ตั้งใจเปิดดูระหว่างกินข้าวแค่ตอนเดียว รู้ตัวอีกทีก็นั่งดูเชฟทำอาหารต่อจนดึก เพราะคอนเทนต์อาหารไม่ได้มีแค่รายการสอนทำเมนูใหม่ๆ แต่ยังมีทั้งการแข่งขันหน้าเตา เบื้องหลังธุรกิจร้านอาหาร สารคดีวัฒนธรรม และซีรีส์ที่ใช้อาหารเชื่อมเข้ากับเรื่องราวของผู้คน
INZPY รวม 10 รายการ และซีรีส์แข่งทำอาหาร น่าดู

มีตั้งแต่สนามแข่งขันที่ต้องลุ้นทุกจาน รายการสำหรับคนสนใจการบริหารร้านอาหาร ไปจนถึงซีรีส์จังหวะสบายที่เหมาะกับการเปิดดูระหว่างมื้อเย็น
สายแข่งขัน ลุ้นทุกจานเหมือนนั่งอยู่หน้าเตา
1. Culinary Class Wars (สงครามเชฟคนละชั้น)
— 2 ซีซัน
รายการแข่งขันทำอาหารจากเกาหลีใต้ที่นำเชฟรวม 100 คนมาแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ “เชฟช้อนขาว” ซึ่งเป็นเชฟชื่อดังและผู้มีประสบการณ์ในวงการ กับ “เชฟช้อนดำ” ผู้ท้าชิงฝีมือดีจำนวน 80 คน ทุกคนต้องพิสูจน์ตัวเองผ่านอาหารและโจทย์ที่เปลี่ยนไปในแต่ละรอบ ปัจจุบันออกอากาศแล้ว 2 ซีซัน ส่วนซีซัน 3 ได้รับการยืนยันแล้ว โดยจะเปลี่ยนเป็นการแข่งขันของทีมเชฟจากร้านเดียวกัน ทีมละ 4 คน
รับชมได้ทาง Netflix
2. MasterChef Thailand
— 7 ซีซัน
เวทีของเหล่า Home Cook ที่ต้องรับมือกับโจทย์หลากหลาย ตั้งแต่ Mystery Box การสร้างเมนูจากวัตถุดิบที่กำหนด ไปจนถึงการแข่งขันภายใต้เวลาจำกัด แต่ละรอบทดสอบทั้งรสชาติ ความคิดสร้างสรรค์ การวางแผน และการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นอกจากนี้ยังมีการแข่งขันแบบทีมและโจทย์นอกสถานที่ที่ต้องทำอาหารจำนวนมาก ปัจจุบันรายการหลักออกอากาศครบ 7 ซีซันแล้ว
รับชมได้ทาง YouTube: MasterChef Thailand
3. Hell’s Kitchen เวอร์ชันสหรัฐฯ
— 24 ซีซัน
การแข่งขันในครัวภายใต้การควบคุมของ Gordon Ramsay ผู้เข้าแข่งขันไม่ได้มีหน้าที่เพียงทำอาหารตามโจทย์ แต่ต้องผ่าน Dinner Service ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ รับออร์เดอร์ ไปจนถึงส่งอาหารให้ทันเวลาและได้มาตรฐาน ความสนุกจึงอยู่ทั้งที่ฝีมือ การสื่อสาร และการควบคุมสถานการณ์เมื่อครัวเริ่มรวน เหมาะกับคนที่ชอบรายการจังหวะเร็วและบรรยากาศกดดัน โดยเวอร์ชันสหรัฐฯ ออกอากาศแล้ว 24 ซีซัน โดยเวอร์ชันสหรัฐฯ ออกอากาศแล้ว 24 ซีซัน ส่วน Netflix ประเทศไทยเปิดให้รับชมซีซัน 22–24
รับชมได้ทาง Netflix
4. The Final Table
— 1 ซีซัน
การแข่งขันของเชฟมืออาชีพจากหลายประเทศที่ต้องจับคู่กันสร้างเมนูจากอาหารประจำชาติของ 9 ประเทศ แต่ละโจทย์ต้องอาศัยทั้งเทคนิค ความเข้าใจวัตถุดิบ และการตีความอาหารผ่านมุมมองของตัวเอง จุดเด่นอยู่ที่รายละเอียดของแต่ละจานและความแตกต่างทางวัฒนธรรม มากกว่าการเน้นความขัดแย้งระหว่างผู้เข้าแข่งขัน
รับชมได้ทาง Netflix
5. Barbecue Showdown
— 3 ซีซัน
สนามของเหล่านักย่างและ Pitmaster ที่ต้องจัดการทั้งเนื้อชิ้นใหญ่ เตารมควัน ระดับความร้อน และเวลาปรุงหลายชั่วโมง แต่ละโจทย์เปิดให้เห็นรายละเอียดของบาร์บีคิวสไตล์อเมริกัน ตั้งแต่การเลือกเนื้อ การปรุงรส ไปจนถึงการควบคุมไฟ เพราะอุณหภูมิหรือเวลาที่คลาดเคลื่อนเพียงเล็กน้อยก็สามารถเปลี่ยนผลลัพธ์ของอาหารได้ทันที
