่มเดียวกับเบอร์ใหญ่ระดับโลกทั้งนั้น
ออม กรณ์นภัส – Dior, หลิงหลิง ศิริลักษณ์ – Dior, V (BTS) – Celine, Felix (Stray Kids) – Louis Vuitton, Jisoo (BLACKPINK) – Dior, Kylie Jenner – หลายแบรนด์, Jennie (BLACKPINK) – Chanel, Lisa (BLACKPINK) – Louis Vuitton, Rosé (BLACKPINK) – Saint Laurent, Jimin (BTS) – Dior
(อ้างอิงข้อมูล: Lefty.io, PFW AW26 Report)
การที่ชื่อนักแสดงไทยขึ้นไปอยู่เหนือตัวพ่อตัวแม่ฝั่ง K-Pop หรือไอคอนฝั่งฮอลลีวูด ยืนยันได้ชัดเจนเลยว่ากระแส T-Wind กำลังทำงานอย่างหนักในตลาดโลก และแบรนด์ระดับโลก เองก็เริ่มเห็นศักยภาพตรงนี้แบบเต็มตัวแล้วค่ะ
ทำไม ‘ออม-หลิงหลิง’ ถึงสร้างมูลค่าสื่อได้สูงแซงหน้าทุกคน

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมยอดถึงพุ่งขนาดนี้? เคล็ดลับความปังไม่ได้มาจากแค่ยอดฟอลนะคะ แต่มันคืออัตราการมีส่วนร่วม หรือ Engagement Rate ที่มีคุณภาพค่ะ โดยข้อมูลจาก Onclusive ระบุว่าออมมีสถิติสูงถึง 43% ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลก

ลองนึกภาพตามนะคะ ทุกครั้งที่ทั้งสองคนปรากฏตัว ไม่ว่าจะเป็นลุคที่สนามบินหรือตอนก้าวลงจากรถหน้าโชว์ ทุกโพสต์กลายเป็น Viral ได้ทันที พลังซัพพอร์ตที่เหนียวแน่นแบบนี้แหละที่เป็นตัวขับเคลื่อนให้ตัวเลขพุ่งสูงขึ้นจนน่าตกใจ ยิ่งคอนเทนต์ถูกแชร์ออกไปมากเท่าไหร่ แบรนด์อย่าง Dior ก็ยิ่งได้รับผลประโยชน์ไปเต็มๆ แบบไม่ต้องเหนื่อยทำโฆษณาเพิ่มเลย
พลังของ K-Pop และการเปลี่ยนเกมของแบรนด์ระดับโลก

แม้ว่าคนไทยจะคว้าสองอันดับแรกไปได้ แต่ภาพรวมของ K-Pop ก็ยังคงแข็งแกร่งและเป็นขุมทรัพย์หลักของวงการแฟชั่นค่ะ การที่สมาชิกวง BLACKPINK และ BTS ติดอันดับในลิสต์นี้เกือบยกแผง สะท้อนให้เห็นว่าแบรนด์ยังคงพึ่งพาฐานแฟนคลับระดับโลกของพวกเขาเพื่อเข้าถึงตลาดเอเชีย
แบรนด์ระดับโลกอย่าง Louis Vuitton, Chanel หรือ Celine ต่างก็ใช้กลยุทธ์ดึงคนดังที่มีความภักดีสูงเข้ามาร่วมงาน โดยบทวิเคราะห์จาก Business of Fashion (BoF) ชี้ว่าพวกเขาสามารถเปลี่ยนจากการดูแฟชั่นโชว์เฉยๆ ให้กลายเป็น Global Conversation ได้ทันที ปรากฏการณ์นี้ทำให้เรารู้ว่าในโลกแฟชั่นตอนนี้ ความเร็วและความเป็น Real-time คือหัวใจสำคัญของการสร้างกระแสออนไลน์ค่ะ
รันเวย์ที่เปลี่ยนไปตลอดกาล
สรุปแล้วปารีสแฟชั่นวีกซีซันนี้คือเครื่องพิสูจน์ว่าโซเชียลมีเดียได้เข้ามาเปลี่ยนกฎกติกาของโลกแฟชั่นไปอย่างสิ้นเชิงค่ะ ต้องบอกว่ารันเวย์ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่โชว์เสื้อผ้าให้คนไม่กี่คนดูอีกต่อไป แต่คือการสร้าง Content เพื่อให้คนทั้งโลกได้มีส่วนร่วม และตัวเลข EMV ก็คือคะแนนสอบที่บอกว่าใครทำได้ดีที่สุด

การที่นักแสดงจากไทยสามารถก้าวขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ของโลกได้แบบนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการร่วมมือกันของเซเลบริตี้ที่มีเสน่ห์ดึงดูดและพลังของแฟนๆ ที่พร้อมจะส่งต่อคอนเทนต์คุณภาพออกไปสู่สายตาชาวโลก เชื่อว่าหลังจากนี้เราจะได้เห็นแบรนด์ดังหันมาให้ความสนใจและร่วมงานกับคนไทยมากขึ้นแน่นอน เตรียมตัวรอดูซีซันหน้าได้เลยค่ะว่าจะมีเซอร์ไพรส์อะไรใหม่ๆ มาให้เราได้ตื่นเต้นกันอีก
ข้อมูลอ้างอิงจาก: Lefty.io, Vogue Business, Business of Fashion (BoF), Onclusive
BVLGARI เปิดตัว ‘ออม-กรณ์นภัส’ Friend of the House ประเทศไทยคนล่าสุด อย่างเป็นทางการ
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
■ ARMY เตรียมพร้อม! BTS ปล่อยภารกิจลับ ‘Decoding ARIRANG’ บน Spotify ตามล่าข้อความเสียงลับก่อนคัมแบ็ก
■ THE GLASSES LIST: ส่องแว่นกันแดด Sunnies Studios รุ่นไหนที่เกิดมาเพื่อคุณ!








