วันไหนอยากหาหนังดูเพลิน ๆ แต่เบื่อพล็อตเดิม ๆ ลองเปิดใจให้หนัง LGBTQ+ สักเรื่องดู เพราะหลายเรื่องไม่ได้มีแค่ความโรแมนติก แต่ยังเต็มไปด้วยเรื่องราวการเติบโต มิตรภาพ และโมเมนต์ที่ทำให้คนดูอินได้ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
ลิสต์นี้มีครบทั้งหนังรักฟีลกู๊ด ดูแล้วเขินตาม หนังภาพสวยจนอยากกดหยุดทุกเฟรม ใครกำลังหาหนังดี ๆ ไว้ดูช่วงวันหยุด เซฟลิสต์นี้เก็บไว้ได้เลย
Call Me by Your Name (2017)
ถ้าพูดถึงหนัง LGBTQ+ ที่หลายคนตกหลุมรัก Call Me by Your Name น่าจะติดอยู่ในลิสต์อันดับต้น ๆ แน่นอนค่ะ
เรื่องนี้พาคนดูไปใช้ชีวิตช่วงหน้าร้อนในชนบทของอิตาลี ผ่านเรื่องราวความสัมพันธ์ของ Elio และ Oliver ที่ค่อย ๆ พัฒนาขึ้นแบบไม่รีบร้อน แต่เต็มไปด้วยความรู้สึก ดูแล้วเหมือนได้ย้อนกลับไปนึกถึงความรักครั้งแรกของตัวเองอีกครั้ง
นอกจากเนื้อเรื่องที่อบอุ่นและละมุนมาก ๆ แล้ว บรรยากาศในเรื่องก็สวยจนอยากจองตั๋วไปอิตาลีตามรอยทันที เป็นหนังที่ดูจบแล้วทิ้งอะไรบางอย่างไว้ในใจคนดูจริง ๆ
Brokeback Mountain (2005)
แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ Brokeback Mountain ก็ยังเป็นหนังที่ถูกพูดถึงอยู่ตลอด
เรื่องราวของคาวบอยสองคนที่เริ่มต้นจากการทำงานด้วยกัน ก่อนจะกลายเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องเก็บซ่อนไว้เพราะสังคมในยุคนั้นไม่เปิดกว้างเหมือนปัจจุบัน
เป็นหนังที่ไม่ได้มีฉากหวือหวาอะไรเยอะ แต่เต็มไปด้วยความคิดถึง ความอึดอัด และความรู้สึกที่พูดออกมาไม่ได้ ดูจบแล้วเข้าใจเลยว่าทำไมหลายคนถึงยกให้เป็นหนึ่งในหนังรักระดับตำนาน

Portrait of a Lady on Fire (2019)
เรื่องนี้เหมาะมากสำหรับคนที่ชอบหนังภาพสวยแบบทุกเฟรมสามารถแคปเก็บไว้เป็นวอลเปเปอร์ได้
หนังเล่าเรื่องของจิตรกรหญิงกับหญิงสาวที่เธอได้รับมอบหมายให้วาดภาพก่อนแต่งงาน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทั้งคู่กลับมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างศิลปินกับแบบวาดภาพ
เป็นหนังที่เล่าเรื่องอย่างนิ่ง ๆ แต่เต็มไปด้วยรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ชวนให้คนดูอินตาม ยิ่งดูยิ่งรู้สึก และยิ่งดูจบก็ยิ่งเข้าใจว่าทำไมหลายคนถึงรักเรื่องนี้มาก
Love, Simon (2018)
ถ้าอยากได้หนังดูง่าย ดูเพลิน และดูแล้วอารมณ์ดี Love, Simon คือคำตอบ
เรื่องราวของ Simon เด็กมัธยมปลายที่ยังไม่พร้อมบอกทุกคนว่าเขาเป็นใคร พร้อมกับภารกิจตามหาคนที่ตัวเองแอบคุยด้วยผ่านอีเมล
เป็นหนังที่ดูสนุก เข้าถึงง่าย และเต็มไปด้วยโมเมนต์ชวนยิ้ม เหมาะมากสำหรับคนที่อยากเริ่มดูหนัง LGBTQ+ แต่ยังไม่อยากเริ่มจากหนังดราม่าหนัก ๆ