รับชมได้ทาง Netflix
6. Crazy Delicious
— 1 ซีซัน
เหล่า Home Cook ต้องนำอาหารคุ้นเคยมาตีความใหม่ให้โดดเด่นทั้งรสชาติ รูปลักษณ์ และวิธีเสิร์ฟ เพื่อสร้างความประทับใจให้กรรมการและชิงรางวัล Golden Apple นอกจากเมนูที่คาดเดาได้ยาก รายการยังมาพร้อมฉาก Fantasy สีสันสดใส จึงให้บรรยากาศต่างจากการแข่งขันในครัวทั่วไป และดูได้ง่ายแม้ไม่ได้ติดตามรายการทำอาหารเป็นประจำ
รับชมได้ทาง Netflix
จากหน้าเตาสู่ธุรกิจร้านอาหาร
7. Million Pound Menu
— 2 ซีซัน
รายการจากสหราชอาณาจักรที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำแนวคิดร้านอาหารมาทดลองเปิดเป็น Pop-up เพื่อให้บริการลูกค้าที่จ่ายเงินจริง ก่อนนำเสนอแผนธุรกิจต่อกลุ่มนักลงทุน ผู้ชมจะได้เห็นตั้งแต่การออกแบบเมนู การจัดการหน้าร้าน ความคิดเห็นจากลูกค้า ไปจนถึงการตัดสินใจลงทุน ทำให้เห็นว่าร้านอาหารหนึ่งร้านต้องเตรียมอะไรมากกว่าการทำอาหารให้อร่อย
รับชมได้ทาง Netflix
ดูชีวิตและวัฒนธรรมผ่านอาหาร
8. Chef’s Table: Legends
— 4 ตอน
ภาคพิเศษที่สร้างขึ้นในโอกาสครบรอบ 10 ปีของ Chef’s Table ถ่ายทอดเรื่องราวของเชฟผู้มีอิทธิพลต่อวงการอาหาร 4 คน ได้แก่ Jamie Oliver, José Andrés, Thomas Keller และ Alice Waters แต่ละตอนพาไปดูทั้งเส้นทางการทำงาน แนวคิดเบื้องหลังอาหาร และสิ่งที่เชฟแต่ละคนสร้างไว้ให้กับวงการ พร้อมงานภาพสวยละเมียดตามเอกลักษณ์ของแฟรนไชส์
รับชมได้ทาง Netflix
9. Street Food
— 3 ภาค
แฟรนไชส์สารคดีที่ประกอบด้วย Street Food: Asia, Street Food: Latin America และ Street Food: USA พาไปรู้จักอาหารริมทางผ่านชีวิตของคนขาย ครอบครัว และชุมชนในแต่ละเมือง รายการไม่ได้หยุดอยู่แค่ขั้นตอนการทำอาหารหรือภาพเมนูน่ากิน แต่ยังเล่าถึงประเพณี ความทรงจำ และการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ ทำให้อาหารแต่ละจานมีเรื่องราวมากกว่าที่เห็นบนโต๊ะ
รับชมได้ทาง Netflix ทั้ง Street Food: Asia, Street Food: Latin America และ Street Food: USA
ซีรีส์มื้อดึก ดูเรื่อยๆ แล้วหิวตาม
10. Midnight Diner — รวม 5 ซีซัน
เรื่องราวในร้านอาหารเล็กๆ ย่านชินจูกุที่เปิดตั้งแต่เที่ยงคืนถึงเช้า ลูกค้าแต่ละคนเดินเข้ามาพร้อมปัญหา ความสัมพันธ์ และอาหารหนึ่งจานที่เชื่อมไปสู่เรื่องราวประจำตอน ซีรีส์ประกอบด้วย Midnight Diner ฉบับดั้งเดิม 3 ซีซัน และ Midnight Diner: Tokyo Stories อีก 2 ซีซัน เนื้อหาแต่ละตอนค่อนข้างจบในตัว จึงเปิดดูได้ง่ายโดยไม่ต้องตามพล็อตยาวต่อเนื่อง
โดยสามารถรับชมภาค Midnight Diner: Tokyo Stories ทาง Netflix
เลือกเรื่องที่เข้ากับมู้ดแล้วเตรียมของกินไว้ใกล้ตัว เพราะต่อให้เริ่มดูตอนอิ่ม ภาพอาหารตรงหน้าก็อาจทำให้ต้องลุกไปเปิดตู้เย็นอีกรอบอยู่ดี
หมายเหตุ: จำนวนซีซัน ภาค และตอน ตรวจสอบถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 ส่วนรายการที่เปิดให้รับชมอาจแตกต่างกันตามประเทศและแพลตฟอร์ม