Carol (2015)
Carol เป็นหนังที่ดูแล้วเหมือนกำลังเปิดดูภาพถ่ายวินเทจสวย ๆ ตลอดทั้งเรื่อง
เล่าเรื่องความสัมพันธ์ของผู้หญิงสองคนในยุคที่สังคมยังไม่เปิดกว้างนัก ทำให้ทุกการตัดสินใจของตัวละครเต็มไปด้วยความลังเล ความหวัง และความกล้าหาญ
เสน่ห์ของเรื่องนี้อยู่ที่ความเรียบง่าย การแสดงที่เป็นธรรมชาติ และบรรยากาศที่ชวนให้คนดูค่อย ๆ ซึมซับความรู้สึกของตัวละครไปพร้อมกัน
The Way He Looks (2014)
หนังบราซิลเรื่องนี้อาจไม่ดังเท่าเรื่องอื่นในลิสต์ แต่เป็นหนึ่งในเรื่องที่ดูแล้วอบอุ่นหัวใจมาก
เรื่องราวของ Leonardo เด็กหนุ่มผู้พิการทางสายตาที่กำลังค้นหาความเป็นตัวเอง พร้อมกับความรู้สึกใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อมีเพื่อนคนใหม่เข้ามาในชีวิต
เป็นหนังที่ดูสบาย ๆ ไม่มีดราม่าหนัก แต่เต็มไปด้วยความน่ารัก ความจริงใจ และเสน่ห์ของความรักวัยรุ่นที่ทำให้ยิ้มตามได้ตลอดเรื่อง

Red, White & Royal Blue (2023)
ใครกำลังมองหาหนังรักดูเพลิน ๆ เรื่องนี้น่าจะตอบโจทย์มาก
เมื่อความสัมพันธ์ของลูกชายประธานาธิบดีสหรัฐฯ และเจ้าชายอังกฤษที่เริ่มต้นจากการไม่ค่อยถูกกัน กลายเป็นความสัมพันธ์ที่เกินกว่าที่ทั้งคู่คาดไว้
หนังมีทั้งความโรแมนติก ความตลก และเคมีของนักแสดงที่เข้ากันสุด ๆ ดูง่าย สนุก และเป็นหนึ่งในหนังที่หลายคนเปิดดูซ้ำมากกว่าหนึ่งรอบ
All of Us Strangers (2023)
ถ้าเรื่องก่อนหน้าทำให้ยิ้ม เรื่องนี้อาจทำให้นั่งนิ่งอยู่พักใหญ่หลังหนังจบ
All of Us Strangers เป็นหนังที่พูดถึงความรัก ความเหงา ความทรงจำ และความสัมพันธ์ในครอบครัวได้อย่างสวยงามมาก
แม้จะไม่ได้เป็นหนังที่เดินเรื่องเร็ว แต่ทุกฉากมีความหมายและเต็มไปด้วยอารมณ์ เป็นอีกเรื่องที่ได้รับคำชมเยอะมาก และเหมาะกับคนที่ชอบหนังที่ดูจบแล้วมีอะไรให้คิดต่อ
ไม่ว่าจะชอบหนังรักฟีลกู๊ด หนังภาพสวย หรือหนังดราม่าเข้ม ๆ ลิสต์นี้มีครบหมด
บางเรื่องทำให้ยิ้ม บางเรื่องทำให้น้ำตาซึม และบางเรื่องก็อาจทำให้คิดถึงใครบางคนขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัว แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทุกเรื่องล้วนเล่าถึงความรักในแบบที่คนดูเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
จากยูทูบสู่บ็อกซ์ออฟฟิศ! ‘Backrooms’ หนังทุนต่ำรสชาติใหม่ที่ทุบสถิติของค่าย A24
บทความอื่นๆ ที่น่าสนใจ
Sewa เปิดตัว กลัฟ คณาวุฒิ พรีเซ็นเตอร์ใหม่ พร้อม 2 Capsule Oil Serum จากเกาหลี
แกะโหมด ENTP ในชีวิตจริง คนที่ไม่ได้เถียงเอาชนะ แค่สมองอยากลองอีกมุมหนึ่ง









